LOGINหน้าบ้านหลังใหญ่ รูปทรงทันสมัย แสงพร้อมฉากพร้อม ทีมงานชายนายหนึ่ง โผล่มาที่หน้ากล้องพร้อมสเลทในมือ
“เอื้อมดาว ซีนสิบ เทคหนึ่ง!”
แป้ก!
กฤติกาส่งสายตาดุๆ ไปหานางเอกคนงามยามเสียงตีสเลทสิ้นสุด อีกฝ่ายรับส่งอารมณ์กลับมา เธอเงื้อแขนขึ้นสุด ฟาดไปยังใบหน้าทว่าห่างจากเจ้าตัวราวครึ่งคืบ
“อ๊ะ! กล้าตบฉันเหรอ ฉันไม่ใช่นางเอกสนิมสร้อยนะ!” เสียงนางเอกคนงามเอื้อนเอ่ย ก่อนจะเงื้อแขนจนสุดแล้วฟาดลงที่หน้าของกฤติกา ทว่าด้วยความที่เป็นมือใหม่ ฝ่ามือน้อยจึงห่างจากใบหน้ากฤติกาเกินไป
“คัท! อีกเทค! มารี...ขยับเข้าไปอีก ใช่...อย่างนั้น”
สิ้นเสียงผู้กำกับการถ่ายทำก็ดำเนินต่อซ้ำๆ ทว่าแม้จะถูกเทคไปสิบกว่ารอบ แต่ซีนนี้ก็ยังไม่ผ่าน กฤติกาเริ่มไม่สบอารมณ์ มันเป็นเพียงซีนง่ายๆ แต่แม่นางเอกผู้ใสซื่อกลับไม่สามารถตบเธอให้สมจริง
“ขอโทษน้องกุ๊กด้วยนะคะ พี่กลัวมือจะโดนหน้าน้องจริงๆ”
น้องกุ๊กของพี่มารีได้แต่ยิ้มแหยๆ ก่อนที่การซ้อมคิวจะถูกเบรกด้วยโทรศัพท์มือถือของเธอ ไม่ใช่งานใหม่ที่ถูกติดต่อมา แต่เป็นสายจากโรงพยาบาล ดูเหมือนว่าซีนนี้จะถ่ายอย่างติดขัดไม่ได้เสียแล้ว
“พี่มารีตบจริงเลย เร็วๆ พี่ทิวคะขออีกแค่เทคเดียวนะพี่ หนูรีบ พ่อหนูไม่สบาย” กฤติกาบอกผู้ช่วยผู้กำกับที่กำลังซ้อมคิวให้ ช่างแต่งหน้าช่างผมกำลังรุมล้อมเธอกับมารีอยู่ ก่อนที่พี่ทิวจะวิ่งไปที่หลังจอมอนิเตอร์ และช่างหน้าช่างผมถูกไล่ออกจากฉากไป
ฉากพร้อม แสงพร้อม ไม่มีใครอยู่ในฉากยกเว้นสองสาว คนตีสเลทโผล่ไปยืนหน้ากล้อง
“เอื้อมดาว ซีนสิบ เทคสิบสี่!”
แป้ก!
เสียงสเลทถูกตีดังแป้ก! กฤติกาส่งสายตาดุๆ ไปหานางเอกคนงาม อีกฝ่ายรับส่งอารมณ์กลับมาเช่นทุกคราว เธอเงื้อแขนขึ้นสุด ฟาดไปยังใบหน้าทว่าห่างจากเจ้าตัวราวครึ่งคืบเช่นเดิม
“อ๊ะ! กล้าตบฉันเหรอ ฉันไม่ใช่นางเอกสนิมสร้อยนะ!”
หวืด!
เสียงฝ่ามือของมารีดังแหวกอากาศมา กฤติการอรับแรงตบนั้น
เผียะ!
อาการชาลามไปตั้งแต่ซีกแก้มถึงใบหู เธอกัดฟันแน่นๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับมารีอย่างขุ่นเคือง
“คัท! โอเค!”
เสียงเวหาร้องบอกอยู่หลังจอมอนิเตอร์ กฤติกากุมแก้มที่ยังชาหนึบ เจ็บจนน้ำตาคลอแต่ยังน้อยกว่าหัวใจที่กำลังหนักอึ้ง บิดาของเธออาการทรุดอีกแล้ว ทรุดหนักยิ่งกว่าเมื่อคืนเสียอีก
“น้องกุ๊ก พี่ขอโทษนะคะ เจ็บมากใช่ไหม”
หากเป็นยามปกติ กฤติกาคงส่งสายตาดุๆ ไปหามารี ค่าที่มือหนักเกินไป แต่เวลานี้เธอคิดว่าเสียเวลาหากมัวแต่ทำอย่างนั้น
“ไม่เป็นไร ช่างเถอะ” บอกนางเอกสาวรุ่นพี่ที่เพิ่งประเดิมงานละครเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก ก่อนจะปลีกตัวออกมาด้วยความรวดเร็ว
เวหาส่งสายตาเต็มไปด้วยคำถามมาให้เธอ แต่เธอไม่สน
“จะไปไหน!”
“เปลี่ยนชุด!”
“มีอีกหลายซีนที่ต้องถ่ายวันนี้”
“ไม่รู้ เอาไว้ถ่ายวันหลัง ถ่ายคนอื่นไปก่อน” เธอบอกร้อนรนตอนที่เดินมาถึงเต็นท์ของช่างแต่งหน้า กระเป๋าของเธอวางอยู่บนเก้าอี้ เธอคว้ามันมาถือไว้ แล้วควานหาโทรศัพท์มือถือในนั้น มีสายจากโรงพยาบาลโทรมาอีกในระหว่างที่เธอถ่ายซีนเมื่อกี้อยู่
“กุ๊ก!? มันจะมากไปแล้วนะ วันนี้มีแต่ซีนของเธอ!”
“ก็บอกว่าไม่ถ่ายไงเล่า พ่อฉันกำลังจะตาย! ได้ยินไหม พ่อฉันกำลังจะตาย!” ตะโกนบอกเขาแล้วคว้าเอากระเป๋าถือ ไม่มีเวลาจะเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยซ้ำ เธอมองเขาราวอยากจะฆ่า ถ้าเธอไปหาพ่อไม่ทันละก็ เวหา นายเจ็บแน่!
เวหายืนอ้าปากค้างท่ามกลางความอึ้งของช่างหน้าช่างผมและคนอื่นๆ กฤติกาก้าวฉับๆ จากไป ไม่สนใครทั้งนั้น
ไหมขวัญเดินออกมาจากห้องส่วนตัว พอจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อกี้นี้
“เวย์ กุ๊กไปแล้วเหรอ”
“ครับพี่ วันนี้มีแต่ซีนที่มีเธอ ถ้าเธอไม่อยู่แล้วเราจะถ่ายได้ยังไง”
“เธอมีธุระสำคัญ ถ่ายพี่ก่อนก็ได้ ซีนไหนที่พอจะถ่ายก่อนได้ ก็ถ่ายได้เลย จะได้ไม่ต้องเลิกกอง” ดาราสาวรุ่นใหญ่ผู้มากประสบการณ์ แนะกับผู้กำกับหนุ่มด้วยไม่อยากให้เขาเสียเวลา การเลิกกองโดยไม่ได้ถ่ายตามแผนที่วางไว้ ย่อมก่อให้เกิดความเสียหาย
“ยัยบ้านี่! ทำไมผมต้องมาเจอเธอด้วยนะ คนอื่นเคยเจอเหมือนผมไหมเนี่ย”
“ไม่หรอกค่ะคุณเวย์ เดือนนี้พ่อของหนูกุ๊กอาการทรุดบ่อยจริงๆ อย่าโกรธเธอเลยนะคะ” เจ๊หวีที่สนิทกับกฤติกามากที่สุด แก้ต่างแทนดาราในดวงใจ ถึงอีกฝ่ายจะร้ายกาจและขี้วีนไปบ้าง แต่เวลาที่เดือดร้อนเงินทอง กฤติกาก็คอยช่วยเหลือเสมอ เจ๊รู้จักกับกฤติกามานานแล้ว ตั้งแต่เจ้าตัวยังเป็นแค่นางร้ายใน MV
“เฮ้อ...ประสาทจะกิน!”
“จุ๊ๆๆ ไม่เอานะ ไปนั่งก่อน อย่าถือสาเด็กมันเลย พี่ขอนะเวย์”
ไหมขวัญตบต้นแขนชายหนุ่มเบาๆ ราวกับร้องขอ และสัมผัสจากไหมขวัญก็เหมือนน้ำเย็นๆ ที่กำลังลูบไล้หัวใจอันร้อนรุ่มของเวหา เขาปลื้มปริ่มไหมขวัญมานานแล้ว สนิทกับหล่อนด้วยรู้จักกันมานาน และการที่หล่อนปลอบเขานั้น ช่วยทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นมาได้ทันทีเลยล่ะ
“ก็ได้ครับพี่ ถ่ายเท่าที่ถ่ายได้ไปก่อนก็แล้วกัน” เวหาอ่อนลงให้พี่ไหม หากจะมีผู้หญิงสักคนที่สำคัญในชีวิตเขา หนึ่งในนั้นต้องเป็นพี่ไหมอย่างไม่ต้องสงสัย เขาเริ่มต้นอาชีพนี้เพราะใบหน้างดงามของอีกฝ่าย ไม่นานหลังจากที่ได้รู้จัก ก็ได้กลายเป็นคนสนิทคุ้นเคย ทว่าพี่ไหม ก็ไม่เคยเปิดโอกาสให้เขาได้เป็นมากกว่าเพื่อนรุ่นน้อง อาจจริงที่เขาเองก็ไม่เคยเอ่ยปากพูดความในใจออกไป แต่หากพี่ไหมสังเกตสักนิดคงรู้ได้ หรือบางที อีกฝ่ายรับรู้และเข้าใจ แต่ไม่ยอมแสดงออกว่ารู้ นั่นเพราะไม่อยากสานต่อความสัมพันธ์ ไม่อยากพัฒนาความรู้สึกให้มันเติบโต
อดีตที่เจ็บปวดทำให้พี่ไหมไม่ยอมเปิดใจ เขาเข้าใจและจะรอวันนั้น คงมีสักวันที่พี่ไหมมองเห็นเขาบ้าง
- ooooooo - หลังมื้อค่ำครอบครัววัฒนนท์นั่งล้อมวงอยู่ที่ห้องโถงใหญ่ ปู่รงค์ดูข่าวช่วงสองทุ่ม ตังเมทำการบ้านในขณะที่สองแฝดเป็นตัวป่วน แต่พี่ชายยังยิ้มแป้น รักน้องห่วงน้อง ไม่ตีไม่ว่า น้องทำอะไรก็ดีไปหมด ก็คนไม่เคยมีน้องนี่นา“พี่ตาง หนูฟ้าช่วยพี่ตางเขียนกอไก่นะคะ”“โอ...อย่าๆ ไม่เอา นี่การบ้านพี่”“ก็หนูฟ้าอยากเขียน”“ของตัวเองล่ะ”“ปายแย่ง” ว่าแล้วชี้ให้ดูสมุดวาดเขียนที่ตอนนี้มีแต่สีน้ำเงินเข้มข้นระบายอยู่บนนั้น“โอ้...ปลายไม่เอา เอาสมุดตัวเองมาวาด ไม่แย่งของฟ้าสิ”“ป่าวแย่งฟ้า..ฟ้าให้”หนูฟ้าส่ายหน้ารัวๆ พี่ตังเลยต้องฉีกกระดาษสมุดให้หนูฟ้าแล้วจับสองแฝดนั่งดีๆ โดยที่ตัวเองนั่งคั่นกลาง ปลายยังแอบเอื้อมมือมาดึงกระดาษของฟ้ายิกๆ“อย่าแกล้งกันนะ ใครแกล้งไม่ซื้อขนมให้กินด้วย”เด็กน้อยทั้งสองรีบหันมานั่งดีๆ และสนใจแต่เฉพาะกระดาษที่อยู่ตรงหน้าตัวเองเท่านั้นเวหามองลูกๆ หลานๆ แล้วยิ้มชื่นใจ ในขณะที่กฤติกาเอาแต่ทำเสียงฮึดฮัดขัดใจอยู่ข้างๆ เขาแอบวาดแขนไปข้างหลังหล่อน ใช้มือร้อนๆ แอบลูบไล้สีข้างอวบๆ ของภรรยา “พี่เวย์....เอามือออกไป กุ๊กยุ่งอยู่” เธอกระซิบ มือทั้งสองยังอยู่ที่หน้าจอโทรศัพท์“อะไ
เสียงตังเมเรียกน้องอยู่หน้าประตู ลูกบอลลูกใหม่ช่างเข้ากันเหลือเกินกับสนามหญ้าเขียวๆ เธอมองออกไปตรงนั้น มองนิ่งนาน แลเห็นพ่อสามีกำลังเอามือไขว้หลัง เดินไปเดินมาบนหญ้านุ่มๆ ที่สนาม ท่านยังคงเฝ้ามองหลานๆ ไม่ห่างสายตา...ดีจัง ครอบครัวของเธอไม่ได้มีแค่เธอกับพ่อเหมือนที่เคยเป็นแล้วนะ วันนี้เธอมีครอบครัวที่อบอุ่นแล้วจริงๆ “พ่อ...หนูรักพ่อนะคะ ไม่ว่าเรื่องอะไร หนูไม่เคยโกรธพ่อเลย สำหรับคนอื่นหนูไม่รู้ แต่สำหรับหนู พ่อคนนี้แสนดีที่หนึ่ง ไม่ต้องห่วงนะคะ หนูจะมีความสุข จะใช้ชีวิตให้ดีอย่างที่พ่อเลี้ยงหนูมา” บอกกล่าวกับรูปถ่ายของบิดา ก่อนจะเลื่อนสายตามายังรูปที่อยู่ข้างกัน “ไม่ต้องห่วงนะคะ หนูจะเลี้ยงเด็กๆ ให้ดี ไปอยู่ในดินแดนแสนสงบให้สบายนะคะ...แม่”คำพูดแผ่วเบาแต่เจ้าตัวได้ยินอย่างชัดเจน เวหาเดินเข้ามาหาภรรยา วางมือบนบ่าแล้วยิ้มอ่อนโยนมาให้“เอาไว้จัดของเสร็จ ตกแต่งทุกอย่างจนเรียบร้อย เราค่อยทำบุญบ้านกันนะ จะได้เริ่มต้นใหม่กับที่นี่อีกครั้ง เราจะอยู่ที่นี่ ที่นี่จะเป็นบ้านของเรา ตลอดไป”“ตลอดไป...ชอบคำนี้จัง อยู่ด้วยกันนานๆ นะคะ”“แน่นอนที่รัก” บอกเมียแล้วไม่ลืมดึงมากอดมาหอม อยู่ใกล้เมียแล้วอ
เสียงทุ้มนุ่มนั้นฟังดูคุ้นๆ แต่สมองบอกว่าอย่าไปใส่ใจ เธอเริ่มประหม่าหนักขึ้นเมื่อรู้ว่าหมอที่จะมาตรวจ เป็นผู้ชาย“เสร็จแล้วค่ะ” “ถอดบราด้วยครับ” ครูสาวกะพริบตาถี่ๆ หมอมีตาทิพย์หรือไง เธอรีบถอดบราแล้ววางไว้ นั่งอยู่บนเตียง มือสองข้างโอบอุ้มพุ่มทรวงครืด...เสียงผ้าม่านถูกเลื่อนออก แล้ววินาทีที่ดวงตาสองคู่สานสบ ความตื่นตกใจก็ตามมา“กรี๊.... อื้อ...”หมอหนุ่มรีบปิดปากเล็กๆ นั่นให้ไว เขาเปล่านะ เขาไม่ได้ทำอะไรจริงๆ“ชู่ว์...ไม่เอาน่า ไม่กรี๊ดนะ คุณจะกรี๊ดทำไม ผมไม่ได้ทำอะไรซะหน่อย”“อื้อ...อื้อ...” หญิงสาวส่งเสียงอู้อี้เมื่อถูกปิดปากแน่น มือข้างหนึ่งรีบควานหาเสื้อมาปิดหน้าอกหน้าใจ ชานนท์ปล่อยมือจากปากของครูเอย หญิงสาวทอดมองเขาตาขวางขุ่น แขนเล็กเรียวกอดหน้าอกแนบแน่น หล่อนเอาเสื้อมาปิดหน้าอกไว้ ปิดทำไม เห็นหมดแล้ว“อย่ามองหน้าอกฉันนะ”“ไม่มองจะตรวจได้ยังไง”“ก็...” เหมือนจะถูกต้อนให้จนมุมชานนท์นึกขัน หล่อนคงไม่คิดไม่ฝันว่าจะเจอเขาละสิ สวรรค์นี่ก็นะ ชอบเล่นตลกเสียจริง ส่งหล่อนมาให้เขาตรวจ แล้วเขาน่ะ...จะเป็นหมอที่ดีได้ยังไง“เร็วๆ คุณ ผมรีบนะ มีคนไข้รออยู่อีกเยอะเลย”“...ให้พยาบาลตรวจแท
“ฟ้าทำความสะอาด พี่ตังเปิดยูทูปให้ดู ยาสีฟันทำความสะอาดได้”เวหาเม้มปากแล้วถอนหายใจ ดีเท่าไหร่ที่เจ้าฟ้าไม่เอาแปรงสีฟันตัวเองมาถูอ่างเล่น และดีเท่าไหร่ที่เจ้าปลายไม่บีบโฟมล้างหน้าเข้าปาก“เอาละนะเด็กๆ ถ้าใครดื้อละก็พ่อจะทำซุปข้าวโพดให้กิน โอเคนะ”ดูเหมือนว่าคำขู่นั้นจะทำให้เด็กแฝดยอมศิโรราบ ก็บิดาที่เคารพชอบบังคับให้กินผัก ผัดผัก ซุปผัด ยี้....“ดีมาก เป็นเด็กดี แก้ผ้าแล้วอาบน้ำทีละคน พ่อเปิดน้ำอุ่นให้แล้ว เร็วๆ เลย” แล้วการต้อนเด็กแฝดอาบน้ำก็เกิดขึ้นตอนใกล้หกโมงเช้า ความป่วนของเจ้าสองแฝดทำเอาปวดหัว แต่ความน่ารักน่าเอ็นดูก็มีมาก เขายินดีให้เจ้าสองแสบแสนซนไปอย่างนี้ ขอเพียงให้ครอบครัวอยู่พร้อมหน้าเท่านั้นก็พอ- ooooooo - สองชั่วโมงให้หลังเตียงที่ยุบยวบทำให้คนที่กำลังหลับขยับตัวตื่น กฤติกาปรือตาขึ้นมอง แลเห็นสามีกำลังคลานขึ้นเตียงมา“อือ...เด็กๆ ละคะ”“ส่งขึ้นรถแล้ว คุณพ่อขับรถไปส่งเอง”“ดีจัง คุณพ่อน่ารักที่สุดเลย”“ห้ามไม่ฟังน่ะสิ ความสุขของแกก็ให้ทำไป เหนื่อยเมื่อไหร่คงเรียกเราเองนั่นแหละ” ว่าแล้วขยับไปเบียดร่างของภรรยา กอดร่างนุ่มๆ ของหล่อนไว้แล้วไซ้ซอกคอแรงๆ“ไม่เอา พี่เวย์ กุ๊ก
- ooooooo - ตอนพิเศษ- ooooooo - งานแต่งเล็กๆ แต่อบอุ่นยังตราตรึงในหัวใจของหมอหนุ่มและครูสาว ทั้งสองนอนไม่หลับ เลยเดินออกจากบ้านพักมาเดินตากลมเล่น หัวใจเปล่าเปลี่ยวของคนทั้งสอง ยังไม่จูนมาเจอกันสักครา แม้ว่าบางเวลาคุณหมอคล้ายจะทอดสะพานอยู่บ้าง แต่ครูสาวนั้นทึ่มเกินกว่าจะเข้าใจ“ลมแรงนะคุณ เสื้อแขนยาวก็ไม่เอามา” หมอว่าแล้วถอดเสื้อคลุมของตัวเองให้ครูสาว อย่างที่สุภาพบุรุษพึงทำ แต่ครูสาวส่ายหน้ารัวๆ ส่งเสื้อคืนให้เขา“ไม่เอา ฉันร้อน เดินตากลมเล่นเย็นดี”คุณหมอกะพริบตาช้าๆ ท้าแรงลม โอเค...ไม่เอาเสื้อก็ไม่เอา “คุณเป็นยังไงบ้าง ที่โรง’บาลไม่มีพยาบาลสาวๆ มาจีบบ้างเหรอ”“มี แต่ไม่ชอบ สวยๆ ก็มี แต่คุณคิดสิ อยู่ที่ทำงานก็เห็นแต่พยาบาล กลับมาบ้านยังจะให้เห็นพยาบาลอีกเหรอ ถ้าเห็น...คนอื่นที่ไม่ใช่พยาบาลก็คงดี” อย่างเช่น คุณครู เป็นต้น ประโยคนั้นหมอหนุ่มก็ได้แต่เอ่ยในใจ ครูเอยไม่ใช่คนสวยมากมาย แต่หล่อนเป็นพวกเรียบเรื่อย มองได้เรื่อยๆ ติดเชยไปสักหน่อย แต่เขาว่ามันท้าทายดี บางทีก็นึกทะลึ่งตึงตัง อยากรู้ว่าใต้เสื้อผ้ารัดกุมของหล่อนนั้น...มันจะเป็นอย่างไรอา...สงสัยจะเมาเบียร์แฮะเรา คิดอะไรบ้าๆ“น
วันเวลาที่ผ่านมา แม้มีทะเบียนสมรสแต่เขาไม่เคยรู้สึกเป็นเจ้าของ ผิดกับเวลานี้ ตอนที่ได้สวมแหวนให้กฤติกา ตอนที่หล่อนมองมาด้วยสายตาแห่งความรัก นั่นต่างหากที่ทำให้เขารู้สึกถึงความเป็นเจ้าของ เจ้าของความรักอย่างไรเล่า“จะไม่จูบเจ้าสาวหรือคะพี่!” ครูเอยร้องเชียร์ ชานนท์เปิดเพลงหวานอีกคราหนึ่ง ความหวานละมุนโอบล้อมรอบด้าน สร้างบรรยากาศแห่งความสุขแสนหวาน เขาเฝ้ามองคนที่กำลังจุมพิตเจ้าสาว คิดว่าจะมีสักครั้งไหมที่ได้ทำเช่นนั้น กับใครสักคนที่รักเขาบ้าง ความมั่นคงของเวหาถูกพิสูจน์ด้วยกาลเวลา จนแม้แต่ครูเอยยังต้องพ่ายแพ้ ความโสดยังปักหลักอยู่ที่เขากับคุณครู จนต้องมานั่งอิจฉาบ่าวสาวอย่างนี้เวหาโน้มหน้าไปหากฤติกา บรรจงจูบเบาๆ แต่ความหวานช่างล้ำลึกหนักหน่วง ริมฝีปากที่แตะต้องสัมผัส ราวกับไม่อยากผละจาก“พ่อคะ...จุ๊บๆ ฟ้าด้วย จุ๊บ!”“ปายด้วยค้าบ! จ๊วบๆ แม่ค้าบจ๊วบๆ”เจ้าสองแฝดร้องขอให้พ่อกับแม่จุ๊บพวกเขาบ้าง เรียกเสียงฮาครืนให้กับทุกคนที่เฝ้ามองอยู่ กฤติกากับเวหาอุ้มลูกชายลูกสาว เดินฝ่าทรายเม็ดเล็กๆ ไม่กี่ก้าวไปนั่งยังโต๊ะที่ตั้งอยู่ ก่อนที่งานฉลองเล็กๆ จะเริ่มต้นขึ้นในตอนนั้น กฤติกาไม่เคยมีความสุขอ







