LOGINโรงพยาบาล BHH
ภายในห้องพักฟื้นอันเงียบงัน ร่างอันไร้ลมหายใจของบิดาถูกเข็นออกไปช้าๆ รอเวลาออกจากโรงพยาบาล กฤติกานั่งนิ่งอยู่มุมหนึ่งเนิ่นนาน ไม่มีคำพูดใดหลุดออกจากปาก ไม่รับรู้แม้ว่าหมอหรือพยาบาลกำลังพูดอะไรกับเธอ พวกเขาให้เธอเซ็นเอกสาร เอกสารอะไรบ้างนั้นเธอก็ไม่เข้าใจ รู้แค่ว่า เธอต้องเซ็นหากอยากพาพ่อออกจากโรงพยาบาล เธอต้องพาพ่อไปวัด
สองมือของเธอเย็นเฉียบ ในอกนั้นว่างเปล่าเหมือนใครมาควักเอาหัวใจออกไป น้ำตาเธอไหล ไม่ใช่แค่เสียใจเพียงอย่างเดียว แต่มันแค้นใจ แค้นใจอย่างที่สุด ที่แม้ว่าลมหายใจเฮือกสุดท้าย บิดาที่เคารพก็ยังเอ่ยถึงผู้หญิงคนนั้นอยู่ดี
‘กุ๊ก...บอกแม่เรา...ให้พ่อที พ่อ...ขอโทษ...’
นั่นคือประโยคสุดท้ายที่หลุดออกจากปากซีดเซียวของบิดา ท่านเสียแล้ว ลมหายใจสุดท้ายเพิ่งหมดลงเมื่อชั่วโมงก่อน อันที่จริงเธอก็ยังงงอยู่ ความรู้สึกของการสูญเสียมันเป็นเช่นนี้หรือ มันมากกว่าความเศร้าเสียใจ รู้สึกเหมือนร่างกายเป็นปุยนุ่น มันเบาโหวงไปหมด เหมือนว่าเธออีกคนกำลังจะหลุดออกจากร่างอย่างไรอย่างนั้น
“ผู้หญิงคนนั้น ไม่ใช่...แม่หนู เธอ...ไม่ใช่แม่ของหนูอีกต่อไป...” บอกกล่าวกับความว่างเปล่าภายในห้อง ริมฝีปากสั่นระริก ก่อนที่หยดน้ำตาจะพรั่งพรู เธอเริ่มร้องไห้ฟูมฟาย หนักเข้าก็กรีดร้องออกมาดังๆ พ่อไม่อยู่กับเธออีกแล้ว ต่อไปนี้ชีวิตของเธอ คงเหลือเธอแค่คนเดียวจริงๆ
ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น ข่าวที่บิดาของกฤติกาเสียชีวิต ก็ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในสื่อสังคมออนไลน์ นอกจากความเศร้าเสียใจที่ชาวเน็ตมีต่อกฤติกาแล้ว สิ่งหนึ่งที่เป็นประเด็นขึ้นมาก็คือ ไหมขวัญ...นางเอกรุ่นใหญ่ดาวค้างฟ้า หล่อนจะไปร่วมงานศพหรือไม่
ข่าวที่กฤติกาเป็นลูกสาวของไหมขวัญเริ่มมีคนพูดถึงหนักขึ้นเพียงข้ามวัน กว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ฟันธงว่าทั้งสองเป็นแม่ลูกกันแน่ๆ รอแค่ให้ไหมขวัญกับกฤติกาออกมายอมรับเท่านั้น
ตลอดเจ็ดวันที่ผ่านมา กฤติกาโชคดีที่ไม่ได้พกโทรศัพท์มือถือ งานสวดอภิธรรมที่ต้องจัดการ รวมถึงความเศร้าเสียใจทำให้หญิงสาวไม่มีกะจิตกะใจทำอย่างอื่น เจ๊หวีอยู่กับกฤติกาตั้งแต่งานวันแรกจนถึงวันสุดท้าย แขกเหรื่อไม่ได้มากมายเพราะกฤติกาไม่ใช่คนที่มีเพื่อนมากนัก ส่วนคนที่รู้จักบิดา หญิงสาวตัดพวกเขาออกจากชีวิตตั้งแต่ตอนที่ธุรกิจบิดาล้มแล้วไม่มีใครยอมช่วยเหลือนั่นแล้ว
“หนูกุ๊ก...ทำใจให้สบายนะคะ วันนี้วันสุดท้ายแล้วนะ” เจ๊หวีปลอบประโลม ใบหน้าของกะเทยร่างหมีไร้ซึ่งรอยยิ้ม กฤติการ้องไห้จนไม่มีน้ำตาจะไหล ใบหน้าหล่อนหม่นหมอง ดวงตาทั้งสองบวมแดง น่าสงสารนัก
“หนูไม่เหลือใครแล้วเจ๊”
“มีเจ๊ตั้งคนหนึ่ง” เจ๊หวีว่า เฝ้ามองแขกเหรื่อแสนบางตาแล้วสงสารกฤติกายิ่งนัก หากเป็นดาราคนอื่น แขกเหรื่อคงได้มากจนล้นศาลา ตอนนี้นอกจากตัวเธอกับกฤติกา ก็เหลือเพียงนักข่าวไม่กี่คนเท่านั้น
“ขอบคุณนะเจ๊ หนูดีใจที่อย่างน้อยเจ๊ก็มา”
“มาสิ กุ๊กเสียใจอย่างนี้ เจ๊จะไม่มาได้ยังไง”
กฤติกาน้ำตาร่วงริน ริมฝีปากสั่นระริก พิงร่างอ่อนแรงกับร่างใหญ่โตของเจ๊หวีคนดี ในขณะสองตาเฝ้ามองกลุ่มควันที่กำลังพวยพุ่งออกจากปากปล่องเมรุ
เจ๊หวีได้แต่ทอดถอนใจ คนอื่นจะมองกฤติกาอย่างไรเจ๊ไม่รู้ แต่สำหรับเจ๊ กฤติกาก็เป็นเพียงเด็กน้อยแสนดื้อที่ต้องการความรักความเอาใจใส่ ต้องการความอบอุ่นที่ใครสักคนจะหยิบยื่นให้เท่านั้น
เจ๊คิดอย่างนั้นแล้วกวาดตามองไปรอบด้าน ไม่มีญาติผู้ใหญ่พอจะให้กฤติกาพึ่งพิงได้เลย ทว่าเพียงแค่คิด ยังไม่ได้พูดออกมา ร่างสองร่างก็ปรากฏที่ทางขึ้นศาลา เวหานั้นมาร่วมงานในวันแรกๆ ทว่าสตรีอีกคนที่มาด้วยกันนี่สิ เพิ่งปรากฏกายในวันนี้
“กุ๊ก...น้องกุ๊ก”
“คะ?”
“พี่ไหมมา”
เหมือนว่าร่างที่ตายไปแล้วกำลังฟื้นคืนชีวิต กฤติกาพรวดพราดลุกยืน สองตาแลหาร่างของไหมขวัญ ผู้หญิงคนนั้นมาทำไม มีสิทธิ์อะไรมาที่นี่ มีสิทธิ์อะไร!?
- ooooooo - หลังมื้อค่ำครอบครัววัฒนนท์นั่งล้อมวงอยู่ที่ห้องโถงใหญ่ ปู่รงค์ดูข่าวช่วงสองทุ่ม ตังเมทำการบ้านในขณะที่สองแฝดเป็นตัวป่วน แต่พี่ชายยังยิ้มแป้น รักน้องห่วงน้อง ไม่ตีไม่ว่า น้องทำอะไรก็ดีไปหมด ก็คนไม่เคยมีน้องนี่นา“พี่ตาง หนูฟ้าช่วยพี่ตางเขียนกอไก่นะคะ”“โอ...อย่าๆ ไม่เอา นี่การบ้านพี่”“ก็หนูฟ้าอยากเขียน”“ของตัวเองล่ะ”“ปายแย่ง” ว่าแล้วชี้ให้ดูสมุดวาดเขียนที่ตอนนี้มีแต่สีน้ำเงินเข้มข้นระบายอยู่บนนั้น“โอ้...ปลายไม่เอา เอาสมุดตัวเองมาวาด ไม่แย่งของฟ้าสิ”“ป่าวแย่งฟ้า..ฟ้าให้”หนูฟ้าส่ายหน้ารัวๆ พี่ตังเลยต้องฉีกกระดาษสมุดให้หนูฟ้าแล้วจับสองแฝดนั่งดีๆ โดยที่ตัวเองนั่งคั่นกลาง ปลายยังแอบเอื้อมมือมาดึงกระดาษของฟ้ายิกๆ“อย่าแกล้งกันนะ ใครแกล้งไม่ซื้อขนมให้กินด้วย”เด็กน้อยทั้งสองรีบหันมานั่งดีๆ และสนใจแต่เฉพาะกระดาษที่อยู่ตรงหน้าตัวเองเท่านั้นเวหามองลูกๆ หลานๆ แล้วยิ้มชื่นใจ ในขณะที่กฤติกาเอาแต่ทำเสียงฮึดฮัดขัดใจอยู่ข้างๆ เขาแอบวาดแขนไปข้างหลังหล่อน ใช้มือร้อนๆ แอบลูบไล้สีข้างอวบๆ ของภรรยา “พี่เวย์....เอามือออกไป กุ๊กยุ่งอยู่” เธอกระซิบ มือทั้งสองยังอยู่ที่หน้าจอโทรศัพท์“อะไ
เสียงตังเมเรียกน้องอยู่หน้าประตู ลูกบอลลูกใหม่ช่างเข้ากันเหลือเกินกับสนามหญ้าเขียวๆ เธอมองออกไปตรงนั้น มองนิ่งนาน แลเห็นพ่อสามีกำลังเอามือไขว้หลัง เดินไปเดินมาบนหญ้านุ่มๆ ที่สนาม ท่านยังคงเฝ้ามองหลานๆ ไม่ห่างสายตา...ดีจัง ครอบครัวของเธอไม่ได้มีแค่เธอกับพ่อเหมือนที่เคยเป็นแล้วนะ วันนี้เธอมีครอบครัวที่อบอุ่นแล้วจริงๆ “พ่อ...หนูรักพ่อนะคะ ไม่ว่าเรื่องอะไร หนูไม่เคยโกรธพ่อเลย สำหรับคนอื่นหนูไม่รู้ แต่สำหรับหนู พ่อคนนี้แสนดีที่หนึ่ง ไม่ต้องห่วงนะคะ หนูจะมีความสุข จะใช้ชีวิตให้ดีอย่างที่พ่อเลี้ยงหนูมา” บอกกล่าวกับรูปถ่ายของบิดา ก่อนจะเลื่อนสายตามายังรูปที่อยู่ข้างกัน “ไม่ต้องห่วงนะคะ หนูจะเลี้ยงเด็กๆ ให้ดี ไปอยู่ในดินแดนแสนสงบให้สบายนะคะ...แม่”คำพูดแผ่วเบาแต่เจ้าตัวได้ยินอย่างชัดเจน เวหาเดินเข้ามาหาภรรยา วางมือบนบ่าแล้วยิ้มอ่อนโยนมาให้“เอาไว้จัดของเสร็จ ตกแต่งทุกอย่างจนเรียบร้อย เราค่อยทำบุญบ้านกันนะ จะได้เริ่มต้นใหม่กับที่นี่อีกครั้ง เราจะอยู่ที่นี่ ที่นี่จะเป็นบ้านของเรา ตลอดไป”“ตลอดไป...ชอบคำนี้จัง อยู่ด้วยกันนานๆ นะคะ”“แน่นอนที่รัก” บอกเมียแล้วไม่ลืมดึงมากอดมาหอม อยู่ใกล้เมียแล้วอ
เสียงทุ้มนุ่มนั้นฟังดูคุ้นๆ แต่สมองบอกว่าอย่าไปใส่ใจ เธอเริ่มประหม่าหนักขึ้นเมื่อรู้ว่าหมอที่จะมาตรวจ เป็นผู้ชาย“เสร็จแล้วค่ะ” “ถอดบราด้วยครับ” ครูสาวกะพริบตาถี่ๆ หมอมีตาทิพย์หรือไง เธอรีบถอดบราแล้ววางไว้ นั่งอยู่บนเตียง มือสองข้างโอบอุ้มพุ่มทรวงครืด...เสียงผ้าม่านถูกเลื่อนออก แล้ววินาทีที่ดวงตาสองคู่สานสบ ความตื่นตกใจก็ตามมา“กรี๊.... อื้อ...”หมอหนุ่มรีบปิดปากเล็กๆ นั่นให้ไว เขาเปล่านะ เขาไม่ได้ทำอะไรจริงๆ“ชู่ว์...ไม่เอาน่า ไม่กรี๊ดนะ คุณจะกรี๊ดทำไม ผมไม่ได้ทำอะไรซะหน่อย”“อื้อ...อื้อ...” หญิงสาวส่งเสียงอู้อี้เมื่อถูกปิดปากแน่น มือข้างหนึ่งรีบควานหาเสื้อมาปิดหน้าอกหน้าใจ ชานนท์ปล่อยมือจากปากของครูเอย หญิงสาวทอดมองเขาตาขวางขุ่น แขนเล็กเรียวกอดหน้าอกแนบแน่น หล่อนเอาเสื้อมาปิดหน้าอกไว้ ปิดทำไม เห็นหมดแล้ว“อย่ามองหน้าอกฉันนะ”“ไม่มองจะตรวจได้ยังไง”“ก็...” เหมือนจะถูกต้อนให้จนมุมชานนท์นึกขัน หล่อนคงไม่คิดไม่ฝันว่าจะเจอเขาละสิ สวรรค์นี่ก็นะ ชอบเล่นตลกเสียจริง ส่งหล่อนมาให้เขาตรวจ แล้วเขาน่ะ...จะเป็นหมอที่ดีได้ยังไง“เร็วๆ คุณ ผมรีบนะ มีคนไข้รออยู่อีกเยอะเลย”“...ให้พยาบาลตรวจแท
“ฟ้าทำความสะอาด พี่ตังเปิดยูทูปให้ดู ยาสีฟันทำความสะอาดได้”เวหาเม้มปากแล้วถอนหายใจ ดีเท่าไหร่ที่เจ้าฟ้าไม่เอาแปรงสีฟันตัวเองมาถูอ่างเล่น และดีเท่าไหร่ที่เจ้าปลายไม่บีบโฟมล้างหน้าเข้าปาก“เอาละนะเด็กๆ ถ้าใครดื้อละก็พ่อจะทำซุปข้าวโพดให้กิน โอเคนะ”ดูเหมือนว่าคำขู่นั้นจะทำให้เด็กแฝดยอมศิโรราบ ก็บิดาที่เคารพชอบบังคับให้กินผัก ผัดผัก ซุปผัด ยี้....“ดีมาก เป็นเด็กดี แก้ผ้าแล้วอาบน้ำทีละคน พ่อเปิดน้ำอุ่นให้แล้ว เร็วๆ เลย” แล้วการต้อนเด็กแฝดอาบน้ำก็เกิดขึ้นตอนใกล้หกโมงเช้า ความป่วนของเจ้าสองแฝดทำเอาปวดหัว แต่ความน่ารักน่าเอ็นดูก็มีมาก เขายินดีให้เจ้าสองแสบแสนซนไปอย่างนี้ ขอเพียงให้ครอบครัวอยู่พร้อมหน้าเท่านั้นก็พอ- ooooooo - สองชั่วโมงให้หลังเตียงที่ยุบยวบทำให้คนที่กำลังหลับขยับตัวตื่น กฤติกาปรือตาขึ้นมอง แลเห็นสามีกำลังคลานขึ้นเตียงมา“อือ...เด็กๆ ละคะ”“ส่งขึ้นรถแล้ว คุณพ่อขับรถไปส่งเอง”“ดีจัง คุณพ่อน่ารักที่สุดเลย”“ห้ามไม่ฟังน่ะสิ ความสุขของแกก็ให้ทำไป เหนื่อยเมื่อไหร่คงเรียกเราเองนั่นแหละ” ว่าแล้วขยับไปเบียดร่างของภรรยา กอดร่างนุ่มๆ ของหล่อนไว้แล้วไซ้ซอกคอแรงๆ“ไม่เอา พี่เวย์ กุ๊ก
- ooooooo - ตอนพิเศษ- ooooooo - งานแต่งเล็กๆ แต่อบอุ่นยังตราตรึงในหัวใจของหมอหนุ่มและครูสาว ทั้งสองนอนไม่หลับ เลยเดินออกจากบ้านพักมาเดินตากลมเล่น หัวใจเปล่าเปลี่ยวของคนทั้งสอง ยังไม่จูนมาเจอกันสักครา แม้ว่าบางเวลาคุณหมอคล้ายจะทอดสะพานอยู่บ้าง แต่ครูสาวนั้นทึ่มเกินกว่าจะเข้าใจ“ลมแรงนะคุณ เสื้อแขนยาวก็ไม่เอามา” หมอว่าแล้วถอดเสื้อคลุมของตัวเองให้ครูสาว อย่างที่สุภาพบุรุษพึงทำ แต่ครูสาวส่ายหน้ารัวๆ ส่งเสื้อคืนให้เขา“ไม่เอา ฉันร้อน เดินตากลมเล่นเย็นดี”คุณหมอกะพริบตาช้าๆ ท้าแรงลม โอเค...ไม่เอาเสื้อก็ไม่เอา “คุณเป็นยังไงบ้าง ที่โรง’บาลไม่มีพยาบาลสาวๆ มาจีบบ้างเหรอ”“มี แต่ไม่ชอบ สวยๆ ก็มี แต่คุณคิดสิ อยู่ที่ทำงานก็เห็นแต่พยาบาล กลับมาบ้านยังจะให้เห็นพยาบาลอีกเหรอ ถ้าเห็น...คนอื่นที่ไม่ใช่พยาบาลก็คงดี” อย่างเช่น คุณครู เป็นต้น ประโยคนั้นหมอหนุ่มก็ได้แต่เอ่ยในใจ ครูเอยไม่ใช่คนสวยมากมาย แต่หล่อนเป็นพวกเรียบเรื่อย มองได้เรื่อยๆ ติดเชยไปสักหน่อย แต่เขาว่ามันท้าทายดี บางทีก็นึกทะลึ่งตึงตัง อยากรู้ว่าใต้เสื้อผ้ารัดกุมของหล่อนนั้น...มันจะเป็นอย่างไรอา...สงสัยจะเมาเบียร์แฮะเรา คิดอะไรบ้าๆ“น
วันเวลาที่ผ่านมา แม้มีทะเบียนสมรสแต่เขาไม่เคยรู้สึกเป็นเจ้าของ ผิดกับเวลานี้ ตอนที่ได้สวมแหวนให้กฤติกา ตอนที่หล่อนมองมาด้วยสายตาแห่งความรัก นั่นต่างหากที่ทำให้เขารู้สึกถึงความเป็นเจ้าของ เจ้าของความรักอย่างไรเล่า“จะไม่จูบเจ้าสาวหรือคะพี่!” ครูเอยร้องเชียร์ ชานนท์เปิดเพลงหวานอีกคราหนึ่ง ความหวานละมุนโอบล้อมรอบด้าน สร้างบรรยากาศแห่งความสุขแสนหวาน เขาเฝ้ามองคนที่กำลังจุมพิตเจ้าสาว คิดว่าจะมีสักครั้งไหมที่ได้ทำเช่นนั้น กับใครสักคนที่รักเขาบ้าง ความมั่นคงของเวหาถูกพิสูจน์ด้วยกาลเวลา จนแม้แต่ครูเอยยังต้องพ่ายแพ้ ความโสดยังปักหลักอยู่ที่เขากับคุณครู จนต้องมานั่งอิจฉาบ่าวสาวอย่างนี้เวหาโน้มหน้าไปหากฤติกา บรรจงจูบเบาๆ แต่ความหวานช่างล้ำลึกหนักหน่วง ริมฝีปากที่แตะต้องสัมผัส ราวกับไม่อยากผละจาก“พ่อคะ...จุ๊บๆ ฟ้าด้วย จุ๊บ!”“ปายด้วยค้าบ! จ๊วบๆ แม่ค้าบจ๊วบๆ”เจ้าสองแฝดร้องขอให้พ่อกับแม่จุ๊บพวกเขาบ้าง เรียกเสียงฮาครืนให้กับทุกคนที่เฝ้ามองอยู่ กฤติกากับเวหาอุ้มลูกชายลูกสาว เดินฝ่าทรายเม็ดเล็กๆ ไม่กี่ก้าวไปนั่งยังโต๊ะที่ตั้งอยู่ ก่อนที่งานฉลองเล็กๆ จะเริ่มต้นขึ้นในตอนนั้น กฤติกาไม่เคยมีความสุขอ







