LOGINเธอจูบตอบเขาบ้าง จูบเบาๆ แต่เขากลับชอบมัน
“ดีจัง หวาน...หวานเหลือเกิน...” เขาชมเปาะแล้วลูบไล้แก้มงามด้วยปลายนิ้วร้อน ดวงตาหล่อนดูซื่อใสแต่ก็เชิญชวนอยู่ในที หล่อนไม่เอื้อนเอ่ยวาจา มีเพียงเสียงกลืนน้ำลายอึกใหญ่ สื่อให้รู้ว่าประหม่าเพียงใด
“พะ...พอ...พอเถอะ ขอร้อง...” เธอตัดใจเอ่ย มองริมฝีปากเขาที่มีเลือดซึมนิดๆ แล้วอยากจับมาฉีกให้หนำใจ ทำไมถึงเก่งกาจ ทำไมถึงล่อลวงให้เธอคล้อยตามได้ขนาดนี้ ประสบการณ์เป็นสิ่งสำคัญจริงๆ เธอไม่มีวันชนะเขาได้เลย
“อือ...พูดอย่างนี้ค่อยน่าฟังหน่อย” เขายิ้มเยาะ ก้มลงหอมแก้มร้อนๆ ของกฤติกา แก้มหล่อนหอมมาก ทั้งนุ่มทั้งหอม ไม่รู้สิ เขาก็ว่าไม่ได้รักชอบหล่อนเลย แต่ทำไมถึงติดใจสัมผัสของหล่อนนักก็ไม่รู้ “พอก็ได้ แต่เธออย่าลืมไปหาพี่ไหมล่ะ”
กฤติกาคอแข็งขึ้นมาทันใด ทำไมต้องพูดชื่อผู้หญิงคนนั้นด้วย
“ฉันไม่ไป ต่อให้เขาตายลงวันนี้ ฉันก็จะไม่ไป”
“จุ๊ๆๆ ร้ายกาจไม่เลิกจริงๆ โอเค...ไม่แกล้งเธอแล้ว เช้านี้ฉันอิ่มจูบจนเปรมแล้วล่ะ หึๆๆ”
เสียงหัวเราะนั้นช่างน่าขยะแขยง กฤติกาได้แต่คิดในใจ เธอพยายามไม่กระโดดเข้าใส่ ด้วยอยากให้เขาไปๆ เสียที
“อ้อ...เธอนี่ก็ง่ายดีเหมือนกันนะ เอาไว้วันหลังเรามาสนุกกันอีกก็แล้วกัน”
เขาทิ้งท้ายแล้วยิ้มเยาะ ก่อนจะเปิดประตูแล้วก้าวออกไป
กฤติกาหน้าชาหนึบ ได้แต่กัดฟันแน่นๆ อยากกรี๊ดดังๆ ให้สมแค้น แต่เบื่อที่ต้องหาคำมาแก้ต่างในเสียงที่เปล่งออกมา เลยทำได้แค่กำกำปั้นทุบเคาน์เตอร์แรงๆ มันต้องมีสักทางที่เธอจะเอาคืนเขาได้ ต้องมีสักทาง!
นางร้ายหุ่นอวบอัดหอบเอาเสื้อผ้าตัวเองออกมาจากห้องน้ำ ด้วยอารมณ์กระแทกกระทั้นเลยไม่รู้ว่าเจ๊หวีเฝ้ามองอยู่ กะเทยร่างหมีผู้มีใจอารี มองนางร้ายคนดีอย่างไม่เข้าใจ เมื่อกี้แท้ๆ ที่เห็นผู้กำกับหนุ่มเดินออกมาจากห้องน้ำนั่น มิหนำซ้ำยังปากแตกเลือดซึม หรือว่าสองคนนี้...
“กุ๊ก! หนูกุ๊ก!?”
คนถูกเรียกหันมาหา ประหลาดใจไม่น้อยเพราะนึกว่าเจ๊หวีไปรอที่เต็นท์แล้ว
“มานี่เลย มานี่!” เจ๊ลากนางร้ายคนดีไปอีกทาง ทางที่ไม่มีผู้คนพลุกพล่าน สองมือของคนที่สูงวัยกว่า ลูบเนื้อลูบตัวกฤติกาอย่างห่วงใย
“อะไรเจ๊”
“สำรวจน่ะสิ”
“สำรวจอะไร หนูไม่ได้เป็นอะไร”
“อย่ามาอำ เห็นนะ เมื่อกี้อยู่ในนั้นกับคุณเวย์...อื้อ...”
มือของกฤติกาปิดปากเจ๊หวีแน่นหนึบ ส่ายหน้ารัวๆ ไม่ให้เจ๊พูดออกมา อีกฝ่ายก็ดึงมือเธอออกแรงๆ หัวคิ้วของเจ๊ขมวดเข้าหากันอย่างคนคิดหนัก
“แสดงว่าเมื่อกี้เจ๊ไม่ได้ตาฝาด ไปทำอะไรกันในห้องน้ำแคบๆ ไม่ใช่อย่างที่เจ๊คิดใช่ไหม”
คนถูกถามได้แต่เงียบ ในชีวิตนี้นอกจากบิดาก็มีแต่เจ๊หวีนี่แหละที่กล้าพูดแบบนี้กับเธอ เหมือนสั่งสอนเพื่ออยากให้เธอได้รับแต่สิ่งดีๆ
“แล้วเขาทำอะไร”
“ไม่ได้ทำ” เธอแก้ต่าง แต่เจ๊หรือจะเชื่อ
“โกหก!”
“จูบ”
“ฮะ!?”
“เขา...จูบหนู”
“หนูกุ๊ก!?”
“หนูเปล่านะเจ๊ เขาจูบหนูเอง”
กฤติกาแก้ต่าง เธอไม่ได้เต็มใจนะ เขาต่างหากที่ล่อลวง เธอมันอ่อนหัดจะสู้เขาได้อย่างไร
“ต่อไปอย่าเปิดโอกาสให้เขาเข้าใกล้รู้ไหม คุณเวย์น่ะ ถึงจะบอกว่ามีใจให้พี่ไหม แต่เขาก็เป็นผู้ชายนะคะ”
“หนูรู้เจ๊ เขาเหมือนไฟนั่นแหละ หนูรู้”
“รู้แล้วก็จำ จำให้แม่นด้วยว่าเขารักพี่ไหม พี่ไหมน่ะ เป็นแม่ของหนูนะคะลูก...”
เจ๊เอ่ยออกมาอย่างคนที่ไม่อยากพูดคำนี้ มันอึดอัดเกินไป กฤติกาคอแข็งขึ้นมาในนาทีนั้น
“เขาคงเห็นหนูเป็นของเล่นละมั้ง แต่เจ๊ไม่ต้องห่วง ถ้าเขาทำมากกว่าจูบละก็ หนูเอาคืนอย่างเจ็บแน่ อ้อ...เจ๊แน่ใจหรือว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ได้รักเขา”
เจ๊หวีส่ายหัว
“ไม่รู้สิคะ ถึงไม่มีทีท่า แต่ใครจะรู้เท่าตัวเจ้าของ ผู้ชายเทียวไล้เทียวขื่อมาหลายปี ไม่รักก็คงจะมีความรู้สึกดีๆ ให้กันบ้าง”
“งั้นหนูแย่งดีไหม!”
“ฮะ!?” เจ๊ตาเบิกโต
“อะไรที่ผู้หญิงคนนั้นต้องการ หนูจะแย่งให้หมดเลย”
เจ๊เอามือทาบอก แม่ลูกเจี๊ยบตัวจ้อยจะกลายร่างเป็นอีแร้งพร้อมรุมทึ้งแล้ว
“ชู่ว์...หนูกุ๊ก ไม่เอาไม่ร้ายนะคะ! หนูเป็นเด็กดื้อที่น่ารักของเจ๊ก็พอ ไม่ร้ายแบบนั้น หนูจะเจ็บทีหลังนะคะลูก”
เจ๊แนะอย่างคนที่มากประสบการณ์ อย่างไรเสียไหมขวัญก็เป็นมารดาเจ้าหล่อน ทว่าคนที่เจ็บปวดมามากอย่างกฤติกามีหรือจะฟัง
“หนูเจ็บจนชินแล้วเจ๊ ถ้าคราวนี้หนูเจ็บแล้วผู้หญิงคนนั้นเจ็บด้วยละก็ หนูยอม!”
เจ๊หวีส่ายหน้าระอา เหมือนว่าสงครามจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว ทำอย่างไรดีจึงจะหยุดกฤติกาได้ ถ้าเวหารักเจ้าหล่อนบ้าง เจ๊คนนี้ก็คงพอเออออไปด้วย แต่ถ้าเวหาทำไปเพราะสนุกตามประสาผู้ชาย สุดท้าย คนที่เจ็บจะมีแค่กฤติกาคนเดียว
โอ๊ย...แค่คิดก็ปวดหัว
- ooooooo - หลังมื้อค่ำครอบครัววัฒนนท์นั่งล้อมวงอยู่ที่ห้องโถงใหญ่ ปู่รงค์ดูข่าวช่วงสองทุ่ม ตังเมทำการบ้านในขณะที่สองแฝดเป็นตัวป่วน แต่พี่ชายยังยิ้มแป้น รักน้องห่วงน้อง ไม่ตีไม่ว่า น้องทำอะไรก็ดีไปหมด ก็คนไม่เคยมีน้องนี่นา“พี่ตาง หนูฟ้าช่วยพี่ตางเขียนกอไก่นะคะ”“โอ...อย่าๆ ไม่เอา นี่การบ้านพี่”“ก็หนูฟ้าอยากเขียน”“ของตัวเองล่ะ”“ปายแย่ง” ว่าแล้วชี้ให้ดูสมุดวาดเขียนที่ตอนนี้มีแต่สีน้ำเงินเข้มข้นระบายอยู่บนนั้น“โอ้...ปลายไม่เอา เอาสมุดตัวเองมาวาด ไม่แย่งของฟ้าสิ”“ป่าวแย่งฟ้า..ฟ้าให้”หนูฟ้าส่ายหน้ารัวๆ พี่ตังเลยต้องฉีกกระดาษสมุดให้หนูฟ้าแล้วจับสองแฝดนั่งดีๆ โดยที่ตัวเองนั่งคั่นกลาง ปลายยังแอบเอื้อมมือมาดึงกระดาษของฟ้ายิกๆ“อย่าแกล้งกันนะ ใครแกล้งไม่ซื้อขนมให้กินด้วย”เด็กน้อยทั้งสองรีบหันมานั่งดีๆ และสนใจแต่เฉพาะกระดาษที่อยู่ตรงหน้าตัวเองเท่านั้นเวหามองลูกๆ หลานๆ แล้วยิ้มชื่นใจ ในขณะที่กฤติกาเอาแต่ทำเสียงฮึดฮัดขัดใจอยู่ข้างๆ เขาแอบวาดแขนไปข้างหลังหล่อน ใช้มือร้อนๆ แอบลูบไล้สีข้างอวบๆ ของภรรยา “พี่เวย์....เอามือออกไป กุ๊กยุ่งอยู่” เธอกระซิบ มือทั้งสองยังอยู่ที่หน้าจอโทรศัพท์“อะไ
เสียงตังเมเรียกน้องอยู่หน้าประตู ลูกบอลลูกใหม่ช่างเข้ากันเหลือเกินกับสนามหญ้าเขียวๆ เธอมองออกไปตรงนั้น มองนิ่งนาน แลเห็นพ่อสามีกำลังเอามือไขว้หลัง เดินไปเดินมาบนหญ้านุ่มๆ ที่สนาม ท่านยังคงเฝ้ามองหลานๆ ไม่ห่างสายตา...ดีจัง ครอบครัวของเธอไม่ได้มีแค่เธอกับพ่อเหมือนที่เคยเป็นแล้วนะ วันนี้เธอมีครอบครัวที่อบอุ่นแล้วจริงๆ “พ่อ...หนูรักพ่อนะคะ ไม่ว่าเรื่องอะไร หนูไม่เคยโกรธพ่อเลย สำหรับคนอื่นหนูไม่รู้ แต่สำหรับหนู พ่อคนนี้แสนดีที่หนึ่ง ไม่ต้องห่วงนะคะ หนูจะมีความสุข จะใช้ชีวิตให้ดีอย่างที่พ่อเลี้ยงหนูมา” บอกกล่าวกับรูปถ่ายของบิดา ก่อนจะเลื่อนสายตามายังรูปที่อยู่ข้างกัน “ไม่ต้องห่วงนะคะ หนูจะเลี้ยงเด็กๆ ให้ดี ไปอยู่ในดินแดนแสนสงบให้สบายนะคะ...แม่”คำพูดแผ่วเบาแต่เจ้าตัวได้ยินอย่างชัดเจน เวหาเดินเข้ามาหาภรรยา วางมือบนบ่าแล้วยิ้มอ่อนโยนมาให้“เอาไว้จัดของเสร็จ ตกแต่งทุกอย่างจนเรียบร้อย เราค่อยทำบุญบ้านกันนะ จะได้เริ่มต้นใหม่กับที่นี่อีกครั้ง เราจะอยู่ที่นี่ ที่นี่จะเป็นบ้านของเรา ตลอดไป”“ตลอดไป...ชอบคำนี้จัง อยู่ด้วยกันนานๆ นะคะ”“แน่นอนที่รัก” บอกเมียแล้วไม่ลืมดึงมากอดมาหอม อยู่ใกล้เมียแล้วอ
เสียงทุ้มนุ่มนั้นฟังดูคุ้นๆ แต่สมองบอกว่าอย่าไปใส่ใจ เธอเริ่มประหม่าหนักขึ้นเมื่อรู้ว่าหมอที่จะมาตรวจ เป็นผู้ชาย“เสร็จแล้วค่ะ” “ถอดบราด้วยครับ” ครูสาวกะพริบตาถี่ๆ หมอมีตาทิพย์หรือไง เธอรีบถอดบราแล้ววางไว้ นั่งอยู่บนเตียง มือสองข้างโอบอุ้มพุ่มทรวงครืด...เสียงผ้าม่านถูกเลื่อนออก แล้ววินาทีที่ดวงตาสองคู่สานสบ ความตื่นตกใจก็ตามมา“กรี๊.... อื้อ...”หมอหนุ่มรีบปิดปากเล็กๆ นั่นให้ไว เขาเปล่านะ เขาไม่ได้ทำอะไรจริงๆ“ชู่ว์...ไม่เอาน่า ไม่กรี๊ดนะ คุณจะกรี๊ดทำไม ผมไม่ได้ทำอะไรซะหน่อย”“อื้อ...อื้อ...” หญิงสาวส่งเสียงอู้อี้เมื่อถูกปิดปากแน่น มือข้างหนึ่งรีบควานหาเสื้อมาปิดหน้าอกหน้าใจ ชานนท์ปล่อยมือจากปากของครูเอย หญิงสาวทอดมองเขาตาขวางขุ่น แขนเล็กเรียวกอดหน้าอกแนบแน่น หล่อนเอาเสื้อมาปิดหน้าอกไว้ ปิดทำไม เห็นหมดแล้ว“อย่ามองหน้าอกฉันนะ”“ไม่มองจะตรวจได้ยังไง”“ก็...” เหมือนจะถูกต้อนให้จนมุมชานนท์นึกขัน หล่อนคงไม่คิดไม่ฝันว่าจะเจอเขาละสิ สวรรค์นี่ก็นะ ชอบเล่นตลกเสียจริง ส่งหล่อนมาให้เขาตรวจ แล้วเขาน่ะ...จะเป็นหมอที่ดีได้ยังไง“เร็วๆ คุณ ผมรีบนะ มีคนไข้รออยู่อีกเยอะเลย”“...ให้พยาบาลตรวจแท
“ฟ้าทำความสะอาด พี่ตังเปิดยูทูปให้ดู ยาสีฟันทำความสะอาดได้”เวหาเม้มปากแล้วถอนหายใจ ดีเท่าไหร่ที่เจ้าฟ้าไม่เอาแปรงสีฟันตัวเองมาถูอ่างเล่น และดีเท่าไหร่ที่เจ้าปลายไม่บีบโฟมล้างหน้าเข้าปาก“เอาละนะเด็กๆ ถ้าใครดื้อละก็พ่อจะทำซุปข้าวโพดให้กิน โอเคนะ”ดูเหมือนว่าคำขู่นั้นจะทำให้เด็กแฝดยอมศิโรราบ ก็บิดาที่เคารพชอบบังคับให้กินผัก ผัดผัก ซุปผัด ยี้....“ดีมาก เป็นเด็กดี แก้ผ้าแล้วอาบน้ำทีละคน พ่อเปิดน้ำอุ่นให้แล้ว เร็วๆ เลย” แล้วการต้อนเด็กแฝดอาบน้ำก็เกิดขึ้นตอนใกล้หกโมงเช้า ความป่วนของเจ้าสองแฝดทำเอาปวดหัว แต่ความน่ารักน่าเอ็นดูก็มีมาก เขายินดีให้เจ้าสองแสบแสนซนไปอย่างนี้ ขอเพียงให้ครอบครัวอยู่พร้อมหน้าเท่านั้นก็พอ- ooooooo - สองชั่วโมงให้หลังเตียงที่ยุบยวบทำให้คนที่กำลังหลับขยับตัวตื่น กฤติกาปรือตาขึ้นมอง แลเห็นสามีกำลังคลานขึ้นเตียงมา“อือ...เด็กๆ ละคะ”“ส่งขึ้นรถแล้ว คุณพ่อขับรถไปส่งเอง”“ดีจัง คุณพ่อน่ารักที่สุดเลย”“ห้ามไม่ฟังน่ะสิ ความสุขของแกก็ให้ทำไป เหนื่อยเมื่อไหร่คงเรียกเราเองนั่นแหละ” ว่าแล้วขยับไปเบียดร่างของภรรยา กอดร่างนุ่มๆ ของหล่อนไว้แล้วไซ้ซอกคอแรงๆ“ไม่เอา พี่เวย์ กุ๊ก
- ooooooo - ตอนพิเศษ- ooooooo - งานแต่งเล็กๆ แต่อบอุ่นยังตราตรึงในหัวใจของหมอหนุ่มและครูสาว ทั้งสองนอนไม่หลับ เลยเดินออกจากบ้านพักมาเดินตากลมเล่น หัวใจเปล่าเปลี่ยวของคนทั้งสอง ยังไม่จูนมาเจอกันสักครา แม้ว่าบางเวลาคุณหมอคล้ายจะทอดสะพานอยู่บ้าง แต่ครูสาวนั้นทึ่มเกินกว่าจะเข้าใจ“ลมแรงนะคุณ เสื้อแขนยาวก็ไม่เอามา” หมอว่าแล้วถอดเสื้อคลุมของตัวเองให้ครูสาว อย่างที่สุภาพบุรุษพึงทำ แต่ครูสาวส่ายหน้ารัวๆ ส่งเสื้อคืนให้เขา“ไม่เอา ฉันร้อน เดินตากลมเล่นเย็นดี”คุณหมอกะพริบตาช้าๆ ท้าแรงลม โอเค...ไม่เอาเสื้อก็ไม่เอา “คุณเป็นยังไงบ้าง ที่โรง’บาลไม่มีพยาบาลสาวๆ มาจีบบ้างเหรอ”“มี แต่ไม่ชอบ สวยๆ ก็มี แต่คุณคิดสิ อยู่ที่ทำงานก็เห็นแต่พยาบาล กลับมาบ้านยังจะให้เห็นพยาบาลอีกเหรอ ถ้าเห็น...คนอื่นที่ไม่ใช่พยาบาลก็คงดี” อย่างเช่น คุณครู เป็นต้น ประโยคนั้นหมอหนุ่มก็ได้แต่เอ่ยในใจ ครูเอยไม่ใช่คนสวยมากมาย แต่หล่อนเป็นพวกเรียบเรื่อย มองได้เรื่อยๆ ติดเชยไปสักหน่อย แต่เขาว่ามันท้าทายดี บางทีก็นึกทะลึ่งตึงตัง อยากรู้ว่าใต้เสื้อผ้ารัดกุมของหล่อนนั้น...มันจะเป็นอย่างไรอา...สงสัยจะเมาเบียร์แฮะเรา คิดอะไรบ้าๆ“น
วันเวลาที่ผ่านมา แม้มีทะเบียนสมรสแต่เขาไม่เคยรู้สึกเป็นเจ้าของ ผิดกับเวลานี้ ตอนที่ได้สวมแหวนให้กฤติกา ตอนที่หล่อนมองมาด้วยสายตาแห่งความรัก นั่นต่างหากที่ทำให้เขารู้สึกถึงความเป็นเจ้าของ เจ้าของความรักอย่างไรเล่า“จะไม่จูบเจ้าสาวหรือคะพี่!” ครูเอยร้องเชียร์ ชานนท์เปิดเพลงหวานอีกคราหนึ่ง ความหวานละมุนโอบล้อมรอบด้าน สร้างบรรยากาศแห่งความสุขแสนหวาน เขาเฝ้ามองคนที่กำลังจุมพิตเจ้าสาว คิดว่าจะมีสักครั้งไหมที่ได้ทำเช่นนั้น กับใครสักคนที่รักเขาบ้าง ความมั่นคงของเวหาถูกพิสูจน์ด้วยกาลเวลา จนแม้แต่ครูเอยยังต้องพ่ายแพ้ ความโสดยังปักหลักอยู่ที่เขากับคุณครู จนต้องมานั่งอิจฉาบ่าวสาวอย่างนี้เวหาโน้มหน้าไปหากฤติกา บรรจงจูบเบาๆ แต่ความหวานช่างล้ำลึกหนักหน่วง ริมฝีปากที่แตะต้องสัมผัส ราวกับไม่อยากผละจาก“พ่อคะ...จุ๊บๆ ฟ้าด้วย จุ๊บ!”“ปายด้วยค้าบ! จ๊วบๆ แม่ค้าบจ๊วบๆ”เจ้าสองแฝดร้องขอให้พ่อกับแม่จุ๊บพวกเขาบ้าง เรียกเสียงฮาครืนให้กับทุกคนที่เฝ้ามองอยู่ กฤติกากับเวหาอุ้มลูกชายลูกสาว เดินฝ่าทรายเม็ดเล็กๆ ไม่กี่ก้าวไปนั่งยังโต๊ะที่ตั้งอยู่ ก่อนที่งานฉลองเล็กๆ จะเริ่มต้นขึ้นในตอนนั้น กฤติกาไม่เคยมีความสุขอ
“บางทีฉันก็ไม่เข้าใจ อะไรทำให้เธอพาชีวิตตัวเองมาผูกติดไว้กับฉัน”“คุณต้องการช่วยผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่เหรอ ก็แค่นั้น อย่าไปคิดอย่างอื่น”“นั่นสินะ” เปรยออกมาแล้วปลดสายเบลท์ออก ความหนักอกหนักใจไม่ยอมหลบลี้ตีจากเลย มันยังปักหลักแน่นเหนียวในหัวใจเขานี่แหละ แล้วจู่ๆ ความคิดหนึ่งก็แล่นปราดเข้ามาในหัว “หรือ
มื้อค่ำตอนห้าโมงเย็นดำเนินไปอย่างเรียบง่าย ปู่กับหลานกินเสร็จก็พากันเข้าห้องไปอาบน้ำ มีเพียงเวหาที่ยังเตร่อยู่ด้านล่าง เขาโทรหาผู้จัดการบี ถามอาการพี่ไหมสักนิด พอรู้ว่ายังปกติไม่มีอะไรน่าห่วงก็วางสายได้อย่างสบายใจ ทว่าข่าวในสื่อออนไลน์ที่โชว์อยู่บนหน้าจอในขณะนี้ กลับทำให้เขาต้องมุ่นคิ้ว“ให้ตายเถอะ
แสงสว่างที่แยงตาอยู่นี่คือแสงอะไร พอกะพริบตาถี่ๆ จึงได้รู้ว่ามันคือแสงตะวัน อะไรกัน นี่มันกี่โมงแล้วเวหาถามตัวเองแล้วแลหานาฬิกาสักเรือน มันแปะอยู่บนผนัง บอกเวลาว่าใกล้จะแปดโมงเต็มที พอกวาดตามองรอบห้องก็เห็นเจ้าของยืนอยู่ หล่อนอยู่ในชุดวอร์มสีดำที่ตีตราแบรนด์ต่างประเทศ แน่นอนว่าเสื้อและกางเกงนั้นปิ
“ช่างมันเถอะเจ๊ คงจะ...ไม่ท้องหรอกมั้ง” เธอคิดในแง่ดีไว้ก่อน แค่ไม่กี่ครั้งเอง คงไม่ทำให้ท้องมั้ง“ใครจะไปรู้ละคะหนู หื่นซะขนาดนั้น ดีไม่ดีตอนนี้...” เจ๊มองลงยังหน้าท้องของกฤติกาอย่างมีนัย“เจ๊! อย่าพูดนะ อย่าพูดออกมาเชียว” บอกเจ๊แล้วส่ายหัวแรงๆ ไม่นะ ไม่ๆๆ ไม่มีอะไรมาเกิดในท้องเธอทั้งนั้นแหละ ชา







