LOGINหนุ่มใหญ่ค่อนขอดอยู่ในใจ เขาเซ็นเอกสารเสร็จก็ยื่นมันคืนให้หล่อน“ขอบคุณ วันนี้คุณทำกายภาพวันแรก กรุณาให้ความร่วมมือด้วยนะคะ ทุกคนกำลังช่วยคุณอยู่ รวมทั้งฉันด้วย” นิลอรบอกจริงจัง ถือวิสาสะลูบผมยุ่งๆ ให้เขา ปัดไปทางโน้นทีทางนี้ทีให้พอดูได้“เธอจะช่วยฉันทำไมแองจี้ เธอควรจะไปจากที่นี่ ไปมีความสุขกับคนที่เธอ...รัก...” แววตาเศร้าหมองของโจนาธานทอดมองแม่ของลูกด้วยความทุกข์ระทม แม้ปากจะบอกให้หล่อนไปมีความสุข แต่แววตาและน้ำเสียงกลับไม่ได้ยินดี เอาเข้าจริงๆ หนุ่มใหญ่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาไม่ได้ยินดีเลยหากหล่อนจะไป เขายังห่วงและหวงนิลอรเสมอ แต่ร่างกายที่พิกลพิการทำให้เขาต้องเอ่ยมันเช่นนั้น“ฉันกำลังทำมันอยู่นี่ไง ฉันบอกเสมอว่าคนที่ฉันรักมีแต่พ่อของลูกฉัน แต่คุณรู้ไหมคะโจนาธาน เขาไม่เชื่อฉัน ไม่ศรัทธาในความรักของฉัน แต่ตอนนี้ฉันไม่สนแล้ว ต่อให้เขาไม่แคร์ ไม่สน ไม่ใส่ใจความรู้สึกของฉัน ฉันก็จะทำในสิ่งที่ฉันทำอยู่นี้ให้ดีที่สุด ฉันอยากเห็นเขาเข้มแข็งอีกครั้งเพื่อตัวเขาเอง ฉัน...อยากไปอย่างมีความสุข”โจนาธานเลิกคิ้วสูง ที่แท้หล่อนก็ไม่ต้องการเป็นคนผิดนี่เอง“นี่หรือคือสิ่งที่เธอต้องการ เธอกลัวว่าใครจะม
“คุณกำลังล้อฉันเล่นแน่ๆ ชาร์ลส์ ฉันรู้ว่าคุณมีใครอยู่เต็มหัวใจ อย่ามาพูดเหมือนว่าคนที่คุณเรียกว่าภรรยา มีความสำคัญนักเลย มันก็แค่ความสัมพันธ์ข้ามคืน คุณกำลังสับสน บางทีการที่เห็นความรักของคุณแองจี้กับโจนาธานอาจทำให้คุณผิดหวังและเศร้าใจ คุณอาจจะต้องการเพียงใครสักคนมามอบสิ่งนั้นให้คุณ คุณกำลังโหยหามันเพราะคุณคิดว่ากำลังขาดไป คุณไม่ได้ต้องการมันเพราะหัวใจของคุณต้องการ ฉันไม่ใช่ตัวสำรองของใครนะคะ อย่าทำร้ายฉันด้วยการพยายามบอกว่ารักฉันเลย ฉันอยู่ได้โดยที่ไม่มีสิ่งนั้น...ฉัน...ขอตัวไปนอนนะคะ”หญิงสาวตัดบทแล้วลุกจากไป คราวนี้แม้เสียงเรียกชื่อให้อยู่ต่อก็ไม่อาจยุติสองเท้าที่ก้าวเดินได้ จะให้อรุณฉัตรหยุดได้อย่างไร ในเมื่อตอนนี้มีหยาดน้ำใสเอ่อคลอเต็มสองตา...........สองอาทิตย์ให้หลังภายในห้องพักฟื้นของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง คุณแม่ลูกสองง่วนอยู่กับการรื้อหาถุงยาบำรุงครรภ์ในกระเป๋าใบสวย เมื่อเช้าเธอออกจากบ้านของโจนาธานอย่างเร่งรีบจนลืมหยิบจากข้างหัวเตียงกระมังเสียงพ่นลมออกจากปากอย่างขัดใจดังขึ้นมา จนคนที่นอนแบ็บอยู่บนเตียงต้องลืมตาตื่น โจนาธานมองร่างที่อยู่ในชุดสูทแบบพอดีตัวของห้องเสื้อชื่อดั
“ไม่ต้องลำบากหรอกครับ ผมไปกินในครัวก็ได้ ง่ายดี” ชาร์ลส์บอกอย่างเป็นกันเอง เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นเจ้านายของคนรับใช้บ้านนี้ เขาระลึกอยู่เสมอว่าตัวเองก็เป็นเพียงเด็กหนุ่มไร้ที่พึ่งที่โจนาธานรับเลี้ยงไว้เท่านั้น“ก็ได้ค่ะ กินพร้อมกับครูพี่เลี้ยง ป้าจะได้เก็บกวาดห้องครัวทีเดียว”นางบอกพลางเดินตรงไปห้องครัว ไม่ทันให้ชาร์ลส์ได้ถามในสิ่งที่ข้องใจด้วยซ้ำ เขายังไม่รู้เลยว่าใครคือครูพี่เลี้ยงคนใหม่ของเด็กๆ แล้วรับสมัครตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมเขาไม่รู้แวบแรกที่แผ่นหลังคุ้นตาของใครบางคนฉายชัดในดวงตาคู่คม ชาร์ลส์แทบจะก้าวขาไม่ออก มาเรียต้องกลับมาลากแขนเจ้านายที่รักเข้าไปนั่งข้างใน คนที่นั่งอยู่แต่เดิมไม่ได้ทักทายดั่งที่ควรจะเป็น เหมือนมาเรียจะรู้ว่าทั้งสองมีเรื่องต้องปรับความเข้าใจกัน จึงไม่ได้ซักไซ้ท่าทีมึนตึงที่เอลลี่มีให้ชาร์ลส์ นางปลีกตัวออกจากห้องไปเงียบๆ ทันทีที่เพิ่มสำรับกับข้าวให้ทั้งสองจนเสร็จเรียบร้อยริมฝีปากสีชมพูระเรื่ออ้าเอามื้อค่ำของตนเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย มิได้เขินอายหรือประหม่าต่อคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามแม้แต่น้อย ชายหนุ่มพยายามส่งเสียงกระแอมให้หล่อนสนใจ แต่อรุณฉัตรกลับเมินเสีย เธอย
“แค่คุณแองจี้อยู่อย่างมีความสุข เป็นครอบครัวที่มีพร้อมพ่อแม่ลูก เอลลี่ก็ดีใจแล้ว การอยู่โดยไม่มีคนให้เราเรียกว่าพ่อกับแม่มันทรมานนะคะ เอลลี่โตมาในครอบครัวที่ห่างไกลความรัก มีแต่คุณลุงเท่านั้นที่รักเอลลี่จริงๆ เอลลี่ไม่อยากให้เด็กๆ ต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า คุณแองจี้อย่าเลิกกับคุณคิงส์นะคะ สัญญากับเอลลี่นะคะ”อรุณฉัตรวอนขอนายสาว แต่ไม่มีคำพูดใดๆ หลุดออกจากปากของนิลอร มีแต่เสียงสะอื้นผะแผ่วจากมารดาของสองแฝดและสองแขนที่โอบกอดครูสาวอีกครั้ง ก่อนจะร่ำไห้พร้อมๆ กัน ด้วยหัวใจสองดวงที่ปวดร้าวระบมกว่าชั่วโมงที่สองสาวบอกเล่าถึงเรื่องราวในหัวใจสู่กันฟัง กระทั่งสมควรแก่เวลา นิลอรจึงได้พาครูสาวขึ้นไปเยี่ยมคนเจ็บ ขณะที่สมองก็เริ่มคิดหาวิธีการดึงตัวครูสาวเอาไว้จนกว่าโจนาธานจะหายดี หรืออย่างน้อยก็จนกว่าเธอจะคลอดลูกคนที่สาม เจสสิก้าและเจค็อบจำเป็นต้องมีคนดูแล และเอลลี่ก็แสดงให้เห็นมาแล้วว่าเจ้าหล่อนทำหน้าที่นั้นได้อย่างดีเยี่ยม เธอจะได้เอาเวลาไปทุ่มเทให้กับงานได้อย่างเต็มที่ เริ่มตั้งแต่วันพรุ่งนี้เลย...........สามทุ่มวันเดียวกันผู้ช่วยหนุ่มบึ่งรถจากธนาคารมาที่โรงพยาบาลด้วยความรวดเร็ว วันนี้งานรัดตัว
เขาแค่อยากให้นิลอรมีความสุขอย่างที่ผู้หญิงวัยหล่อนสมควรจะมี เขาอาจจะสู้เท่าที่จะทำได้ เขาอาจจะกลับมาบริหารงาน กลับมาเป็นพ่อที่ดีของลูกๆ ได้ แต่ใครจะรับประกันได้เล่าว่า เขาจะเป็นสามีที่ดีและครบถ้วนด้วยคุณสมบัติที่สมควรมี ไม่มีใครรับประกันได้เลยหญิงสาวปาดน้ำตาแล้วใช้ไม้เด็ดสุดท้ายที่เธอไม่คิดมาก่อนว่าจะได้หยิบยกเอามาใช้ ถ้าบอกเขาแล้วเขายังขี้ขลาดสิ้นหวังต่อไป ก็สุดแล้วแต่สวรรค์จะลิขิตเส้นทางเดินก็แล้วกัน“ฟังนะโจนาธาน พรุ่งนี้ฉันจะไปที่ธนาคาร ไปเอาเอกสารให้มาให้คุณเซ็นที่นี่...”“เธออยากได้บ้านหรือว่าที่ดินตรงไหน ก็เอาเอกสารมาเลย ฉันจะเซ็นให้เอง”นิลอรกลอกตาขึ้นฟ้า เขาเอ่ยแทรกขึ้นมาทั้งๆ ที่เธอยังพูดไม่จบ“ระหว่างที่คุณอยู่ที่นี่ฉันจะดูแลงานให้คุณเอง ฉันรู้ว่ามันคงยากแต่ฉันกับผู้ช่วยของคุณเราจะช่วยกัน อย่าลืมวันที่คุณยอมขายทุกอย่างเพื่อมันสิโจนาธาน มันแลกมาด้วยอะไรบ้างคุณจำมันได้บ้างไหม ฉันจะไปทำงาน ส่วนคุณอยู่ที่นี่ทำกายภาพบำบัดตามที่หมอสั่ง ฉันจะมาดูแลทุกวันเท่าที่ฉันจะทำได้ และฉันหวังว่าคุณจะรีบทำกายภาพบำบัดทันทีที่พักฟื้นจนส่วนอื่นๆ หายดีแล้ว”นิลอรปาดน้ำตา ทำเป็นใจแข็งพูดจนจบ ฝืนต
บ่ายสามโมง วันถัดมานิลเดินผ่านความวุ่นวายที่ชั้นล่างสุดของโรงพยาบาล เพื่อไปหยุดที่ลิฟต์โดยสาร เธอลงไปหาอะไรกินหลังจากที่เมื่อวานแทบไม่มีอะไรตกถึงท้อง เมื่อถึงห้องพักฟื้นของโจนาธานก็รีบเอาอาหารที่ซื้อมาให้ลูกๆ ไปเก็บในตู้เย็น พวกเขายังหลับกลางวันอยู่บนโซฟาที่มีเพียงตัวเดียวในห้อง นิลอรเดินไปหยุดที่หน้าต่างกระจกใสซึ่งแลเห็นตึกรามบ้านช่องสูงใหญ่โดยรอบ บนชั้นสิบของโรงพยาบาลแห่งนี้สามารถมองเห็นทุกอย่างที่อยู่เบื้องล่างได้อย่างชัดเจน เสมือนความแตกต่างระหว่างคนจนกับคนรวย เส้นแบ่งของชนชั้นระหว่างเขาและเธอไม่มีผิด ตอนนี้สิ่งที่จะทำเพื่อพ่อของลูกได้คงมีแค่เรื่องงานเท่านั้น เขาต้องเข้ารับการรักษา ต้องมีเวลาทำกายภาพบำบัด และในเมื่อโจนาธานไม่สามารถบริหารธนาคารที่เขาก่อร่างสร้างขึ้นมาได้ เธอนี่แหละจะช่วยเขาเองเสียงเตียงลั่นเล็กน้อยแต่มันดังสนั่นในความเงียบงัน โจนาธานเบิกตาช้าๆ อย่างเจ็บปวดทรมาน เขากัดฟันแน่นเมื่อรู้สึกเจ็บแปลบในหลายส่วน ปวดศีรษะจนแทบระเบิด เนื้อกายราวกับถูกทิ่มด้วยกระดูกแข็งๆ ของตัวเอง และสิ่งที่น่าประหลาดใจก็บังเกิดในวินาทีต่อมา เขาคิดว่าขาคงจะหักกระมังถึงได้ไม่รู้สึกเจ็บปวดเหม







