Masuk“ปะ...ปล่อย ได้โปรดเถอะชาร์ลส์ อย่าทำแบบนี้เลย ฉันขอร้อง” เสียงของนิลอรไร้พลังเกินกว่าจะตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ มันเจ็บแสบในลำคอที่ยังอักเสบ และต่อให้ร้องเสียงดังสักเท่าไหร่คนที่อยู่บนบ้านหลังใหญ่ก็คงไม่มีใครได้ยิน“ปล่อย! ชาร์ลส์...ปล่อยนะ ขอร้อง...ฉัน...ฉันเป็นเมียของเจ้านายคุณนะชาร์ลส์!” ชาร์ลส์ไม่ฟังเสียง เขาหมดสิ้นแล้วซึ่งสติที่สมควรจะมี พอช้อนร่างบางขึ้นมาได้ก็แทบจะเหาะเข้าไปในห้องนอนตุ้บ!ร่างบอบบางของนิลอรร่วงหล่นลงบนฟูกหนา หญิงสาวดิ้นรนจนตกจากอ้อมแขนของชาร์ลส์ก่อนที่เขาจะวางลงบนเตียงให้เรียบร้อย เวลานี้ชาร์ลส์ถูกฤทธิ์ยานรกที่เอลิซผสมมาในบรั่นดี ปลุกสัญชาติญาณอันดิบเถื่อนจนพลุ่งพล่านทั่วเรือนกาย และในที่สุด เขาก็มิอาจต้านทานแรงปรารถนาอันล้ำลึกในครั้งนี้ นิลอรถูกจับตรึงไว้กับเตียง ร่างของเธอจมลงในฟูกนุ่มเกือบครึ่งค่อน ใบหน้าสีน้ำผึ้งอ่อนจางบัดนี้สีสันเพียงหนึ่งเดียวก็คือสีเดียวกับแผ่นกระดาษ หยดน้ำตารินรดทางหางตาเมื่อริมฝีปากของชายหนุ่มผู้ซึ่งสามีรักประดุจญาติพี่น้องตรงเข้าซุกไซ้ซอกคอระหงอย่างหื่นกระหาย ลมหายใจของชาร์ลส์รินรดลำคอเธอจนร้อนผ่าว ประดุจหยอกเย้าด้วยลมหายใจแห่งมัจ
“นายรักแองจี้หรือชาร์ลส์” เอ่ยถามตรงๆ ยังผลให้ชาร์ลส์ตัวแข็งทื่อ นัยน์ตาสีเทาแสนเซ็กซี่กวาดไปรอบๆ บริเวณชานระเบียงที่นั่งอยู่ และเขาก็ประหลาดใจนักที่เวลานี้ไม่มีแสงอาทิตย์ให้เห็น นี่เขานั่งดื่มมานานแค่ไหนแล้วนะ“ชาร์ลส์...อย่าทำเป็นนิ่งหน่อยเลยน่า ถ้ารักแองจี้จริงๆ ฉันมีทางช่วยนะ” เอลิซเปิดทางพร้อมๆ กับรินบรั่นดีที่เหลือเพียงค่อนขวดให้ชายหนุ่ม ใบหน้าที่เริ่มแดงระเรื่อใต้แสงไฟสลัวทำให้ใบหน้าของชาร์ลส์ยิ่งดูน่ามอง น่าเสียดายนักที่วันนี้ไม่อาจพาชายหนุ่มคนนี้ไปเริงรักบนเตียงตามที่ใจปรารถนา ด้วยว่าวันนี้มีงานใหญ่ที่สำคัญกว่าเรื่องนั้น รอท่าอยู่“หึๆ ช่วยเหรอ ไม่มีทางหรอก แองจี้รักโจนาธาน และผมคงไม่มีวันหักหลังเขาอย่างเด็ดขาด” ชาร์ลส์ตอบ แม้ว่าเสียงจะฟังเหมือนเยาะเย้ยตัวเอง แต่เขาก็มั่นใจในคำพูดของตน เขาคงดึงแองจี้ที่รักมาแนบชิดไม่ได้หากว่าโจนาธานยังอยู่ข้างๆ หล่อน“ฉันก็ไม่ได้บอกให้หักหลังเขานี่นา ฉันแค่อยากให้เธอหาความสุขใส่ตัว ตอนนี้โจนาธานไม่อยู่ และแองจี้ก็นอนอยู่คนเดียวบนตึก ฉันว่าผู้หญิงที่ยังสาวและสวยอย่างแองจี้คงไม่ปฏิเสธหนุ่มๆ รูปหล่ออย่างนายหรอกชาร์ลส์ นายก็รู้ดีนี่นาว่าโจนาธานอ
แล้วทำไมเขาต้องอยากเห็นใบหน้าตื่นๆ ของเจ้าหล่อนด้วยเล่า คนที่เขาสมควรคิดถึงคือนิลอรมิใช่หรือ?...........บ่ายแก่ๆ ของวันที่สาม หลังจากที่เจ้าของบ้านและผู้ช่วยหนุ่มเดินทางสู่ประเทศสหรัฐฯ สายลมแห่งกาลเวลาพัดแผ่วเบาอย่างเงียบเชียบ น่าแปลกใจนักที่คนทั้งสองมิได้ส่งข่าวคราวมาบ้างว่าการเจรจาเรื่องคดีความเป็นอย่างไร นิลอรที่ป่วยนอนซมมาตั้งแต่วันนั้นจนตอนนี้ก็ยังไม่หายดี หญิงสาวเป็นหวัดและปวดศีรษะอยู่เป็นนิจ บางเวลาก็คลื่นไส้อาเจียนจนสาวใช้ต้องส่ายหน้าเพราะนายสาวรับประทานอะไรลงไปก็มีแต่จะคายออกมาหมด นิลอรต้องสั่งให้พวกเขาไม่ต้องเอาอะไรมาให้เธอกินอีก และตั้งแต่คำสั่งนั้นจนถึงตอนนี้ก็เป็นเวลาหนึ่งวันเต็มๆ ที่เธอไม่มีอาหารตกถึงท้องเลยแม้แต่อย่างเดียว คุณแม่ลูกแฝดนอนแบ็บอยู่บนเตียง เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวันนี้เป็นวันที่เท่าไหร่หรือเวลาเท่าไหร่ของวัน แสงอาทิตย์สีส้มจัดสาดทะลุผ้าม่านกระทบกับบานกระจกที่โต๊ะเครื่องแป้งเข้ามาแยงตาจนไม่สามารถนอนต่อได้ และนั่นก็เป็นสาเหตุให้เจ้าตัวต้องลุกขึ้นนั่งพร้อมอาการหายใจหอบถี่ นาทีนี้แม้แต่การลุกนั่งนิลอรก็ยังต้องใช้เรี่ยวแรงมากมายสาวใช้นางหนึ่งเดินเข้ามาดูอาการข
ชาร์ลส์ก่นด่าตัวเองอยู่อีกหลายประโยค ไม่ได้สังเกตเลยว่าบัดนี้ไม่ได้ยืนอยู่เพียงลำพัง นาทีนี้อรุณฉัตรมั่นใจแล้วว่าสตรีที่อยู่ในหัวใจของพ่อเทพบุตรรูปงามที่แท้ก็คือศรีภรรยาของโจนาธานนี่เอง น่าสงสารเขาเหลือเกินที่ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ เขาคงอึดอัดและทรมานอย่างหาที่เปรียบมิได้ เธอเข้าใจดีว่ามันทรมานแค่ไหนกับการหลงรักคนที่เขามิได้มีใจ แต่ชาร์ลส์คงทรมานมากกว่าเธอหลายเท่า เมื่อต้องเฝ้ามองเจ้านายที่เคารพทั้งสองหมั่นแสดงความรักต่อกันให้เขาได้เห็น จะพูดออกมาก็คงไม่ได้ จะทำร้ายเจ้านายที่เคารพด้วยการแย่งนายสาวมาครอบครองก็คงไม่สมควร น่าเวทนาแท้ๆ“คุณน่าจะเช็ดตัวสักหน่อย หรือไม่ก็ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า นี่มันจะค่ำแล้วนะคะ ฝนก็ทำท่าว่าจะตก เดี๋ยวจะไม่สบาย”อรุณฉัตรเอ่ยกับแผ่นหลังกว้างอยู่เบื้องหน้า มันเปียกชุ่มด้วยหยาดธาราเพราะเขาเพิ่งลงไปช่วยนายสาวขึ้นมาจากสระกระมัง เมื่อครู่นี้เธอเดินสวนกับโจนาธานและแองจี้ที่โถงทางเดิน โจนาธานบอกว่าให้เธอช่วยเรียกคุณหมอมาให้ด้วยเพราะคุณแองจี้จมน้ำ นาทีนั้นเธอตกใจจนกายสั่นเทิ้ม ยิ่งเห็นวงหน้าสีน้ำผึ้งนวลเนียนในวงแขนของผู้เป็นเจ้านายซีดเผือด เธอก็ยิ่งหวั่นกลัว แต่เมื่อโจนาธา
คุณแม่ลูกแฝดถอยหลังเล็กน้อยเมื่อสามีขยับเข้ามาใกล้ ในเมื่อโจนาธานอยากให้ภรรยาของเขาเป็นผิดในเรื่องนี้ เธอก็จะทำให้เขาสมหวัง“ไม่เอาน่าแองจี้ เธออย่าพูดเรื่องนั้นได้ไหม เราคุยกันจบไปแล้วนะ และมันไม่เห็นจะเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย” หนุ่มใหญ่โอดครวญอย่างเหนื่อยหน่าย ก้าวขาเข้าใกล้ศรีภรรยามากยิ่งขึ้นนิลอรโบกมือให้เขาว่าอย่าเข้ามา และก้าวถอยหลังไปจนชิดขอบสระ“ในเมื่อคุณคิดว่าฉันผิด ฉันก็จะพิสูจน์ว่าฉันไม่ได้ทำ”นิลอรเอ่ยขึ้นพร้อมหยดน้ำตา ในขณะที่โจนาธานกลอกตาขึ้นฟ้าอย่างอิดหนาระอาใจ แม่ศรีภรรยาของเขาเอาแต่ใจที่สุด ช่างประชดประชันและไม่ยอมรับความจริงเอาเสียเลย“เอาเถอะแองจี้! เธอจะทำอะไรก็ทำ ถ้าการที่เธอจะกระโดดลงไปมันจะช่วยพิสูจน์ว่าตัวเองบริสุทธิ์ก็เอาเลย!”ตูม!สิ้นเสียงท้าของโจนาธาน นิลอรก็ทิ้งกายลงสู่ผิวน้ำ ร่างอรชรที่เรี่ยวแรงอ่อนล้าถูกสายธาราบีบอัดจนเนื้อในแทบปริแยก เธอพยายามใช้เท้าและแขนพุ้ยน้ำให้มากที่สุดเพื่อลดแรงกระแทกที่ก้นสระ อากาศที่สูบเข้าปอดก่อนทิ้งกายลงมาเริ่มหมดไปทีละน้อย หมดไปพร้อมๆ กับภาพพร่ามัวของสามีที่ยืนอยู่ขอบสระ เขาช่างใจดำไม่ทำแม้แต่จะลงมาช่วยเธอ เขาจะรู้บ้างไหมว่าเธ
...........บทที่ 13ซ้อนแผน...........“ขอโทษเอลิซเถอะแองจี้ ถ้าเธอยังพอมีหัวใจ”นิลอรตัวแข็งทื่อ แขนขาชาดิกไร้ความรู้สึก สามีที่รักเอ่ยออกมาแบบนี้แสดงว่าเขาตัดสินไปแล้วว่าใครเป็นคนผิด ช่างน่าขันนักที่เรื่องความเชื่อใจกำลังมีบทบาทสำคัญในเรื่องนี้อีกแล้ว “ถ้าฉันบอกว่าไม่มีละคะโจนาธาน ตอนนี้หัวใจฉันถูกคำพูดของคุณทำลายจนหมดสิ้นแล้ว เอลิซทำยังไงนะ เธอถึงทำให้คุณเชื่อได้ว่าฉันเป็นคนผิด ทั้งๆ ที่ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลย” นิลอรตีหน้าเศร้าลงอีกเท่าตัว จ้องมองเอลิซด้วยดวงตาที่กำลังจะปลดปล่อยหยดน้ำตา แม่ม่ายพราวเสน่ห์หรี่ตามองนิลอรอย่างใช้ความคิด อยากรู้นักว่านิลอรจะแก้เกมหนนี้อย่างไร โจนาธานไม่มีวันเชื่อหรอกว่าภรรยาของเขาไม่ผิดในเมื่อสิ่งที่เขาเห็นและสิ่งที่เธอใส่ไคล้เข้าไปสามารถช่วยให้เขาเดาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ในทันที และเขาก็กล่าวหาภรรยาของเขาในทันทีเช่นกัน“อย่า! พยายามโยนความผิดให้กับเจ้าทุกข์ที่นั่งเปียกซ่กอยู่ต่อหน้าเธอเลยแองจี้ เห็นๆ กันอยู่ว่าเอลิซเกือบจะจมน้ำในขณะที่เธอนั่งดูอยู่เฉยๆ” โจนาธานเหวี่ยงผ้าเช็ดตัวลงพื้น การได้รับรู้ว่าภรรยาที่รักเป็นสตรีที่ใจไม้ไส้ระกำกระทำต่อเพื่อนมน




![พี่รหัสจอมซึนอ้อนรักหวานใจยัยซูเปอร์โมเดล [ nc 20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


