LOGIN“แองจี้...ฉัน...ฉันดีใจเกิน ฉันดีใจมากๆ ดีใจที่สุด เราจะกลับสิงคโปร์ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ฉันสัญญาว่าจะดูแลเธอกับลูกๆ อย่างดีที่สุด ฉันจะไม่มีวันทำให้เธอเสียใจหรือร้องไห้อย่างแน่นอน ฉันสัญญา...แองจี้...ฉันรักเธอเหลือเกิน”
แล้วบุรุษร่างหนาก็ดึงกายภรรยาเข้ามากอดด้วยความดีใจสุดประมาณ เขาได้หล่อนคืนมาแล้ว ได้แม่แองจี้ที่รักของเขากลับคืนมา ได้แม่ของลูกๆ กลับสู่อ้อมแขนอีกครั้ง
“จำคำสัญญาของคุณไว้นะคะ คุณจะไม่ทำให้ฉันเสียใจและร้องไห้ คุณจำคำของตัวเองเอาไว้ให้ดีๆ”
หนุ่มใหญ่พยักหน้ารัวเร็ว ขณะที่นิลอรส่งยิ้มละไมให้เขา ไม่ว่าอะไรจะรอเธออยู่ที่สิงคโปร์ เธอจะเดินหน้าสู้กับมัน เพื่อครอบครัวเล็กๆ ที่สมบูรณ์ เพื่อครอบครัว ที่เธอไม่เคยมี
___________
อีกด้านหนึ่งของน่านฟ้าเมืองสวรรค์ สิงคโปร์ ประเทศที่ใครๆ เรียกขานว่าสวรรค์บนดิน ทุกที่สวยงามด้วยการรังสรรค์จากฝีมือมนุษย์ ตึกรามบ้านช่อง สถาปัตยกรรมอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ความเจริญทางด้านต่างๆ ที่รุดหน้าเป็นร้อยเท่าของขนาดประเทศและประชากรที่อาศัยอยู่
บนเนื้อที่ของเกาะ SENTOSA ซึ่งเป็นเหมือนประตูสู่สิงคโปร์ ปรากฏคฤหาสน์หลังงามที่หลังคาถูกปกคลุมด้วยสีเขียวของใบหญ้า แน่นอนว่าบ้านหลังนี้จะเป็นของใครไปไม่ได้นอกจาก โจนาธาน คิงส์ แต่ทว่า ร่างของใครบางคนที่นั่งไขว่ห้างอยู่กลางห้องโถงอันโอ่อ่า กลับไม่ใช่ร่างผู้เป็นเจ้าของ
ม่ายสาวกำสมาร์ตโฟนแน่น หลังจากอดีตสามีแจ้งข่าวเรื่องภรรยาและลูกๆ ของเขา เธอพยายามข่มความประหม่าเอาไว้ แล้วรวบรวมสติและปัญญาให้แน่วนิ่งอย่างที่สุด
เอลิซ เกรย์ นั่งอยู่บนโซฟาตัวสวยซึ่งบุด้วยผ้าฝรั่งเศสเนื้อดี ปักลวดลายโบราณอ่อนช้อยด้วยเส้นไหมอันอ่อนนุ่ม วงหน้าเรียวได้รูป คิ้วโค้งดั่งคันศรรับกับดวงตาคมพอดิบพอดี ริมฝีปากอวบอิ่มรับกับจมูกโด่งรั้นได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ รวมๆ แล้ว เอลิซ เกรย์ ในวัยสามสิบแปดปี ยังเพียบพร้อมไปด้วยความงดงามอย่างที่จะหาสตรีใดเปรียบได้ แต่มันก็คงเท่านั้น ในเมื่อบุรุษที่เธอต้องการให้เขามาสยบอยู่แทบเท้าอีกครั้งก็คือเขา โจนาธาน คิงส์
อดีตสามีที่เธอเคยทอดทิ้ง แต่เธอจะไม่ละความพยายาม อย่างไรเสียไม่ช้าก็เร็ว เขาจะต้องกลับมารักเธออีกครั้ง เธอจะทำให้ได้ เพื่อที่ความโก้หรูที่รายล้อมกายอยู่ในขณะนี้ จะได้คงอยู่กับเธออย่างถาวร
“มามี้ขา อาลิเซียคิดถึงแด็ดดี” อลิเซีย เด็กหญิงผมบลอนด์ที่นั่งเงียบๆ อยู่ข้างมารดา เอ่ยขึ้นมาเพื่อทำลายความเงียบงัน ยังผลให้เด็กชายวัยเกือบเจ็ดขวบซึ่งนั่งอยู่อีกฝั่งของมารดา ชะโงกหน้ามามองน้องสาวอย่างขัดใจ
“จุ๊ๆๆ อลิเซีย ห้ามพูดถึงคนใจร้ายให้มามี้ได้ยิน มามี้ไม่อยากให้เราคิดถึงเขาอีกแล้ว” ผู้เป็นพี่ชายปรามน้องสาวหน้าตาขึงขัง ตั้งแต่บิดาจากไป เด็กน้อยก็จำได้ว่ามารดาพามาที่คฤหาสน์หลังนี้ และที่นี่เขาก็ได้พบกับความสะดวกสบายอีกครั้ง หลังจากที่ประสบกับความยากลำบากอยู่พักหนึ่ง เมื่อบิดาแท้ๆ ด่วนจากไป ที่นี่มีแด็ดดีโจนาธาน คิงส์ และเท่านั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับเด็กอย่างเขา พอเพียงจนไม่ต้องเอ่ยถึงคนที่จากไปเลยก็ได้
“ใช่...อย่าไปคิดถึงแด็ดดีเลยลูก แด็ดดีคนนั้นเห็นแก่ตัวที่ทิ้งเราเอาไว้แบบนี้ เราจะลำบากถ้าเรากลับไปอยู่ที่บ้านของแด็ดดี เพราะฉะนั้น จำไว้นะอลิเซีย อันโทนี่ด้วย เราจะต้องอยู่ที่นี่ เราจะครอบครองบ้านหลังใหญ่โตนี้ และเป็นเจ้าของแด็ดดีโจนาธาน เราจะช่วยกันทำให้แด็ดดีรู้ว่าเรารักเขา และพร้อมจะให้เขาเข้ามาเป็นแด็ดดีที่แท้จริงของลูกๆ เข้าใจไหมที่รัก”
ม่ายสาวแสนสวยพร่ำสอนลูกๆ ตัวน้อยของตนอย่างแข็งขัน เพื่อความเป็นอยู่ที่สุขสบายราวราชินี เธอจะไม่มีวันให้ใครมาพรากเธอและลูกๆ ออกจากสิ่งที่เป็นอยู่ ถึงแม้ว่าใครคนนั้นจะเป็นคนที่อดีตสามีรักใคร่ก็ตาม ในเมื่อเธอเคยทำสำเร็จมาครั้งหนึ่งแล้ว เธอมั่นใจว่าครั้งนี้จะทำได้อีกครั้ง อย่างแน่นอน
เอลิซกอดร่างลูกๆ อย่างแสนรัก อีกไม่กี่วันอดีตสามีคนดีจะกลับมาพร้อมกับภรรยาและลูกๆ ของเขา และเธอจะได้เผชิญหน้ากับเจ้าหล่อนอีกครั้ง แม่เด็กเมื่อวานซืนที่ริอ่านใช้เรือนร่างจนโจนาธานติดกับ และถึงกับปฏิเสธในทันทีที่เธอกลับมาขอคืนดี แต่อย่าคิดว่าครั้งนี้จะชนะเธอได้ ในเมื่อเจ้าหล่อนเคยแพ้เธอมาแล้ว ก็ต้องพ่ายแพ้อีกครั้งอย่างแน่นอน อย่างยัยเด็กนิลอรนั่น ไม่มีทางรอดพ้นเงื้อมมือเธอไปได้หรอก
ความคิดของแม่ม่ายยังสาวยุติลงในบัดดล เมื่อสาวใช้นางหนึ่งเข้ามาแจ้งว่าบัดนี้อาหารเช้าของพวกเธอพร้อมแล้ว สามแม่ลูกจึงได้เดินเข้าสู่ห้องอาหาร แน่นอนว่าบนโต๊ะตัวยาวต้องอุดมไปด้วยอาหารนานาชนิด ให้สมกับที่ตอนนี้ที่เธอเป็นคนบริหารที่นี่ แทนผู้เป็นเจ้าของที่แท้จริง
เอลิซ เกรย์ หวังว่าเธอยังจะได้รับเกียรตินี้ต่อไป แม้ว่าภรรยาของผู้เป็นเจ้าของมาถึง เพราะนั่นย่อมแสดงว่า อดีตสามียังเกรงอกเกรงใจอดีตภรรยาคนนี้
และแน่นอนว่า คนที่ไม่พอใจจะต้องเป็นภรรยาวัยละอ่อนของเขา จากความไม่พอใจจะเลยเถิดสู่ความคับข้องหมองใจ และในที่สุด พวกเขาก็จะผิดใจกันจนต้องร้างลากันไป
ส่วนเธอก็รอคอยปลอบใจอดีตสามีผู้มั่งคั่งอีกครั้ง พร้อมๆ กับการเตรียมตัวเป็น มาดามเอลิซ คิงส์
_________
คืนส่งตัวโจนาธานหยุดยืนหน้ากระจกอย่างพินิจพิเคราะห์ เขาอาบน้ำเสร็จแล้วและกำลังหวีผมเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับคืนพิเศษ นิลอรเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดนอนสายเดี่ยวมันลื่นติดผิวเนื้อ โจนาธานมองตามตาปรอย เขาไม่ได้เห็นหล่อนใส่ชุดนี้มานานเพราะก่อนหน้านี้หล่อนตั้งท้องก็ต้องสวมชุดนอนตัวใหญ่ๆ และเมื่อหลังคลอดเจ้าหล่อนก็ไม่ยอมให้เข้าใกล้ จนกระทั่งคืนนี้นิลอรเดินมาหาสามีด้วยท่วงท่ายั่วเย้า ผมยาวสลวยสีนิลมันระยับคลอเคลียหัวไหล่นวลสีน้ำผึ้ง ช่างเซ็กซี่เหลือเกินในสายตาของโจนาธาน เขารอคอยให้หล่อนเยื้องย่างมาหาช้าๆ อย่างช้าๆ เหมือนสิงโตตัวใหญ่ที่นิ่งขรึมรอเวลาจู่โจม นิลอรคล้องแขนกับลำคอแกร่งของสามี เขายังดูหล่อเหลาแม้ว่าจะมีริ้วรอยแห่งวัยขึ้นมาบ้างประปราย ใบหน้าขาวผ่องดูอิ่มเอิบด้วยความสุขจนคนที่เคยทุกข์มามากอย่างเธออดหมั่นไส้ไม่ได้“จะมีความสุขมากไปไหม ตาแก่จอมหื่น” ประชดเล็กน้อยแล้วเริ่มจุมพิตปลายคางของสามีอย่างจงใจยั่วยวน โจนาธานเลื่อนฝ่ามือไปทั่วสะโพกผาย ก่อนจะบีบขยำเบาๆ เร่งเร้าอารมณ์เมียรักให้โหมกระพือ“มากที่สุดเลยที่รัก ฉันรอคอยวันที่เราจะเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์มานานเหลือเกิน”นิลอรมองหน้าสามีแน่
“ฉันรักเธอนางฟ้าของฉัน” โจนาธานกระซิบหลังจากบาทหลวงให้สัญญาณว่าจุมพิตเจ้าสาวได้ เสียงปรบมือยินดีดังกระหึ่มเมื่อเจ้าบ่าวจุมพิตเจ้าสาวอย่างงดงามด้วยความรักที่ทั้งสองมีต่อกันความสุขแห่งวันวิวาห์โปรยปรายอยู่ทั่วหัวใจของทุกคน ไม่เว้นแม้แต่หัวใจของเด็กน้อยอย่างเจสสิก้า เมื่อถึงเวลาที่มารดาจะโยนช่อดอกไม้ แม่หนูก็ยืนเด่นอยู่ด้านหลังสาวๆ ทุกคนที่หน้าโบสถ์ เจสสิก้าแอบกระซิบมารดาไว้แล้วว่าให้โยนแรงๆ แม่หนูจะรอรับที่ด้านหลังสุด“ชาร์ลส์! เอลลี่จะเอาช่อดอกไม้ ไปแย่งมาเลยนะ!” อรุณฉัตรร้องสั่งสามีขณะที่สองแขนแกว่งไกวแองเจล่าตัวน้อยที่กำลังตื่นคนให้หยุดโยเย“จะเอาไปทำไมเอลลี่ เธอคลอดเมื่อไหร่ฉันจะให้เขาทำช่อโตๆ ให้เธอโยนเองเลย” ชาร์ลส์ทำหน้ามุ่ยโต้กลับ“ก็กว่าเอลลี่จะได้แต่งก็อีกตั้งหลายเดือน ไม่รู้ละ เอลลี่จะเอา” ว่าที่คุณแม่ยืนยันเสียงดังแข่งกับเสียงสาวๆ ที่หน้าโบสถ์ บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักด้วยว่าแขกมาร่วมงานมากกมาย ชาร์ลส์จำต้องกระโดดเข้าวงแย่งช่อบูเก้เจ้าสาวเพื่อเอาใจเมียรัก เขาอายนะ แต่จะทำอย่างไรได้ ก็เข้าชมรมกลัวเมียตามโจนาธานไปแล้วนี่นา“อาชาร์ลส์อย่ามาบังเจคน้า!” หนุ่มน้อยร้องบอกอาหนุ่
“เราออกไปกันเถอะอร ป่านนี้คุณคิงส์รออรอยู่ที่โบสถ์แล้วนะ วันนี้อรจะเป็นเจ้าสาวที่มีความสุข อรช่วยมีความสุขแทนพี่นุตของอรด้วย นุตไม่มีโอกาสได้ใส่ชุดเจ้าสาวเหมือนอร แต่พี่รู้ดีว่านุตจะต้องดีใจ และมีความสุขตอนที่อรเดินเข้าโบสถ์ พี่จะเป็นพี่ชายของอรเสมอ พี่ดาวด้วย เราจะเป็นครอบครัวเดียวกันตลอดไป”พอวาโยเอ่ยจบ เสียงร้องไห้โฮของนิลอรก็ดังลั่นห้อง ละอองดาวขยับมาลูบหลังให้เจ้าสาว เมื่อหล่อนไม่สามารถสะกดกลั้นน้ำตาไว้อีกต่อไป“อร...ขะ...ขอบคุณพี่โยกับพี่ดาว ที่ดีกับอรเสมอมา อรสัญญาว่าจะมีความสุข อรจะมอบความสุขนี้ให้พี่นุตด้วย พี่นุต...พี่สาวคนดีของอร ถ้าพี่อยู่บนสวรรค์ได้โปรดรับรู้ความสุขที่อรส่งให้พี่ด้วย อรคิดถึงพี่เหลือเกิน...”นิลอรยังร่ำไห้ถึงพี่สาวที่จากไป หลายปีมานี่เธอยุ่งวุ่นวายอยู่กับลูกๆ กับปัญหาชีวิตจนมีเวลาคิดถึงพี่สาวที่ชื่อวีนุตตราเพียงแค่ก่อนนอนเท่านั้น วันนี้เมื่อพี่สาวพี่ชายที่เคารพเอ่ยถึงวีนุตตราขึ้นมา จึงเหมือนสะกิดให้เธอปลดปล่อยความคิดถึงออกมาเป็นหยดน้ำตาบานประตูแง้มออกเล็กน้อย วาโยหันไปมองก็เห็นบุตรสาวคนสวยของตนยืนอยู่ตรงนั้น บุตรสาวที่มีชื่อเดียวกันกับอดีตคนรักของเขา วีน
โจนาธานยังคิดไม่ออกเลยว่าความแก่นเซี้ยวและพยศไม่ยอมใครของบุตรสาว ใครจะปราบแม่หนูได้ลง แต่ที่น่าเป็นห่วงกว่าก็คือ ว่าที่เจ้าบ่าวของแม่หนูที่ถูกหมายหัวไว้ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เกิด“ผมสงสารลูกขึ้นมาตงิดๆ แล้วละครับนาย”ชาร์ลส์เปรยออกมาอย่างลืมตัว โจนาธานแอบขำกับหน้าซีดๆ ของชาร์ลส์“อันนี้ฉันช่วยไม่ได้ นายต้องรีบปั๊มลูกชายแล้วนะชาร์ลส์ถ้าไม่อยากได้ลูกสะใภ้อายุแก่กว่าลูกนายไปมากกว่านี้ เห็นได้ชัดว่าแม่เจสสิก้าของฉันแก่กว่าอายุจริงไปหลายปีแล้ว เฮ้อ! ทำใจหน่อยนะนายน่ะ อากาศเมืองไทยมันร้อน เด็กมันเลยแก่แดด ฮ่าๆๆๆ”โจนาธานจับจูงบุตรชายออกจากห้องพร้อมกับเสียงหัวเราะ เหลือไว้เพียงชาร์ลส์ บุรุษผู้ถูกจับจองลูกชายไปเป็นเจ้าบ่าวในอนาคตของเจสสิก้า เขาหน้ามุ่ยเล็กน้อย ก่อนจะพยายามปัดความหนักอกหนักใจทิ้งไปเสีย เจสสิก้ายังเด็กเกินกว่าจะจดจำสิ่งที่เอื้อนเอ่ยกระมัง กว่าจะถึงวันนั้น แม่หนูอาจจะลืมไปแล้วก็ได้เมื่อคิดได้ดังนั้นชาร์ลส์ก็เดินยิ้มกริ่มออกจากห้องไปอีกคน เดินจากไปพร้อมๆ กับรอยยิ้มแห่งความโล่งใจ...........ที่ห้องนอนปัจจุบันของเจ้าสาว นิลอรยืนบิดซ้ายบิดขวาอยู่หน้ากระจกอย่างขัดใจ เธออยู่ในชุดสีชมพู
...........บทที่ 25ช่อบูเก้เจ้าสาว...........สามเดือนต่อมา วันวิวาห์วันนี้เป็นวันดีที่สุดของหนุ่มใหญ่โจนาธาน ลูกสาวคนสวยที่ชื่อแองเจล่าคลอดออกมาอย่างปลอดภัยเมื่อต้นเดือนที่แล้ว เขาตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวในชุดสูทสีขาวสุดหรูที่ชาร์ลส์เลือกมาให้ในวันแสนพิเศษ ผู้ช่วยหนุ่มก็หล่อเหลาในชุดสูทดูดี ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มนั้นบอกให้รู้ว่าช่วงเวลาแห่งความทุกข์ได้หมดไปจากใจของบุรุษผู้นี้แล้ว“ตื่นเต้นไหมครับนาย”ชาร์ลส์ถามขณะกลัดดอกกุหลาบที่อกเสื้อให้นายที่รัก“ที่สุดเลยล่ะชาร์ลส์ นายจะได้ทำความรู้จักกับมันตอนที่ต้องยืนกล่าวคำสาบานกับเอลลี่ของนาย แล้วเอลลี่เป็นยังไงบ้าง แพ้ท้องมากไหม”โจนาธานเอ่ยถามบุรุษที่เขาเอ็นดูเหมือนน้องชายร่วมอุทร ชาร์ลส์ตะโกนลั่นบ้านชนิดหมดมาดผู้ช่วยจอมเงียบขรึม ในตอนที่ประกาศว่าเขากำลังจะได้เป็นพ่อคน ชาร์ลส์โชคดีที่มีโอกาสได้รั้งแม่ของลูกเอาไว้ก่อนที่หล่อนจะหอบท้องหนีไป ไม่เหมือนกับเขาที่โง่ซ้ำซ้อนครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างน่าสมเพชที่สุด แต่มันผ่านไปแล้ว ความทุกข์แห่งการพลัดพรากจากไปพร้อมๆ กับความสุขที่กำลังคืบคลานเข้ามา“ช่วงเช้าๆ ครับ ลูกผมซนน่าดู เอลลี่แทบไม่ได้ลุกไปไหนเลยใน
“มี...เธอช่วยเป็นเจ้าสาวให้ฉันได้ไหม” ชาร์ลส์โต้กลับน้ำเสียงหนักแน่นไม่มีการปูทางเพื่อประโยคอันแสนอ่อนหวานนี้ เขารีบจนลน รีบจนไม่ได้คิดหาถ้อยคำดีๆ มาเอ่ย รีบเพราะเกรงว่าหากช้าไปกว่านี้สักครึ่งวินาที เขาจะไม่มีโอกาสได้พูดมันหญิงสาวหันหน้ากลับมาช้าๆ เธอกำลังอึ้ง อึ้งจนพูดไม่ออก นี่ชาร์ลส์กำลังขอเธอแต่งงานใช่ไหม“คุ...คุณ คุณหมายความว่ายังไงคะ ฉันงงไปหมดแล้ว”“ฉันขอเธอแต่งงานเอลลี่ เธอจะแต่งงานกับฉันไหมที่รัก ฉันไม่สัญญาว่าเธอจะได้สามีที่ดีที่สุด แต่ฉันสัญญาว่าหากเธอแต่งงานกับฉันเธอจะไม่มีวันเสียใจ ฉันพูดไม่ค่อยเก่ง เอ่อ...ฉันจะสร้างครอบครัวเล็กๆ เราจะสร้างมันขึ้นมาด้วยกัน ได้โปรดแต่งงานกับฉันเถอะนะเอลลี่” ชายหนุ่มคุกเข่าลงตรงหน้าหญิงสาว ก่อนจะหยิบเอาแหวนวงงามออกมาจากกล่อง หวังจะใช้มันสวมที่นิ้วนางข้างซ้ายให้เจ้าหล่อน แต่อรุณฉัตรไม่ยอมยื่นมือออกมา เขาส่งสายตาวอนขอมือข้างซ้ายที่หล่อนไขว้ไว้ด้านหลังราวกับซุกซ่อนอะไรบางอย่าง“บอกฉันสักครั้งนะคะ รักกันบ้างหรือเปล่าถึงได้ขอแต่งงาน ฉันไม่ใช่ตัวแทนของความรักนะ จะได้หาทางยึดครองไว้ให้เป็นตัวแทนของใครสักคน คุณรักฉันมากไหมคะชาร์ลส์ ตอบให้ดีๆ นะคะ







