LOGINควันขาวพวยพุ่งไปตามอากาศ ตะวันยืนอยู่ด้านนอกริมระเบียงห้องนอนของแสนรัก องศากับสกายก็ยืนอยู่เป็นเพื่อนเขาด้วย บุหรี่ในมือเขาเกือบจะหมดมวนแล้ว แต่ความเครียดและความโกรธยังไม่คลายลงเลย ตะวันมองคนน้องที่หลับสนิทอยู่บนเตียงทั้งมีดารินกำลังช่วยเอาผ้าเช็ดซับตามใบหน้าให้
องศาถอนหายแล้วกดบุหรี่ให้ดับลงบนที่เขี่ยบุหรี่ก่อนจะเดินไปยืนพิงพนักของระเบียงแล้วถอนหายใจ ตะวันหยิบโทรศัพท์ของเขาขึ้นมาดูเมื่อมข้อความแจ้งเตือนจากลูกน้องคนสนิท เขาคาบบุหรี่เอาไว้แล้วกดตอบกลับไป ‘เตรียมรถให้กู ไม่ต้องให้ใครตามไป กูจะไปคนเดียว’ เขาดูดบุหรี่ที่คาบเอาไว้อีกหนึ่งครั้งแล้วโยนทิ้งลงที่เขี่ย
“ไอ้ตะวัน จะไปไหนว่ะ?” สกายถามอย่างไม่เข้าจแล้วรีบเดินตามเข้ามาดานใน
“กูมีเรื่องต้องจัดการ เดี๋ยวกลับมา”
ตะวันหยิบเอาเสื้อเชิ้ตของเขาที่เขาถอดพาดไว้บนเก้าอี้มุมห้องขึ้นมาใส่ กระบอกปืนที่มีลูกกระสุนครบทุกนัดเหน็บเอาไว้ทั้งไม่ลืมจะเอาเสื้อปิดมันด้วย
“เฮ่ย เดี๋ยวดิ” องศาเรียกดังลั่นพร้อมกับวิ่งตามลงมาชั้นล่าง สกายเองก็รีบตามมาติดๆ ตอนนี้ไม่ต้องเดาก็พอรู้ว่าตะวันกำลังจะไปทำอะไร
“มึงจะไปคนเดียวหรอว่ะ?”
เขาพยักหน้าสิ่งที่องศาถาม เพื่อนเขาสองคนสลับมองหน้ากันอย่างกังวล แต่คนอย่างตะวันไม่เคยกลัวอะไร เขาเลือกจะก้างออกไปจากคฤหาสน์นี้คนเดียว แล้วเอ่ยปากขอให้องศากับสกายอยู่ที่นี่ก่อนเพื่อคอยช่วยดารินดูแลแสนรัก
ตลอดทางถนนเงียบสนิทไม่ได้มีรถติดอย่างทุกที แต่กลับไม่ได้ทำให้อาการใจร้อนของเขาลดน้อยลงเลย เข็มไมล์ที่ยังคงพุ่งขึ้นเรื่อย ๆบ่งบอกความเร็วรถที่ตะวันตั้งใจเหยียบคันเร่งจนแทบมิด เขาเลี้ยงรถเข้าไปในซอยแสนคุ้นเคยที่ตอนนี้อาจดูแปลกตาไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนไปจนจำไม่ได้
บ้านอัครบวร
ปริ๊ม!!! ปริ๊ม!!!!! เสียงบีบแตรรถดังลั่นจนคนภายในบ้านสะดุ้ง ทันทีที่คนรับใช้ของบ้านมาเปิดเพื่อดูว่าเป็นใคร เขาไม่รอช้าที่จะเหยียบคันเร่งให้รถพุ่งเข้าใส่ประตูจนคนที่ออกมาเปิดเซถลาถอยหลังหนีความตาย
“ไอ้ตะวัน….”
“ทำไม? ตกใจหรอที่พี่ชายมึงคนนี้ยังไม่ตาย”
เขาถามเสียงเย็นแล้วรอบสังเกตไปพื้นที่โดยรอบ ในบ้านเหลือรถแค่คันเดียวจอดอยู่ แสดงว่าพ่อกับแม่ไม่อยู่บ้าน ไม่ใช่ว่าเขากลัวพ่อกับแม่ แต่มันน่ารำคาญถ้าจะปล่อยให้มีคนมาขัดจังหวะของเขา
“มึงมาทำไม?”
ตะวันไม่ตอบคำถามเขาแค่แสยะยิ้มแล้วเดินไปเปิดหลังรถ ไม้เบสบอลที่เขาให้คนเตรียมไว้ขนาดกำลังถนัดมือถูกหยิบออกมา ขายาวก้าวเข้าหาอาทิตย์อย่างเชื่องช้า อีกคนกลัวเขาจนถอยหลังหนี
“มะ มึงจะทำอะไร?”
เคร้ง!!! ตะวันไม่พูดให้มากความ ไม้เบสบอลในมือถูกง้างขึ้นก่อนที่เขาจะฟาดไปสุดแรง อาทิตย์ที่ก้าวถอยหลังหลบทำให้ฟาดเข้าที่พื้นกระเบื้องหน้าบ้านจนแตกแทน เขายังคงไม่ลดละที่จะฟาดใส่อีกคนจนอาทิตย์วิ่งหนีเข้าบ้านหัวซุกหัวซุน
“อยากหนีก็หนี กูมีเวลาวิ่งจับมึงทั้งคืน”
เขาวิ่งก้าวเข้าตัวบ้าน กลิ่นอายที่คุ้นเคยเข้ามาแตะที่จมูก บรรยากาศในบ้านที่ถูกตกแต่งด้วยของหรูหรามากมาย มันแตกต่างจากตอนที่เขาเคยอยู่ แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนไปเลยคือความโดดเดี่ยวที่เขาได้รับทุกครั้งเมื่อก้าวเข้ามาที่นี่
ตะวันมุ่งตรงขึ้นไปห้องนอนของอาทิตย์ เขามองดูบานประตูที่เคยเป็นห้องของเขาแต่บัดนี้กลายเป็นห้องเก็บของหรูหราของอาทิตย์ไปแล้ว แกร็กๆ เขาพยายามบิดลูกบิดประตูของห้องที่เป็นเป้าหมายแล้วเหยียดยิ้ม น้องชายฝาแฝดของเขาที่เคยฉลาดหายไปไหนแล้ว ยิ่งล็อกเอาไว้เขาก็ยิ่งต้องมั่นใจว่ามันอยู่ห้องนี้
ปั้ง! เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัดพร้อมกับประตูห้องที่เปิดออกด้วยฝีมือเขา ตะวันก้าวเข้าไปอย่างระวังตามสัญชาตญาณ เงาของใครบางคนที่กำลังยกของบางอย่างทาบทับขึ้นมาจนเขาต้องความแขนอีกคนเอาไว้
“มึงแน่ใจนะว่านี่เป็นวิธีของคนฉลาด”
เพล้ง!! แจกันในมือของอาทิตย์กลายเป็นอาวุธชั้นดีสำหรับเขา ตะวันกระชากแจกันนั้นมาแล้วฟาดเข้าที่หัวอีกคนเต็มแรงจนอาทิตย์ทรุดลง ปลายเท้าเตะเศษแจกันตามพื้นออก แล้วเข้าไปเหยียบคนที่กำลังพยายามคลานหนีเต็มแรง
“คลิปอยู่ไหน?”
“คะ คลิปอะไร!?” อั่ก!! เขากระทืบซ้ำที่กลางหลังเต็มแรง ตะวันเกลียดคนเล่นลิ้นที่สุด ในเมื่ออาทิตย์รู้ดีอยู่แล้วในสิ่งที่เขาหมายถึง แต่อีกคนยังทำเป็นไม่รู้ เขาก็คงปล่อยให้ทำตัวลอยหน้าลอยตาไม่ได้
“โอ๊ย!! ไอ้ตะวัน มึงจะฆ่ากูหรือไง!!”
“กูฆ่ามึงแน่ ถ้ามึงยังไม่เอาคลิปมาให้กู” อั่ก! เขากระทืบซ้ำลงไปอีกเพื่อเพิ่มแรงกดดัน เขาดึงปืนที่เหน็บหลังออกมาอีกครั้ง เสียงกดไกปืนดังขึ้น ไม่นานนักปลายของกระบอกปืนก็จ่อเอาไว้ที่หัว
“มึงพูดอะไร!! กูไม่รู้เรื่อง!!!”
“คิดจะใช้วิธีนี้ขู่แสนรักให้มาฆ่ากู…. มึงมันเหี้ยเกินไปแล้ว”
“ก็มันเสือกรักกูทำไม! แค่กูพูดกูขู่นิดหน่อยมันก็ยอมทำตามแล้ว โอ๊ย!!”
ตะวันกระชากผมของคนที่นอนกองอยู่ที่พื้นเต็มแรง แผลที่หัวทำให้อาทิตย์เจ็บจนร้องลั่น เขาออกแรงดึงให้อาทิตย์ลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะหยิบเอามีดพกในกระเป๋ากางเกงออกมา
“กูจะให้โอกาสมึงครั้งสุดท้าย คลิปอยู่ไหน? ถ้ามึงไม่พูด มึงก็จะไม่ได้พูดอีกตลอดชีวิต” ปลายมีดแหลมจ่อไว้ที่ปากของอาทิตย์อย่างสื่อความหมาย เขาไม่ได้แค่กำลังขู่ แต่ตะวันกำลังเอ่ยปากเตือนอีกคนต่างหาก เขพร้อมจะทำได้ทุกอย่าง ขอแค่มันจะเป็นผลดีต่อแสนรักแค่เท่านั้น
“ไอ้ตะวัน จะทำจริงหรอว่ะ!! กูน้องมึงนะ!!”
“กูไม่มีน้องส้นตีนแบบมึง พูด!!!!”
“เออ!! อยู่นี่”
อาทิตย์ล้วงเอาโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงให้กับเขา เขาเปิดดูแล้วกดลบคลิปทั้งหมดก่อนจะกำโทรศัพท์แน่น ปึก!! ตะวันปาโทรศัพท์ของอาทิตย์ลงพื้นแล้วเอาไม้เบสบอลทุบจนแตกละเอียด ก่อนเขาจะหันกลับมากระชากผมอาทิตย์อีกครั้ง
“เพื่อกันมึงตุกติก พูดมาให้หมด ถ้ามึงตุกติกแม้แต่นิดเดียว กูส่งคลิกที่มึงสารภาพให้ตำรวจแน่” เขาเอาโทรศัพท์ของเขาจ่อถ่ายที่ใบหน้าของอาทิตย์อย่างจงใจ ใช้มีดแหลมบีบบังคับให้อีกคนพูดคำสารภาพที่ข่มขู่แสนรักด้วยคลิปเพื่อให้มาทำร้ายเขา
“มึงจะทำอะไรอีก กูพูดไปหมดแล้วไง” อาทิตย์เริ่มตัวสั่นเมื่อเห็นว่าตะวันยังคงนั่งลงข้างๆแล้วมองด้วยสายตาแสนดุดัน
“กูเป็นพี่ชายมึง เป็นฝาแฝดที่ออกมาลืมตาดูโลกก่อนมึงไม่กี่นาที ก็ต้องสอนมึงหน่อย ถ้าไม่รู้จักสั่งสอนกันเลย มึงคงจะไม่จำ”
ตะวันกระซิบที่ข้างหูน้องชายฝาแฝด เสียงแผ่วเบาแต่เย็นเยียบนั้นสร้างความหวาดกลัวให้อาทิตย์ไม่น้อย ฉึก!! ปลายมีดเย็นเฉียบปักเข้าหน้าท้องของอาทิตย์อย่างไม่ลังเล มือหนาอีกข้างของตะวันอุดปากอาทิตย์แน่นเพื่อไม่ให้มีเสียงร้องออกมา
“เพราะกูรู้จักมึงดีที่สุด รู้จักมึงดีกว่าใคร นั่นแหละมึงถึงต้องกลัวกู”
กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปราวกับภาพฝัน จากทารกน้อยตัวแดงเรื่อในอ้อมกอดวันนั้น บัดนี้น้องอคิณเติบโตขึ้นเป็นเด็กชายวัยสองขวบที่เต็มไปด้วยพลังงานและความสดใส ใบหน้าถอดแบบมาจากตะวันราวกับพิมพ์เดียวกัน ทั้งดวงตาคมกริบและจมูกโด่งรั้น หากแต่รอยยิ้มหวานหยดและแก้มป่องนั้นกลับได้มาจากแสนรักผู้เป็นแม่มาอย่างเต็มเปี่ยมคฤหาสน์ที่เคยเงียบเหงาและเคร่งขรึม บัดนี้ก้องกังวานไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงฝีเท้าเล็กๆที่วิ่งวุ่นไปทั่ว สนามหญ้าหน้าบ้านที่ตะวันเคยสัญญาว่าจะสร้างเป็นสนามเด็กเล่น บัดนี้ถูกเติมเต็มด้วยเครื่องเล่นหลากสีสันและบ่อทรายขนาดใหญ่ โดยมีเรือนกระจกหลังงามตั้งตระหง่านอยู่เคียงข้าง ดอกกุหลาบอังกฤษและลาเวนเดอร์ชูช่อบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบริเวณตะวันในชุดลำลองสบายๆสลัดคราบนักธุรกิจพันล้านทิ้งไปจนหมดสิ้น เขานั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นหญ้า คอยระวังหลังให้ลูกชายตัวน้อยที่กำลังพยายามปีนป่ายสไลเดอร์อย่างมุ่งมั่น โดยมีแสนรักนั่งมองภาพนั้นอยู่บนม้านั่งไม้ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ รอยยิ้มของเธอเปี่ยมไปด้วยความสุขที่เอ่อล้นจนไม่อาจบรรยายได้“ระวังครับอคิณ ค่อยๆก้าวลูก พ่อประคองอยู่ครับ” เสียงทุ้มของตะวัน
เสียงไซเรนจากรถตำรวจนำขบวนของลูกน้องตะวันดังสนั่นไปทั่วท้องถนนยามค่ำคืน รถยุโรปคันหรูพุ่งทะยานเข้าสู่หน้าแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่กฎหมายและสัญชาตญาณจะเอื้ออำนวย ทันทีที่รถจอดสนิทตะวันแทบจะกระโจนลงจากรถก่อนที่คนขับจะดับเครื่องยนต์เสียอีก เขารีบช้อนร่างของแสนรักที่บัดนี้ใบหน้าซีดเผือดและชุ่มไปด้วยเหงื่อขึ้นแนบอก ท่ามกลางเสียงตะโกนสั่งการที่ปนไปด้วยความลนลานของเขาเอง"หมอ! พยาบาล! ช่วยเมียผมด้วย! เธอปวดท้องมาก!" ตะวันตะโกนก้องโถงโรงพยาบาล จนเจ้าหน้าที่เข็นเตียงรับตัวรุดเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว แสนรักถูกวางลงบนเตียงเข็น มือเล็กยังคงบีบมือตะวันไว้แน่นจนเส้นเลือดหลังมือเขาปูดโปน"พี่ตะวัน... ฮึก... แสนรักปวด... ปวดเหมือนตัวจะแตกเลยค่ะ" เสียงสะอื้นที่ขาดห่วงของเธอทำให้หัวใจของมาเฟียหนุ่มบีบคั้นจนแทบจะหยุดหายใจ"พี่อยู่ตรงนี้ครับแสนรัก พี่ไม่ไปไหนทั้งนั้น!" ตะวันวิ่งตามเตียงเข็นไปจนถึงหน้าประตูห้องคลอดสีเขียวสะอาดตาที่สลักคำว่า 'เขตหวงห้าม' พยาบาลรีบเข้ามากันตัวเขาไว้"ญาติรอข้างนอกก่อนนะคะ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่เตรียมตัวคุณแม่เสร็จแล้วจะเชิญคุณพ่อเข้าไปข้างในค่ะ"ตะวันยืนนิ่งง
ค่ำคืนที่เงียบสงัดภายในคฤหาสน์ถูกโอบล้อมด้วยแสงจันทร์สีนวลตา ลมพัดเอื่อยๆ พาเอากลิ่นหอมของดอกราตรีที่แสนรักปลูกไว้ในสวนหลังบ้านโชยเข้ามาถึงระเบียงห้องนอนใหญ่ เวลาผ่านล่วงเลยไปอย่างรวดเร็วราวกับติดปีกบิน จากวันที่ทราบข่าวดีเรื่องเจ้าตัวเล็ก บัดนี้ครรภ์ของแสนรักแก่ขึ้นจนเห็นความนูนเด่นชัดเจนใต้ชุดนอนผ้าแพรสีหวานตะวันในชุดลำลองกางเกงขายาวตัวเดียว นั่งพิงหัวเตียงกว้างโดยมีแสนรักกึ่งนั่งกึ่งนอนเอนกายซบอยู่บนอกแกร่ง มือหนาที่เคยจับอาวุธ บัดนี้ลูบวนไปบนหน้าท้องกลมโตของภรรยาอย่างแผ่วเบาและทะนุถนอม สายตาของเขาเปลี่ยนไปจากคนดุดันกลายเป็นชายหนุ่มที่เปี่ยมไปด้วยความละมุนละไม“ดูสิแสนรัก... เจ้าตัวเล็กเตะพี่อีกแล้ว สงสัยจะอยากออกมาดูโลกเต็มทีแล้วนะครับ” ตะวันกระซิบเสียงทุ้มพลางคลี่ยิ้มกว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงเคลื่อนไหวจากภายใน แสนรักหัวเราะเบาๆ มือเล็กวางทับบนมือของตะวัน“สงสัยจะเหมือนพ่อเขานะคะ ขยันขยับตัวไม่ยอมอยู่นิ่งเลย พี่ตะวันวางแผนหรือยังคะว่าถ้าเขาออกมาแล้ว พี่จะสอนอะไรเขาเป็นอย่างแรก?”“พี่จะสอนให้เขารู้จักคำว่ารักและปกป้องครับแสนรัก” ตะวันจูบที่ขมับของเธอ“พี่จะสอนให้เขาเป็นสุภาพบุรุษท
พายุความกังวลจากเหตุการณ์สะดุดล้มในวันนั้นถูกแทนที่ด้วยคลื่นความรักที่ทวีความรุนแรงยิ่งกว่าเดิม เมื่อกาลเวลาล่วงเข้าสู่สัปดาห์ที่แปดของการตั้งครรภ์ ร่างกายของแสนรักเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ทำให้ชีวิตในคฤหาสน์วรโชติเมธีปั่นป่วนไปหมด ไม่ใช่เพราะศัตรูจากภายนอก แต่เป็นเพราะอาการแพ้ท้องอย่างหนักที่จู่โจมคุณแม่มือใหม่จนแทบกระดิกตัวไม่ได้"อึก... แหวะ!"เสียงขย้อนดังก้องออกมาจากห้องน้ำในเช้ามืดวันที่อากาศเย็นสบาย ตะวันที่นอนตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาสะดุ้งสุดตัว เขาดีดกายลุกขึ้นจากเตียงพุ่งตรงไปยังห้องน้ำทันที ภาพที่เห็นคือแสนรักในชุดนอนสายเดี่ยวสีขาว นั่งคุกเข่าอยู่ ใบหน้าหวานซีดเผือด ผมเผ้ายุ่งเหยิง และดวงตาที่รื้นไปด้วยน้ำตาจากแรงบีบคั้นของกระเพาะอาหาร"แสนรัก... เป็นยังไงบ้างครับคนดี" ตะวันรีบเข้าไปประคองไหล่บาง มือหนาลูบแผ่นหลังให้เบาๆด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสารจนแทบจะอยากเป็นคนแพ้ท้องแทนเสียเอง"พี่ตะวัน... แสนรัก้หม็น... แสนรักเหม็นกลิ่นสบู่ที่พี่เพิ่งใช้จังเลยค่ะ ฮึก" แสนรักเบือนหน้าหนีพลางปิดจมูก น้ำตาคลอเบ้า"สบู่เหรอ? พี่เพิ่งอาบน้ำมาเมื่อกี้นี้เองนะ..
เช้าวันใหม่ที่คฤหาสน์ดูจะเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทันทีที่ผลตรวจเลือดจากโรงพยาบาลยืนยันชัดเจนว่าแสนรักตั้งครรภ์ได้เกือบ 6 สัปดาห์ ตะวันก็เปลี่ยนร่างจากนักธุรกิจมาดเข้มกลายเป็นองครักษ์พิทักษ์คุณแม่แบบเต็มตัว เขาแทบจะไม่ยอมให้แสนรักคลาดสายตาแม้แต่วินาทีเดียว"พี่ตะวันคะ... แสนรักแค่จะไปหยิบน้ำส้มในตู้เย็นเองค่ะ ไม่ต้องประคองขนาดนี้ก็ได้" แสนรักเอ่ยกลั้วหัวเราะ ขณะที่ร่างสูงใหญ่ของตะวันเดินขนาบข้าง มือหนึ่งประคองเอว อีกมือเตรียมพร้อมจะคว้าร่างเธอไว้หากเธอสะดุดยอดหญ้าในบ้าน"ไม่ได้ครับแสนรัก หมอบอกว่าช่วงสามเดือนแรกอันตรายมาก ต้องประคบประหงมให้ดีที่สุด" ตะวันพูดด้วยสีหน้าจริงจังขั้นสุด "แล้วน้ำส้มน่ะ เดี๋ยวพี่ไปหยิบให้เอง แสนรักนั่งเฉยๆบนโซฟานี่แหละ ห้ามลุก ห้ามเดินเยอะ และที่สำคัญที่สุด... ห้ามวิ่ง เด็ดขาด เข้าใจไหมครับ?""รับทราบค่ะ" แสนรักทำท่าตะเบ๊ะหยอกล้อ แต่ในใจกลับรู้สึกอบอุ่นที่เห็นเขาเห่อลูกขนาดนี้ตลอดทั้งสัปดาห์ตะวันสั่งติดตั้งพรมกันลื่นใหม่ทั่วทั้งบ้าน มุมโต๊ะทุกตัวถูกหุ้มด้วยยางกันกระแทกหนาเตอะ จนองศาและสกายที่แวะมาเยี่ยมถึงกับหลุดขำที่เห็นมาเฟียจอมโหดกลายเป็นคนวิตกจ
กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปหนึ่งเดือนเต็มหลังจากค่ำคืนที่แสนหวานในห้องทำงานวันนั้น บ้านของตะวันดูจะสว่างไสวและเต็มไปด้วยพลังงานบวกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ตะวันเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะนักธุรกิจสีขาวอย่างเต็มตัว เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการประชุมร่วมกับองศาและสกายเพื่อนสนิทที่ร่วมหัวจมท้ายกันมานาน เพื่อวางรากฐานโปรเจกต์อสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่จะเน้นความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างสรรค์ชุมชนที่ปลอดภัย ซึ่งเป็นธุรกิจที่เขาตั้งใจจะมอบให้เป็นของขวัญแก่ครอบครัวในอนาคตเย็นวันนั้นรถยุโรปคันหรูของตะวันแล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้านพร้อมกับรถขององศาและสกายที่ตามมาติดๆ วันนี้เป็นวันที่พวกเขาเพิ่งกลับจากการไปดูไซต์งานก่อสร้างที่เขาใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ตะวันตั้งใจจะสร้างรีสอร์ตระดับไฮเอนด์และแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้สร้างบ้านพักตากอากาศส่วนตัว**ดารินก้าวลงจากรถพร้อมกับหิ้วถุงของฝากพะรุงพะรัง ทั้งขนมนำเข้าจากต่างประเทศและของฝากติดไม้ติดมือจากเขาใหญ่ เธอเดินนำหน้าพวกหนุ่มๆ เข้าไปในตัวบ้านด้วยความร่าเริงตามสไตล์"แสนรัก! พี่ดารินมาแล้วค่า มีของอร่อยมาฝากเพียบเลยนะ!” เสียงใสของดารินดังก้องไปทั่วโถงบ้านหรูใ
บรรยากาศงานประมูลเพชรที่ผู้คนมีหน้ามีตาทางสังคมหลั่งไหลกันมา แสนรักจับชายกระโปรงชุดราตรียาวสีขาวสะอาดตา ผมของเธอดัดลอนสลวยประดับด้วยที่คาดผมไข่มุกแท้ กำไลเพชรสั่งทำพิเศษขับให้ผิวของเธอขาวผุดผ่อง แสงไฟประดับภายในงานทำให้เธอดูเจิดจรัสที่สุดจนผู้คนต้องหันมามองแสนรักยังคงประหม่าเมื่อเธอกวาดตาไปมองแล้ว
ตะวันถือปืนในมือเอาไว้มั่น แขนแกร่งอีกข้างยังกอดคนน้องแน่นราวกับจะปกป้องแสนรักจากทุกเรื่องร้าย ตาคมหันขวับจ้องมองทางที่หูของเขาได้ยินเสียง ไกปืนกดลงอย่างตั้งตารอ หากทันทีคนที่โผล่มาเป็นพวกประสงค์ร้าย เขาก็พร้อมจะลั่นไกลอย่างไม่รีรอ"เฮ่ย! เดี๋ยวๆๆ พวกกูเอง" เสียงสกายดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงของเพื่อนเ
บ้านอัครบวรอาทิตย์เดินเข้ามาในตัวบ้านหลังจากเขาเสร็จจากประชุมด่วนเรื่องโปรเจคใหม่ที่พี่งได้เงินทุนมา พอเขาก้าวเข้าไปกลับรู้สึกว่าตั้งแต่บานประตูบ้านเงียบเชียบราวกับไม่มีใครอยู่ทั้งที่สิรินาถบอกว่าจะมารอเขาที่นี่ ขายาวก้าวไปตามทางเดินสู่ห้องนั่งเล่นก่อนเขาจะหยุดชะงักเมื่อได้ยินบทสนทนาของแม่เขาและสิ
"พี่อาทิตย์....""แสนรัก...พี่คือตะวัน ไม่ใช่ไอ้อาทิตย์""พะ พี่เหมือนกันขนาดนี้ สะ แสนรักทำไม่ได้หรอกค่ะ""แสนรักเดี๋ยวสิ" เขาเอ่ยปากเรียกคนที่รวบเสื้อปกปิดแล้ววิ่งหนีออกไปอย่างหัวเสีย ตะวัันนึกถึงสิ่งที่ตัวเองทำกับคนน้องเมื่อครู่แล้วก็ได้แต่ตบหน้าตัวเองกลับความคิดน้อยไปของเขา เขาเกลียดตัวเองที่ห้







