Masukควันขาวพวยพุ่งไปตามอากาศ ตะวันยืนอยู่ด้านนอกริมระเบียงห้องนอนของแสนรัก องศากับสกายก็ยืนอยู่เป็นเพื่อนเขาด้วย บุหรี่ในมือเขาเกือบจะหมดมวนแล้ว แต่ความเครียดและความโกรธยังไม่คลายลงเลย ตะวันมองคนน้องที่หลับสนิทอยู่บนเตียงทั้งมีดารินกำลังช่วยเอาผ้าเช็ดซับตามใบหน้าให้
องศาถอนหายแล้วกดบุหรี่ให้ดับลงบนที่เขี่ยบุหรี่ก่อนจะเดินไปยืนพิงพนักของระเบียงแล้วถอนหายใจ ตะวันหยิบโทรศัพท์ของเขาขึ้นมาดูเมื่อมข้อความแจ้งเตือนจากลูกน้องคนสนิท เขาคาบบุหรี่เอาไว้แล้วกดตอบกลับไป ‘เตรียมรถให้กู ไม่ต้องให้ใครตามไป กูจะไปคนเดียว’ เขาดูดบุหรี่ที่คาบเอาไว้อีกหนึ่งครั้งแล้วโยนทิ้งลงที่เขี่ย
“ไอ้ตะวัน จะไปไหนว่ะ?” สกายถามอย่างไม่เข้าจแล้วรีบเดินตามเข้ามาดานใน
“กูมีเรื่องต้องจัดการ เดี๋ยวกลับมา”
ตะวันหยิบเอาเสื้อเชิ้ตของเขาที่เขาถอดพาดไว้บนเก้าอี้มุมห้องขึ้นมาใส่ กระบอกปืนที่มีลูกกระสุนครบทุกนัดเหน็บเอาไว้ทั้งไม่ลืมจะเอาเสื้อปิดมันด้วย
“เฮ่ย เดี๋ยวดิ” องศาเรียกดังลั่นพร้อมกับวิ่งตามลงมาชั้นล่าง สกายเองก็รีบตามมาติดๆ ตอนนี้ไม่ต้องเดาก็พอรู้ว่าตะวันกำลังจะไปทำอะไร
“มึงจะไปคนเดียวหรอว่ะ?”
เขาพยักหน้าสิ่งที่องศาถาม เพื่อนเขาสองคนสลับมองหน้ากันอย่างกังวล แต่คนอย่างตะวันไม่เคยกลัวอะไร เขาเลือกจะก้างออกไปจากคฤหาสน์นี้คนเดียว แล้วเอ่ยปากขอให้องศากับสกายอยู่ที่นี่ก่อนเพื่อคอยช่วยดารินดูแลแสนรัก
ตลอดทางถนนเงียบสนิทไม่ได้มีรถติดอย่างทุกที แต่กลับไม่ได้ทำให้อาการใจร้อนของเขาลดน้อยลงเลย เข็มไมล์ที่ยังคงพุ่งขึ้นเรื่อย ๆบ่งบอกความเร็วรถที่ตะวันตั้งใจเหยียบคันเร่งจนแทบมิด เขาเลี้ยงรถเข้าไปในซอยแสนคุ้นเคยที่ตอนนี้อาจดูแปลกตาไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนไปจนจำไม่ได้
บ้านอัครบวร
ปริ๊ม!!! ปริ๊ม!!!!! เสียงบีบแตรรถดังลั่นจนคนภายในบ้านสะดุ้ง ทันทีที่คนรับใช้ของบ้านมาเปิดเพื่อดูว่าเป็นใคร เขาไม่รอช้าที่จะเหยียบคันเร่งให้รถพุ่งเข้าใส่ประตูจนคนที่ออกมาเปิดเซถลาถอยหลังหนีความตาย
“ไอ้ตะวัน….”
“ทำไม? ตกใจหรอที่พี่ชายมึงคนนี้ยังไม่ตาย”
เขาถามเสียงเย็นแล้วรอบสังเกตไปพื้นที่โดยรอบ ในบ้านเหลือรถแค่คันเดียวจอดอยู่ แสดงว่าพ่อกับแม่ไม่อยู่บ้าน ไม่ใช่ว่าเขากลัวพ่อกับแม่ แต่มันน่ารำคาญถ้าจะปล่อยให้มีคนมาขัดจังหวะของเขา
“มึงมาทำไม?”
ตะวันไม่ตอบคำถามเขาแค่แสยะยิ้มแล้วเดินไปเปิดหลังรถ ไม้เบสบอลที่เขาให้คนเตรียมไว้ขนาดกำลังถนัดมือถูกหยิบออกมา ขายาวก้าวเข้าหาอาทิตย์อย่างเชื่องช้า อีกคนกลัวเขาจนถอยหลังหนี
“มะ มึงจะทำอะไร?”
เคร้ง!!! ตะวันไม่พูดให้มากความ ไม้เบสบอลในมือถูกง้างขึ้นก่อนที่เขาจะฟาดไปสุดแรง อาทิตย์ที่ก้าวถอยหลังหลบทำให้ฟาดเข้าที่พื้นกระเบื้องหน้าบ้านจนแตกแทน เขายังคงไม่ลดละที่จะฟาดใส่อีกคนจนอาทิตย์วิ่งหนีเข้าบ้านหัวซุกหัวซุน
“อยากหนีก็หนี กูมีเวลาวิ่งจับมึงทั้งคืน”
เขาวิ่งก้าวเข้าตัวบ้าน กลิ่นอายที่คุ้นเคยเข้ามาแตะที่จมูก บรรยากาศในบ้านที่ถูกตกแต่งด้วยของหรูหรามากมาย มันแตกต่างจากตอนที่เขาเคยอยู่ แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนไปเลยคือความโดดเดี่ยวที่เขาได้รับทุกครั้งเมื่อก้าวเข้ามาที่นี่
ตะวันมุ่งตรงขึ้นไปห้องนอนของอาทิตย์ เขามองดูบานประตูที่เคยเป็นห้องของเขาแต่บัดนี้กลายเป็นห้องเก็บของหรูหราของอาทิตย์ไปแล้ว แกร็กๆ เขาพยายามบิดลูกบิดประตูของห้องที่เป็นเป้าหมายแล้วเหยียดยิ้ม น้องชายฝาแฝดของเขาที่เคยฉลาดหายไปไหนแล้ว ยิ่งล็อกเอาไว้เขาก็ยิ่งต้องมั่นใจว่ามันอยู่ห้องนี้
ปั้ง! เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัดพร้อมกับประตูห้องที่เปิดออกด้วยฝีมือเขา ตะวันก้าวเข้าไปอย่างระวังตามสัญชาตญาณ เงาของใครบางคนที่กำลังยกของบางอย่างทาบทับขึ้นมาจนเขาต้องความแขนอีกคนเอาไว้
“มึงแน่ใจนะว่านี่เป็นวิธีของคนฉลาด”
เพล้ง!! แจกันในมือของอาทิตย์กลายเป็นอาวุธชั้นดีสำหรับเขา ตะวันกระชากแจกันนั้นมาแล้วฟาดเข้าที่หัวอีกคนเต็มแรงจนอาทิตย์ทรุดลง ปลายเท้าเตะเศษแจกันตามพื้นออก แล้วเข้าไปเหยียบคนที่กำลังพยายามคลานหนีเต็มแรง
“คลิปอยู่ไหน?”
“คะ คลิปอะไร!?” อั่ก!! เขากระทืบซ้ำที่กลางหลังเต็มแรง ตะวันเกลียดคนเล่นลิ้นที่สุด ในเมื่ออาทิตย์รู้ดีอยู่แล้วในสิ่งที่เขาหมายถึง แต่อีกคนยังทำเป็นไม่รู้ เขาก็คงปล่อยให้ทำตัวลอยหน้าลอยตาไม่ได้
“โอ๊ย!! ไอ้ตะวัน มึงจะฆ่ากูหรือไง!!”
“กูฆ่ามึงแน่ ถ้ามึงยังไม่เอาคลิปมาให้กู” อั่ก! เขากระทืบซ้ำลงไปอีกเพื่อเพิ่มแรงกดดัน เขาดึงปืนที่เหน็บหลังออกมาอีกครั้ง เสียงกดไกปืนดังขึ้น ไม่นานนักปลายของกระบอกปืนก็จ่อเอาไว้ที่หัว
“มึงพูดอะไร!! กูไม่รู้เรื่อง!!!”
“คิดจะใช้วิธีนี้ขู่แสนรักให้มาฆ่ากู…. มึงมันเหี้ยเกินไปแล้ว”
“ก็มันเสือกรักกูทำไม! แค่กูพูดกูขู่นิดหน่อยมันก็ยอมทำตามแล้ว โอ๊ย!!”
ตะวันกระชากผมของคนที่นอนกองอยู่ที่พื้นเต็มแรง แผลที่หัวทำให้อาทิตย์เจ็บจนร้องลั่น เขาออกแรงดึงให้อาทิตย์ลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะหยิบเอามีดพกในกระเป๋ากางเกงออกมา
“กูจะให้โอกาสมึงครั้งสุดท้าย คลิปอยู่ไหน? ถ้ามึงไม่พูด มึงก็จะไม่ได้พูดอีกตลอดชีวิต” ปลายมีดแหลมจ่อไว้ที่ปากของอาทิตย์อย่างสื่อความหมาย เขาไม่ได้แค่กำลังขู่ แต่ตะวันกำลังเอ่ยปากเตือนอีกคนต่างหาก เขพร้อมจะทำได้ทุกอย่าง ขอแค่มันจะเป็นผลดีต่อแสนรักแค่เท่านั้น
“ไอ้ตะวัน จะทำจริงหรอว่ะ!! กูน้องมึงนะ!!”
“กูไม่มีน้องส้นตีนแบบมึง พูด!!!!”
“เออ!! อยู่นี่”
อาทิตย์ล้วงเอาโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงให้กับเขา เขาเปิดดูแล้วกดลบคลิปทั้งหมดก่อนจะกำโทรศัพท์แน่น ปึก!! ตะวันปาโทรศัพท์ของอาทิตย์ลงพื้นแล้วเอาไม้เบสบอลทุบจนแตกละเอียด ก่อนเขาจะหันกลับมากระชากผมอาทิตย์อีกครั้ง
“เพื่อกันมึงตุกติก พูดมาให้หมด ถ้ามึงตุกติกแม้แต่นิดเดียว กูส่งคลิกที่มึงสารภาพให้ตำรวจแน่” เขาเอาโทรศัพท์ของเขาจ่อถ่ายที่ใบหน้าของอาทิตย์อย่างจงใจ ใช้มีดแหลมบีบบังคับให้อีกคนพูดคำสารภาพที่ข่มขู่แสนรักด้วยคลิปเพื่อให้มาทำร้ายเขา
“มึงจะทำอะไรอีก กูพูดไปหมดแล้วไง” อาทิตย์เริ่มตัวสั่นเมื่อเห็นว่าตะวันยังคงนั่งลงข้างๆแล้วมองด้วยสายตาแสนดุดัน
“กูเป็นพี่ชายมึง เป็นฝาแฝดที่ออกมาลืมตาดูโลกก่อนมึงไม่กี่นาที ก็ต้องสอนมึงหน่อย ถ้าไม่รู้จักสั่งสอนกันเลย มึงคงจะไม่จำ”
ตะวันกระซิบที่ข้างหูน้องชายฝาแฝด เสียงแผ่วเบาแต่เย็นเยียบนั้นสร้างความหวาดกลัวให้อาทิตย์ไม่น้อย ฉึก!! ปลายมีดเย็นเฉียบปักเข้าหน้าท้องของอาทิตย์อย่างไม่ลังเล มือหนาอีกข้างของตะวันอุดปากอาทิตย์แน่นเพื่อไม่ให้มีเสียงร้องออกมา
“เพราะกูรู้จักมึงดีที่สุด รู้จักมึงดีกว่าใคร นั่นแหละมึงถึงต้องกลัวกู”
ภายในห้องนอนใหญ่ที่มืดสลัว แสงเทียนสั่นไหววูบวาบประดับบนโต๊ะอาหารมื้อพิเศษที่ อาทิตย์สั่งให้จัดเตรียมขึ้น เขานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับแสนรักในชุดสูทสีขาวสะอาดตาที่จงใจให้ดูเหมือนเทพบุตรที่สุดเท่าที่จะทำได้"แสนรัก... ในเมื่อทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นใหม่แล้ว พี่อยากให้เรามีพันธสัญญาที่มั่นคงกว่าเดิม" อาทิตย์เอ่ยเสียงนุ่มพลางหยิบกล่องแหวนเพชรเม็ดโตออกมาวางบนโต๊ะ "แต่งงานกับพี่นะ..."แสนรักจ้องมองกล่องแหวนนั้นด้วยความรู้สึกขยะแขยงจนแทบอยากจะอาเจียน มือของเธอที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ดวงตากลมมองแหวนในนิ้วที่ตะวันใส่ให้ ทุกอย่างยิ่งยืนยันกับเธอชัดเจนว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ตะวัน เธอแอบชำเลืองมองนาฬิกาที่ผนัง... อีกเพียงสิบนาทีเท่านั้น"พี่ตะวันคะ... แสนรักขอเวลาคิดแป๊บนึงได้ไหมคะ" เธอพยายามยื้อเวลาอย่างสุดความสามารถ"คิดอะไรอีกล่ะ!?" แววตาของอาทิตย์เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราด บรรยากาศตรงรั้วหลังคฤหาสน์ องศาและสกายในชุดปฏิบัติการสีดำสนิทกำลังซุ่มรอสัญญาณจากคนของตะวันที่ซ่อนอยู่ภายในบ้าน ซึ่งก็คือป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่ที่แอบตัดวงจรไฟฟ้าในจุดอับสายตาตามคำแนะนำของสกายผ่านโทรศัพท์ที่
แสงของวันใหม่ไม่ได้นำมาซึ่งความหวัง แต่มันกลับขับเน้นให้เห็นบรรยากาศที่เปลี่ยนไปของบ้านที่เคยอบอุ่น ดารินตื่นขึ้นมาด้วยอาการล้าเต็มที เธอแสร้งทำเป็นไอและเดินกระย่องกระแย่งออกจากห้องนอนใหญ่เพื่อสำรวจสถานการณ์ โดยมีแสนรักเดินประคองอยู่ข้างๆไม่ห่างที่ห้องอาหารอาทิตย์ในคราบของตะวันนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าของเขาดูหมองคล้ำจากการไม่ได้นอน แต่แววตานั้นกลับวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ เมื่อเห็นดารินยังคงเดินนัวเนียอยู่กับแสนรัก เขาก็กระแทกแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังปัง!"ริน... เราว่าอาการรินดูไม่ดีเลยนะ" อาทิตย์พูดเสียงเย็น"เราเรียกให้คนขับรถเตรียมรถไว้แล้ว เดี๋ยวจะให้ไปส่งรินที่โรงพยาบาลส่วนตัว จะได้ให้หมอตรวจละเอียด""ไม่เป็นไรตะวัน... เราเริ่มดีขึ้นแล้ว แค่ยังมึนๆ" ดารินแสร้งปาดเหงื่อที่หน้าผาก"เราอยากพักผ่อนอยู่ที่นี่อีกสักหน่อย ให้น้องแสนรักดูแลน่ะดีที่สุด หมอที่ไหนก็ไม่รู้ใจเท่าน้องแสนรักหรอก"อาทิตย์ลุกขึ้นยืนทันทีจนเก้าอี้กระเด็นไปด้านหลัง"เราไม่ได้ถามความสมัครใจ! นี่มันบ้านเรา และเราเห็นว่ารินควรไปโรงพยาบาล แสนรัก... เธอขึ้นไปเก็บของให้ดารินเดี๋ยวนี้!""พี่ตะวันคะ... ทำไมต้องรุนแรงขนา
ภายในห้องนอนใหญ่ที่เคยอบอวลไปด้วยไอรัก บัดนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนกรงขัง อาทิตย์ในคราบของตะวันยืนจ้องมองแสนรักด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิด เขาคาดหวังว่าการกลับมาครั้งนี้จะได้รับความปรนนิบัติและการตอบรับอย่างเร่าร้อนแต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม"แสนรัก พี่บอกให้มานี่ไง จะถอยหนีพี่ทำไม?" อาทิตย์ก้าวเดินเข้าหาเธอด้วยท่าทางคุกคาม น้ำเสียงทุ้มต่ำเริ่มมีความกระด้างที่ปิดไม่มิด"พี่ตะวัน... แสนรักรู้สึกไม่ค่อยสบายค่ะ วันนี้แสนรักเพลียมากจริงๆ" แสนรักตอบพลางขยับตัวไปจนชิดขอบเตียง มือของเธอกำชายเสื้อตัวเองไว้แน่น สัมผัสที่เย็นชารวมถึงแววตาที่จ้องมองมาอย่างหิวกระหายนั้นทำให้เธอหวาดกลัวจนแทบหยุดหายใจ เธอรู้ดีว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่ตะวันที่แสนอบอุ่นคนเดิมแน่ๆ แต่เธอก็ยังไม่กล้าพูดออกมา"ไม่สบายงั้นเหรอ? หรือว่าพอพี่ไม่อยู่ ใจเธอก็เปลี่ยนไปหาคนอื่นแล้ว!" อาทิตย์คว้าข้อมือเล็กของแสนรักไว้แน่นแล้วกระชากเข้าหาตัว"โอ๊ย! พี่ตะวัน แสนรักเจ็บค่ะ ปล่อยแสนรักนะ!" แสนรักพยายามดิ้นรน แรงบีบที่ข้อมือของเขามันรุนแรงและป่าเถื่อนจนเธอเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า ก่อนที่อาทิตย์จะโน้มตัวลงมาใช้กำลังข่มเหงเธอ เสียง
หยาดฝนยามบ่ายเริ่มโปรยปรายลงมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ท้องฟ้าเบื้องบนเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่นสอดรับกับความกังวลใจของแสนรักที่เพิ่มทวีคูณ เธอพยายามต่อสายหาตะวันนับสิบครั้งแต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงเสียงสัญญาณที่บอกว่า "ไม่สามารถติดต่อเลขหมายดังกล่าวได้""พี่ตะวัน... ทำไมเงียบไปแบบนี้คะ" เธอพึมพำกับตัวเองพลางกำโทรศัพท์แน่นจนปลายนิ้วซีดขาว ในขณะที่ความวุ่นวายใจกำลังถึงขีดสุด เสียงรถยนต์ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มก้าวลงจากรถท่ามกลางสายฝนที่เริ่มหนาเม็ด ใบหน้าคมเข้มที่เหมือนกับตะวันราวกับพิมพ์เดียวปรากฏสู่สายตา"พี่ตะวัน!" แสนรักรีบวิ่งลงไปรับที่หน้าประตูโถงด้วยความดีใจ แต่เมื่อเธอเข้าใกล้ ร่างกายของเธอกลับหยุดชะงักลงโดยอัตโนมัติอาทิตย์ในคราบของพี่ชายฝาแฝดยืนอยู่ตรงนั้น เขาส่งยิ้มบางๆให้เธอ ยิ้มที่ดูเผินๆเหมือนตะวันทุกประการ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับนิ่งสนิทและเย็นเยียบราวกับก้นมหาสมุทรที่ไม่มีแสงส่องถึง"พี่กลับมาแล้วครับแสนรัก... ขอโทษทีที่ติดต่อไม่ได้ พอดีเครื่องมีปัญหานิดหน่อยน่ะ" เสียงของเขาถูกปรับโทนให้ทุ้มต่ำและหนักแน่นเลียนแบบพี่ชายได้อย่างไร้ที่ติ อาทิตย์ก
แสงตะวันยามสายสาดส่องลงมายังรันเวย์ของสนามบินสุวรรณภูมิ เครื่องบินลำยักษ์ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ามุ่งหน้าสู่มาเก๊า บนเครื่องนั้นมีตะวัน ที่นั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยความรู้สึกพะวักพะวน แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นเรื่องงานที่สำคัญระดับพันล้าน แต่ใจของเขากลับทิ้งไว้ที่คฤหาสน์หลังใหญ่ ทิ้งไว้กับผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจเขาสะบัดไล่ความกังวลออกไปจากหัวพลางหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาตรวจเช็กระบบรักษาความปลอดภัยของบ้านผ่านแอปพลิเคชัน ทุกอย่างยังปกติดี กล้องวงจรปิดทุกตัวทำงานได้ไร้ที่ติ และเขาก็สั่งกำชับองศากับสกายให้คอยเวียนเข้าไปดูแสนรักทุกเย็น‘ฉันอาจจะแค่คิดมากไปเอง’ ตะวันบอกตัวเองแบบนั้น แต่สัญชาตญาณของเขากลับร้องเตือนบางอย่างที่เขาก็ยังหาคำตอบไม่ได้ภายในคฤหาสน์แสนรักที่ยืนส่งรถของตะวันที่แล่นพ้นรั้วบ้านไปตั้งแต่เช้าตรู่ ความเงียบเหงาเริ่มเข้ามาทักทายเธอทันทีที่เขาไม่อยู่ เธอเดินกลับเข้ามาในบ้านที่ดูจะกว้างขวางเกินไปสำหรับคนเพียงคนเดียว แม้จะมีเหล่าแม่บ้านและคนของเขาอยู่ด้วยก็ตาม"คุณแสนรักคะ มีพัสดุมาส่งค่ะ" ป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่เดินเข้ามาพร้อมกับกล่องกระดาษขนาดกลางสีน้ำตาล ไม่มีชื่อผู้ส่ง มีเพี
กาลเวลาหมุนผ่านไปอย่างมั่นคง เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ของ ตะวัน และแสนรักที่หยั่งรากลึกลงในใจของกันและกัน ภายในคฤหาสน์มีชีวิตชีวาขึ้นด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ และกลิ่นหอมของอาหารที่แสนรักตั้งใจเข้าครัวทำเอง ตะวันในชุดลำลองเนื้อดีนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะอาหารสายตาก็จดจ้องอยู่ที่หนังสือพิมพ์แต่หูกลับคอยฟังเสียงกุกกักจากในครัวอย่างเพลิดเพลิน"พี่ตะวันคะ ลองชิมข้าวต้มปลากะพงสูตรใหม่ของแสนรักดูหน่อยค่ะ" แสนรักเดินออกมาพร้อมถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาว ควันกรุ่นที่ลอยขึ้นมาส่งกลิ่นหอมของขิงและหอมเจียวตะวันวางหนังสือพิมพ์ลงทันที เขามองดูคนน้องที่ดูมีน้ำมีนวลขึ้นกว่าวันแรกที่เขาพามาที่นี่ ใบหน้าที่เคยอมทุกข์บัดนี้กลับสดใสราวกับดอกไม้ที่ได้รับน้ำค้างยามเช้า"แค่กลิ่นก็รู้แล้วว่าอร่อย แสนรักทำอะไรพี่ก็กินได้ทั้งนั้นแหละ แต่ขยันทำขนาดนี้ พี่ว่าพี่ต้องขยายชุดสูทเพิ่มแล้วนะ" เขารับถ้วยมาวางตรงหน้า"พี่ตะวันก็พูดเกินไปค่ะ แสนรักแค่อยากดูแลพี่ ตอบแทนที่ทำให้แสนรักรู้สึกมีความสุขขึ้นมาอีกครั้ง" เธอสบตาเขาด้วยความซาบซึ้ง ก่อนตะวันจะเอื้อมมือไปกุมมือเรียวไว้"มันเป็นหน้าที่ของพี่อยู่แล้ว และมันจะเป็นแบบนี้ตลอดไป"ในข