LOGINแสงตะวันยามสายสาดส่องลงมายังรันเวย์ของสนามบินสุวรรณภูมิ เครื่องบินลำยักษ์ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ามุ่งหน้าสู่มาเก๊า บนเครื่องนั้นมีตะวัน ที่นั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยความรู้สึกพะวักพะวน แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นเรื่องงานที่สำคัญระดับพันล้าน แต่ใจของเขากลับทิ้งไว้ที่คฤหาสน์หลังใหญ่ ทิ้งไว้กับผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจ
เขาสะบัดไล่ความกังวลออกไปจากหัวพลางหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาตรวจเช็กระบบรักษาความปลอดภัยของบ้านผ่านแอปพลิเคชัน ทุกอย่างยังปกติดี กล้องวงจรปิดทุกตัวทำงานได้ไร้ที่ติ และเขาก็สั่งกำชับองศากับสกายให้คอยเวียนเข้าไปดูแสนรักทุกเย็น
‘ฉันอาจจะแค่คิดมากไปเอง’ ตะวันบอกตัวเองแบบนั้น แต่สัญชาตญาณของเขากลับร้องเตือนบางอย่างที่เขาก็ยังหาคำตอบไม่ได้
ภายในคฤหาสน์แสนรักที่ยืนส่งรถของตะวันที่แล่นพ้นรั้วบ้านไปตั้งแต่เช้าตรู่ ความเงียบเหงาเริ่มเข้ามาทักทายเธอทันทีที่เขาไม่อยู่ เธอเดินกลับเข้ามาในบ้านที่ดูจะกว้างขวางเกินไปสำหรับคนเพียงคนเดียว แม้จะมีเหล่าแม่บ้านและคนของเขาอยู่ด้วยก็ตาม
"คุณแสนรักคะ มีพัสดุมาส่งค่ะ" ป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่เดินเข้ามาพร้อมกับกล่องกระดาษขนาดกลางสีน้ำตาล ไม่มีชื่อผู้ส่ง มีเพียงที่อยู่ที่ระบุถึง "แสนรัก" จนแสนรักขมวดคิ้วเล็กน้อย
"พัสดุเหรอคะ? แสนรักไม่ได้สั่งอะไรไว้นะคะป้าอุ่น"
"เห็นพนักงานส่งบอกว่ามีคนสั่งให้มาส่งที่นี่ด่วนที่สุดค่ะ บอกว่าเป็นของขวัญย้อนหลังวันเกิดคุณตะวัน แต่ระบุชื่อคุณแสนรักเป็นผู้รับ" ป้าอุ่นวางกล่องลงบนโต๊ะกลางห้องโถง แสนรักหัวใจเต้นเร็วขึ้นด้วยความสงสัย เธอพยายามคิดว่าอาจจะเป็นของขวัญจากเพื่อนๆของตะวันที่แกล้งส่งมาหยอกล้อ แต่ก็ไม่อาจละความสงสัยว่าทำไมถึงต้องระบุชื่อของเธอ มือเล็กหยิบมีดคัตเตอร์ขนาดเล็กขึ้นมา แล้วค่อยๆกรีดเทปกาวออกอย่างระมัดระวัง
เมื่อฝากล่องถูกเปิดออก สิ่งแรกที่แสนรักเห็นไม่ใช่ของขวัญล้ำค่าหรือช่อดอกไม้สวยงาม แต่มันคือกล่องดนตรีไม้เก่าๆที่สภาพดูทรุดโทรม กลิ่นอายของไม้ที่ผุพังโชยออกมาเตะจมูก
แสนรักมือสั่นเทา เธอจำกล่องดนตรีชิ้นนี้ได้แม่นยำ มันคือของขวัญชิ้นที่อาทิตย์เคยให้เธอเมื่อหลายปีก่อนในวันที่เธอยังเป็นเพียงเด็กสาวที่เปี่ยมไปด้วยความรักที่มีต่อเขา กล่องดนตรีที่เธอคิดว่ามันหายไปพร้อมกับวันที่บ้านของเธอล้มละลายและถูกยึดทรัพย์ไปทั้งหมด
เธอหยิบมันขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ความทรงจำอันเจ็บปวดเริ่มหลั่งไหลกลับมาเหมือนเขื่อนที่พังทลาย และที่ก้นกล่องนั้น มีซองจดหมายสีขาวสะอาดตาซ่อนอยู่ แสนรักดึงจดหมายออกมาเปิดอ่าน ลายมือที่หวัดและคุ้นตาทำให้เธอแทบจะทรงตัวไม่อยู่
"ถึง... แสนรักคนสวยของพี่
ยินดีด้วยกับชีวิตใหม่ที่ดูจะดีขึ้นกว่าเดิม พี่ชายของพี่ดูแลเธอดีหรือเปล่า? มันเคยเล่าไหมว่าที่มันรวยขึ้นมาได้แบบก้าวกระโดดในช่วงที่บ้านเธอพัง... มันเอาเงินมาจากไหน?
กล่องดนตรีนี้พี่เก็บมันไว้เพื่อเตือนใจว่า 'ของที่เป็นของพี่... วันหนึ่งมันต้องกลับมาเป็นของพี่' ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นสิ่งของหรือว่าผู้หญิงคนหนึ่งก็ตาม แล้วเจอกันเร็วๆนี้นะครับ... ที่รัก"
แสนรักทำจดหมายหลุดมือ เธอถอยหลังจนไปชนกับขอบโต๊ะ ใบหน้าที่เคยมีสีเลือดบัดนี้กลับซีดเผือดราวกับคนตาย
"คุณแสนรัก! เป็นอะไรไปคะ!?" ป้าอุ่นรีบเข้ามาประคอง
"มีอะไรอยู่ในกล่องคะนั่น?"
"มะ... ไม่มีอะไรค่ะป้าอุ่น แค่ของใช้เก่าๆ ของแสนรักเอง" แสนรักโกหกคำโต เธอรีบคว้าจดหมายและกล่องดนตรีขึ้นมาซ่อนไว้ในอ้อมกอด
"ป้าไปทำงานต่อเถอะค่ะ แสนรักแค่หน้ามืดนิดหน่อย"
ตลอดทั้งบ่ายแสนรักขังตัวเองอยู่ในห้องนอน เธอจ้องมองกล่องดนตรีชิ้นนั้นราวกับมันเป็นสิ่งน่ากลัว คำถามมากมายผุดขึ้นในหัว 'อาทิตย์รู้ที่นี่ได้ยังไง?' และที่สำคัญที่สุด 'จดหมายนั่นหมายความว่าอะไร?'
ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น เป็นเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคย
เธอลังเลที่จะรับ แต่สุดท้ายก็กดรับด้วยมือที่สั่นเทา
"ฮัลโหล..." ความเงียบคือสิ่งเดียวที่ตอบกลับมา แสนรักได้ยินเพียงเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอจากปลายสาย เสียงลมหายใจที่จงใจให้เธอได้ยิน
"นั่นใครคะ... พี่อาทิตย์ใช่ไหม?" เธอถามด้วยเสียงสั่นเครือ ไม่มีคำตอบ มีเพียงเสียงกลไกของกล่องดนตรีที่ดังแว่วมาจากปลายสาย เป็นทำนองเพลงเดียวกับกล่องดนตรีที่วางอยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้!
แสนรักกดวางสายทันทีแล้วขว้างโทรศัพท์ลงบนเตียง เธอหอบหายใจถี่ด้วยความตื่นตระหนก ความรู้สึกเหมือนถูกจ้องมองอยู่ตลอดเวลาเริ่มกลับมาทำร้ายเธออีกครั้ง
"ต้องโทรหาพี่ตะวัน..." แสนรักคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง แต่แล้วเธอก็หยุดมือ 'ไม่... พี่ตะวันกำลังทำงานสำคัญ ถ้าบอกตอนนี้ พี่ตะวันต้องทิ้งงานแล้วรีบกลับมาแน่ๆ' เธอไม่อยากเป็นภาระ และที่สำคัญเธอไม่อยากให้ตะวันรู้ว่าเธอกำลังสั่นคลอนเพราะคำพูดของอาทิตย์ เธอจึงตัดสินใจโทรหาคนเดียวที่เธอคิดว่าจะช่วยได้
"ฮัลโหล... พี่ดารินคะ แสนรักมีเรื่องอยากให้ช่วยค่ะ"
สิบห้านาทีต่อมาดารินบึ่งรถเข้ามาในคฤหาสน์ด้วยความเร็วสูง เธอรีบวิ่งขึ้นไปหาแสนรักที่ห้องนอนทันทีที่แม่บ้านเปิดประตูให้
"มีอะไรน้องแสนรัก!? เสียงในโทรศัพท์ฟังดูไม่ดีเลยนะ" ดารินถามด้วยความเป็นห่วง แสนรักส่งจดหมายและกล่องดนตรีให้ดารินดู ดารินอ่านจดหมายด้วยสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นเรื่อยๆจนอ่านจบเธอก็สบถออกมา
"ไอ้สารเลวอาทิตย์! มันยังไม่จบอีกหรอ! พี่ว่าตะวันคิดผิดแล้วที่ให้โอกาสมันน่ะ”" ดารินตบโต๊ะเสียงดัง
"แสนรัก อย่าไปฟังมันนะ มันต้องการปั่นหัวเรา"
"แต่ลายมือนี้มันของพี่อาทิตย์จริงๆนะคะพี่ดาริน”
"ฟังพี่นะแสนรัก" ดารินจับไหล่เธอไว้อย่างมั่นคง
"ตะวันรักเรามาก ตะวันไม่ยอมให้ใครมาทำอะไรน้องแสนรักหรอก”
"แสนรักกลัวค่ะ... แสนรักกลัวว่าอาทิตย์จะมาที่นี่"
"ไม่ต้องกลัว พี่จะอยู่เป็นเพื่อนแสนรักเอง คืนนี้พี่จะนอนที่นี่ คนของตะวันฝีมือดีๆทั้งนั้น อาทิตย์มันเข้ามาไม่ได้หรอก" ดารินพยายามปลอบ แต่ในใจเธอก็เริ่มรู้สึกถึงความไม่ปกติ
"พี่จะโทรบอกองศากับสกายให้ส่งคนมาคุมเข้มรอบรั้วบ้านเพิ่มด้วย"
คืนนั้นแสนรักนอนไม่หลับ แม้จะมีดารินนอนอยู่ข้างๆแต่ทุกเสียงลมพัดผ่านกิ่งไม้ หรือเสียงเดินของคนที่องศาส่งมาเพิ่มเดินอยู่นอกห้อง ก็ทำให้เธอสะดุ้งสุดตัวอยู่ตลอดเวลา
กลางดึก... ในขณะที่ดารินหลับสนิทไปแล้ว แสนรักลุกขึ้นไปที่หน้าต่างเพื่อปิดม่านให้สนิทกว่าเดิม สายตาของเธอกวาดมองลงไปยังสวนหย่อมเบื้องล่างที่มืดสลัว
ท่ามกลางดงดอกไม้สีขาวที่ตะวันปลูกไว้ให้เธอ เธอเห็นเงามืดของชายคนหนึ่งยืนอยู่นอกเขตรั้วบ้าน ชายคนนั้นสวมเสื้อฮู้ดสีดำสนิท เขายืนนิ่งสนิทและจ้องมองตรงมาที่หน้าต่างห้องนอนของเธอ
แสนรักตาค้าง เธอพยายามจะขยี้ตาเพื่อมองให้ชัดขึ้น แต่เพียงชั่วพริบตาเดียวที่เมฆเคลื่อนผ่านดวงจันทร์ เงาร่างนั้นก็หายวับไปราวกับไม่มีอยู่จริง เธอทรุดตัวลงนั่งกับพื้นห้อง กอดเข่าตัวเองไว้แน่น น้ำตาเริ่มไหลออกมาด้วยความข้ามผ่านขีดจำกัดของความกลัว
'พี่ตะวัน... รีบกลับมาหาแสนรักนะคะ แสนรักกลัวเหลือเกิน'
ห่างออกไปในห้องเช่าซอมซ่อ อาทิตย์นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์หลายเครื่องที่แสดงข้อมูลบัญชีธนาคารเก่าของตะวันที่เขาไปขโมยมาจากฐานข้อมูลบริษัทคู่แข่ง เขาหัวเราะในลำคออย่างผู้เหนือกว่า
"มึงซ่อนมันไว้เก่งนะตะวัน... แต่ไม่มีความลับไหนที่กูหาไม่เจอ" อาทิตย์พึมพำ
“เอกสารที่กูปลอมแปลงนี้ จะทำให้ความสัมพันธ์ของมึงกับแสนรักเริ่มสั่นคลอนลงแน่”
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดส่งข้อความเข้าเครื่องของแสนรักอีกครั้ง ข้อความที่ไม่มีคำพูด มีเพียงรูปภาพเอกสารสัญญาซื้อขายฉบับหนึ่งที่มีลายเซ็นของ "ตะวัน อัครบวร" ประทับอยู่อย่างชัดเจน ก่อนอาทิตย์จะวางโทรศัพท์ลงแล้วเอนหลังพิงเก้าอี้
"พรุ่งนี้เช้า... ความรักที่สวยงามของมึงจะพังลง แล้วกูจะไปรับแสนรักกลับมาเองพร้อมกับทรัพย์สินในบ้านมึง"
ภายในห้องนอนใหญ่ที่มืดสลัว แสงเทียนสั่นไหววูบวาบประดับบนโต๊ะอาหารมื้อพิเศษที่ อาทิตย์สั่งให้จัดเตรียมขึ้น เขานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับแสนรักในชุดสูทสีขาวสะอาดตาที่จงใจให้ดูเหมือนเทพบุตรที่สุดเท่าที่จะทำได้"แสนรัก... ในเมื่อทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นใหม่แล้ว พี่อยากให้เรามีพันธสัญญาที่มั่นคงกว่าเดิม" อาทิตย์เอ่ยเสียงนุ่มพลางหยิบกล่องแหวนเพชรเม็ดโตออกมาวางบนโต๊ะ "แต่งงานกับพี่นะ..."แสนรักจ้องมองกล่องแหวนนั้นด้วยความรู้สึกขยะแขยงจนแทบอยากจะอาเจียน มือของเธอที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ดวงตากลมมองแหวนในนิ้วที่ตะวันใส่ให้ ทุกอย่างยิ่งยืนยันกับเธอชัดเจนว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ตะวัน เธอแอบชำเลืองมองนาฬิกาที่ผนัง... อีกเพียงสิบนาทีเท่านั้น"พี่ตะวันคะ... แสนรักขอเวลาคิดแป๊บนึงได้ไหมคะ" เธอพยายามยื้อเวลาอย่างสุดความสามารถ"คิดอะไรอีกล่ะ!?" แววตาของอาทิตย์เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราด บรรยากาศตรงรั้วหลังคฤหาสน์ องศาและสกายในชุดปฏิบัติการสีดำสนิทกำลังซุ่มรอสัญญาณจากคนของตะวันที่ซ่อนอยู่ภายในบ้าน ซึ่งก็คือป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่ที่แอบตัดวงจรไฟฟ้าในจุดอับสายตาตามคำแนะนำของสกายผ่านโทรศัพท์ที่
แสงของวันใหม่ไม่ได้นำมาซึ่งความหวัง แต่มันกลับขับเน้นให้เห็นบรรยากาศที่เปลี่ยนไปของบ้านที่เคยอบอุ่น ดารินตื่นขึ้นมาด้วยอาการล้าเต็มที เธอแสร้งทำเป็นไอและเดินกระย่องกระแย่งออกจากห้องนอนใหญ่เพื่อสำรวจสถานการณ์ โดยมีแสนรักเดินประคองอยู่ข้างๆไม่ห่างที่ห้องอาหารอาทิตย์ในคราบของตะวันนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าของเขาดูหมองคล้ำจากการไม่ได้นอน แต่แววตานั้นกลับวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ เมื่อเห็นดารินยังคงเดินนัวเนียอยู่กับแสนรัก เขาก็กระแทกแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังปัง!"ริน... เราว่าอาการรินดูไม่ดีเลยนะ" อาทิตย์พูดเสียงเย็น"เราเรียกให้คนขับรถเตรียมรถไว้แล้ว เดี๋ยวจะให้ไปส่งรินที่โรงพยาบาลส่วนตัว จะได้ให้หมอตรวจละเอียด""ไม่เป็นไรตะวัน... เราเริ่มดีขึ้นแล้ว แค่ยังมึนๆ" ดารินแสร้งปาดเหงื่อที่หน้าผาก"เราอยากพักผ่อนอยู่ที่นี่อีกสักหน่อย ให้น้องแสนรักดูแลน่ะดีที่สุด หมอที่ไหนก็ไม่รู้ใจเท่าน้องแสนรักหรอก"อาทิตย์ลุกขึ้นยืนทันทีจนเก้าอี้กระเด็นไปด้านหลัง"เราไม่ได้ถามความสมัครใจ! นี่มันบ้านเรา และเราเห็นว่ารินควรไปโรงพยาบาล แสนรัก... เธอขึ้นไปเก็บของให้ดารินเดี๋ยวนี้!""พี่ตะวันคะ... ทำไมต้องรุนแรงขนา
ภายในห้องนอนใหญ่ที่เคยอบอวลไปด้วยไอรัก บัดนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนกรงขัง อาทิตย์ในคราบของตะวันยืนจ้องมองแสนรักด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิด เขาคาดหวังว่าการกลับมาครั้งนี้จะได้รับความปรนนิบัติและการตอบรับอย่างเร่าร้อนแต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม"แสนรัก พี่บอกให้มานี่ไง จะถอยหนีพี่ทำไม?" อาทิตย์ก้าวเดินเข้าหาเธอด้วยท่าทางคุกคาม น้ำเสียงทุ้มต่ำเริ่มมีความกระด้างที่ปิดไม่มิด"พี่ตะวัน... แสนรักรู้สึกไม่ค่อยสบายค่ะ วันนี้แสนรักเพลียมากจริงๆ" แสนรักตอบพลางขยับตัวไปจนชิดขอบเตียง มือของเธอกำชายเสื้อตัวเองไว้แน่น สัมผัสที่เย็นชารวมถึงแววตาที่จ้องมองมาอย่างหิวกระหายนั้นทำให้เธอหวาดกลัวจนแทบหยุดหายใจ เธอรู้ดีว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่ตะวันที่แสนอบอุ่นคนเดิมแน่ๆ แต่เธอก็ยังไม่กล้าพูดออกมา"ไม่สบายงั้นเหรอ? หรือว่าพอพี่ไม่อยู่ ใจเธอก็เปลี่ยนไปหาคนอื่นแล้ว!" อาทิตย์คว้าข้อมือเล็กของแสนรักไว้แน่นแล้วกระชากเข้าหาตัว"โอ๊ย! พี่ตะวัน แสนรักเจ็บค่ะ ปล่อยแสนรักนะ!" แสนรักพยายามดิ้นรน แรงบีบที่ข้อมือของเขามันรุนแรงและป่าเถื่อนจนเธอเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า ก่อนที่อาทิตย์จะโน้มตัวลงมาใช้กำลังข่มเหงเธอ เสียง
หยาดฝนยามบ่ายเริ่มโปรยปรายลงมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ท้องฟ้าเบื้องบนเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่นสอดรับกับความกังวลใจของแสนรักที่เพิ่มทวีคูณ เธอพยายามต่อสายหาตะวันนับสิบครั้งแต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงเสียงสัญญาณที่บอกว่า "ไม่สามารถติดต่อเลขหมายดังกล่าวได้""พี่ตะวัน... ทำไมเงียบไปแบบนี้คะ" เธอพึมพำกับตัวเองพลางกำโทรศัพท์แน่นจนปลายนิ้วซีดขาว ในขณะที่ความวุ่นวายใจกำลังถึงขีดสุด เสียงรถยนต์ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มก้าวลงจากรถท่ามกลางสายฝนที่เริ่มหนาเม็ด ใบหน้าคมเข้มที่เหมือนกับตะวันราวกับพิมพ์เดียวปรากฏสู่สายตา"พี่ตะวัน!" แสนรักรีบวิ่งลงไปรับที่หน้าประตูโถงด้วยความดีใจ แต่เมื่อเธอเข้าใกล้ ร่างกายของเธอกลับหยุดชะงักลงโดยอัตโนมัติอาทิตย์ในคราบของพี่ชายฝาแฝดยืนอยู่ตรงนั้น เขาส่งยิ้มบางๆให้เธอ ยิ้มที่ดูเผินๆเหมือนตะวันทุกประการ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับนิ่งสนิทและเย็นเยียบราวกับก้นมหาสมุทรที่ไม่มีแสงส่องถึง"พี่กลับมาแล้วครับแสนรัก... ขอโทษทีที่ติดต่อไม่ได้ พอดีเครื่องมีปัญหานิดหน่อยน่ะ" เสียงของเขาถูกปรับโทนให้ทุ้มต่ำและหนักแน่นเลียนแบบพี่ชายได้อย่างไร้ที่ติ อาทิตย์ก
แสงตะวันยามสายสาดส่องลงมายังรันเวย์ของสนามบินสุวรรณภูมิ เครื่องบินลำยักษ์ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ามุ่งหน้าสู่มาเก๊า บนเครื่องนั้นมีตะวัน ที่นั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยความรู้สึกพะวักพะวน แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นเรื่องงานที่สำคัญระดับพันล้าน แต่ใจของเขากลับทิ้งไว้ที่คฤหาสน์หลังใหญ่ ทิ้งไว้กับผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจเขาสะบัดไล่ความกังวลออกไปจากหัวพลางหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาตรวจเช็กระบบรักษาความปลอดภัยของบ้านผ่านแอปพลิเคชัน ทุกอย่างยังปกติดี กล้องวงจรปิดทุกตัวทำงานได้ไร้ที่ติ และเขาก็สั่งกำชับองศากับสกายให้คอยเวียนเข้าไปดูแสนรักทุกเย็น‘ฉันอาจจะแค่คิดมากไปเอง’ ตะวันบอกตัวเองแบบนั้น แต่สัญชาตญาณของเขากลับร้องเตือนบางอย่างที่เขาก็ยังหาคำตอบไม่ได้ภายในคฤหาสน์แสนรักที่ยืนส่งรถของตะวันที่แล่นพ้นรั้วบ้านไปตั้งแต่เช้าตรู่ ความเงียบเหงาเริ่มเข้ามาทักทายเธอทันทีที่เขาไม่อยู่ เธอเดินกลับเข้ามาในบ้านที่ดูจะกว้างขวางเกินไปสำหรับคนเพียงคนเดียว แม้จะมีเหล่าแม่บ้านและคนของเขาอยู่ด้วยก็ตาม"คุณแสนรักคะ มีพัสดุมาส่งค่ะ" ป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่เดินเข้ามาพร้อมกับกล่องกระดาษขนาดกลางสีน้ำตาล ไม่มีชื่อผู้ส่ง มีเพี
กาลเวลาหมุนผ่านไปอย่างมั่นคง เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ของ ตะวัน และแสนรักที่หยั่งรากลึกลงในใจของกันและกัน ภายในคฤหาสน์มีชีวิตชีวาขึ้นด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ และกลิ่นหอมของอาหารที่แสนรักตั้งใจเข้าครัวทำเอง ตะวันในชุดลำลองเนื้อดีนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะอาหารสายตาก็จดจ้องอยู่ที่หนังสือพิมพ์แต่หูกลับคอยฟังเสียงกุกกักจากในครัวอย่างเพลิดเพลิน"พี่ตะวันคะ ลองชิมข้าวต้มปลากะพงสูตรใหม่ของแสนรักดูหน่อยค่ะ" แสนรักเดินออกมาพร้อมถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาว ควันกรุ่นที่ลอยขึ้นมาส่งกลิ่นหอมของขิงและหอมเจียวตะวันวางหนังสือพิมพ์ลงทันที เขามองดูคนน้องที่ดูมีน้ำมีนวลขึ้นกว่าวันแรกที่เขาพามาที่นี่ ใบหน้าที่เคยอมทุกข์บัดนี้กลับสดใสราวกับดอกไม้ที่ได้รับน้ำค้างยามเช้า"แค่กลิ่นก็รู้แล้วว่าอร่อย แสนรักทำอะไรพี่ก็กินได้ทั้งนั้นแหละ แต่ขยันทำขนาดนี้ พี่ว่าพี่ต้องขยายชุดสูทเพิ่มแล้วนะ" เขารับถ้วยมาวางตรงหน้า"พี่ตะวันก็พูดเกินไปค่ะ แสนรักแค่อยากดูแลพี่ ตอบแทนที่ทำให้แสนรักรู้สึกมีความสุขขึ้นมาอีกครั้ง" เธอสบตาเขาด้วยความซาบซึ้ง ก่อนตะวันจะเอื้อมมือไปกุมมือเรียวไว้"มันเป็นหน้าที่ของพี่อยู่แล้ว และมันจะเป็นแบบนี้ตลอดไป"ในข







