Mag-log inสายน้ำเย็นเฉียบตรงอ่างล้างหน้าในห้องน้ำของห้องนอนเขาไหลผ่านฝ่ามือหนาเพื่อล้างโลหิตสีแดงสดที่เปรอะเปื้อนเต็มมือหยาบของเขา ตะวันไม่ได้รู้สึกผิดเมื่อมองสายน้ำที่กลายเป็นสีแดง กลิ่นโลหิตจางๆแตะเข้าจมูกเขา นั่นยิ่งตอกย้ำว่าเขาได้เอาความเจ็บปวดนั้นของแสนรักไปคืนสู่คนที่ควรได้รับความเจ็บปวดนั้น
ตะวันอาบน้ำแล้วเก็บเอาเสื้อเชิ้ตกับกางเกงแสนแพงทิ้งลงถังขยะอย่างไม่ใยดี เขาเดินออกมานอกห้องที่มีลูกน้องคนสนิทยืนอยู่แล้วเอ่ยปากให้อีกคนไปตามแม่บ้านมานำมันไปทิ้งทันที ตะวันไม่ต้องการให้แสนรับรู้ถึงสิ่งที่เขาทำลงไป
“แสนรักไม่ได้ตื่นขึ้นมาใช่ไหม?”
“อื้ม น้องหลับสนิทเลย คงจะเหนื่อยมาก”
“ดีแล้ว ขอบคุณนะรินที่ดูน้องให้เรา รินจะไปพักก็ได้นะ เราให้คนเตรียมห้องไว้ให้แล้ว ดึกแล้ว กลับบ้านมันอันตราย” ดวงตาคมยังคงมองจดจ้องแสนรักที่หลับสนิทอยู่บนเตียงตั้งแต่ก้าวเข้ามา พอได้ยินดารินตอบเขาก็พยักหน้ารับอย่างโล่งใจ
“มึงไปทำอะไรมาเนี่ยไอ้ตะวัน?” องศาลุกขึ้นมาจากโซฟามุมห้อง ตะวันรู้ดีว่าเพื่อนเขากำลังถามด้วยความจริงจัง ยิ่งสกายลืมตาตื่นแล้วลุกพรวดพราดมาด้วยอีกคนเขาก็ยิ่งรับรู้ว่าเพื่อนกำลังรอให้เขากลับมา
“กูก็บอกแล้วไงว่ามีเรื่องต้องไปจัดการ ตอนนี้ก็กลับมาแล้วไง”
“ไปหาไอ้อาทิตย์มาใช่ไหม? บุกไปคนเดียวด้วย มึงคิดว่ามึงเก่งขนาดไหนกันว่ะ” สกายพูดอย่างหัวเสีย เขารู้ว่าอีกคนไม่ได้กำลังต่อว่าเขา ทั้งองศาทั้งสกายเก็บความห่วงใยในแววตาเอาไว้ไม่มิดเลย ดารินเองก็มองพวกเพื่อนผู้ชายคุยกันแล้วส่ายหัว
“กูก็รอดมายืนอยู่นี่ไง เก่งไหมละ” ตะวันยักคิ้วด้วยความยียวน เขาไม่อยากให้บรรยากาศดูตึงเครียดจนเกินไป
“กวนส้นตีนจัง มึงก็รู้ว่าพวกกูเป็นห่วง มีอะไรบอกก็ได้นี่หว่า ไปด้วยกันก็ต้องดีกว่ามึงไปคนเดียวอยู่แล้วอ่ะ” สกายรีบพูดเสริมอย่างจริงจัง ใบหน้าที่ติดเล่นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย จนตะวันต้องพรูลมหายใจออกมา
“เออ เอาเป็นว่าครั้งหน้ากูจะไม่ไปคนเดียว ตกลงไหม? บ่นเป็นพ่อกูเลย”
“ดีมากลูก” องศาแกล้งเย้าแล้วเดินไปลูบหัวจนโดนตะวันปัดออกเต็มแรง
“ไอ้สันดาน”
“ดูมัน เปลี่ยนชื่อให้กูแล้ว” เสียงหัวเราะของพวกเขาเร้าให้แสนรกลืมตาตื่นขึ้นมา ตะวันได้ยินเธอเรียกเขาแผ่วเบาก็รีบรุดไปนั่งลงข้างเตียง ดารินทำหน้าที่ดึงตัวองศากับสกายออกไปเพื่อให้ทั้งสองคนได้พูดคุยกันอย่างเป็นส่วนตัว
“พวกพี่ทำให้ตื่นหรอ? ขอโทษนะ”
“เปล่าค่ะ”
ใบหน้าหวานก้มลงหนีการสบตากับเขา มันบ่งบอกกับตะวันว่าคนน้องยังรู้สึกผิดมากกับเรื่องเมื่อตอนเย็น เขาส่งมือไปลูบหัวน้องแผ่วเบา ตะวันที่ไม่ชอบปลอบโยนใคร แต่ทุกครั้งที่แสนรักร้องไห้เขาพร้อมที่จะกอดปลอบให้น้องหยุดร้องไห้เสมอ ไม่ว่าปัญหานั้นที่น้องเจอจะใหญ่ขนาดไหนก็ตาม
เมื่อเทียบกับชีวิตเขาที่มีชีวิตชีวาขึ้นตั้งแต่น้องก้าวเข้ามาในชีวิต การที่เขาพยายามจะช่วยให้น้องสดใสได้ในตอนนี้มันตอบแทนกันไม่ได้ด้วยซ้ำ ตะวันแค่มองไม่เห็นหนทางว่าถ้าแสนรักไม่ได้เข้ามาในชีวิตเขา เขาจะเป็นยังไง
น้องเป็นคนเดียวที่เอ่ยปากชเขาในทุกๆความสำเร็จ แต่ในทุกความล้มเหลวก็ไม่มีคำพูดดูถูก มีเพียงคอยพูดให้กำลังใจเขา อยู่ข้างๆเขา เป็นพลังให้เขาอยากเป็นคนที่ดีขึ้น ไม่ว่าตะวันจะย้อนมองไปเท่าไหร่ มันก็ไม่มีเหตุผลไหนเลยที่จะทำให้เขาไม่รักน้องได้ลง….
“แสนรักเงยหน้ามาหาพี่หน่อยสิ” เขามองดวงตาแป๋วที่เศร้าหมองของเธอแล้วเผยรอยยิ้มที่ไม่เคยมอบมันให้ใครนอกจากคนที่เขาสบายใจออกมา
“พี่ตะวัน แสนรักขอ….”
“ไม่ต้องขอโทษแล้ว พี่ไม่อยากได้ยินคำขอโทษของแสนรักอีกแล้ว”
เขาพูดขัดจังหวะจนเธอต้องกลืนคำขอโทษนั้นลงคอ ตะวันลูบแก้มเนียนเพื่อสื่อความหมายว่าเขาไม่ต้องการจะได้ยินคำนั้น ไม่ต้องการให้เธอรู้สึกผิดจากเรื่องที่เธอเองก็เป็นเหยื่ออีกต่อไปแล้ว
“พี่ตะวันไม่โกรธแสนรักหรอ?”
“ขอแค่แสนรักบอกเหตุผลกับพี่ ไม่ว่าเรื่องนั้นจะใหญ่แค่ไหน แสนรักรู้ใช่ไหมว่าพี่ตะวันคนนี้พร้อมให้อภัยแสนรักเสมอ” ตะวันมองแสนรักที่พยักหน้าทั้งน้ำตา เขาดึงน้องมากอดแน่นแล้วพยายามปลอบประโลม แสนรักในเวลานี้เปราะบางเสียจนเขากลัวว่าเพียงแค่แตะต้องน้องแรงเกินไป น้องอาจสลายไปได้ทุกวินาที
“เจ็บไหมคะ?”
“ไม่เจ็บหรอก แผลแค่นี้เอง เหมือนมดกัด”
“มดอะไรจะตัวใหญ่ขนาดนี้”
เขาเห็นน้องหลุดหัวเราะออกมาทั้งน้ำตาก็รู้สึกสบายใจ ตะวันจัดแจงให้แสนรักนอนลงสบายๆก่อนจะดึงผ้าขึ้นห่มคุมกายเธอ เขาเดินไปยกเก้าอี้มานั่งลงที่ข้างเตียง มองดูแสนรักที่หลับตาพริ้ม การหายใจของเธอที่เริ่มสม่ำเสมอทำให้เขาพยักหน้าอย่างคลายกังวล
“ฝันดีนะคนดี”
เรือนจำ
ตะวันนั่งลงด้วยใจจดจ่อเมื่อมารอเจอคนที่เขาไม่ได้เจอมานานหลายปี ทันทีที่คนที่เขารอคอยเดินเข้ามาเห็นเขา เขาก็ได้รับแววตาตำหนิอย่างไม่พอใจกลับมาจนเขาต้องขมวดคิ้ว นึกคิดสักพักก็พอจะเข้าใจเหตุผลว่าทำไม
“คุณอาสินธาครับ ผมตะวันนะ ไม่ใช่ไอ้อาทิตย์” คนตรงหน้าเขามองเขาผ่านลูกกรงที่กลั้นอยู่ก่อนจะเบิกตากว้าง
“ตะวันหรอ! กลับมาที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่?”
“กลับมาตั้งแต่วันงานแต่งของไอ้อาทิตย์แล้วครับ”
ตะวันมองเห็นแววตาของความเป็นห่วงทันทีเมื่อเขาพูดเรื่องนี้ เขารู้ว่าอาสินธาคงเป็นห่วงแสนรักมาก และยิ่งได้ยินแสนะรักบอกกับเขาไว้ว่าเธอยังไม่กล้าบอกเรื่องที่แม่เธอช็อคเข้าโรงพยาบาล เขาเลยคิดว่าในเวลานี้คนตรงหน้าคงมีคำถามมากมาย
“แสนรัก…อยู่กับผมนะครับ”
“จริงหรอ!? แล้วน้องเป็นยังไงบ้าง? ทำไมไปอยู่กับตะวันได้? พ่อแม่เราไม่ว่าหรอ?”
“พ่อกับแม่ไม่มีอิทธิพลต่อชีวิตผมมานานแล้วครับคุณอา ที่ผมมาวันนี้เพื่อจะบอกให้คุณอาไม่ต้องกังวล ผมจะดูแลแสนรักเอง…. แล้วก็ดูแลคุณอาวารีให้ด้วยครับ” เขาจำใจพูดชื่อของแม่เธอออกไปเพราะกลัวคนตรงหน้าจะกังวลและตั้งคำถาม
“ขอบคุณมากนะตะวัน อาขอบคุณจริงๆ ดีที่นายไม่เหมือนพ่อแม่แล้วก็อาทิตย์….”
“ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับคุณอา ผมพร้อมจะดูแลแสนรักอยู่แล้ว”
ถ้าตะวันมองไม่ผิดอาสินธาเองกำลังก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิด นั่นไม่ใชเรื่องแปลก…ก่อนหน้านี้อีกคนเองก็พอใจมากกว่าที่จะให้แสนรักใกล้ชิดกับอาทิตย์มากกว่าเขา แต่ตะวันไม่ได้นึกโกรธเคือง เขาเข้าใจดีว่าอาสินธารักแสนรักมาก จนอยากให้เธอได้พบเจอกับคนที่คู่ควร ถึงแม้ว่าเขาจะมองผิดไป
“แล้วก็ที่ผมมาวันนี้เพราะอยากรู้รายละเอียดเรื่องคดีครับ แสนรักบอกว่าคุณอาไม่ยอมให้แสนรักหาความจริง แสดงว่าคุณอาไม่ได้เป็นคนทำใช่ไหมครับ? คุณอาบอกกับผมได้ไหมครับ ว่าเรื่องมันเป็นยังไงกันแน่”
“อย่าวุ่นวายเลย ไหน ๆอาก็ติดคุกแล้ว”
“คุณอาจะคิดอย่างนี้ไม่ได้นะครับ ผมมีวิธีของผมที่จะจัดการ ขอแค่คุณอาบอกมา ผมจะได้หาช่องทางได้ถูกว่าควรทำยังไง”
“……”
“อย่างน้อยก็นึกถึงแสนรักหน่อยนะครับ ถ้าคุณอาได้ออกมาเร็ว น้องคงจะดีใจ”
กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปราวกับภาพฝัน จากทารกน้อยตัวแดงเรื่อในอ้อมกอดวันนั้น บัดนี้น้องอคิณเติบโตขึ้นเป็นเด็กชายวัยสองขวบที่เต็มไปด้วยพลังงานและความสดใส ใบหน้าถอดแบบมาจากตะวันราวกับพิมพ์เดียวกัน ทั้งดวงตาคมกริบและจมูกโด่งรั้น หากแต่รอยยิ้มหวานหยดและแก้มป่องนั้นกลับได้มาจากแสนรักผู้เป็นแม่มาอย่างเต็มเปี่ยมคฤหาสน์ที่เคยเงียบเหงาและเคร่งขรึม บัดนี้ก้องกังวานไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงฝีเท้าเล็กๆที่วิ่งวุ่นไปทั่ว สนามหญ้าหน้าบ้านที่ตะวันเคยสัญญาว่าจะสร้างเป็นสนามเด็กเล่น บัดนี้ถูกเติมเต็มด้วยเครื่องเล่นหลากสีสันและบ่อทรายขนาดใหญ่ โดยมีเรือนกระจกหลังงามตั้งตระหง่านอยู่เคียงข้าง ดอกกุหลาบอังกฤษและลาเวนเดอร์ชูช่อบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบริเวณตะวันในชุดลำลองสบายๆสลัดคราบนักธุรกิจพันล้านทิ้งไปจนหมดสิ้น เขานั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นหญ้า คอยระวังหลังให้ลูกชายตัวน้อยที่กำลังพยายามปีนป่ายสไลเดอร์อย่างมุ่งมั่น โดยมีแสนรักนั่งมองภาพนั้นอยู่บนม้านั่งไม้ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ รอยยิ้มของเธอเปี่ยมไปด้วยความสุขที่เอ่อล้นจนไม่อาจบรรยายได้“ระวังครับอคิณ ค่อยๆก้าวลูก พ่อประคองอยู่ครับ” เสียงทุ้มของตะวัน
เสียงไซเรนจากรถตำรวจนำขบวนของลูกน้องตะวันดังสนั่นไปทั่วท้องถนนยามค่ำคืน รถยุโรปคันหรูพุ่งทะยานเข้าสู่หน้าแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่กฎหมายและสัญชาตญาณจะเอื้ออำนวย ทันทีที่รถจอดสนิทตะวันแทบจะกระโจนลงจากรถก่อนที่คนขับจะดับเครื่องยนต์เสียอีก เขารีบช้อนร่างของแสนรักที่บัดนี้ใบหน้าซีดเผือดและชุ่มไปด้วยเหงื่อขึ้นแนบอก ท่ามกลางเสียงตะโกนสั่งการที่ปนไปด้วยความลนลานของเขาเอง"หมอ! พยาบาล! ช่วยเมียผมด้วย! เธอปวดท้องมาก!" ตะวันตะโกนก้องโถงโรงพยาบาล จนเจ้าหน้าที่เข็นเตียงรับตัวรุดเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว แสนรักถูกวางลงบนเตียงเข็น มือเล็กยังคงบีบมือตะวันไว้แน่นจนเส้นเลือดหลังมือเขาปูดโปน"พี่ตะวัน... ฮึก... แสนรักปวด... ปวดเหมือนตัวจะแตกเลยค่ะ" เสียงสะอื้นที่ขาดห่วงของเธอทำให้หัวใจของมาเฟียหนุ่มบีบคั้นจนแทบจะหยุดหายใจ"พี่อยู่ตรงนี้ครับแสนรัก พี่ไม่ไปไหนทั้งนั้น!" ตะวันวิ่งตามเตียงเข็นไปจนถึงหน้าประตูห้องคลอดสีเขียวสะอาดตาที่สลักคำว่า 'เขตหวงห้าม' พยาบาลรีบเข้ามากันตัวเขาไว้"ญาติรอข้างนอกก่อนนะคะ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่เตรียมตัวคุณแม่เสร็จแล้วจะเชิญคุณพ่อเข้าไปข้างในค่ะ"ตะวันยืนนิ่งง
ค่ำคืนที่เงียบสงัดภายในคฤหาสน์ถูกโอบล้อมด้วยแสงจันทร์สีนวลตา ลมพัดเอื่อยๆ พาเอากลิ่นหอมของดอกราตรีที่แสนรักปลูกไว้ในสวนหลังบ้านโชยเข้ามาถึงระเบียงห้องนอนใหญ่ เวลาผ่านล่วงเลยไปอย่างรวดเร็วราวกับติดปีกบิน จากวันที่ทราบข่าวดีเรื่องเจ้าตัวเล็ก บัดนี้ครรภ์ของแสนรักแก่ขึ้นจนเห็นความนูนเด่นชัดเจนใต้ชุดนอนผ้าแพรสีหวานตะวันในชุดลำลองกางเกงขายาวตัวเดียว นั่งพิงหัวเตียงกว้างโดยมีแสนรักกึ่งนั่งกึ่งนอนเอนกายซบอยู่บนอกแกร่ง มือหนาที่เคยจับอาวุธ บัดนี้ลูบวนไปบนหน้าท้องกลมโตของภรรยาอย่างแผ่วเบาและทะนุถนอม สายตาของเขาเปลี่ยนไปจากคนดุดันกลายเป็นชายหนุ่มที่เปี่ยมไปด้วยความละมุนละไม“ดูสิแสนรัก... เจ้าตัวเล็กเตะพี่อีกแล้ว สงสัยจะอยากออกมาดูโลกเต็มทีแล้วนะครับ” ตะวันกระซิบเสียงทุ้มพลางคลี่ยิ้มกว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงเคลื่อนไหวจากภายใน แสนรักหัวเราะเบาๆ มือเล็กวางทับบนมือของตะวัน“สงสัยจะเหมือนพ่อเขานะคะ ขยันขยับตัวไม่ยอมอยู่นิ่งเลย พี่ตะวันวางแผนหรือยังคะว่าถ้าเขาออกมาแล้ว พี่จะสอนอะไรเขาเป็นอย่างแรก?”“พี่จะสอนให้เขารู้จักคำว่ารักและปกป้องครับแสนรัก” ตะวันจูบที่ขมับของเธอ“พี่จะสอนให้เขาเป็นสุภาพบุรุษท
พายุความกังวลจากเหตุการณ์สะดุดล้มในวันนั้นถูกแทนที่ด้วยคลื่นความรักที่ทวีความรุนแรงยิ่งกว่าเดิม เมื่อกาลเวลาล่วงเข้าสู่สัปดาห์ที่แปดของการตั้งครรภ์ ร่างกายของแสนรักเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ทำให้ชีวิตในคฤหาสน์วรโชติเมธีปั่นป่วนไปหมด ไม่ใช่เพราะศัตรูจากภายนอก แต่เป็นเพราะอาการแพ้ท้องอย่างหนักที่จู่โจมคุณแม่มือใหม่จนแทบกระดิกตัวไม่ได้"อึก... แหวะ!"เสียงขย้อนดังก้องออกมาจากห้องน้ำในเช้ามืดวันที่อากาศเย็นสบาย ตะวันที่นอนตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาสะดุ้งสุดตัว เขาดีดกายลุกขึ้นจากเตียงพุ่งตรงไปยังห้องน้ำทันที ภาพที่เห็นคือแสนรักในชุดนอนสายเดี่ยวสีขาว นั่งคุกเข่าอยู่ ใบหน้าหวานซีดเผือด ผมเผ้ายุ่งเหยิง และดวงตาที่รื้นไปด้วยน้ำตาจากแรงบีบคั้นของกระเพาะอาหาร"แสนรัก... เป็นยังไงบ้างครับคนดี" ตะวันรีบเข้าไปประคองไหล่บาง มือหนาลูบแผ่นหลังให้เบาๆด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสารจนแทบจะอยากเป็นคนแพ้ท้องแทนเสียเอง"พี่ตะวัน... แสนรัก้หม็น... แสนรักเหม็นกลิ่นสบู่ที่พี่เพิ่งใช้จังเลยค่ะ ฮึก" แสนรักเบือนหน้าหนีพลางปิดจมูก น้ำตาคลอเบ้า"สบู่เหรอ? พี่เพิ่งอาบน้ำมาเมื่อกี้นี้เองนะ..
เช้าวันใหม่ที่คฤหาสน์ดูจะเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทันทีที่ผลตรวจเลือดจากโรงพยาบาลยืนยันชัดเจนว่าแสนรักตั้งครรภ์ได้เกือบ 6 สัปดาห์ ตะวันก็เปลี่ยนร่างจากนักธุรกิจมาดเข้มกลายเป็นองครักษ์พิทักษ์คุณแม่แบบเต็มตัว เขาแทบจะไม่ยอมให้แสนรักคลาดสายตาแม้แต่วินาทีเดียว"พี่ตะวันคะ... แสนรักแค่จะไปหยิบน้ำส้มในตู้เย็นเองค่ะ ไม่ต้องประคองขนาดนี้ก็ได้" แสนรักเอ่ยกลั้วหัวเราะ ขณะที่ร่างสูงใหญ่ของตะวันเดินขนาบข้าง มือหนึ่งประคองเอว อีกมือเตรียมพร้อมจะคว้าร่างเธอไว้หากเธอสะดุดยอดหญ้าในบ้าน"ไม่ได้ครับแสนรัก หมอบอกว่าช่วงสามเดือนแรกอันตรายมาก ต้องประคบประหงมให้ดีที่สุด" ตะวันพูดด้วยสีหน้าจริงจังขั้นสุด "แล้วน้ำส้มน่ะ เดี๋ยวพี่ไปหยิบให้เอง แสนรักนั่งเฉยๆบนโซฟานี่แหละ ห้ามลุก ห้ามเดินเยอะ และที่สำคัญที่สุด... ห้ามวิ่ง เด็ดขาด เข้าใจไหมครับ?""รับทราบค่ะ" แสนรักทำท่าตะเบ๊ะหยอกล้อ แต่ในใจกลับรู้สึกอบอุ่นที่เห็นเขาเห่อลูกขนาดนี้ตลอดทั้งสัปดาห์ตะวันสั่งติดตั้งพรมกันลื่นใหม่ทั่วทั้งบ้าน มุมโต๊ะทุกตัวถูกหุ้มด้วยยางกันกระแทกหนาเตอะ จนองศาและสกายที่แวะมาเยี่ยมถึงกับหลุดขำที่เห็นมาเฟียจอมโหดกลายเป็นคนวิตกจ
กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปหนึ่งเดือนเต็มหลังจากค่ำคืนที่แสนหวานในห้องทำงานวันนั้น บ้านของตะวันดูจะสว่างไสวและเต็มไปด้วยพลังงานบวกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ตะวันเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะนักธุรกิจสีขาวอย่างเต็มตัว เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการประชุมร่วมกับองศาและสกายเพื่อนสนิทที่ร่วมหัวจมท้ายกันมานาน เพื่อวางรากฐานโปรเจกต์อสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่จะเน้นความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างสรรค์ชุมชนที่ปลอดภัย ซึ่งเป็นธุรกิจที่เขาตั้งใจจะมอบให้เป็นของขวัญแก่ครอบครัวในอนาคตเย็นวันนั้นรถยุโรปคันหรูของตะวันแล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้านพร้อมกับรถขององศาและสกายที่ตามมาติดๆ วันนี้เป็นวันที่พวกเขาเพิ่งกลับจากการไปดูไซต์งานก่อสร้างที่เขาใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ตะวันตั้งใจจะสร้างรีสอร์ตระดับไฮเอนด์และแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้สร้างบ้านพักตากอากาศส่วนตัว**ดารินก้าวลงจากรถพร้อมกับหิ้วถุงของฝากพะรุงพะรัง ทั้งขนมนำเข้าจากต่างประเทศและของฝากติดไม้ติดมือจากเขาใหญ่ เธอเดินนำหน้าพวกหนุ่มๆ เข้าไปในตัวบ้านด้วยความร่าเริงตามสไตล์"แสนรัก! พี่ดารินมาแล้วค่า มีของอร่อยมาฝากเพียบเลยนะ!” เสียงใสของดารินดังก้องไปทั่วโถงบ้านหรูใ
“คุณป้าจะว่าหรือเกลียดแสนรักยังไงก็ได้ แต่อย่าพูดกับพี่ตะวันแบบนี้นะคะ”คำพูดของแสนรักบาดลึกลงไปในใจเขา ตะวันไม่เคยคิดจะครอบครองแสนรักเลย ไม่เคยเลยสักครั้ง แต่ในตอนนี้เขาไม่อยากเสียเธอที่แสนดีขนาดนี้ไปให้ใคร เขาเชื่อว่าเขาจะใช้ชีวิตไปได้อย่างดีเพียงแค่มีเธอ และตัวแสนรักเองแค่มีเขา…เธอก็จะใช้ชีวิตโด
ตะวันมองคนน้องที่ไม่ยอมตอบเขากลับมาสักคำ ดวงตากลมเอาแต่จดจ้องอยู่ที่หน้าจอโทรศัพท์ทั้งกายเล็กสั่นเทาไปทั้งตัว เขาถือวิสาสะดึงโทรศัพท์มาจากมือน้อง ทันทีที่ดูก็ได้แต่กำโทรศัพท์แน่น กำปั้นหนักทุกลงบนโต๊ะดังลั่นจนชานเค้กและแก้วกาแฟกระทบกันเร้าให้ผู้คนหันมามองเขาวางเงินสดจำนวนหนึ่งลงบนโต๊ะเป็นค่าเค้กแล
“คุณแม่….วันนี้แสนรักพาพี่ตะวันกับพวกพี่ๆคนอื่นมาเยี่ยมด้วยนะคะ” ตะวันมองแสนรักที่ก้มไปกระซิบข้างหูแม่ของเธอที่นอนนิ่งทั้งมีสายระโยงระยางอยู่บนเตียง เขาเดินไปลูบหลังคนน้องก่อนได้รับรอยยิ้มจากเธอ แสนรักเบี่ยงตัวออกให้เขาได้เดินเข้าไปข้างเตียงความว่างเปล่าแสนเงียบสงัดนี้ที่เขาได้รับมาจากคนที่นอนแน่น
ควันขาวพวยพุ่งไปตามอากาศ ตะวันยืนอยู่ด้านนอกริมระเบียงห้องนอนของแสนรัก องศากับสกายก็ยืนอยู่เป็นเพื่อนเขาด้วย บุหรี่ในมือเขาเกือบจะหมดมวนแล้ว แต่ความเครียดและความโกรธยังไม่คลายลงเลย ตะวันมองคนน้องที่หลับสนิทอยู่บนเตียงทั้งมีดารินกำลังช่วยเอาผ้าเช็ดซับตามใบหน้าให้องศาถอนหายแล้วกดบุหรี่ให้ดับลงบนที่เ


![นรสิงห์ [มาเฟียร้ายรัก]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




