LOGINตะวันเหลือบมองคนที่นั่งเงียบมองออกไปนอกรถตั้งแต่ออกมาจากห้าง เขาคิดไม่ตกทั้งกังวลว่าน้องอาจจะโกรธกับอาการที่เขาแสดงออกไปหรือเปล่า มือหนาเอื้อมไปจับมือเล็กของเธอที่วางอยู่บนตัก ตะวันยังสังเกตเห็นท่าทีเหม่อลอยนั้นแต่เขาเลือกที่จะไม่เอ่ยถามอะไร เพราะคิดว่าน้องอาจต้องการเวลา
ทันทีที่รถจอดลงที่ลานจอดรถของคฤหาสน์หรู เธอก็เปิดประตูแล้ววิ่งเข้าบ้านไปทันที ตะวันยกแขนขึ้นยืนท้าวเอวอย่างไม่เข้าใจก่อนจะหันไปมองเสียงรถที่ดังเข้ามา
“มากันเร็วจังอ่ะ?” เขาถามเพื่อนทันทีเมื่อก้มดูนาฬิกาแล้วมันยังไม่ถึงเวลาที่นัดหมายกันเอาไว้ ถุงข้าวของในมือถูกองศายกขึ้นดู ก่อนสกายที่ลงมาจากตำแหน่งคนขับจะตอบคำถามของเขา
“ซื้อของกันเสร็จเร็ว วันนี้แดกหมูกระทะกัน ยังแดกเป็นอยู่ไหม? หรือรวยจนลืมแล้ว”
“อย่ากวนตีน กูหงุดหงิด” ตะวันขมวดคิ้วแน่นจนเพื่อนได้แต่พากันชะงักด้วยความงุนงง แต่สักพักองศาก็เดาได้ทันทีว่ามีไม่กี่เรื่องที่ทำให้ตะวันมีอาการแบบนี้
“ทะเลาะกับน้องแสนรัก?”
“ไม่รู้ว่าเรียกทะเลาะไหม แต่กูอาจจะเผลอพูดไม่ดีมั้ง น้องวิ่งหนีเข้าบ้านไปละ”
ดวงตาคมหันไปมองบานประตูที่คนน้องพึ่งวิ่งหนีเข้าไปเมื่อครู่ เขารอบถอนหายใจเฮือกใหญ่อยางไม่เข้าใจสถานการณ์ ไม่ใช่ว่าคนที่ต้องน้อยใจเป็นเขาแล้วน้องเป็นคนตามง้อหรอ ตะวันยกมือขึ้นยีหัวตัวเองอย่างขัดใจ
“แล้วทำไมตะวันไม่ตามไปง้อละ?”
“ไม่ละ เรารู้จักแสนรักดี ให้เวลาอยู่คนเดียวอีกสักพัก แล้วเดี๋ยวค่อยคุยดีกว่า”
เขาบอกกับรินกลับไป ไม่ใช่ว่าไม่สนใจความรู้สึกของอีกคน แต่ถ้าเข้าไปคุยตอนนี้แล้วเขาหงุดหงิดเผลอหลุดดุน้องขึ้นมาน้องคงเสียใจกว่าเก่า แล้วแสนรักเองก็เป็นคนชอบใช้เวลาในการคิดทบทวนด้วยเวลาที่มีความรู้สึกแย่ต่อกันอย่างนี้
ช่วงเวลาห้าโมงเย็นที่ดวงอาทิตย์เริ่มเคลื่อนลงจากขอบฟ้า ลมเย็นเบาๆพัดไปมาให้พอร้สึกสดชื่น ชายหนุ่มสามคนกำลังช่วยกันจุดเตาและจัดเตรียมพื้นที่สำหรับมื้อเย็นที่แสนพิเศษ ถ้าพวกคู่ค้าทางธุรกิจมาเห้นตะวันในตอนนี้เข้า พวกนั้นคงไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
“น้ำซุปเสร็จแล้ว ไปช่วยยกหน่อยดิ”
“เดี๋ยวเราไปยกให้ วานรินขึ้นไปตามแสนรักลงมาหน่อยนะ”
ตะวันขานรับคำขอความช่วยเหลือของดารินทันที เขามองดารินที่ยิ้มมาแล้วรีบเดินเข้าไปในตัวบ้านก่อนจะเหลือบมองบานหน้าต่างห้องของแสนดีที่มีผ้าปิดสนิท คิดจะโกรธกันจริงจังเลยหรือไง…
คนตัวสูงง่วนอยู่กับการปิดแก๊สแล้วเตรียมยกหม้อน้ำซุปออกไป เขารู้สึกถึงคนที่เดินเข้ามาทางด้านหลังตามสัญชาตญาณ ที่เขาไม่ตื่นตระหนกเพราะกลิ่นหอมเฉพาะตัวของเธอที่หอมจนแตะจมูก เขาแค่ยิ้มแล้วรอดูว่าแสนรักกำลังคิดจะทำอะไร
ปลายมีดแหลมคมถูกจ่ออยู่ที่หลังเขาโดยที่ตะวันไม่รู้ตัวแม้สักนิด มือเล็กสั่นเทาง้างมันขึ้นก่อนจะกำมันลงมาแนบตัวอย่างกล้าๆกลัวๆ เธอส่ายหัวไปมาราวกับว่าไม่สามารถลงมือทำเรื่องเลวร้ายขนาดนี้กับเขาได้
“ตะวัน น้องแสนรักไม่อยู่… ตะวัน ระวัง!!!!”
ดารินที่เดินลงมาจากชั้นบนแล้วมาหาตะวันที่ครัวเพื่อจะบอกว่าไม่เจอตัวแสนรักร้องลั่น ทันทีที่ตะวันได้ยินอย่างนั้นเขาก็ขมวดคิ้วไม่เข้าใจ ฉึก! การหันมาอย่างกะทันหันของเขาทำให้ปลายมีดในมือของแสนรักเฉือนเข้าที่แขนตรงใกล้ข้อศอกของเขาทันที
“สะ แสนรักไม่ได้ทำนะ แสนรักไม่ได้ตั้งใจ แสนรักขอโทษ ฮึก พี่ตะวันแสนรักขอโทษ” มือเล็กโยนมีดในมือทิ้งด้วยอาการตัวสั่น เธอส่ายหัวไปมาแล้วพูดประโยคเดิมว่าเธอไม่ได้ทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“เชี่ย เกิดอะไรขึ้นว่ะ?” องศาวิ่งเข้ามาแล้วอุทานด้วยความตกใจเมื่อมองบาดแผลที่แขนของตะวัน ทั้งหยดเลือดที่หยดลงพื้นครัว
“แสนรักทำแบบนี้ทำไม…..”
แววตาของตะวันมีแต่ความเจ็บปวด ความไม่เข้าใจ ทั้งในใจของเขามีแต่ความปวดร้าว เขาไม่เข้าใจว่าทำไมแสนรักถึงคิดจะทำอย่างนี้กับเขาได้ลง แต่เพราะเป็นแสนรักเขาถึงได้แต่ยืนนิ่งแล้วตั้งคำถาม ตะวันก้มดูบาดแผลที่แขน ถ้าเป็นคนอื่นที่ทำกับเขาอย่างนี้ กระบอกปืนที่เหน็บอยู่ที่หลังเขาคงได้ใช้งานไปแล้ว
ตะวันนั่งนิ่งให้ดารินช่วยทำแผล เขายังคงจ้องมองแสนรักที่นั่งตัวสั่นเทิ้มอยู่ตรงโซฟาอีกฝั่ง เพื่อนของเขานั่งอยู่ข้างเขาทั้งหมด ทุกสายตาจับจ้องไปที่เธออย่างไม่เข้าใจ ใบหน้าสวยก้มลงเขาได้ยินเสียงสะอื้นร้องไห้ของเธออยู่ตลอดเวลา
“ทำแบบนี้ทำไมว่ะ? ไอ้ตะวันมันอุตส่าห์ช่วย”
“กูว่ามึงอาจจะคิดผิดก็ได้นะตะวัน ผู้หญิงคนนี้แม่งรักไอ้อาทิตย์มากจนลืมความผิดชอบชั่วดีไปหมดแล้วมั้ง”
เสียงขององศาและสกายพูดคำทิ่มแทงใจแสนรักจนเธอตัวสั่นกว่าเก่า ตะวันยังส่ายหัวแล้วมองนิ่งอย่างไม่เข้าใจกับสิ่งที่เธอคิดจะทำแม้สักนิด
“พวกนายใจเย็นๆสิ น้องแสนรักกลัวจะแย่แล้ว” ดารินรุดเข้าไปนั่งข้างแสนรักแล้วลูบแผ่นรักแผ่วเบา
“แสนรัก….” ตะวันเบิกตากว้างเมื่อเขาเรียกชื่อเธอแล้วคนน้องทรุดนั่งคุกเข้าลงกับพื้น
“พี่ตะวัน ฮึก แสนรักขอโทษ ฮืออ แสนรักขอโทษ ฮึก แสนรักไม่ได้ตั้งใจ”
เขามองคนที่ร้องไห้อย่างหนักทั้งสะอึกสะอื้น องศากับสกายเองก็ชะงักตกใจไม่ต่างกัน ตะวันจ้องมองมือเล็กที่ยกขึ้นไหว้เขาแล้วรีบรุดนั่งลงไปหา เขาสบกับดวงตาแสนเจ็บปวดของเธอ และนั่นถึงทำให้เขารู้ถึงความผิดปกติ
“เป็นอะไร? บอกพี่สิ”
“แสนรักขอโทษ ฮึก แสนรักไม่ได้ตั้งใจ ฮืออ พี่อาทิตย์ เขา ฮึก แสนรักกลัว”
“ไอ้อาทิตย์มันทำไม? แสนรักบอกพี่ มันทำอะไร”
“พี่อาทิตย์ ฮึก เขาขู่จะปล่อยคลิปของแสนรัก ฮืออ แสนรักไม่มีทางเลือก พี่ตะวันแสนรักขอโทษ ฮึก อย่าเกลียดแสนรักเลยนะ แสนรักขอร้อง”
ตะวันมองแสนรักที่ร้องไห้หนักขึ้น น้องพยายามก้มกราบเขาจนเขาต้องรวบมือคนน้องเอาไว้แล้วดึงมากอดแน่น เขาเข้าใจความหมายของคลิปที่แสนรักพูด ถ้ามันทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งราวกับแตกสลายได้ขนาดนี้ คงไม่พ้นเรื่องบนเตียง
“แสนรักไม่ร้องนะ ทำไมถึงไม่บอกพี่…..ทำไมแสนรักถึงไม่บอกพี่ละ”
เขากอดปลอบน้องแน่นแล้วลูบหัวน้องแผ่วเบา ก่อนจะหอมลงบนผมนุ่มอย่างปลอบประโลม เขากัดฟันกรอดทั้งเจ็บปวดกับสิ่งที่แสนรักต้องเจอ ทั้งโกรธอาทิตย์ที่ทำร้ายใจน้องอีกครั้ง ตะวันรู้สึกว่าแผลที่แขนของเขายังเจ็บปวดน้อยกว่าสิ่งที่น้องกำลังแบกรับด้วยซ้ำ
ภายในห้องนอนใหญ่ที่มืดสลัว แสงเทียนสั่นไหววูบวาบประดับบนโต๊ะอาหารมื้อพิเศษที่ อาทิตย์สั่งให้จัดเตรียมขึ้น เขานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับแสนรักในชุดสูทสีขาวสะอาดตาที่จงใจให้ดูเหมือนเทพบุตรที่สุดเท่าที่จะทำได้"แสนรัก... ในเมื่อทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นใหม่แล้ว พี่อยากให้เรามีพันธสัญญาที่มั่นคงกว่าเดิม" อาทิตย์เอ่ยเสียงนุ่มพลางหยิบกล่องแหวนเพชรเม็ดโตออกมาวางบนโต๊ะ "แต่งงานกับพี่นะ..."แสนรักจ้องมองกล่องแหวนนั้นด้วยความรู้สึกขยะแขยงจนแทบอยากจะอาเจียน มือของเธอที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ดวงตากลมมองแหวนในนิ้วที่ตะวันใส่ให้ ทุกอย่างยิ่งยืนยันกับเธอชัดเจนว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ตะวัน เธอแอบชำเลืองมองนาฬิกาที่ผนัง... อีกเพียงสิบนาทีเท่านั้น"พี่ตะวันคะ... แสนรักขอเวลาคิดแป๊บนึงได้ไหมคะ" เธอพยายามยื้อเวลาอย่างสุดความสามารถ"คิดอะไรอีกล่ะ!?" แววตาของอาทิตย์เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราด บรรยากาศตรงรั้วหลังคฤหาสน์ องศาและสกายในชุดปฏิบัติการสีดำสนิทกำลังซุ่มรอสัญญาณจากคนของตะวันที่ซ่อนอยู่ภายในบ้าน ซึ่งก็คือป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่ที่แอบตัดวงจรไฟฟ้าในจุดอับสายตาตามคำแนะนำของสกายผ่านโทรศัพท์ที่
แสงของวันใหม่ไม่ได้นำมาซึ่งความหวัง แต่มันกลับขับเน้นให้เห็นบรรยากาศที่เปลี่ยนไปของบ้านที่เคยอบอุ่น ดารินตื่นขึ้นมาด้วยอาการล้าเต็มที เธอแสร้งทำเป็นไอและเดินกระย่องกระแย่งออกจากห้องนอนใหญ่เพื่อสำรวจสถานการณ์ โดยมีแสนรักเดินประคองอยู่ข้างๆไม่ห่างที่ห้องอาหารอาทิตย์ในคราบของตะวันนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าของเขาดูหมองคล้ำจากการไม่ได้นอน แต่แววตานั้นกลับวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ เมื่อเห็นดารินยังคงเดินนัวเนียอยู่กับแสนรัก เขาก็กระแทกแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังปัง!"ริน... เราว่าอาการรินดูไม่ดีเลยนะ" อาทิตย์พูดเสียงเย็น"เราเรียกให้คนขับรถเตรียมรถไว้แล้ว เดี๋ยวจะให้ไปส่งรินที่โรงพยาบาลส่วนตัว จะได้ให้หมอตรวจละเอียด""ไม่เป็นไรตะวัน... เราเริ่มดีขึ้นแล้ว แค่ยังมึนๆ" ดารินแสร้งปาดเหงื่อที่หน้าผาก"เราอยากพักผ่อนอยู่ที่นี่อีกสักหน่อย ให้น้องแสนรักดูแลน่ะดีที่สุด หมอที่ไหนก็ไม่รู้ใจเท่าน้องแสนรักหรอก"อาทิตย์ลุกขึ้นยืนทันทีจนเก้าอี้กระเด็นไปด้านหลัง"เราไม่ได้ถามความสมัครใจ! นี่มันบ้านเรา และเราเห็นว่ารินควรไปโรงพยาบาล แสนรัก... เธอขึ้นไปเก็บของให้ดารินเดี๋ยวนี้!""พี่ตะวันคะ... ทำไมต้องรุนแรงขนา
ภายในห้องนอนใหญ่ที่เคยอบอวลไปด้วยไอรัก บัดนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนกรงขัง อาทิตย์ในคราบของตะวันยืนจ้องมองแสนรักด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิด เขาคาดหวังว่าการกลับมาครั้งนี้จะได้รับความปรนนิบัติและการตอบรับอย่างเร่าร้อนแต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม"แสนรัก พี่บอกให้มานี่ไง จะถอยหนีพี่ทำไม?" อาทิตย์ก้าวเดินเข้าหาเธอด้วยท่าทางคุกคาม น้ำเสียงทุ้มต่ำเริ่มมีความกระด้างที่ปิดไม่มิด"พี่ตะวัน... แสนรักรู้สึกไม่ค่อยสบายค่ะ วันนี้แสนรักเพลียมากจริงๆ" แสนรักตอบพลางขยับตัวไปจนชิดขอบเตียง มือของเธอกำชายเสื้อตัวเองไว้แน่น สัมผัสที่เย็นชารวมถึงแววตาที่จ้องมองมาอย่างหิวกระหายนั้นทำให้เธอหวาดกลัวจนแทบหยุดหายใจ เธอรู้ดีว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่ตะวันที่แสนอบอุ่นคนเดิมแน่ๆ แต่เธอก็ยังไม่กล้าพูดออกมา"ไม่สบายงั้นเหรอ? หรือว่าพอพี่ไม่อยู่ ใจเธอก็เปลี่ยนไปหาคนอื่นแล้ว!" อาทิตย์คว้าข้อมือเล็กของแสนรักไว้แน่นแล้วกระชากเข้าหาตัว"โอ๊ย! พี่ตะวัน แสนรักเจ็บค่ะ ปล่อยแสนรักนะ!" แสนรักพยายามดิ้นรน แรงบีบที่ข้อมือของเขามันรุนแรงและป่าเถื่อนจนเธอเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า ก่อนที่อาทิตย์จะโน้มตัวลงมาใช้กำลังข่มเหงเธอ เสียง
หยาดฝนยามบ่ายเริ่มโปรยปรายลงมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ท้องฟ้าเบื้องบนเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่นสอดรับกับความกังวลใจของแสนรักที่เพิ่มทวีคูณ เธอพยายามต่อสายหาตะวันนับสิบครั้งแต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงเสียงสัญญาณที่บอกว่า "ไม่สามารถติดต่อเลขหมายดังกล่าวได้""พี่ตะวัน... ทำไมเงียบไปแบบนี้คะ" เธอพึมพำกับตัวเองพลางกำโทรศัพท์แน่นจนปลายนิ้วซีดขาว ในขณะที่ความวุ่นวายใจกำลังถึงขีดสุด เสียงรถยนต์ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มก้าวลงจากรถท่ามกลางสายฝนที่เริ่มหนาเม็ด ใบหน้าคมเข้มที่เหมือนกับตะวันราวกับพิมพ์เดียวปรากฏสู่สายตา"พี่ตะวัน!" แสนรักรีบวิ่งลงไปรับที่หน้าประตูโถงด้วยความดีใจ แต่เมื่อเธอเข้าใกล้ ร่างกายของเธอกลับหยุดชะงักลงโดยอัตโนมัติอาทิตย์ในคราบของพี่ชายฝาแฝดยืนอยู่ตรงนั้น เขาส่งยิ้มบางๆให้เธอ ยิ้มที่ดูเผินๆเหมือนตะวันทุกประการ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับนิ่งสนิทและเย็นเยียบราวกับก้นมหาสมุทรที่ไม่มีแสงส่องถึง"พี่กลับมาแล้วครับแสนรัก... ขอโทษทีที่ติดต่อไม่ได้ พอดีเครื่องมีปัญหานิดหน่อยน่ะ" เสียงของเขาถูกปรับโทนให้ทุ้มต่ำและหนักแน่นเลียนแบบพี่ชายได้อย่างไร้ที่ติ อาทิตย์ก
แสงตะวันยามสายสาดส่องลงมายังรันเวย์ของสนามบินสุวรรณภูมิ เครื่องบินลำยักษ์ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ามุ่งหน้าสู่มาเก๊า บนเครื่องนั้นมีตะวัน ที่นั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยความรู้สึกพะวักพะวน แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นเรื่องงานที่สำคัญระดับพันล้าน แต่ใจของเขากลับทิ้งไว้ที่คฤหาสน์หลังใหญ่ ทิ้งไว้กับผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจเขาสะบัดไล่ความกังวลออกไปจากหัวพลางหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาตรวจเช็กระบบรักษาความปลอดภัยของบ้านผ่านแอปพลิเคชัน ทุกอย่างยังปกติดี กล้องวงจรปิดทุกตัวทำงานได้ไร้ที่ติ และเขาก็สั่งกำชับองศากับสกายให้คอยเวียนเข้าไปดูแสนรักทุกเย็น‘ฉันอาจจะแค่คิดมากไปเอง’ ตะวันบอกตัวเองแบบนั้น แต่สัญชาตญาณของเขากลับร้องเตือนบางอย่างที่เขาก็ยังหาคำตอบไม่ได้ภายในคฤหาสน์แสนรักที่ยืนส่งรถของตะวันที่แล่นพ้นรั้วบ้านไปตั้งแต่เช้าตรู่ ความเงียบเหงาเริ่มเข้ามาทักทายเธอทันทีที่เขาไม่อยู่ เธอเดินกลับเข้ามาในบ้านที่ดูจะกว้างขวางเกินไปสำหรับคนเพียงคนเดียว แม้จะมีเหล่าแม่บ้านและคนของเขาอยู่ด้วยก็ตาม"คุณแสนรักคะ มีพัสดุมาส่งค่ะ" ป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่เดินเข้ามาพร้อมกับกล่องกระดาษขนาดกลางสีน้ำตาล ไม่มีชื่อผู้ส่ง มีเพี
กาลเวลาหมุนผ่านไปอย่างมั่นคง เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ของ ตะวัน และแสนรักที่หยั่งรากลึกลงในใจของกันและกัน ภายในคฤหาสน์มีชีวิตชีวาขึ้นด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ และกลิ่นหอมของอาหารที่แสนรักตั้งใจเข้าครัวทำเอง ตะวันในชุดลำลองเนื้อดีนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะอาหารสายตาก็จดจ้องอยู่ที่หนังสือพิมพ์แต่หูกลับคอยฟังเสียงกุกกักจากในครัวอย่างเพลิดเพลิน"พี่ตะวันคะ ลองชิมข้าวต้มปลากะพงสูตรใหม่ของแสนรักดูหน่อยค่ะ" แสนรักเดินออกมาพร้อมถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาว ควันกรุ่นที่ลอยขึ้นมาส่งกลิ่นหอมของขิงและหอมเจียวตะวันวางหนังสือพิมพ์ลงทันที เขามองดูคนน้องที่ดูมีน้ำมีนวลขึ้นกว่าวันแรกที่เขาพามาที่นี่ ใบหน้าที่เคยอมทุกข์บัดนี้กลับสดใสราวกับดอกไม้ที่ได้รับน้ำค้างยามเช้า"แค่กลิ่นก็รู้แล้วว่าอร่อย แสนรักทำอะไรพี่ก็กินได้ทั้งนั้นแหละ แต่ขยันทำขนาดนี้ พี่ว่าพี่ต้องขยายชุดสูทเพิ่มแล้วนะ" เขารับถ้วยมาวางตรงหน้า"พี่ตะวันก็พูดเกินไปค่ะ แสนรักแค่อยากดูแลพี่ ตอบแทนที่ทำให้แสนรักรู้สึกมีความสุขขึ้นมาอีกครั้ง" เธอสบตาเขาด้วยความซาบซึ้ง ก่อนตะวันจะเอื้อมมือไปกุมมือเรียวไว้"มันเป็นหน้าที่ของพี่อยู่แล้ว และมันจะเป็นแบบนี้ตลอดไป"ในข

![นรสิงห์ [มาเฟียร้ายรัก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





