เข้าสู่ระบบตะวันเหลือบมองคนที่นั่งเงียบมองออกไปนอกรถตั้งแต่ออกมาจากห้าง เขาคิดไม่ตกทั้งกังวลว่าน้องอาจจะโกรธกับอาการที่เขาแสดงออกไปหรือเปล่า มือหนาเอื้อมไปจับมือเล็กของเธอที่วางอยู่บนตัก ตะวันยังสังเกตเห็นท่าทีเหม่อลอยนั้นแต่เขาเลือกที่จะไม่เอ่ยถามอะไร เพราะคิดว่าน้องอาจต้องการเวลา
ทันทีที่รถจอดลงที่ลานจอดรถของคฤหาสน์หรู เธอก็เปิดประตูแล้ววิ่งเข้าบ้านไปทันที ตะวันยกแขนขึ้นยืนท้าวเอวอย่างไม่เข้าใจก่อนจะหันไปมองเสียงรถที่ดังเข้ามา
“มากันเร็วจังอ่ะ?” เขาถามเพื่อนทันทีเมื่อก้มดูนาฬิกาแล้วมันยังไม่ถึงเวลาที่นัดหมายกันเอาไว้ ถุงข้าวของในมือถูกองศายกขึ้นดู ก่อนสกายที่ลงมาจากตำแหน่งคนขับจะตอบคำถามของเขา
“ซื้อของกันเสร็จเร็ว วันนี้แดกหมูกระทะกัน ยังแดกเป็นอยู่ไหม? หรือรวยจนลืมแล้ว”
“อย่ากวนตีน กูหงุดหงิด” ตะวันขมวดคิ้วแน่นจนเพื่อนได้แต่พากันชะงักด้วยความงุนงง แต่สักพักองศาก็เดาได้ทันทีว่ามีไม่กี่เรื่องที่ทำให้ตะวันมีอาการแบบนี้
“ทะเลาะกับน้องแสนรัก?”
“ไม่รู้ว่าเรียกทะเลาะไหม แต่กูอาจจะเผลอพูดไม่ดีมั้ง น้องวิ่งหนีเข้าบ้านไปละ”
ดวงตาคมหันไปมองบานประตูที่คนน้องพึ่งวิ่งหนีเข้าไปเมื่อครู่ เขารอบถอนหายใจเฮือกใหญ่อยางไม่เข้าใจสถานการณ์ ไม่ใช่ว่าคนที่ต้องน้อยใจเป็นเขาแล้วน้องเป็นคนตามง้อหรอ ตะวันยกมือขึ้นยีหัวตัวเองอย่างขัดใจ
“แล้วทำไมตะวันไม่ตามไปง้อละ?”
“ไม่ละ เรารู้จักแสนรักดี ให้เวลาอยู่คนเดียวอีกสักพัก แล้วเดี๋ยวค่อยคุยดีกว่า”
เขาบอกกับรินกลับไป ไม่ใช่ว่าไม่สนใจความรู้สึกของอีกคน แต่ถ้าเข้าไปคุยตอนนี้แล้วเขาหงุดหงิดเผลอหลุดดุน้องขึ้นมาน้องคงเสียใจกว่าเก่า แล้วแสนรักเองก็เป็นคนชอบใช้เวลาในการคิดทบทวนด้วยเวลาที่มีความรู้สึกแย่ต่อกันอย่างนี้
ช่วงเวลาห้าโมงเย็นที่ดวงอาทิตย์เริ่มเคลื่อนลงจากขอบฟ้า ลมเย็นเบาๆพัดไปมาให้พอร้สึกสดชื่น ชายหนุ่มสามคนกำลังช่วยกันจุดเตาและจัดเตรียมพื้นที่สำหรับมื้อเย็นที่แสนพิเศษ ถ้าพวกคู่ค้าทางธุรกิจมาเห้นตะวันในตอนนี้เข้า พวกนั้นคงไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
“น้ำซุปเสร็จแล้ว ไปช่วยยกหน่อยดิ”
“เดี๋ยวเราไปยกให้ วานรินขึ้นไปตามแสนรักลงมาหน่อยนะ”
ตะวันขานรับคำขอความช่วยเหลือของดารินทันที เขามองดารินที่ยิ้มมาแล้วรีบเดินเข้าไปในตัวบ้านก่อนจะเหลือบมองบานหน้าต่างห้องของแสนดีที่มีผ้าปิดสนิท คิดจะโกรธกันจริงจังเลยหรือไง…
คนตัวสูงง่วนอยู่กับการปิดแก๊สแล้วเตรียมยกหม้อน้ำซุปออกไป เขารู้สึกถึงคนที่เดินเข้ามาทางด้านหลังตามสัญชาตญาณ ที่เขาไม่ตื่นตระหนกเพราะกลิ่นหอมเฉพาะตัวของเธอที่หอมจนแตะจมูก เขาแค่ยิ้มแล้วรอดูว่าแสนรักกำลังคิดจะทำอะไร
ปลายมีดแหลมคมถูกจ่ออยู่ที่หลังเขาโดยที่ตะวันไม่รู้ตัวแม้สักนิด มือเล็กสั่นเทาง้างมันขึ้นก่อนจะกำมันลงมาแนบตัวอย่างกล้าๆกลัวๆ เธอส่ายหัวไปมาราวกับว่าไม่สามารถลงมือทำเรื่องเลวร้ายขนาดนี้กับเขาได้
“ตะวัน น้องแสนรักไม่อยู่… ตะวัน ระวัง!!!!”
ดารินที่เดินลงมาจากชั้นบนแล้วมาหาตะวันที่ครัวเพื่อจะบอกว่าไม่เจอตัวแสนรักร้องลั่น ทันทีที่ตะวันได้ยินอย่างนั้นเขาก็ขมวดคิ้วไม่เข้าใจ ฉึก! การหันมาอย่างกะทันหันของเขาทำให้ปลายมีดในมือของแสนรักเฉือนเข้าที่แขนตรงใกล้ข้อศอกของเขาทันที
“สะ แสนรักไม่ได้ทำนะ แสนรักไม่ได้ตั้งใจ แสนรักขอโทษ ฮึก พี่ตะวันแสนรักขอโทษ” มือเล็กโยนมีดในมือทิ้งด้วยอาการตัวสั่น เธอส่ายหัวไปมาแล้วพูดประโยคเดิมว่าเธอไม่ได้ทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“เชี่ย เกิดอะไรขึ้นว่ะ?” องศาวิ่งเข้ามาแล้วอุทานด้วยความตกใจเมื่อมองบาดแผลที่แขนของตะวัน ทั้งหยดเลือดที่หยดลงพื้นครัว
“แสนรักทำแบบนี้ทำไม…..”
แววตาของตะวันมีแต่ความเจ็บปวด ความไม่เข้าใจ ทั้งในใจของเขามีแต่ความปวดร้าว เขาไม่เข้าใจว่าทำไมแสนรักถึงคิดจะทำอย่างนี้กับเขาได้ลง แต่เพราะเป็นแสนรักเขาถึงได้แต่ยืนนิ่งแล้วตั้งคำถาม ตะวันก้มดูบาดแผลที่แขน ถ้าเป็นคนอื่นที่ทำกับเขาอย่างนี้ กระบอกปืนที่เหน็บอยู่ที่หลังเขาคงได้ใช้งานไปแล้ว
ตะวันนั่งนิ่งให้ดารินช่วยทำแผล เขายังคงจ้องมองแสนรักที่นั่งตัวสั่นเทิ้มอยู่ตรงโซฟาอีกฝั่ง เพื่อนของเขานั่งอยู่ข้างเขาทั้งหมด ทุกสายตาจับจ้องไปที่เธออย่างไม่เข้าใจ ใบหน้าสวยก้มลงเขาได้ยินเสียงสะอื้นร้องไห้ของเธออยู่ตลอดเวลา
“ทำแบบนี้ทำไมว่ะ? ไอ้ตะวันมันอุตส่าห์ช่วย”
“กูว่ามึงอาจจะคิดผิดก็ได้นะตะวัน ผู้หญิงคนนี้แม่งรักไอ้อาทิตย์มากจนลืมความผิดชอบชั่วดีไปหมดแล้วมั้ง”
เสียงขององศาและสกายพูดคำทิ่มแทงใจแสนรักจนเธอตัวสั่นกว่าเก่า ตะวันยังส่ายหัวแล้วมองนิ่งอย่างไม่เข้าใจกับสิ่งที่เธอคิดจะทำแม้สักนิด
“พวกนายใจเย็นๆสิ น้องแสนรักกลัวจะแย่แล้ว” ดารินรุดเข้าไปนั่งข้างแสนรักแล้วลูบแผ่นรักแผ่วเบา
“แสนรัก….” ตะวันเบิกตากว้างเมื่อเขาเรียกชื่อเธอแล้วคนน้องทรุดนั่งคุกเข้าลงกับพื้น
“พี่ตะวัน ฮึก แสนรักขอโทษ ฮืออ แสนรักขอโทษ ฮึก แสนรักไม่ได้ตั้งใจ”
เขามองคนที่ร้องไห้อย่างหนักทั้งสะอึกสะอื้น องศากับสกายเองก็ชะงักตกใจไม่ต่างกัน ตะวันจ้องมองมือเล็กที่ยกขึ้นไหว้เขาแล้วรีบรุดนั่งลงไปหา เขาสบกับดวงตาแสนเจ็บปวดของเธอ และนั่นถึงทำให้เขารู้ถึงความผิดปกติ
“เป็นอะไร? บอกพี่สิ”
“แสนรักขอโทษ ฮึก แสนรักไม่ได้ตั้งใจ ฮืออ พี่อาทิตย์ เขา ฮึก แสนรักกลัว”
“ไอ้อาทิตย์มันทำไม? แสนรักบอกพี่ มันทำอะไร”
“พี่อาทิตย์ ฮึก เขาขู่จะปล่อยคลิปของแสนรัก ฮืออ แสนรักไม่มีทางเลือก พี่ตะวันแสนรักขอโทษ ฮึก อย่าเกลียดแสนรักเลยนะ แสนรักขอร้อง”
ตะวันมองแสนรักที่ร้องไห้หนักขึ้น น้องพยายามก้มกราบเขาจนเขาต้องรวบมือคนน้องเอาไว้แล้วดึงมากอดแน่น เขาเข้าใจความหมายของคลิปที่แสนรักพูด ถ้ามันทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งราวกับแตกสลายได้ขนาดนี้ คงไม่พ้นเรื่องบนเตียง
“แสนรักไม่ร้องนะ ทำไมถึงไม่บอกพี่…..ทำไมแสนรักถึงไม่บอกพี่ละ”
เขากอดปลอบน้องแน่นแล้วลูบหัวน้องแผ่วเบา ก่อนจะหอมลงบนผมนุ่มอย่างปลอบประโลม เขากัดฟันกรอดทั้งเจ็บปวดกับสิ่งที่แสนรักต้องเจอ ทั้งโกรธอาทิตย์ที่ทำร้ายใจน้องอีกครั้ง ตะวันรู้สึกว่าแผลที่แขนของเขายังเจ็บปวดน้อยกว่าสิ่งที่น้องกำลังแบกรับด้วยซ้ำ
กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปราวกับภาพฝัน จากทารกน้อยตัวแดงเรื่อในอ้อมกอดวันนั้น บัดนี้น้องอคิณเติบโตขึ้นเป็นเด็กชายวัยสองขวบที่เต็มไปด้วยพลังงานและความสดใส ใบหน้าถอดแบบมาจากตะวันราวกับพิมพ์เดียวกัน ทั้งดวงตาคมกริบและจมูกโด่งรั้น หากแต่รอยยิ้มหวานหยดและแก้มป่องนั้นกลับได้มาจากแสนรักผู้เป็นแม่มาอย่างเต็มเปี่ยมคฤหาสน์ที่เคยเงียบเหงาและเคร่งขรึม บัดนี้ก้องกังวานไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงฝีเท้าเล็กๆที่วิ่งวุ่นไปทั่ว สนามหญ้าหน้าบ้านที่ตะวันเคยสัญญาว่าจะสร้างเป็นสนามเด็กเล่น บัดนี้ถูกเติมเต็มด้วยเครื่องเล่นหลากสีสันและบ่อทรายขนาดใหญ่ โดยมีเรือนกระจกหลังงามตั้งตระหง่านอยู่เคียงข้าง ดอกกุหลาบอังกฤษและลาเวนเดอร์ชูช่อบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบริเวณตะวันในชุดลำลองสบายๆสลัดคราบนักธุรกิจพันล้านทิ้งไปจนหมดสิ้น เขานั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นหญ้า คอยระวังหลังให้ลูกชายตัวน้อยที่กำลังพยายามปีนป่ายสไลเดอร์อย่างมุ่งมั่น โดยมีแสนรักนั่งมองภาพนั้นอยู่บนม้านั่งไม้ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ รอยยิ้มของเธอเปี่ยมไปด้วยความสุขที่เอ่อล้นจนไม่อาจบรรยายได้“ระวังครับอคิณ ค่อยๆก้าวลูก พ่อประคองอยู่ครับ” เสียงทุ้มของตะวัน
เสียงไซเรนจากรถตำรวจนำขบวนของลูกน้องตะวันดังสนั่นไปทั่วท้องถนนยามค่ำคืน รถยุโรปคันหรูพุ่งทะยานเข้าสู่หน้าแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่กฎหมายและสัญชาตญาณจะเอื้ออำนวย ทันทีที่รถจอดสนิทตะวันแทบจะกระโจนลงจากรถก่อนที่คนขับจะดับเครื่องยนต์เสียอีก เขารีบช้อนร่างของแสนรักที่บัดนี้ใบหน้าซีดเผือดและชุ่มไปด้วยเหงื่อขึ้นแนบอก ท่ามกลางเสียงตะโกนสั่งการที่ปนไปด้วยความลนลานของเขาเอง"หมอ! พยาบาล! ช่วยเมียผมด้วย! เธอปวดท้องมาก!" ตะวันตะโกนก้องโถงโรงพยาบาล จนเจ้าหน้าที่เข็นเตียงรับตัวรุดเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว แสนรักถูกวางลงบนเตียงเข็น มือเล็กยังคงบีบมือตะวันไว้แน่นจนเส้นเลือดหลังมือเขาปูดโปน"พี่ตะวัน... ฮึก... แสนรักปวด... ปวดเหมือนตัวจะแตกเลยค่ะ" เสียงสะอื้นที่ขาดห่วงของเธอทำให้หัวใจของมาเฟียหนุ่มบีบคั้นจนแทบจะหยุดหายใจ"พี่อยู่ตรงนี้ครับแสนรัก พี่ไม่ไปไหนทั้งนั้น!" ตะวันวิ่งตามเตียงเข็นไปจนถึงหน้าประตูห้องคลอดสีเขียวสะอาดตาที่สลักคำว่า 'เขตหวงห้าม' พยาบาลรีบเข้ามากันตัวเขาไว้"ญาติรอข้างนอกก่อนนะคะ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่เตรียมตัวคุณแม่เสร็จแล้วจะเชิญคุณพ่อเข้าไปข้างในค่ะ"ตะวันยืนนิ่งง
ค่ำคืนที่เงียบสงัดภายในคฤหาสน์ถูกโอบล้อมด้วยแสงจันทร์สีนวลตา ลมพัดเอื่อยๆ พาเอากลิ่นหอมของดอกราตรีที่แสนรักปลูกไว้ในสวนหลังบ้านโชยเข้ามาถึงระเบียงห้องนอนใหญ่ เวลาผ่านล่วงเลยไปอย่างรวดเร็วราวกับติดปีกบิน จากวันที่ทราบข่าวดีเรื่องเจ้าตัวเล็ก บัดนี้ครรภ์ของแสนรักแก่ขึ้นจนเห็นความนูนเด่นชัดเจนใต้ชุดนอนผ้าแพรสีหวานตะวันในชุดลำลองกางเกงขายาวตัวเดียว นั่งพิงหัวเตียงกว้างโดยมีแสนรักกึ่งนั่งกึ่งนอนเอนกายซบอยู่บนอกแกร่ง มือหนาที่เคยจับอาวุธ บัดนี้ลูบวนไปบนหน้าท้องกลมโตของภรรยาอย่างแผ่วเบาและทะนุถนอม สายตาของเขาเปลี่ยนไปจากคนดุดันกลายเป็นชายหนุ่มที่เปี่ยมไปด้วยความละมุนละไม“ดูสิแสนรัก... เจ้าตัวเล็กเตะพี่อีกแล้ว สงสัยจะอยากออกมาดูโลกเต็มทีแล้วนะครับ” ตะวันกระซิบเสียงทุ้มพลางคลี่ยิ้มกว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงเคลื่อนไหวจากภายใน แสนรักหัวเราะเบาๆ มือเล็กวางทับบนมือของตะวัน“สงสัยจะเหมือนพ่อเขานะคะ ขยันขยับตัวไม่ยอมอยู่นิ่งเลย พี่ตะวันวางแผนหรือยังคะว่าถ้าเขาออกมาแล้ว พี่จะสอนอะไรเขาเป็นอย่างแรก?”“พี่จะสอนให้เขารู้จักคำว่ารักและปกป้องครับแสนรัก” ตะวันจูบที่ขมับของเธอ“พี่จะสอนให้เขาเป็นสุภาพบุรุษท
พายุความกังวลจากเหตุการณ์สะดุดล้มในวันนั้นถูกแทนที่ด้วยคลื่นความรักที่ทวีความรุนแรงยิ่งกว่าเดิม เมื่อกาลเวลาล่วงเข้าสู่สัปดาห์ที่แปดของการตั้งครรภ์ ร่างกายของแสนรักเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ทำให้ชีวิตในคฤหาสน์วรโชติเมธีปั่นป่วนไปหมด ไม่ใช่เพราะศัตรูจากภายนอก แต่เป็นเพราะอาการแพ้ท้องอย่างหนักที่จู่โจมคุณแม่มือใหม่จนแทบกระดิกตัวไม่ได้"อึก... แหวะ!"เสียงขย้อนดังก้องออกมาจากห้องน้ำในเช้ามืดวันที่อากาศเย็นสบาย ตะวันที่นอนตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาสะดุ้งสุดตัว เขาดีดกายลุกขึ้นจากเตียงพุ่งตรงไปยังห้องน้ำทันที ภาพที่เห็นคือแสนรักในชุดนอนสายเดี่ยวสีขาว นั่งคุกเข่าอยู่ ใบหน้าหวานซีดเผือด ผมเผ้ายุ่งเหยิง และดวงตาที่รื้นไปด้วยน้ำตาจากแรงบีบคั้นของกระเพาะอาหาร"แสนรัก... เป็นยังไงบ้างครับคนดี" ตะวันรีบเข้าไปประคองไหล่บาง มือหนาลูบแผ่นหลังให้เบาๆด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสารจนแทบจะอยากเป็นคนแพ้ท้องแทนเสียเอง"พี่ตะวัน... แสนรัก้หม็น... แสนรักเหม็นกลิ่นสบู่ที่พี่เพิ่งใช้จังเลยค่ะ ฮึก" แสนรักเบือนหน้าหนีพลางปิดจมูก น้ำตาคลอเบ้า"สบู่เหรอ? พี่เพิ่งอาบน้ำมาเมื่อกี้นี้เองนะ..
เช้าวันใหม่ที่คฤหาสน์ดูจะเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทันทีที่ผลตรวจเลือดจากโรงพยาบาลยืนยันชัดเจนว่าแสนรักตั้งครรภ์ได้เกือบ 6 สัปดาห์ ตะวันก็เปลี่ยนร่างจากนักธุรกิจมาดเข้มกลายเป็นองครักษ์พิทักษ์คุณแม่แบบเต็มตัว เขาแทบจะไม่ยอมให้แสนรักคลาดสายตาแม้แต่วินาทีเดียว"พี่ตะวันคะ... แสนรักแค่จะไปหยิบน้ำส้มในตู้เย็นเองค่ะ ไม่ต้องประคองขนาดนี้ก็ได้" แสนรักเอ่ยกลั้วหัวเราะ ขณะที่ร่างสูงใหญ่ของตะวันเดินขนาบข้าง มือหนึ่งประคองเอว อีกมือเตรียมพร้อมจะคว้าร่างเธอไว้หากเธอสะดุดยอดหญ้าในบ้าน"ไม่ได้ครับแสนรัก หมอบอกว่าช่วงสามเดือนแรกอันตรายมาก ต้องประคบประหงมให้ดีที่สุด" ตะวันพูดด้วยสีหน้าจริงจังขั้นสุด "แล้วน้ำส้มน่ะ เดี๋ยวพี่ไปหยิบให้เอง แสนรักนั่งเฉยๆบนโซฟานี่แหละ ห้ามลุก ห้ามเดินเยอะ และที่สำคัญที่สุด... ห้ามวิ่ง เด็ดขาด เข้าใจไหมครับ?""รับทราบค่ะ" แสนรักทำท่าตะเบ๊ะหยอกล้อ แต่ในใจกลับรู้สึกอบอุ่นที่เห็นเขาเห่อลูกขนาดนี้ตลอดทั้งสัปดาห์ตะวันสั่งติดตั้งพรมกันลื่นใหม่ทั่วทั้งบ้าน มุมโต๊ะทุกตัวถูกหุ้มด้วยยางกันกระแทกหนาเตอะ จนองศาและสกายที่แวะมาเยี่ยมถึงกับหลุดขำที่เห็นมาเฟียจอมโหดกลายเป็นคนวิตกจ
กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปหนึ่งเดือนเต็มหลังจากค่ำคืนที่แสนหวานในห้องทำงานวันนั้น บ้านของตะวันดูจะสว่างไสวและเต็มไปด้วยพลังงานบวกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ตะวันเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะนักธุรกิจสีขาวอย่างเต็มตัว เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการประชุมร่วมกับองศาและสกายเพื่อนสนิทที่ร่วมหัวจมท้ายกันมานาน เพื่อวางรากฐานโปรเจกต์อสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่จะเน้นความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างสรรค์ชุมชนที่ปลอดภัย ซึ่งเป็นธุรกิจที่เขาตั้งใจจะมอบให้เป็นของขวัญแก่ครอบครัวในอนาคตเย็นวันนั้นรถยุโรปคันหรูของตะวันแล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้านพร้อมกับรถขององศาและสกายที่ตามมาติดๆ วันนี้เป็นวันที่พวกเขาเพิ่งกลับจากการไปดูไซต์งานก่อสร้างที่เขาใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ตะวันตั้งใจจะสร้างรีสอร์ตระดับไฮเอนด์และแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้สร้างบ้านพักตากอากาศส่วนตัว**ดารินก้าวลงจากรถพร้อมกับหิ้วถุงของฝากพะรุงพะรัง ทั้งขนมนำเข้าจากต่างประเทศและของฝากติดไม้ติดมือจากเขาใหญ่ เธอเดินนำหน้าพวกหนุ่มๆ เข้าไปในตัวบ้านด้วยความร่าเริงตามสไตล์"แสนรัก! พี่ดารินมาแล้วค่า มีของอร่อยมาฝากเพียบเลยนะ!” เสียงใสของดารินดังก้องไปทั่วโถงบ้านหรูใ
หลังจากพูดคำนั้นออกไปตะวันก็เห็นแสนรักยืนนิ่ง เขาหลับตาลงหรูลมหายใจแล้วก้าวเข้าไปใกล้คนน้อง ลูบหัวเธอแผ่วเบาก่อนจะจับมือเล็กคู่นั้นของเธอขึ้นมากอบกุมเอาไว้ เขาใช้ปลายนิ้วลูบหลังมือเธออย่างสื่อความหมาย“โลกนี้มันใจร้ายกว่าที่แสนรักคิด พี่รู้ว่าแสนรักเป็นคนดี แสนรักไม่เคยคิดร้ายกับใครเลย แต่แสนรักก็ถ
“พี่ตะวันพาแสนรักมาที่นี่ทำไมคะ?”ตะวันที่พึ่งก้าวลงจากรถแล้วเดินมาเปิดประตูฝั่งข้างคนขับให้แสนรักแค่ยิ้มเมื่อได้ยินคำถามของเธอแต่ไม่พูดอะไร เขาแบมือออกรอก่อนจะมองอย่างคาดหวังว่าเธอจะวางมือเล็กลงบนมือเขาอย่างที่เขาหวังไหม“ไปกันเถอะ”รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าเขาเล็กน้อย ตะวันกอบกุมมือเล็กของเธอเอาไว้แล้
“พี่ตะวันหายไปไหนมา?”มือที่กำลังบรรจงทายาให้เธอหยุดชะงักกับคำถามนั้น จะให้เขาตอบคำถามเธอยังไงว่าเขาหายไปไหนมา จะบอกว่าเขารับเงินจากพ่อแล้วยอมจากไปเพื่อให้เธอมีความสุขก็ดูไม่ใชเรื่องที่น่าพูดนัก ตะวันทำได้แค่เลือกพูดประโยคที่เขาต้องการแทนที่จะตอบคำถามของเธอ“พี่ก็กลับมาแล้วนี่ไง”“แสนรักคิดว่าจะไม่
“ในเมื่อทุกคนไม่ทำตามสัญญา วันนี้ผมก็จะมาเอาคนของผมคืน”“มึงก็เอาคืนไปสิ!! มึงได้แสนรักคืน กูแต่งงานใหม่ก็แฟร์ดีไม่ใช่หรอว่ะ”ตะวันมองอาทิตย์ที่สวนกลับมาอย่างไม่มีความใส่ใจแสนรักแม้สักนิด เขานึกถึงวันที่อีกคนสัญญากับเขาเอาไว้ว่าจะดูแลแสนรักและไม่ทำให้แสนรักเสียใจ แต่ดูเหมือนตอนนี้อีกคนจะลืมคำพูดของ







