LOGINภายในห้องนอนใหญ่ที่มืดสลัว แสงเทียนสั่นไหววูบวาบประดับบนโต๊ะอาหารมื้อพิเศษที่ อาทิตย์สั่งให้จัดเตรียมขึ้น เขานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับแสนรักในชุดสูทสีขาวสะอาดตาที่จงใจให้ดูเหมือนเทพบุตรที่สุดเท่าที่จะทำได้
"แสนรัก... ในเมื่อทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นใหม่แล้ว พี่อยากให้เรามีพันธสัญญาที่มั่นคงกว่าเดิม" อาทิตย์เอ่ยเสียงนุ่มพลางหยิบกล่องแหวนเพชรเม็ดโตออกมาวางบนโต๊ะ "แต่งงานกับพี่นะ..." แสนรักจ้องมองกล่องแหวนนั้นด้วยความรู้สึกขยะแขยงจนแทบอยากจะอาเจียน มือของเธอที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ดวงตากลมมองแหวนในนิ้วที่ตะวันใส่ให้ ทุกอย่างยิ่งยืนยันกับเธอชัดเจนว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ตะวัน เธอแอบชำเลืองมองนาฬิกาที่ผนัง... อีกเพียงสิบนาทีเท่านั้น "พี่ตะวันคะ... แสนรักขอเวลาคิดแป๊บนึงได้ไหมคะ" เธอพยายามยื้อเวลาอย่างสุดความสามารถ "คิดอะไรอีกล่ะ!?" แววตาของอาทิตย์เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราด บรรยากาศตรงรั้วหลังคฤหาสน์ องศาและสกายในชุดปฏิบัติการสีดำสนิทกำลังซุ่มรอสัญญาณจากคนของตะวันที่ซ่อนอยู่ภายในบ้าน ซึ่งก็คือป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่ที่แอบตัดวงจรไฟฟ้าในจุดอับสายตาตามคำแนะนำของสกายผ่านโทรศัพท์ที่แอบส่งกันมา "สัญญาณไฟดับแล้วครับ!" สกายกระซิบพร้อมกับกดรีโมตตัดสัญญาณรบกวนของอาทิตย์ทิ้งทันที "บุก!" องศานำทีมการ์ดฝีมือดีปีนข้ามรั้วเข้ามาอย่างรวดเร็ว พวกเขาจัดการกับการ์ดของอาทิตย์ที่เฝ้าอยู่ตามจุดต่างๆ อย่างเงียบเชียบและรวดเร็ว สกายแยกตัวไปที่ห้องเก็บของใต้ดินตามพิกัดที่แสนรักบอก และในที่สุดเขาก็พังประตูเข้าไปช่วยดารินออกมาได้ "ริน! ปลอดภัยนะ!" สกายถามด้วยความห่วงใย "เราไม่เป็นไร! รีบไปช่วยแสนรักเร็ว ไอ้โรคจิตนั่นมันอยู่ข้างบน!" ดารินพ่นลมหายใจด้วยความแค้นพลางคว้าปืนพกจากมือสกายมาถือไว้ "กูจะไปยิงกระบาลมันเอง!" บนห้องนอนใหญ่อาทิตย์หมดความอดทน เขาผุดลุกขึ้นแล้วคว้าข้อมือแสนรักอย่างแรง "พี่ไม่ชอบคนเล่นตัวนะแสนรัก! ในเมื่อขอดีๆไม่ชอบ ก็ต้องใช้กำลังกันบ้าง!" "ปล่อยแสนรักนะคะพี่อาทิตย์! แสนรักรู้ความจริงหมดแล้ว ว่าพี่ไม่ใช่พี่ตะวัน!" แสนรักตะโกนก้องพร้อมกับสะบัดตัวสุดแรงจนหลุดออกจากการเกาะกุม "เออ! รู้แล้วก็ดี! งั้นก็รู้ไว้ด้วยว่าผัวที่เธอรักนักหนามันกลายเป็นศพเฝ้าโกดังไปแล้ว!" อาทิตย์แสยะยิ้มอย่างบ้าคลั่งพลางชักปืนออกมาจ่อที่หน้าผากของหญิงสาว "ในเมื่อพี่ไม่ได้... ใครหน้าไหนก็อย่าหวังจะได้เธอไป!" ปัง! เสียงประตูห้องถูกถีบออกอย่างรุนแรงจนบานประตูแทบหลุดจากบานพับ ควันไฟจางๆและไอความเย็นจากภายนอกพัดเข้ามาในห้อง อาทิตย์หันไปเล็งปืนตามสัญชาตญาณ แต่เขาก็ต้องชะงักจนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป ที่ประตูนั้น... ร่างสูงของชายหนุ่มในชุดเปียกชื้นที่ชุ่มไปด้วยเลือดและน้ำฝนยืนตระหง่านอยู่ ตะวันตัวจริงอยู่ในสภาพที่มีผ้าพันแผลพันรอบสีข้างจนเลือดซึมออกมาเป็นวงกว้าง ใบหน้าซีกหนึ่งมีรอยฟกช้ำและบาดแผลจากการถูกทำร้าย แต่ดวงตาคู่นั้นกลับลุกโชนด้วยเพลิงแห่งความโกรธที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่าง "พี่ตะวัน!" แสนรักร้องเรียกด้วยความดีใจจนสุดเสียง น้ำตาไหลพรากออกมาอย่างห้ามไม่ได้ "ไอ้... ไอ้ตะวัน? มึงรอดมาได้ยังไง!" อาทิตย์เสียงสั่นเครือ มือที่ถือปืนเริ่มสั่นระริกเมื่อสบเข้ากับดวงตาของตะวันที่กลับมาทวงคนของเขาคืน ตะวันไม่ได้ตอบคำถามนั้น เขาค่อยๆก้าวเท้าเข้ามาในห้องอย่างมั่นคง แม้ทุกก้าวจะทำให้เลือดไหลซึมออกมามากขึ้น แต่รังสีความกดดันที่แผ่ออกมากลับข่มขวัญอาทิตย์จนแทบจะทำปืนหลุดมือ "มึงถามว่ากูรอดมาได้ยังไงเหรออาทิตย์..." เสียงทุ้มต่ำของตะวันดังก้อง "กูรอดมาเพื่อที่จะลากมึงลงนรกด้วยมือของกูเองไง" อาทิตย์พยายามจะเหนี่ยวไกใส่ตะวัน แต่ด้วยความขลาดเขลาที่ฝังรากลึกทำให้เขาช้ากว่าเพียงเสี้ยววินาที ตะวันพุ่งเข้าชาร์จตัวน้องชายฝาแฝดอย่างรวดเร็วแม้ร่างกายจะบาดเจ็บ เขาบิดข้อมืออาทิตย์จนปืนกระเด็นไปคนละทิศละทาง ก่อนจะซัดหมัดหนักๆ เข้าที่ใบหน้าของอาทิตย์จนล้มกลิ้งไปกับพื้น องศาและสกายบุกเข้ามาสมทบพร้อมอาวุธครบมือ การ์ดของอาทิตย์ถูกกวาดล้างจนหมดสิ้นภายในบ้าน ตะวันก้มลงหยิบปืนพกสีดำสนิทของอาทิตย์ขึ้นมา เขาเดินเข้าไปหาอาทิตย์ที่นอนหอบหายใจรวยรินอยู่ที่พื้นอย่างช้าๆ ปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบถูกจ่อเข้าที่กลางหน้าผากของอาทิตย์ในระยะเผาขน "พี่... พี่ตะวัน อย่าฆ่าผม! ผมเป็นน้องพี่นะ!" อาทิตย์ร้องขอชีวิตด้วยเสียงที่สั่นเครือ สรรพนามที่อาทิตย์แทบไม่เคยใช้พูดกับตะวัันถูกเอ่ยออกมา ความอวดดีที่มีหายไปสิ้นเหลือเพียงความขี้ขลาด ตะวันจ้องมองหน้าคนที่หน้าตาเหมือนเขาเป๊ะด้วยสายตาที่เย็นชาที่สุดเท่าที่มนุษย์จะแสดงออกมาได้ นิ้วชี้ของเขาค่อยๆแตะเข้าที่ไกปืน "มึงควรเลิกเรียกกูว่าพี่ตั้งแต่วันที่มึงคิดสั่งคนมาฆ่ากู และวันที่มึงกล้าแตะต้องผู้หญิงของกูแล้วอาทิตย์..." ตะวันพูดลอดไรฟัน "มึงรู้ไหม... กูกลั้นใจไม่ให้ตายเพียงเพื่อจะกลับมาทำแบบนี้" แสนรักที่ยืนอยู่ข้างหลังมองดูแผ่นหลังของตะวันด้วยความรู้สึกที่ท่วมท้น เธอรู้ว่าตะวันโกรธแค่ไหน แต่เธอก็ไม่อยากให้มือของเขาต้องเปื้อนเลือดคนสารเลวอย่างอาทิตย์จนต้องเสียอนาคตไป "พี่ตะวันคะ... อย่าทำเลยค่ะ" แสนรักเดินเข้าไปแตะไหล่เขาเบาๆ "มันไม่คุ้มเลยที่จะแลกชีวิตพี่กับคนแบบนี้" ตะวันนิ่งไปชั่วอึดใจ ปลายนิ้วของเขาค้างอยู่ที่ไกปืน ลมหายใจของเขาหนักหน่วงด้วยความโกรธที่ยังไม่มอดดับลงสนิท เขาจ้องลึกลงไปในดวงตาที่สั่นระริกของอาทิตย์... ตอกย้ำให้มันรู้ว่าวินาทีแห่งความตายนั้นมันน่ากลัวเพียงใด "กับคนอย่างมัน ไม่มีอะไรที่ไม่คุ้มหรอกแสนรัก พี่ให้โอกาสมันมามากแล้ว แต่เห็นทีว่าพี่คงใจดีเกินไป....."ภายในห้องนอนใหญ่ที่มืดสลัว แสงเทียนสั่นไหววูบวาบประดับบนโต๊ะอาหารมื้อพิเศษที่ อาทิตย์สั่งให้จัดเตรียมขึ้น เขานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับแสนรักในชุดสูทสีขาวสะอาดตาที่จงใจให้ดูเหมือนเทพบุตรที่สุดเท่าที่จะทำได้"แสนรัก... ในเมื่อทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นใหม่แล้ว พี่อยากให้เรามีพันธสัญญาที่มั่นคงกว่าเดิม" อาทิตย์เอ่ยเสียงนุ่มพลางหยิบกล่องแหวนเพชรเม็ดโตออกมาวางบนโต๊ะ "แต่งงานกับพี่นะ..."แสนรักจ้องมองกล่องแหวนนั้นด้วยความรู้สึกขยะแขยงจนแทบอยากจะอาเจียน มือของเธอที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ดวงตากลมมองแหวนในนิ้วที่ตะวันใส่ให้ ทุกอย่างยิ่งยืนยันกับเธอชัดเจนว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ตะวัน เธอแอบชำเลืองมองนาฬิกาที่ผนัง... อีกเพียงสิบนาทีเท่านั้น"พี่ตะวันคะ... แสนรักขอเวลาคิดแป๊บนึงได้ไหมคะ" เธอพยายามยื้อเวลาอย่างสุดความสามารถ"คิดอะไรอีกล่ะ!?" แววตาของอาทิตย์เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราด บรรยากาศตรงรั้วหลังคฤหาสน์ องศาและสกายในชุดปฏิบัติการสีดำสนิทกำลังซุ่มรอสัญญาณจากคนของตะวันที่ซ่อนอยู่ภายในบ้าน ซึ่งก็คือป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่ที่แอบตัดวงจรไฟฟ้าในจุดอับสายตาตามคำแนะนำของสกายผ่านโทรศัพท์ที่
แสงของวันใหม่ไม่ได้นำมาซึ่งความหวัง แต่มันกลับขับเน้นให้เห็นบรรยากาศที่เปลี่ยนไปของบ้านที่เคยอบอุ่น ดารินตื่นขึ้นมาด้วยอาการล้าเต็มที เธอแสร้งทำเป็นไอและเดินกระย่องกระแย่งออกจากห้องนอนใหญ่เพื่อสำรวจสถานการณ์ โดยมีแสนรักเดินประคองอยู่ข้างๆไม่ห่างที่ห้องอาหารอาทิตย์ในคราบของตะวันนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าของเขาดูหมองคล้ำจากการไม่ได้นอน แต่แววตานั้นกลับวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ เมื่อเห็นดารินยังคงเดินนัวเนียอยู่กับแสนรัก เขาก็กระแทกแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังปัง!"ริน... เราว่าอาการรินดูไม่ดีเลยนะ" อาทิตย์พูดเสียงเย็น"เราเรียกให้คนขับรถเตรียมรถไว้แล้ว เดี๋ยวจะให้ไปส่งรินที่โรงพยาบาลส่วนตัว จะได้ให้หมอตรวจละเอียด""ไม่เป็นไรตะวัน... เราเริ่มดีขึ้นแล้ว แค่ยังมึนๆ" ดารินแสร้งปาดเหงื่อที่หน้าผาก"เราอยากพักผ่อนอยู่ที่นี่อีกสักหน่อย ให้น้องแสนรักดูแลน่ะดีที่สุด หมอที่ไหนก็ไม่รู้ใจเท่าน้องแสนรักหรอก"อาทิตย์ลุกขึ้นยืนทันทีจนเก้าอี้กระเด็นไปด้านหลัง"เราไม่ได้ถามความสมัครใจ! นี่มันบ้านเรา และเราเห็นว่ารินควรไปโรงพยาบาล แสนรัก... เธอขึ้นไปเก็บของให้ดารินเดี๋ยวนี้!""พี่ตะวันคะ... ทำไมต้องรุนแรงขนา
ภายในห้องนอนใหญ่ที่เคยอบอวลไปด้วยไอรัก บัดนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนกรงขัง อาทิตย์ในคราบของตะวันยืนจ้องมองแสนรักด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิด เขาคาดหวังว่าการกลับมาครั้งนี้จะได้รับความปรนนิบัติและการตอบรับอย่างเร่าร้อนแต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม"แสนรัก พี่บอกให้มานี่ไง จะถอยหนีพี่ทำไม?" อาทิตย์ก้าวเดินเข้าหาเธอด้วยท่าทางคุกคาม น้ำเสียงทุ้มต่ำเริ่มมีความกระด้างที่ปิดไม่มิด"พี่ตะวัน... แสนรักรู้สึกไม่ค่อยสบายค่ะ วันนี้แสนรักเพลียมากจริงๆ" แสนรักตอบพลางขยับตัวไปจนชิดขอบเตียง มือของเธอกำชายเสื้อตัวเองไว้แน่น สัมผัสที่เย็นชารวมถึงแววตาที่จ้องมองมาอย่างหิวกระหายนั้นทำให้เธอหวาดกลัวจนแทบหยุดหายใจ เธอรู้ดีว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่ตะวันที่แสนอบอุ่นคนเดิมแน่ๆ แต่เธอก็ยังไม่กล้าพูดออกมา"ไม่สบายงั้นเหรอ? หรือว่าพอพี่ไม่อยู่ ใจเธอก็เปลี่ยนไปหาคนอื่นแล้ว!" อาทิตย์คว้าข้อมือเล็กของแสนรักไว้แน่นแล้วกระชากเข้าหาตัว"โอ๊ย! พี่ตะวัน แสนรักเจ็บค่ะ ปล่อยแสนรักนะ!" แสนรักพยายามดิ้นรน แรงบีบที่ข้อมือของเขามันรุนแรงและป่าเถื่อนจนเธอเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า ก่อนที่อาทิตย์จะโน้มตัวลงมาใช้กำลังข่มเหงเธอ เสียง
หยาดฝนยามบ่ายเริ่มโปรยปรายลงมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ท้องฟ้าเบื้องบนเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่นสอดรับกับความกังวลใจของแสนรักที่เพิ่มทวีคูณ เธอพยายามต่อสายหาตะวันนับสิบครั้งแต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงเสียงสัญญาณที่บอกว่า "ไม่สามารถติดต่อเลขหมายดังกล่าวได้""พี่ตะวัน... ทำไมเงียบไปแบบนี้คะ" เธอพึมพำกับตัวเองพลางกำโทรศัพท์แน่นจนปลายนิ้วซีดขาว ในขณะที่ความวุ่นวายใจกำลังถึงขีดสุด เสียงรถยนต์ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มก้าวลงจากรถท่ามกลางสายฝนที่เริ่มหนาเม็ด ใบหน้าคมเข้มที่เหมือนกับตะวันราวกับพิมพ์เดียวปรากฏสู่สายตา"พี่ตะวัน!" แสนรักรีบวิ่งลงไปรับที่หน้าประตูโถงด้วยความดีใจ แต่เมื่อเธอเข้าใกล้ ร่างกายของเธอกลับหยุดชะงักลงโดยอัตโนมัติอาทิตย์ในคราบของพี่ชายฝาแฝดยืนอยู่ตรงนั้น เขาส่งยิ้มบางๆให้เธอ ยิ้มที่ดูเผินๆเหมือนตะวันทุกประการ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับนิ่งสนิทและเย็นเยียบราวกับก้นมหาสมุทรที่ไม่มีแสงส่องถึง"พี่กลับมาแล้วครับแสนรัก... ขอโทษทีที่ติดต่อไม่ได้ พอดีเครื่องมีปัญหานิดหน่อยน่ะ" เสียงของเขาถูกปรับโทนให้ทุ้มต่ำและหนักแน่นเลียนแบบพี่ชายได้อย่างไร้ที่ติ อาทิตย์ก
แสงตะวันยามสายสาดส่องลงมายังรันเวย์ของสนามบินสุวรรณภูมิ เครื่องบินลำยักษ์ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ามุ่งหน้าสู่มาเก๊า บนเครื่องนั้นมีตะวัน ที่นั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยความรู้สึกพะวักพะวน แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นเรื่องงานที่สำคัญระดับพันล้าน แต่ใจของเขากลับทิ้งไว้ที่คฤหาสน์หลังใหญ่ ทิ้งไว้กับผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจเขาสะบัดไล่ความกังวลออกไปจากหัวพลางหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาตรวจเช็กระบบรักษาความปลอดภัยของบ้านผ่านแอปพลิเคชัน ทุกอย่างยังปกติดี กล้องวงจรปิดทุกตัวทำงานได้ไร้ที่ติ และเขาก็สั่งกำชับองศากับสกายให้คอยเวียนเข้าไปดูแสนรักทุกเย็น‘ฉันอาจจะแค่คิดมากไปเอง’ ตะวันบอกตัวเองแบบนั้น แต่สัญชาตญาณของเขากลับร้องเตือนบางอย่างที่เขาก็ยังหาคำตอบไม่ได้ภายในคฤหาสน์แสนรักที่ยืนส่งรถของตะวันที่แล่นพ้นรั้วบ้านไปตั้งแต่เช้าตรู่ ความเงียบเหงาเริ่มเข้ามาทักทายเธอทันทีที่เขาไม่อยู่ เธอเดินกลับเข้ามาในบ้านที่ดูจะกว้างขวางเกินไปสำหรับคนเพียงคนเดียว แม้จะมีเหล่าแม่บ้านและคนของเขาอยู่ด้วยก็ตาม"คุณแสนรักคะ มีพัสดุมาส่งค่ะ" ป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่เดินเข้ามาพร้อมกับกล่องกระดาษขนาดกลางสีน้ำตาล ไม่มีชื่อผู้ส่ง มีเพี
กาลเวลาหมุนผ่านไปอย่างมั่นคง เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ของ ตะวัน และแสนรักที่หยั่งรากลึกลงในใจของกันและกัน ภายในคฤหาสน์มีชีวิตชีวาขึ้นด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ และกลิ่นหอมของอาหารที่แสนรักตั้งใจเข้าครัวทำเอง ตะวันในชุดลำลองเนื้อดีนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะอาหารสายตาก็จดจ้องอยู่ที่หนังสือพิมพ์แต่หูกลับคอยฟังเสียงกุกกักจากในครัวอย่างเพลิดเพลิน"พี่ตะวันคะ ลองชิมข้าวต้มปลากะพงสูตรใหม่ของแสนรักดูหน่อยค่ะ" แสนรักเดินออกมาพร้อมถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาว ควันกรุ่นที่ลอยขึ้นมาส่งกลิ่นหอมของขิงและหอมเจียวตะวันวางหนังสือพิมพ์ลงทันที เขามองดูคนน้องที่ดูมีน้ำมีนวลขึ้นกว่าวันแรกที่เขาพามาที่นี่ ใบหน้าที่เคยอมทุกข์บัดนี้กลับสดใสราวกับดอกไม้ที่ได้รับน้ำค้างยามเช้า"แค่กลิ่นก็รู้แล้วว่าอร่อย แสนรักทำอะไรพี่ก็กินได้ทั้งนั้นแหละ แต่ขยันทำขนาดนี้ พี่ว่าพี่ต้องขยายชุดสูทเพิ่มแล้วนะ" เขารับถ้วยมาวางตรงหน้า"พี่ตะวันก็พูดเกินไปค่ะ แสนรักแค่อยากดูแลพี่ ตอบแทนที่ทำให้แสนรักรู้สึกมีความสุขขึ้นมาอีกครั้ง" เธอสบตาเขาด้วยความซาบซึ้ง ก่อนตะวันจะเอื้อมมือไปกุมมือเรียวไว้"มันเป็นหน้าที่ของพี่อยู่แล้ว และมันจะเป็นแบบนี้ตลอดไป"ในข







