LOGINแสงของวันใหม่ไม่ได้นำมาซึ่งความหวัง แต่มันกลับขับเน้นให้เห็นบรรยากาศที่เปลี่ยนไปของบ้านที่เคยอบอุ่น ดารินตื่นขึ้นมาด้วยอาการล้าเต็มที เธอแสร้งทำเป็นไอและเดินกระย่องกระแย่งออกจากห้องนอนใหญ่เพื่อสำรวจสถานการณ์ โดยมีแสนรักเดินประคองอยู่ข้างๆไม่ห่าง
ที่ห้องอาหารอาทิตย์ในคราบของตะวันนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าของเขาดูหมองคล้ำจากการไม่ได้นอน แต่แววตานั้นกลับวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ เมื่อเห็นดารินยังคงเดินนัวเนียอยู่กับแสนรัก เขาก็กระแทกแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังปัง!
"ริน... เราว่าอาการรินดูไม่ดีเลยนะ" อาทิตย์พูดเสียงเย็น
"เราเรียกให้คนขับรถเตรียมรถไว้แล้ว เดี๋ยวจะให้ไปส่งรินที่โรงพยาบาลส่วนตัว จะได้ให้หมอตรวจละเอียด"
"ไม่เป็นไรตะวัน... เราเริ่มดีขึ้นแล้ว แค่ยังมึนๆ" ดารินแสร้งปาดเหงื่อที่หน้าผาก
"เราอยากพักผ่อนอยู่ที่นี่อีกสักหน่อย ให้น้องแสนรักดูแลน่ะดีที่สุด หมอที่ไหนก็ไม่รู้ใจเท่าน้องแสนรักหรอก"
อาทิตย์ลุกขึ้นยืนทันทีจนเก้าอี้กระเด็นไปด้านหลัง
"เราไม่ได้ถามความสมัครใจ! นี่มันบ้านเรา และเราเห็นว่ารินควรไปโรงพยาบาล แสนรัก... เธอขึ้นไปเก็บของให้ดารินเดี๋ยวนี้!"
"พี่ตะวันคะ... ทำไมต้องรุนแรงขนาดนี้ด้วย" แสนรักเสียงสั่น เธอสังเกตเห็นว่ามือของอาทิตย์เริ่มสั่นเทิ้มด้วยความโกรธ
"พี่ดารินเป็นเพื่อนพี่นะคะ"
"เพื่อนพี่ พี่ก็มีสิทธิ์จัดการ!" อาทิตย์ก้าวเข้าไปกระชากแขนดารินอย่างแรงจนเธอร้องอุทาน
"ออกไปได้แล้วริน อย่าให้ต้องหมดความอดทน!"
"ปล่อยพี่ดารินนะคะ!" แสนรักรีบเข้าไปแทรกกลาง เธอพยายามแกะมือของอาทิตย์ออก แต่เขากลับสะบัดเธอจนล้มลงไปกองกับพื้น
ในวินาทีนั้นเองสายตาของแสนรักเหลือบไปเห็นบางอย่างที่หลังคอของเขา... มันคือรอยสักรูปหยดน้ำเล็กๆที่ซ่อนอยู่ใต้ปกเสื้อ รอยสักที่ตะวันไม่มีและรอยนี้คือสัญลักษณ์ที่อาทิตย์เคยแอบไปสักสมัยวัยรุ่นและเธอจดจำมันได้เป็นอย่างดี ใจของแสนรักชาวาบไปทั้งดวง 'คนตรงหน้า... ไม่ใช่พี่ตะวันจริงๆ ด้วย!'
ในเวลาเดียวกันที่สถานการณ์ในบ้านกำลังวิกฤต ในมาเก๊าองศาและสกาย กำลังวิ่งวุ่นอยู่ในแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง หลังจากได้รับสายด่วนจากเครือข่ายธุรกิจที่นั่น
"คนไข้ชายนิรนาม ถูกพบนอนสลบอยู่ข้างถังขยะในย่านโกดังครับ มีบาดแผลถูกแทงที่สีข้างและมีรอยบีบที่ลำคอ" พยาบาลกล่าวขณะพาทั้งคู่ไปที่ห้องไอซียู สกายแทบจะทรุดลงเมื่อเห็นร่างที่นอนระโยงระยางไปด้วยสายยางบนเตียง ใบหน้าของชายคนนั้นถูกพันด้วยผ้าก๊อซไปครึ่งหนึ่ง แต่รอยแผลเป็นที่หางคิ้วและมือหนาคู่นั้นยันยืนได้ชัดเจน
"ตะวัน..." สกายเรียกเสียงเบาหวิว
"ตะวันยังไม่ตายสกาย... แต่สภาพย่ำแย่มาก" องศาตรวจดูอาการอย่างรวดเร็ว
"พวกมันจงใจฆ่าตะวันแต่มันดวงแข็งรอดมาได้ และไอ้คนที่อยู่ที่บ้านตอนนี้... มันต้องเป็นอาทิตย์แน่ๆ มันคงวางแผนเรื่องสลับตัวมากตั้งนานแล้ว"
"ชิบหาย เราต้องรีบกลับไทย!" สกายพูดด้วยความโกรธแค้น
"ถ้ามันทำอะไรแสนรักกับริน กูจะฆ่ามันเอง!"
"ใจเย็นดิว่ะสกาย... ตอนนี้ตะวันมันยังเคลื่อนย้ายไม่ได้" องศามองดูเพื่อนรักที่ยังไม่ได้สติ
"เราต้องส่งสัญญาณบอกรินให้ได้ก่อนว่าเราเจอตัวจริงแล้ว และต้องให้คนของเราบุกเข้าล้อมคฤหาสน์ไว้ อย่าให้อาทิตย์ไหวตัวทัน!"
"แกไม่ใช่ตะวัน! ตะวันไม่มีวันทำรุนแรงกับแสนรักแบบนี้!" ดารินเห็นท่าไม่ดีที่แสนรักล้มลง เธอจึงรวบรวมแรงสะบัดแขนอาทิตย์ออกแล้วเข้าไปขวางแสนรักไว้ อาทิตย์ชะงักไปครู่หนึ่ง ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความบ้าคลั่ง
"หุบปาก! กูคือตะวัน! และพวกมึงทุกคนต้องฟังคำสั่งกู!"
เขากระชากผมดารินแล้วลากเธอไปทางประตูโถง แสนรักกรีดร้องและพยายามจะเข้าไปช่วย แต่ลูกน้องของอาทิตย์ที่แฝงตัวเข้ามาในบ้านในคราบการ์ดชุดใหม่ก็เดินเข้ามาขวางไว้
"ปล่อยพี่ดาริน! พี่เป็นบ้าไปแล้วเหรอ!" แสนรักตะโกนทั้งน้ำตา
"แสนรัก... ถ้าอยากให้ยัยนี่รอด แสนรักก็หุบปากแล้วเดินขึ้นห้องไปซะ!" อาทิตย์หันมาตวาด
"ส่วนมึง... ดาริน มึงฉลาดเกินไป กูคงปล่อยให้มึงอยู่ป่วนแผนกูต่อไม่ได้แล้ว"
ดารินพยายามขัดขืนแต่ก็สู้แรงผู้ชายไม่ได้ เธอถูกลากเข้าไปในห้องเก็บของใต้ดินและถูกล็อกกุญแจมือไว้กับท่อเหล็ก อาทิตย์หอบหายใจถี่พลางจ้องมองผ่านซี่กรงไม้
"อยู่ที่นี่จนกว่ากูจะจัดการเรื่องแสนรักเสร็จ แล้วกูจะมาคิดบัญชีกับมึงทีหลัง!"
แสนรักถูกคุมตัวกลับขึ้นไปบนห้องนอน โดยมีการ์ดแปลกหน้ายืนเฝ้าอยู่ที่หน้าประตู เธอทรุดตัวลงสะอึกสะอื้นอยู่บนเตียง มือลูบแหวนที่ตะวันให้ไว้อย่างโหยหา
‘พี่ตะวัน... พี่อยู่ที่ไหนคะ ช่วยแสนรักด้วย’
ทันใดนั้น เสียงเตือนข้อความจากโทรศัพท์ที่เธอซ่อนไว้ใต้หมอนก็สั่นเบาๆ เธอรีบหยิบขึ้นมาดูด้วยความหวัง
สกาย: "แสนรัก! พี่เจอตะวันแล้ว มันบาดเจ็บแต่ปลอดภัยแล้ว แสนรักอดทนไว้นะ คนที่บ้านไม่ใช่ตะวัน แต่มันคือไอ้อาทิตย์! รินอยู่ไหน? rujติดต่อรินไม่ได้เลย"
แสนรักใจพองโตเมื่อรู้ว่าตะวันยังมีชีวิตอยู่ เธอรีบพิมพ์ตอบกลับด้วยมือที่สั่นรัว
แสนรัก: "พี่ดารินถูกมันจับขังไว้ใต้ดินค่ะ! พี่อาทิตย์เริ่มคุมสติไม่ได้แล้ว แสนรักถูกขังอยู่ในห้องนอน สัญญาณในบ้านถูกรบกวน แสนรักส่งข้อความได้แค่บางช่วงเท่านั้น รีบมาช่วยพวกเรานะคะ!"
อาทิตย์เดินกลับขึ้นมาที่ห้องนอน เขาหยุดยืนอยู่ที่หน้ากระจกเงา จ้องมองใบหน้าของตะวันที่เขาเกลียดชังแต่ก็โหยหาจะเป็นให้ได้ เขาค่อยๆแกะกระดุมเสื้อออก เผยให้เห็นรอยสักรูปหยดน้ำที่เขาพยายามปกปิดมาตลอด
"อีกนิดเดียว... แสนรัก" เขาพึมพำ "เมื่อพี่ทำให้เธอเชื่อใจได้ หรือเมื่อพี่ทำให้เธอเป็นของพี่อย่างสมบูรณ์... ตะวันก็จะตายไปจากใจเธอจริงๆ"
เขาหยิบกุญแจห้องนอนของแสนรักขึ้นมาแล้วไขเข้าไปช้าๆ เสียงฟันเฟืองของลูกบิดประตูดังลั่นในความเงียบ แสนรักที่นั่งอยู่บนเตียงสะดุ้งสุดตัว เธอรีบซ่อนโทรศัพท์ไว้ที่เดิมแล้วพยายามสงบสติอารมณ์
"แสนรัก... เรามาคุยกันดีๆเถอะ พี่ขอโทษที่รุนแรงไปเมื่อกี้ พี่แค่เครียดเรื่องงานน่ะ"
เขานั่งลงบนเตียงข้างๆ เธอแล้วเอื้อมมือมาเช็ดน้ำตาให้ แสนรักหลับตาแน่น พยายามไม่ให้ตัวเองสั่นจนเขาสังเกตเห็น สัมผัสของเขาเปรียบเสมือนงูพิษที่เลื้อยผ่านผิวหนัง แต่เธอรู้ดีว่าตอนนี้เธอต้อง "แกล้งเชื่อ" เพื่อยื้อเวลาให้องศาและสกายกลับมา
"ค่ะพี่ตะวัน... แสนรักเข้าใจ แสนรักแค่ตกใจค่ะ" แสนรักฝืนยิ้มออกมา ยิ้มที่ขมขื่นที่สุดในชีวิต
อาทิตย์ตาเป็นประกายด้วยความสมใจ เขาไม่รู้เลยว่าภายใต้ใบหน้าที่ยอมจำนนนั้น แสนรักกำลังนับถอยหลังเงียบๆอยู่ในใจ
ภายในห้องนอนใหญ่ที่มืดสลัว แสงเทียนสั่นไหววูบวาบประดับบนโต๊ะอาหารมื้อพิเศษที่ อาทิตย์สั่งให้จัดเตรียมขึ้น เขานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับแสนรักในชุดสูทสีขาวสะอาดตาที่จงใจให้ดูเหมือนเทพบุตรที่สุดเท่าที่จะทำได้"แสนรัก... ในเมื่อทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นใหม่แล้ว พี่อยากให้เรามีพันธสัญญาที่มั่นคงกว่าเดิม" อาทิตย์เอ่ยเสียงนุ่มพลางหยิบกล่องแหวนเพชรเม็ดโตออกมาวางบนโต๊ะ "แต่งงานกับพี่นะ..."แสนรักจ้องมองกล่องแหวนนั้นด้วยความรู้สึกขยะแขยงจนแทบอยากจะอาเจียน มือของเธอที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ดวงตากลมมองแหวนในนิ้วที่ตะวันใส่ให้ ทุกอย่างยิ่งยืนยันกับเธอชัดเจนว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ตะวัน เธอแอบชำเลืองมองนาฬิกาที่ผนัง... อีกเพียงสิบนาทีเท่านั้น"พี่ตะวันคะ... แสนรักขอเวลาคิดแป๊บนึงได้ไหมคะ" เธอพยายามยื้อเวลาอย่างสุดความสามารถ"คิดอะไรอีกล่ะ!?" แววตาของอาทิตย์เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราด บรรยากาศตรงรั้วหลังคฤหาสน์ องศาและสกายในชุดปฏิบัติการสีดำสนิทกำลังซุ่มรอสัญญาณจากคนของตะวันที่ซ่อนอยู่ภายในบ้าน ซึ่งก็คือป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่ที่แอบตัดวงจรไฟฟ้าในจุดอับสายตาตามคำแนะนำของสกายผ่านโทรศัพท์ที่
แสงของวันใหม่ไม่ได้นำมาซึ่งความหวัง แต่มันกลับขับเน้นให้เห็นบรรยากาศที่เปลี่ยนไปของบ้านที่เคยอบอุ่น ดารินตื่นขึ้นมาด้วยอาการล้าเต็มที เธอแสร้งทำเป็นไอและเดินกระย่องกระแย่งออกจากห้องนอนใหญ่เพื่อสำรวจสถานการณ์ โดยมีแสนรักเดินประคองอยู่ข้างๆไม่ห่างที่ห้องอาหารอาทิตย์ในคราบของตะวันนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าของเขาดูหมองคล้ำจากการไม่ได้นอน แต่แววตานั้นกลับวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ เมื่อเห็นดารินยังคงเดินนัวเนียอยู่กับแสนรัก เขาก็กระแทกแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังปัง!"ริน... เราว่าอาการรินดูไม่ดีเลยนะ" อาทิตย์พูดเสียงเย็น"เราเรียกให้คนขับรถเตรียมรถไว้แล้ว เดี๋ยวจะให้ไปส่งรินที่โรงพยาบาลส่วนตัว จะได้ให้หมอตรวจละเอียด""ไม่เป็นไรตะวัน... เราเริ่มดีขึ้นแล้ว แค่ยังมึนๆ" ดารินแสร้งปาดเหงื่อที่หน้าผาก"เราอยากพักผ่อนอยู่ที่นี่อีกสักหน่อย ให้น้องแสนรักดูแลน่ะดีที่สุด หมอที่ไหนก็ไม่รู้ใจเท่าน้องแสนรักหรอก"อาทิตย์ลุกขึ้นยืนทันทีจนเก้าอี้กระเด็นไปด้านหลัง"เราไม่ได้ถามความสมัครใจ! นี่มันบ้านเรา และเราเห็นว่ารินควรไปโรงพยาบาล แสนรัก... เธอขึ้นไปเก็บของให้ดารินเดี๋ยวนี้!""พี่ตะวันคะ... ทำไมต้องรุนแรงขนา
ภายในห้องนอนใหญ่ที่เคยอบอวลไปด้วยไอรัก บัดนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนกรงขัง อาทิตย์ในคราบของตะวันยืนจ้องมองแสนรักด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิด เขาคาดหวังว่าการกลับมาครั้งนี้จะได้รับความปรนนิบัติและการตอบรับอย่างเร่าร้อนแต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม"แสนรัก พี่บอกให้มานี่ไง จะถอยหนีพี่ทำไม?" อาทิตย์ก้าวเดินเข้าหาเธอด้วยท่าทางคุกคาม น้ำเสียงทุ้มต่ำเริ่มมีความกระด้างที่ปิดไม่มิด"พี่ตะวัน... แสนรักรู้สึกไม่ค่อยสบายค่ะ วันนี้แสนรักเพลียมากจริงๆ" แสนรักตอบพลางขยับตัวไปจนชิดขอบเตียง มือของเธอกำชายเสื้อตัวเองไว้แน่น สัมผัสที่เย็นชารวมถึงแววตาที่จ้องมองมาอย่างหิวกระหายนั้นทำให้เธอหวาดกลัวจนแทบหยุดหายใจ เธอรู้ดีว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่ตะวันที่แสนอบอุ่นคนเดิมแน่ๆ แต่เธอก็ยังไม่กล้าพูดออกมา"ไม่สบายงั้นเหรอ? หรือว่าพอพี่ไม่อยู่ ใจเธอก็เปลี่ยนไปหาคนอื่นแล้ว!" อาทิตย์คว้าข้อมือเล็กของแสนรักไว้แน่นแล้วกระชากเข้าหาตัว"โอ๊ย! พี่ตะวัน แสนรักเจ็บค่ะ ปล่อยแสนรักนะ!" แสนรักพยายามดิ้นรน แรงบีบที่ข้อมือของเขามันรุนแรงและป่าเถื่อนจนเธอเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า ก่อนที่อาทิตย์จะโน้มตัวลงมาใช้กำลังข่มเหงเธอ เสียง
หยาดฝนยามบ่ายเริ่มโปรยปรายลงมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ท้องฟ้าเบื้องบนเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่นสอดรับกับความกังวลใจของแสนรักที่เพิ่มทวีคูณ เธอพยายามต่อสายหาตะวันนับสิบครั้งแต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงเสียงสัญญาณที่บอกว่า "ไม่สามารถติดต่อเลขหมายดังกล่าวได้""พี่ตะวัน... ทำไมเงียบไปแบบนี้คะ" เธอพึมพำกับตัวเองพลางกำโทรศัพท์แน่นจนปลายนิ้วซีดขาว ในขณะที่ความวุ่นวายใจกำลังถึงขีดสุด เสียงรถยนต์ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มก้าวลงจากรถท่ามกลางสายฝนที่เริ่มหนาเม็ด ใบหน้าคมเข้มที่เหมือนกับตะวันราวกับพิมพ์เดียวปรากฏสู่สายตา"พี่ตะวัน!" แสนรักรีบวิ่งลงไปรับที่หน้าประตูโถงด้วยความดีใจ แต่เมื่อเธอเข้าใกล้ ร่างกายของเธอกลับหยุดชะงักลงโดยอัตโนมัติอาทิตย์ในคราบของพี่ชายฝาแฝดยืนอยู่ตรงนั้น เขาส่งยิ้มบางๆให้เธอ ยิ้มที่ดูเผินๆเหมือนตะวันทุกประการ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับนิ่งสนิทและเย็นเยียบราวกับก้นมหาสมุทรที่ไม่มีแสงส่องถึง"พี่กลับมาแล้วครับแสนรัก... ขอโทษทีที่ติดต่อไม่ได้ พอดีเครื่องมีปัญหานิดหน่อยน่ะ" เสียงของเขาถูกปรับโทนให้ทุ้มต่ำและหนักแน่นเลียนแบบพี่ชายได้อย่างไร้ที่ติ อาทิตย์ก
แสงตะวันยามสายสาดส่องลงมายังรันเวย์ของสนามบินสุวรรณภูมิ เครื่องบินลำยักษ์ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ามุ่งหน้าสู่มาเก๊า บนเครื่องนั้นมีตะวัน ที่นั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยความรู้สึกพะวักพะวน แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นเรื่องงานที่สำคัญระดับพันล้าน แต่ใจของเขากลับทิ้งไว้ที่คฤหาสน์หลังใหญ่ ทิ้งไว้กับผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจเขาสะบัดไล่ความกังวลออกไปจากหัวพลางหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาตรวจเช็กระบบรักษาความปลอดภัยของบ้านผ่านแอปพลิเคชัน ทุกอย่างยังปกติดี กล้องวงจรปิดทุกตัวทำงานได้ไร้ที่ติ และเขาก็สั่งกำชับองศากับสกายให้คอยเวียนเข้าไปดูแสนรักทุกเย็น‘ฉันอาจจะแค่คิดมากไปเอง’ ตะวันบอกตัวเองแบบนั้น แต่สัญชาตญาณของเขากลับร้องเตือนบางอย่างที่เขาก็ยังหาคำตอบไม่ได้ภายในคฤหาสน์แสนรักที่ยืนส่งรถของตะวันที่แล่นพ้นรั้วบ้านไปตั้งแต่เช้าตรู่ ความเงียบเหงาเริ่มเข้ามาทักทายเธอทันทีที่เขาไม่อยู่ เธอเดินกลับเข้ามาในบ้านที่ดูจะกว้างขวางเกินไปสำหรับคนเพียงคนเดียว แม้จะมีเหล่าแม่บ้านและคนของเขาอยู่ด้วยก็ตาม"คุณแสนรักคะ มีพัสดุมาส่งค่ะ" ป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่เดินเข้ามาพร้อมกับกล่องกระดาษขนาดกลางสีน้ำตาล ไม่มีชื่อผู้ส่ง มีเพี
กาลเวลาหมุนผ่านไปอย่างมั่นคง เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ของ ตะวัน และแสนรักที่หยั่งรากลึกลงในใจของกันและกัน ภายในคฤหาสน์มีชีวิตชีวาขึ้นด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ และกลิ่นหอมของอาหารที่แสนรักตั้งใจเข้าครัวทำเอง ตะวันในชุดลำลองเนื้อดีนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะอาหารสายตาก็จดจ้องอยู่ที่หนังสือพิมพ์แต่หูกลับคอยฟังเสียงกุกกักจากในครัวอย่างเพลิดเพลิน"พี่ตะวันคะ ลองชิมข้าวต้มปลากะพงสูตรใหม่ของแสนรักดูหน่อยค่ะ" แสนรักเดินออกมาพร้อมถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาว ควันกรุ่นที่ลอยขึ้นมาส่งกลิ่นหอมของขิงและหอมเจียวตะวันวางหนังสือพิมพ์ลงทันที เขามองดูคนน้องที่ดูมีน้ำมีนวลขึ้นกว่าวันแรกที่เขาพามาที่นี่ ใบหน้าที่เคยอมทุกข์บัดนี้กลับสดใสราวกับดอกไม้ที่ได้รับน้ำค้างยามเช้า"แค่กลิ่นก็รู้แล้วว่าอร่อย แสนรักทำอะไรพี่ก็กินได้ทั้งนั้นแหละ แต่ขยันทำขนาดนี้ พี่ว่าพี่ต้องขยายชุดสูทเพิ่มแล้วนะ" เขารับถ้วยมาวางตรงหน้า"พี่ตะวันก็พูดเกินไปค่ะ แสนรักแค่อยากดูแลพี่ ตอบแทนที่ทำให้แสนรักรู้สึกมีความสุขขึ้นมาอีกครั้ง" เธอสบตาเขาด้วยความซาบซึ้ง ก่อนตะวันจะเอื้อมมือไปกุมมือเรียวไว้"มันเป็นหน้าที่ของพี่อยู่แล้ว และมันจะเป็นแบบนี้ตลอดไป"ในข







