LOGINกาลเวลาหมุนผ่านไปอย่างมั่นคง เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ของ ตะวัน และแสนรักที่หยั่งรากลึกลงในใจของกันและกัน ภายในคฤหาสน์มีชีวิตชีวาขึ้นด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ และกลิ่นหอมของอาหารที่แสนรักตั้งใจเข้าครัวทำเอง ตะวันในชุดลำลองเนื้อดีนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะอาหารสายตาก็จดจ้องอยู่ที่หนังสือพิมพ์แต่หูกลับคอยฟังเสียงกุกกักจากในครัวอย่างเพลิดเพลิน
"พี่ตะวันคะ ลองชิมข้าวต้มปลากะพงสูตรใหม่ของแสนรักดูหน่อยค่ะ" แสนรักเดินออกมาพร้อมถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาว ควันกรุ่นที่ลอยขึ้นมาส่งกลิ่นหอมของขิงและหอมเจียว
ตะวันวางหนังสือพิมพ์ลงทันที เขามองดูคนน้องที่ดูมีน้ำมีนวลขึ้นกว่าวันแรกที่เขาพามาที่นี่ ใบหน้าที่เคยอมทุกข์บัดนี้กลับสดใสราวกับดอกไม้ที่ได้รับน้ำค้างยามเช้า
"แค่กลิ่นก็รู้แล้วว่าอร่อย แสนรักทำอะไรพี่ก็กินได้ทั้งนั้นแหละ แต่ขยันทำขนาดนี้ พี่ว่าพี่ต้องขยายชุดสูทเพิ่มแล้วนะ" เขารับถ้วยมาวางตรงหน้า
"พี่ตะวันก็พูดเกินไปค่ะ แสนรักแค่อยากดูแลพี่ ตอบแทนที่ทำให้แสนรักรู้สึกมีความสุขขึ้นมาอีกครั้ง" เธอสบตาเขาด้วยความซาบซึ้ง ก่อนตะวันจะเอื้อมมือไปกุมมือเรียวไว้
"มันเป็นหน้าที่ของพี่อยู่แล้ว และมันจะเป็นแบบนี้ตลอดไป"
ในขณะที่ภายในคฤหาสน์เต็มไปด้วยมวลแห่งความรัก ห่างออกไปในห้องเช่ารูหนูย่านชานเมืองที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอับของความชื้นและขยะ อาทิตย์กำลังนั่งจ้องมองผนังห้องที่เต็มไปด้วยรูปถ่ายที่เขาแอบถ่ายตะวันและแสนรักจากระยะไกล
สภาพของอาทิตย์ในตอนนี้ไม่เหลือเค้าลางของทายาทอัครบวรผู้งามสง่าอีกต่อไป ผมเผ้าของเขายาวพะรุงพะรัง หนวดเคราเฟิ้มและดวงตาที่เคยดูดีกลับลึกโหลและแดงก่ำด้วยความแค้น
หลังจากงานแต่งงานครั้งที่สองพังพินาศลง และสรินาถเองก็ถูกจับกุมในตอนนั้น เพื่อนฝูงในสังคมไฮโซที่เคยประจบประแจงต่างพากันเดินหนีราวกับเขาเป็นตัวเชื้อโรค นี่เป็นครั้งแรกที่อาทิตย์ได้เข้าใจความรุ้สึกของแสนรักในวันนั้น
"ตะวัน... มึงแย่งทุกอย่างไปจากกู" เขาพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
"มึงแย่งแสนรักไป... มึงแย่งอัครบวรของกูไป... มึงทำให้กูกลายเป็นหมาข้างถนน!"
เขากวาดข้าวของบนโต๊ะไม้เก่าๆลงพื้นด้วยความเดือดจัด บนโต๊ะนั้นมีสมุดบันทึกเล่มหนึ่งที่เขาแอบจดตารางชีวิตของตะวันและแสนรักเอาไว้จากการแอบสะกดรอยตามในช่วงหลายอาทิตย์ที่ผ่านมา อาทิตย์หยิบมีดพกออกมากรีดลงบนรูปของตะวันที่แปะอยู่บนผนัง
"มึงคิดว่ามึงชนะแล้วงั้นเหรอ? มึงคิดว่าแสนรักจะรักมึงไปตลอดงั้นเหรอ? แสนรักเคยรักกูมาก กูมั่นใจว่าน้องไม่มีวันลืมกูง่ายๆ" เขาเริ่มวางแผนการเอาคืนที่ไม่ใช่แค่เรื่องเงินทอง แต่คือการทำลายสิ่งที่ตะวันรักที่สุด
"คนอย่างมึงมันจุดอ่อนเยอะเกินไปไอ้ตะวัน... แสนรักคือจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของมึง ถ้ากูไม่ได้สิ่งที่กูต้องการคืนมา มึงก็ต้องสูญเสียสิ่งที่รักที่สุดไปเหมือนกัน!"
อาทิตย์แสยะยิ้ม เขามองดูขวดยาบางอย่างที่ซื้อมาจากตลาดมืดและแผนผังระบบรักษาความปลอดภัยของคฤหาสน์เพื่อจำมันให้แม่นยำ เขาไม่ได้ต้องการกลับไปที่นั่นเพื่อขอขมา แต่เขาต้องการกลับไปเพื่อทวงคืนในสิ่งที่เขาคิดเอาเองว่าตะวันขโมยไปจากเขา
"อีกไม่นานหรอก... อีกไม่นาน"
กลับมาที่คฤหาสน์ตะวันกำลังจัดตารางงานเตรียมตัวไปเคลียเรื่องเส้นทางธุรกิจมืดของเขาที่กำลังจะเพิ่มเส้นทางในต่างประเทศช่วงสัปดาห์หน้า เขาเริ่มรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ อย่างบอกไม่ถูก สัญชาตญาณของคนที่ต้องสู้รบตบมือในโลกธุรกิจมานานบอกเขาว่าความสงบนี้อาจเป็นเพียงภาพลวงตา
"พี่ตะวันเป็นอะไรหรือเปล่าคะ? ดูเครียดๆ" แสนรักที่เดินเข้ามาพร้อมกาแฟดำถามด้วยความเป็นห่วง
"ไม่มีอะไรหรอก แค่ช่วงนี้พี่รู้สึกเหมือนมีคนตามมองอยู่บ่อยๆ อาจจะเป็นพวกคู่แข่งละมั้ง หรือไม่ก็อาจจะคิดไปเอง" ตะวันพยายามตีสีหน้าปกติเพื่อไม่ให้คนน้องตกใจ
"พี่ว่าจะเพิ่มคนมาเฝ้าที่หน้าบ้านอีกสองชุดตอนที่พี่ไม่อยู่"
"พี่ตะวันจะไปทำงานเหรอคะ?"
"ใช่ ต้องไปปิดดีลสามวัน พี่เป็นห่วงเรานะ ไม่อยากทิ้งให้อยู่บ้านคนเดียวเลย ไม่อยากให้เกิดเรื่องอีก แต่ครั้งนี้คงพาเราไปด้วยไม่ได้จริงๆ" เขาดึงเธอลงมานั่งที่ตักโอบกอดไว้อย่างหวงแหน ครั้งนี้อันตรายเกินกว่าที่จะพาแสนรักไปด้วย อย่างน้อยสิรินาถก็ถูกจับไปแล้ว พวกตุกติกที่มาเก๊าเขาเองก็จัดการไปเรียบร้อย หวังว่าครั้งนี้คงไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับแสนรักอีก
"แสนรักอยู่ได้ค่ะ มีพี่ดารินมาหาบ่อยๆ คนของพี่ตะวันก็ตั้งเยอะ พี่ตะวันไปทำงานเถอะนะคะ ไม่ต้องห่วง" ตะวันซบหน้าลงที่ไหล่ของแสนรัก เขาสูดกลิ่นหอมของเธอราวกับจะจดจำไว้ให้แม่นยำที่สุด
"จำไว้นะแสนรัก ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ว่าใครจะมาพูดอะไร อย่าหลงเชื่อเด็ดขาด พี่รักแสนรักคนเดียว และพี่จะกลับมาหาแสนแน่นอน"
คำพูดของตะวันดูเหมือนคำสัญญาที่แฝงไปด้วยความกังวลลึกๆ แสนรักไม่ได้เอะใจเลยว่า พี่ชายฝาแฝดที่มีใบหน้าเหมือนชายที่เธอกอดอยู่ราวกับแฝดคนละฝากำลังจ้องมองเธอผ่านเลนส์กล้องส่องทางไกลจากยอดตึกที่ห่างออกไป พร้อมกับแผนการที่จะเปลี่ยนชีวิตคู่ที่หวานชื่นที่แย่งไปจากตัวเองให้กลายเป็นฝันร้ายที่ยาวนาน
คืนนั้นท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาในห้องนอน ตะวันนอนมองแสนรักที่หลับสนิทอยู่ในอ้อมกอด เขาพรูลมหายใจออกมาเบาๆในหัวเขายังคงคิดถึงเรื่องของอาทิตย์
เขาแอบให้คนไปสืบข่าวของน้องชายฝาแฝดและพบว่าอาทิตย์หายตัวไปจากที่พักเดิมที่เขาเคยให้คนไปสืบก่อนหน้า การที่คนอย่างอาทิตย์หายไปนั่นไม่ใช่สัญญาณที่ดีเลย เพราะคนประเภทนี้ถ้าไม่มีที่ไป มักจะทำสิ่งที่คาดไม่ถึงเสมอ
‘ถ้ามึงกล้าแตะต้องแสนรักแม้แต่ปลายเล็บ... กูจะทำให้มึงรู้ว่าการตกนรกทั้งเป็นมันเป็นยังไง’ ตะวันขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน
แต่ในขณะเดียวกันอาทิตย์ที่กำลังนั่งอยู่ในเงามืดของห้องเช่า ก็กำลังหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง เขาได้ข้อมูลชิ้นสำคัญเกี่ยวกับความลับบางอย่างในอดีตของตะวันที่แสนรักไม่เคยรู้ ข้อมูลที่จะใช้สั่นคลอนความเชื่อใจของคนทั้งคู่ให้พังพินาศ
"เตรียมตัวรับแรงกระแทกได้เลย พี่ชาย..." อาทิตย์ฉีกรูปถ่ายของแสนรักเป็นสองซีก
"เพราะงานเซอร์ไพรส์ที่แท้จริง... มันกำลังจะเริ่มหลังจากมึงบินออกจากประเทศไป!"
ภายในห้องนอนใหญ่ที่มืดสลัว แสงเทียนสั่นไหววูบวาบประดับบนโต๊ะอาหารมื้อพิเศษที่ อาทิตย์สั่งให้จัดเตรียมขึ้น เขานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับแสนรักในชุดสูทสีขาวสะอาดตาที่จงใจให้ดูเหมือนเทพบุตรที่สุดเท่าที่จะทำได้"แสนรัก... ในเมื่อทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นใหม่แล้ว พี่อยากให้เรามีพันธสัญญาที่มั่นคงกว่าเดิม" อาทิตย์เอ่ยเสียงนุ่มพลางหยิบกล่องแหวนเพชรเม็ดโตออกมาวางบนโต๊ะ "แต่งงานกับพี่นะ..."แสนรักจ้องมองกล่องแหวนนั้นด้วยความรู้สึกขยะแขยงจนแทบอยากจะอาเจียน มือของเธอที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ดวงตากลมมองแหวนในนิ้วที่ตะวันใส่ให้ ทุกอย่างยิ่งยืนยันกับเธอชัดเจนว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ตะวัน เธอแอบชำเลืองมองนาฬิกาที่ผนัง... อีกเพียงสิบนาทีเท่านั้น"พี่ตะวันคะ... แสนรักขอเวลาคิดแป๊บนึงได้ไหมคะ" เธอพยายามยื้อเวลาอย่างสุดความสามารถ"คิดอะไรอีกล่ะ!?" แววตาของอาทิตย์เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราด บรรยากาศตรงรั้วหลังคฤหาสน์ องศาและสกายในชุดปฏิบัติการสีดำสนิทกำลังซุ่มรอสัญญาณจากคนของตะวันที่ซ่อนอยู่ภายในบ้าน ซึ่งก็คือป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่ที่แอบตัดวงจรไฟฟ้าในจุดอับสายตาตามคำแนะนำของสกายผ่านโทรศัพท์ที่
แสงของวันใหม่ไม่ได้นำมาซึ่งความหวัง แต่มันกลับขับเน้นให้เห็นบรรยากาศที่เปลี่ยนไปของบ้านที่เคยอบอุ่น ดารินตื่นขึ้นมาด้วยอาการล้าเต็มที เธอแสร้งทำเป็นไอและเดินกระย่องกระแย่งออกจากห้องนอนใหญ่เพื่อสำรวจสถานการณ์ โดยมีแสนรักเดินประคองอยู่ข้างๆไม่ห่างที่ห้องอาหารอาทิตย์ในคราบของตะวันนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าของเขาดูหมองคล้ำจากการไม่ได้นอน แต่แววตานั้นกลับวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ เมื่อเห็นดารินยังคงเดินนัวเนียอยู่กับแสนรัก เขาก็กระแทกแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังปัง!"ริน... เราว่าอาการรินดูไม่ดีเลยนะ" อาทิตย์พูดเสียงเย็น"เราเรียกให้คนขับรถเตรียมรถไว้แล้ว เดี๋ยวจะให้ไปส่งรินที่โรงพยาบาลส่วนตัว จะได้ให้หมอตรวจละเอียด""ไม่เป็นไรตะวัน... เราเริ่มดีขึ้นแล้ว แค่ยังมึนๆ" ดารินแสร้งปาดเหงื่อที่หน้าผาก"เราอยากพักผ่อนอยู่ที่นี่อีกสักหน่อย ให้น้องแสนรักดูแลน่ะดีที่สุด หมอที่ไหนก็ไม่รู้ใจเท่าน้องแสนรักหรอก"อาทิตย์ลุกขึ้นยืนทันทีจนเก้าอี้กระเด็นไปด้านหลัง"เราไม่ได้ถามความสมัครใจ! นี่มันบ้านเรา และเราเห็นว่ารินควรไปโรงพยาบาล แสนรัก... เธอขึ้นไปเก็บของให้ดารินเดี๋ยวนี้!""พี่ตะวันคะ... ทำไมต้องรุนแรงขนา
ภายในห้องนอนใหญ่ที่เคยอบอวลไปด้วยไอรัก บัดนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนกรงขัง อาทิตย์ในคราบของตะวันยืนจ้องมองแสนรักด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิด เขาคาดหวังว่าการกลับมาครั้งนี้จะได้รับความปรนนิบัติและการตอบรับอย่างเร่าร้อนแต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม"แสนรัก พี่บอกให้มานี่ไง จะถอยหนีพี่ทำไม?" อาทิตย์ก้าวเดินเข้าหาเธอด้วยท่าทางคุกคาม น้ำเสียงทุ้มต่ำเริ่มมีความกระด้างที่ปิดไม่มิด"พี่ตะวัน... แสนรักรู้สึกไม่ค่อยสบายค่ะ วันนี้แสนรักเพลียมากจริงๆ" แสนรักตอบพลางขยับตัวไปจนชิดขอบเตียง มือของเธอกำชายเสื้อตัวเองไว้แน่น สัมผัสที่เย็นชารวมถึงแววตาที่จ้องมองมาอย่างหิวกระหายนั้นทำให้เธอหวาดกลัวจนแทบหยุดหายใจ เธอรู้ดีว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่ตะวันที่แสนอบอุ่นคนเดิมแน่ๆ แต่เธอก็ยังไม่กล้าพูดออกมา"ไม่สบายงั้นเหรอ? หรือว่าพอพี่ไม่อยู่ ใจเธอก็เปลี่ยนไปหาคนอื่นแล้ว!" อาทิตย์คว้าข้อมือเล็กของแสนรักไว้แน่นแล้วกระชากเข้าหาตัว"โอ๊ย! พี่ตะวัน แสนรักเจ็บค่ะ ปล่อยแสนรักนะ!" แสนรักพยายามดิ้นรน แรงบีบที่ข้อมือของเขามันรุนแรงและป่าเถื่อนจนเธอเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า ก่อนที่อาทิตย์จะโน้มตัวลงมาใช้กำลังข่มเหงเธอ เสียง
หยาดฝนยามบ่ายเริ่มโปรยปรายลงมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ท้องฟ้าเบื้องบนเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่นสอดรับกับความกังวลใจของแสนรักที่เพิ่มทวีคูณ เธอพยายามต่อสายหาตะวันนับสิบครั้งแต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงเสียงสัญญาณที่บอกว่า "ไม่สามารถติดต่อเลขหมายดังกล่าวได้""พี่ตะวัน... ทำไมเงียบไปแบบนี้คะ" เธอพึมพำกับตัวเองพลางกำโทรศัพท์แน่นจนปลายนิ้วซีดขาว ในขณะที่ความวุ่นวายใจกำลังถึงขีดสุด เสียงรถยนต์ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มก้าวลงจากรถท่ามกลางสายฝนที่เริ่มหนาเม็ด ใบหน้าคมเข้มที่เหมือนกับตะวันราวกับพิมพ์เดียวปรากฏสู่สายตา"พี่ตะวัน!" แสนรักรีบวิ่งลงไปรับที่หน้าประตูโถงด้วยความดีใจ แต่เมื่อเธอเข้าใกล้ ร่างกายของเธอกลับหยุดชะงักลงโดยอัตโนมัติอาทิตย์ในคราบของพี่ชายฝาแฝดยืนอยู่ตรงนั้น เขาส่งยิ้มบางๆให้เธอ ยิ้มที่ดูเผินๆเหมือนตะวันทุกประการ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับนิ่งสนิทและเย็นเยียบราวกับก้นมหาสมุทรที่ไม่มีแสงส่องถึง"พี่กลับมาแล้วครับแสนรัก... ขอโทษทีที่ติดต่อไม่ได้ พอดีเครื่องมีปัญหานิดหน่อยน่ะ" เสียงของเขาถูกปรับโทนให้ทุ้มต่ำและหนักแน่นเลียนแบบพี่ชายได้อย่างไร้ที่ติ อาทิตย์ก
แสงตะวันยามสายสาดส่องลงมายังรันเวย์ของสนามบินสุวรรณภูมิ เครื่องบินลำยักษ์ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ามุ่งหน้าสู่มาเก๊า บนเครื่องนั้นมีตะวัน ที่นั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยความรู้สึกพะวักพะวน แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นเรื่องงานที่สำคัญระดับพันล้าน แต่ใจของเขากลับทิ้งไว้ที่คฤหาสน์หลังใหญ่ ทิ้งไว้กับผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจเขาสะบัดไล่ความกังวลออกไปจากหัวพลางหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาตรวจเช็กระบบรักษาความปลอดภัยของบ้านผ่านแอปพลิเคชัน ทุกอย่างยังปกติดี กล้องวงจรปิดทุกตัวทำงานได้ไร้ที่ติ และเขาก็สั่งกำชับองศากับสกายให้คอยเวียนเข้าไปดูแสนรักทุกเย็น‘ฉันอาจจะแค่คิดมากไปเอง’ ตะวันบอกตัวเองแบบนั้น แต่สัญชาตญาณของเขากลับร้องเตือนบางอย่างที่เขาก็ยังหาคำตอบไม่ได้ภายในคฤหาสน์แสนรักที่ยืนส่งรถของตะวันที่แล่นพ้นรั้วบ้านไปตั้งแต่เช้าตรู่ ความเงียบเหงาเริ่มเข้ามาทักทายเธอทันทีที่เขาไม่อยู่ เธอเดินกลับเข้ามาในบ้านที่ดูจะกว้างขวางเกินไปสำหรับคนเพียงคนเดียว แม้จะมีเหล่าแม่บ้านและคนของเขาอยู่ด้วยก็ตาม"คุณแสนรักคะ มีพัสดุมาส่งค่ะ" ป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่เดินเข้ามาพร้อมกับกล่องกระดาษขนาดกลางสีน้ำตาล ไม่มีชื่อผู้ส่ง มีเพี
กาลเวลาหมุนผ่านไปอย่างมั่นคง เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ของ ตะวัน และแสนรักที่หยั่งรากลึกลงในใจของกันและกัน ภายในคฤหาสน์มีชีวิตชีวาขึ้นด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ และกลิ่นหอมของอาหารที่แสนรักตั้งใจเข้าครัวทำเอง ตะวันในชุดลำลองเนื้อดีนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะอาหารสายตาก็จดจ้องอยู่ที่หนังสือพิมพ์แต่หูกลับคอยฟังเสียงกุกกักจากในครัวอย่างเพลิดเพลิน"พี่ตะวันคะ ลองชิมข้าวต้มปลากะพงสูตรใหม่ของแสนรักดูหน่อยค่ะ" แสนรักเดินออกมาพร้อมถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาว ควันกรุ่นที่ลอยขึ้นมาส่งกลิ่นหอมของขิงและหอมเจียวตะวันวางหนังสือพิมพ์ลงทันที เขามองดูคนน้องที่ดูมีน้ำมีนวลขึ้นกว่าวันแรกที่เขาพามาที่นี่ ใบหน้าที่เคยอมทุกข์บัดนี้กลับสดใสราวกับดอกไม้ที่ได้รับน้ำค้างยามเช้า"แค่กลิ่นก็รู้แล้วว่าอร่อย แสนรักทำอะไรพี่ก็กินได้ทั้งนั้นแหละ แต่ขยันทำขนาดนี้ พี่ว่าพี่ต้องขยายชุดสูทเพิ่มแล้วนะ" เขารับถ้วยมาวางตรงหน้า"พี่ตะวันก็พูดเกินไปค่ะ แสนรักแค่อยากดูแลพี่ ตอบแทนที่ทำให้แสนรักรู้สึกมีความสุขขึ้นมาอีกครั้ง" เธอสบตาเขาด้วยความซาบซึ้ง ก่อนตะวันจะเอื้อมมือไปกุมมือเรียวไว้"มันเป็นหน้าที่ของพี่อยู่แล้ว และมันจะเป็นแบบนี้ตลอดไป"ในข







