Share

2

last update publish date: 2026-05-06 11:15:24

ในขณะที่เด็กๆ คนอื่นเริ่มรู้งานกรูเข้ามาต่อแถวซารัง แต่แม่หนูน้อยย่นคิ้วพลางลอบชำเลืองมองซาลาเปาลูกโตรสกลมกล่อมหอมหวานที่เคยกัดกินแล้วรู้ดีว่าอร่อยลิ้นเกินห้ามใจ ลูกเดียวคงไม่พอ

“คุณหนูเจ้าขา” ซารังยกแขนป้อมๆ ขึ้นมากุมสองแก้มที่เนื้อสีขาวอมชมพูล้นมือราวกับเป็นซาลาเปาใบโตที่กินเท่าไรก็กินไม่หมด “นี่แก้มของซารังเจ้าค่ะ ไม่ใช่ซาลาเปา แก้มกินไม่ได้นี่เจ้าคะ”

ถ้าเรื่องกินนั้นซารังไวนัก หนูน้อยจะหาทางพูดให้ได้กินมากกว่าคนอื่นเสมอ “ซารังตัวเล็กที่สุดในจวน คุณหนูบอกว่าซารังต้องกินเยอะๆ จะได้โตไวๆ คุณหนูให้ซารังสามใบได้ไหมเจ้าคะ”

จางหยูเฟยหลุดขำพรืด “สามใบแล้วเจ้าจะกินหมดหรือ จะเอาซาลาเปาเก็บไว้ตรงไหน ตัวก็เล็กนิดเดียว”

เด็กหญิงพามือน้อยๆ ไปลูบพุงกลมๆ “ซารังตัวเล็ก แต่มีพุงใหญ่ เก็บซาลาเปาได้เยอะเจ้าค่ะ สี่ใบก็ยังได้”

จางหยูเฟยส่ายหน้าในความช่างคิดของซารัง แล้วกล่าวอย่างเอ็นดู

“จะรู้มากเกินไปแล้วซารัง กินซาลาเปามาก โตขึ้นเจ้าจะไม่สวย จะไม่มีคุณชายคนไหนมองเจ้ารู้ไหม”

นางเอ็นดูซารังเป็นพิเศษและเลี้ยงดูประดุจเครือญาติ แต่ต่อหน้าเด็กๆ ทุกคนในจวน หยูเฟยต้องแจกซาลาเปาให้เท่าเทียมกันเพื่อจะได้ไม่เกิดความน้อยเนื้อต่ำใจ

“เจ้าเอาไปกินให้หมดเสียก่อน ไม่อิ่มค่อยมาเอาใหม่” จางหยูเฟยหยิบซาลาเปาอุ่นๆ ส่งให้ซารังแล้วสั่งให้สาวใช้ของนางแจกซาลาเปาและหมั่นโถวให้เด็กๆ ทุกคนในจวน ใครกินหมดแล้วค่อยมาเอาเพิ่มได้ ให้กินจนกว่าจะอิ่ม

เมื่อเห็นเด็กน้อยรับซาลาเปาลูกโตที่อัดแน่นไปด้วยไส้รสอร่อยไปแล้ว จางหยูเฟยลอบมองซารังน้อยแล้วสงสารจับใจ ไม่ควรเลย เหตุใดเล่าโชคชะตาเด็กน้อยถึงได้อาภัพนัก เปลือกตาอ่อนใสปิดลงช้าๆ พลางถอนใจ นางยังไม่รู้ว่าจะบอกเด็กหญิงตัวน้อยอย่างไรดีว่ายอนฮวา มารดาของเด็กหญิงได้หายสาบสูญไป

&&&&&&&&&&

นอกเมืองหลวง

เว่ยกงกงมองรอบข้างอย่างไม่ไว้วางใจ ก่อนจะถอนหายใจยาวออกมา ชีวิตคนเรามีขึ้นมีลง เมื่อวานเขาอยู่ในวังมีตำแหน่งเป็นหัวหน้าขันที ดูแลตำหนักใหญ่รับใช้ใกล้ชิดฮ่องเต้ มีผู้ใต้บังคับบัญชามากมาย แต่ในวันนี้ต้องกลายมาเป็นฮูหยินม่ายหิ้วตะกร้ามาจับจ่ายตลาดเป็นเพื่อนลูกสะใภ้หม้าย เพราะลูกชายของนางตายในสนามรบ

“เจ้ามองอะไรอยู่หรือลี่ถิง”

เพราะลูกสะใภ้ของนางหยุดเดินอย่างกะทันหัน วันนี้สตรีงามที่เดินเคียงข้าง นางถูกอุปโลกน์ขึ้นมาให้อยู่ในสถานะสะใภ้ม่าย

สะใภ้ม่ายคนงามซึ่งมีนามว่าลี่ถิงฉีกยิ้มส่งมาให้แม่สามีอย่างมีจริตจะก้าน “ข้าพบของดีเจ้าค่ะท่านแม่”

พลันเสียงหวานชวนขนลุกหรี่ลงแล้วกระซิบที่ข้างหูแม่สามีด้วยน้ำเสียงเข้มน่าหวั่นเกรง แล้วเบนสายตาไปที่เป้าหมายซึ่งกำลังเลือกกระดาษอยู่ภายในร้านขายเครื่องเขียน

***“ไยหยกงามเนื้อดีเยี่ยงนั้น ปล่อยให้หลุดหูหลุดตาของข้าไปได้เยี่ยงไรเจ้าค่ะท่านแม่”***

ฮูหยินม่ายมองตามสายตาลูกสะใภ้

ลูกสะใภ้ของนางนิยมสะสมเครื่องประดับงดงามเอาไว้เป็นสมบัติส่วนตัวมากมาย แม่สามีได้แต่มองหน้าลูกสะใภ้ด้วยความสะพรึง ลูกสะใภ้คนนี้เอาแต่ใจนักหนา อยากได้อะไรต้องได้ ไม่เคยเชื่อฟังแม่สามี มีแต่แม่สามีต้องเชื่อฟังคำสั่ง

ก็จะไม่ให้เชื่อฟังคำสั่งได้อย่างไร...

ฮั่นหลิวตี้มีสนมอยู่เท่าไร พระองค์ไม่คิดจะจดจำเพราะรับเข้าวังมาเรื่อยๆ แต่ที่แน่ๆ หากสตรีที่งดงามเป็นจุดสนใจเรียกสายตาทุกคู่เยี่ยงนี้ ทำไมพระองค์จะไม่อยากได้ไปไว้อุ่นเตียง พระองค์ย่อมเลือกภาพวาดของนางให้เข้ามาถวายการรับใช้อย่างแน่นอน แล้วอาจจะผลักดันให้ขึ้นตำแหน่งสำคัญหากปรนนิบัติถูกใจ

ร้านค้าแห่งหนึ่งตรงหัวมุมถนนมีกระดาษทำจากเปลือกไม้และหมึกทำจากต้นรักวางขายกำลังเป็นที่น่าสนใจ ทว่าพระหัตถ์ขาวสะอาดกลับกำเข้าหากันแน่นด้วยความพิโรธ เพียงแต่สีพระพักตร์ยังวางเฉย วันนี้พระองค์บรรจงแต่งพระพักตร์เองอย่างงดงาม ล้วนเลียนแบบมาจากพวกสนมในวัง หากชักสีหน้ามากเกินไป เกรงว่าแป้งที่บรรจงทาไว้อย่างเรียบเนียนแต่หนาราวกับนางงิ้วจะแตกระแหงหลุดล่อนออกมา

“ลูกสะใภ้โปรดระงับอารมณ์สักนิด เรื่องนี้แม่สามีจะเร่งตรวจสอบให้”

เห็นรอยยิ้มเหี้ยมที่บอกว่าคำตอบยังไม่เป็นที่พอใจเท่าใด เว่ยกงกงก็ยิ่งหนาวสันหลัง ของดีหลุดหูหลุดตามาอยู่กลางตลาดเช่นนี้ ฝ่าบาทมาพบเข้าด้วยพระองค์เอง กลับไปคงมีคนถูกสอบสวนยาว

“หาคำตอบมาให้ข้าดีๆ ล่ะ ว่าทำไมนางถึงไม่ได้เข้ารับการคัดเลือกเข้าวัง”

หากอยู่ภายในพระราชวังใหญ่ สะใภ้ของฮูหยินม่ายผู้นี้คือฮ่องเต้ เจ้าชีวิตเหนือผู้คนใต้หล้า แต่เว่ยกงกงถูกสั่งไว้ก่อนที่โอรสสวรรค์จะยัดเครื่องแต่งกายแบบชาวบ้านมาให้ แล้วสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดว่า

***“หากอยู่นอกกำแพงวัง เจ้าเผลอตัวเรียกข้าว่าฮ่องเต้ ข้าจะตัดลิ้นเจ้า”***

***“พ่ะย่ะค่ะ”*** เว่ยกงกงขนลุกขนพอง ***“เยี่ยงนั้นฝ่าบาทจะให้กระหม่อมเรียกพระองค์ว่าอะไรพ่ะย่ะค่ะ

ฮั่นหลิวตี้ขยับพระพักตร์งดงามจ้องเขม็งที่ทาสรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ แล้วคลี่ยิ้มเย็นชวนสยอง

***“เรียกข้าว่าลูกสะใภ้”***

***“ฝ่าบาท! ไม่ได้นะพ่ะย่ะค่ะ”***

***“มีคำว่าไม่ได้สำหรับข้าด้วยหรือ”***

คนฟังรีบหลบสายตา ***“ไม่มีพ่ะย่ะค่ะ”***

แววตาคมปนหวานวาบขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ ***“ถ้างั้นก็หุบปากซะ แล้วทำตามที่ข้าสั่ง จำว่าอยู่นอกวัง เจ้าคือแม่สามีของข้า”***

***“พ่ะย่ะค่ะ แล้วฝ่าบาทจะเสด็จไปที่ใดพ่ะย่ะค่ะ”***

ฮั่นหลิวตี้คลี่ยิ้มเย็น ***“พรุ่งนี้เจ้าก็รู้เอง ปิดปากของเจ้าให้สนิทก็พอ หากเรื่องนี้ถูกแพร่งพรายไปถึงหูใคร เจ้าตาย”***

***“พ่ะย่ะค่ะ”***

เว่ยกงกงออกจากภวังค์เดินเคียงกันไปกับลูกสะใภ้คนงาม ภายในตลาดผู้คนกำลังเลือกหาของกินของใช้กันอย่างเนืองแน่น เป็นภาพที่แม่สามีและลูกสะใภ้ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก เพราะวันๆ ลูกสะใภ้คิดแต่แผนการรบกับชนเผ่าต่างๆ

“เรารีบหาโรงเตี๊ยมที่จะพักคืนนี้กันเถอะ” แม่สามีเร่งบอกลูกสะใภ้เพราะตอนนี้พระอาทิตย์ใกล้ตกดินแล้ว ที่ออกมานอกวังเพราะต้องการหาข่าวบางอย่าง

“ช้าก่อน ท่านแม่อย่ารีบร้อนนักสิเจ้าคะ ข้าขอชมคนงาม เอ่อ... ไม่ใช่ ปิ่นชิ้นงามสักครู่ ข้าอยากรู้ว่าตกสำรวจไปได้อย่างไร”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ตัวร้ายอย่างข้าไม่ขอเป็นฮองเฮา   66

    เจิ้นเทียนพูดไม่ออก เขาปล่อยปะละเลยลูกเมีย หรือใครบางคนใช้ให้เขาทำงานจนหัวหมุน ต้องพลัดพรากจากลูกเมีย “ข้าจะเป็นผู้ตัดสินเรื่องนี้เอง” ฮ่องเต้ลุกขึ้นจากบัลลังก์และเดินลงมาจ้องมองคนทั้งสาม แล้วมาหยุดตรงหน้าซารังน้อย “เจ้ามีอะไรจะพูดกับข้าอีกหรือไม่ ซารังน้อย” พอเห็นท่าทางดุดันเอาจริงของโอรสสวรรค์ ซารังน้อยที่ร่าเริงสดใสกลับตัวสั่นงันงก เจิ้นเทียนและยอนฮวาสงสารลูกสาวนัก “ท่านพี่ฮ่องเต้

  • ตัวร้ายอย่างข้าไม่ขอเป็นฮองเฮา   65

    ”เป็นประเทศที่เจริญมากในยุคของหม่อมฉันเพคะ อาณาจักรโซซ็อนโบราณ ในอนาคตก็รวมเป็นหนึ่งในประเทศเกาหลี มันยากที่จะเชื่อ ถ้าหม่อมฉันจะบอกว่าหม่อมฉันมาจากอนาคต สิ่งที่หม่อมฉันเคยแนะนำฮองเฮาไป ทั้งเรื่องภาษา วิธีทำการค้า หม่อมฉันนำความรู้มาจากอนาคต”ทั้งสองพระองค์หันไปมองหน้ากัน เจิ้นเทียนใจคอไม่ดี เขาเกรงว่าฮ่องเต้และฮองเฮาจะไม่ทรงเชื่อเรื่องที่เกิดขึ้นและสั่งลงโทษยอนฮวาฐานให้การเท็จ เขาเองก็ไม่อยากเชื่อ แต่นางให้เขาดูหลายสิ่งหลายอย่าง และเล่าให้ฟังว่านางคือตำรวจหญิงที่บิดามารดาเสียชีวิตแล้ว นางลาพักร้อนเดินทางมาเที่ยวประเทศเกาหลีใต้เพราะอยากมาตามรอยซีรีย์เกาหลี จากนั้นลิขิตสวรรค์ก็พานางมาที่นี่หลังจากฟังคนทั้งสอง ฮั่นหลิวตี้กวาดตามองหญิงสาวปริศนา “พวกเจ้ามีอะไรจะพูดอีก” นับดาวนึกถึงปิ่นอันนั้นที่ฮองเฮาเคยมอบให้นาง “ปิ่นอันนั้นที่ฮองเฮาเคยประทานให้หม่อมฉัน ซึ่งหม่อมฉันพกติดตัวไว้ตลอด ข้อแรก เพราะเป็นน้ำใจจากสตรีที่งดงามทั้งกายและใจมอบให้ ข้อที่สอง

  • ตัวร้ายอย่างข้าไม่ขอเป็นฮองเฮา   64

    รวมทั้งเรื่องที่เจิ้นเทียนหาหลักฐานมาได้ว่าผู้ที่คิดกบฏต่อพระองค์คืออ๋องเจ็ด น้องชายต่างพระมารดา อ๋องเจ็ดผู้นี้ร่วมมือกับชาวเผ่าซยงหนูจะโค่นล้มราชวงศ์ฮั่นเพื่อสร้างราชวงศ์ใหม่ โอรสสวรรค์ก็ทำเพียงแค่ริบสมบัติคืนกลับคลังหลวง และเนรเทศคนในตำหนักอ๋องเจ็ดให้ไปใช้แรงงานที่ชายแดนตลอดชีวิตแทนการประหารหลังจากพระองค์ว่าราชการในท้องพระโรงเสร็จเรียบร้อย เหล่าขุนนางต่างกราบบังคมทูลลา ท้องพระโรงที่เต็มไปด้วยขุนนางเวลานี้เหลือเพียงองครักษ์เจิ้นเทียนซึ่งต้องเข้ารายงานเรื่องการสอบสวนยอนฮวา หญิงสาวที่บุกเข้าไปในห้องบรรทมเฉินเจิ้นเทียนไม่เคยรู้สึกประหม่าเช่นนี้มาก่อน หากฝ่าบาทไม่เชื่อเรื่องที่เขารายงาน แล้วตัดสินพระทัยลงโทษเมียของเขาแล้วจะทำเช่นไร แม้เขาเป็นคนสนิทของฝ่าบาท แต่เขาก็ไม่รู้ว่าพระองค์จะตัดสินใจอย่างไร หากตัดสินประหารชีวิต เขาก็ยินดีแลกศีรษะกับนาง เพราะต้นเหตุที่ยอนฮวาลอบเข้าหวังหลวง แล้วหลงเข้าไปในตำหนักใหญ่ก็เพราะมาตามหาเขา“เจิ้นเทียน คดีหญิงสาวชาวโชซ็อนโบราณที่ฮองเฮาเคยเลี้ยงดูไว้ ที่ลอบเข้าไปในห้องบรรทมของข้า คดีนี้เจ้าไต่สวนไปถึงไหนแล้ว”&ldq

  • ตัวร้ายอย่างข้าไม่ขอเป็นฮองเฮา   63

    ตำหนักไคซินฮั่นหลิวตี้เหยียดยิ้มกว้างเมื่อเห็นนางกำนัลกำลังเข้ามาประคองฮองเฮาที่กำลังอาเจียน ไม่ใช่เพราะว่าเห็นนางป่วยแล้วพระสวามีอย่างพระองค์จะมีความสุข แต่ช่วงนี้พระนางเสวยอะไรเข้าไปก็จะอาเจียนออกมา หมอหลวงรายงานว่าเป็นเรื่องปกติ พระนางกำลังตั้งพระครรภ์ สร้างความปลื้มปีติให้แก่ฮั่นหลิวตี้ยิ่งนัก แต่พอนึกได้ว่าผู้ที่จะมาจุติในครรภ์เป็นใคร***‘อนาคตข้าต้องปวดหัวแน่’***หลังจากที่เง็กเซียนฮ่องเต้ลงมายังโลกมนุษย์เพื่อสั่งสอนลูกเขยจอมเกเร ก่อนกลับขึ้นไปบนวิมานชั้นฟ้า ผู้เป็นใหญ่แห่งสรวงสวรรค์ได้แย้มพรายให้พระองค์เตรียมความพร้อมเพื่อรับมือ***“เทพสงคราม เร็วๆ นี้ เทพเหวินไถ น้องชายของเจ้ากำลังจะลงมาจุติ เจ้าเตรียมรับมือเอาไว้เถิด”******“หือ?! เจ้าเทพดื้อด้านเหวินไถ นั่นกำลังจะตกสวรรค์ตามข้ามาอีกคนหรือ”***ฮั่นหลิวตี้จำเรื่องราวในอดีตได้ว่าพระองค์เคยจุติเป็นเทพสงคราม แต่มักพาทหารสวรรค์ออกรบกับพวกมาร ไล่ล่าปีศาจ จนสวรรค์ปั่นป่วน ดังนั้นจึงถูกองค์เง็กเซียนฮ่องเต้ลงโทษ

  • ตัวร้ายอย่างข้าไม่ขอเป็นฮองเฮา   62

    “ท่านเป็นองค์เง็กเซียนจริงๆ หรือ” จางหยูเฟยยังไม่อยากเชื่อ เมื่อตอนที่นางถูกพาตัวมาด้วยนั้น นางหมดสติไป ฟื้นคืนสติอีกทีคนผู้นี้ก็บอกว่าเขาคือผู้ที่จะช่วยให้นางได้ครองคู่กับพระสวามีอย่างมีความสุข“ใช่ ข้าคือองค์เง็กเซียน เจ้าเป็นผู้มีบุญจึงเห็นข้าได้ ส่วนสวามีของเจ้าเป็นผู้มีบาปที่ข้า...” องค์เง็กเซียนต้องกล้ำกลืนฝืนทนกว่าจะพูดออกมาได้ “ข้าจำต้องลงมาสั่งสอนด้วยตัวเอง ไม่อาจปล่อยให้อันธพาลครองเมือง เทพกระหายสงครามอย่างไรก็ไม่อาจเปลี่ยนได้ หยูเฟย ข้าคิดว่าเจ้ากลับแดนสวรรค์กับข้าเถิด แล้วปล่อยเจ้าคนบาปนี่ไว้ที่นี่”“ไม่นะหยูเฟย ข้าไม่ให้เจ้ากลับ” ฮั่นหลิวตี้รีบวิ่งเข้าไปห้าม แต่ก็เหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นอยู่ ทำให้เขาไม่สามารถผ่านไปถึงตัวนางได้“ฝ่าบาทเพคะ” จางหยูเฟยวิ่งเข้าไปหา แต่ก็ไม่สามารถแตะเนื้อต้องตัวของฮั่นหลิวตี้ได้เช่นกัน“ไปได้แล้วธิดาน้อย” องค์เง็กเซียนเรียก “ข้าช่วยเชื่อมวาสนาด้วยการคืนคันฉ่องให้แล้ว เพื่อให้เขามีเหตุเรียกเจ้าเข้าวังหลวง แต่เขาก็ไม่สามารถปล่อยวางจิ

  • ตัวร้ายอย่างข้าไม่ขอเป็นฮองเฮา   61

    ***“เจ้ากล้าดีอย่างไรเทพสงคราม ถึงได้ลอบเข้ามาอยู่ในตำหนักของพระธิดาของข้า เจ้าไม่ไว้หน้าข้าที่เป็นถึงเง็กเซียนฮ่องเต้เลยเชียวหรือ”*** เสียงดุนั้นตวาดดังไปทั่วทั้งสวรรค์ชั้นฟ้าเทพหนุ่มยืนอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ แม้ทำความผิด แต่ก็ไม่มีทหารสวรรค์คนใดกล้ามาจับตัว เพราะเกรงจะถูกดาบปลิดวิญญาณสังหารเทพหนุ่มยืนสีหน้านิ่งเรียบ ในใจเป็นห่วงแต่เทพธิดาน้อยที่ถูกขังอยู่ในตำหนัก เป็นความผิดของเขาเอง เขาทำให้นางต้องเดือดร้อนตั้งแต่วันนั้นที่นางอนุญาตให้เขาไปหลบที่ห้องบรรทมของนาง เขาก็มอบคันฉ่องให้นางไว้ เพื่อใช้เป็นเส้นทางให้เขาเดินทางมาหานางได้โดยไม่ต้องผ่านแดนสวรรค์ เขารู้ว่าทำผิด จึงคิดจะไปทูลบอกความจริงกับองค์เง็กเซียน และจะขอนางแต่งงานด้วย แต่คิดไม่ถึงว่าองค์เง็กเซียนจะรู้ความจริงเสียก่อน***“เจ้าใช้พลังเทพในดินแดนสงบร่มเย็นของข้า มีหรือที่ข้าจะไม่รู้ว่ามีคนปลอมกายเข้ามา แต่ข้าเพียงแค่คิดไม่ถึงว่าจะเป็นเจ้า เจ้ากล้าล่อลวงธิดาของข้าให้ยินยอมมอบกายให้เจ้า ช่างทำผิดประเพณีนัก”******“กระหม่อมรักนาง จะขอแต่งนา

  • ตัวร้ายอย่างข้าไม่ขอเป็นฮองเฮา   58

    เฉินเจิ้นเทียนดึงมือเรียวมากุมเอาไว้ “เจ้ารู้หรือไม่ ข้าไม่เคยนอนหลับได้เป็นสุขเลยสักคืน ก็เพราะคิดถึงแต่เจ้า ไม่คิดว่าสวรรค์จะคืนเจ้ากลับมา”“ก็ใครกันใจร้าย บอกให้ข้ารอ ข้าก็รอ แต่ท่านไม่กลับมา”“ใครบอกเจ้าว่าข้าไม่กลับไป

  • ตัวร้ายอย่างข้าไม่ขอเป็นฮองเฮา   30

    ***‘จ้องหม่อมฉันขนาดนี้ จะโบยตีบนเตียงหรือไง’***จางหยูเฟยก้มซ่อนใบหน้าแล้วผ่อนลมหายใจ นางไม่อยากถูกจับความรู้สึกไม่พอใจได้“ฝ่าบาท เมื่อครู่หม่อมฉันตกใจจึงเผลอเสียมารยาท ขอพระราชทานอภัยเพคะ” นางกัดฟันตอบ หากไม่ห่วงความปลอดภัยของตัวเองกับซารังแล้วละก

  • ตัวร้ายอย่างข้าไม่ขอเป็นฮองเฮา   29

    ฮั่นหลิวตี้เอื้อมพระหัตถ์มาจับคางมนของนางให้สบพระเนตร“มองหน้าข้าสิ เข้าใจข้าบ้างหรือยัง”นางเข้าใจแต่แสร้งทำเป็นไม่เข้าใจ “หม่อมฉันไร้สติปัญญา ฟังที่ฝ่าบาทตรัสไม่เข้าใจ” นางว่าแล้วทำท่าเอียงคอมองอย่างมีจริตจะกร้าน นางไม่อยากให้ถูกจับได้ว่าชิงชังเขานัก

  • ตัวร้ายอย่างข้าไม่ขอเป็นฮองเฮา   8

    จางหยูเฟย นางกล้าดีอย่างไรบังอาจใช้พระองค์อาบน้ำให้ แต่เมื่อคิดได้ว่า บัดนี้พระองค์ปลอมตัวมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กในจวนสกุลจางเพื่อภารกิจบางอย่าง อีกทั้งจางหยูเฟยนั้นก็งดงามราวกับอัญมณีล้ำค่า งานนี้เห็นเพียงแต่กำไรวันนี้พระองค์จะยอมลดตัวลงไปปรนนิบัติอาบน้ำ ถูหลัง นวดเฟ้น ให้นางสักวันก็ได้เห็นสีหน้าคิด

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status