แชร์

3

last update วันที่เผยแพร่: 2026-05-06 11:15:31

ฮั่นหลิวตี้ยังจ้องเขม็งไปที่ร่างอ้อนแอ้นอรชรที่ยังยืนเลือกของในร้านขายเครื่องเขียน นางสวมชุดฮั่นฝูสีขาว ลักษณะเป็นชุดยาว เสื้อและกระโปรงต่อกัน โดยแยกเสื้อกับกระโปรงเป็นสองชิ้นตัดเย็บด้วยผ้าต่วนอย่างดี

ดวงตาคมที่วันนี้ถูกแต่งให้งดงามประดุจหงส์แต่แววตาประดุจมังกรมองสตรีผู้นั้นแค่เพียงผ่านๆ ย่อมคาดการณ์สรีระอ้อนแอ้นนั่นได้ไม่ยาก หากพระองค์ปลดฮั่นฝูของนางออก จะพบความงดงามเลิศล้ำเพียงใด

ฟากจางหยูเฟยกำลังสั่งเจ้าของร้านให้ส่งของที่นางเลือกเอาไว้ทั้งหมดไปที่จวน กิริยาท่าทางนั้นไม่ว่าเยื้องย่างไปทางใดดูแช่มช้อย แต่กลับมีความคล่องตัวอยู่ในท่าที หากเปรียบเป็นเทพธิดา ฮั่นหลิวตี้คงเปรียบสตรีตรงหน้างดงามปานเทพธิดาดอกบ๊วย เพราะดอกบ๊วยนั้นจะบานเป็นดอกเดี่ยวๆ สวยเดี่ยวๆ สวยงามด้วยตัวของมันเอง ไม่ต้องพึ่งดอกอื่นมาประกอบเป็นช่อ

แม้ดอกบ๊วยจะมีกลีบบอบบางแต่ทนทานต่อหิมะ แล้วเหตุใดเทพธิดาดอกบ๊วยถึงเหาะลงมาเที่ยวชมสินค้าในตลาด ทั้งที่นางควรจะมีหน้าที่รับใช้พระองค์ในวัง คิดแล้วยังเสียดายไม่หาย

พระเนตรคมปลาบของฮั่นหลิวตี้มองอย่างพิจารณาถึงเครื่องหน้างดงาม ทั้งดวงตา จมูก ริมฝีปาก ใบหู แขน ขา และไหล่ นับว่าเข้าตำราหญิงงามที่ต้องถูกส่งตัวคัดเลือกเข้าวัง ดูจากอาภรณ์ที่สวมใส่ย่อมไม่ใช่ชาวบ้านทั่วไป อย่างไรเสียก็ต้องถูกส่งตัวเข้าไปรับการคัดเลือก หากมองคุณสมบัติภายนอก นางไม่มีทางตกหลักเกณฑ์ไปได้ แต่เหตุใดหญิงงามนางนี้กับพระองค์ถึงไม่เคยประสบพบเจอกันมาก่อน

ฮั่นหลิวตี้ในชุดฮั่นฝูสีฟ้าปักลายดอกบ๊วยดูอ่อนช้อยงดงามหันไปถามหญิงวัยกลางคนซึ่งยืนอยู่ไม่ห่างกัน และกำลังเลือกผ้าต่วนชิ้นหนึ่งอยู่

“ท่านป้าเจ้าขา ท่านรู้จักคุณหนูคนงามที่เลือกของในร้านเครื่องเขียนนั้นหรือไม่เจ้าคะ”

หญิงวัยกลางคนนางนั้นวางมือจากผ้าต่วนสีสันสดใสแล้วหันมาส่งยิ้มให้หญิงงามแปลกหน้า

“เจ้าคงไม่ใช่คนเมืองนี้ถึงไม่รู้จักคุณหนูจางหยูเฟยคนงาม นางเป็นธิดาของอดีตท่านแม่ทัพจางจิ้นเหอ”

“เป็นธิดาของอดีตท่านแม่ทัพใหญ่นี่เอง ช่างบังเอิญนัก” ไม่อยากเชื่อว่านางนี่เองคือคนที่พระองค์ลอบมาดู เป็นนางนี่เอง “ขอบคุณท่านป้ามากเจ้าค่ะ” เพราะปิ่นที่ตกในห้องบรรทมนั้นเขาเป็นผู้มอบให้แก่อดีตแม่ทัพจางจิ้นเหอด้วยมือตัวเอง ความเป็นไปได้ถึงผู้ต้องสงสัยจึงมาตกที่จวนสกุลจาง ซึ่งเวลานี้คนที่ดูแลจวนคือคุณหนูจางหยูเฟย เพราะทั้งอดีตแม่ทัพจางจิ้นเหอและฮูหยินได้เสียชีวิตไปแล้ว เหลือแต่คุณชายใหญ่จางจิ้นไฉที่ตอนนี้มีตำแหน่งเป็นรองแม่ทัพและประจำอยู่ที่ชายแดนนานหลายปีแล้ว

“เจ้าถามทำไม หรือสงสัยว่าใช่คุณหนูจางหยูเฟยคนนี้หรือไม่ที่มาติดป้ายประกาศหาสาวใช้เพื่อไปเป็นพี่เลี้ยงเด็กๆ ในจวนสกุลจาง”

“พี่เลี้ยงเด็ก”

ยังไม่ทันที่หญิงผู้นั้นจะพูดอะไรต่อ ซารังน้อยและเด็กหญิงชายภายในจวนสกุลจางอีกสามคนก็พากันวิ่งกรูมาตรงหน้าฮั่นหลิวตี้ หากพระองค์ไม่เอี้ยวพระวรกายหลบ เจ้าลิงทโมนพวกนั้นคงวิ่งชนพระองค์จนล้ม

“เจ้าเด็กพวกนี้นี่เกือบวิ่งชนข้า”

หางพระเนตรมองตาม พระองค์ไม่ชอบเด็ก เคยได้ยินมาว่าทารกตุ๋นกับรังนกเป็นยาอายุวัฒนะ แต่ก็ไม่เคยเสวยสักทีเพราะรู้สึกเหี้ยมโหดเกินไป แต่เจ้าเด็กพวกนี้เสียงดังเหลือเกิน

“เดี๋ยวข้าก็สั่งจับไปตุ๋นยาจีนซะให้หมด”

ซารังได้ยินเสียงพี่สาวคนงามเอ็ดอย่างไม่พอใจจึงวิ่งกลับมาแล้วย่อตัวคำนับ “ขอโทษเจ้าค่ะ พวกข้ารีบร้อนไปหน่อย”

ฮั่นหลิวตี้โบกพระหัตถ์ไล่เจ้าพวกนี้ให้ไปไกลๆ คงจะวิ่งตามพ่อค้าหาบเร่มาแล้วแย่งกันขอซื้อกลองถาวกู่หรือกลองป๋องแป๋งที่เป็นเครื่องดนตรีชนิดหนึ่ง

“ข้าเอาหนึ่งอันเจ้าค่ะ” ซารังบอกเสียงดังสดใส

“ข้าด้วยเจ้าค่ะ/ข้าก็เอาด้วยขอรับ”

ฮั่นหลิวตี้มองแล้วรู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้า แต่พอเห็นพ่อค้าอีกคนหาบซานจาเคลือบน้ำตาลเสียบไม้ผ่านมา ซารังก็มองตามขนมชนิดนั้นไปด้วยสายตาละห้อย

หญิงชาวบ้านผู้นั้นจึงชี้ให้หญิงงามแปลกหน้าดู “คุณหนูจางหยูเฟยหาพี่เลี้ยงไปดูแลเด็กพวกนี้ไง เจ้าสนใจไปทำงานที่สกุลจางไหมล่ะ”

ฮั่นหลิวตี้ที่แปลงโฉมมาเสียงามหยดย้อย ทอดพระเนตรมองเทพธิดาดอกบ๊วยของพระองค์ แล้วสลับมองเจ้าเด็กสามสี่คนนี้แล้วรู้สึกเสียดายของ ทดท้อในพระทัยยิ่งนัก

“ลูกนางดกถึงเพียงนี้เชียวหรือ” พลางลอบถอนใจ ที่แท้นางคงเป็นหยกมีตำหนิไปแล้วจึงไม่ถูกคัดเลือกเข้าวัง

พลันหญิงวัยกลางคนก็ฟาดฝ่ามือลงบนต้นแขนนาง ขณะที่เว่ยกงกงแอบตกใจ หญิงชาวบ้านผู้นี้มีตาหามีแววไม่ กล้าตีแขนฮ่องเต้ รู้หรือไม่เงาหัวหายไปแล้วครึ่งหนึ่ง แต่เมื่อลอบมองสีพระพักตร์ กลับไม่มีอาการที่บ่งบอกถึงความขุ่นเคืองพระทัย

“เจ้าอย่าได้พูดจาส่งเดช คุณหนูจางหยูเฟยยังไม่ได้ออกเรือน เด็กพวกนั้นเป็นบ่าวในจวน อีกอย่าง คุณหนูจางคงไม่คิดแต่งกับผู้ใด น่าเสียดายความงามยิ่งนัก”

“เหตุใดท่านป้าถึงกล่าวเช่นนั้น” คะเนอายุของจางหยูเฟยน่าจะเลยวัยปักปิ่นมาหลายปีแล้ว

“เจ้าช่างไม่รู้อะไร ตั้งแต่อดีตแม่ทัพจางเสียชีวิตลงไป สกุลจางก็เริ่มย่ำแย่เพราะขาดเสาหลัก ใครๆ ก็รู้ท่านเป็นขุนนางตงฉิน สกุลจางจึงไม่ได้ร่ำรวย แล้วยังเลี้ยงคนเก่าแก่ไว้มาก ไหนยังพวกเชลยจากอาณาจักรโชซ็อนโบราณที่ท่านแม่ทัพนำกลับมาด้วย ทั้งยังออกลูกมาเป็นภาระไว้ให้สกุลจางเลี้ยงอีก ได้ยินว่าทรัพย์สมบัติสกุลจางร่อยหรอจนแทบหมด คุณหนูจึงต้องทำการค้าผ้าไหมและเครื่องปั้นดินเผาให้แก่พวกพ่อค้าเร่ วันๆ เอาแต่ทำงานจึงไม่ยอมรับของหมั้นจากคุณชายสกุลใด”

นับว่าเป็นเรื่องแปลก พระองค์ไม่เคยได้ยินว่าคุณหนูสกุลใดมีนิสัยเยี่ยงนี้ ผู้หญิงตัวเล็กๆ อายุเพียงสิบแปดปี ต้องหาเลี้ยงบ่าวไพร่ในจวน ทั้งที่นางจะเลือกเอาความสุขสบายของตนเองแต่งออกไปกับคุณชายที่มีฐานะดีก็ย่อมได้ แต่บางทีนั่นอาจเป็นฉากบังหน้า เบื้องหลังอาจมีตื้นลึกหนาบางแอบ

แฝงตามที่พระองค์สงสัย

“คุณหนูจางท่านนี้น่านับถือนัก” ฮั่นหลิวตี้เอ่ยชม ดวงตามังกรไม่คลายจากร่างอ้อนแอ้น

“เจ้าคงไม่รู้ว่า นอกจากคุณหนูจะค้าขายกับชาวฮั่นด้วยกันแล้ว นางยังค้าขายกับชาวต่างชาติด้วย”

คำพูดนี้ของหญิงวัยกลางคนเรียกความสนใจของฮั่นหลิวตี้ให้เพิ่มขึ้นไปอีก

“ท่านป้าว่าอย่างไรนะ”

“คุณหนูจางพูดภาษาต่างชาติได้ด้วย แต่ข้าก็ไม่รู้หรอกว่าภาษาอะไร ข้าฟังไม่ออก แต่คนละแวกนี้เขารู้กันทั้งนั้น”

คิ้วกระบี่ของโอรสสวรรค์เลิกสูงขึ้น “น่าสนใจยิ่งนัก”

ผ้าไหมและงานหัตถกรรมของชาวฮั่นมีทั้งพ่อค้าชาวตะวันตกและชาวเปอร์เซียต้องการซื้อ แต่นางสื่อสารกับคนพวกนั้นรู้เรื่องได้อย่างไร ช่างน่าสงสัยยิ่งนัก

พระองค์เคยส่งองครักษ์ไปสืบจากพวกพ่อค้าเร่ชาวตะวันตกว่าเข้ามาทำการค้ากับสกุลจางได้อย่างไร องครักษ์รายงานว่าคนของสกุลจางพูดได้หลายภาษา

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ตัวร้ายอย่างข้าไม่ขอเป็นฮองเฮา   66

    เจิ้นเทียนพูดไม่ออก เขาปล่อยปะละเลยลูกเมีย หรือใครบางคนใช้ให้เขาทำงานจนหัวหมุน ต้องพลัดพรากจากลูกเมีย “ข้าจะเป็นผู้ตัดสินเรื่องนี้เอง” ฮ่องเต้ลุกขึ้นจากบัลลังก์และเดินลงมาจ้องมองคนทั้งสาม แล้วมาหยุดตรงหน้าซารังน้อย “เจ้ามีอะไรจะพูดกับข้าอีกหรือไม่ ซารังน้อย” พอเห็นท่าทางดุดันเอาจริงของโอรสสวรรค์ ซารังน้อยที่ร่าเริงสดใสกลับตัวสั่นงันงก เจิ้นเทียนและยอนฮวาสงสารลูกสาวนัก “ท่านพี่ฮ่องเต้

  • ตัวร้ายอย่างข้าไม่ขอเป็นฮองเฮา   65

    ”เป็นประเทศที่เจริญมากในยุคของหม่อมฉันเพคะ อาณาจักรโซซ็อนโบราณ ในอนาคตก็รวมเป็นหนึ่งในประเทศเกาหลี มันยากที่จะเชื่อ ถ้าหม่อมฉันจะบอกว่าหม่อมฉันมาจากอนาคต สิ่งที่หม่อมฉันเคยแนะนำฮองเฮาไป ทั้งเรื่องภาษา วิธีทำการค้า หม่อมฉันนำความรู้มาจากอนาคต”ทั้งสองพระองค์หันไปมองหน้ากัน เจิ้นเทียนใจคอไม่ดี เขาเกรงว่าฮ่องเต้และฮองเฮาจะไม่ทรงเชื่อเรื่องที่เกิดขึ้นและสั่งลงโทษยอนฮวาฐานให้การเท็จ เขาเองก็ไม่อยากเชื่อ แต่นางให้เขาดูหลายสิ่งหลายอย่าง และเล่าให้ฟังว่านางคือตำรวจหญิงที่บิดามารดาเสียชีวิตแล้ว นางลาพักร้อนเดินทางมาเที่ยวประเทศเกาหลีใต้เพราะอยากมาตามรอยซีรีย์เกาหลี จากนั้นลิขิตสวรรค์ก็พานางมาที่นี่หลังจากฟังคนทั้งสอง ฮั่นหลิวตี้กวาดตามองหญิงสาวปริศนา “พวกเจ้ามีอะไรจะพูดอีก” นับดาวนึกถึงปิ่นอันนั้นที่ฮองเฮาเคยมอบให้นาง “ปิ่นอันนั้นที่ฮองเฮาเคยประทานให้หม่อมฉัน ซึ่งหม่อมฉันพกติดตัวไว้ตลอด ข้อแรก เพราะเป็นน้ำใจจากสตรีที่งดงามทั้งกายและใจมอบให้ ข้อที่สอง

  • ตัวร้ายอย่างข้าไม่ขอเป็นฮองเฮา   64

    รวมทั้งเรื่องที่เจิ้นเทียนหาหลักฐานมาได้ว่าผู้ที่คิดกบฏต่อพระองค์คืออ๋องเจ็ด น้องชายต่างพระมารดา อ๋องเจ็ดผู้นี้ร่วมมือกับชาวเผ่าซยงหนูจะโค่นล้มราชวงศ์ฮั่นเพื่อสร้างราชวงศ์ใหม่ โอรสสวรรค์ก็ทำเพียงแค่ริบสมบัติคืนกลับคลังหลวง และเนรเทศคนในตำหนักอ๋องเจ็ดให้ไปใช้แรงงานที่ชายแดนตลอดชีวิตแทนการประหารหลังจากพระองค์ว่าราชการในท้องพระโรงเสร็จเรียบร้อย เหล่าขุนนางต่างกราบบังคมทูลลา ท้องพระโรงที่เต็มไปด้วยขุนนางเวลานี้เหลือเพียงองครักษ์เจิ้นเทียนซึ่งต้องเข้ารายงานเรื่องการสอบสวนยอนฮวา หญิงสาวที่บุกเข้าไปในห้องบรรทมเฉินเจิ้นเทียนไม่เคยรู้สึกประหม่าเช่นนี้มาก่อน หากฝ่าบาทไม่เชื่อเรื่องที่เขารายงาน แล้วตัดสินพระทัยลงโทษเมียของเขาแล้วจะทำเช่นไร แม้เขาเป็นคนสนิทของฝ่าบาท แต่เขาก็ไม่รู้ว่าพระองค์จะตัดสินใจอย่างไร หากตัดสินประหารชีวิต เขาก็ยินดีแลกศีรษะกับนาง เพราะต้นเหตุที่ยอนฮวาลอบเข้าหวังหลวง แล้วหลงเข้าไปในตำหนักใหญ่ก็เพราะมาตามหาเขา“เจิ้นเทียน คดีหญิงสาวชาวโชซ็อนโบราณที่ฮองเฮาเคยเลี้ยงดูไว้ ที่ลอบเข้าไปในห้องบรรทมของข้า คดีนี้เจ้าไต่สวนไปถึงไหนแล้ว”&ldq

  • ตัวร้ายอย่างข้าไม่ขอเป็นฮองเฮา   63

    ตำหนักไคซินฮั่นหลิวตี้เหยียดยิ้มกว้างเมื่อเห็นนางกำนัลกำลังเข้ามาประคองฮองเฮาที่กำลังอาเจียน ไม่ใช่เพราะว่าเห็นนางป่วยแล้วพระสวามีอย่างพระองค์จะมีความสุข แต่ช่วงนี้พระนางเสวยอะไรเข้าไปก็จะอาเจียนออกมา หมอหลวงรายงานว่าเป็นเรื่องปกติ พระนางกำลังตั้งพระครรภ์ สร้างความปลื้มปีติให้แก่ฮั่นหลิวตี้ยิ่งนัก แต่พอนึกได้ว่าผู้ที่จะมาจุติในครรภ์เป็นใคร***‘อนาคตข้าต้องปวดหัวแน่’***หลังจากที่เง็กเซียนฮ่องเต้ลงมายังโลกมนุษย์เพื่อสั่งสอนลูกเขยจอมเกเร ก่อนกลับขึ้นไปบนวิมานชั้นฟ้า ผู้เป็นใหญ่แห่งสรวงสวรรค์ได้แย้มพรายให้พระองค์เตรียมความพร้อมเพื่อรับมือ***“เทพสงคราม เร็วๆ นี้ เทพเหวินไถ น้องชายของเจ้ากำลังจะลงมาจุติ เจ้าเตรียมรับมือเอาไว้เถิด”******“หือ?! เจ้าเทพดื้อด้านเหวินไถ นั่นกำลังจะตกสวรรค์ตามข้ามาอีกคนหรือ”***ฮั่นหลิวตี้จำเรื่องราวในอดีตได้ว่าพระองค์เคยจุติเป็นเทพสงคราม แต่มักพาทหารสวรรค์ออกรบกับพวกมาร ไล่ล่าปีศาจ จนสวรรค์ปั่นป่วน ดังนั้นจึงถูกองค์เง็กเซียนฮ่องเต้ลงโทษ

  • ตัวร้ายอย่างข้าไม่ขอเป็นฮองเฮา   62

    “ท่านเป็นองค์เง็กเซียนจริงๆ หรือ” จางหยูเฟยยังไม่อยากเชื่อ เมื่อตอนที่นางถูกพาตัวมาด้วยนั้น นางหมดสติไป ฟื้นคืนสติอีกทีคนผู้นี้ก็บอกว่าเขาคือผู้ที่จะช่วยให้นางได้ครองคู่กับพระสวามีอย่างมีความสุข“ใช่ ข้าคือองค์เง็กเซียน เจ้าเป็นผู้มีบุญจึงเห็นข้าได้ ส่วนสวามีของเจ้าเป็นผู้มีบาปที่ข้า...” องค์เง็กเซียนต้องกล้ำกลืนฝืนทนกว่าจะพูดออกมาได้ “ข้าจำต้องลงมาสั่งสอนด้วยตัวเอง ไม่อาจปล่อยให้อันธพาลครองเมือง เทพกระหายสงครามอย่างไรก็ไม่อาจเปลี่ยนได้ หยูเฟย ข้าคิดว่าเจ้ากลับแดนสวรรค์กับข้าเถิด แล้วปล่อยเจ้าคนบาปนี่ไว้ที่นี่”“ไม่นะหยูเฟย ข้าไม่ให้เจ้ากลับ” ฮั่นหลิวตี้รีบวิ่งเข้าไปห้าม แต่ก็เหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นอยู่ ทำให้เขาไม่สามารถผ่านไปถึงตัวนางได้“ฝ่าบาทเพคะ” จางหยูเฟยวิ่งเข้าไปหา แต่ก็ไม่สามารถแตะเนื้อต้องตัวของฮั่นหลิวตี้ได้เช่นกัน“ไปได้แล้วธิดาน้อย” องค์เง็กเซียนเรียก “ข้าช่วยเชื่อมวาสนาด้วยการคืนคันฉ่องให้แล้ว เพื่อให้เขามีเหตุเรียกเจ้าเข้าวังหลวง แต่เขาก็ไม่สามารถปล่อยวางจิ

  • ตัวร้ายอย่างข้าไม่ขอเป็นฮองเฮา   61

    ***“เจ้ากล้าดีอย่างไรเทพสงคราม ถึงได้ลอบเข้ามาอยู่ในตำหนักของพระธิดาของข้า เจ้าไม่ไว้หน้าข้าที่เป็นถึงเง็กเซียนฮ่องเต้เลยเชียวหรือ”*** เสียงดุนั้นตวาดดังไปทั่วทั้งสวรรค์ชั้นฟ้าเทพหนุ่มยืนอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ แม้ทำความผิด แต่ก็ไม่มีทหารสวรรค์คนใดกล้ามาจับตัว เพราะเกรงจะถูกดาบปลิดวิญญาณสังหารเทพหนุ่มยืนสีหน้านิ่งเรียบ ในใจเป็นห่วงแต่เทพธิดาน้อยที่ถูกขังอยู่ในตำหนัก เป็นความผิดของเขาเอง เขาทำให้นางต้องเดือดร้อนตั้งแต่วันนั้นที่นางอนุญาตให้เขาไปหลบที่ห้องบรรทมของนาง เขาก็มอบคันฉ่องให้นางไว้ เพื่อใช้เป็นเส้นทางให้เขาเดินทางมาหานางได้โดยไม่ต้องผ่านแดนสวรรค์ เขารู้ว่าทำผิด จึงคิดจะไปทูลบอกความจริงกับองค์เง็กเซียน และจะขอนางแต่งงานด้วย แต่คิดไม่ถึงว่าองค์เง็กเซียนจะรู้ความจริงเสียก่อน***“เจ้าใช้พลังเทพในดินแดนสงบร่มเย็นของข้า มีหรือที่ข้าจะไม่รู้ว่ามีคนปลอมกายเข้ามา แต่ข้าเพียงแค่คิดไม่ถึงว่าจะเป็นเจ้า เจ้ากล้าล่อลวงธิดาของข้าให้ยินยอมมอบกายให้เจ้า ช่างทำผิดประเพณีนัก”******“กระหม่อมรักนาง จะขอแต่งนา

  • ตัวร้ายอย่างข้าไม่ขอเป็นฮองเฮา   7

    “ข้าเข้าใจหัวอกเจ้า ข้าเองก็เกลียดสงคราม เกลียดการพลัดพราก แต่เราจะทำเยี่ยงไรได้เล่า เจ้าก็รู้ ชาวบ้านอย่างเราเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งบนกระดาน ข้าก็ไม่เข้าใจ เหตุใดฮ่องเต้จึงได้ละโมบ วันๆ เอาแต่คิดช่วงชิงดินแดนผู้อื่นมาเป็นของตน”โอรสสวรรค์กระจ่างชัด นางมีอคติต่อฮ่องเต้***‘เหตุใดนางดูไม่ชอบข้าเอาเสีย

  • ตัวร้ายอย่างข้าไม่ขอเป็นฮองเฮา   6

    “ตามนางไปเร็วเข้า เดินให้มันไวๆ หน่อย” ลี่ถิงหันไปสั่งแม่สามี แต่แล้วร่างเล็กๆ ก็วิ่งตามนางมาแล้วฉุดรั้งมือขาวสะอาดเอาไว้“พี่ลี่ถิงเจ้าคะ ซารังทำตามที่ท่านขอแล้วนะเจ้าคะ” เด็กน้อยแบมือขาวสะอาดยื่นมาตรงหน้าลี่ถิง “ไหนเล่ารางวัลของข้า”***เด็กพวกนี้บังอาจรีดไถฮ่องเต้*** “ติดไว้ก่อน วันนี้ไม่ว่าง วัน

  • ตัวร้ายอย่างข้าไม่ขอเป็นฮองเฮา   5

    พอเข้าไปขอดูพาสปอร์ต เธอบอกว่ามันหล่นหายไปในช่วงที่จักรพรรดิฮั่นองค์หนึ่งได้ส่งทหารไปโอบล้อมและตีอาณาจักรโชซ็อนโบราณตำรวจสองนายต่างมองหน้ากัน เพราะเหตุการณ์ที่หญิงสาวชาวไทยพูดเกิดขึ้นในปีที่ 109 ก่อนคริสต์ศักราช 2019 พวกเขาจะทำอะไรได้นอกจากขออนุญาตพาเธอไปสอบปากคำ เพราะสงสัยว่าเธอจะเป็นพวกผีน้อยที่

  • ตัวร้ายอย่างข้าไม่ขอเป็นฮองเฮา   4

    นั่นก็น่าสงสัยพอแล้ว มิหนำซ้ำยังได้ยินว่ามีพวกเชื้อสายโชซ็อนโบราณแฝงอยู่ในจวน แล้วถ้าหากนางเป็นวรยุทธ์อีก ก็ต้องเป็นนางแน่ที่ลอบเข้าไปยังตำหนักของพระองค์ เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก บิดานางทำความดีความชอบไว้แก่แผ่นดินมากโข แต่ถ้าลูกหลานกลายเป็นคนทรยศ คิดกบฏขายชาติ สกุลจางจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status