เข้าสู่ระบบ![ตามรักคืนใจ [ลูกแฝด]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
"มัมมี๊ พวกเราออกไปเดินเล่นได้ไหมคะ"
เสียงเจื้อยแจ้วแปล่งๆของเด็กสาววัยสี่ขวบออดอ้อนผู้เป็นแม่ตาแป๋ว ไม่ต่างจากแฝดผู้พี่ที่เดินเตาะแตะ วางน้ำส้มลงบนโต๊ะ หวังเอาใจให้แม่อนุญาต
"นะครับมัมมี๊"
จนผู้เป็นแม่ถอนหายใจ พยักหน้าอย่างไร้ข้อแม้ เพราะพลังลูกฝาแฝดชายหญิงของเธอ แม้แต่เธอที่เป็นแม่ยังเอาไม่อยู่
"เย้ ขอบคุณค่ะมัมมี๊"
ฟอด! ฟอด!
เด็กทั้งสองรู้งาน เอาใจแม่ด้วยการหอมคนละข้าง วิ่งออกไปจากห้องหรูของโรงแรมด้วยแสงหัวเราะ
'เจนิวา' แม่เลี้ยงเดี่ยวลูกแฝดชายหญิง เจย์เดน-เจนนี่ อายุ 4 ขวบ ปีนี้เธออายุได้ 25 จึงถือโอกาสพาลูกๆที่เติบโตต่างประเทศตั้งแต่เกิดมาเที่ยวที่ไทยเป็นครั้งแรก วันนี้เป็นวันที่สองที่เธอพักอยู่ในโรงแรมหรู ใจกลางเมืองใหญ่
เสียงโทรศัพท์สั่นเบาๆ ทำให้เธอกดรับ กรอกเสียงทักทายปลายสายอย่างอารมณ์ดี
"ว่าไงชลลี่"
'แหม นึกว่าจะจำเพื่อนคนนี้ไม่ได้แล้วนะยะ'
"ธุระพึ่งเสร็จ ว่าจะโทรหาพอดี"
'ดีเลย พรุ่งนี้พาเจ้าเจย์เดนเจ้าเจนนี่มากินข้าวที่นี่สิ ฉันล่ะเหง๊าเหงา อยากแกล้งเด็กจะแย่'
"พูดไป ระวังจะโดนเด็กแกล้ง ยิ่งโตพลังก็ยิ่งเยอะ ฉันแทบจะไม่ไหว"
'ขนของมานอนนี่เลยนะยะ เดี๋ยวป้าชลลี่คนสวยจะช่วยเลี้ยงเอง หึๆ'
"งั้นไว้เจอกันนะ"
"โอเค๊ะ"
วางสายเสร็จก็เดินลงไปชั้นล่าง มือก็ยกโทรศัพท์ขึ้นดูพิกัดจากสมาร์ทวอชของลูกชายและลูกสาวทั้งสอง แม้โรงแรมจะหรูหรา และกว้างขาง แต่ระบบความปลอดภัยนั้นรัดกุมและปลอดภัย การปล่อยให้เด็กๆลงมาทำกิจกรรมบ้าง เลยไม่น่าเป็นห่วง
"เจย์เจน มานี่มาลูกมา"
เด็กแฝดเตาะแตะยิ้มร่ามาสวมกอดผู้เป็นแม่แน่น จนคนที่อยู่แถวนั้นพลอยเอ็นดูไปด้วย เนื่องจากร่างกายที่แน่นขนัดตามวัยเด็กน้อย และหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารัก แนวลูกครึ่ง
"ไปกินข้าวกันป้ะ เที่ยงแล้วค่ะ"
"ได้ครับมัมมี๊"
ภาพคุณแม่ยังสาวสวยสะพรั่ง จูงมือเด็กแฝดหน้าตาจิ้มลิ้มคนละข้างเดินเข้าไปในโซนอาหารอย่างรู้ความพาลให้มีแต่คนเอ็นดูและมองตาม โดยเฉพาะแขกโต๊ะวีวีไอพีที่นั่งอยู่ไม่ไกลโต๊ะของสามแม่ลูก
"สวัสดีครับคุณผู้หญิง เมนูครับ"
เจนิวาหันมามองลูกชายและลูกสาวสลับกัน วางเมนูให้เด็กทั้งสองคนเลือกได้อย่างตามใจเหม่อนทุกครั้ง
"เจนเอาแซลมอลสเต๊ก แล้วก็น้ำส้มคั้นค่ะ"
เด็กหญิงว่าเจื้อยเเจ้ว พลางหันไปกอดแขนผู้เป็นแม่อย่างออดอ้อน
"ส่วนเจย์เอาสปาเกตตี้กุ้ง กับน้ำเปล่าครับ"
พนักงานจดออเดอร์ลงด้วยรอยยิ้ม เจนิวาจึงสั่งต่อ
"ขอเป็นพะแนงเนื้อ ปลากระพงทอด ข้าวสวย น้ำเปล่าค่ะ ขอบคุณค่ะ"
"รอสักครู่นะครับ"
ตั้งแต่กลับมา ความอยากอาหารไทยของเธอก็ไม่ลดลงเลย ถึงแม้จะกินอยู่ทุกมื้อก็ตาม
"มัมมี๊ ดูสิครับ มีคนให้เจย์กับเจนตอนไปวิ่งเล่นสวนหย่อมมาด้วยล่ะครับ"
เด็กน้อยเจย์เดนยกข้อมือเล็ก ที่มีสร้อยข้อมือสีทอง สลับกับเพชร และยังมีจี้สวยฟ้าอมน้ำเงินเม็ดสวยรูปพระจันทร์เสี้ยว ที่มีเพชรสลักรอบๆอย่างเรียบหรู
"เจนก็มีอันนึงเหมือนกันค่ะมัมมี๊"
เจนนี่ยกข้อมือของตัวเองขึ้นเหมือนพี่ชายฝาแฝด ข้อมือของเด็กน้อยก็มีสร้อยข้อมือแบบเกียวกันคล้องอยู่เช่นกัน
"แม่บอกแล้วหนิคะ ห้ามรับของจากคนแปลกหน้า ใครให้มาจำได้ไหมคะ"
ของราคาแพงแบบนี้ อาจจะสร้างปัญหาตามมาก็ได้ เธอจะต้องหาทางเอาสร้อยข้อมือพวกนี้ไปคืนให้เร็วที่สุด
"มัมมี๊ แต่คุณปู่ใจดีบอกว่าเหมาะกับเจย์แล้วก็เจนครับ"
เจย์เดนพูดหน้าเศร้า เพราะรู้สึกชอบมันมาก รวมถึงขอบคุณตาใจดีที่ได้ให้ไว้พร้อมกำชับว่าห้ามเอาไปคืนด้วย
"ใช่ค่ะมัมมี๊ พวกเราเก็บไว้ได้ไหมคะ"
เด็กน้อยทั้งสองทำหน้าเศร้า แต่แน่นอนว่าแม่อย่างเจนิวา ไม่มีทางให้เรื่องแบบนี้ผ่านไปเฉยๆ เธอเลี้ยงเด็กทั้งสองมาอย่างยากลำบากด้วยตัวคนเดียว ไม่ว่าเรื่องอะไรจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่มีคำว่าปบ่อยผ่าน หรือหยวนทั้งนั้น
"ไม่ได้ค่ะ มากับแม่เดี๋ยวนี้"
เสียงดุๆทำให้เด็กทั้งสองยิ่งหน้าเสีย ค่อยๆลุกเดินก้มหน้าไปหาผู้เป็นแม่อย่างเศร้าสร้อย เธอต้องไปตรวจกล้องวงจรปิดของโรงแรม และส่งคืนของมีราคาทั้งสองเส้นให้ถึงมือพวกเขา
"ถอดค่ะ"
โหมดดุและมือที่แบมารอรับสร้อยข้อมือ ทำให้เด็กน้อยทั้งสองจำใจ ค่อยๆถอดออก
"เหมาะดีนะ ให้เด็กๆใส่เถอะ"
ทั้งสามคนหันมองคนด้านหลัง ชายสูงวัยอายุราวๆเจ็ดสิบกว่า ยั่งในรถวรลแชร์พร้อมกับผู้ติดตามอีกสองคนมองมาทางเธอและลูก ยิ้มใจดีจนเจนิวาเลิกคิ้ว
"เอ่อ ท่านรู้จักพวกเราหรอคะ"
จากการสแกนคร่าวๆ แม้อายุขนาดนี้แต่ยังคงแต่งตัวอย่างเนี๊ยบเรียบหรู นาฬิกาและแหวนเพชรเม็ดใหญ่จนแสบตาก็เป็นของราคาแพงหูฉี่ ไม่ต้องพูดถึงเท้าเงาวาวที่ทำจากไม้หายาก และลูกน้องผู้ติดตาม ชายสูงวัยตรงหน้าเธอไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน
"เปล่าหรอก ฉันแค่เห็นว่าน่าเอ็นดู เลยให้ของขวัญเล็กๆน้อย"
"อ้อท่านนี่เองผู้ใหญ่ใจดีที่ลูกฉันพูดถึง ขอบคุณมากๆนะคะที่เอ็นดูพวกแก แต่ไม่จำเป็นต้องให้ของราคาแพงแบบนี้หรอกค่ะ เจย์เจน เอาคืนคุณตาไปสิลูก"
เจนิวาว่าด้วยรอยยิ้ม ซึ่งคนบนวีลแชร์ก็พินิจเธอเล็กน้อย ก่อนจะเหลือบตามองสองเด็กตัวแสบที่หน้าเศร้า ไม่เหมือนเมื่อตอนคุยกับเขาเจื้อยแจ้ว
"ไม่เป็นไร ฉันไม่ลำบากอะไร ถือสะว่าเป็นของตอบแทนน้ำใจก็แล้วกัน ที่เด็กสองคนนี้ทำให้ชายแก่ๆคนนี้คลายเหงาไปได้บ้าง"
แม้จะรู้สึกไม่สบายใจและเกรงใจอยู่มาก แต่ก็ไม่ได้อยากจะต่อล้อต่อเถียงกับผู้ใหญ่ที่ดูมีอำนาจตรงหน้านัก
"เจย์เจน ขอบคุณคุณท่านสิลูก"
เด็กสองคนยิ้มกว้าง โผเข้ากอดชายวูงวัยแน่น จนบอดี้การ์ดผงะ มือมีอายุยกขึ้นกอดเด็กทั้งสองด้วยรอยยิ้มกว้างอย่างนึกเอ็นดูจับใจ ไม่รู้นานเท่าไหร่แล้วที่ไม่ได้รู้สคกอิ่มเอมขนาดนี้มาก่อน
"ขอบคุณครับคุณปู่"
"ขอบคุณค่ะคุณปู่ใจดี"
ว่าจบก็ก้มหัวลงไหว้้อย่างนอบน้อม จนมือมีอายุต้องลูบหัวเด็กทั้งสองเบาๆ
"ถ้าฉันมีหลายแบบพวกหนูคงดี"
"พวกเราเป็นหลานให้ได้นะคะคุณปู่ แต่คุณปู่ต้องซื้อแบบนั้ให้เจนอีกนะคะ"
"ใช่ครับ คุณปู่จะได้ซื้อของเล่นกับของสวยๆให้พวกเราได้เยอะๆเลย"
เจนิวาตาโตกับคำพูดเจื้อยแจ้วของลูกสาวและลูกชาย น่าอายอะไรแบบนี้พวกตัวแสบ
"ตายแล้ว ขอโทษคุณปู่เกี๋ยวนี้นะเจย์เดน เจนนี่"
"ฮ่า!ๆๆๆ"
เสียงหัวเราะชอบใจดังลั่นไปทั่วโซนอาหาร น่ารักอะไรอย่างนี้ ช่างพูดช่างจา ถ้าได้มาเป็นหลานจริงๆ คงจะตายตาหลับอย่างมีความสุขแน่นอน
"เอาไว้เจอกันใหม่นะเจย์เดน เจนนี่"
"บ๊ายบายนะคะคุณปู่ รักษาสุขภาพด้วยนะคะ"
"เอาไว้เจอกันนะครับ บ๊ายบาย"
เจนิวายกมือไหว้ชายสูงวัยแปลกหน้า ที่พึ่งเจอกันครั้งแรกก็ให้ของมีมูลค่ากับลูกๆของเธอด้วยรอยยิ้มบางๆ เรื่องนี้ถ้าเอาไปเล่าให้เพ่อนสาวคนสนิทอย่างชลลี่ฟัง หล่อนต้องอึ้งมากแน่ๆ
"สามีใหม่ฉันอาจจะไม่ชอบข่าวฉาวนี้เท่าไหร่นะคะ คุณเด......อื้ออออ!?!?"มือหนาจับใบหน้าของเธอไว้แน่น ก่อนจะประกบริมฝีปากร้อนลงบนริมฝีปากอวบอิ่มของเจนิวาแน่นโดยไม่รุกล้ำ นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ เธอหลับตาแน่นพลางยกมือขึ้นทุบไหล่คนตัวโตตรงหน้า แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผล แม้เธอจะขัดขืนสักแค่ไหนก็ตาม แต่เดมก็ยังไม่ผละริมฝีปากร้อนของเขาออก"อื้ออ! อ่อย!"เสียงพูดอู้อี้พร้อมกับมือที่ทุบตีเขาไปหลายที ทำให้เดมค่อยๆ ถอนริมฝีปากออก พร้อมกับนัยน์ตาของเขาที่มองสบกับนัยน์ตาสวยของเธอด้วยความรู้สึกยากที่จะอธิบาย แม้จะเป็นรสจูบที่ไม่รุกล้ำ แต่มันกลับกัดกินลใหายใจร้อนทั้งคู่ให้หายใจหอบเป็นจังหวะเดียวกันเพี้ย!ใบหน้าคมของเดมหันไปตามแรง เมื่อฝ่ามือของหญิงสาวตรงหน้าฟาดลงบนแก้มของเขาอย่างไม่ออมมือ นัยน์ตากลมโตที่แดงฉาดมองเขาด้วยความโกรธ ไม่คิดว่าชายที่เคยแสดงแต่มุมดีๆ ความเป็นห่วงเป็นใยและความหวังดี บัดนี้กลับล่วงเกินเธอได้อย่างหน้าไม่อาย"พี่ขอโทษ"คำขอโทษเสียงเรียบพร้อมกับใบหน้าที่หันมามองเธอราวกับพึ่งรู้สึกตัวทำให้ริมฝีปากสวยกระจุกยิ้มเยาะเล็กน้อย"ทำผิดแล้วขอโทษ แฟร์ดีนะคะ คุณว่าไหม"เธอประชด ก่อน
"150 ล้านครับ"เสียงฮือฮาของผู้คนในงานดังขึ้นทันที เมื่อคุณชายตระกูลพัฒชรเดโชยกป้ายสีดำขลับในม่อ พร้อมกับประมูลด้วยตัวเลขที่สูงขึ้นถึง 50 ล้านบาทใบหน้าสวยหันไปมองคนข้างกายด้วยคิ้วขมวดเล็กน้อยอย่างไม่พอใจ ราคาชุดสร้อยเพชรเส้นนี้ มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าราคาไม่สามารถโดดไปไกลถึงขนาดนั้นได้ แบบนี้มันแกล้งกันชัดๆ เดมหันมองหญิงสาวข้างกาย ริมฝีปากยกยิ้มเล็กน้อยจนเจนิวาผงะ นี่เขาอยากจะแกล้งเธอจริงๆ งั้นสินะ"น่าอิจฉาน้ำตาลนะคะ มีคู่หมั้นใจป้ำขนาดนี้"น้ำเสียงประชดประชัน บวกกับใบหน้าที่ดูไม่สบอารมณ์ของหญิงสาว เรียกรอยยิ้มให้เดมได้ไม่น้อย เพราะอย่างน้อยๆ เธอก็ไม่ได้เมินเฉยเขาเพียงอย่างเดียวเหมือนทุกครั้ง"ยินดีกับคุณเดมอีกครั้งค่ะ"กล่องชุดเครื่องเพชรถูกนำมาให้เขาพร้อมกับเสียงปรบมือเกรียวกราว บ้างก็อิจฉาคู่หมั้นสาวที่แฟนหนุ่มเอาใจใส่ถึงขนาดนี้มือหนายื่นกล่องเครื่องเพชรไปยังตรงหน้าของเจนิวาที่นั่งอยู่ข้างกายด้วยรอยยิ้มบางๆ ซึ่งเธอก็หันมามองเขาด้วยใบหน้างุนงง"พี่ให้"คำพูดของเขาเล่นเอาเธอต้องถอนหายใจ พูดไปชัดเจนขนาดนั้น ชายตรงหน้าก็ยังไม่เข้าใจ นี่เขาแกล้งไม่ฉลาด หรือแค่ดื้อด้านกันแน่"ไม่จำเป
"สวัสดีทุกแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน และยินดีต้อนรับเข้าสู่งานประมูลเพชร ที่หรูหรา และยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศ จากบริษัทไดม่อนพาเลซค่ะ"เสียงปรบมือเกรียวกราวดังไปทั่วห้องโถงใหญ่ที่มีแขกดหรื่อมากหน้าหลายตานั่งเรียงรายกันเป็นตับ เพื่อประมูลเพชรที่หรูหราและถูกออกแบบมาพิเศษ เป็นชิ้นที่ไม่มีขายหน้าร้าน และมีเพียงชิ้นเดียวเท่านั้น ซึ่งแลกมากับราคาที่แพงหูฉี่จนแทบไม่ต้องบรรยายแถวหน้าเป็นพิเชษ และมีเจนนี่กับเจย์เดนนั่งขนาบข้าง เก้าอี้ด้านหลังก็เป็นเจนิวาที่นั่งอยู่มุมสุด เดมที่นั่งคั่นกลาง และน้ำตาลที่นั่งขนาบอีกด้านของเดมอีกที ส่วนนาธานนั้นแยกคัวไปนั่งกับเพื่อนที่ด้านหลัง"เอาล่ะค่ะ เรามาเริ่มชิ้นแรกกันดีกว่า ชิ้นแรก เป็นงานแจกันฝังเพชร และอัญมณีสีทองอร่าม วาดลวดลายแจกันด้วยนักวาดชื่อดังจากอเมริกา...."ของชิ้นแรกถูกเข็นออกมาจนผู้คนต่างฮือฮากับความสวยงาม ที่ส่องประกายเตะตา จนต้องยกป้ายประมูลกันถ้วนหน้า ของชิ้นแล้วชิ้นเล่าถูกประมูลไปเรื่อยๆ ซึ่งยังไม่มีชิ้นไหนที่ถูกตาเจนิวาเลยสักชิ้น"ลำดับต่อไป เป็นชุดเครื่องเพชร เหมาะสำหรับท่านผู้หญิงสุดสวยทั้งหลายค่ะ เริ่มกันที่ชิ้นแรก อัญมณีสีแดงสด สลับกับเพชรแ
"พี่เดม"มือเล็กยื่นแก้วไวน์ให้คู่หมั้นหนุ่มด้วยรอยยิ้มกว้าง ชุดเดรสเกาะอกสีดำขลับประดับด้วยเพชรระยิบระยับเข้ากับทรงผมที่เกล้าขึ้นพร้อมกับปิ่นหรูสว่างวาบ ส่วนคู่หมั้นหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างกันในในชุดสูทสีดำขลับ สวมทับด้วยเสื้อวูทสีแดงฉาด ทั้งสองนั่งขนาบข้างกันในงานประมูลเพชรของไดม่อนพาเลซ บริษัทขายเครื่องเพชรระดับประเทศ งานนี้จึงเต็มไปด้วยคนมีอำนาจ ชื่อเสียง เงิน และนักข่าว เรียกได้ว่าใครประมูลชิ้นราคาแพงๆ ไป ก็คงจะมีรายชื่อติดหนังสือพิมพ์ข่าวใหญ่รายเดือนของบก.เจ้าดังเมื่อวานตอนเย็น คำพูดของคนตัวเล็กที่หายไปห้าปียังคงก้องอยู่ในหูของเขา จากเด็กสาวน่ารักน่าชังน่าเอ็นดู ตอนนี้กลับเปลี่ยนไปคนละคน ยิ่งประโยคที่ได้ยินเมื่อวานยิ่งพาให้เดมนอนคิดทั้งคืน ว่านี่ใช่เจนิวาที่เขารู้จักรึเปล่า"คุณเดม"คนที่เดินเข้ามาทักด้วยรอยยิ้มพอใจคือนาธาน เขาใส่สูทสีน้ำเงินเรียบหรู ตาก็ปรายมองน้องสาวพลางถอนหายใจ"สวัสดีครับคุณนาธาน""ขอบคุณนะครับที่ยังให้โอกาสยัยนี่ได้ควง ไม่งั้นชาตินี้ไม่รู้จะขายออกรึเปล่า""ปากดีจริงๆ นะพี่ธาน"เดมยกยิ้มบางๆ กับการหยอกล้อกันของสองพี่น้องที่มักเห็นได้บ่อยครั้ง เรียกว่าความสัมพัน
"ฮึก!"เสียงสะอื้นของเด็กน้อยที่มุมห้องหลังผ่านไปห้านาทีดังก้องอยู่ในห้องนอนใหญ่ เจนิวามองลูกชายที่ยืนหันหลังเข้ามุมพบางถอนหายใจ เด็กเพียงสี่ขวบ ใจกล้าออกไปกันตามลำพัง แถมยังออกไปตาหาพ่อ นี่มันจะเกินไปแล้ว"มัมมี๊ ให้เจย์พอเถอะนะคะ"เด็กหญิงกอดมือแม่ หันมองพี่ชายฝาแฝดด้วยความสงสาร"เจย์เดนมานี่"และด้วยเสียงร้องสะอื้นของลูกชายและการขอร้องของลูกสาว สุดท้ายคนเป็นแม่อย่างเธอก็ใจอ่อนอยู่วันยังค่ำ เด็กน้อยยืนสะอื้น ก้มหน้าไม่สบตาแม่แม้แต่น้อย"เจนนี่ไปยืน"เด็กทั้งสองเบะปาก นานๆ ทีจะโดนแม่ดุ เพราะโดยปกติแล้วเจนิาาต้องออกไปทำงาน เวลาส่วนใหญ่จึงอยู่ที่บ้านกันตามลำพัง โอกาสที่จะโดนดุจึงแทบจะไม่มี"รู้รึเปล่าว่าทำผิดอะไร"แฝดสองก้อนพยักหน้า"เจนนี่พูดก่อน""เราออกไปไม่บอกมัมมี๊"เจนิวาถอนหายใจ หันมองลูกชายที่เช็ดน้ำตาป้อยๆ อย่างน่าสงสาร"เจย์เดนล่ะ""เจย์ไม่มีมารยาทกับคุณลุง"เธอถอนหายใจ อย่างน้อยเจ้าแฝดทั้งสองคนก็รู้เรื่อง โดยเฉพาะเจย์เดนที่พูดไปแบบนั้นต่อหน้าเดม หากน้ำตาลได้ยินเข้าปัญหาก็จะตามมาเป็นพรวน กลัวว่าพอคลาดสายตาลูกๆ จะเป็นอันตราย"แล้วทำไมถึงได้ออกไปแบบนั้น"เจย์เดนยื่นภาพใบหนึ่งให
"เด็กๆวันนี้อย่าดื้อนะลูก แม่ต้องออกไปซื้อยาบำรุงมาให้คุณปู่ทวด"เจย์เดนและเจนนี่พยักหน้ารับหงึกหงัก เช้านี้ทุกอย่างเป็นไปอย่างเรียบร้อย ปรีชา นาธาน และน้ำตาล ต่างออกไปทำงานและไปข้างนอกกันหมด ทำให้วันนี้ทั้งวันคฤหาสน์หลังใหญ่เงียบเชียบ มีเพียงเธอและลูก และคุณปู่อย่างสิระที่อยู่ด้านบน"มัมมี๊เดินทางปลอดนะครับ""ดูแลตัวเองดีๆนะคะ""เดี๋ยวแม่รีบกลับนะจ้ะ"เธอลูบหัวลูกชายและลูกสาว ขับรถออกจากบ้านโดยมีเด็กน้อยทั้งสองยืนโบกมือบ้ายบายข้างๆประภา"คุณหนู ไปเล่นที่สวนรอไหมคะ เดี๋ยวป้าไปทำขนมเค้กให้"เด็กน้อยตอบตกลงทันใด เมื่อประภาเข้าไปจัดการขนมในครัว เด็กน้อยทั้งสองคนก็รีบไปเปลี่ยนชุดทันที โค้ดสีน้ำตาลอ่อนตัวยาวถูกสวมทับเสื้อผ้าปกติ เด็กน้อยหยิบแว่นตามาใส่คนละอัน และไม่ลืมที่จะเปิดกล่องเล็กๆที่มีรูปของผู้เป็นแม่และเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา"ไปกันเถอะเจน"หนุ่มน้อยขยับแว่นตา หันมองน้องสาวอย่างจริงจัง"ไปกันเจย์""พี่เดม พรุ่งนี้ไปงานประมูลของไดม่อนพาเลซกันนะคะ น้ำตาลมีของที่อยากได้เยอะแยะเลย"มือเล็กกอดลำแขนหนาของคู่หมั้นหนุ่มอย่างเดมไว้อย่างออดอ้อน เข้าปีที่ห้าแล้วที่ทั้งสองคนมีสถานะเป็นคู่หมั้น







