Partager

ตำนานรัก ตำหนักเทพ
ตำนานรัก ตำหนักเทพ
Auteur: คนเล่านิทาน

บทนำ

last update Date de publication: 2026-01-20 23:45:38

ในพื้นที่สีขาวแห่งหนึ่ง

'ฉันตายแล้วนิแล้วที่นี่ที่ใหน คงเป็นสวรรค์สินะ 'ชายหนุ่มเขาได้คิดในใจ

"ที่นี่ไม่ใช่สวรรค์หรอกแต่เป็นห้วงมิติของสองโลกน่ะ"ชายวัยกลางคนที่สวมใส่ชุดจีนสีขาวอมเทาได้เอ่ยขึ้นมา

"แล้วคุณเป็นใคร รู้ได้ไงว่าผมคิดอะไรอยู่"ผมถามกับคนตรงหน้าด้วยสายตาที่ฉงน

"ข้ามีนานว่าฉีหรง เป็นเทพของมิติแห่งนี้แล้วเป็นผู้ดูแลโลกทั้งสอง" ชายวัยกลางคนเบื้องหน้าเขาได้เอ่ยแนะนำตัวออกไปเช่นนั้น

"ผมตายแล้วไม่ใช่หรอ แล้วมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ท่านรู้หรือไม่" ชายหนุ่มเขาได้เอ่ยถามด้วยความสงสัย

"เจ้าตายแล้วแต่ยังไม่หมดอายุขัย เจ้าเลยมาอยู่ในที่แห่งนี้ ที่นี่คือห้วงมิติแห่งความว่างเปล่า มีไว้ให้วิญญาณที่ยังไม่หมดอายุขัยมาอยู่รอเวลาไปเกิด"เทพฉีหรงตอบด้วยท่าทางที่ใจดี

"แล้วผมต้องอยู่ในที่แห่งนี่อีกนานมั้ยครับ กว่าจะได้ไปเกิดครับ" เมื่อชายหนุ่มไม่รู้ว่าตัวเองตายไปแล้วจริงๆ เขาก็ได้เอ่ยถามด้วยแววตาที่ว่างเปล่า

"ในยามนี้ตัวเจ้านั้นมีทางเลือกอยู่สองทาง คือหนึ่งรออยู่ในนี้ไปจนกว่าจะหมดอายุขัย สองไปเกิดใหม่ในร่างที่เศษวิญญาณเกี่ยวพันกันอยู่"เทพเบื้องหน้าเขาได้เอ่ยตอบข้อสงสัย

"แล้วถ้าผมไปเกิดใหม่แล้วเจ้าของร่างเขาจะไปอยู่ใหนครับ" แม้ว่าชายหนุ่มเขาจะรู้สึกดีที่จะได้ไปเกิดใหม่ แต่เขาก็คิดขึ้นได้ว่าถ้าตนไปเกิดใหม่แล้วเจ้าของร่างเขาจะไปอยู่ที่ไหน

"เจ้าของร่างนั้นหมดอายุขัยแล้วกำลังจะไปเกิดใหม่ "

"ผมถามได้ไหมครับ ทำไมเจ้าของร่างนั้นถึงตาย แล้วผมจะไปเกิดใหม่โลกใหม่เป็นยังไงครับ"เมื่อเขาได้คำตอบที่ค่อนข้างสบายใจแล้ว เขาก็ได้เอ่ยถามในโลกที่กำลังจะไปอยู่ว่ามันเป็นยังไง

"โลกที่เจ้าจะไปเกิดใหม่เป็นโลกที่เจ้าชอบอ่านยังไงล่ะ โลกนั้นจะมีทั้งเทพเซียน สัตว์อสูรของวิเศษและเผ่าปีศาจ เหมือนดั่งในนิยายที่เจ้าชอบอ่านยังไงล่ะถูกใจหรือไม่"เมื่อได้ยินเช่นนั้นทำให้  โอม ที่นั่งอยู่ที่พื้นนั้นตกใจเป็นอย่างมากเพราะโลกที่ท่านเทพบอกนั้น เป็นโลกที่ตนอยากอยู่มาก

"แล้วถ้าผมไม่ไปเกิดใหม่ที่ร่างนั้น ผมจะต้องอยู่ที่นี่ไปนานเท่าไหร่ครับ"แม้ว่าจะดีใจขนาดไหน แต่เขาก็ต้องเอ่ยถามไว้ก่อนเผื่อทางเลือกอื่นมันจะดีกว่า

"เจ้าต้องอยู่ที่นี่จนกว่าจะหมดสิ้นอายุขัย และชดใช้เวรกรรมของเจ้าในชาติที่แล้วจนหมด"

จากที่ข้าดูแล้วเจ้าจะต้องอยู่ที่นี่เป็นอย่างต่ำ 6,000 ปี เจ้าจะอยู่อย่างโดดเดี่ยวในที่แห่งนี้ตั้ง 6,000 ปีได้หรือไม่เล่า ถ้าได้ข้าจะไม่ต้องให้เจ้าไปเกิดใหม่ในร่างนั้นและทำให้ร่างนั้นสลายไป" เทพเบื้องหน้าเขาได้เอ่ยตอบคำถามโดยไม่มีทีท่าว่าจะหงุดหงิด กลับกันเขายิ่งชื่นชอบให้อีกฝ่ายถามคำถามมาเรื่อยๆ

"ถ้าเช่นนั้นผมขอถามได้หรือไม่ว่าร่างที่ผมจะไปอยู่นั้นเป็นยังไง" แม้ดีใจว่าจะได้ไปเกิดใหม่ แต่เขาก็อยากรู้อีกเหมือนเดิมว่า ร่างที่ไปอยู่ใหม่มีรูปพรรณสังขารเป็นเช่นไร เขาจะได้ทำใจถ้าหากมันขี้ริ้วขี้เหร่

"ร่างที่เจ้าจะไปอยู่นั้นเป็นผู้ฝึกตนระดับสูงถึงระดับเทพจักรพรรดิแล้ว และการที่เขาตายนั้นเขาโดนทันฑ์สวรรค์นับพันสายฟาดใส่ลงที่เขา จนเขาบรรลุเป็นมหาเทพ แต่ตัวของเขาไม่สามารถทนอาการบาดเจ็บได้ จนทำให้ธาตุไฟเข้าแทรกตบะแตกจนตาย "

"และการที่เขาไม่สามารถทนทันฑ์สวรรค์ได้เพราะวิญญาณของเขาไม่สมบูรณ์ จึงทำให้รับทัณฑ์สวรรค์ไม่ไหว และการที่เจ้าได้เข้ามาในร่างเขาก็เหมือนกับมาสานความต้องการของเขาให้สมบูรณ์และเป็นการชดเชยจากข้าที่ต้องทำให้เขาต้องตาย" เมื่อเอ่ยมาถึงประโยคนี้ แทบเบื้องหน้าก็มีสีหน้าที่เศร้าหมองไม่ใช่น้อย

"หมายความว่ายังไง? ที่บอกว่าท่านทำให้เขาต้องตาย"โอมได้ถามท่านเทพ

"เพราะตอนที่จะทำให้เขาเกิด ข้าได้ทำผิดพลาดทำให้วิญญาณเขาแตกออกมาเสี่ยงนึงไปเกิดอีกโลกหนึ่งซึ่งเป็นเจ้ายังไงล่ะ เลยทำให้วิญญาณเขาไม่สมบูรณ์ จนรับทัณฑ์สวรรค์ไม่ไหว ข้าก็เลยนำวิญญาณของเจ้าที่ตายแล้วจากโลกฝั่งนั้นมาหลอมรวมกับกายของเขาในโลกนี้ เพื่อเป็นการชดเชยความผิดพลาดในครั้งนั้น" ยิ่งเมื่ออธิบายมาถึงตรงนี้สีหน้าของเขาก็ยิ่งดูเศร้าหมองมากกว่าเดิม

"ถ้าเช่นนั้นผมตกลงที่จะไปเกิดใหม่ในร่างนั้นครับ แต่ผมขออะไรท่านเทพสักอย่างได้หรือไม่"

"เจ้าอยากจะขออะไรล่ะ ถ้าข้าให้ได้ข้าก็จะให้" เมื่อเทพเบื้องหน้าได้ยินโอมเคยออกไปเช่นนั้น สีหน้าของเขาก็ดีขึ้นมาเล็กน้อย

''ถ้าเช่นนั้นผมอยากจะขอให้มีความทรงจำของร่างเก่าทั้งหมดครับ และขอให้สามารถใช้พลังทั้งหมดที่เขามีได้ครับ ขอแค่นี้คงไม่เป็นอะไรหรอกมั้งครับ"

"ได้ถ้าเช่นนั้นข้าจะให้เจ้าสมปรารถนาทุกคำขอ และข้าจะขอชดเชยด้วยห้วงมิติที่มีพลังปราณสูง และผลไม้วิเศษ ดอกไม้วิเศษ แม่น้ำวิเศษ อากาศที่พิเศษและมอบอาวุธเทพประจำตัวให้คือ ไม้เท้ามหาธาตุเป็นของชดเชยให้"ท่านเทพกล่าวอย่างใจดีด้วยรอยยิ้ม

"ขอบคุณขอรับขอบคุณท่านเทพมากขอรับ"

"ไม่เป็นไรเจ้าจงไปใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและข้าจะเฝ้ามองเจ้าจากข้างบน ไปเถอะได้เวลาที่เจ้าจะต้องไปเกิดใหม่แล้ว"เมื่อพูดจบท่านเทพสะบัดมือหนึ่งที มันก็เกิดห้วงมิติสีขาวขึ้นมาด้านหลังแล้วดูดคนที่นั่งอยู่ข้างหน้าเข้าไปในห้วงมิตินั้นแล้วหายไปจากมิติสีขาวแห่งนี้

"ขอให้เจ้ามีความสุขเด็กน้อยของข้า"

เมื่อท่านเทพกล่าวจบทุกสิ่งทุกอย่างก็เลือนหายไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เป็นยังไงบ้างครับนิยายเรื่องแรกของผมถ้ามีอะไรผิดพลาดสามารถบอกผมได้ทุกเมื่อนะครับขอบคุณครับ

ังไงก็ฝากังไงก็ฝากกดไลค์คอมเม้นได้ตลอดนะครับฟังเสมอครับ

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ตำนานรัก ตำหนักเทพ    ภาค 2 บทที่ 1 ออกเดินทางท่องเที่ยว

    เมื่อส่งเหล่าลูกศิษย์เสร็จป๋ายเฉียนเจิน ก็ได้เดินทางออกจากเมืองหลวงเข้าสู่หมู่บ้านชายเมืองทันทีเพื่อเริ่มเป็นจุดท่องเที่ยวจุดแรก "ในที่สุดข้าก็ได้เที่ยวสักที เฮ้อ มีความสุขจังเลย "การเดินทางครั้งนี้ของป๋ายเฉียนเจินนั้นเขาเดินทางด้วยการเดินเท้าเพื่อที่จะได้รับชมบรรยากาศที่งดงามไปเรื่อยๆ ร่างบางก็ได้เดินชมนกชมไม้อย่างนั้นไปเรื่อยๆจนเวลาล่วงเลยผ่านไปได้ 1 เดือนร่างบางก็ได้มาถึงจุดหมายที่ตนต้องการ "การเริ่มต้นท่องเที่ยวครั้งนี้ข้าขอเริ่มต้นที่เมือง แสงตะวัน เป็นเมืองแรกก็แล้วกัน "เมื่อกล่าวจบร่างบางก็ได้เดินไปที่ประตูเมืองก็ได้สังเกตเห็นความผิดปกติ เพราะที่หน้าประตูเมืองไม่มีทหารคอยเฝ้าประตู "เหตุใดเมืองนี้ถึงดูเงียบเหงาร้างผู้คนเช่นนี้นะ มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า"ทันทีที่กล่าวจบร่างบางก็ได้ใช้วิชาเนตรของตนส่องไปทั่วทั้งเมือง ก็ได้พบเห็นว่าคนทั้งเมืองนั้นต่างโดนปีศาจสิงฝันทำให้หลับไหลโดยไม่มีวันตื่นจนกว่าจะร่างกายจะแห้งเหี่ยวจนเหลือเพียงแต่กระดูก ในขณะที่ป๋ายเฉียนเจินกำลังจะเดินเข้าไปภายในเมืองก็ได้มีเสียงหนึ่งตะโกนขึ้นมา'ท่านที่อยู่ตรงนั้นอย่าได้เข้าไปที่เมืองนั้นเด็ดขาดเพราะ

  • ตำนานรัก ตำหนักเทพ    บทที่ 23 กลายเป็นมหาเทพเต็มตัว

    เมื่อเข้ามาถึงด้านในเฉียนเจินก็ได้ขึ้นไปนั่งบนแท่นทันทีแล้วได้ทำการรวบรวมพลัง แล้วได้นั่งสมาธิ วันเวลาไม่ผ่านไป 3 วัน ก็ได้มีเสียงปรากฏขึ้นมาภายในถ้ำ "ท่านคือผู้ใด "เฉียนเจินได้เอ่ยถามขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียง "ข้าคือเจตจำนงค์แห่งสามโลก" เสียงนั้นได้ตอบกลับ "แล้วท่านมาทำอันใดในที่แห่งนี้ เพราะตัวข้านั้นได้เลื่อนระดับเป็นมหาเทพแล้ว ""จริงอยู่ที่เจ้าเลื่อนระดับเป็นมหาเทพแล้ว แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่ร่างกายภายนอกของเจ้าหาใช่จิตวิญญาณของเจ้าไม่ ""ท่านหมายความว่าอย่างไรข้าไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่นัก ""หมายความว่าแม้กายเจ้าจะเลื่อนระดับเป็นมหาเทพแล้วแต่ตัวเจ้าที่มาจากโลกอื่น แล้วไม่ได้รับทันสวรรค์ด้วยจึงทำให้ไม่สามารถกลายเป็นมหาเทพที่สมบูรณ์ได้ ดังนั้นในตอนนี้ตัวของเจ้านั้นมีคุณสมบัติมากพอที่จะทำให้เลื่อนเป็นมหาเทพเต็มตัวได้ เจ้าตกลงหรือไม่ ""การที่ข้าจะกลายเป็นมหาเทพเต็มตัวได้นั้นต้องทำเช่นไร ""เรื่องนี้ไม่ยากเจ้าแค่เพียงรับทันสวรรค์ให้ได้ 108 ครั้งเจ้าก็จะสามารถกลายเป็นมหาเทพเต็มตัวและไม่เพียงเท่านี้ลูกศิษย์หลานศิษย์และทุกสรรพชีวิตที่อยู่กับเจ้าทุกคนก็จะได้รับพรพิเศษด้วย ""ถ้าเช่นนั้นข้าข

  • ตำนานรัก ตำหนักเทพ    บทที่ 22 วิชาประจำตัวของลูกศิษย์

    เฮือก!!!!!ทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างก็กลั้นหายใจแล้วทรุดลงกับพื้นเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังอันมหาศาลที่เอ่อล้นออกมา เฉียนเจินในตอนนี้ได้โมโหเป็นอย่างมากจึงปลดปล่อยพลังออกมา 1 ใน 10 ส่วน เพื่อที่จะต้องการข่มขวัญศัตรูทั้งหมด "พวกเจ้าจงรีบไปซะอย่าให้ข้าหงุดหงิดไปมากกว่านี้ ถ่อยไป!!!!!!! "ร่างบางได้ตะโกนออกมาพร้อมทั้งใส่พลังเข้าไปพร้อมกับเสียงที่ตะโกน อึกกกก ผู้คนที่ขวางทางอยู่ก็ได้คุกเข่าแล้วก็อัดเลือดออกมาด้วยอาการบาดเจ็บภายในที่รุนแรง "เจ้าอย่าได้ใช้พลังของเจ้าในการข่มขู่พวกข้าไม่ว่าจะยังไง 3 คนแม่ลูกนั้นต้องอยู่ที่นี่!!!! "เจ้าสำนักมังกรทองได้เอ่ยออกมาแล้วก็อัดเลือดอีกครั้ง"ถ้าพวกเจ้ามีปัญญาก็ลองชิงตัวไปจากข้าสิตอนนี้ข้าโมโหถึงขีดจำกัดแล้วถ้าพวกเจ้ายังไม่หยุดอย่าหาว่าข้าไม่เตือนเจ้าพวกเด็กเหลือขอทั้งหลาย"ร่างบางได้เอ่ยแล้วใส่พลังการโจมตีเพิ่มขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง ในตอนนี้นอกจากเจ้าสำนักมังกรทองคนที่เหลือต่างก็นอนศิโรราบลงไปกับพื้นพร้อมกระอักเลือดออกมาไม่หยุด"ท่านได้โปรดจงหยุดเพียงเท่านี้" เสียงชายชราคนหนึ่งได้ปรากฏขึ้น "การที่เจ้าบอกให้ข้าหยุดตัวเจ้าเองต้องบอกคนของเจ้ามากกว่า "

  • ตำนานรัก ตำหนักเทพ    บทที่ 21 การประลองครั้งสุดท้าย 2

    ทั้งสองพูดคุยกันได้ไม่นานก็ได้ลงมาที่ลานประลอง เมื่อกรรมการเห็นว่าทั้งสองลงมาที่ลานประลองแล้วก็ได้ประกาศเริ่มการประลองทันที "ศิษย์น้องศิษย์พี่ให้โอกาสจะลงมือก่อน" เสี่ยวชิงบอกกับหลานเซียน"ถ้าเช่นนั้น ข้าก็ขอเริ่มเลยแล้วกัน" เมื่อกล่าวจบหลานเซียนก็ได้เรียกอาวุธประจำกายตนออกมา ในตอนนี้ในมือของหลานเซียนก็ได้ปรากฎพลองคู่นึง"ไม่คิดว่าเจ้าจะใช้อาวุธประจำตัวเลยในการต่อสู้ครั้งนี้ ""การได้ประลองกับศิษย์พี่เป็นอะไรที่หาได้ยากศิษย์น้องจะออมมือได้เช่นไร"ทันทีที่กล่าวจบก็ได้ฟาดพลองตีเทพในมือใส่ศิษย์พี่ ตูม!!!!!! เสียงพองตีเทพฟาดลงกับพื้นดังสนั่น ฟิ้วๆๆๆๆๆๆๆๆๆ กลีบดอกไม้นับไม่ถ้วนบินกลับมาตอบโต้ ในตอนนี้เสี่ยวชิงได้เริ่มโจมตีกลับแล้ว เมื่อเห็นดังนั้นหลานเซียนได้หัวเราะออกมาเสียงดังด้วยความสนุก แล้วได้เริ่มหันกลับไปโจมตีใส่อีกครั้ง ในตอนนี้ทั้งสองฝ่ายต่างโจมตีใส่กันอย่างดุเดือด "แซ่ปัดหางมังกร"เสี่ยวชิงได้เรียกอาวุธประจำตัวของตนออกมา แล้วได้สะบัดไปตั้งรับอาวุธของศิษย์น้องตน ตูม!!! "72 โพธิสัตว์โปรดโลก โพธิสัตว์ที่ 13 ฝ่ามือสยบมาร" เมื่อกล่าวจบก็ได้ซัดฝ่ามือใส่ไปที่พองของหลานเซียน "กระบวน

  • ตำนานรัก ตำหนักเทพ    บทที่ 20 การประลองวันสุดท้าย

    เมื่อได้ยินเช่นนั้นป๋ายเฉียนเจินก็ได้หันกลับมามอง 3 คนแม่ลูกที่นั่งคุกเข่าอยู่กับพื้น "พวกเจ้าว่าสิ่งใดนะ ข้าได้ยินไม่ค่อยถนัดนัก""ผู้น้อยอยากจะขอให้ท่านเจ้าสำนักรับบุตรของผู้น้อยเป็นลูกศิษย์ด้วยเจ้าค่ะ ""แล้วเหตุใดต้องเป็นสำนักเล็กๆเช่นข้าสำนักใหญ่ในเมืองหลวงแห่งนี้ก็มีตั้งหลายสิบสำนักเหตุใดถึงไม่เอาไปเข้าที่เหล่านั้น ""ขอเรียนท่านเจ้าสำนักตามตรงบุตรข้าทั้งสองคนนี้กำลังถูกตามล่าจากสำนักใหญ่ทั้ง 7 อยู่เจ้าค่ะ ""แล้วเหตุใดสำนักใหญ่ทั้ง 7 ต้องตามล่าลูกเจ้าด้วยเล่า ลูกของเจ้านั้นมีสิ่งใดที่ต่างจากผู้อื่นถ้าเจ้าไม่ตอบข้าข้าก็จะไม่รับ" เมื่ออีกฝ่ายได้ยินเช่นนั้นก็นิ่งไปสักพักแล้วก็ได้เอ่ยออกมา "ขอบอกท่านเจ้าสำนักตามตรงเจ้าค่ะ บุตรข้าทั้งสองคนนั้นเป็นลูกของเจ้ายุทธภพในอดีตแล้วในตัวของลูกข้านั้นได้มีกุญแจเปิดคลังสมบัติและตำราวิชาความรู้ทั้งหมดที่สามีของข้านั้นได้รวบรวมเอาไว้ พวกสำนักใหญ่ทั้ง 7 ต้องการที่จะเปิดคลังสมบัติให้ได้ก็เลยมาตามล่าลูกของข้าเจ้าค่ะ ""แล้วทำไมพวกเจ้า 3 คนแม่ลูกถึงรอดออกมาได้เพราะถ้า 7 สำนักใหญ่ปิดล้อมบ้านของพวกเจ้าเอาไว้ยังไงพวกเจ้าก็ไม่สามารถหนีออกมาได้แล้วยังมี

  • ตำนานรัก ตำหนักเทพ    บทที่ 19 การประลองกลุ่ม

    เมื่อสิ้นเสียงนั้นทุกคนก็ได้หันไปมองด้านบนของลานประลองทันที ก็ได้พบฮ่องเต้ของแคว้นยืนขึ้นจากบัลลังก์ของตนแล้วเดินออกมา''การประลองครั้งนี้ ข้าเห็นสมควรว่าควรจะยุติได้แล้วเพราะยังไงอีกฝั่งก็เป็นถึงเจ้าสำนักของ 7 สำนักใหญ่ของแคว้น อย่าทำให้บาดหมางน้ำใจกันเลย " ฮ่องเต้เอ่ยออกมา เมื่อเฉียนเจินได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างดูถูก "ในเมื่อท่านต้องการให้เป็นเช่นนั้นข้าก็ไม่ว่าอันใด จะได้รู้ไว้ว่าคนที่นี่พูดไม่เป็นคำพูดสัจจะไม่เป็นสัจจะ ถ้าเช่นนั้นก็เริ่มประลองต่อได้ถ้าไม่ถืออยู่แล้วสำหรับคนเช่นนี้" เฉียนเจินเอ่ยออกมาด้วยท่าทีที่สบายแต่ผิดกับทุกคนที่ได้ยินที่ตอนนี้ต่างโกรธเป็นอย่างมากที่ตนโดนดูถูก แต่ก็กลับไปนั่งที่ของตนเองแต่โดยดีโดยที่ไม่ทำการขอโทษแม้เพียงคำเดียว "พวกเจ้าทั้งหมดจงฟังคำของอาจารย์ไว้นับตั้งแต่การประลองครั้งนี้เป็นต้นไปพวกเจ้าทั้งหมดจงทำให้เต็มที่ไม่ต้องไว้หน้าใครทั้งนั้น!!'ร่างบางเอ่ยออกมาเสียงดังเพื่อให้ทุกคนได้รับรู้ว่าต่อแต่นี้เป็นต้นไปตนจะเอาจริงแล้ว ทางด้านของสำนักที่เหลือต่างก็นั่งเครียดเป็นอย่างมากเพราะถ้าอีกฝ่ายเอาจริงพวกตนคงไม่มีปัญญาที่จะต่อต้านได้จึงหันไปบอกแต่ลูก

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status