LOGIN"ตำหนักสวรรค์เผ่าสวรรค์ ในเมื่อพวกเจ้ากล้าทำร้ายคนรักของข้า จงเตรียมตัวรอรับการแก้แค้นจากข้า ต่อให้ข้าต้องตาย ข้าจะทำให้พวกเจ้าตายไปกับข้าให้สาสมกับที่พวกเจ้าทำ"
View Moreในพื้นที่สีขาวแห่งหนึ่ง
'ฉันตายแล้วนิแล้วที่นี่ที่ใหน คงเป็นสวรรค์สินะ 'ชายหนุ่มเขาได้คิดในใจ "ที่นี่ไม่ใช่สวรรค์หรอกแต่เป็นห้วงมิติของสองโลกน่ะ"ชายวัยกลางคนที่สวมใส่ชุดจีนสีขาวอมเทาได้เอ่ยขึ้นมา "แล้วคุณเป็นใคร รู้ได้ไงว่าผมคิดอะไรอยู่"ผมถามกับคนตรงหน้าด้วยสายตาที่ฉงน "ข้ามีนานว่าฉีหรง เป็นเทพของมิติแห่งนี้แล้วเป็นผู้ดูแลโลกทั้งสอง" ชายวัยกลางคนเบื้องหน้าเขาได้เอ่ยแนะนำตัวออกไปเช่นนั้น "ผมตายแล้วไม่ใช่หรอ แล้วมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ท่านรู้หรือไม่" ชายหนุ่มเขาได้เอ่ยถามด้วยความสงสัย "เจ้าตายแล้วแต่ยังไม่หมดอายุขัย เจ้าเลยมาอยู่ในที่แห่งนี้ ที่นี่คือห้วงมิติแห่งความว่างเปล่า มีไว้ให้วิญญาณที่ยังไม่หมดอายุขัยมาอยู่รอเวลาไปเกิด"เทพฉีหรงตอบด้วยท่าทางที่ใจดี "แล้วผมต้องอยู่ในที่แห่งนี่อีกนานมั้ยครับ กว่าจะได้ไปเกิดครับ" เมื่อชายหนุ่มไม่รู้ว่าตัวเองตายไปแล้วจริงๆ เขาก็ได้เอ่ยถามด้วยแววตาที่ว่างเปล่า "ในยามนี้ตัวเจ้านั้นมีทางเลือกอยู่สองทาง คือหนึ่งรออยู่ในนี้ไปจนกว่าจะหมดอายุขัย สองไปเกิดใหม่ในร่างที่เศษวิญญาณเกี่ยวพันกันอยู่"เทพเบื้องหน้าเขาได้เอ่ยตอบข้อสงสัย "แล้วถ้าผมไปเกิดใหม่แล้วเจ้าของร่างเขาจะไปอยู่ใหนครับ" แม้ว่าชายหนุ่มเขาจะรู้สึกดีที่จะได้ไปเกิดใหม่ แต่เขาก็คิดขึ้นได้ว่าถ้าตนไปเกิดใหม่แล้วเจ้าของร่างเขาจะไปอยู่ที่ไหน "เจ้าของร่างนั้นหมดอายุขัยแล้วกำลังจะไปเกิดใหม่ " "ผมถามได้ไหมครับ ทำไมเจ้าของร่างนั้นถึงตาย แล้วผมจะไปเกิดใหม่โลกใหม่เป็นยังไงครับ"เมื่อเขาได้คำตอบที่ค่อนข้างสบายใจแล้ว เขาก็ได้เอ่ยถามในโลกที่กำลังจะไปอยู่ว่ามันเป็นยังไง "โลกที่เจ้าจะไปเกิดใหม่เป็นโลกที่เจ้าชอบอ่านยังไงล่ะ โลกนั้นจะมีทั้งเทพเซียน สัตว์อสูรของวิเศษและเผ่าปีศาจ เหมือนดั่งในนิยายที่เจ้าชอบอ่านยังไงล่ะถูกใจหรือไม่"เมื่อได้ยินเช่นนั้นทำให้ โอม ที่นั่งอยู่ที่พื้นนั้นตกใจเป็นอย่างมากเพราะโลกที่ท่านเทพบอกนั้น เป็นโลกที่ตนอยากอยู่มาก "แล้วถ้าผมไม่ไปเกิดใหม่ที่ร่างนั้น ผมจะต้องอยู่ที่นี่ไปนานเท่าไหร่ครับ"แม้ว่าจะดีใจขนาดไหน แต่เขาก็ต้องเอ่ยถามไว้ก่อนเผื่อทางเลือกอื่นมันจะดีกว่า "เจ้าต้องอยู่ที่นี่จนกว่าจะหมดสิ้นอายุขัย และชดใช้เวรกรรมของเจ้าในชาติที่แล้วจนหมด" จากที่ข้าดูแล้วเจ้าจะต้องอยู่ที่นี่เป็นอย่างต่ำ 6,000 ปี เจ้าจะอยู่อย่างโดดเดี่ยวในที่แห่งนี้ตั้ง 6,000 ปีได้หรือไม่เล่า ถ้าได้ข้าจะไม่ต้องให้เจ้าไปเกิดใหม่ในร่างนั้นและทำให้ร่างนั้นสลายไป" เทพเบื้องหน้าเขาได้เอ่ยตอบคำถามโดยไม่มีทีท่าว่าจะหงุดหงิด กลับกันเขายิ่งชื่นชอบให้อีกฝ่ายถามคำถามมาเรื่อยๆ "ถ้าเช่นนั้นผมขอถามได้หรือไม่ว่าร่างที่ผมจะไปอยู่นั้นเป็นยังไง" แม้ดีใจว่าจะได้ไปเกิดใหม่ แต่เขาก็อยากรู้อีกเหมือนเดิมว่า ร่างที่ไปอยู่ใหม่มีรูปพรรณสังขารเป็นเช่นไร เขาจะได้ทำใจถ้าหากมันขี้ริ้วขี้เหร่ "ร่างที่เจ้าจะไปอยู่นั้นเป็นผู้ฝึกตนระดับสูงถึงระดับเทพจักรพรรดิแล้ว และการที่เขาตายนั้นเขาโดนทันฑ์สวรรค์นับพันสายฟาดใส่ลงที่เขา จนเขาบรรลุเป็นมหาเทพ แต่ตัวของเขาไม่สามารถทนอาการบาดเจ็บได้ จนทำให้ธาตุไฟเข้าแทรกตบะแตกจนตาย " "และการที่เขาไม่สามารถทนทันฑ์สวรรค์ได้เพราะวิญญาณของเขาไม่สมบูรณ์ จึงทำให้รับทัณฑ์สวรรค์ไม่ไหว และการที่เจ้าได้เข้ามาในร่างเขาก็เหมือนกับมาสานความต้องการของเขาให้สมบูรณ์และเป็นการชดเชยจากข้าที่ต้องทำให้เขาต้องตาย" เมื่อเอ่ยมาถึงประโยคนี้ แทบเบื้องหน้าก็มีสีหน้าที่เศร้าหมองไม่ใช่น้อย "หมายความว่ายังไง? ที่บอกว่าท่านทำให้เขาต้องตาย"โอมได้ถามท่านเทพ "เพราะตอนที่จะทำให้เขาเกิด ข้าได้ทำผิดพลาดทำให้วิญญาณเขาแตกออกมาเสี่ยงนึงไปเกิดอีกโลกหนึ่งซึ่งเป็นเจ้ายังไงล่ะ เลยทำให้วิญญาณเขาไม่สมบูรณ์ จนรับทัณฑ์สวรรค์ไม่ไหว ข้าก็เลยนำวิญญาณของเจ้าที่ตายแล้วจากโลกฝั่งนั้นมาหลอมรวมกับกายของเขาในโลกนี้ เพื่อเป็นการชดเชยความผิดพลาดในครั้งนั้น" ยิ่งเมื่ออธิบายมาถึงตรงนี้สีหน้าของเขาก็ยิ่งดูเศร้าหมองมากกว่าเดิม "ถ้าเช่นนั้นผมตกลงที่จะไปเกิดใหม่ในร่างนั้นครับ แต่ผมขออะไรท่านเทพสักอย่างได้หรือไม่" "เจ้าอยากจะขออะไรล่ะ ถ้าข้าให้ได้ข้าก็จะให้" เมื่อเทพเบื้องหน้าได้ยินโอมเคยออกไปเช่นนั้น สีหน้าของเขาก็ดีขึ้นมาเล็กน้อย ''ถ้าเช่นนั้นผมอยากจะขอให้มีความทรงจำของร่างเก่าทั้งหมดครับ และขอให้สามารถใช้พลังทั้งหมดที่เขามีได้ครับ ขอแค่นี้คงไม่เป็นอะไรหรอกมั้งครับ" "ได้ถ้าเช่นนั้นข้าจะให้เจ้าสมปรารถนาทุกคำขอ และข้าจะขอชดเชยด้วยห้วงมิติที่มีพลังปราณสูง และผลไม้วิเศษ ดอกไม้วิเศษ แม่น้ำวิเศษ อากาศที่พิเศษและมอบอาวุธเทพประจำตัวให้คือ ไม้เท้ามหาธาตุเป็นของชดเชยให้"ท่านเทพกล่าวอย่างใจดีด้วยรอยยิ้ม "ขอบคุณขอรับขอบคุณท่านเทพมากขอรับ" "ไม่เป็นไรเจ้าจงไปใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและข้าจะเฝ้ามองเจ้าจากข้างบน ไปเถอะได้เวลาที่เจ้าจะต้องไปเกิดใหม่แล้ว"เมื่อพูดจบท่านเทพสะบัดมือหนึ่งที มันก็เกิดห้วงมิติสีขาวขึ้นมาด้านหลังแล้วดูดคนที่นั่งอยู่ข้างหน้าเข้าไปในห้วงมิตินั้นแล้วหายไปจากมิติสีขาวแห่งนี้ "ขอให้เจ้ามีความสุขเด็กน้อยของข้า" เมื่อท่านเทพกล่าวจบทุกสิ่งทุกอย่างก็เลือนหายไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เป็นยังไงบ้างครับนิยายเรื่องแรกของผมถ้ามีอะไรผิดพลาดสามารถบอกผมได้ทุกเมื่อนะครับขอบคุณครับ ังไงก็ฝากังไงก็ฝากกดไลค์คอมเม้นได้ตลอดนะครับฟังเสมอครับเมื่อส่งเหล่าลูกศิษย์เสร็จป๋ายเฉียนเจิน ก็ได้เดินทางออกจากเมืองหลวงเข้าสู่หมู่บ้านชายเมืองทันทีเพื่อเริ่มเป็นจุดท่องเที่ยวจุดแรก "ในที่สุดข้าก็ได้เที่ยวสักที เฮ้อ มีความสุขจังเลย "การเดินทางครั้งนี้ของป๋ายเฉียนเจินนั้นเขาเดินทางด้วยการเดินเท้าเพื่อที่จะได้รับชมบรรยากาศที่งดงามไปเรื่อยๆ ร่างบางก็ได้เดินชมนกชมไม้อย่างนั้นไปเรื่อยๆจนเวลาล่วงเลยผ่านไปได้ 1 เดือนร่างบางก็ได้มาถึงจุดหมายที่ตนต้องการ "การเริ่มต้นท่องเที่ยวครั้งนี้ข้าขอเริ่มต้นที่เมือง แสงตะวัน เป็นเมืองแรกก็แล้วกัน "เมื่อกล่าวจบร่างบางก็ได้เดินไปที่ประตูเมืองก็ได้สังเกตเห็นความผิดปกติ เพราะที่หน้าประตูเมืองไม่มีทหารคอยเฝ้าประตู "เหตุใดเมืองนี้ถึงดูเงียบเหงาร้างผู้คนเช่นนี้นะ มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า"ทันทีที่กล่าวจบร่างบางก็ได้ใช้วิชาเนตรของตนส่องไปทั่วทั้งเมือง ก็ได้พบเห็นว่าคนทั้งเมืองนั้นต่างโดนปีศาจสิงฝันทำให้หลับไหลโดยไม่มีวันตื่นจนกว่าจะร่างกายจะแห้งเหี่ยวจนเหลือเพียงแต่กระดูก ในขณะที่ป๋ายเฉียนเจินกำลังจะเดินเข้าไปภายในเมืองก็ได้มีเสียงหนึ่งตะโกนขึ้นมา'ท่านที่อยู่ตรงนั้นอย่าได้เข้าไปที่เมืองนั้นเด็ดขาดเพราะ
เมื่อเข้ามาถึงด้านในเฉียนเจินก็ได้ขึ้นไปนั่งบนแท่นทันทีแล้วได้ทำการรวบรวมพลัง แล้วได้นั่งสมาธิ วันเวลาไม่ผ่านไป 3 วัน ก็ได้มีเสียงปรากฏขึ้นมาภายในถ้ำ "ท่านคือผู้ใด "เฉียนเจินได้เอ่ยถามขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียง "ข้าคือเจตจำนงค์แห่งสามโลก" เสียงนั้นได้ตอบกลับ "แล้วท่านมาทำอันใดในที่แห่งนี้ เพราะตัวข้านั้นได้เลื่อนระดับเป็นมหาเทพแล้ว ""จริงอยู่ที่เจ้าเลื่อนระดับเป็นมหาเทพแล้ว แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่ร่างกายภายนอกของเจ้าหาใช่จิตวิญญาณของเจ้าไม่ ""ท่านหมายความว่าอย่างไรข้าไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่นัก ""หมายความว่าแม้กายเจ้าจะเลื่อนระดับเป็นมหาเทพแล้วแต่ตัวเจ้าที่มาจากโลกอื่น แล้วไม่ได้รับทันสวรรค์ด้วยจึงทำให้ไม่สามารถกลายเป็นมหาเทพที่สมบูรณ์ได้ ดังนั้นในตอนนี้ตัวของเจ้านั้นมีคุณสมบัติมากพอที่จะทำให้เลื่อนเป็นมหาเทพเต็มตัวได้ เจ้าตกลงหรือไม่ ""การที่ข้าจะกลายเป็นมหาเทพเต็มตัวได้นั้นต้องทำเช่นไร ""เรื่องนี้ไม่ยากเจ้าแค่เพียงรับทันสวรรค์ให้ได้ 108 ครั้งเจ้าก็จะสามารถกลายเป็นมหาเทพเต็มตัวและไม่เพียงเท่านี้ลูกศิษย์หลานศิษย์และทุกสรรพชีวิตที่อยู่กับเจ้าทุกคนก็จะได้รับพรพิเศษด้วย ""ถ้าเช่นนั้นข้าข
เฮือก!!!!!ทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างก็กลั้นหายใจแล้วทรุดลงกับพื้นเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังอันมหาศาลที่เอ่อล้นออกมา เฉียนเจินในตอนนี้ได้โมโหเป็นอย่างมากจึงปลดปล่อยพลังออกมา 1 ใน 10 ส่วน เพื่อที่จะต้องการข่มขวัญศัตรูทั้งหมด "พวกเจ้าจงรีบไปซะอย่าให้ข้าหงุดหงิดไปมากกว่านี้ ถ่อยไป!!!!!!! "ร่างบางได้ตะโกนออกมาพร้อมทั้งใส่พลังเข้าไปพร้อมกับเสียงที่ตะโกน อึกกกก ผู้คนที่ขวางทางอยู่ก็ได้คุกเข่าแล้วก็อัดเลือดออกมาด้วยอาการบาดเจ็บภายในที่รุนแรง "เจ้าอย่าได้ใช้พลังของเจ้าในการข่มขู่พวกข้าไม่ว่าจะยังไง 3 คนแม่ลูกนั้นต้องอยู่ที่นี่!!!! "เจ้าสำนักมังกรทองได้เอ่ยออกมาแล้วก็อัดเลือดอีกครั้ง"ถ้าพวกเจ้ามีปัญญาก็ลองชิงตัวไปจากข้าสิตอนนี้ข้าโมโหถึงขีดจำกัดแล้วถ้าพวกเจ้ายังไม่หยุดอย่าหาว่าข้าไม่เตือนเจ้าพวกเด็กเหลือขอทั้งหลาย"ร่างบางได้เอ่ยแล้วใส่พลังการโจมตีเพิ่มขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง ในตอนนี้นอกจากเจ้าสำนักมังกรทองคนที่เหลือต่างก็นอนศิโรราบลงไปกับพื้นพร้อมกระอักเลือดออกมาไม่หยุด"ท่านได้โปรดจงหยุดเพียงเท่านี้" เสียงชายชราคนหนึ่งได้ปรากฏขึ้น "การที่เจ้าบอกให้ข้าหยุดตัวเจ้าเองต้องบอกคนของเจ้ามากกว่า "
ทั้งสองพูดคุยกันได้ไม่นานก็ได้ลงมาที่ลานประลอง เมื่อกรรมการเห็นว่าทั้งสองลงมาที่ลานประลองแล้วก็ได้ประกาศเริ่มการประลองทันที "ศิษย์น้องศิษย์พี่ให้โอกาสจะลงมือก่อน" เสี่ยวชิงบอกกับหลานเซียน"ถ้าเช่นนั้น ข้าก็ขอเริ่มเลยแล้วกัน" เมื่อกล่าวจบหลานเซียนก็ได้เรียกอาวุธประจำกายตนออกมา ในตอนนี้ในมือของหลานเซียนก็ได้ปรากฎพลองคู่นึง"ไม่คิดว่าเจ้าจะใช้อาวุธประจำตัวเลยในการต่อสู้ครั้งนี้ ""การได้ประลองกับศิษย์พี่เป็นอะไรที่หาได้ยากศิษย์น้องจะออมมือได้เช่นไร"ทันทีที่กล่าวจบก็ได้ฟาดพลองตีเทพในมือใส่ศิษย์พี่ ตูม!!!!!! เสียงพองตีเทพฟาดลงกับพื้นดังสนั่น ฟิ้วๆๆๆๆๆๆๆๆๆ กลีบดอกไม้นับไม่ถ้วนบินกลับมาตอบโต้ ในตอนนี้เสี่ยวชิงได้เริ่มโจมตีกลับแล้ว เมื่อเห็นดังนั้นหลานเซียนได้หัวเราะออกมาเสียงดังด้วยความสนุก แล้วได้เริ่มหันกลับไปโจมตีใส่อีกครั้ง ในตอนนี้ทั้งสองฝ่ายต่างโจมตีใส่กันอย่างดุเดือด "แซ่ปัดหางมังกร"เสี่ยวชิงได้เรียกอาวุธประจำตัวของตนออกมา แล้วได้สะบัดไปตั้งรับอาวุธของศิษย์น้องตน ตูม!!! "72 โพธิสัตว์โปรดโลก โพธิสัตว์ที่ 13 ฝ่ามือสยบมาร" เมื่อกล่าวจบก็ได้ซัดฝ่ามือใส่ไปที่พองของหลานเซียน "กระบวน