ตำนานรัก ตำหนักเทพ

ตำนานรัก ตำหนักเทพ

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-02-16
Bahasa: Thai
goodnovel4goodnovel
Belum ada penilaian
25Bab
227Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

"ตำหนักสวรรค์เผ่าสวรรค์ ในเมื่อพวกเจ้ากล้าทำร้ายคนรักของข้า จงเตรียมตัวรอรับการแก้แค้นจากข้า ต่อให้ข้าต้องตาย ข้าจะทำให้พวกเจ้าตายไปกับข้าให้สาสมกับที่พวกเจ้าทำ"

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทนำ

ในพื้นที่สีขาวแห่งหนึ่ง

'ฉันตายแล้วนิแล้วที่นี่ที่ใหน คงเป็นสวรรค์สินะ 'ชายหนุ่มเขาได้คิดในใจ

"ที่นี่ไม่ใช่สวรรค์หรอกแต่เป็นห้วงมิติของสองโลกน่ะ"ชายวัยกลางคนที่สวมใส่ชุดจีนสีขาวอมเทาได้เอ่ยขึ้นมา

"แล้วคุณเป็นใคร รู้ได้ไงว่าผมคิดอะไรอยู่"ผมถามกับคนตรงหน้าด้วยสายตาที่ฉงน

"ข้ามีนานว่าฉีหรง เป็นเทพของมิติแห่งนี้แล้วเป็นผู้ดูแลโลกทั้งสอง" ชายวัยกลางคนเบื้องหน้าเขาได้เอ่ยแนะนำตัวออกไปเช่นนั้น

"ผมตายแล้วไม่ใช่หรอ แล้วมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ท่านรู้หรือไม่" ชายหนุ่มเขาได้เอ่ยถามด้วยความสงสัย

"เจ้าตายแล้วแต่ยังไม่หมดอายุขัย เจ้าเลยมาอยู่ในที่แห่งนี้ ที่นี่คือห้วงมิติแห่งความว่างเปล่า มีไว้ให้วิญญาณที่ยังไม่หมดอายุขัยมาอยู่รอเวลาไปเกิด"เทพฉีหรงตอบด้วยท่าทางที่ใจดี

"แล้วผมต้องอยู่ในที่แห่งนี่อีกนานมั้ยครับ กว่าจะได้ไปเกิดครับ" เมื่อชายหนุ่มไม่รู้ว่าตัวเองตายไปแล้วจริงๆ เขาก็ได้เอ่ยถามด้วยแววตาที่ว่างเปล่า

"ในยามนี้ตัวเจ้านั้นมีทางเลือกอยู่สองทาง คือหนึ่งรออยู่ในนี้ไปจนกว่าจะหมดอายุขัย สองไปเกิดใหม่ในร่างที่เศษวิญญาณเกี่ยวพันกันอยู่"เทพเบื้องหน้าเขาได้เอ่ยตอบข้อสงสัย

"แล้วถ้าผมไปเกิดใหม่แล้วเจ้าของร่างเขาจะไปอยู่ใหนครับ" แม้ว่าชายหนุ่มเขาจะรู้สึกดีที่จะได้ไปเกิดใหม่ แต่เขาก็คิดขึ้นได้ว่าถ้าตนไปเกิดใหม่แล้วเจ้าของร่างเขาจะไปอยู่ที่ไหน

"เจ้าของร่างนั้นหมดอายุขัยแล้วกำลังจะไปเกิดใหม่ "

"ผมถามได้ไหมครับ ทำไมเจ้าของร่างนั้นถึงตาย แล้วผมจะไปเกิดใหม่โลกใหม่เป็นยังไงครับ"เมื่อเขาได้คำตอบที่ค่อนข้างสบายใจแล้ว เขาก็ได้เอ่ยถามในโลกที่กำลังจะไปอยู่ว่ามันเป็นยังไง

"โลกที่เจ้าจะไปเกิดใหม่เป็นโลกที่เจ้าชอบอ่านยังไงล่ะ โลกนั้นจะมีทั้งเทพเซียน สัตว์อสูรของวิเศษและเผ่าปีศาจ เหมือนดั่งในนิยายที่เจ้าชอบอ่านยังไงล่ะถูกใจหรือไม่"เมื่อได้ยินเช่นนั้นทำให้  โอม ที่นั่งอยู่ที่พื้นนั้นตกใจเป็นอย่างมากเพราะโลกที่ท่านเทพบอกนั้น เป็นโลกที่ตนอยากอยู่มาก

"แล้วถ้าผมไม่ไปเกิดใหม่ที่ร่างนั้น ผมจะต้องอยู่ที่นี่ไปนานเท่าไหร่ครับ"แม้ว่าจะดีใจขนาดไหน แต่เขาก็ต้องเอ่ยถามไว้ก่อนเผื่อทางเลือกอื่นมันจะดีกว่า

"เจ้าต้องอยู่ที่นี่จนกว่าจะหมดสิ้นอายุขัย และชดใช้เวรกรรมของเจ้าในชาติที่แล้วจนหมด"

จากที่ข้าดูแล้วเจ้าจะต้องอยู่ที่นี่เป็นอย่างต่ำ 6,000 ปี เจ้าจะอยู่อย่างโดดเดี่ยวในที่แห่งนี้ตั้ง 6,000 ปีได้หรือไม่เล่า ถ้าได้ข้าจะไม่ต้องให้เจ้าไปเกิดใหม่ในร่างนั้นและทำให้ร่างนั้นสลายไป" เทพเบื้องหน้าเขาได้เอ่ยตอบคำถามโดยไม่มีทีท่าว่าจะหงุดหงิด กลับกันเขายิ่งชื่นชอบให้อีกฝ่ายถามคำถามมาเรื่อยๆ

"ถ้าเช่นนั้นผมขอถามได้หรือไม่ว่าร่างที่ผมจะไปอยู่นั้นเป็นยังไง" แม้ดีใจว่าจะได้ไปเกิดใหม่ แต่เขาก็อยากรู้อีกเหมือนเดิมว่า ร่างที่ไปอยู่ใหม่มีรูปพรรณสังขารเป็นเช่นไร เขาจะได้ทำใจถ้าหากมันขี้ริ้วขี้เหร่

"ร่างที่เจ้าจะไปอยู่นั้นเป็นผู้ฝึกตนระดับสูงถึงระดับเทพจักรพรรดิแล้ว และการที่เขาตายนั้นเขาโดนทันฑ์สวรรค์นับพันสายฟาดใส่ลงที่เขา จนเขาบรรลุเป็นมหาเทพ แต่ตัวของเขาไม่สามารถทนอาการบาดเจ็บได้ จนทำให้ธาตุไฟเข้าแทรกตบะแตกจนตาย "

"และการที่เขาไม่สามารถทนทันฑ์สวรรค์ได้เพราะวิญญาณของเขาไม่สมบูรณ์ จึงทำให้รับทัณฑ์สวรรค์ไม่ไหว และการที่เจ้าได้เข้ามาในร่างเขาก็เหมือนกับมาสานความต้องการของเขาให้สมบูรณ์และเป็นการชดเชยจากข้าที่ต้องทำให้เขาต้องตาย" เมื่อเอ่ยมาถึงประโยคนี้ แทบเบื้องหน้าก็มีสีหน้าที่เศร้าหมองไม่ใช่น้อย

"หมายความว่ายังไง? ที่บอกว่าท่านทำให้เขาต้องตาย"โอมได้ถามท่านเทพ

"เพราะตอนที่จะทำให้เขาเกิด ข้าได้ทำผิดพลาดทำให้วิญญาณเขาแตกออกมาเสี่ยงนึงไปเกิดอีกโลกหนึ่งซึ่งเป็นเจ้ายังไงล่ะ เลยทำให้วิญญาณเขาไม่สมบูรณ์ จนรับทัณฑ์สวรรค์ไม่ไหว ข้าก็เลยนำวิญญาณของเจ้าที่ตายแล้วจากโลกฝั่งนั้นมาหลอมรวมกับกายของเขาในโลกนี้ เพื่อเป็นการชดเชยความผิดพลาดในครั้งนั้น" ยิ่งเมื่ออธิบายมาถึงตรงนี้สีหน้าของเขาก็ยิ่งดูเศร้าหมองมากกว่าเดิม

"ถ้าเช่นนั้นผมตกลงที่จะไปเกิดใหม่ในร่างนั้นครับ แต่ผมขออะไรท่านเทพสักอย่างได้หรือไม่"

"เจ้าอยากจะขออะไรล่ะ ถ้าข้าให้ได้ข้าก็จะให้" เมื่อเทพเบื้องหน้าได้ยินโอมเคยออกไปเช่นนั้น สีหน้าของเขาก็ดีขึ้นมาเล็กน้อย

''ถ้าเช่นนั้นผมอยากจะขอให้มีความทรงจำของร่างเก่าทั้งหมดครับ และขอให้สามารถใช้พลังทั้งหมดที่เขามีได้ครับ ขอแค่นี้คงไม่เป็นอะไรหรอกมั้งครับ"

"ได้ถ้าเช่นนั้นข้าจะให้เจ้าสมปรารถนาทุกคำขอ และข้าจะขอชดเชยด้วยห้วงมิติที่มีพลังปราณสูง และผลไม้วิเศษ ดอกไม้วิเศษ แม่น้ำวิเศษ อากาศที่พิเศษและมอบอาวุธเทพประจำตัวให้คือ ไม้เท้ามหาธาตุเป็นของชดเชยให้"ท่านเทพกล่าวอย่างใจดีด้วยรอยยิ้ม

"ขอบคุณขอรับขอบคุณท่านเทพมากขอรับ"

"ไม่เป็นไรเจ้าจงไปใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและข้าจะเฝ้ามองเจ้าจากข้างบน ไปเถอะได้เวลาที่เจ้าจะต้องไปเกิดใหม่แล้ว"เมื่อพูดจบท่านเทพสะบัดมือหนึ่งที มันก็เกิดห้วงมิติสีขาวขึ้นมาด้านหลังแล้วดูดคนที่นั่งอยู่ข้างหน้าเข้าไปในห้วงมิตินั้นแล้วหายไปจากมิติสีขาวแห่งนี้

"ขอให้เจ้ามีความสุขเด็กน้อยของข้า"

เมื่อท่านเทพกล่าวจบทุกสิ่งทุกอย่างก็เลือนหายไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เป็นยังไงบ้างครับนิยายเรื่องแรกของผมถ้ามีอะไรผิดพลาดสามารถบอกผมได้ทุกเมื่อนะครับขอบคุณครับ

ังไงก็ฝากังไงก็ฝากกดไลค์คอมเม้นได้ตลอดนะครับฟังเสมอครับ

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
25 Bab
บทนำ
ในพื้นที่สีขาวแห่งหนึ่ง'ฉันตายแล้วนิแล้วที่นี่ที่ใหน คงเป็นสวรรค์สินะ 'ชายหนุ่มเขาได้คิดในใจ"ที่นี่ไม่ใช่สวรรค์หรอกแต่เป็นห้วงมิติของสองโลกน่ะ"ชายวัยกลางคนที่สวมใส่ชุดจีนสีขาวอมเทาได้เอ่ยขึ้นมา "แล้วคุณเป็นใคร รู้ได้ไงว่าผมคิดอะไรอยู่"ผมถามกับคนตรงหน้าด้วยสายตาที่ฉงน"ข้ามีนานว่าฉีหรง เป็นเทพของมิติแห่งนี้แล้วเป็นผู้ดูแลโลกทั้งสอง" ชายวัยกลางคนเบื้องหน้าเขาได้เอ่ยแนะนำตัวออกไปเช่นนั้น"ผมตายแล้วไม่ใช่หรอ แล้วมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ท่านรู้หรือไม่" ชายหนุ่มเขาได้เอ่ยถามด้วยความสงสัย "เจ้าตายแล้วแต่ยังไม่หมดอายุขัย เจ้าเลยมาอยู่ในที่แห่งนี้ ที่นี่คือห้วงมิติแห่งความว่างเปล่า มีไว้ให้วิญญาณที่ยังไม่หมดอายุขัยมาอยู่รอเวลาไปเกิด"เทพฉีหรงตอบด้วยท่าทางที่ใจดี"แล้วผมต้องอยู่ในที่แห่งนี่อีกนานมั้ยครับ กว่าจะได้ไปเกิดครับ" เมื่อชายหนุ่มไม่รู้ว่าตัวเองตายไปแล้วจริงๆ เขาก็ได้เอ่ยถามด้วยแววตาที่ว่างเปล่า"ในยามนี้ตัวเจ้านั้นมีทางเลือกอยู่สองทาง คือหนึ่งรออยู่ในนี้ไปจนกว่าจะหมดอายุขัย สองไปเกิดใหม่ในร่างที่เศษวิญญาณเกี่ยวพันกันอยู่"เทพเบื้องหน้าเขาได้เอ่ยตอบข้อสงสัย"แล้วถ้าผมไปเกิดใหม่แล้วเจ้าขอ
Baca selengkapnya
บทที่ 1 สำรวจร่างกายใหม่
ภายในถ้ำที่อุณหภูมิมีองศาติดลบ ได้มีร่างขาวเล็กร่างหนึ่งค่อยๆขยับก่อนจะเอ่ยพึมพำ"ทำมั้ยมันเจ็บขนาดนี้ ผ่านมาตั้งหลายวันแล้วแท้ๆ แผลยังไม่หายเลย""ผมนี้มันก็ยาวจังเลยตัดทิ้งได้มั้ยเนี่ย" ร่างบางกล่าวอย่างหงุดหงิดเมื่อพูดจบร่างบางก็ค่อยๆลุกขึ้นเดินออกจากถ้ำที่ใช้อยู่ตอนเลื่อนระดับ ไปยังกระท่อมที่อยู่ติดกับแม่น้ำ เพื่อที่จะอาบน้ำเพราะตอนนี้ที่ตัวมีแต่คราบของเสียสีดำ ที่ถูกขับออกจากการเลื่อนจากมนุษย์ไปเป็นเทพเมื่อถึงเเม่น้ำร่างบางก็เริ่มปลดเสื้อผ้าออก แล้วก้าวลงน้ำทันที่''อืม น้ำเย็นดีชื่นใจจัง แล้วเราจะเริ่มจากอะไรก่อนดีละ เริ่มจากสำรวจร่างกายก่อนแล้วกัน ""โห!!ขาวมากคนอะไรขาวขนาดนี้วะเนี่ย ผมนี่ก็อีกขาวและยังจะยาวอีกตัดทิ้งได้มั้ยเนี่ย" เมื่อโอมเขาได้สำรวจร่างกายใหม่ของตัวเองแล้ว เขาก็เอ่ยขึ้นมาด้วยความตกตะลึงไม่คิดว่าร่างที่ได้รับจะสวยขนาดนี้ เมื่ออาบน้ำไปได้พักนึง ร่างบางก็ขึ้นจากน้ำแล้วเดินไปที่กระท่อมเพื่อหาเสื้อผ้าชุดใหม่ใส่และเมื่อร่างบางสวมเสื้อผ้าชุดใหม่เสร็จเขาก็ได้เดินไปส่องกระจกทองเหลืองดูใบหน้าตนเอง" เชี้ย...สวยมาก ผู้ชายอะไรสวยขนาดนี้ ถ้าเป็นในโลกก่อน หน้าตาขนาดนี้น
Baca selengkapnya
บทที่ 2 ระลึกถึงอดีต
ทางด้านจวนแม่ทัพเมื่อเรื่องราวจบต่างคนต่างเดินกับเรือนนอนของตัวเองด้วยสีหน้าและแววตาที่ต่างกัน "ลูกแม่ แม่ได้กำจัดเสี้ยนหนามที่ขวางทางลูกออกให้แล้ว นับแต่นี้ไปลูกจงเข้าไปหา พ่อของเจ้าให้มากๆ ให้พ่อเจ้าเอ็นดูเจ้า เจ้าจะได้เป็นประมุขตระกูลคนต่อไปเข้าใจหรือไม่ "ฮูหยินรองเอ่ยบอกกับลูกด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสุข "ท่านแม่ทำเช่นนี้ ท่านไม่กลัวท่านพ่อจะจับได้รึ "แม้ลูกชายจะยินดีที่กำจัดเสี้ยนหนามออกไปได้แล้ว แต่เขาก็มีความหวาดกลัวอยู่ในใจไม่น้อยกลัวว่าท่านพ่อจะจับได้ "พ่อของเจ้าไม่มีทางรู้หรอก เรื่องนี้มีแค่เราสองคนแม่ลูกที่รู้ถึง ถึงแม้พ่อเจ้ารู้มันก็คงจะสายเกินไปแล้ว" ผู้เป็นมารดาได้เอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้มที่ไม่เป็นมิตร"แต่ท่านแม่"เด็กน้อยกล่าวอย่างกังวลใจ"เจ้าไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ไปหรอก เจ้าเตรียมตัวเพื่อที่จะปลุกจิตวิญญาณเถอะ อีก 3 เดือนก็ถึงเวลาของเจ้าแล้ว" เมื่อผู้เป็นมารดาได้เห็นว่าบุตรชายจะเอ่ยเรื่องไร้สาระออกมานางก็ได้เอ่ยตัดทันที"ขอรับท่านแม่ "เมื่อกล่าวจบ 2 คนแม่ลูกก็ได้เดินจูงมือกันไปยังเรือนเรือนท่านแม่ทัพเพื่อที่จะให้ลูกไปอ้อนบิดาเมื่อสองคนแม่ลูกเดินผ่านไปได้ไม่นานก็ได้ปร
Baca selengkapnya
บทที่ 3 กราบอาจารย์พร้อมฝึกวิชา
ทางด้านจวนแม่ทัพเมื่อครบกำหนดที่บุตรชายคนที่ 2 ของแม่ทัพได้ทำการปลุกจิตวิญญาณและเมื่อท่านแม่ทัพได้เห็นจิตวิญญาณเขาก็มีอาการดีใจเป็นอย่างมาก เพราะจิตวิญญาณของเด็กคนนี้ทรงพลังไม่ใช่น้อย"บุตรของข้าคนนี้ ช่างเป็นบุตรที่สวรรค์ส่งมานัก "แม่ทัพกล่าวอย่างดีใจ"แน่นอนเจ้าค่ะท่านพี่ ลูกของเรานั้นย่อมต้องแข็งแกร่งเหมือนท่านพี่" ฮูหยินรองกล่าวอย่างเอาใจ"ดี เจ้ากล่าวได้ถูกใจข้านัก พ่อบ้านไปเอาศิลาปราณอัคคีมา ข้าจะให้ลูกข้าดูดซัพพลังของมัน จิตวิญญาณเขานั้นคือ 'พยัคฆ์อัคคี 'เป็นธาตุไฟยิ่งดูดซัพย์ศิลาธาตุไฟมากเท่าใด เขาก็ยิ่งเลือนระดับเร็ว เท่านั้น"แม่ทัพเอ่ยบอกกับพ่อบ้าน เมื่อได้ยินเช่นนั้นพ่อบ้านก็ได้นำศิลาปราณอัคคี มาให้นายท่านจำนวน 10 ก้อน"เอาไปลูกพ่อ พ่อให้เจ้าเป็นของขวัญที่เจ้ามีจิตวิญญาณที่ทรงพลัง" เมื่อได้ยินเช่นนั้น 2 คนแม่ลูกก็ยิ้มออกมาด้วยความดีใจและตื่นเต้น"ขอบคุณขอรับท่านพ่อลูกจะเร่งฝึก เพื่อให้ท่านพ่อไม่ผิดหวัง" เด็กน้อยกล่าวอย่างเอาใจพ่อของตน"ดี เจ้าช่างเป็นเด็กดีจริงๆไปเถอะ อย่าได้เสียเวลาเลย" แม่ทัพกล่าวกับลูกของตน"ขอรับท่านพ่อ "เมื่อพูดจบเด็กน้อยได้คารวะท่านพ่อแล้วเดินจูงมือแ
Baca selengkapnya
บทที่ 4 การแก้แค้นตระกูลหลี่ 1
ณ ลานประลองกลางเมือง "ผู้อาวุโสข้ามาสมัครประลองขอรับ" ร่างบางเอ่ยแก่ชายชราตรงหน้า"เจ้ามีสำนักหรือไม่ ""ไม่มีขอรับ ข้าเป็นผู้ฝึกตนพเนจร "เมื่อได้ยินเช่นนั้นชายชราตรงหน้าก็หยิบกระดาษแผ่นนึงมาให้กรอกชื่อ"ค่าสมัคร 10 เหรียญเงิน แล้วเจ้าก็จงเขียนชื่อตรงนี้ แล้วตามเข้ามาเพื่อที่จะวัดระดับพลังว่าผ่านหรือไม่ ""เสร็จแล้วขอรับ" เมื่อกล่าวจบเด็กน้อยก็หยิบเงินให้ชายชราจำนวน 10 เหรียญเงิน"งั้นตามข้าเข้ามา" เมื่อกล่าวจบชายชราได้เดินนำร่างบางเข้าไปข้างใน เมื่อเข้ามาถึงก็ได้พบลูกแก้วสีดำลูกนึง"เจ้าเอามือวางบนลูกแก้วแล้วถ่ายพลังเข้าไป เมื่อลูกแก้วขึ้นสีเขียวแปลว่าผ่าน "เมื่อกล่าวจบร่างบางได้วางมือบนลูกแก้วพร้อมถ่ายพลังเข้าไปทันทีแล้วลูกแก้วปรากฏแสงสีเขียวขึ้นเป็นอันจบขั้นตอน "นี่ ป้ายหมายเลขของเจ้า อีก 2 วันให้เจ้ามาที่นี่ในยามเฉิน(7.00-8.59) ถ้าเจ้ามาไม่ทันถือว่าเจ้าสละสิทธิ์เข้าใจหรือไม่ ""เข้าใจขอรับ "เมื่อกล่าวจบร่างบางได้รับป้ายหมายเลขแล้วเดินออกจากห้องทดสอบทันที"โห เหตุใดคนถึงมากขนาดนี้ ขนาดข้ามาถึงก่อนวันงานประลองตั้ง 2 วันข้ายังได้หมายเลขที่ 2,002 ก่อนจะถึงวันประลองนี่คนจะขึ้นไปถึงข
Baca selengkapnya
บทที่ 5 การแก้แค้นตระกูลหลี่ 2
ณ ที่กลางลานประลอง มีบุรุษ 2 คนยืนอยู่คนนึงเป็นชายร่างบาง ส่วนอีกคนนึงเป็นชายร่างหนาสมส่วนดั่งชาตรี ยืนจ้องหน้ากันไม่มีใครขยับตัว คนดูที่อยู่นอกลานประลอง ต่างก็เกร็งด้วยลุ้นว่าใครจะเป็นฝ่ายเริ่มก่อน "เจ้าเป็นผู้ใดกันเหตุใดจึงกล้าจ้องหน้าข้า เจ้าช่างอาจหาญไม่กลัวตายนัก "หลี่จินกัง เอ่ยบอกอย่างไม่ชอบใจ ที่ใครก็ไม่รู้มาจ้องตน ''เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นผู้ใดกัน เหตุใดข้าจะจ้องหน้าเจ้าไม่ได้" ร่างบางเอ่ยบอกอย่างไม่สบอารมณ์ "ผู้ที่กล้าเอ่ยกับข้าเช่นนี้ล้วนไม่เคยมีใครตายดีสักคน" หลี่จินกัง เอ่ยย่างโมโห "หึ เช่นนั้นก็ต้องดูว่าเจ้าจะมีความสามารถหรือไม่" ร่างบางกล่าวยั่วยุบุรุษตรงหน้า เมื่อได้ยินเช่นนั้นลี่จินกัง ก็โมโหอย่างที่สุด"เจ้า!!! ช่างบังอาจนักไม่รู้จักประมาณตน วันนี้แหละข้าจะทำให้เจ้าต้องร้องไห้อ้อนวอนขอชีวิตจากข้า" เมื่อกล่าวจบเขาก็ได้ปลดปล่อยจิตวิญญาณออกมาทันที ตรงหน้าของร่างบางนั้นตอนนี้ปรากฏ พยัคฆ์อัคคีขนาดใหญ่ เมื่อผู้ชมงานประลองได้เห็นเช่นนั้นต่าง ตะโกนออกมาด้วยความชื่นชม "ช่างยิ่งใหญ่อาจหาญนัก สมแล้วที่เป็นบุตรชายของแม่ทัพใหญ่" ชาวบ้านคนหนึ่งเคยบอก"เป็นเช่นนั้นข้าเห็นด้วยกับเจ้
Baca selengkapnya
บทที่ 6 ลงเขา
เมื่อเวลาผ่านไปได้สักพักร่างบางก็ได้ตื่นขึ้น และได้นั่งทำการเรียบเรียงเรื่องราวทั้งหมดอย่างช้าๆ "โอ้โหชีวิตนี้ผ่านอะไรมานักหนา อยู่มานานถึง 6,000 ปี แต่ไม่ได้ไปไหนเลยน่าเบื่อตาย "ร่างบางกล่าวอย่างเสียดายเวลา"ถ้าเช่นนั้นข้าลงเขาดีกว่าไปหาอะไรทำบนโลกมนุษย์บ้าง ให้สมกับชีวิตนี้ได้เกิดใหม่อีกครั้ง" แต่ทันใดนั้นได้มีเสียงประหลาดดังออกมาจากข้างนอก ร่างบางจึงเดินออกไปดูพร้อมถือไม้เท้าไปด้วย เมื่อออกมานั้นร่างบางได้เห็นบางสิ่งลอยอยู่บนอากาศ เมื่อร่างบางเดินเข้าไปใกล้จะยกมือสัมผัสก็ได้มีเสียงดังขึ้นมา "เทพป๋ายเฉียนเจิน รับบัญชา" มีเสียงปรากฏขึ้นมาอีกครั้งเสียงนั้นชายก็ไม่ใช่หญิงก็ไม่เชิง "ไม่ทราบว่าเป็นเสียงผู้ใด "ร่างบางเอ่ยออกมาอย่างสงสัย "ข้าคือเจตจำนงแห่งสามโลกเป็นผู้เลื่อนระดับเจ้าจากมนุษย์กลายเป็นเทพ ข้ามี 2 ทางให้เจ้าเลือก 1 ไปอยู่สวรรค์พร้อมรับตำแหน่งมหาเทพ 2 อยู่บนโลกมนุษย์เป็นมหาเทพแห่งธาตุ เจ้าจะเลือกทางใด" เจตจำนงแห่งสามโลกเอ่ยถาม "แต่ละเส้นทางต่างกันเช่นไรขอรับ "ร่างบางเอ่ยถามด้วยความใคร่รู้ "ถ้าเจ้าเลือกเส้นทางที่ 1 เจ้าจะไม่สามารถยุ่งเกี่ยวกับโลกมนุษย์ได้อีกเลย เพราะตัวเจ
Baca selengkapnya
บทที่ 7 จิตวิญญาณและอาวุธประจำตัว
เมื่อถึงเวลาที่กำหนด เด็กน้อยทั้งหลายได้เดินมาพร้อมกับเทียนเอ๋อ แล้วมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าบัลลังก์เทพเพื่อรอผู้เป็นอาจารย์เมื่อเวลาผ่านไปได้สักพัก ผู้เป็นอาจารย์ก็ได้ปรากฏตัวขึ้นอยู่ที่หน้าบัลลังก์พร้อมรูปโฉมที่เปลี่ยนไป "พวกเจ้าแปลกใจใช่หรือไม่ ว่าเหตุใดรูปลักษณ์ข้าถึงเปลี่ยนไป นั่นเพราะข้าแปลงโฉมเพื่อลงไปที่โลกมนุษย์ ถ้าข้าลงไปทั้งรูปลักษณ์นี้ ชาวเมืองคงแตกตื่นน่าดู " ร่างบางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริง ราวกลับเป็นเรื่องสนุก "เอาล่ะอย่าได้เสียเวลาเลย พวกเรามาเริ่มปลุกพลังจิตกันเถอะ" ร่างบางเอ่ยขึ้นพร้อมหยิบโอสถปลุกพลังจิตออกมา แล้วเรียกลูกศิษย์มาทีละคน "เอาล่ะเริ่มจากเจ้าก่อนเลยแล้วกัน ในฐานะที่เจ้าเป็นศิษย์พี่ใหญ่" ร่างบางเอ่ยกับป๋ายเป้าซานเมื่อผู้ที่ถูกเรียกได้ยินก็ได้ก้าวเดินออกมาข้างหน้า พร้อมรับโอสถที่อาจารย์มอบให้ "เจ้าจงหยดเลือดลงไป 1 หยด แล้วกลืนโอสถทันที" เมื่อป๋ายเป้าซานได้ยินเช่นนั้นก็ทำตามวิธีของอาจารย์ทันทีเมื่อผ่านไปได้ 1 เค่อ ด้านหลังของป๋ายเป้าซานก็ได้ปรากฏ จิตวิญญาณออกมา จิตวิญญาณตนนั้นมีชื่อว่า จักรพรรดิแห่งแสงพลังของจักรพรรดิแห่งแสงคือ สามารถใช้แสงจากทุกสรรพส
Baca selengkapnya
บทที่ 8 สายวิชาของลูกศิษย์แต่ละคน
เมื่อเดินออกจากหออาวุธ ร่างบางก็ได้เดินนำเด็กน้อยทั้งสองไปที่ป่า และสะบัดมือเบาๆป่าตรงหน้าก็เปิดออกนั้นจึงทำให้เห็นหอตำราอยู่บนหลังกวาง เมื่อเจ้ากวางได้เห็นว่าผู้ใดมาก็ได้ทำการนอนราบลงกับพื้นเพื่อที่จะให้ร่างบางขึ้นไปบนหอตำราได้ง่ายเมื่อเหล่าลูกศิษย์เห็นเช่นนั้นก็พากันตกตะลึงรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ของวันแล้ว ตั้งแต่เกิดมาพวกเขาไม่เคยตกใจเช่นนี้มาก่อน เมื่อได้เห็นเช่นนั้น ร่างบางก็ยิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วได้เรียกบันไดเถาวัลย์ขึ้นมาอีกครั้ง "ก่อนที่จะขึ้นไปบนหอตำราเจ้าจงทำการเคารพแด่กวางพฤกษาก่อน ที่จะขึ้นไปบนหลังของเขา'' เมื่อลูกศิษย์ได้ยินเช่นนั้นก็ทำการคารวะแล้วเอ่ยขออนุญาตเมื่อได้เห็นเช่นนั้นร่างบางก็ได้เดินนำเหล่าลูกศิษย์ขึ้นไปบนสะพาน แล้วลูกศิษย์ก็ได้เดินตามร่างบางขึ้นมาเมื่อมาถึงที่ประตูร่างบางก็ได้ใช้ไม้เท้าในมือสัมผัสไปที่ประตู แล้วประตูก็ค่อยๆเปิดออกอย่างช้าๆ แล้วกลิ่นของตำราก็ค่อยๆลอยออกมาพร้อมกับแสงไฟค่อยๆปรากฏขึ้นเมื่อเข้ามาด้านในกันจนครบ ร่างบางได้เอ่ยถามกับลูกศิษย์ตนว่า "พวกเจ้าอยากเรียนวิชาประเภทใด" ร่างบางเอ่ยถามกับเหล่าลูกศิษย์ของตนเมื่อได้ยินเช่นนั้นลูกศิษย์ 4 คนแรก
Baca selengkapnya
บทที่ 9 มหาเทพแห่งธาตุปะทะ 9 ราชัน
เมื่อร่างบางได้เห็นเช่นนั้นก็เอนกายหลบการโจมตีตูม!! ตูม!! ตูม!!เสียงของการโจมตีจากอสูรตรงหน้าดังขึ้นสนั่นหวั่นไหวเมื่อฝุ่นควันหายไปร่างกายก็พบเข้ากับสิ่งมีชีวิตที่ลำตัวยาวเป็นงู มีเขาเป็นมังกรมีแผงสิงโตที่ลำคอ มันคือพี่ใหญ่สุดแห่ง 9 ราชัน 'ราชันมังกรอสรพิษเกล็ดมรกต' เป็นสัตว์อสูรระดับเทพอสูรขั้นสูง ที่ใกล้จะตัดระดับไปเป็นเทพอสูรบรรพกาลแล้วเมื่อร่างบางได้เห็นเช่นนั้นก็ได้ถอยกลับมาตั้งหลักบนเนินหิน แล้วจ้องมองไปที่ราชันมังกรตนนั้นอย่างไม่เกรงกลัว"เจ้ามาขวางข้าทำไมราชันมังกร" ร่างบางเอ่ยถาม "แล้วเจ้าจะเข้าไปยุ่งการต่อสู้ครั้งนี้ทำไม การต่อสู้ครั้งนี้เป็นการฝึกของน้องเล็กข้า เจ้าห้ามยุ่ง "ราชันมังกรได้เอ่ยตอบ "เรื่องนี้ไม่ยุ่งคงไม่ได้ เพราะว่าเจ้ากำลังทำร้ายมนุษย์ ซึ่งข้าก็เคยเป็นมนุษย์มาก่อน คงจะทำตามที่เจ้าต้องการไม่ได้ "ร่างบางเอ่ยกับยังไม่เก่งกลัว "ข้าขอเตือนเจ้าอีกครั้งว่าอย่ามายุ่งกับเรื่องนี้ถ้าเจ้ายังไม่อยากตาย" สิ่งมีชีวิตตรงหน้าได้เอ่ยข่มขู่พร้อมปลดปล่อยกลิ่นอายสังหาร "เช่นนั้นก็มาดูว่าเจ้ามีปัญญาหรือไม่" เมื่อกล่าวจบร่างบางได้เริ่มโจมตีทันที "ทักษะจิตวิญญาณธาตุน้ำที่
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status