LOGINพรึบ!!!! ภาพเหตุการณ์ในอดีตเมื่อห้าปีก่อนค่อยๆ เลือนหายไป แต่กลับปรากฏพระวรกายสูงใหญ่ของรัชทายาทแห่งต้าโจวเสด็จตรงเข้ามานั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเว่ยหลินหลางเข้ามาแทนที่ ดวงตาของทั้งคู่ในขณะนี้ต่างสบประสานเข้าหากัน
“ในที่สุดข้าก็ได้พบเจ้าจนได้! ชายาของข้ายังไม่ตาย! เจ้ายังไม่ตายจริงๆ”รัชทายาทหนุ่มรับสั่งด้วยความดีพระทัยอย่างยิ่งยวด พระเนตรเฝ้าจับจ้องใบหน้างามของพระชายาที่พระองค์หลงรักมาโดยตลอดตั้งแต่พบกันครั้งแรกเมื่อห้าปีก่อน หากแต่สายตาของพระชายาตัวปลอมแต่กลับเป็นสตรีตัวจริงที่รัชทายาทหนุ่มทรงหลงรักมาโดยตลอด กลับว่างเปล่าไม่มีมีความรู้สึกผูกพันและมีจิตเสน่หากับพระองค์แต่อย่างใด ดวงตากลมโตของนางกลับเห็นอะไรบางอย่างที่อยู่ในพระวรกายของรัชทายาทแห่งต้าโจวขึ้นมาแทน “ดาวแห่งหายนะ!”เว่ยหลินหลางส่งเสียงพึมพำพร้อมรีบเบี่ยงใบหน้างามของนางหนีจากพระหัตถ์ไม่ให้เตะต้อง “เจ้าเป็นใคร!”เว่ยหลินหลางแสร้งถามเสียงดุกลับไปทั้งที่ล่วงรู้อยู่เต็มอก และคำถามดังกล่าวทำให้พระพักตร์ที่เต็มไปด้วยรอยแย้มยิ้มด้วยความดีใจเลือนหายไปทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น “หลิงเหลียน”รับสั่งชื่อพระชายาเสียงเบาก่อนจะนึกขึ้นได้ “จริงสิ! ท่าทีแบบนี้แหละไม่มีผิด เป็นเจ้าตัวจริงโดยแท้ท่าทีแข็งกร้าวแต่มีจิตเมตตาเป็นผู้ใดไปไม่ได้ เจ้าคงจดจำไม่ได้ข้าก็คือพี่ชายที่ผลัดตกเขาจนได้รับบาดเจ็บและถูกเจ้าช่วยชีวิตนำกลับไปรักษาจนหายเป็นปกติ ตั้งแต่จากกันเมื่อห้าปีก่อนก็ไม่เคยพานพบกันอีกเลย จนกระทั่งวันที่ข้าเลือกเฟ้นพระชายาและต้องการให้เจ้าออกมาด้วยผลของราชโองการทำให้ข้าได้เจ้ามาเคียงข้างกาย แต่คาดไม่ถึงว่าชายาของข้าในวันนี้จะเติบโตกลายมาเป็นสตรีที่งดงามมากเสียจริงๆ เกินกว่าที่ข้าคิดเอาไว้มากมายยิ่งนัก”รับสั่งบอกนาง ในขณะนั้นเว่ยหลินหลางกำลังจ้องพระพักตร์รัชทายาทแห่งต้าโจวเขม็ง ก่อนจะกล่าวกับพระองค์ “ท่านนะเหรอคือคนที่ข้าเคยช่วยเอาไว้เมื่อห้าปีก่อน และท่านก็คือรัชทายาทแห่งต้าโจว!”เว่ยหลินหลางถามย้ำกลับไป รัชทายาทหนุ่มพยักพระพักตร์ขึ้นลงเป็นการตอบรับกับสิ่งที่นางถามกลับมาเช่นนั้น “ข้าขอโทษด้วยที่ตอนนั้นไม่ได้เปิดเผยฐานะอันแท้จริงให้เจ้าได้ล่วงรู้” เว่ยหลินหลางส่ายใบหน้าของนางไปมาเมื่อได้ยินเช่นนั้น “ท่านไม่ผิดหรอกที่จะทำเช่นนั้น เพราะในเวลานั้นไม่สามารถไว้ใจผู้ใดได้แม้กระทั่งข้าก็เช่นกัน”เว่ยหลินหลางบอกกลับไปพร้อมสุรเสียงของรัชทายาทแห่งต้าโจวมีรับสั่งขึ้น “หลังจากกันวันนั้นเราสองคนก็ยังไม่ได้พานพบหน้ากันเลยสักครั้ง จนกระทั่งข้าเลือกเจ้าเป็นพระชายาและวันนี้ก็คือวันที่เราสองคนจะต้องเข้าพิธีอภิเษกสมรสด้วยกัน วันนี้จะได้พบกันเป็นครั้งแรกแต่ก็เกิดเหตุวุ่นวายขึ้นมาเสียก่อน เพราะราชครูให้คนไปแจ้งทางวังหลวงว่าเจ้าตายแล้ว! ตกลงนี่มันเรื่องอะไรกันข้างงไปหมดแล้ว”รับสั่งถามกลับไปทั้งดีใจระคนแปลกใจผสมปนเป เว่ยหลินหลางแสร้งทำหน้าแปลกใจเต็มไปด้วยความงุนงงได้อย่างแนบเนียนเมื่อได้ยินเช่นนั้น “ข้าตายอย่างนั้นเหรอ!เหตุใดข้ายังไม่รู้สึกว่ามีสิ่งใดผิดแปลกออกไปแม้แต่น้อยนิด และตอนนี้ก็ตื่นแล้วอยู่นี่ไงเพียงแค่รู้สึกว่าหลับนานไปหน่อยก็เท่านั้นเอง เหตุใดจึงพากันคิดว่าข้าตายแล้ว”เว่ยหลินหลาง บอกกลับไปอย่างชัดถ้อยชัดคำ จนบ่าวไพร่ได้ยินอย่างชัดเจนต่างพากันโจษขานเอ็ดอึงเป็นวงกว้างขึ้นมาทันที “ที่แท้คุณหนูก็เพียงแค่หลับนานไปหน่อยเท่านั้นเองไม่ได้หมดลมหายใจตายไปเสียหน่อย” “แล้วหมอคนไหนกลับบอกว่าคุณหนูสิ้นใจตายขณะนอนหลับ เนรเทศออกไปให้ไกลๆ เลยวินิจฉัยโรคผิดพลาดแบบนี้ได้อย่างไรกัน ดีนะที่คุณหนูตื่นขึ้นมาเสียก่อนหาไม่แล้วคงได้จัดพิธีศพและฝังคุณหนูทั้งเป็นอย่างแน่นอน” เสียงบ่าวไพร่เอ็ดอึงกันไปทั่วเป็นไปตามความต้องการของเว่ยหลินหลางที่ต้องการให้บ่าวไพร่กระจายข่าวปากต่อปากให้ล่วงรู้เป็นวงกว้างอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นเอง โอ๊ยยยย!!! เว่ยหลินหลางแสร้งยกสองมือขึ้นกุมขมับของตัวเองเอาไว้อย่างรวดเร็วพร้อมส่งเสียงออกมาทันที “ท่านพ่อ! ข้าปวดหัวเหลือเกินเจ้าค่ะ”นางร้องบอกบิดา เว่ยอี้ล่วงรู้สัญญาณจากบุตรสาวทันทีว่าจะต้องทำเช่นไรต่อไป ร่างสันทัดรีบตรงเข้าไปหาพร้อมทรุดกายลงนั่งคุกเข่าเคียงข้างองค์รัชทายาทอยู่ตรงหน้านาง “พ่อดีใจเหลือเกินที่เจ้าเพียงแค่หลับลึกไปเท่านั้น เหตุใดหมอหลวงจึงบอกว่าเจ้าสิ้นใจทั้งๆ ที่ก็เห็นอยู่กับตาแล้วว่าไม่เป็นอะไรเลยเมื่อเป็นเช่นนี้ก็ดีแล้ว! ดีจริงๆ เรียกหมอมาตรวจดูอาการเพื่อความแน่ใจอีกครั้งนะลูก”เว่ยอี้เอ่ยพร้อมมองหน้าบุตรสาวก่อนจะได้ยินสุรเสียงขององค์รัชทายาทดังแทรกขึ้น “เดี๋ยวข้าจัดการให้เองท่านพ่อ เรียกหัวหน้าหมอหลวงมาตรวจอาการของพระชายาจะดีกว่า”รับสั่งกับราชครู “รับสั่งให้เกียรติกระหม่อมเกินไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ หลินหลางยังไม่ได้เข้าพิธีอภิเษกสมรสกับพระองค์เพียงแค่ได้รับการแต่งตั้งตามพระราชโองการของฝ่าบาทเท่านั้น กระหม่อมมิกล้ารับ” ถ้อยคำของเว่ยอี้ดังกล่าวไม่เพียงแต่โจวหยางเย่วเท่านั้นที่งุนงง แม้แต่เว่ยหลินหลางเองก็ยังแปลกใจที่บิดาเรียกชื่อของนางออกมาเช่นนั้นแทนที่จะเป็นน้องสาวฝาแฝดของนาง “เหตุใดจึงกล่าวเช่นนั้นจะเข้าพิธีหรือไม่ก็ตามแต่ก็ได้รับพระราชโองการแต่งตั้งจากเสด็จพ่อแล้ว ท่านก็คือพ่อตาของข้าอีกอย่างเมื่อครู่เหตุใดท่านเรียกชื่อชายาของข้าว่าหลินหลาง ไม่ใช่หลิงเหลียนอย่างนั้นเหรอ” “เว่ยหลินหลางคือชื่อแซ่ของนาง สาเหตุที่กระหม่อมเรียกเช่นนั้นก็เพื่อแก้เคล็ดในการกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง ยอมรับว่าอาการหลับลึกจนดูคล้ายคนที่ตายไปแล้วเป็นอาการที่เกิดขึ้นกับทางฮูหยินของกระหม่อมพ่ะย่ะค่ะ ซึ่งก็ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยแต่ถ้าเกิดขึ้นกับผู้ใดแล้วตื่นมาทันเวลา ก็ให้เรียกชื่อใหม่เพื่อเป็นการแก้เคล็ดไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำสองอีก ต่อไปนี้นางก็คือเว่ยหลินหลางพ่ะย่ะค่ะ”เว่ยอี้อธิบายกลับไป รัชทายาทแห่งต้าโจวพยักหน้าขึ้นลงติดต่อกันครั้นทรงได้ยินเช่นนั้น “เป็นเช่นนี้เองนะเหรอ ถ้าเช่นนั้นก็ต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลงหลายอย่างหากมีการเปลี่ยนชื่อเช่นนี้ รวมไปถึงพิธีอภิเษกที่จะจัดขึ้นในวันนี้ด้วย”รับสั่งอย่างเป็นกังวล “เลยฤกษ์มงคลมานานแล้วไม่ควรดึงดันทำพิธีควรเลื่อนออกไปก่อนเถอะ”เว่ยหลินหลางเอ่ยขึ้นก่อนจะเหลือบสายตามองไปที่บิดาเมื่อเห็นสัญญาณบางอย่างของคนเป็นพ่อว่าให้นางกล่าวกับรัชทายาทอย่างเหมาะสม “เพคะ”นางต่อท้ายคำดังกล่าวเสียงพึมพำ และนั้นทำให้รัชทายาทโจวหยางเย่วอดขบขันกับท่าทีดังกล่าวของนางไม่ได้ “หากนางไม่ถนัดก็อย่าไปบังคับเลยท่านพ่อ แต่เรื่องพิธีอภิเษกสมรสเลยฤกษ์มงคลไปเช่นนี้หากต้องเลื่อนออกไปจะจัดได้อีกเมื่อไรกันเล่า”รับสั่งถามด้วยความอยากรู้ เว่ยหลินหลางกำลังจะกล่าวออกไปหากแต่เว่ยอี้บีบมือบุตรสาวเอาไว้ไม่ให้นางพูดอะไรออกมา “เรื่องนี้สุดแล้วแต่ฝ่าบาทและฮองเฮาพ่ะย่ะค่ะว่าจะทรงเลื่อนไปเมื่อไร กระหม่อมและพระชายาทำได้แต่เพียงคอยรับสนองพระราชโองการเท่านั้น ช่วงนี้ก็จะได้ดูแลสุขภาพของหลินเอ๋อให้นางกลับมาแข็งแรงเตรียมพร้อมในการเข้าพิธีอภิเษกใหม่อีกครั้ง"เว่ยอี้อธิบายกลับไป ครั้นโจวหยางเย่วได้ยินเช่นนั้นรัชทายาทหนุ่มทรงถอนพระทัยออกมาทันทีด้วยความหนักพระทัย “สำหรับเสด็จพ่อนั้นข้านี้ไม่ห่วง แต่เสด็จแม่นี่สิคือปัญหา”รัชทายาทหนุ่มรับสั่งอย่างหนักพระทัย ด้วยล่วงรู้ดีว่าพระมารดาไม่พอพระทัยที่พระองค์ทรงเลือกพระชายาจากสกุลเว่ยแทนที่จะเป็นหลานสาวของพระนางที่มาจากสกุลหวังเช่นเดียวกันเพื่อสืบอำนาจต่อไป และเหนือสิ่งอื่นใดนั่นก็คือหวังฮองเฮาสังหารสตรีในดวงใจของพระโอรสผิดตัว ในขณะเดียวกันรัชทายาทแห่งต้าโจวที่ทรงเคยคิดว่าพระชายาซึ่งเป็นสตรีที่อยู่ในหัวใจได้ตายจากไปแล้วจริงๆ แต่นางกลับมาปรากฏตัวให้เห็นอีกครั้งในระยะเวลาที่ห่างกันเพียงแค่ไม่กี่ชั่วยามด้วยสาเหตุจากการหลับลึกตามที่เว่ยอี้กล่าวอ้าง ในขณะที่เว่ยหลินหลางเจ้าหอสำนักดวงดาวผู้หยั่งรู้เหตุการณ์หายนะครั้งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นจนนางก้าวออกมาจากหอดวงดาวก่อนจะมีอายุครบ 20 ปี แต่การก้าวออกจากหอดวงดาวเพื่อหวังจะบรรเทาให้เรื่องร้ายคลี่คลายลงและเพื่อช่วยราชครูเว่ยอี้ผู้เป็นบิดาของนางให้ปลอดภัยก่อนอายุ 20 ปี ของเว่ยหลินหลางในครั้งนี้ นอกจากจะทำให้ดวงชะตาของนางแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว ก็ยังส่งผลต่อดวงชะตาของอีกหลายคนโดยเฉพาะสตรีที่ครองบัลลังก์หงส์ของแผ่นดินต้าโจวอยู่ในขณะนี้สั่นสะเทือนเป็นยิ่งนักทางด้านเว่ยหลินหลาง พรึบ!!!! เปลวเพลิงสีส้มแสดปรากฏขึ้นภายในห้องนอนของเว่ยหลิงเหลียน ร่างไร้วิญญาณนอนสงบนิ่งอยู่เพียงลำพังอย่างโดดเดี่ยว เจ้าหอแห่งดวงดาวได้ถูกเทียนอธิษฐานนำนางหวนกลับคืนมาในช่วงเวลาที่นางกำลังเดินทางออกจากหอดวงดาว ช่วงเวลาดังกล่าวเข้ามาซ้อนทับกันอย่างรวดเร็วปรากฏเหลือเพียง เจ้าหอแห่งดวงดาวเพียงร่างเดียวที่เดินทางกลับมาจากช่วงเวลาในอดีตเมื่อสามปีก่อนจนพบรักกับลี่หยวนฮ่องเต้แห่งแคว้นเทียนอวี๋ทันทีที่เปลวเทียนดับวูบลงร่างของเว่ยหลินหลางที่เพิ่งกลับมาจากแคว้นเทียนอวี๋ในอดีตเมื่อสามปีก่อนปรากฏขึ้นมาทันใด ดวงตาสงบนิ่งหากแต่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาคลอเบ้าที่จำต้องจากคนรักหวนคืนสู่ช่วงเหตุการณ์ที่สามารถกลับมาแก้ไขได้ และช่วงเวลานี้เหมาะสมที่สุดเพราะมีเวลาเตรียมตัวถึงสามเดือนกว่าจะถึงพิธีอภิเษกสมรสครั้งที่สอง ทุกชีวิตในจวนราชครูจะปลอดภัยหากนางสามารถแก้ไขและเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์ได้เป็นผลสำเร็จร่างเล็กอรชรเซไปมาเล็กน้อยก่อนจะสูดลมหายใจเข้าไปเต็มปอดเพื่อเดินหน้าเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์เลวร้ายที่เคยเกิดขึ้นให้แปรเปลี่ยนไปใ
ห้องทรงงานเพล้ง!!!! ถ้วยชาที่กำลังยกขึ้นเสวยร่วงหล่นจากพระหัตถ์อย่างไม่รู้สาเหตุ ท่ามกลางความแปลกพระทัยของฮ่องเต้ลี่หยวนเมื่อทรงทอดพระเนตรเหตุการณ์ที่ปรากฏออกมาเช่นนั้นรวมไปถึง หลี่ต๋าก็ด้วยเช่นกัน“ฝ่าบาททรงเป็นอะไรอย่างนั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ หรือว่าทรงเกิดประชวรขึ้นมา”หลี่ต๋าถามด้วยความเป็นห่วงในขณะที่คนถูกถามกำลังนั่งครุ่นคิดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ที่ผ่านมาพลางยกพระหัตถ์ทั้งสองข้างขึ้นทอดพระเนตร“เหตุใดถ้วยชาจึงหล่นไปจากมือของข้าได้เองแบบนี้นะ มือของข้าก็ปกติดีทุกอย่างไม่มีอาการอะไรบ่งบอกแม้แต่น้อย”รับสั่งครุ่นคิดภายในส่วนลึกของจิตใจเริ่มมีความกังวลจนบอกไม่ถูกมิรู้ว่ามาเป็นเพราะสาเหตุใด“ฝ่าบาทให้ท่านหมอมาตรวจดูอาการจะดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”หลี่ต๋าทูลถามด้วยความเป็นห่วงหากแต่ลี่หยวนกลับส่ายพระพักตร์ไปมาเป็นการปฏิเสธ“ไม่ต้องให้หลินเอ๋อมาตรวจอาการของข้าหรอก ข้าล่วงรู้ตัวเองดีว่าร่างกายของข้าเป็นอย่างไร ไปตามนางให้มาตรวจอาการของข้าจะพาลทำให้นางตกอกตกใจไปเสียเปล่าๆ ค
ระเบียงห้องดื่มชา ภายในบริเวณห้องดื่มชาในเวลานี้คนงามกำลังนำกลีบกุหลาบที่ผ่านการคัดและตากตลอดจนนำมาอบแห้งจนกลายเป็นใบชาเพื่อเปลี่ยนรสชาติในการดื่มชา มาดื่มชาจากดอกไม้แทนบ้าง กลิ่นหอมอ่อนๆ จากยอดน้ำค้างที่นำมาชงชาผสมผสานกับกลีบกุหลาบทำให้รสชาตินุ่มลิ้นและหอมกรุ่นชื่นใจ “หลินเอ๋อ! หลินเอ๋อ!!!”สุรเสียงรับสั่งหาคนรักดังกึกก้องไปทั่วทั้งพระตำหนักเย่วเชียง ในขณะที่คนถูกเรียกกำลังยกถ้วยชาขึ้นดื่มอย่างละเมียดละไมอยู่ในขณะนั้น ถึงกับสำลึกออกมาทันที พรืดด!!! เว่ยหลินหลางสำลักน้ำชาที่กำลังดื่มเข้าไปทันทีที่ได้ยินเสียงเรียกของคนรัก “พี่หยางหนีงานมาอีกแล้วหรือนี่! จริงๆ เลย”นางบ่นพึมพำพร้อมเสียงของคนรักดังก้องไม่คลาดครา “หลินเอ๋อ!”รับสั่งหาคนงามไปทั่วบริเวณก่อนจะสะดุดลงเมื่อเสด็จมาที่ห้องดื่มชา พร้อมทอดพระเนตรคนงามกำลังนั่งหน้าตูมอยู่ในขณะนั้น
วันรุ่งขึ้นห้องทรงงาน “หลี่ต๋า!”สุรเสียงรับสั่งหาคนสนิทดังเอ็ดอึงไปทั่วห้องทรงงานเลยทีเดียว เพียงครู่เสียงฝีเท้าของคนกำลังเดินตรงมาที่ห้องทรงงาน พร้อมร่างสันทัดของหลี่ต๋าก้าวเข้ามาในพระตำหนัก พร้อมหีบใบย่อมที่ถือติดมือมาด้วย “เจ้าไปไหนมาข้าเรียกหาตั้งนาน”รับสั่งถาม หลี่ต๋าที่กำลังยืนหายใจจนตัวหอบโยนยกชายแขนเสื้อของตัวเองขึ้นซับเหงื่อบนใบหน้าจนจางหายไปพร้อมกราบทูล “กระหม่อมบังเอิญไปพบหีบใส่ของใช้ส่วนตัวของท่านหมอน้อยติดไปกับหีบฉลองพระองค์ของฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ จำได้ว่าเป็นของท่านหมอจึงตั้งใจจะนำไปให้นางพ่ะย่ะค่ะ”หลี่ต๋ากราบทูลกลับไป คำกราบทูลของหลี่ต๋าทำให้ฮ่องเต้ลี่หยวนย้อนคิดถึงวันแรกที่พานพบคนรักขึ้นมาได้ “จริงสิข้าลืมไปเสียสนิท
ห้องบรรทมทิศเหนือ ห้องบรรทมทางทิศเหนือมีระเบียงยื่นออกมาอย่างกว้างขวางสร้างอยู่เหนือสระน้ำ ด้านล่างเต็มไปด้วยดอกบัวและตัวปลาแหวกว่ายไปมามากมายตามพระบัญชาของลี่หยวนด้วยต้องการนอนชมดวงดาวในยามกลางคืนร่วมกับคนรักของพระองค์ ตลอดระยะเวลาสิบเดือนที่ผ่านมาทั้งสองใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันภายในตำหนักเย่วเชียงแห่งนี้อย่างมีความสุขตามประสาคนรัก ลี่หยวนเฝ้าทะนุถนอมคนรักของพระองค์เป็นยิ่งนัก ทรงให้เกียรติและไม่เคยบังคับให้มีความสัมพันธ์ทางกายด้วยกันแม้แต่ครั้งเดียวถึงแม้ว่าธรรมชาติในวัยหนุ่มฉกรรจ์จะเรียกร้องมากมายเพียงใดแต่พระองค์ก็ทรงอดพระทัยเอาไว้ได้อยู่เสมอรอคอยให้นางเต็มใจและพร้อมที่จะเป็นของพระองค์โดยไม่รู้สึกกลัวหรือหวาดหวั่น เมื่อใดที่พิธีอภิเษกมาถึงเว่ยหลินหลางก็จะเป็นของพระองค์ตลอดไปและตลอดกาล “ดวงดาวคืนนี้เต็มท้องฟ้าสวยจัง”เสียงของสตรีสาวนางหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่แผ่เข้ามาปกคลุมโดยรอบภายในบริเวณดังกล่าว
สิบเดือนผ่านไป แคว้นเทียนอวี๋ในช่วงเวลานี้เต็มไปด้วยความสงบสุขไปทั่วทุกหย่อมหญ้า นับตั้งแต่ฮ่องเต้ลี่หยวนเสด็จกลับจากการออกล่าดินแดนและเริ่มวางแผนปกครองแคว้นอย่างจริงจัง ชาวเมืองเทียนอวี๋ร่วมไปถึงชาวเมืองจากแคว้นอื่นๆ ที่ถูกต้อนมาในฐานะผู้พ่ายแพ้สงครามรวมแล้วมีมากมายนับหลานแสนคนเลยทีเดียว ลี่หยวนฮ่องเต้ทรงมีพระบัญชาให้ยกเว้นการจัดเก็บภาษีของประชาชนเป็นเวลาห้าปี มีเพียงชนชั้นขุนนางและคหบดีมีหน้าที่ต้องเสียภาษีให้กับราชสำนักเท่านั้นแต่ถึงกระนั้นการจ่ายภาษีก็จ่ายเพียงหนึ่งส่วนเท่านั้นเพื่อเกิดความให้ยุติธรรมและให้แจกจ่ายที่ดินทำกินให้กับทุกครัวเรือน เพิ่มเบี้ยหวัดให้แก่ทหารในกองทัพเพื่อมีเงินส่งให้กับทางบ้านเกิดรวมไปถึงแจกจ่ายข้าวและอาหารให้แก่ชาวเมืองเป็นประจำทุกเดือนเพื่อไม่ให้เกิดความอดอยาก ฮ่องเต้ลี่หยวนใช้บทลงโทษที่รุนแรงยิ่งนักสำหรับผู้กระทำความผิด หากผู้ใดฉวยโอกาสขึ้นราคาข้าวและของแห้งซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการแลกเปลี่ยนสินค







