로그인“ขอโทษนะคะ ฉันยังไม่อยากขายสูตร ไม่อยากสอน แล้วก็ยังไม่ไว้ใจใครขนาดนั้น คุณกลับไปเถอะค่ะ”
ถ้อยคำของเธอเปรียบเสมือนมือที่ค่อยๆ ปิดบานประตูแห่งความหวังลงอย่างนุ่มนวล ทว่ากลับแน่นหนาจนไร้ช่องให้เล็ดลอด และเขารู้สึกเหมือนถูกกันออกจากแสงริบหรี่ที่เพิ่งเริ่มมองเห็นในปลายอุโมงค์ ทั้งที่ยังไม่ได้เริ่มก้าวเท้าเข้าไปด้วยซ้ำ
แต่ดูเหมือนว่าไฟในใจของเชฟหนุ่มจะยังไม่มอดดับง่ายๆ เป็นเวลาเกือบเดือนเต็มที่เขายังคงมาปรากฏตัวหน้าร้านของเธอในช่วงเวลาประจำ สองทุ่มตรงแทบไม่เคยคลาดเคลื่อน พร้อมกับของฝากติดไม้ติดมือเสมอ ไม่ว่าจะเป็นอาหารระดับภัตตาคาร ขนมเบเกอรีจากร้านดัง บางวันก็เป็นผลไม้สดนำเข้า อันที่จริงเธอไม่ค่อยเต็มใจจะรับนัก ส่วนมากมักเอาให้ลูกน้องเอาไปกิน บางอย่างก็วางแช่ไว้ในตู้เย็นปล่อยให้เน่าเสีย
แต่ถึงอย่างนั้น เล้งก็ยังคงแวะเวียนมาหาเธอไม่เคยขาด แม้จะรู้ว่าทุกครั้งที่โผล่มา คำตอบจากแตงหวานจะเป็นเพียงการปฏิเสธเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน ไม่ว่าเขาจะลงทุนหิ้วของฝากติดมือมาด้วยกี่ครั้ง หรือจะเอ่ยถ้อยคำด้วยน้ำเสียงจริงใจเพียงใด แต่คำตอบที่ได้รับ…ก็ยังคงเป็นเพียงประโยคสั้นๆ ที่ตัดโอกาสเขาทุกครั้งอย่างไม่ปรานี
ทว่าความพยายามอย่างไม่ย่อท้อของเขา กลับทำให้สาวพม่าทั้งสามซึ่งเป็นลูกน้องของแตงหวาน เริ่มรู้สึกสงสารอยู่ลึกๆ พวกเธอเริ่มกระซิบกระซาบ ช่วยกันเกลี้ยกล่อมเจ้านายแบบกล้าๆ กลัวๆ เริ่มจากเมียวคนแรก
“เจ๊ลองคิดดูใหม่อีกทีก็ดีนะคะ เห็นแบบนี้หนูเริ่มสงสารเขาแล้ว”
“เขาไม่ได้มาหลอกๆ ล่อๆ แบบผู้ชายคนอื่นนะคะเจ๊ ดูแล้วจริงใจมากเลย” อองเสริมเสียงเบาๆ
“เชฟเล้งเขาก็เก่งจริงๆ นะคะ หล่อด้วย แถมยังดูมีเสน่ห์เวลาอธิบายเรื่องอาหารอีกต่างหาก” หยูพูดอย่างออกตัวแทนกลุ่ม ก่อนจะหัวเราะเขินๆ แล้วเสริมต่อด้วยน้ำเสียงติดขำ “ตอนแรกหนูก็ไม่รู้จักหรอกค่ะเจ๊ แต่เมื่อสองสามวันก่อนลองไปค้นดูในยูทูปตามที่เขาว่า โอ้โห...คนตามเพียบ คลิปสอนทำอาหารของเขาก็ยอดวิวสูงมาก แถมยังเคยไปออกรายการใหญ่ๆ ด้วยนะคะ”
“งั้นเหรอ?” แตงหวานเอ่ยเสียงแผ่วเหมือนจะถาม แต่น้ำเสียงเยือกเย็นและท่าทางยังตั้งกำแพงไว้เต็มที่
“จริงค่ะเจ๊ พอไปดูช่องเขาแล้วนะ หนูติดงอมแงมเลย นั่งดูคลิปเขาสอนทำอาหารทั้งคืน จนผัวบ่นเลยค่ะเจ๊ เมื่อวานเลยลองเอาให้เมียวดู” อองเสริมพลางหัวเราะร่า ก่อนเพื่อนที่ยืนข้างจะพยักหน้าเห็นด้วย
“เขาทำอาหารได้หลายแนวเลยค่ะ แต่ดูเหมือนยังทำอาหารอีสานไม่คล่องจริงๆ อย่างที่เขาบอก เจ๊น่าจะลองให้โอกาสเขาสักครั้งนะคะ หนูว่าเขามีตังค์ เจ๊ก็เรียกเก็บค่าเรียนแพงๆ ไปเลยก็ได้ เอาให้คุ้ม”
แตงหวานยืนนิ่ง คิ้วขมวดเข้าหากันอย่างชั่งใจ แม้ปากจะยังไม่พูด แต่แววตาของเธอกลับไม่เด็ดขาดเหมือนเคย ทั้งคำพูดของลูกน้อง และคลิปจากยูทูปที่เธอแอบส่องตั้งแต่วันแรกที่เขาแวะมาเจรจา ดูจะมีผลอยู่ไม่น้อย
และค่ำคืนนี้ก็ยังเหมือนกับอีกหลายๆ คืนที่ผ่านมา เขาไม่ลืมที่จะปรากฏตัวหน้าร้านพร้อมกับของฝากติดมือ แม้จะโดนปฏิเสธมานับครั้งไม่ถ้วนก็ตาม แต่เล้งก็ยังคงมาด้วยรอยยิ้มและความพยายามอันไม่ลดละ
วันนี้โรงแรมที่จัดงานเลี้ยงใหญ่ มีอาหารและขนมเหลือจำนวนมาก เขาจึงแบ่งมาให้สาวๆ ที่ร้านเช่นเคย พร้อมกลยุทธ์ใหม่ที่ตั้งใจเต็มร้อย ลาบเป็ดและน้ำตกคอหมูย่างฝีมือตัวเอง ที่เขาพยายามก๊อปรสชาติ ลองผิดลองถูกตั้งหลายครั้งกว่าจะได้รสชาติที่มั่นใจพอจะกล้าเอามาเสนอ โดยหวังว่าเจ๊เจ้าของร้านส้มตำร้านนี้ จะยอมช่วยชิมให้สักคำ...ก็ยังดี
ความจริงแล้ว ไม่มีจุดไหนเลยที่เขาไม่หลงใหลคลั่งใคล้ในตัวเธอ แน่นอนว่าเขาชอบเสียงหอบพร่าของเธอเมื่อถูกกระแทกแรงๆ เขาชอบความรู้สึกที่ร่องสวาทของเธอโอบรัดเอ็นใหญ่ของเขาแน่นหนึบ ชอบแววตาวาบหวามยามที่เธอหันกลับมามองอย่างอ่อนแรง ทว่ายังเต็มไปด้วยความปรารถนาหลังจากอิ่มหนำกับท่าทางยั่วเย้าบนโต๊ะใหญ่กลางครัวแล้ว เขาก็ดึงร่างเธอลงมาจากโต๊ะ จับให้ยืนหันหลัง โก้งโค้งกับโต๊ะสแตนเลสตัวเดิมอย่างไม่รีรอ มือสองข้างของเธอยันโต๊ะแน่นในขณะที่เขายืนแนบชิดด้านหลัง แล้วเสียบสากกะเบือหุ้มหนังไซซ์ยักษ์เข้าไปในร่องสวาทจากทางด้านหลังในจังหวะเดียวเต็มแรง“อื้อ...ผัวหนูเอาเก่งจัง…เอาหนูท่านี้ทุกวันเลยได้ไหมคะ…อะ…อ๊า...” เสียงกระแทกดังสลับกับเสียงครางกระเส่าหวานหู เธอสั่นสะท้านไปทั้งร่างจนแทบยืนไม่ไหว“แสดงว่าติดใจท่านี้เข้าแล้วสิ”“อื้อ...มันลึกมาก...แล้วก็...เสียว...มากค่ะ...” เธอตอบกลับทั้งที่ยังสะอื้นหอบจากแรงอารมณ์ดูเหมือนว่าทั้งเขาและเธอจะชอบท่านี้เอามากๆ ระหว่างที่เขากระแทกกระทั้นเสียบเสย มือหนาข้างหนึ่งเลื่อนไปจับเอวเธอไว้แน่นเพื่อยึดรั้งจังหวะสะโพกให้มั่นคง ส่วนอีกมือเลื่อนขึ้นมาประคองเต้าอวบที่แกว่งกระ
นิ้วโป้งลูบวนแผ่วเบาตรงหัวนมที่ขึงตึงจนดันผ้าชั้นในแน่นตึง เขาขยับมือสลับหนักเบาเป็นจังหวะ ขณะที่ดวงตายังคงจ้องมองเธอด้วยแววตาแน่นขนัดไปด้วยแรงปรารถนาที่ควบคุมไม่อยู่แตงหวานหลับตาพริ้มรับสัมผัสนั้นอย่างไม่รู้ตัว ก่อนจะหลุดเสียงหัวเราะเบาๆ ออกมา แล้วพึมพำอย่างงุนงง“ทำไมจู่ๆ ก็เกิดอารมณ์ขึ้นมาอีกแล้วละคะ ตอนบ่ายเราเพิ่งกินกันไป ตอนนี้พี่หิวอีกแล้วเหรอ”เขาผละริมฝีปากออกเพียงเล็กน้อย ทิ้งระยะห่างแค่พอให้ลมหายใจร้อนผ่าวยังรินรดปลายจมูกของเธอได้ชัดเจน“ก็แค่อยากเจิมครัวใหม่ อยากให้หนูมีภาพจำดีๆ ว่าเซ็กซ์ของเราในห้องครัวห้องนี้...มันเร่าร้อนมากแค่ไหน”เขาว่าพลางดึงสายเดรสของเธอลงจากไหล่ทั้งสองข้าง ปล่อยให้เนื้อผ้านุ่มลื่นไหลลงตามแขนจนทรวงอกอวบอิ่มผุดพ้นออกมาอย่างเป็นอิสระ ความเต่งตึงและขาวเนียนของทรวงอกทำเอาเขาต้องกลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะยกมือขึ้นประคองสองเต้าเต็มสองฝ่ามือนิ้วทั้งห้ากดแน่นลงไปบนผิวเนื้ออย่างหลงใหล เคล้นคลึงสลับแรงเบาราวกับกำลังละเลียดความหิวกระหายที่สะสมมาตลอดเย็น ความนุ่มแน่นล้นทะลักออกมาตามง่ามนิ้วจนเขาแทบไม่อยากละมือไปจากตรงนั้นเล้งหลงใหลก้อนกลมนุ่มของเธออย่างที่สุด เขา
“ไม่ได้นะคะพี่เล้ง จู่ๆ พี่จะมายกร้านให้หนูแบบนี้ได้ยังไง หนูรับไว้ไม่ได้จริงๆ ค่ะ มันมากเกินไป หนูเป็นแค่แม่ค้าขายส้มตำในตลาด ไม่กล้าคิดกล้าฝันอะไรใหญโตแบบนี้หรอกค่ะ”น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกเกรงใจและไม่มั่นใจในตัวเอง ขณะสายตากวาดมองไปรอบๆ บ้านที่ถูกปรับแต่งเป็นร้านอาหารอย่างสวยงามอีกครั้ง ราวกับไม่อยากเชื่อว่าเขาทำทั้งหมดนี้ให้เธอจริงๆ หากแต่เล้งกลับยิ้มละมุน ดึงมือของเธอมากุมไว้แน่น“อย่าปฏิเสธเลยนะคนดี พี่ไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่พี่ทำเพราะอยากเห็นหนูมีความสุข พี่รู้ว่าหนูเก่งมาก ผีมือหนูไม่ธรรมดา ขอแค่หนูกล้าก้าวข้ามความกลัวนั่นให้ได้ พี่พร้อมซัปพอร์ตทุกอย่างเอง”“แต่…”“ชู่ว…ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น” เขาเอื้อมมือมาประคองใบหน้าเธอ สายตาสบมองด้วยความแน่วแน่และเปี่ยมความห่วงใย ”อืม...งั้นเอางี้ดีไหม ให้หนูลองเปลี่ยนจากคิดถึงตัวเองมาคิดถึงอนาคตของลูกเราดีกว่านะ พี่อยากให้เขาเติบโตในสถานที่ที่แม่เขารัก อีกอย่าง...พี่ก็จะได้ดูแลหนูได้ง่ายๆ ด้วยไง”แตงหวานเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยแววตาครุ่นคิด ก่อนจะเอ่ยเสียงเบาอย่างไม่แน่ใจนัก“พี่เล้ง...แล้วพี่ไม่อายเหรอคะ พี่เป็นเชฟชื่อดัง มีหน้ามีต
“สมัยนี้หาคนสวยที่ทั้งขยัน ทั้งสู้ชีวิต ไม่อายทำกินแบบหนูยากมากเลยนะ สาวๆ ส่วนใหญ่พากันรวยทางลัดกันทั้งนั้น แม่ชอบคนแบบหนูมากเลย ลูกแม่ตาถึงจริงๆ”ดูเหมือนว่าที่แม่สามีจะถูกชะตา หลงว่าที่ลูกสะใภ้คนนี้ไม่เบา แม้แต่ในช่วงมื้อค่ำที่ทั้งสามคนได้นั่งล้อมวงกินข้าวกันอย่างอบอุ่น แม่ของเล้งเอ่ยชมฝีมือการทำอาหารของเธอไม่หยุดปาก เล่าว่าหลายครั้งที่ลูกชายของตนแวะเวียนเอาอาหารจากร้านเธอมาฝาก เธอก็อดทึ่งไม่ได้กับรสชาติที่กลมกล่อม แซ่บนัวถึงใจความรู้สึกเกร็งประหม่าในใจแตงหวานค่อยๆ เลือนหายไป เมื่อเธอได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ทุกถ้อยคำชื่นชมและแววตาเอ็นดูจากคุณนายละไมหลอมละลายความกังวลจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกซาบซึ้งใจที่เอ่อล้นในอก ขณะเดียวกัน เล้งก็ยิ้มกว้างอย่างคนที่โล่งใจ เขานั่งมองแม่กับคนรักของตนสนทนากันอย่างออกรสด้วยแววตาเปี่ยมสุข ยิ่งเห็นภาพนั้น เขายิ่งมั่นใจว่าบ้านหลังนี้จะไม่มีปัญหาโลกแตกอย่างแม่ผัวกับลูกสะใภ้อย่างแน่นอนกระทั่งเกือบสามทุ่ม ถึงเวลาเข้านอนของคุณนายละไม ทั้งสองกล่าวคำร่ำลาตามมารยาทเสร็จเรียบร้อย เล้งจึงอาสาขับรถไปส่งแตงหวานที่บ้าน ทว่าระหว่างทางกลับ เขากลับเปลี่ยนเส้
ความรักของทั้งคู่เติบโตงอกงามมากขึ้นทุกวัน แม้เล้งต้องเผชิญความเหนื่อยล้าจากการทำงานในเมืองที่วุ่นวาย ทั้งงานเชฟที่โรงแรม เดินสายถ่ายทำรายการต่างๆ ที่เป็นหนึ่งในข้อตกลงกับรายการเชฟกระทะทอง ทว่าเขาก็ไม่เคยละเลยที่จะทำหน้าที่คนรักที่ดี ฝ่ารถติดนานนับชั่วโมง เพื่อไปหาแตงหวานที่บ้านเธอแถวชานเมืองความเสมอต้นเสมอปลายของเขา ไม่จำเป็นต้องประกาศให้ใครรู้ แต่มันคือคำสัญญาที่แนบแน่นในทุกการกระทำที่เขามีต่อเธอ กระทั่งถึงวันหยุดของร้านแตงหวาน เล้งก็ไม่รอช้า รีบคว้าโอกาสนี้ชวนเธอไปดินเนอร์ตามแผนที่เขาตั้งใจเตรียมไว้มาได้สักพักแต่ดูเหมือนจะผิดคาดไปมากสำหรับแตงหวาน เพราะดินเนอร์ที่ว่า กลับไม่ใช่ร้านหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา หรือดาดฟ้าตึกสูงสุดโรแมนติกอย่างที่เธอจินตนาการ หากแต่เป็นบ้านหลังใหญ่ใจกลางเมืองของเขาเอง บ้านและที่ดินราคาหลักหลายร้อยล้าน แพงจนเธอไม่กล้าคิดฝันและยิ่งทำให้เธอประหลาดใจมากขึ้นไปอีก เมื่อรู้ว่าเขาพาเธอมาที่นี่ เพื่อพบกับแม่ของเขา เจ้าของร้านอาหารป่าป้าละไม ผู้เป็นแรงบันดาลใจเบื้องหลังเส้นทางสายอาชีพของเขาทันทีที่รถแล่นเข้าเขตรั้วบ้าน แตงหวานก็เริ่มเกร็งจนเห็นได้ชัด เธอหันมาทำเสีย
“เชฟเล้งทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในทุกโจทย์ที่ได้รับ อาหารของเขาเต็มไปด้วยรสชาติกลมกล่อม นำเสนอด้วยความคิดสร้างสรรค์ และยังรักษามาตรฐานระดับสูงไว้ได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย” กรรมการอีกคนพูดเสริม ก่อนที่กรรมการหญิงที่ยืนข้างๆ จะเอ่ยถึงเชฟฮานะ ที่ตอนนี้ยังยิ้มสู้ ตบบ่าแสดงความยินดีกับเล้งด้วยสปิริต“เชฟฮานะเองก็ฝีมือเยี่ยมค่ะ หวังว่าเราจะได้เห็นพัฒนาการของเชฟฮานะในซีซั่นต่อๆ ไปนะคะ”หากจะพูดกันตามความเป็นจริง คู่แข่งคนสำคัญของเล้งก็รักษามาตรฐานได้ดีมาโดยตลอดในทุกโจทย์ก่อนหน้านี้ ทว่ารอบตัดสินกลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อหัวข้อที่ต้องเชื่อมโยงกับรสมือแม่กลับไม่สอดคล้องกับจริตการปรุงอาหารของเธอ ซึ่งถนัดอาหารญี่ปุ่นกับอาหารยุโรปเป็นหลัก ทำให้เธอไม่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกผูกพันและอบอุ่นในแบบบ้านๆ ได้อย่างลึกซึ้งเพียงพอนอกจากนี้ จังหวะในการชิมก็มีผลไม่น้อย เมื่อกรรมการได้ลิ้มรสอาหารของเล้งก่อน ซึ่งสามารถปลุกอารมณ์และความทรงจำเกี่ยวกับบ้านและแม่ได้อย่างชัดเจนจนตราตรึงใจ แต่เมื่อต้องชิมอาหารของเธอในลำดับถัดมา จึงกลายเป็นว่ารสชาติที่แม้จะละเมียดละไม ทว่ากลับดูจืดจางลงไปอย่างมีนัยยะกระทั่งโปรด







