เข้าสู่ระบบ"หากทำเช่นนั้น ความแค้นคงถูกส่งต่อไปอีกรุ่น ลูกหลานข้าคงหนีไม่พ้นเคราะห์กรรมเหล่านี้" ร่างสูงส่ายหน้าไปมา "คราวนี้ขอความช่วยเหลือจากท่าน เพียงต้องการคนอารักขาคนในบ้านนี้ โดยเฉพาะหมิงเสวี่ยเท่านั้น""ประหารเก้าชั่วโคตรก็สิ้นลูกหลานให้ก่อความวุ่นวายต่อแล้วแท้ๆ" นางถอนใจเพราะไม่ชอบความไม่เด็ดขาดของไป๋จิ้งเหอนัก "แต่เอาเถอะ แค่งานอารักขาเหนียงซื่อตัวน้อยมันไม่เหนือบ่ากว่าแรงหรอก""ขอบพระคุณเจ้าค่ะ""แต่เจ้าต้องพาข้าเที่ยวซีหนิงด้วยนะ"ไป๋จิ้งเหอถึงกับคิ้วกระตุก "จะอยู่กี่วัน""จนกว่าเรื่องจะจบน่ะสิ"คำตอบง่ายๆของซื่อเซี่ยยี่ทำเขาเครียด แบบนี้เวลาส่วนตัวของเขาคงถูกทำลายป่นปี้ลำพังแค่เฉี่ยวเหมยชีวิตเขาก็วุ่นวายพอแล้ว นี่เพิ่มตัวยุ่งระดับพระกาฬเข้ามา ไม่อยากจะคิดเลยว่าจะวุ่นวายเพียงใด"ข้าจะหาบ้านที่อยู่ใกล้ๆนี่อีกสักหลัง" ไป๋จิ้งเหอลองเสนอแนะดูเพื่อเรียกความสงบสุขคืนมา"จะวุ่นวายไปไย ห้องหับบ้านเจ้าก็เยอะแยะ"ไม่ว่าจะอย่างไรก็จะพักที่นี่ให้ได้อย่างนั้นสินะ... "พักห้องข้างๆเฉี่ยวเหมยก็แล้วกัน" ข้าจะดูซิว่า ท่านจะทนฟังเสียงของจอมหื่นกามพรรค์นั้นได้กี่วันกัน?!"ไม่เอาละ ข้าอยากนอนข้างห้
"เอ่อ ข้า..." หมิงเสวี่ยไม่คาดว่าโดนใครซักถามถึงเรื่องนี้ ตอนนี้นางจึงตกใจไม่น้อย ไม่รู้จะตอบเช่นไรดีไป๋จิ้งเหอเดินมาดึงร่างเล็กไปซุกไว้ด้านหลังตนเอง "พี่ซื่อ ในเมื่อมาเพราะมีธุระ เช่นนั้นก็มาจัดการให้จบเรื่องไปเถอะ""...น้องเหอต้องการเช่นนั้นก็ตกลง" ซื่อเซี่ยยี่ยิ้มบาง เข้าใจเปลี่ยนประเด็นนะ เจ้าจิ้งจอกน้อยตัวแสบ"...แล้ว" นางปรายตามองยังหมิงเสวี่ย คล้ายถามว่านางควรรู้เห็นด้วยหรือไม่"เจ้าอยู่ด้วย" เขาตอบราวกับอ่านใจนางได้"เช่นนั้นก็ดี" หญิงสาวยิ้ม ก่อนหันไปสั่งเฉี่ยวเหมย "เฉี่ยวเหมยเหมย ข้าขอน้ำชากับของว่างด้วย รีบไป อย่าชักช้าให้มารดาคอยนาน!"แม้แต่เฉี่ยวเหมยเองก็ยังทำหน้าทำตัวสงบเสงี่ยม หมิงเสวี่ยยิ่งสงสัยหนักขึ้นไปอีกเท่าตัว นางมองตามหลังเฉี่ยวเหมยที่ใช้วิชาตัวเบารีบร้อนออกไปก็หันมาถามไป๋จิ้งเหอ"นาง...มีความสัมพันธ์กับพวกท่านอย่างไรหรือเจ้าคะ?""ตระกูลไป๋และตระกูลซื่อสนิทสนมกันมาตั้งแต่รุ่นบิดา" เขาอธิบาย "ช่วงที่บ้านเมืองสงบสุข ข้าก็จะขอกองกำลังของนางมาช่วยคุ้มกันสินค้าบ้างเป็นบางครั้ง"หมิงเสวี่ยแทบจะร้องอ๋อออกมาทันที ในเมื่อสถานการณ์ตอนนี้เข้าขั้น 'ไม่ปกติ' จึงยืมกำลังของนา
"อ่าฮะ...แม่นางไป๋งั้นรึ? ชักสนุกแล้วสิ" ซื่อเซี่ยยี่ยิ้มพราย ก่อนเดินตามเฉี่ยวเหมยไปติดๆ"นายท่าน!! แย่แล้ว!!!" เสียงเฉี่ยวเหมยโหวกเหวกด้วยความร้อนรนมาแต่ไกลไป๋จิ้งเหอดันเอวร่างน้อยให้ห่างจากตนและหันหน้ารอลูกน้องคนสนิทที่ถลาร่างเข้ามาในห้องเกือบจะในทันที "มีอะไร?""น...นายท่าน! แย่แล้ว!" เฉี่ยวเหมยลูบหัวลูบหัวตัวเองอย่างพรั่นพรึง "ท...ท่านหญิงซื่อมาขอรับ!!""ซื่อเซี่ยยี่?"เฉี่ยวเหมยพยักหน้ารัวๆ ไป๋จิ้งเหอหรี่ตาลง เม้มริมฝีปากเล็กน้อย "คิดไม่ถึงว่าจะมาเร็วเพียงนี้""ท่านหญิงซื่อ ใครหรือเจ้าคะ?" หมิงเสวี่ยพยายามถามโดยมองข้ามสีหน้าตื่นตระหนกของเฉี่ยวเกอเกอ"คนผู้นั้นก็คือข้าอย่างไรเล่า แม่สาวน้อย!! ฮ่าๆๆ"หมิงเสวี่ยหันมองต้นเสียงและสะดุ้งน้อยๆเมื่อเห็นหญิงสาวร่างสูง ผิวสีน้ำผึ้ง แต่งกายแบบจอมยุทธ์หญิง เดินอาดๆเข้ามาแล้วแล้ว...หมับ!..กอดคอสามีของนางเข้าเต็มๆ"อาเหอ! แอบมีภรรยาอยู่ที่นี่ จึงมิยอมกลับเมืองหลวงใช่หรือไม่!""ข้าจะมีหรือไม่มีภรรยามันเกี่ยวอะไรกับเจ้า?" น้ำเสียงของไป๋จิ้งเหอเจือโทสะกลายๆ"แหม เล่นมีอนุอยู่ที่ซีหนิงแล้วทิ้งเมียหลวงอย่างข้าให้นอนร้องไห้อยู่ฉางอัน ช
"อันที่จริงนั่นเป็นเรื่องส่วนตัวของฉู่หลานเทียนกับไป๋จิ้งเหอ ในเมื่อเขาต้องการสะสางความแค้น ข้าก็จะอำนวยความสะดวกให้ด้วยการไล่พวกมือที่สามมือที่สี่ไปให้พ้นหูพ้นตา" องค์ชายใหญ่เอ่ยเรียบๆพลางเดินไปหยิบกรรไกรมาตัดแต่งเผินใจ่ (ต้นไม้เล็กๆในกระถางหรือบอนไซ) ที่โต๊ะ"ทางพวกเราเองก็ได้รับผลประโยชน์ด้วย""พะย่ะค่ะ""เรื่องคดีของใต้เท้าโจวไปถึงไหนแล้ว?""ตัดสินคดีวันนี้ยามอุ้ย (13.00 น. จนถึง 14.59 น.) พะย่ะค่ะ""ดี ไม่ว่าผู้ใดชนะคดี เจ้าก็เตรียมยุแยงก่อจลาจลอีกรอบได้เลย""พะย่ะค่ะ"ชายหนุ่มยิ้มน้อยๆ ยามปกติน้องชายของเขาเป็นคนมุทะลุ รักพวกพ้องและความยุติธรรมยิ่งกว่าสิ่งใด อาจจะมาฟังคำตัดสินด้วยตนเองก็เป็นได้ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ดี จะยิ่งโหมกระพือความโกรธแค้นและไม่พอใจของประชาชนไปได้อีก"แล้วทางเสด็จแม่กับมู่หรงชีจื่อเป็นเช่นไร?" ตั้งแต่เสด็จแม่ของเขาเล่าว่ามู่หรงชีจื่อเพียรพยายามตีสนิทกับพระองค์ครั้งแล้วครั้งเล่าโดยอ้างว่านางนั้นเกลียดและชิงชังซื่อเซี่ยยี่เข้ากระดูกดำ เขาก็ไม่ได้ให้ความสนใจนักเพราะคิดว่านางก็แค่สนมเล็กๆนางหนึ่งเท่านั้น"หวงโฮ่วทรงตรัสว่า มู่หรงชีจื่อเคยกล่าวไว้ว่า จุดอ่อนของซื่อเ
"อย่าลืมนะพี่สาว ร้านเหลาที่ชื่อเทียนหมินน่ะ มีไก่แช่เหล้าที่ขึ้นชื่อมากทีเดียว ไปกินให้ได้นะ!" หลิวลู่เฉินย้ำกับซื่อเซี่ยยี่เมื่อใกล้ถึงเวลาออกเดินทางอีกสามวันข้างหน้าก็จะได้เวลาเปิดประมูลสาวงามในหอนางโลมชื่อดังแห่งซีหนิงแล้วนางไม่เพียงจะอยากไปเยี่ยมเยียนเจ้าน้องชายตัวดีของนาง แต่ยังอยากเห็นหน้าเจ้าตัวบัดซบฉู่หลานเทียนที่ฉีจู้เฉิงคิดล่อมันออกมาซื่อเซี่ยยี่ที่สภาพร่างกายพร้อมสำหรับการเดินทางกำลังมองสามีคุมบรรดาบ่าวไพร่จัดเตรียมข้าวของ จากนั้นนางเองก็ง่วนกับการใส่ยาพิษที่แหวนเงิน และดูแลอาวุธลับของตนให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ"รู้แล้วน่า เจ้าไปซีหนิงแค่ครึ่งเดือนกลับรู้มากเพียงนี้ สารภาพมาซะว่าเอาแต่เที่ยวเล่นใช่หรือไม่?!""แหม แต่ไก่แช่เหล้าของซีหนิงก็เป็นเลิศจริงๆนะ พี่สาว" เขาว่า "แถมการเฝ้าดูคุณชายไป๋ข้าก็ผลัดกับพี่เหวินจาง ข้าก็เลยมีเวลาว่างไปหาของอร่อยกินได้ไง"ซื่อเซี่ยยี่ไหวไหล่คล้ายไม่สนใจข้อแก้ตัวของเขา "เอาล่ะๆ ข้ากับจู้เฉิงไปแล้ว เจ้ากับหยางหมี่เฟิงก็ช่วยกันดูแลกองทัพข้าให้ดีล่ะ หากข้ากลับมาเห็นอะไรไม่อยู่ในร่องในรอย ข้าจะจับเจ้าโยงแล้วฟาดให้หลังลายเลย เข้าใจหรือไม่?" นางกำ
ลมหายใจอุ่น กลิ่นกายละมุนคุ้นเคย สัมผัสวาบหวามที่เคยใกล้ชิดทำเอาฉีจู้เฉิงสติเตลิดไปไม่น้อย พอปากนุ่มทาบทับลงมา เขาก็ลืมเลือนทุกสิ่งไปสิ้น ผ้าชุบน้ำผืนนั้นลอยละลิ่วหลุดมือไปที่ใดเมื่อไรเขาไม่อาจจำได้ หญิงสาวพรมจูบไปทั่วใบหน้า จากนั้นจึงถอดเสื้อผ้าเขา ทิ้งร่องรอยความรักไว้ที่อกแกร่งและยอดถันสีเข้ม โหวหนุ่มคำรามฮืมจากลำคอ ร่างกายถูกแผดเผาด้วยการยั่วเย้าของนางจนกดไหล่นางลงกับเตียง แต่มือไม้ไม่กล้าขยับมากด้วยเกรงจะโดนแผลของนาง"ใครกันแน่ที่หื่น?" นางยักคิ้วหลิ่วตาซุกซน จนอีกฝ่ายอดก้มลงจูบหนักๆด้วยความหมั่นเขี้ยวไม่ได้"พี่เซี่ยขอรับ!" ประตูเปิดออกแล้วร่างของฮุ่ยหลินก็โผล่เข้ามาพร้อมยาชามหนึ่ง "อาจารย์ให้ข้าเอายาปรับลมปราณมาให้ขอ...แว๊กกกกกกกกกกกกกกก!!!!"ฮุ่ยหลินตกใจจนแทบทำยาทำถ้วยยาตกเมื่อเห็นร่างพี่เซี่ยคนงามในสภาพเหลือเพียงกางเกงตัวในกำลังจูบกับโหวเหย๋หนุ่มอย่างดูดดื่ม"ฮุ่ยหลิน เข้ามาทำไม ออกไปก่อน!" ซื่อเซี่ยยี่ลุกพรวดจนหน้าอกกระเพื่อมไหวแล้วมองเด็กน้อยอย่างดุๆ"ข...ข้า...เอายามาให้""วางไว้แล้วก็ไปซะที ไม่เช่นนั้นข้าจะลุกไปตีตูดเจ้าให้ลายเลย!"เด็กหนุ่มตัวสั่นพั่บๆ ขาก็สั่น มือก็สั่น
ซื่อเซี่ยยี่รู้สึกตัวเมื่อมีกลิ่นหอมของวัตถุบางอย่างมาอังที่จมูก ดวงตากลมเบิกกว้าง ทว่ามองเห็นเพียงความมืดนี่ไม่ใช่ยามค่ำคืน แต่นางถูกปิดตาเอาไว้ เมื่อลองขยับมือเล็กน้อย ก็พบว่าทั้งแขนและขาก็ถูกมัดเอาไว้…//ท่านหมอ อาการแม่นางท่านนี้เป็นอย่างไรบ้าง?//เสียงชายหนุ่มที่ไม่คุ้นเคยดังขึ้นสติที่ยังคงอ
"ใช่แล้ว ภักดี" นางว่า "ความลับที่พูดคุยกันในหอสุ่ยเซียนจะไม่มีวันแย้มพรายไปถึงผู้ใดโดยเด็ดขาด นั่นเป็นข้อที่หนึ่ง"ซื่อเซี่ยยี่มองอีกฝ่ายนิ่งจนอู๋เม่ยเหนียงประหลาดใจ "เป็นอะไรล่ะ เสี่ยวเมา ดื่มชาอีกหน่อยสิ"ซื่อเซี่ยยี่ชักสงสัยที่ถูกคะยั้นคะยอจนเกินเหตุ สัญชาตญาณระวังภัยเริ่มทำงาน จึงหันไปหยิบขนมม
"ปกติสตรีต้องดื่มแล้วเมาจนลำบากยอดบุรุษพากลับบ้านมิใช่รึ? เหตุใดข้ากลับต้องทำหน้าที่บุรุษแทนกันล่ะ?!" นางบ่นอุบขณะพยุงเขากลับจวนแม่ทัพ"นั่นสิ..." จู่ๆเขาก็สร่างเมาเมื่อถึงประตูจวนแม่ทัพ เขายืนตัวตรงแล้วช้อนตัวซื่อเซี่ยยี่ไว้ในอ้อมแขน "ขอบคุณที่เตือนข้า""เจ้า...!""จากนี้ไปเป็นหน้าที่ของ...บุรุษ""
ซื่อเซี่ยยี่ครุ่นคิดอยู่ครึ่งค่อนวัน ไม่อาจหาคำตอบให้ตนเองได้ว่า คนพิลึกผู้นี้เหตุใดต้องการแต่งงานกับนางเพียงนี้ฟังจากที่เขาพูด หรือนางกับเขาจะเคยมีบุญคุณความแค้นต่อกัน?อีกประการหนึ่ง เขามีบรรดาศักดิ์ถึงชั้นเลี่ยโหว ซึ่งสูงกว่านางไม่กี่ขั้น เหตุใดนางจึงไม่เคยพบเห็นเขามาก่อน? ยิ่งคิดก็ยิ่งหาคำตอบให







