Mag-log inฉีจู้เฉิงเพียงยิ้มตอบ ขยับม้าให้เริ่มเดินวนไปอีกทางก่อนจะเร่งความเร็วกลับมาทางซื่อเซี่ยยี่อีกหนด้วยความเร็วขนาดนี้ ทุกคนในบริเวณนั้นแทบจะหยุดหายใจฉีจู้เฉิงนำลูกธนูขึ้นสาย สายตาจับจ้องเป้าบินที่ถูกโยนขึ้นสูง จากนั้นจึงออกแรงยิง ได้ยินเสียงฉึกไกลๆยืนยันว่าเป้าหมายถูกยิงแล้ว เขาบังคับมาให้ชะลอความเร็วลง แล้วจึงบังคับให้วิ่งเหยาะมาหยุดตรงหน้านาง ยิ่งได้เห็นแววตาชื่นชมของซื่อเซี่ยยี่ก็อดมีความสุขไม่ได้นางปรบมือให้เขา "ยิงสามดอก เข้าเป้าทั้งสามดอก ยอดเยี่ยม!"เขาลงจากหลังม้า สีหน้าแววตาปลื้มปริ่ม บ่งบอกว่า 'ลูบหัวเยอะๆ ชมอีกเยอะๆ ข้าชอบฟัง'แต่นางรีบสั่นหัว "พอแล้ว ขืนให้เจ้าแสดงฝีมือมากกว่านี้ ลูกน้องข้าคงปลื้มเจ้ามากกว่าข้ากันพอดี" หันไปมองลูกน้องใหม่ที่ถูกฉีจู้เฉิงขโมยหัวใจและความชื่นชมก็ยิ่งคิดในใจว่าแย่แล้วๆ "เจ้ารีบกลับไปได้แล้ว!" นางรีบเอาศอกกระทุ้งต้นแขนเขา"เอ๋? ข้าอยากดูเจ้าฝึกลูกน้องอีกหน่อยนี่นา""ไม่ต้องเลย แค่นี้ลูกน้องข้าก็แทบจะกราบเจ้าเป็นอาจารย์อยู่แล้ว""แต่...""ไม่มีแต่ ให้ข้าได้อวดฝีมือเรียกคะแนนคืนบ้าง ไม่อย่างนั้นจะให้เจ้ามาเป็นแม่ทัพแทนข้า""...ข้ากลับก็ได้" จากว่
"ได้!" เขารับคำแข็งขันจนซื่อเซี่ยยี่แปลกใจ นึกว่าจะบ่นมากกว่านี้เสียอีกหลิวลู่เฉินรีบวิ่งกลับไปฝึก ส่วนนางส่ายหน้าไปมา เดินไปหาฉีจู้เฉิงที่นั่งรอพร้อมกับปิ่นโตเถาใหญ่"เหนื่อยแย่เลยนะ" เขารินน้ำชาจากกาดินเผาส่งให้ภรรยา "ฝีมือยิงธนูของเจ้ายอดเยี่ยมมาก""ไม่ต้องมายอเลย" นางบุ้ยปาก "ข้าแค่สังเกตตอนที่ทำศึกกับพวกนอกด่าน แล้วเอาวิธีของพวกมันมาปรับใช้เอง""นั่นเพราะเจ้าช่างสังเกต รู้จักปรับปรุงไม่หยุดนิ่ง" เขายังชมนางไม่ขาด"โหวเหย๋ปากหวานนัก" นางกลับหลิ่วตามองเขา "แต่ข้าอยากเห็นฝีมือของโหวเหย๋บ้าง ไม่รู้จะมีบุญตาหรือไม่?""ฝีมือข้าแค่ชั้นปลายแถว เจ้าเห็นมีแต่จะหัวเราะเยาะเอาเปล่าๆน่ะสิ" เขาคีบขนมใส่จานเล็กที่นำมาด้วยแล้วส่งให้ซื่อเซี่ยยี่ซื่อเซี่ยยี่กลับจ้องหน้าเขานิ่ง "แต่ข้าได้ยินมาว่าฝีมือยิงธนูของโหวเหย๋นั้นไม่เป็นสองรองใคร แม้กระทั่งยิงบนหลังม้าก็ยังน้าวธนูขึ้นสายทีละห้าดอกได้สบาย""...รู้ด้วยหรือนี่" เขาหัวเราะแก้เก้อ "นั่นมันเรื่องสมัยก่อน ตอนนี้ไม่ได้ยิงมานาน ไม่รู้ฝีมือจะทื่อลงหรือเปล่าสิ""ลองยิงดูสิ ข้าอยากเห็น" ซื่อเซี่ยยี่ว่าอย่างกระตือรือร้นฉีจู้เฉิงยิ้มบางให้อีกฝ่าย เขาลุ
และวันนี้ก็เป็นอีกวันที่ฉีจู้เฉิงไปส่งข้าวส่งน้ำให้จังหวะเดียวกับที่ซื่อเซี่ยยี่เริ่มสอนและทดสอบเด็กใหม่ที่เข้ามา...ครานี้เป็นการสอนยิงธนู...เด็กหนุ่มเจ็ดคนที่นางคัดเลือกมาอย่างเข้มงวดและผ่านการทดสอบขั้นต้นในการสอบเข้าหน่วยลับต่างยืนเรียงแถวอยู่กลางแดด โดยมีซื่อเซี่ยยี่ในชุดทะมัดทะแมงของหน่วยลับยืนอยู่อย่างไม่กลัวว่าจะคล้ำไปมากกว่านี้ ข้างๆมีหยางหมี่เฟิงและหลิวลู่เฉินขนาบข้างเบื้องหน้าของแต่ละคนมีแล่งธนูวางที่พื้น แต่ละแล่งมีธนูสิบดอก ที่ไหล่ซ้ายมีธนูพาดอยู่"ยิง!"ทันทีที่นางร้องสั่ง แต่ละคนก็หยิบธนูจากแล่ง น้าวขึ้นสายและยิงออกไปติดๆกัน เพียงอึดใจก็ยิงกันหมดแล่งซื่อเซี่ยยี่หันไปพยักหน้าให้หยางหมี่เฟิงกับหลิวลู่เฉิน ทั้งสองคนเดินไปยังเป้าของแต่ละคน และหันมาส่งสัญญาณมือให้ซื่อเซี่ยยี่ ผลงานของแต่ละคนนับว่าดีถึงดีมาก ลูกธนูทุกดอกต่างเข้าเป้าสีแดงทั้งหมดฉีจู้เฉิงเห็นชายหนุ่มเหล่านั้นลอบอมยิ้มที่ได้แสดงฝีมือ เขาเองก็นึกชมว่าเซี่ยเอ๋อร์ของเขาช่างมีแววตาที่แหลมคม คัดเลือกพวกมือดีมาได้ขนาดนี้หากซื่อเซี่ยยี่กลับแค่นยิ้มเยาะ นางเดินเข้ามาหาพวกเขาและให้ทหารเติมธนูลงไปใหม่"พวกเจ้าถอยไปหลัง
"ยังมีหลายเรื่องที่ยังไม่เข้าที่เข้าทาง อาจต้องใช้เวลาอีกสักหน่อยเจ้าค่ะ" มัตสึโมโตะตอบ"ดีแล้ว วังหลวงเป็นสถานที่อันตราย อ่อนแอเกินไปก็มีแต่ตกเป็นเหยื่อ ขณะเดียวกันทระนงเกินก็ทำให้ถึงตายได้เช่นกัน"มัตสึโมโตะพยักหน้าแล้วหันไปทางรัชทายาท "วันนี้มีข่าวสารจากพระสนมเท่านี้เพคะ หม่อมฉันคงต้องทูลลาแล้วเพื่อไม่ให้ผิดสังเกตเพคะ"รัชทายาทพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต หญิงสาวแดนวาโคถวายบังคมลา แล้วเดินออกจากตรงนั้นอย่างรวดเร็วโดยไม่หันมามองซื่อเซี่ยยี่กับฉีจู้เฉิงซื่อเซี่ยยี่เดินตามไปจนถึงประตู เมื่อแน่ใจว่านางไปพ้นหูพ้นตาแล้วก็สบถออกมา"อสรพิษทั้งนายทั้งบ่าว!!""เอาน่า เซี่ยเอ๋อร์ ถึงจะน่ารังเกียจทั้งนายบ่าว แต่ก็ทำให้รู้ว่าข้าถูกปองร้ายอยู่น่ะนะ" เขาพยายามปลอบภรรยาเพราะไม่อยากให้นางอารมณ์เสียกับหญิงชั้นต่ำผู้หนึ่ง"จงใจยืมมือเรากำจัดองค์ชายใหญ่กับหวงโฮ่ว ตนเองจะได้มีหวังเป็นหวงโฮ่วบ้างล่ะสิไม่ว่า" ซื่อเซี่ยยี่ยิ่งพูดยิ่งอารมณ์เสีย "ไม่ว่าฝ่ายไหนจะแพ้ นางก็สมประโยชน์ทั้งนั้น""ท่าทางจะใฝ่อำนาจจนหลงลืมไปว่าในประวัติศาสตร์ยังไม่มีหญิงต่างด้าวคนไหนได้ขึ้นถึงตำแหน่งหวงโฮ่ว" รัชทายาทตรัส "ขนาดข้าได้รับแ
"ได้ ข้าอนุญาต จะให้ดีเจ้าลงทำหน้าที่ครูฝึกไปด้วยเลย""นั่นมันแน่นอนอยู่แล้วเพคะ" ซื่อเซี่ยยี่ยิ้มรับ งานของนางไม่ใช่แค่นั่งดูการฝึก แต่นางยังต้องเป็นคนฝึกเจ้าพวกนี้กับมือด้วย"หลิวลู่เฉิน เจ้าก็ต้องเข้าร่วมการฝึกด้วยเช่นกัน""เอ๋? ข้าด้วยหรือ พี่สาว?" หลิวลู่เฉินชี้มาที่ตนเอง"แน่สิ เป็นรองแม่ทัพทั้งที จะมานั่งเฉยๆดูลูกน้องฝึกได้ยังไง มันต้องลงไปฝึก ไปคลุกคลี ถึงจะได้ใจลูกน้อง" ซื่อเซี่ยยี่ว่า ส่วนฉีจู้เฉิงยกพัดขึ้นปกปิดสีหน้าเบิกบานใจ "อีกอย่าง เจ้าเป็นมือปราบมือดีฝีมือไม่ด้อย ข้อนี้ข้าไร้ข้อกังขา แต่งานของหน่วยลับมีรายละเอียดยิบย่อยต่างจากมือปราบธรรมดาอยู่มาก เจ้าควรเริ่มเรียนรู้ไปพร้อมกับเด็กใหม่เลย""ข้าทราบแล้วขอรับ พี่สาว" เขาว่าเสียงอ่อย "จบการฝึกนี้แล้วมีอะไรให้ผ่อนคลายบ้างไหม?""ถ้าผลการฝึกเป็นที่น่าพอใจ ข้าจะพาทุกคนไปเที่ยว ดีไหม?" นางรู้ว่าน้องชายนางยังเด็ก บางทีมีรางวัลล่อใจบ้างก็ไม่เลว ถือเป็นการรับขวัญหลังนางกลับมารับตำแหน่งด้วยหลิวลู่เฉินได้ยินก็ทำท่ากระปรี้กระเปร่าเหลือล้นขึ้นมา "ขอรับท่านแม่ทัพ ข้าน้อยจะขยันฝึกซ้อมทุกวันเลยขอรับ!"ซื่อเซี่ยยี่เบ้ปากหมั่นไส้ ถ้าไม่ติ
หลังจากที่ม้าของทั้งคู่เหยียบย่างเข้าฉางอัน ทหารก็มาแจ้งให้ทราบว่า หลังจากที่ซื่อเซี่ยยี่และฉีจู้เฉิงกลับมาให้เตรียมตัวเข้าเฝ้ารัชทายาทเป็นการด่วนเมื่อซื่อเซี่ยยี่และฉีจู้เฉิงไปถึงตงกง (ตำหนักบูรพา) ก็พบว่าหลิวลู่เฉินรอพวกเขาอยู่พร้อมกับรัชทายาทแล้ว"ถวายบังคมรัชทายาทพะย่ะค่ะ/เพคะ" สองสามีภรรยาทำความเคารพรัชทายาท"ลุกขึ้นเถอะ" ชายหนุ่มเอ่ยตรัส "เป็นอย่างไรบ้าง ไป๋จิ้งเหอไม่ได้เป็นอันตรายมากใช่หรือไม่?""ตอนนี้ไป๋จิ้งเหอปลอดภัยดีแล้วเพคะ" ซื่อเซี่ยยี่ยิ้มบอก "ซ้ำยังมีภรรยาแล้วด้วย""แค่มีภรรยา เอาไว้มีลูกน้อยค่อยมาบอกก็ได้" แม้จะเอ่ยไปเช่นนั้น แต่ใจก็พะวงว่าไม่แน่เจ้าไป๋จิ้งเหออาจเป็นคนแรกที่จะมีลูกก็เป็นได้ ในกลุ่มพวกเขาซึ่งมีรัชทายาท ซื่อเซี่ยยี่ และไป๋จิ้งเหอ มีเขาที่ล่วงหน้ามีภรรยาไปก่อน แต่ทั้งที่อภิเษกกับพระชายามาก็หลายปี กลับยังไร้วี่แววผู้สืบสกุล"ดูท่าทางรักใคร่กลมเกลียว แถมสาวเจ้ายังอายุน้อยเช่นนั้น ข้าว่ากลับไปซีหนิงอีกที น้องไป๋จิ้งเหออาจมีลูกอุ้มคนจูงคนก็เป็นได้นะพะย่ะค่ะ" ฉีจู้เฉิงว่า ทั้งที่ในใจก็อดระแวงไม่ต่างกับรัชทายาทเช่นกัน"เอาล่ะๆ เราอย่าเพิ่งคุยว่าลูกใครจะเกิดก่
ซื่อเซี่ยยี่รู้สึกตัวเมื่อมีกลิ่นหอมของวัตถุบางอย่างมาอังที่จมูก ดวงตากลมเบิกกว้าง ทว่ามองเห็นเพียงความมืดนี่ไม่ใช่ยามค่ำคืน แต่นางถูกปิดตาเอาไว้ เมื่อลองขยับมือเล็กน้อย ก็พบว่าทั้งแขนและขาก็ถูกมัดเอาไว้…//ท่านหมอ อาการแม่นางท่านนี้เป็นอย่างไรบ้าง?//เสียงชายหนุ่มที่ไม่คุ้นเคยดังขึ้นสติที่ยังคงอ
"ใช่แล้ว ภักดี" นางว่า "ความลับที่พูดคุยกันในหอสุ่ยเซียนจะไม่มีวันแย้มพรายไปถึงผู้ใดโดยเด็ดขาด นั่นเป็นข้อที่หนึ่ง"ซื่อเซี่ยยี่มองอีกฝ่ายนิ่งจนอู๋เม่ยเหนียงประหลาดใจ "เป็นอะไรล่ะ เสี่ยวเมา ดื่มชาอีกหน่อยสิ"ซื่อเซี่ยยี่ชักสงสัยที่ถูกคะยั้นคะยอจนเกินเหตุ สัญชาตญาณระวังภัยเริ่มทำงาน จึงหันไปหยิบขนมม
"ปกติสตรีต้องดื่มแล้วเมาจนลำบากยอดบุรุษพากลับบ้านมิใช่รึ? เหตุใดข้ากลับต้องทำหน้าที่บุรุษแทนกันล่ะ?!" นางบ่นอุบขณะพยุงเขากลับจวนแม่ทัพ"นั่นสิ..." จู่ๆเขาก็สร่างเมาเมื่อถึงประตูจวนแม่ทัพ เขายืนตัวตรงแล้วช้อนตัวซื่อเซี่ยยี่ไว้ในอ้อมแขน "ขอบคุณที่เตือนข้า""เจ้า...!""จากนี้ไปเป็นหน้าที่ของ...บุรุษ""
ซื่อเซี่ยยี่ครุ่นคิดอยู่ครึ่งค่อนวัน ไม่อาจหาคำตอบให้ตนเองได้ว่า คนพิลึกผู้นี้เหตุใดต้องการแต่งงานกับนางเพียงนี้ฟังจากที่เขาพูด หรือนางกับเขาจะเคยมีบุญคุณความแค้นต่อกัน?อีกประการหนึ่ง เขามีบรรดาศักดิ์ถึงชั้นเลี่ยโหว ซึ่งสูงกว่านางไม่กี่ขั้น เหตุใดนางจึงไม่เคยพบเห็นเขามาก่อน? ยิ่งคิดก็ยิ่งหาคำตอบให







