Partager

รถไฟสองขบวน - 35%

last update Date de publication: 2026-01-27 13:10:26

หลังจากให้ช่างกล้องทั้งสองคนเก็บภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพชรไพลินก็หยิบเพชรเม็ดที่ไร้ตำหนิขึ้นมาถือไว้ระหว่างนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ เธอเคยอ่านในหนังสือมาบ้างแล้วถึงวิธีการดูเพชรแท้กับเพชรเทียม แต่กระนั้นก็ยังอยากเห็นด้วยตาของตัวเองสักครั้ง

“เราจะแยกเพชรแท้กับเพชรเทียมออกจากกันได้ยังไงคะ” เธอเอ่ยปากถามโดยที่สายตาไม่ละไปจากเพชรในมือ

รวินทร์เก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋ากางเกงแล้วเปิดลิ้นชักหยิบเครื่องมือบางอย่างมาวางลงบนโต๊ะ เครื่องมือที่ว่ามีลักษณะคล้ายกล่องสี่เหลี่ยมยาวประมาณหนึ่งฝ่ามือ ส่วนหัวของมันเรียวเล็กลงมาเหมือนปากกาเมจิก

“สมัยนี้มีเครื่องตรวจเพชร ถ้าอยากรู้ก็แค่เอาเพชรเม็ดนั้นไปตรวจ เครื่องมันก็จะแจ้งให้รู้เลยว่าเป็นเพชรแท้หรือเพชรปลอม แต่ข้อเสียก็คือมันไม่สามารถแยกได้ว่าเป็นเพชรแท้จากธรรมชาติหรือเพชรสังเคราะห์”

ชายหนุ่มอธิบายพลางทดลองทำให้ดูด้วยการนำส่วนหัวที่คล้ายปากกาจิ้มลงไปที่หน้าเพชร สักพักแถบไฟสีแดงก็ขึ้นจนถึงระดับสูงสุดแล้วส่งเสียงปี๊บๆ เบาๆ

เพชรไพลินข่มใจไม่กลอกตามองเพดานเพราะเรื่องเครื่องตรวจเพชรนี้เธอรู้อยู่แล้ว แต่จะโทษเขาก็ไม่ได้เพราะเธอถามเขาไม่เคลียร์เอง

“พัชหมายถึงการทดสอบด้วยตนเองหรือดูด้วยตาเปล่าน่ะค่ะ”

“วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือการส่องกับแสงยูวีเหมือนเวลาที่เราตรวจแบงก์ปลอมนั่นแหละ ใช้เครื่องเดียวกัน ถ้าเป็นเพชรแท้จะเรืองแสงสีฟ้าเท่านั้น แต่ถ้าเป็นสีอื่นให้เดาไว้ก่อนว่าเป็นเพชรปลอม แต่วิธีนี้มันไม่ชัวร์ร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะเพชรแท้บางเม็ดก็ส่องแล้วไม่เจอสีฟ้าก็มี...อีกวิธีหนึ่งนั่นก็คือวางเพชรคว่ำไว้กับหนังสือ ถ้าสามารถมองเห็นตัวอักษรผ่านเพชรได้แสดงว่าเป็นเพชรปลอม” เขาพูดพลางหยิบเพชรอีกเม็ดมาวางบนฝ่ามือก่อนพูดต่อ

“แต่วิธีที่ไม่แนะนำให้ทำก็คือการตรวจสอบคร่าวๆ อย่างการใช้ไอน้ำหรือฟ็อกกี้ เทสต์ด้วยการเป่าไอออกจากปากเราเหมือนเวลาที่เราทำให้กระจกเป็นฝ้าน่ะ เขาบอกกันว่าถ้าทำแล้วมีไอน้ำเกาะอยู่นานเกินหนึ่งนาทีแสดงว่าเป็นเพชรปลอม แต่ถ้าเกาะแป๊บเดียวแล้วจางไปอย่างรวดเร็วหรือแทบไม่เกิดอะไรขึ้นเลยแสดงว่าเป็นเพชรแท้”

เขาเป่าไอออกจากปากของตัวเองใส่เพชรเม็ดนั้น แต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เกิดขึ้นแม้แต่น้อย เพชรไพลินจึงลองทำบ้างก็ได้ผลอย่างเดียวกัน รวินทร์จึงพูดเสริมอีก

“พี่คิดว่าวิธีนี้มันไม่ได้ผลเพราะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศตอนนั้นด้วย ทางที่ดีอย่าใช้จะดีกว่า” เขาวางเพชรลงบนโต๊ะที่มีไฟส่องสว่างจากพื้นกระจก ก่อนอธิบายต่ออย่างใจเย็น

“ความจริงมันมีอีกหลายวิธีที่จะตรวจสอบ อย่างเช่นการดูความหนาแน่น การส่องดูความคมเฉียบของขอบที่เจียระไน การดูเหลี่ยมเพชรซึ่งจะต้องไม่พบเส้นซ้อนด้านใน วิธีพวกนี้จะต้องเป็นคนที่ชำนาญในการดูเพชรอยู่แล้ว แต่เดี๋ยวนี้ตามร้านส่วนใหญ่ก็จะใช้เครื่องตรวจเพชรกัน อีกอย่างก็คือเรื่องนี้เราคงรู้อยู่แล้วว่าเพชรทุกเม็ดจะมีใบรับรองให้ ก็เป็นการการันตีได้ว่าเพชรเม็ดนั้นเป็นของแท้หรือของปลอม”

เพชรไพลินตีหน้าตายพลางยักไหล่หนึ่งที ก่อนพูดว่า “รู้สิ ใครจะไม่รู้บ้างล่ะ” ความจริงแล้วเธอลืมคิดเรื่องนี้ไปต่างหาก

รวินทร์ยิ้มอ่อนเมื่อเห็นท่าทีเหมือนเด็กทำผิดแล้วถูกจับได้ของหญิงสาว แม้เธอจะแกล้งทำหน้านิ่งๆ แต่ตาหลุกหลิกนั้นไม่อาจรอดพ้นสายตาของเขาไปได้

“เดี๋ยวสักพักจะพาไปดูการเจียระไน ส่วนเรื่องการขึ้นโครงทำเป็นชิ้นงานเอาไว้ค่อยดูพรุ่งนี้ก็แล้วกัน เพราะวันนี้คงไม่ทันหรอก”

ชายหนุ่มดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือ เกือบบ่ายสี่โมงแล้ว แต่เขายังไม่ได้พาทีมงานของกัญญพัชรไปเช็กอินที่โรงแรมเลย

“หรือพรุ่งนี้ค่อยมาดูการเจียระไน ตอนนี้พี่ว่าเราน่าจะไปเช็กอินที่โรงแรมก่อนนะ”

เพชรไพลินดูเวลาที่นาฬิกาของตัวเองบ้างพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้น เพราะคาดไม่ถึงว่าเวลาจะผ่านไปเร็วขนาดนี้ ความจริงแล้วกลับเข้าที่พักเลยก็ดีเหมือนกัน เพราะตอนนี้เธออยากนอนแช่อ่างน้ำอุ่นๆ หอมๆ แล้ว

“ก็ได้ค่ะ เข้าที่พักก่อนก็ได้” เธอเก็บสมุดปากกาลงในกระเป๋าสะพาย ขณะที่รวินทร์ก็เก็บเพชรดิบและพลอยดิบใส่ในถุงกำมะหยี่แล้วนำเข้าไปเก็บไว้ในห้องนิรภัยตามเดิม

ทุกคนยืนรอจนรวินทร์ออกมาจากห้องนั้น เพชรไพลินจึงเดินนำทีมงานออกไปจากห้องทำงานของเขา เพราะชายหนุ่มต้องอยู่รั้งท้ายเพื่อล็อกห้อง ระหว่างที่ยืนอยู่ในทางเดินเล็กๆ ที่จะไปยังห้องรับแขก เธอก็ได้ยินเสียงผู้หญิงคนหนึ่งกำลังพูดคุยอยู่กับใครบางคนแว่วๆ จึงอดหันไปมองหน้ารวินทร์ไม่ได้

สีหน้าเรียบนิ่งของเขาตอนที่มองตอบกลับมาทำให้เธอตัดสินใจว่าจะไม่ถามเขาเด็ดขาดว่าเสียงนั้นเป็นเสียงของใคร เพราะจะว่าไปแล้วการที่ใครจะมาหาเขาก็ไม่ใช่เรื่องอะไรของเธอสักนิด

รวินทร์เดินตามหลังทุกคนอยู่ ตาคมกริบเอาแต่มองแผ่นหลังบอบบางของกัญญพัชร พลันก็อึดอัดใจ เขาไม่อยากให้กัญญพัชรเผชิญหน้ากับปานฤทัยเท่าไรนัก เพราะไม่มั่นใจว่ากัญญพัชรจะแสดงกิริยาไม่ดีอะไรออกไปหรือเปล่า ครั้นคิดดูอีกที วิธีนี้ก็เป็นวิธีทดสอบหญิงสาวได้อีกทางหนึ่งว่าเธอตัดใจจากเขาได้แล้วจริงๆ

เพชรไพลินเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าตู้โชว์ในห้องรับแขก บนโซฟาตัวยาวมีหญิงสาวหน้าตาคมคายคนหนึ่งกำลังนั่งพูดคุยอยู่กับนาวาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ครั้นหันมาเห็นเธอ เจ้าตัวก็หยุดพูดทันทีพร้อมกับมองหน้าเธอสลับกับหน้าของรวินทร์ซึ่งยืนอยู่ด้านหลังเธอด้วยสายตาเป็นเชิงถาม

รวินทร์กำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง แต่นาวากลับเป็นฝ่ายเอ่ยแนะนำหญิงสาวทั้งสองคนให้รู้จักกันก่อน

“คุณปานครับ นี่คือคุณพัช เป็นคู่หมั้นของวินทร์เขาน่ะครับ”

ยังไม่ทันที่ใครจะได้พูดอะไรต่อ เพชรไพลินก็ขัดขึ้นทันทีอย่างอดไม่ได้

“อุ๊ย! เดี๋ยวค่ะเดี๋ยว พูดตกไปหนึ่งคำนะคะ ตกคำว่าอดีตค่ะ อดีตคู่หมั้น”

เพชรไพลินคลี่ยิ้มหวานหยดให้หญิงสาวตรงหน้า ดูก็รู้ว่าปานฤทัยอายุมากกว่ากัญญพัชรหรืออาจอายุเท่าเธอด้วยซ้ำ ดังนั้นเธอจึงต้องพยายามทำตัวให้ดูเป็นผู้ใหญ่ให้มากที่สุด เพราะอายุจริงๆ ของเธอเกือบสามสิบเข้าไปแล้ว แต่ร่างของกัญญพัชรเพิ่งอายุแค่ยี่สิบต้นๆ ความอ่อนเยาว์และอ่อนประสบการณ์กว่าอาจทำให้อีกฝ่ายข่มเอาได้...ซึ่งเรื่องนี้เธอจะยอมไม่ได้เป็นอันขาด!

“มาหาผมที่นี่ มีอะไรรึเปล่าครับคุณปาน” รวินทร์เอ่ยถามขึ้นอย่างจงใจ เพราะไม่อยากให้ทุกคนพูดถึงเรื่องถอนหมั้นนั่นอีก อีกทั้งเขายังยอมรับว่าหงุดหงิดแปลกๆ เมื่อเห็นท่าทางไม่แยแสของกัญญพัชร

“ก็เห็นตอนแรกคุณบอกว่าจะไปหาปานที่ฟาร์ม แต่จู่ๆ กลับเจอแต่นาวา ปานก็เลยมาหาคุณที่นี่แทนน่ะค่ะ” ปานฤทัยตอบเขาเสียงอ่อน จงใจส่งสายตาหวานเชื่อมและแสดงท่าทีสนิทสนมระหว่างตนกับรวินทร์อย่างโจ่งแจ้งด้วยการเดินไปเกาะแขนเขาอย่างเปิดเผย

ระหว่างนั้นมีแม่บ้านเข้ามาเสิร์ฟน้ำให้ เพชรไพลิน สุวารี และช่างกล้องทั้งสองคนต่างดื่มแก้กระหายกันคนละแก้ว เหลือหนึ่งแก้วในถาดที่ยังไม่มีคนหยิบไป ซึ่งเดาว่าน่าจะเป็นของปานฤทัย เพชรไพลินได้ทีจึงโพล่งขึ้นลอยๆ

“น้ำเหลือหนึ่งแก้วไม่มีคนเอา เอ...คุณปานจะเอาของเหลือ เอ๊ย! แก้วที่เหลือไหมคะ เพราะพัชคงไม่เอาแล้วละ พัชมีของพัชแล้ว” พูดจบก็พยายามปั้นหน้าใสซื่อ ไม่สนใจตาคมดุของรวินทร์แม้แต่น้อย

ใช่ว่าเธอไม่รู้เจตนาของปานฤทัยที่พยายามออเซาะรวินทร์ต่อหน้าเธอ ใจจริงอยากจะพูดออกไปชัดๆ ด้วยซ้ำว่าผู้ชายคนนี้ถือเป็นของเหลือของเธอแล้ว เพราะถอนหมั้นกันอย่างเป็นทางการ ดังนั้นหากปานฤทัยอยากได้ของเหลือชิ้นนี้นักก็เชิญหยิบไปเถอะ เธอไม่ต้องการแล้ว

“ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันไม่หิว” แม้ปานฤทัยจะพยายามสะกดกลั้นความไม่พอใจไว้มากแค่ไหน แต่เสียงที่เปล่งออกมาก็ยังคงสะบัดและห้วนอยู่ดี

“อ้อ...งั้นหรือคะ พัชก็นึกว่าคุณปานทั้งหิวและกระหายเสียอีก”

เพชรไพลินเน้นคำว่าหิวและกระหายโดยที่เรียวปากยังคงคลี่ยิ้มเหมือนเดิม ก่อนจะหันหน้าไปทางรวินทร์

“ตกลงจะไปส่งพัชกับทีมงานที่โรงแรมได้หรือยังคะ หรือว่าถ้าตอนนี้พี่วินทร์ไม่ว่างแล้วเพราะต้องเทกแคร์แฟน ถ้างั้นก็ให้คุณนาวาไปส่งพวกเราก็ได้ค่ะ พัชอยากพักแล้วเนี่ย อยากอาบน้ำแล้วด้วย รู้สึกร้อนยังไงก็ไม่รู้ แปลกจังเลยค่ะ ตอนเดินออกมาเมื่อกี้อากาศยังเย็นอยู่เลยแท้ๆ แอร์เสียรึเปล่าคะคุณนาวา” พูดพลางเอามือพัดโบกอยู่ตรงใบหน้า ท่าทางของเธอตอนนี้ มั่นใจได้เลยว่าคนที่กำลังมองอยู่จะต้องหมั่นไส้จนอยากตบเธอสักฉาดเป็นแน่

และก็เป็นดังคาด เพราะปานฤทัยหันขวับไปหารวินทร์ทันที

“วินทร์คะ”

 

 

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ต้นสายปลายรัก   ตอนพิเศษ

    ทันทีที่รถจอด เพชรไพลินก็เดินเข้ามาในบ้านแล้วตรงดิ่งไปยังห้องนั่งเล่นอย่างรวดเร็ว หญิงสาววางกระเป๋าสะพายไว้บนพื้น ก่อนจะหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากถุงพลาสติกหูหิ้วของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง“จ๊ะเอ๋ น้องอัญขา ดูซิว่าคุณแม่ซื้ออะไรมาฝากด้วยละ” เธอชูกระเป๋าผ้าใบเล็กๆ ลายคิตตี้ให้อัญพัชร์ บุตรสาวตัวน้อยวัยขวบกว่าดูเด็กหญิงเอื้อมมือป้อมๆ ไปรับมาดูแล้วทำท่าจะสะพายบนไหล่ แต่ยังทำไม่เป็น ผู้เป็นมารดาจึงช่วยจัดให้“สวยจังเลยลูกสาวแม่ เอาไว้สะพายไปเที่ยวกันเนอะ ของหนูมีหนึ่งใบ ของคุณแม่ก็มีหนึ่งใบ เราสะพายกันคนละใบ”เพชรไพลินยิ้มแย้มอย่างถูกใจ ตั้งแต่มีบุตรสาวเธอก็ขยันชอปปิงแต่เสื้อผ้าสวยๆ และของใช้ของเล่นสำหรับเด็กเล็กเสมอ การจับเจ้าตัวน้อยแต่งตัวเป็นความสุขอย่างหนึ่งที่เธอชื่นชอบเอามากๆหนูน้อยอัญพัชร์มองกระเป๋าหนังแกะใบละสามแสนกว่าบาทของมารดาที่วางอยู่ตรงหน้าก็ดึงกระเป๋าลายคิตตี้ของตั

  • ต้นสายปลายรัก   บทส่งท้าย - 100% -

    แต่คนฟังทำปากยื่นด้วยความเสียดายที่ตอนนั้นตัดสินใจไม่ช่วยงานกัญญพัชร นั่นเพราะภาพลักษณ์ของบุตรสาวเจ้านายเมื่อก่อนนั้นดูอย่างไรก็ไม่น่าจะนำพากิจการให้เจริญรุ่งเรืองได้ ทว่ามาถึงตอนนี้ก็ต้องยอมรับแล้วว่าคนเราตัดสินกันที่ภายนอกไม่ได้เลยจริงๆ“นี่หล่อน...อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิยะ ไม่เคยได้ยินหรือว่าแข่งเรือแข่งพายน่ะแข่งได้ แต่อย่ามาแข่งวาสนากัน ตอนนี้เส้นวาสนาของฉันน่ะพุ่งสูงปรี๊ดดด...จนเกือบทะลุนิ้วกลางอยู่แล้ว แบบว่าคนมันโชคดีน่ะนะ”จีราวัฒน์ผายมือออกทั้งสองข้างพร้อมกับยักไหล่เลียนแบบท่าทางของกัญญพัชร เจ้านายสาวสวย แต่คนมองกลับเห็นแล้วทั้งหมั่นไส้และขำจนต้องขยำกระดาษเป็นก้อนกลมๆ แล้วปาใส่ศีรษะของเจ้าตัว“อิจฉาเว้ย ไปอวดไกลๆ เลยไป๊”เพชรไพลินนั่งก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ในห้องนอนเช่นเคย ระหว่างที่กำลังเปรียบเทียบยอดขายตลอดสองเดือนที่ผ่านมานั้น จู่ๆ ก็มีเสียงคนเคาะประตูจึงเงยหน้าขึ้นจากค

  • ต้นสายปลายรัก   บทส่งท้าย - 70% -

    พุฒิพงศ์ค้อมศีรษะให้หญิงสาวเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกไปจากบริเวณงาน ซึ่งพอชายหนุ่มเดินไป รวินทร์ก็เดินเข้ามาหาเพชรไพลินทันที หญิงสาวมองเขายิ้มๆ ครู่หนึ่งโดยไม่ได้พูดอะไร ขณะที่เขามองช่อดอกไม้ของพุฒิพงศ์ที่เธอถืออยู่“โทษทีนะที่ไม่มีช่อดอกไม้ ซื้อไม่ทันน่ะ” กว่าเขาจะขับรถมาถึงกรุงเทพฯ ก็เป็นเวลาเกือบเที่ยงแล้ว ไหนจะต้องรีบอาบน้ำแต่งตัวเพื่อมางานให้ทันเวลาอีก จึงไม่สามารถไปสั่งช่อดอกไม้ที่ร้านได้“ไม่เป็นไรค่ะ มีเยอะแล้ว แค่นี้ก็ไม่รู้จะเอาไปเก็บไว้ที่ไหนแล้วค่ะ”พูดจบหญิงสาวก็มองชายหนุ่มตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้าด้วยนัยน์ตาแพรวพราวระยิบระยับ แม้ใบหน้าของเขาจะมีร่องรอยความเหนื่อยล้าและใต้ตาดำคล้ำ แต่เขาก็ยังดูดี เพิ่งรู้ว่าเวลาที่เขาสวมสูทเต็มยศอย่างนี้แล้วจะดูภูมิฐานกว่าที่คิดเอาไว้มาก นี่ขนาดไม่ได้ผูกไทมาด้วยเขาก็ยังดูโดดเด่นกว่าผู้ชายหลายคนในงาน อาจเป็นเพราะรูปร่างสูงใหญ่ของเขากระมังที่ทำให้เธอเห็นแล้วยังต้องมองด้วยความชื่นชม

  • ต้นสายปลายรัก   บทส่งท้าย - 35% -

    เพชรไพลินยิ้มให้ตัวเองในกระจกหลังจากให้ช่างแต่งหน้าทำผมเสร็จเรียบร้อยแล้ว วันนี้เป็นวันที่ต้องเดินแฟชั่นโชว์ และเป็นการเปิดตัวเครื่องประดับน้องใหม่ภายใต้แบรนด์ใหญ่อย่างปัตถาเจมส์ เสียงจอแจภายนอกห้องแต่งตัวทำให้อดประหม่าไม่ได้ เนื่องจากเวทีอยู่กลางลานกิจกรรมของห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่ใจกลางเมือง คนมาดูย่อมแน่นขนัดเป็นธรรมดา ดังนั้นความกดดันจึงเริ่มตามมาเพราะงานนี้เธอจะพลาดไม่ได้เด็ดขาดเสียงพิธีกรกล่าวเปิดงานโดยมีหนังโฆษณาความยาวประมาณสองนาทีฉายอยู่บนจอแอลซีดีขนาดใหญ่กลางเวที ซึ่งเนื้อหาของโฆษณานั้นก็เป็นไปตามที่เพชรไพลินต้องการ นั่นคือการบอกเล่าเรื่องราวของเครื่องประดับแต่ละชิ้นว่ากว่าจะมาเป็นแหวนหนึ่งวง หรือต่างหูหนึ่งคู่นั้นต้องผ่านขั้นตอนอะไรมาบ้าง นั่นจึงทำให้คนดูที่อยู่ ณ บริเวณนั้นต่างให้ความสนใจกันเป็นอย่างมาก เพราะน้อยคนที่จะได้เห็นขั้นตอนการทำอย่างนี้และเมื่อโฆษณาจบลง บรรดานางแบบที่เตรียมพร้อมอยู่หลังเวทีก็ทยอยเดินขึ้นมาอวดโฉมบนฟลอร์ คอนเซปต์ของแฟชั่นชุดนี้คือสาววัยทำงานและความคล่อง

  • ต้นสายปลายรัก   เคลียร์ใจ - 100% -

    เพชรไพลินพยักหน้าพร้อมกับโบกมือบ๊ายบายให้ชายหนุ่ม จากนั้นจึงจูงมือมารดาเดินตามทุกคนเข้าไปในอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ โดยมีสายตาของรวินทร์มองส่งไปตลอดทางทันทีที่กลับถึงกรุงเทพฯ เพชรไพลินก็นั่งรถแท็กซี่เพื่อจะไปที่ออฟฟิศโดยไม่คิดจะเข้าบ้านก่อน หญิงสาวโทรศัพท์หาพราวพิรุณก่อนเป็นอันดับแรกเพราะนึกอะไรดีๆ ขึ้นมาได้“ฝน ฉันวานแกพายายวามาหาฉันที่ออฟฟิศหน่อยสิ ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้น้องสาวฉันฟัง”เธอฟังปลายสายพูดอยู่ครู่หนึ่ง เห็นอีกฝ่ายมีท่าทีเห็นด้วยที่จะบอกความลับนี้ให้เพชรแพรวาได้รู้อีกคนจึงยิ้มอย่างสบายใจ“ขอบคุณนะฝน เอาไว้ช่วงบ่ายเจอกัน”วางสายจากเพื่อนสนิทแล้วเธอก็โทร. ไปหารวินทร์เพื่อรายงานตัวว่าถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพแล้ว เธอคุยกับเขาไม่นานนักเพราะแท็กซี่มาจอดหน้าอาคารสำนักงานพอดีจึงกดวางสายเมื่อมาถึงออ

  • ต้นสายปลายรัก   เคลียร์ใจ - 70% -

    ได้ฟังอย่างนั้นรวินทร์ก็เบาใจ เพราะคาดว่าหากสิ้นหัวเรือใหญ่อย่างนายหัวสุรัชไป บรรดาลูกน้องที่เคยกร่างและทำตัวใหญ่คับฟ้าก็คงติดร่างแหไปด้วย ที่ตัวเล็กๆ ก็คงแตกกระสานซ่านเซ็นไปอยู่ที่อื่น ไม่กลับมาที่นี่อีกผู้หมวดหนุ่มเดินออกมาส่งรวินทร์กับเพชรไพลินที่รถ เขาจ้องหญิงสาวตาปรอย จนรวินทร์ต้องกระแอมเสียงดังพร้อมกับส่งสายตาปราม“ขึ้นไปรอพี่บนรถก่อนนะ พี่ขอคุยอะไรกับหมวดหน่อย” รวินทร์หันไปบอกเพชรไพลินพลางเปิดประตูรถให้ จากนั้นก็เดินโอบบ่าผู้หมวดแทนไทไปคุยอีกทางหนึ่งเพชรไพลินไม่รู้ว่าสองหนุ่มคุยอะไรกัน จึงหยิบโทรศัพท์ที่มารดาเอามาให้กดโทร. ไปหาพราวพิรุณเพื่อส่งข่าวให้เพื่อนรู้ว่าตนปลอดภัยแล้วสัญญาณดังแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ปลายสายก็กดรับทันทีราวกับกำลังรออยู่ “ฮัลโหล ฝนพูดค่ะ”“ยายฝน ฉันเอง”“นังลินนน...แกเป็นยังไงบ้าง โอ๊ยแก ฉันจะบอกให้ว่าวันนั้นฉันลนลานจนทำอะไรไม

  • ต้นสายปลายรัก   เหมืองฤทธิเทพ - 70%

    รวินทร์พาทีมงานของเพชรไพลินมารับประทานอาหารทะเลที่ขึ้นชื่อที่สุดของภูเก็ต หลังจากบริกรนำเมนูมาวางไว้ให้ทุกคนแล้วเขาจึงพูดกับเพชรไพลินอย่างเป็นกันเอง“อยากกินอะไรก็สั่งเลยนะ ร้านนี้อร่อยมาก”เพชรไพลินยิ้มพราย หลุบตาลงมองเมนูตรงหน้าเพื่อปิดซ่อนความซุกซนในแววตาไว้เต็มที่ ดู

  • ต้นสายปลายรัก   เหมืองฤทธิเทพ - 35%

    เพชรไพลินนั่งจัดกระเป๋าอยู่ในห้องนอนเพียงลำพัง หญิงสาวเลือกชุดที่ทะมัดทะแมงอย่างกางเกงยีนกับเสื้อยืดแขนยาวที่ใส่แล้วไม่ร้อนมากนัก เพราะไม่รู้ว่าอากาศภาคใต้จะร้อนอบอ้าวมากแค่ไหน เธอจัดไปหลายชุดเผื่อไว้ว่าอาจต้องอยู่ที่นั่นหลายวัน เพื่อศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับเพชรให้มากยิ่งขึ้

  • ต้นสายปลายรัก   กัญญพัชรเปลี่ยนไป - 100%

    เมื่อถึงเวลาเข้าประชุม เพชรไพลินสังเกตเห็นสายตาของพนักงานหลายคนที่มองมาด้วยความสงสัยแล้วก็ได้แต่ลอบยิ้มอยู่ในใจ หญิงสาวทำทีเป็นมองข้ามความอยากรู้อยากเห็นของคนเหล่านั้น แล้วตั้งใจอยู่กับเนื้อหาที่ตัวเองต้องอธิบายโครงการใหม่ให้คนอื่นได้ทราบ“ที่ผมเรียกทุกคนมาประชุมกันวันนี้ก็เพื่อจะแจ้

  • ต้นสายปลายรัก   กัญญพัชรเปลี่ยนไป - 70%

    “แต่พัชต้องเอาคนติดตามไปด้วยนะคะ อย่าลืมสิ พัชไม่ได้ไปคนเดียวสักหน่อย” นอกจากคนที่มีหน้าที่ถ่ายวิดีโอแล้ว ก็ต้องมีอีกคนที่คอยถ่ายรูปด้วย ส่วนเธอก็มีหน้าที่เก็บรายละเอียดทั้งหมดแล้วเอามาคิดเนื้อหาใส่ลงไปในโฆษณา“หรือถ้าพี่วินทร์ไม่รังเกียจที่จะให้คนของพัชไปด้วยสักสองคน พัช

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status