Masukเขากอดอกทอดสายตามองเพื่อน
“ฉันรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ถึงปากนายจะบอกว่าพี่น้อง แต่ความจริงลึกๆ แล้วใครจะรู้จริงไหม”
“หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ!” พิชัยกัดฟันกรอดชักสีหน้าไม่พอใจ
คนพูดยกมือ แล้วหัวเราะในลำคอ
“ฉันไม่พูดล่ะ”
เจ้าของบ้านระบายลมหายใจด้วยความขุ่นเคือง หากเจ้าสาวของธัชพลไม่ใช่ยัยเรศแล้ว แต่กลายเป็นยัยพิมพ์แทน ปัญหาที่ตามมามันคงใหญ่หลวงมากแน่ๆ เขาไม่อยากให้พี่น้องต้องบาดหมาง แต่เพื่อนก็ยังยืนยันว่าต้องการยัยพิมพ์ไปเป็นสะใภ้ เขารู้เหตุผลของเพื่อนดีว่าต้องการอะไรจากตัวลูกสาว
“เรศก็เป็นลูกสาวฉันเหมือนกัน ทำไมต้องเป็นยัยพิมพ์ด้วย!” เขาถามเสียงสั่น
“นายน่าจะรู้ดีกว่าใคร ว่าทำไมฉันเลือกหนูพิมพ์เป็นสะใภ้ ทั้งที่ลูกชายฉันรักพรรณเรศนักหนา”
“นายทำแบบนี้ มันทำให้ฉันลำบากใจมากรู้บ้างไหม แล้วฉันจะอธิบายกับยัยเรศยังไง!”
“เดิมทีลูกสาวนายรู้แก่ใจว่าฉันไม่ยอมรับ ถ้าหากมันจะมีอะไรเปลี่ยนไป พรรณเรศควรเป็นคนที่รู้ตัวเองดีที่สุดว่าทำไม!”
พิชัยนิ่งเงียบขบกรามแน่น ไม่รู้ควรทำเช่นไรกับเรื่องนี้ดี ยัยพิมพ์เป็นผู้หญิงหัวสมัยใหม่ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ยุ่งแต่กับงาน เพศตรงข้ามมายุ่งก็เอาใคร แล้วถ้าหากบังคับให้แต่งงาน ต้องเป็นเรื่องวุ่นวายแน่
“ไม่ได้! ยังไงฉันก็ไม่มีวันให้ยัยพิมพ์แต่งงานกับลูกชายของนายแน่!”
ธเนศแสร้งถอนหายใจเฮือกใหญ่
“ดูท่าข่าวดารานางร้ายตั้งท้อง หาคนเป็นพ่อไม่ได้คงน่าสนใจ พวกนักข่าวคงโหมกระพือข่าวให้เป็นกระแสกันยกใหญ่แน่!” พูดจบ เขาหัวเราะลั่น
“นี่นายกำลังขู่ฉันงั้นเหรอ!” พิชัยตวาดลั่น
“ไม่ได้ขู่ แต่ฉันเอาจริง นายจะลองดูไหมล่ะ!”
พิชัยกัดฟันกรอด ในอกร้อนรุ่มจนแทบระเบิด นี่เขาต้องทำให้ลูกสาวสองคนช้ำใจงั้นเหรอ ถ้าพิมพ์ไม่แต่ง เรศต้องเดือนร้อนแน่ จะทำยังไงดี
“รับปากฉัน จะไม่แพร่งพรายเรื่องยัยเรศเด็ดขาด!”
“ได้ฉันรับปาก”
คนเป็นพ่อกล้ำกลืนฝืนทน ถ้าหากเรื่องลูกสาวเป็นข่าวออกไป เรศอาจคิดสั้นก็ได้ พิมพ์เป็นคนเข้มแข็ง เข้าอกเข้าใจอะไรได้ดีกว่าพี่สาว เขาเชื่อว่ายังไงน้องก็ต้องช่วยพี่ ต่อให้ถูกเข้าใจผิดก็ตาม
“ก็ได้ ฉันจะให้พิมพ์แต่งงานกับลูกชายนาย”
เขาหัวเราะด้วยความพึงพอใจ “ให้มันได้อย่างนี้สิ” พูดจบเขาลุกยืน “ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวก่อน ต้องไปเตรียมอะไรหลายอย่าง แล้วจะมาสู่ขออย่างเป็นทางการอีกที”
ธเนศเดินออกมาด้านนอกอย่างอารมณ์ดี โดยไร้เจ้าของบ้านมายืนส่ง รถเคลื่อนออกจากตัวบ้าน พิชัยลุกยืนร่างกายสั่นเทา จนซวนเซแทบล้ม
ตุบ!
ข้าวของตกลงพื้นอย่างรวดเร็ว สาวร่างอรชรส่วนสูงร้อยหกสิบสอง ผิวกายขาวอมชมพู ใบหน้าหมดจดงดงาม ตรงเข้าประคองชายชราที่เกือบล้มด้วยความเป็นห่วง
“พ่อเป็นอะไรหรือเปล่าคะ!” พิมพ์จันทร์ร้องถาม
“เปล่าลูกพ่อไม่เป็นอะไร”
เธอพยุงบิดานั่งลง แล้วสังเกตอาการด้วยความเป็นห่วง
“ทำไมพิมพ์ถึงกลับมาบ้านล่ะ”
“ป้าไสวโทรไปหาพิมพ์ค่ะ บอกที่บ้านมีแขก พ่อคุยกับเขาค่อนข้างเครียดเลย” พิมพ์จันทร์ระบายลมหายใจ “เมื่อครู่พิมพ์สวนกับอาธเนศ อาธเนศมาทำอะไรเหรอคะ”
เขาชะงักเมื่อถูกบุตรสาวถาม
“พ่อขอพักก่อนนะพิมพ์ พ่อรู้สึกไม่ค่อยสบาย แล้วจะตอบคำถามพิมพ์ทีหลังนะ”
“ค่ะพ่อ” เธอช่วยจับพ่อเอนกายลงบนโซฟา
พิมพ์จันทร์ครุ่นคิด หวังว่าการมาของอาธเนศคราวนี้คงไม่ใช่เรื่องของเธอ และหวังว่าเจ้าสาวของลูกชายอาธเนศจะเป็นพี่เรศไม่ใช่เธออย่างที่ถูกทาบทามมาหลายครั้ง
ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตู ร่างสูงก้าวเข้ามาสีหน้าเรียบเฉย จ้องมองบิดาแววตาว่างเปล่า ที่เป็นอยู่มันทำให้เขาทรมานมากเหลือเกิน เจ้าของห้องเงยหน้ามองบุตรชาย ตอนนี้ลูกไม่มีความสุขเขาย่อมรู้ดี แต่ต่อไปภายภาคหน้า เขาเชื่อว่าธัชต้องยินดีกับสิ่งที่เขาเลือกให้เป็นแน่
“พ่อมีอะไรกับผมเหรอครับ” เขาถามเสียงเรียบ ไม่สบตา
“นั่งลงก่อนสิ”
เขายอมทำตามความต้องการของบิดา หย่อนกายตรงข้าม
“มะรืนนี้พ่อจะไปที่บ้านอาพิชัยเพื่อสู่ขอเจ้าสาวให้กับแก”
ชายหนุ่มขบกรามแน่น
“ผมไม่แต่งกับใครนอกจากเรศ!”
“เอาไว้แกรู้ความจริงบางอย่าง ฉันอยากจะรู้ว่าแกยังจะยืนยันคำนี้อยู่ไหม!”
เขาไม่เข้าใจเลย พรรณเรศก็เป็นลูกสาวอาพิชัยเหมือนกัน ทำไมพ่อถึงไม่ยอมรับเหมือนพิมพ์จันทร์ มันเพราะอะไร!
“ผมรักเรศรักกัน ไม่ว่าพ่อจะบังคับผมยังไงผมก็ไม่แต่ง ถ้าผมไม่มีทางเลือกผมจะหนีไปกับเรศ!” เขายืนยันหนักแน่น
“งั้นเหรอ?” คนเป็นพ่อเอ่ยเสียงเยาะ
ชายหนุ่มชะงักรู้สึกสังหรณ์บางอย่าง พ่อไม่โกรธที่เขาเป็นแบบนี้ แล้วรอยยิ้มนั้นเหมือนกำลังเย้ยหยันเขาเสียมากกว่า
“พ่อไม่มีอะไรแล้วใช่ไหมครับ ผมขอตัวก่อน” เขาบอกแล้วลุกยืน ตั้งใจเดินออกนอกห้อง
“เดี๋ยวก่อน”
เขาหยุดเท้าแล้วหันกลับมาจ้องมองบิดา
“มะรืนแกต้องไปกับฉัน เท่าที่รู้มา แฟนของแกอยู่ที่บ้านหลังนั้นด้วย”
คนฟังดวงตาเบิกกว้างสีหน้ายินดีขึ้นมาในทันที
“จริงเหรอพ่อ!”
“ฉันก็ไม่รู้หรอกนะ แต่คนใช้ที่บ้านนั้นบอกมา”
“ครับพ่อ ผมจะไป” ธัชพลรับปากบิดาในทันที แต่ก่อนจะไปคงต้องจัดการบางเรื่องเสียก่อน
ธัชพลกลับเข้าห้อง ล้วงมือถือในกระเป๋ากางเกงออกมา แล้วไล่หาเบอร์ติดต่อในมือถือ ชั่งใจพักใหญ่ก่อนโทรออก เขาไม่อยากทำแบบนี้ แต่มันจำเป็น
“โทรมา... มีอะไรหรือเปล่า” เสียงหวานเยือกเย็นตอบรับ
“ผมมีธุระอยากคุยด้วยหน่อย”
“สำคัญมากไหม เพราะฉันไม่ว่าง”
“สำคัญ ถ้าไม่สำคัญคงไม่โทรหาหรอก” เขาตอบเสียงแข็ง
“เจอกันที่ไหนดี”
“ร้านกาแฟนตรงข้ามที่ทำงานเธอก็แล้วกัน”
“ก็ได้ค่ะ ฉันมีเวลาให้แค่ครึ่งชั่วโมง”
“ได้! จะรีบไปก็แล้วกัน” เขาตัดบท แล้ววางสาย
ร่างสูงก้าวลงจากรถ ดูนาฬิกาข้อมือดูเหมือนเขาสายไปห้านาที พอเปิดประตูร้านเห็นคนที่นัดหมายนั่งรออยู่แล้ว เขารีบทรุดกายลงบนเก้าอี้ตรงข้าม แล้วช้อนสายตามอง พิมพ์จันทร์ผู้หญิงที่พ่อต้องการให้แต่งงานด้วยนั่งอยู่ตรงหน้า เธอสวยหมดจด เก่งเสียทุกอย่าง และเนื้อหอมมีแต่หนุ่มๆ มารุมล้อม ผู้หญิงคนนี้ทำให้เขากลัว ต่อให้เธอเก่งกาจแค่ไหน ดีแสนดีอย่างไร พิมพ์จันทร์ก็ยังเป็นคนที่เขาถึงยาก เธอไม่เหมือนใคร ท่าทางเย็นชา และแววตาฉายแววแห่งความมั่นใจเด่นชัด
แม้เวลาล่วงเลยไป แต่การเสียสกายไป ทำให้ครอบครัวเจ็บปวดมากเหลือเกิน เด็กไม่มีความผิดเลย ถ้าจะผิด ก็คงเพราะเกิดมาเป็นลูกของพี่สาวเธอ“คุณธัชคะ ฉันปวดท้อง”คนถูกปลุกลุกพรึบ“ปวดแบบไหนเหรอพิมพ์ ปวดมากไหม”“ปวดบีบ ๆ น่ะค่ะ เหมือนจะคลอด”“งั้นเราไปโรงพยาบาลกันครับ!”พิมพ์จันทร์ถูกพาตัวเข้าห้องคลอดทันที เพราะปากมดลูกเปิดเกือบสิบเซ็นแล้ว ว่าที่คุณพ่อเดินกระวนกระวายหน้าห้องคลอด จนกระทั่งพยาบาลมาตาม ชั่วโมงกว่าทุกคนพากันออกมาด้านนอก ธัชพลเข็นเตียงเฝ้าภรรยาไม่ห่าง พอถึงห้องพักฟื้น วีดีโอคอลหาปู่ของหลานทันที ธเนศมองหน้าหลานชาย แล้วยิ้มกว้าง ในที่สุดความหวังของเขาก็เป็นจริงเสียทีผ่านไปหนึ่งอาทิตย์ อาการธเนศดีขึ้น เริ่มลุกนั่งได้ เชื้อมะเร็งไม่ได้ลุกลาม แต่สภาพร่างกายไม่ค่อยดีนัก เพราะถูกกินไปมาก พิมพ์จันทร์อุ้มลูกน้อยในอ้อมแขน พาไปยังรถเพื่อเยี่ยมตา ถึงบ้านซึ่งเคยอาศัยอยู่แต่ก่อน พิชัยในสภาพร่วงโรยตามกาลเวลา ออกมาต้อนรับด้วยความยินดี เห็นหน้าหลานแล้วน้ำตาซึมออกมา“พ่อคะ เป็นยังไงบ้างคะ”“พ่อสบายดีพิมพ์”“ถ้าพ่อเหงา พ่อไปอยู่กับพิมพ์ดีไหมคะ” เธอเอ่ยถาม ด้วยความห่วงใย“คงไม่ดีหรอกมั้งลูก”“ไม่ดีได้
แพทย์ทำการผ่าตัด ออกจากห้อง หลังผ่านไปหกชั่วโมง ท่าทางทุกคนเหนื่อยอ่อน พลรบรีบตรงเข้าหาหมอ สีหน้ากังวล เวลานานขนาดนี้ อาการลูกชายหนักหนาสาหัสแค่ไหนกันแน่ หมอมองดูญาติผู้ป่วยแววตาหม่น เพราะไม่ได้รัดเข็มขัด ทำให้อาการของเด็กหนักมาก“หมอครับ ลูกชายผมเป็นยังไงบ้างครับ” เขาถามน้ำเสียงสั่นเครือหมอส่ายหน้า “หมอพยายามเต็มที่แล้วครับ แต่น้องทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตแล้วครับ”เหมือนฟ้าถล่มลงมา พลรบทรุดกายลงกองกับพื้น พิชัยจับหน้าอกแน่น เหมือนตัวเองกำลังจะตายเสียให้ได้ ชายชราหล่นจากเก้าอี้ในทันที เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลรีบเข้ามาช่วยปฐมพยาบาลอย่างเร่งด่วนพรรณเรศกัดริมฝีปากแน่น ทันทีที่เห็นเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล เดินเข้ามาในห้องเพื่อตรวจอาการ อยากรู้ว่าลูกชายเป็นอย่างไรบ้าง หน้าห้องมีแต่ตำรวจเฝ้าเต็มไปหมด“หมอคะ ฉันอยากรู้ว่าลูกฉันเป็นยังไงบ้าง” เธอถาม หมอสบตาแววตาแข็งขึ้น ข่าวดังในโรงพยาบาล ผู้หญิงคนนี้คือแม่ของเด็ก ช่างน่าสงสารนัก“ถามทำไมคะ คุณเป็นแม่ของเด็ก แต่คุณกลับขับรถคิดฆ่าคนอื่น ทั้งที่ลูกตัวเองไม่ได้สวมเข็มขัดนิรภัย คุณคิดไหมว่า น้องจะได้รับอันตรายมากแค่ไหน!”คนฟังสะอึก “ฉันถามคุณหมอก็ตอ
“ได้ครับ ผมอนุญาต”เสียงฝีเท้าดัง พลรบตรงเข้าหา สีหน้าตื่นตระหนก“พ่อครับ!”“พล”“สกายเป็นไงบ้างครับพ่อ มันเกิดอะไรขึ้น!” เขาถามเสียงเครียด“พ่อไม่รู้เลย เรศเองก็เจ็บตัวไม่น้อย สกายเกิดอุบัติเหตุพร้อมเรศ อาการสกายค่อนข้างหนัก หมอยังไม่ออกมาบอกอะไรพ่อเลย”คนเป็นพ่อเดินวน ยกมือกุมขมับ หัวใจเหมือนกำลังถูกควักออกมา น้ำตาค่อยเอ่อ มันสุดกลั้น เขาจะทำเช่นไร หากสกายเป็นอะไรไป มันทำใจไม่ได้หรอก ตำรวจสาวเท้ามาหา พลรบจ้องมองสีหน้าสับสน เช่นเดียวกับพิชัย“สวัสดีครับ”“ครับ” พลรบตอบรับ“พอดีผมมาสืบสวนเรื่องอุบัติเหตุที่โรงพยาบาล เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ได้นำคลิปอุบัติเหตุให้ผมดูแล้ว ตอนนี้คุณพรรณเรศเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้นะครับ”“อะไรนะครับ!” พิชัยร้องลั่น “ผมไม่เข้าใจ เกิดอะไรขึ้น ทำไมลูกสาวผมถึงเป็นผู้ต้องหาได้!”“เพราะคุณพรรณเรศ จงใจขับรถชนคุณพิมพ์จันทร์กับสามีครับ”ไม้เท้าในมือพิชัยร่วงหล่นกับพื้น ไม่รู้เลยว่าลูกสาว ทำเลวทำชั่ว ถึงขนาดแก้แค้นโดยไม่ห่วงชีวิตลูกตัวเอง“ผมไม่รู้เรื่องนี้เลย ไม่รู้ว่าลูกสาวผม จะทำเลวแบบนี้!” น้ำเสียงคนเป็นพ่อสั่นเครือ น้ำตาเริ่มไหลอาบแก้ม“ผมจำเป็นต้องแจ้งไว้น่ะ
เดือนต่อมา งานแต่งถูกจัดขึ้น เจ้าบ่าวเจ้าสาวหลังจากทำพิธีเรียบร้อย ต่างนั่งพักบนเตียงในห้องหอ ธัชพลกุมมือภรรยาไว้แน่น ใบหน้าแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มตลอดเวลา“ฉันมีอะไรเซอร์ไพรส์คุณด้วยค่ะ”คนฟังชะงัก สีหน้าแปลกใจ“อะไรเหรอครับ”เธอลุกจากเตียง แล้วเดินไปตู้เสื้อผ้า หยิบแผ่นกระดาษในกระเป๋าออกมา แล้วยื่นให้สามี เขารับมาแล้วเปิดดูด้านใน ดวงตาเบิกกว้าง“คุณท้องเหรอพิมพ์!” เขาตะโกนลั่น กระโดดโลดเต้นด้วยความสุข“ค่ะ ท้องได้สองเดือนแล้ว”ชายหนุ่มครุ่นคิด “หรือว่า ครั้งนั้น”เธอพยักหน้า “น่าจะเป็นอย่างนั้นค่ะ”“ผมไม่นึกเลยว่า น้ำยาผมมันดีขนาดนี้ ครั้งเดียวติดเลย”มือตีเข้าแขนแผ่วเบา “พูดอะไรออกมาคะ น่าอาย”ชายหนุ่มรั้งร่างบางมากอดไว้แนบกาย สูดกลิ่นหอมของผมนุ่ม ไม่คาดคิดมาก่อนเลย ตอนนี้พิมพ์ท้องแล้ว ครอบครัวกำลังจะสมบูรณ์ไปอีกขั้น หากพ่อรู้เรื่องนี้ คงดีใจมากเลยรุ่งเช้า สองร่างเดินลงบันได โดยมีเขาประคองไม่ห่าง พอถึงห้องอาหาร ป้านวลผ่องแม่บ้านเข้ามาดูแล“พ่อไปไหนเหรอครับ ยังไม่ตื่นเหรอ” เขาถาม แล้วมองหา“คุณท่านอาการไม่ค่อยดีค่ะ เมื่อคืนคุณสุรชัยพาไปหาหมอ”“อะไรนะ!” ธัชพลลุกยืนสีหน้าตระหนก หยิบมือถื
น้ำตาคนฟังไหลรินออกมา “เรศออกมา เรศก็อยากใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไป แต่มันกลับทำไม่ได้เลย ผู้คนเอาแต่นินทาว่าร้ายเรศ เปรียบเทียบกับพิมพ์ตลอดเวลา เรศแค่อยากให้รู้ว่า ต่อให้พิมพ์อยู่สูงแค่ไหน แต่ผู้ชายของพิมพ์ ก็ยังมองคนต่ำ ๆ อย่างเรศเลย!”“แล้วคุณทำไหมเรศ คุณได้ทำผิดหรือเปล่า สิ่งที่คุณทำ ไม่มีใครไม่รู้ คนพวกนั้นย่อมมองคุณเป็นธรรมดา แต่พอเวลาผ่านไป เชื่อผมสิ ทุกคนจะลืมมัน ไม่ได้สนใจมันอีก ถ้าคุณอดทน!”“ใครมันจะทน ที่ทำงานคุณ ก็นินทาเรศเหมือนกัน ทุกคนมองเรศเป็นคนขี้คุก ผู้หญิงไร้ยางอาย หน้าด้าน!”“ทำไมคุณถึงแคร์คนพวกนั้น มากกว่าแคร์คนที่รักคุณกันเรศ!” ชายหนุ่มตัดพ้อเสียงสั่น ตนเองทุ่มเทให้ถึงขนาดนี้ กลับไม่เห็นค่า มองแต่คนอื่นที่เขาไม่เคยสนใจเธอเงียบไป เมื่อเห็นแววตา พลรบดูแลเอาใจใส่มาตลอด ตั้งแต่ออกจากคุก มีเขาแค่คนเดียวที่คอยถามไถ่ ห่วงใยเสมอ ทว่าหัวใจ มันกลับไม่ยอมฟังเอาเสียเลย มันทรมาน เจ็บแค้น ไม่อาจปล่อยวาง เวลาเห็นน้องสาวต่างสายเลือดมีความสุข ข้างในมันเดือดขึ้นมา อย่างทำให้สองคนนั้นพินาศลงด้วยมือตัวเอง“เรศเข้าใจที่คุณพูด แต่มันทำไม่ได้”เขาสูดลมหายใจเข้าปอด หรือต้องปล่อยไปจริง ๆ“ท
“พวกแกเสือกอะไรด้วย นี่มันเรื่องของฉัน!”“รู้ทั้งรู้ว่าคุณธัชกำลังจะแต่งงานกับคุณพิมพ์ ยังหน้าด้านมายุ่งกับเขาอีก!” เสียงตะโกนดังขึ้นจากคนนอก“แล้วพวกแกมายุ่งอะไรด้วย!”พิมพ์จันทร์ทอดสายตามอง แววตาว่างเปล่า พรรณเรศดิ้นรนจนกระทั่งสบตาน้องสาว กัดริมฝีปากแน่น แววตาคู่นั้นแสนเกลียด มันทำให้รู้สึกต่ำต้อยด้อยค่า พิมพ์กำลังดูถูกเธอ ดั่งของไร้ค่า“ลากตัวออกไป แล้วห้ามผู้หญิงคนนี้เข้ามาที่นี่อีก!”“ครับ” พนักงานรับคำ แล้วพาตัวพรรณเรศออกไปพรรณเรศมองน้องสาวแววตาอาฆาต จะทำให้ยังไงให้ธัชพลติดกับดัก เธออยากให้สองคนพินาศไปด้วยกัน ในเมื่อเธอไม่มีความหวัง ทั้งหน้าที่การงาน คนรัก ก็อยากจัดการคนที่มันทำให้เธอ ต้องอยู่ในสถานะนี้ ล้มลงด้วยกันตุบ!ถูกเหวี่ยงไว้ด้านนอกตึก พรรณเรศลุกยืนปัดเสื้อผ้า กระทืบเท้าสีหน้าไม่พอใจ รอบกายเริ่มมีคนมามุงดู พร้อมถือโทรศัพท์ถ่ายวีดีโอ พรรณเรศหันเผชิญหน้า“มามุงอะไรกัน ไปให้พ้น!” เธอตวาดไล่“มาดูคนหน้าด้านไร้ยางอาย คนอะไรเข้าคุกมาแล้ว แทนที่จะกลับตัวได้ ดันคิดแย่งสามีน้องสาวอีก ทั้งที่น้องสาวช่วยเหลือ!” หนึ่งในไทยมุงต่อว่า“พวกแกไม่รู้เรื่อง ก็อย่ามาเสือก!”“คนดีกับคนไม่ด
รถเข็นเลื่อนเข้ามา พิมพ์จันทร์หยุดมือวางไอแพตบนโต๊ะ ธเนศรู้ข่าวเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่คิดว่าพรรณเรศยังไม่เลิกยุ่งกับบุตรชายอีก ยังมาหาสร้างความวุ่นวาย“กำลังทำอะไรอยู่เหรอพิมพ์”“พิมพ์กำลังดูงานออกแบบใหม่อยู่ค่ะ” เธอตอบแล้วยิ้ม“มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า”เธอนิ่งเล็กน้อย เข้าใจได้ว่านี่คงเป็นข่าวใ
พลรบขอตัวกลับ เพราะต้องทำงานต่อ พิชัยตัดสินใจเดินมาหยุดยืนหน้าห้องลูก ง้างมือคิดเคาะหลายครั้ง ทว่าในใจกลับกังวล ถ้าหากพูดอะไรไปลูกจะโกรธจนก่อเรื่องอีกหรือเปล่า แต่ถ้าไม่คุยกัน เรศเองอาจทำผิดอีกก๊อก ก๊อกเสียงเคาะ พรรณเรศชะงักมือ ซึ่งกำลังเลื่อนหาข่าวอดีตคนรัก เธอวางมือถือไว้บนหัวเตียง แล้วมาเปิดปร
พิมพ์จันทร์สบตาพี่สาว เห็นมองมาไม่ลดละ ดูเหมือนคุก คงไม่ได้ช่วยให้นิสัยพี่สาวเปลี่ยนได้“มีสิคะ เมื่อก่อนพิมพ์คงไม่รู้สึกอะไร แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เพราะตอนนี้พิมพ์กับธัชเป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย การที่พี่เรศมากอดสามีพิมพ์แบบนี้ มันไม่ถูกต้องนะคะ!” เธอตอกกลับเสียงเรียบคนฟังหน้าชา เพราะแกเป็นคนแย่
ท่าทางพ่อเหมือนกำลังปิดบัง คงไม่อยากให้เธอไปงานแต่งน้องสาวสินะ กลัวว่าจะไปอาละวาดงั้นเหรอ เธอไม่คิดสั้นขนาดนั้นหรอก ตอนนี้ไม่หาเรื่องเข้าตัว แต่คนอื่นก็อย่ามาหาเรื่องเธอแล้วกัน“ไม่มีอะไรแล้วค่ะพ่อ พ่อไปนอนเถอะค่ะ”“แล้วสกายล่ะเรศ สกายอยากมานอนกับลูก”“วันนี้ยังก่อนค่ะ พ่อให้สกายนอนกับพ่อก่อนเถอะค่







