Se connecterเขากอดอกทอดสายตามองเพื่อน
“ฉันรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ถึงปากนายจะบอกว่าพี่น้อง แต่ความจริงลึกๆ แล้วใครจะรู้จริงไหม”
“หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ!” พิชัยกัดฟันกรอดชักสีหน้าไม่พอใจ
คนพูดยกมือ แล้วหัวเราะในลำคอ
“ฉันไม่พูดล่ะ”
เจ้าของบ้านระบายลมหายใจด้วยความขุ่นเคือง หากเจ้าสาวของธัชพลไม่ใช่ยัยเรศแล้ว แต่กลายเป็นยัยพิมพ์แทน ปัญหาที่ตามมามันคงใหญ่หลวงมากแน่ๆ เขาไม่อยากให้พี่น้องต้องบาดหมาง แต่เพื่อนก็ยังยืนยันว่าต้องการยัยพิมพ์ไปเป็นสะใภ้ เขารู้เหตุผลของเพื่อนดีว่าต้องการอะไรจากตัวลูกสาว
“เรศก็เป็นลูกสาวฉันเหมือนกัน ทำไมต้องเป็นยัยพิมพ์ด้วย!” เขาถามเสียงสั่น
“นายน่าจะรู้ดีกว่าใคร ว่าทำไมฉันเลือกหนูพิมพ์เป็นสะใภ้ ทั้งที่ลูกชายฉันรักพรรณเรศนักหนา”
“นายทำแบบนี้ มันทำให้ฉันลำบากใจมากรู้บ้างไหม แล้วฉันจะอธิบายกับยัยเรศยังไง!”
“เดิมทีลูกสาวนายรู้แก่ใจว่าฉันไม่ยอมรับ ถ้าหากมันจะมีอะไรเปลี่ยนไป พรรณเรศควรเป็นคนที่รู้ตัวเองดีที่สุดว่าทำไม!”
พิชัยนิ่งเงียบขบกรามแน่น ไม่รู้ควรทำเช่นไรกับเรื่องนี้ดี ยัยพิมพ์เป็นผู้หญิงหัวสมัยใหม่ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ยุ่งแต่กับงาน เพศตรงข้ามมายุ่งก็เอาใคร แล้วถ้าหากบังคับให้แต่งงาน ต้องเป็นเรื่องวุ่นวายแน่
“ไม่ได้! ยังไงฉันก็ไม่มีวันให้ยัยพิมพ์แต่งงานกับลูกชายของนายแน่!”
ธเนศแสร้งถอนหายใจเฮือกใหญ่
“ดูท่าข่าวดารานางร้ายตั้งท้อง หาคนเป็นพ่อไม่ได้คงน่าสนใจ พวกนักข่าวคงโหมกระพือข่าวให้เป็นกระแสกันยกใหญ่แน่!” พูดจบ เขาหัวเราะลั่น
“นี่นายกำลังขู่ฉันงั้นเหรอ!” พิชัยตวาดลั่น
“ไม่ได้ขู่ แต่ฉันเอาจริง นายจะลองดูไหมล่ะ!”
พิชัยกัดฟันกรอด ในอกร้อนรุ่มจนแทบระเบิด นี่เขาต้องทำให้ลูกสาวสองคนช้ำใจงั้นเหรอ ถ้าพิมพ์ไม่แต่ง เรศต้องเดือนร้อนแน่ จะทำยังไงดี
“รับปากฉัน จะไม่แพร่งพรายเรื่องยัยเรศเด็ดขาด!”
“ได้ฉันรับปาก”
คนเป็นพ่อกล้ำกลืนฝืนทน ถ้าหากเรื่องลูกสาวเป็นข่าวออกไป เรศอาจคิดสั้นก็ได้ พิมพ์เป็นคนเข้มแข็ง เข้าอกเข้าใจอะไรได้ดีกว่าพี่สาว เขาเชื่อว่ายังไงน้องก็ต้องช่วยพี่ ต่อให้ถูกเข้าใจผิดก็ตาม
“ก็ได้ ฉันจะให้พิมพ์แต่งงานกับลูกชายนาย”
เขาหัวเราะด้วยความพึงพอใจ “ให้มันได้อย่างนี้สิ” พูดจบเขาลุกยืน “ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวก่อน ต้องไปเตรียมอะไรหลายอย่าง แล้วจะมาสู่ขออย่างเป็นทางการอีกที”
ธเนศเดินออกมาด้านนอกอย่างอารมณ์ดี โดยไร้เจ้าของบ้านมายืนส่ง รถเคลื่อนออกจากตัวบ้าน พิชัยลุกยืนร่างกายสั่นเทา จนซวนเซแทบล้ม
ตุบ!
ข้าวของตกลงพื้นอย่างรวดเร็ว สาวร่างอรชรส่วนสูงร้อยหกสิบสอง ผิวกายขาวอมชมพู ใบหน้าหมดจดงดงาม ตรงเข้าประคองชายชราที่เกือบล้มด้วยความเป็นห่วง
“พ่อเป็นอะไรหรือเปล่าคะ!” พิมพ์จันทร์ร้องถาม
“เปล่าลูกพ่อไม่เป็นอะไร”
เธอพยุงบิดานั่งลง แล้วสังเกตอาการด้วยความเป็นห่วง
“ทำไมพิมพ์ถึงกลับมาบ้านล่ะ”
“ป้าไสวโทรไปหาพิมพ์ค่ะ บอกที่บ้านมีแขก พ่อคุยกับเขาค่อนข้างเครียดเลย” พิมพ์จันทร์ระบายลมหายใจ “เมื่อครู่พิมพ์สวนกับอาธเนศ อาธเนศมาทำอะไรเหรอคะ”
เขาชะงักเมื่อถูกบุตรสาวถาม
“พ่อขอพักก่อนนะพิมพ์ พ่อรู้สึกไม่ค่อยสบาย แล้วจะตอบคำถามพิมพ์ทีหลังนะ”
“ค่ะพ่อ” เธอช่วยจับพ่อเอนกายลงบนโซฟา
พิมพ์จันทร์ครุ่นคิด หวังว่าการมาของอาธเนศคราวนี้คงไม่ใช่เรื่องของเธอ และหวังว่าเจ้าสาวของลูกชายอาธเนศจะเป็นพี่เรศไม่ใช่เธออย่างที่ถูกทาบทามมาหลายครั้ง
ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตู ร่างสูงก้าวเข้ามาสีหน้าเรียบเฉย จ้องมองบิดาแววตาว่างเปล่า ที่เป็นอยู่มันทำให้เขาทรมานมากเหลือเกิน เจ้าของห้องเงยหน้ามองบุตรชาย ตอนนี้ลูกไม่มีความสุขเขาย่อมรู้ดี แต่ต่อไปภายภาคหน้า เขาเชื่อว่าธัชต้องยินดีกับสิ่งที่เขาเลือกให้เป็นแน่
“พ่อมีอะไรกับผมเหรอครับ” เขาถามเสียงเรียบ ไม่สบตา
“นั่งลงก่อนสิ”
เขายอมทำตามความต้องการของบิดา หย่อนกายตรงข้าม
“มะรืนนี้พ่อจะไปที่บ้านอาพิชัยเพื่อสู่ขอเจ้าสาวให้กับแก”
ชายหนุ่มขบกรามแน่น
“ผมไม่แต่งกับใครนอกจากเรศ!”
“เอาไว้แกรู้ความจริงบางอย่าง ฉันอยากจะรู้ว่าแกยังจะยืนยันคำนี้อยู่ไหม!”
เขาไม่เข้าใจเลย พรรณเรศก็เป็นลูกสาวอาพิชัยเหมือนกัน ทำไมพ่อถึงไม่ยอมรับเหมือนพิมพ์จันทร์ มันเพราะอะไร!
“ผมรักเรศรักกัน ไม่ว่าพ่อจะบังคับผมยังไงผมก็ไม่แต่ง ถ้าผมไม่มีทางเลือกผมจะหนีไปกับเรศ!” เขายืนยันหนักแน่น
“งั้นเหรอ?” คนเป็นพ่อเอ่ยเสียงเยาะ
ชายหนุ่มชะงักรู้สึกสังหรณ์บางอย่าง พ่อไม่โกรธที่เขาเป็นแบบนี้ แล้วรอยยิ้มนั้นเหมือนกำลังเย้ยหยันเขาเสียมากกว่า
“พ่อไม่มีอะไรแล้วใช่ไหมครับ ผมขอตัวก่อน” เขาบอกแล้วลุกยืน ตั้งใจเดินออกนอกห้อง
“เดี๋ยวก่อน”
เขาหยุดเท้าแล้วหันกลับมาจ้องมองบิดา
“มะรืนแกต้องไปกับฉัน เท่าที่รู้มา แฟนของแกอยู่ที่บ้านหลังนั้นด้วย”
คนฟังดวงตาเบิกกว้างสีหน้ายินดีขึ้นมาในทันที
“จริงเหรอพ่อ!”
“ฉันก็ไม่รู้หรอกนะ แต่คนใช้ที่บ้านนั้นบอกมา”
“ครับพ่อ ผมจะไป” ธัชพลรับปากบิดาในทันที แต่ก่อนจะไปคงต้องจัดการบางเรื่องเสียก่อน
ธัชพลกลับเข้าห้อง ล้วงมือถือในกระเป๋ากางเกงออกมา แล้วไล่หาเบอร์ติดต่อในมือถือ ชั่งใจพักใหญ่ก่อนโทรออก เขาไม่อยากทำแบบนี้ แต่มันจำเป็น
“โทรมา... มีอะไรหรือเปล่า” เสียงหวานเยือกเย็นตอบรับ
“ผมมีธุระอยากคุยด้วยหน่อย”
“สำคัญมากไหม เพราะฉันไม่ว่าง”
“สำคัญ ถ้าไม่สำคัญคงไม่โทรหาหรอก” เขาตอบเสียงแข็ง
“เจอกันที่ไหนดี”
“ร้านกาแฟนตรงข้ามที่ทำงานเธอก็แล้วกัน”
“ก็ได้ค่ะ ฉันมีเวลาให้แค่ครึ่งชั่วโมง”
“ได้! จะรีบไปก็แล้วกัน” เขาตัดบท แล้ววางสาย
ร่างสูงก้าวลงจากรถ ดูนาฬิกาข้อมือดูเหมือนเขาสายไปห้านาที พอเปิดประตูร้านเห็นคนที่นัดหมายนั่งรออยู่แล้ว เขารีบทรุดกายลงบนเก้าอี้ตรงข้าม แล้วช้อนสายตามอง พิมพ์จันทร์ผู้หญิงที่พ่อต้องการให้แต่งงานด้วยนั่งอยู่ตรงหน้า เธอสวยหมดจด เก่งเสียทุกอย่าง และเนื้อหอมมีแต่หนุ่มๆ มารุมล้อม ผู้หญิงคนนี้ทำให้เขากลัว ต่อให้เธอเก่งกาจแค่ไหน ดีแสนดีอย่างไร พิมพ์จันทร์ก็ยังเป็นคนที่เขาถึงยาก เธอไม่เหมือนใคร ท่าทางเย็นชา และแววตาฉายแววแห่งความมั่นใจเด่นชัด
เที่ยงคืนพิมพ์จันทร์ทอดสายตามองคฤหาสน์หลังใหญ่ แล้วถอนหายใจออกมา ก่อนเดินเข้าสู่ด้านในที่มืดมิด มีเพียงแสงไฟด้านนอกส่องสว่าง เธอมาหยุดยืนหน้าห้องตัวเอง แล้วเปิดประตูเข้าข้างใน วางกระเป๋า เปิดไฟ แล้วปลดกระดุมเสื้อด้วยความเหนื่อยอ่อน สาบเสื้อแยกออกจากกัน ร่างบางหันมาทางเตียงกว้างดวงตาเรียวสวยเบิกกว้าง“คุณธัช!” เธอร้องลั่น รีบดึงสาบเสื้อปกปิดร่างกายตนเองเขายิ้มเย็น แล้วเลิ่กคิ้วมองคนตรงหน้า“ทำไมกลับดึก!”“คุณเข้ามาทำไม ออกไปเลยนะ!” หญิงสาวร้อง สีหน้าซีดเผือด“ผัวเข้าห้องเมียผิดตรงไหน ความจริงเราต้องนอนด้วยกัน ด้วยซ้ำไป” เขาย้อนเจ้าของห้องหวั่นวิตก เธอพยายามรักษาระยะห่าง มือบางกำสาบเสื้อไว้แน่น อย่างไรเสียต้องเอาตัวเองออกจากสถานการณ์ล่อแหลมเช่นนี้เสียก่อน“ฉันขอร้องคุณดีๆ คุณธัช ฉันไม่เคยต้องการสร้างปัญหาให้คุณ ต่อให้คุณจะเกลียดฉันแค่ไหน คุณก็ไม่ควรทำแบบนี้!”เขายิ้มเย็น แล้วหัวเราะในลำคอ“ผมทำอะไร ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยพิมพ์!”คนฟังกัดริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามไม่หยุด เพราะกลัวจะถูกลวนลามเหมือนที่ผ่านมา“ถ้าอย่างนั้นคุณเข้ามาทำไม ต้องการอะไร!”เขาชะงัก แล้วครุ่นคิด“ผมมีเรื่องอยาก
เขาโน้มกายเข้าหาบดเบียดร่างกับช่วงขาเรียว คนถูกกระทำดวงตาเบิกกว้าง“ปล่อยฉันนะได้ยินไหม ที่นี่มันบริษัทคุณเป็นบ้าไปแล้วหรือไง!” พิมพ์จันทร์เริ่มกรีดร้อง“ร้องไปเลย ให้คนอื่นเข้ามาเห็นเรา เพราะผมไม่ได้รู้สึกอายเลย!” เขาเข่นเขี้ยว แล้วยิ้มเยาะ เธอรับรู้ในทันทีว่าการกลับมาครั้งนี้ของเขาไม่ใช่เรื่องดีแน่คนสวยเก็บความคับแค้นไว้ในอก ครุ่นคิดว่าตนเองควรเอาตัวรอดอย่างไรกับสถานการณ์เช่นนี้ แต่ไม่ทันได้ตั้งสติ ร่างกายเธอกลับถูกบดเบียดมากขึ้น จนนอนราบไปบนโต๊ะทำงาน กลิ่นโคโลจญ์ไม่คุ้นเคยลอยแตะจมูก หัวใจสั่นไหวอย่างรุนแรง“ฉันบอกให้คุณหยุดไม่ได้ยินหรือไงคุณธัช หรือคุณจำไม่ได้ว่าตัวเองเคยรักพี่สาวฉันมากแค่ไหน!” เมื่อหมดหนทาง เธอเลยเลือกรื้อฟื้นความหลัง เพื่อให้อีกฝ่ายได้ฉุกคิดคนฟังขบกรามกัดฟันกรอด จ้องมองแววตาวาวโรจน์“เธอไม่ควรพูดเรื่องพี่สาวออกมาเลยพิมพ์จันทร์!”“ฉันจำเป็นต้องพูดเพราะมันจะได้ไปกระตุ้นต่อมผิดชอบชั่วดีของคุณไงคะ!” หญิงสาวย้อนแววตาแข็งกร้าว เมื่อเห็นท่าทีอีกฝ่าย“ฉันทำผิดตรงไหนอยากจะรู้นัก ฉักกับพี่สาวเธอไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว!”พิมพ์จันทร์ชะงัก เห็นรอยรวดร้าวในดวงตา“ถึงคุณไม่คิดอ
เธอเลือกเมินใส่ แล้วบอกเส้นทางรถแท็กซี่ จนกระทั่งรถจอดเทียบหน้าบริษัท หญิงสาวก้าวลงแล้วเร่งฝีเท้าไปยังห้องประธาน พนักงานต่างจ้องมองสีหน้าตื่นเต้น ระคนแปลกใจกับการปรากฏตัวของเจ้านายคนเก่าซึ่งหายหน้าหายตาไปหลายปีหญิงสาวเปิดห้องทำงานของพ่อสามีแล้วก้าวเข้าด้านใน โดยมีคนตัวใหญ่ตามมาติดๆ เธอหงุดหงิดจนกระทั่งหันหลังกลับมาเพื่อเผชิญหน้า แต่เขากลับก้าวเข้ามาประชิดร่างบาง เธอชะงักผงะถอยหลังจนแทบล้มดีที่ถูกเขารวบเอวบางเพื่อประคองเอาไว้ มือบางยกขึ้นผลักดันอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจ แต่ธัชพลกลับไม่พอใจที่ถูกทำเหมือนตัวเชื้อโรค เลยโอบรัดเอวบางกระชากเข้ามาหาตนเองแล้วยิ้มยียวน“นี่คุณ! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่รู้หรือไงว่าที่นี่ที่ไหน!” เธอร้องบอก สีหน้าตระหนก“ทำไมผมจะไม่รู้ว่าที่นี่ที่ไหน”“แล้วทำไมคุณถึงทำแบบนี้ล่ะคุณธัช!”“ก็ผมพอใจ”คนฟังกัดฟันแน่น ตั้งแต่กลับมาทำไมเขาถึงได้ทำตัววุ่นวายกับเธอนัก หรือต้องการกลั่นแกล้งกัน“ปล่อยฉันนะคุณธัช คุณทำแบบนี้กับฉันไม่ได้ เราไม่ได้เป็นอะไรกัน!” เธอบอกเสียงแข็ง แล้วพยายามขัดขืนดิ้นรนทว่าคนตัวใหญ่กลับไม่ฟังเสียง กอดรัดร่างบางแน่นขึ้นอีก ยิ่งดิ้นก็เหมือนยิ่งท
รถจอดเทียบหน้าบ้าน พิมพ์จันทร์เดินไปตรงประตู แต่ทว่ามันกลับถูกเปิดออก พร้อมด้วยคนเปิดนั่งลงตรงเบาะหลังเรียบร้อย หญิงสาวชะงักจ้องมองไปยังลูกน้องพ่อสามีด้วยความไม่เข้าใจ“ยืนทำอะไร เข้ามานั่งซะสิ!” ธัชพลตะโกนออกมา พิมพ์จันทร์ขมวดคิ้ว“เอ่อ คุณธัชจะเดินทางไปเยี่ยมท่านกับเราครับ”หญิงสาวกัดริมฝีปากชักสีหน้าไม่พอใจ ตอนแรกทำเป็นไม่สนใจพ่อตัวเอง ทีนี้ดันอยากไปรับขึ้นมาเชียว พิมพ์จันทร์ไม่มีทางเลือก นอกจากหย่อนกายลง เคียงข้างสามีทางนิตินัย รถเคลื่อนออกจากบริเวณบ้าน ระหว่างเส้นทางเขาเหลือบมอง แต่เธอแสร้งดูวิวด้านนอกรถแทน“ไปทำคะแนนเหรอ กลัวพ่อผมไม่ยกสมบัติให้หรือไง” เขาแกล้งเย้าเพื่อทำลายความเงียบเธอหันขวับจ้องมองสีหน้าไม่พอใจ“ทำไมฉันต้องอยากได้สมบัติของท่านด้วย ฉันมีปัญญาหาเอง!”เขายักไหล่ “อ้าว ใครจะรู้ก็ผมเห็นว่าคุณทำงานแทนพ่อ แทนผัว จนได้นั่งตำแหน่งประธานแล้วไม่ใช่เหรอ”“ฉันแค่ทำหน้าที่แทนระหว่างคุณพ่อป่วย ฉันไม่เคยต้องการตำแหน่งประธานเลยสักนิด แล้วอีกอย่างคุณไม่ใช่ผัวฉัน!”“แล้วทะเบียนสมรสที่ลงชื่อคุณด้วย มันไม่ได้บอกว่าผมเป็นผัวหรือไง!”หญิงสาวสะอึกกัดฟันเก็บความฉุนเฉียวเอาไว้ คุณท่านห
พิมพ์จันทร์เดินลงจากรถเมื่อจอดสนิทแล้ว ท่าทางอ่อนแรงทำเอาสุรชัยรู้สึกสงสาร เขาเดินมาหยุดตรงหน้าเธอแล้วยิ้มให้เพื่อเป็นกำลังใจ“ได้เรื่องหรือเปล่าคะ หรือว่าเขาไม่คิดจะกลับมา”“คุณธัชบอกว่าขอคิดดูก่อนครับ”“ใจคอเขาจะไม่กลับมาเจอพ่อตัวเองเลยเหรอ ท่านแย่มากนะคะตอนนี้!” พิมพ์จันทร์ตำหนิด้วยความไม่พอใจ“คุณธัชคงโกรธท่านมาก ที่ทำลายความรักน่ะครับ”คนฟังหน้างอ “พิมพ์เองก็ถูกกระทำเหมือนกัน พิมพ์ยังไม่โกรธพ่อตัวเองเท่าเขาเลยค่ะ” เธอประชดสุรชัยหัวเราะออกมา แล้วระบายลมหายใจ“ผมคิดว่าคุณธัชคงกลับมาแน่นอนครับ เพียงแต่ไว้ฟอร์มเท่านั้นเอง”“พิมพ์ขอให้เขากลับมาเร็วๆ เถอะค่ะ พิมพ์มีเรื่องอยากตกลงกับเขาสักหน่อย”พูดเรื่องนี้ออกมาสุรชัยได้แต่ยิ้มเจือนๆ เพราะรู้ว่าทางนั้นคงอยากแก้แค้น ตอนนี้เขาควรหาเรื่องอื่นมาพูดคุยกันให้หลงลืมเรื่องนี้ไปก่อนดีกว่า“คุณพิมพ์จะไปไหนต่อหรือเปล่าครับ”“ฉันจะไปเฝ้าคุณพ่อค่ะ”“ถ้าอย่างนั้นผมขับรถไปให้ดีกว่านะครับ ผมเองก็จะไปเฝ้าคุณท่านอยู่เหมือนกัน”เธอคลี่ยิ้มบางๆ ตอนนี้อยากพักผ่อน แต่เพราะหน้าที่เลยจำต้องทำ แท้จริงแล้วเขาต่างหากที่ควรทำหน้าที่ของลูก“ขอบคุณมากเลยค่ะ เดี๋ยว
ตีสอง...เสียงเคาะประตูทำเอาเจ้าของห้องสะดุ้ง รีบรุดมาเปิด เห็นสาวใช้กำลังยืนสีหน้าตื่นตระหนก ท่าทางราวกับเจอเรื่องหนักหนาอะไรมา“มีอะไรคะป้าสมศรี!” หญิงสาวร้องถาม“คุณท่านค่ะ คุณท่านไม่รู้เป็นอะไร สมศรีเรียกมาทานยาแต่ท่านก็ไม่ยอมตอบ!”พิมพ์จันทร์รีบวิ่งไปยังห้องของพ่อสามีทันที เปิดประตูออก เห็นท่านกำลังนอนหอบหายใจไม่รู้สึกตัว“ป้าสมศรีให้น้าพินิจเอารถออกเร็วเข้า!”“ได้ค่ะ” สมศรีรับคำแล้ววิ่งลงไปชั้นล่างสุรชัยเดินเข้ามา “ให้ผมแบกท่านลงไปดีกว่าครับ”“ค่ะ”รถเคลื่อนออกจากตัวบ้าน พิมพ์จันทร์เฝ้าดูแลพ่อสามีอย่างดีจนกระทั่งมาถึงโรงพยาบาล หมอและพยาบาลพาธเนศเข้าไปยังห้องฉุกเฉิน เธอเลยต้องนั่งรอด้านนอกอย่างกังวล หวังว่าคงไม่เป็นอะไร ไม่เช่นนั้นเธอคงเคว้งคว้างและไม่รู้ควรเดินไปทางไหน ระยะเวลาสี่ปีที่อยู่ดูแลกันมา เธอรู้สึกเหมือนเขาเป็นพ่อคนหนึ่งไปแล้วหนึ่งชั่วโมงถัดมา หมอเจ้าของไข้เดินออกมาด้านนอก พิมพ์จันทร์รีบเดินไปหาสีหน้ากังวล“ไม่ทราบว่าคุณพ่อเป็นยังไงบ้างคะ”“คนไข้พ้นขีดอันตรายแล้วครับ แต่ยังต้องเฝ้าดูอาหาร ตอนนี้อาการของคุณธเนศไม่สู้ดีนัก อาจทรุดลงอีกเมื่อไหร่ก็ได้ แต่หมอจะพยายามเต็มท







![[Bad Loves] บำเรอแค้นศัตรูพี่ชาย (3P)](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)