“โอ๊ยเหนือ เบา ๆ หน่อย พี่เจ็บ”
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นพร้อมกับการขมวดคิ้วแน่นของเดย์ ชายหนุ่มเข้าร่างสูงสะดุ้งตัวเล็กน้อย แต่กลับไม่ยอมเบี่ยงหน้าหนี จากมือเรียวบางที่กำลังทำความสะอาดแผลบนใบหน้าเขาอย่างตั้งใจ
เรียวมือเล็กใช้สำลีชุบด้วยน้ำเกลือจนเปียกชุ่ม เพื่อนำมาเช็ดทำความสะอาด บาดแผลบนใบหน้าให้กับคนตัวโตทีละคน
ใบหน้าหล่อเหลาครบเครื่องที่ไปไหนก็เรียกเสียงกรี๊ด และสายตาจากสาว ๆ รอบตัวได้เสมอ มันกลับเต็มไปด้วยรอยฟกซ้ำตามหัวคิ้ว และมุมปาก ด้วยสภาพที่ไม่ได้ต่างจากกันเท่าไหร่นัก
“เจ็บแล้วไปมีเรื่องทำไมคะ”
คนตัวเล็กเอ่ยถามพร้อมกับกลอกตามองบนให้กับชายหนุ่มตัวโตที่เพิ่งไปมีเรื่องจนเจ็บตัวกลับมา จนเธออดรู้สึกหมั่นไส้ร่างสูงทั้งสองคนไม่ได้ ทีตอนเขาไปมีเรื่องกันกลับไม่เห็นจะกลัวเจ็บ แต่ตอนนี้กลับมานั่งร้องโอดโอย เพราะแผลเล็ก ๆ บนใบหน้า
“มันเป็นเรื่องของลูกผู้ชาย เธอจะเข้าใจอะไรยัยตัวเล็ก”
เดย์ตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ ในขณะเรียวมือเล็กแตะสำลีลงบนแผล บริเวณมุมปากของชายหนุ่มอย่างระมัดระวัง จนปลายเรียวนิ้วสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อน ที่เป่ารดลงมาบนมือของเธออย่างแผ่วเบาทำเอาแสงเหนือเผลอใจสั่นด้วยความรู้สึกแปลก ๆ ยุบยิบในหัวใจ
แสงเหนือแอบลอบถอนหายใจเบา ๆ พยายามตั้งสติ ก่อนจะแสร้งทำเหมือนไม่มีอะไร แล้วก้มหน้าก้มตาตั้งใจทำแผลต่อไป โดยที่เธอไม่ทันรู้ตัวเลยว่าทุกอาการที่เกิดขึ้นของเธอ ตกอยู่ในสายตาของคนตัวโตที่กำลังมองเธอด้วยสายตาแพรวพราวปนเอ็นดูตั้งแต่แรก
“ถ้างั้นลูกผู้ชายตัวโตแบบพี่เดย์ก็ช่วยอยู่เงียบ ๆ แล้วเลิกโวยวายสักที หนูจะได้ทำแผลให้เสร็จ ดูพี่ไนท์สิ ไม่เห็นจะพูดมากเหมือนพี่เลย”
“ไอ้ไนท์มันก็เจ็บไม่เชื่อถามมันสิ”
“เอ่อเจ็บ แต่กูไม่ร้องเหมือนหมาแบบมึง ปัญญาอ่อน!”
“หยุดเถียงกันทั้งคู่เลย ไม่งั้นเหนือจะไม่ทำแผลให้เลยสักคน”
แสงเหนือกุมมือประคองมือของเดย์ที่เต็มไปด้วยรอยถลอก เลือดซึมแดงตรงข้อนิ้วชวนให้เธอใจหาย เมื่อเห็นพวกเขาต้องเจ็บ นี่คงเป็นอีกเหตุผลที่เธอไม่ชอบให้เขามีเรื่อง
ดวงตากลมโตเงยขึ้นมองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะรีบก้มหน้ากลับไปจัดการแผลต่อด้วยสีหน้าจริงจัง เพื่อปิดซ่อนความรู้สึกของตัวเอง เพราะถึงแม้เธอจะบ่นเขาสองคนไม่ขาดปาก แต่ความจริงลึก ๆ แล้วเธอแค่รู้สึกเป็นห่วงก็เท่านั้น
“นี่มันครั้งที่เท่าไรแล้วค่ะ ที่หนูต้องมานั่งทำแผลให้พี่สองคน”
เสียงเธอสั่นนิด ๆ ไม่ได้ตั้งใจจะตำหนิ แต่ความเป็นห่วงมันเอ่อล้นจนเก็บซ่อนเอาไว้แทบไม่อยู่ วันนี้เขาอาจจะเจ็บแค่นี้ แต่ครั้งหน้ามันจะเจ็บมากกว่านี้ก็ได้
“หึ”
เดย์หัวเราะเบา ๆ ทั้งที่ยังเจ็บ เขาเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ มองเธอจัดการแผลบนมืออย่างตั้งใจด้วยรอยยิ้ม ชวนให้คิดถึงเรื่องราวในวัยเด็กในตอนที่ได้เจอกันครั้งแรก
“ก็เหมือนตอนเด็กไง ตอนนั้นหนูก็ทำแผล ติดปลาสเตอร์ลายการ์ตูนให้พวกพี่แบบนี้นิ”
เสียงของเขาเต็มไปด้วยความอ่อนโยนที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก จนแสงเหนือชะงักไปเล็กน้อย ก่อนที่ภาพความทรงจำจะไหลย้อนเข้ามาในหัว วันที่สองแฝดเข้ามาช่วยเธอจากการถูกเด็กตัวโตต่างห้องรังแก
วันนั้นเธอรู้สึกหวาดกลัวและมือไม้สั่นยิ่งกว่าวันนี้ ทว่าตอนนั้นเธอทำได้เพียงติดปลาสเตอร์ให้พวกเขาอย่างทุลักทุเล แต่พอมาวันนี้เธอกลับจัดการแผลเหล่านั้นได้อย่างชำนาญและรวดเร็ว เพราะตอนนี้เธอโตแล้ว และนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอต้องมานั่งทำแผลให้เขาสองคน
พี่เป็นฝาแฝดที่เหมือนกัน แต่ไม่เหมือนกัน คำพูดของตัวเธอเองในวันนั้นดังขึ้นมาในใจอย่างชัดเจน ทำให้แสงเหนือเผลอยิ้มออกมาเล็กน้อยทุกครั้งที่คิดถึงเหตุการณ์วันนั้น
ความจริงเขาสองคนเป็นฝาแฝดที่เหมือนกันมากจนแทบจะแยกไม่ออก จึงทำให้ใครหลาย ๆ คนทักผิดจนเกิดความสับสน และเป็นเธอเองที่พาเขาสองคนไปทำสีผมใหม่ เพื่อให้พวกเขาดูมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไป
ทว่าแต่สำหรับแสงเหนือไม่ว่าคนตัวโตจะผมสีอะไร ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเธอเลยสักนิด เพราะอย่างที่บอกว่าเขาสองคนเหมือนกัน แต่ไม่เหมือนกัน สำหรับเธอ
“พี่เดย์ ลุกไปนั่งรอด้านหลังเลย เหนือจะทำแผลให้พี่ไนท์”
คนตัวเล็กที่เผลอตกอยู่ในภวังค์ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง เอ่ยบอกคนตัวโตตรงหน้าอย่างใจเย็น หลังจากที่เธอทำแผลให้เขาเสร็จเรียบร้อย ก่อนจะเห็นเขาเดินไปนั่งบนเตียงคนป่วยที่อยู่ด้านหลัง
ไนท์ที่ยืนเงียบๆ มาตลอด รอให้แสงเหนือทำแผลให้พี่ชายฝาแฝดของตัวเองจนเสร็จ ก่อนจะเดินตรงไปหาร่างบางที่นั่งรออยู่ แล้วทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ตรงหน้าเธอ
แสงเหนือมองรอยช้ำที่หลังมือ ก่อนจะเลื่อนสายตามองขึ้นไปบนใบหน้าของคนตัวโต ที่เต็มไปด้วยรอยแดงตรงโหนกแก้มของเขา จนเธออดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือขึ้นแตะเบา ๆ แล้วค่อย ๆ จัดการเช็ดเลือดที่เริ่มแห้งออกอย่างระมัดระวัง
“เจ็บมากไหมคะ”
เสียงหวานเอ่ยถามอย่างแผ่วเบาทั้งน้ำตา ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมครั้งนี้บาดแผลของทั้งสองคนถึงดูหนักกว่าทุกครั้ง
“ถ้าถามถึงแผลพี่ไม่เจ็บ เพราะสิ่งที่กำลังทำให้พี่เจ็บคือน้ำตาของหนู”
คำตอบสั้น ๆ แต่แฝงด้วยความหนักแน่นในคำพูดของไนท์ทำเอาแสงเหนือถึงกลับชะงักไป ถึงแม้ตัวเธอจะไม่มีบาดแผลสักนิด แต่น้ำตากลับเอ่อคลอทั้ง ๆ ที่พยายามจะกลั้นมันไว้แล้ว ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงได้รู้สึกเป็นห่วง และเจ็บหน่วงที่ใจไปพร้อมกับพวกเขาแบบนี้
“ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วง”
“รู้ว่าหนูเป็นห่วง แล้วพี่สองคนทำไมต้องขยันมีเรื่องด้วย”
สายตาดำสนิทหันกลับมาจ้องมองดวงตากลมโตที่กำลังทำหน้าเง้าหน้างอ
“หึ อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ ยัยตัวเล็ก ตอนนั้นเธอสัญญาไว้เองไม่ใช่เหรอ ว่าจะเป็นหมอคอยทำแผลให้พวกพี่”
เสียงทุ้มต่ำของเดย์เอ่ยออกมาราวกับกำลังหยอกล้อ แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความรู้สึกจริงจัง เหมือนกำลังย้ำเตือนสัญญาที่เธอเคยพูดเอาไว้เมื่อในอดีตด้วยความไร้เดียงสา
“เหนือรู้แล้ว”
แสงเหนือเม้มปากแน่น มันจริงอย่างที่พวกเขาบอกว่าเธอเคยพูดออกไปแบบนั้น และนี้คือเหตุผลที่ทำให้เธอเข้าเรียนหมออย่างจริงจัง เพราะนอกจากแม่ ชีวิตเธอก็มีแค่ผู้ชายสองคนนี้ที่คอยปกป้องเธอมาตลอดตั้งแต่วันนั้น
เธอเลยเลือกจะเป็นหมอเพื่อสักวันจะได้กลับไปดูแลแม่ และได้มีโอกาสดูแลผู้ชายสองคนนี้ตามคำสัญญา จนกว่าจะมีผู้หญิงสักคนมาดูแลพวกเขาแทนเธอ และถึงแม้วันนี้แสงเหนือจะมั่นใจว่า เธอสามารถจัดการบาดแผลพวกนั้นได้เป็นอย่างดี แต่เธอก็ยังรู้สึกเป็นห่วงและเป็นกังวลไม่อยากให้พวกเขาต้องมาเจ็บตัวแบบวันนี้อยู่ดี
“แต่ที่เหนือบอก ก็เพราะเหนือเป็นห่วงพี่สองคนนะคะ”
“…”
“…”
แสงเหนือเอ่ยบอกคนตรงหน้าด้วยเสียงหวานที่สั่นเครือยิ่งกว่าเดิม แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะความอ่อนแอเหมือนในวัยเด็ก หากเป็นเพราะเธอรู้สึกเป็นห่วงพวกเขาซะมากกว่า กลัวว่าครั้งต่อไปมันอาจจะร้ายแรงมากไปกว่านี้
“ถ้าครั้งหน้าพวกพี่ยังมีเรื่องอีก เหนือจะไม่ทำแผลให้แล้วจริง ๆ นะ”
ร่างบางยังคงตั้งใจทำแผลต่อไป ในขณะที่ริมฝีปากเล็กยังคงขยับบ่นเขาทั้งสองคนไม่หยุด ถึงเธอจะสามารถดูแลและทำแผลให้เขาสองคนได้เสมอ แต่ก็ใช่ว่าเธอจะอยากเห็นพวกเขาต้องบาดเจ็บแบบนี้ซะหน่อย
“พี่สองคนสัญญากับเหนือมาเลยว่าจะไม่มีเรื่องอีก”
“ถ้าแบบนั้น หนูก็ต้องสัญญากับพี่ ว่าจะไม่มีน้ำตาแบบวันนี้”
ไนท์ยกมือเกี่ยวกลุ่มผมสีดำยาวสลวยของคนตัวเล็กขึ้นทัดใบหูช้า ๆ แล้วใช้ปลายนิ้วเกลี่ยลงบนผิวแก้มเนียนเบา ๆ เพื่อปาดซับน้ำตาที่กำลังเอ่อคลอ
สายตาคมยังคงจ้องมองอย่างไม่ละไปไหน ก่อนจะโน้มตัวลงมากระซิบข้างใบหูด้วยเสียงที่แผ่วเบา
“แล้วต่อไปพี่จะพยายามไม่มีเรื่องให้เธอต้องห่วงอีก ดีไหมครับ”
ลมหายใจร้อนของร่างสูงที่เป่ารดผิวหน้า ทำเอาคนตัวเล็กที่นั่งนิ่งหยุดชะงัก จนตัวแข็งทื่อไม่กล้าขยับ
แต่ยังไม่ทันได้ตั้งสติแผ่นหลังบางของเธอก็มีใครบางคนเข้ามายืนทับซ้อน ก่อนจะโน้มตัวลงมากระซิบข้างใบหูอีกฝั่ง ด้วยน้ำเสียงที่แสนเจ้าเล่ห์
“งั้นเดียวพี่สัญญาด้วยอีกคน”
บรรยากาศในห้องพยาบาลเหมือนหยุดนิ่งชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจของทั้งสามที่เต้นแรงเป็นจังหวะเดียวกัน ราวกับว่าสัญญาที่เคยทำกันไว้ใต้ท้องฟ้ายามเย็นวันนั้น ยังคงผูกพันพวกเขาไม่เคยเปลี่ยน
“ระ รู้แล้วค่ะ”
เสียงหวานตอบรับแผ่วเบา ก่อนจะแสร้งก้มหน้าก้มตาทำแผลอย่างตั้งใจ แม้หัวใจจะยังรู้สึกสั่นไหวไม่หาย
แต่ก็พยายามเก็บอาการไม่ให้พวกเขาเห็น และถึงแม้คำตอบของชายหนุ่มจะไม่ค่อยถูกใจมากนัก เพราะพวกเขาไม่รับปากว่าจะไม่มีเรื่องอีก แต่อย่างน้อยเขาก็รับปากว่าจะพยายามซึ่งมันก็ดีกว่าที่จะปล่อยให้พวกเขามีเรื่องแบบนี้ต่อไป
“หึ”
ชายหนุ่มสองคนชำเลืองสายตามองกันเล็กน้อยอย่างพึงพอใจ ก่อนที่เดย์จะลอบถอนหายใจออกมาเบา ๆ เพราะครั้งนี้เขาสองคนไม่ต้องการให้เธอรู้หรือชักไซ้ถึงสาเหตุในการทะเลาะวิวาท ว่ามันเกิดจากอะไร
ปล่อยให้คนตัวเล็กเข้าใจว่ามันเป็นแค่การทะเลาะกัน ธรรมดาเหมือนครั้งก่อน ๆ ที่ผ่านมา ดีกว่าให้เธอรู้ว่าพวกเขาไปซัดกับคนระยำที่เอ่ยปากพูดถึงเธอด้วยถ้อยคำที่ไม่น่าฟังซะยังดีกว่า
เพราะสำหรับพวกเขา แค่ได้ยินใครบางคนกล้าดูแคลนแสงเหนือด้วยถ้อยคำหยาบโลน มันก็โมโหเกินกว่าที่จะทนฟังเฉย ๆ ได้
ส่วนบาดแผลความเจ็บปวดจะหนักแค่ไหน พวกเขาก็รับได้ แต่สิ่งที่ทั้งสองคนไม่คิดจะยอมให้เกิดขึ้นเลย คือการปล่อยให้มีคนมาพูดถึงเธอในทางไม่ดี
มันเป็นสิ่งที่พวกเขายอมรับและปล่อยผ่านไม่ได้จริง ๆ เพราะด้วยนิสัยของเธอคงได้เก็บเอามาคิดเป็นกังวลหรือโทษตัวเองว่าเป็นต้นเหตุให้พวกเขาเจ็บตัวแน่นอน
สำหรับแสงเหนือ มันอาจเป็นเพียงหน้าที่ตามสัญญาในวัยเด็ก แต่สำหรับเดย์กับไนท์ มันคือคำสัญญาที่พวกเขาไม่เคยลืม และจะทำทุกอย่างเพื่อให้เธอเป็นผู้หญิงของพวกเขา ที่เต็มไปด้วยความสุข ไร้กังวลและใบหน้าสวยนั่นต้องไม่เปื้อนน้ำตาอีกไม่ว่าจะเพราะอะไร
“เหนือ วันนี้ป๊าบอกให้เข้าไปกินข้าวที่บ้านตอนเย็น”
เดย์เอ่ยบอกร่างบางที่กำลังติดปลาสเตอร์ลงบนหลังมือให้ไนท์อย่างตั้งใจ
“ดีเลย เหนือจะได้ฟ้องป๊ากับม๊า ว่าพี่ ๆ ดื้อกับเหนือมากขนาดไหน”
เดย์ถึงกับหัวเราะร่วนออกมาที่ได้เห็นท่าทางของคนตัวเล็กทำท่าขู่พวกเขา ไม่ต่างจากไนท์ที่ถึงแม้จะเป็นคนนิ่ง ๆ แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามรอยยิ้มของคนตรงหน้า และนี่คือสิ่งที่เขาสองคนตั้งใจจะรักษาเอาไว้ รอยยิ้มที่สดใส บนใบหน้าของแสงเหนือ