Share

บทที่ 2

last update Tanggal publikasi: 2025-12-02 12:30:54

“โอ๊ยเหนือ เบา ๆ หน่อย พี่เจ็บ”

เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นพร้อมกับการขมวดคิ้วแน่นของเดย์ ชายหนุ่มเข้าร่างสูงสะดุ้งตัวเล็กน้อย แต่กลับไม่ยอมเบี่ยงหน้าหนี จากมือเรียวบางที่กำลังทำความสะอาดแผลบนใบหน้าเขาอย่างตั้งใจ

เรียวมือเล็กใช้สำลีชุบด้วยน้ำเกลือจนเปียกชุ่ม เพื่อนำมาเช็ดทำความสะอาด บาดแผลบนใบหน้าให้กับคนตัวโตทีละคน

ใบหน้าหล่อเหลาครบเครื่องที่ไปไหนก็เรียกเสียงกรี๊ด และสายตาจากสาว ๆ รอบตัวได้เสมอ มันกลับเต็มไปด้วยรอยฟกซ้ำตามหัวคิ้ว และมุมปาก ด้วยสภาพที่ไม่ได้ต่างจากกันเท่าไหร่นัก

“เจ็บแล้วไปมีเรื่องทำไมคะ”

คนตัวเล็กเอ่ยถามพร้อมกับกลอกตามองบนให้กับชายหนุ่มตัวโตที่เพิ่งไปมีเรื่องจนเจ็บตัวกลับมา จนเธออดรู้สึกหมั่นไส้ร่างสูงทั้งสองคนไม่ได้ ทีตอนเขาไปมีเรื่องกันกลับไม่เห็นจะกลัวเจ็บ แต่ตอนนี้กลับมานั่งร้องโอดโอย เพราะแผลเล็ก ๆ บนใบหน้า

“มันเป็นเรื่องของลูกผู้ชาย เธอจะเข้าใจอะไรยัยตัวเล็ก”

เดย์ตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ ในขณะเรียวมือเล็กแตะสำลีลงบนแผล บริเวณมุมปากของชายหนุ่มอย่างระมัดระวัง จนปลายเรียวนิ้วสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อน ที่เป่ารดลงมาบนมือของเธออย่างแผ่วเบาทำเอาแสงเหนือเผลอใจสั่นด้วยความรู้สึกแปลก ๆ ยุบยิบในหัวใจ

แสงเหนือแอบลอบถอนหายใจเบา ๆ พยายามตั้งสติ ก่อนจะแสร้งทำเหมือนไม่มีอะไร แล้วก้มหน้าก้มตาตั้งใจทำแผลต่อไป โดยที่เธอไม่ทันรู้ตัวเลยว่าทุกอาการที่เกิดขึ้นของเธอ ตกอยู่ในสายตาของคนตัวโตที่กำลังมองเธอด้วยสายตาแพรวพราวปนเอ็นดูตั้งแต่แรก

“ถ้างั้นลูกผู้ชายตัวโตแบบพี่เดย์ก็ช่วยอยู่เงียบ ๆ แล้วเลิกโวยวายสักที หนูจะได้ทำแผลให้เสร็จ ดูพี่ไนท์สิ ไม่เห็นจะพูดมากเหมือนพี่เลย”

“ไอ้ไนท์มันก็เจ็บไม่เชื่อถามมันสิ”

“เอ่อเจ็บ แต่กูไม่ร้องเหมือนหมาแบบมึง ปัญญาอ่อน!”

“หยุดเถียงกันทั้งคู่เลย ไม่งั้นเหนือจะไม่ทำแผลให้เลยสักคน”

แสงเหนือกุมมือประคองมือของเดย์ที่เต็มไปด้วยรอยถลอก เลือดซึมแดงตรงข้อนิ้วชวนให้เธอใจหาย เมื่อเห็นพวกเขาต้องเจ็บ นี่คงเป็นอีกเหตุผลที่เธอไม่ชอบให้เขามีเรื่อง

ดวงตากลมโตเงยขึ้นมองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะรีบก้มหน้ากลับไปจัดการแผลต่อด้วยสีหน้าจริงจัง เพื่อปิดซ่อนความรู้สึกของตัวเอง เพราะถึงแม้เธอจะบ่นเขาสองคนไม่ขาดปาก แต่ความจริงลึก ๆ แล้วเธอแค่รู้สึกเป็นห่วงก็เท่านั้น

“นี่มันครั้งที่เท่าไรแล้วค่ะ ที่หนูต้องมานั่งทำแผลให้พี่สองคน”

เสียงเธอสั่นนิด ๆ ไม่ได้ตั้งใจจะตำหนิ แต่ความเป็นห่วงมันเอ่อล้นจนเก็บซ่อนเอาไว้แทบไม่อยู่ วันนี้เขาอาจจะเจ็บแค่นี้ แต่ครั้งหน้ามันจะเจ็บมากกว่านี้ก็ได้

“หึ”

เดย์หัวเราะเบา ๆ ทั้งที่ยังเจ็บ เขาเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ มองเธอจัดการแผลบนมืออย่างตั้งใจด้วยรอยยิ้ม ชวนให้คิดถึงเรื่องราวในวัยเด็กในตอนที่ได้เจอกันครั้งแรก

“ก็เหมือนตอนเด็กไง ตอนนั้นหนูก็ทำแผล ติดปลาสเตอร์ลายการ์ตูนให้พวกพี่แบบนี้นิ”

เสียงของเขาเต็มไปด้วยความอ่อนโยนที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก จนแสงเหนือชะงักไปเล็กน้อย ก่อนที่ภาพความทรงจำจะไหลย้อนเข้ามาในหัว วันที่สองแฝดเข้ามาช่วยเธอจากการถูกเด็กตัวโตต่างห้องรังแก

วันนั้นเธอรู้สึกหวาดกลัวและมือไม้สั่นยิ่งกว่าวันนี้ ทว่าตอนนั้นเธอทำได้เพียงติดปลาสเตอร์ให้พวกเขาอย่างทุลักทุเล แต่พอมาวันนี้เธอกลับจัดการแผลเหล่านั้นได้อย่างชำนาญและรวดเร็ว เพราะตอนนี้เธอโตแล้ว และนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอต้องมานั่งทำแผลให้เขาสองคน

พี่เป็นฝาแฝดที่เหมือนกัน แต่ไม่เหมือนกัน คำพูดของตัวเธอเองในวันนั้นดังขึ้นมาในใจอย่างชัดเจน ทำให้แสงเหนือเผลอยิ้มออกมาเล็กน้อยทุกครั้งที่คิดถึงเหตุการณ์วันนั้น

ความจริงเขาสองคนเป็นฝาแฝดที่เหมือนกันมากจนแทบจะแยกไม่ออก จึงทำให้ใครหลาย ๆ คนทักผิดจนเกิดความสับสน และเป็นเธอเองที่พาเขาสองคนไปทำสีผมใหม่ เพื่อให้พวกเขาดูมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไป

ทว่าแต่สำหรับแสงเหนือไม่ว่าคนตัวโตจะผมสีอะไร ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเธอเลยสักนิด เพราะอย่างที่บอกว่าเขาสองคนเหมือนกัน แต่ไม่เหมือนกัน สำหรับเธอ

“พี่เดย์ ลุกไปนั่งรอด้านหลังเลย เหนือจะทำแผลให้พี่ไนท์”

คนตัวเล็กที่เผลอตกอยู่ในภวังค์ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง เอ่ยบอกคนตัวโตตรงหน้าอย่างใจเย็น หลังจากที่เธอทำแผลให้เขาเสร็จเรียบร้อย ก่อนจะเห็นเขาเดินไปนั่งบนเตียงคนป่วยที่อยู่ด้านหลัง

ไนท์ที่ยืนเงียบๆ มาตลอด รอให้แสงเหนือทำแผลให้พี่ชายฝาแฝดของตัวเองจนเสร็จ ก่อนจะเดินตรงไปหาร่างบางที่นั่งรออยู่ แล้วทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ตรงหน้าเธอ

แสงเหนือมองรอยช้ำที่หลังมือ ก่อนจะเลื่อนสายตามองขึ้นไปบนใบหน้าของคนตัวโต ที่เต็มไปด้วยรอยแดงตรงโหนกแก้มของเขา จนเธออดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือขึ้นแตะเบา ๆ แล้วค่อย ๆ จัดการเช็ดเลือดที่เริ่มแห้งออกอย่างระมัดระวัง

“เจ็บมากไหมคะ”

เสียงหวานเอ่ยถามอย่างแผ่วเบาทั้งน้ำตา ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมครั้งนี้บาดแผลของทั้งสองคนถึงดูหนักกว่าทุกครั้ง

“ถ้าถามถึงแผลพี่ไม่เจ็บ เพราะสิ่งที่กำลังทำให้พี่เจ็บคือน้ำตาของหนู”

คำตอบสั้น ๆ แต่แฝงด้วยความหนักแน่นในคำพูดของไนท์ทำเอาแสงเหนือถึงกลับชะงักไป ถึงแม้ตัวเธอจะไม่มีบาดแผลสักนิด แต่น้ำตากลับเอ่อคลอทั้ง ๆ ที่พยายามจะกลั้นมันไว้แล้ว ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงได้รู้สึกเป็นห่วง และเจ็บหน่วงที่ใจไปพร้อมกับพวกเขาแบบนี้

“ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วง”

“รู้ว่าหนูเป็นห่วง แล้วพี่สองคนทำไมต้องขยันมีเรื่องด้วย”

สายตาดำสนิทหันกลับมาจ้องมองดวงตากลมโตที่กำลังทำหน้าเง้าหน้างอ

“หึ อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ ยัยตัวเล็ก ตอนนั้นเธอสัญญาไว้เองไม่ใช่เหรอ ว่าจะเป็นหมอคอยทำแผลให้พวกพี่”

เสียงทุ้มต่ำของเดย์เอ่ยออกมาราวกับกำลังหยอกล้อ แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความรู้สึกจริงจัง เหมือนกำลังย้ำเตือนสัญญาที่เธอเคยพูดเอาไว้เมื่อในอดีตด้วยความไร้เดียงสา

“เหนือรู้แล้ว”

แสงเหนือเม้มปากแน่น มันจริงอย่างที่พวกเขาบอกว่าเธอเคยพูดออกไปแบบนั้น และนี้คือเหตุผลที่ทำให้เธอเข้าเรียนหมออย่างจริงจัง เพราะนอกจากแม่ ชีวิตเธอก็มีแค่ผู้ชายสองคนนี้ที่คอยปกป้องเธอมาตลอดตั้งแต่วันนั้น

เธอเลยเลือกจะเป็นหมอเพื่อสักวันจะได้กลับไปดูแลแม่ และได้มีโอกาสดูแลผู้ชายสองคนนี้ตามคำสัญญา จนกว่าจะมีผู้หญิงสักคนมาดูแลพวกเขาแทนเธอ และถึงแม้วันนี้แสงเหนือจะมั่นใจว่า เธอสามารถจัดการบาดแผลพวกนั้นได้เป็นอย่างดี แต่เธอก็ยังรู้สึกเป็นห่วงและเป็นกังวลไม่อยากให้พวกเขาต้องมาเจ็บตัวแบบวันนี้อยู่ดี

“แต่ที่เหนือบอก ก็เพราะเหนือเป็นห่วงพี่สองคนนะคะ”

“…”

“…”

แสงเหนือเอ่ยบอกคนตรงหน้าด้วยเสียงหวานที่สั่นเครือยิ่งกว่าเดิม แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะความอ่อนแอเหมือนในวัยเด็ก หากเป็นเพราะเธอรู้สึกเป็นห่วงพวกเขาซะมากกว่า กลัวว่าครั้งต่อไปมันอาจจะร้ายแรงมากไปกว่านี้

“ถ้าครั้งหน้าพวกพี่ยังมีเรื่องอีก เหนือจะไม่ทำแผลให้แล้วจริง ๆ นะ”

ร่างบางยังคงตั้งใจทำแผลต่อไป ในขณะที่ริมฝีปากเล็กยังคงขยับบ่นเขาทั้งสองคนไม่หยุด ถึงเธอจะสามารถดูแลและทำแผลให้เขาสองคนได้เสมอ แต่ก็ใช่ว่าเธอจะอยากเห็นพวกเขาต้องบาดเจ็บแบบนี้ซะหน่อย

“พี่สองคนสัญญากับเหนือมาเลยว่าจะไม่มีเรื่องอีก”

“ถ้าแบบนั้น หนูก็ต้องสัญญากับพี่ ว่าจะไม่มีน้ำตาแบบวันนี้”

ไนท์ยกมือเกี่ยวกลุ่มผมสีดำยาวสลวยของคนตัวเล็กขึ้นทัดใบหูช้า ๆ แล้วใช้ปลายนิ้วเกลี่ยลงบนผิวแก้มเนียนเบา ๆ เพื่อปาดซับน้ำตาที่กำลังเอ่อคลอ

สายตาคมยังคงจ้องมองอย่างไม่ละไปไหน ก่อนจะโน้มตัวลงมากระซิบข้างใบหูด้วยเสียงที่แผ่วเบา

“แล้วต่อไปพี่จะพยายามไม่มีเรื่องให้เธอต้องห่วงอีก ดีไหมครับ”

ลมหายใจร้อนของร่างสูงที่เป่ารดผิวหน้า ทำเอาคนตัวเล็กที่นั่งนิ่งหยุดชะงัก จนตัวแข็งทื่อไม่กล้าขยับ

แต่ยังไม่ทันได้ตั้งสติแผ่นหลังบางของเธอก็มีใครบางคนเข้ามายืนทับซ้อน ก่อนจะโน้มตัวลงมากระซิบข้างใบหูอีกฝั่ง ด้วยน้ำเสียงที่แสนเจ้าเล่ห์

“งั้นเดียวพี่สัญญาด้วยอีกคน”

บรรยากาศในห้องพยาบาลเหมือนหยุดนิ่งชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจของทั้งสามที่เต้นแรงเป็นจังหวะเดียวกัน ราวกับว่าสัญญาที่เคยทำกันไว้ใต้ท้องฟ้ายามเย็นวันนั้น ยังคงผูกพันพวกเขาไม่เคยเปลี่ยน

“ระ รู้แล้วค่ะ”

เสียงหวานตอบรับแผ่วเบา ก่อนจะแสร้งก้มหน้าก้มตาทำแผลอย่างตั้งใจ แม้หัวใจจะยังรู้สึกสั่นไหวไม่หาย

แต่ก็พยายามเก็บอาการไม่ให้พวกเขาเห็น และถึงแม้คำตอบของชายหนุ่มจะไม่ค่อยถูกใจมากนัก เพราะพวกเขาไม่รับปากว่าจะไม่มีเรื่องอีก แต่อย่างน้อยเขาก็รับปากว่าจะพยายามซึ่งมันก็ดีกว่าที่จะปล่อยให้พวกเขามีเรื่องแบบนี้ต่อไป

“หึ”

ชายหนุ่มสองคนชำเลืองสายตามองกันเล็กน้อยอย่างพึงพอใจ ก่อนที่เดย์จะลอบถอนหายใจออกมาเบา ๆ เพราะครั้งนี้เขาสองคนไม่ต้องการให้เธอรู้หรือชักไซ้ถึงสาเหตุในการทะเลาะวิวาท ว่ามันเกิดจากอะไร

ปล่อยให้คนตัวเล็กเข้าใจว่ามันเป็นแค่การทะเลาะกัน ธรรมดาเหมือนครั้งก่อน ๆ ที่ผ่านมา ดีกว่าให้เธอรู้ว่าพวกเขาไปซัดกับคนระยำที่เอ่ยปากพูดถึงเธอด้วยถ้อยคำที่ไม่น่าฟังซะยังดีกว่า

เพราะสำหรับพวกเขา แค่ได้ยินใครบางคนกล้าดูแคลนแสงเหนือด้วยถ้อยคำหยาบโลน มันก็โมโหเกินกว่าที่จะทนฟังเฉย ๆ ได้

ส่วนบาดแผลความเจ็บปวดจะหนักแค่ไหน พวกเขาก็รับได้ แต่สิ่งที่ทั้งสองคนไม่คิดจะยอมให้เกิดขึ้นเลย คือการปล่อยให้มีคนมาพูดถึงเธอในทางไม่ดี

มันเป็นสิ่งที่พวกเขายอมรับและปล่อยผ่านไม่ได้จริง ๆ เพราะด้วยนิสัยของเธอคงได้เก็บเอามาคิดเป็นกังวลหรือโทษตัวเองว่าเป็นต้นเหตุให้พวกเขาเจ็บตัวแน่นอน

สำหรับแสงเหนือ มันอาจเป็นเพียงหน้าที่ตามสัญญาในวัยเด็ก แต่สำหรับเดย์กับไนท์ มันคือคำสัญญาที่พวกเขาไม่เคยลืม และจะทำทุกอย่างเพื่อให้เธอเป็นผู้หญิงของพวกเขา ที่เต็มไปด้วยความสุข ไร้กังวลและใบหน้าสวยนั่นต้องไม่เปื้อนน้ำตาอีกไม่ว่าจะเพราะอะไร

“เหนือ วันนี้ป๊าบอกให้เข้าไปกินข้าวที่บ้านตอนเย็น”

เดย์เอ่ยบอกร่างบางที่กำลังติดปลาสเตอร์ลงบนหลังมือให้ไนท์อย่างตั้งใจ

“ดีเลย เหนือจะได้ฟ้องป๊ากับม๊า ว่าพี่ ๆ ดื้อกับเหนือมากขนาดไหน”

เดย์ถึงกับหัวเราะร่วนออกมาที่ได้เห็นท่าทางของคนตัวเล็กทำท่าขู่พวกเขา ไม่ต่างจากไนท์ที่ถึงแม้จะเป็นคนนิ่ง ๆ แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามรอยยิ้มของคนตรงหน้า และนี่คือสิ่งที่เขาสองคนตั้งใจจะรักษาเอาไว้ รอยยิ้มที่สดใส บนใบหน้าของแสงเหนือ
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ต้องรักแสงเหนือ   บทที่ 69

    “ไปครับ แต่พี่สองคนจะไปให้หมอแสงเหนือคนเดียวเท่านั้น”“คนบ้า”แสงเหนือต่อว่าทั้งสองคนด้วยท่าทีเง้างอน กว่าเธอจะรู้ตัวว่าโดนหลอก อารมณ์และความต้องการของเธอก็เริ่มไปไกลจนกู่ไม่กลับ“อ๊ะ อื้มมมม”ไนท์เอนตัวพิงบนหัวเตียง แล้วดึงร่างเล็กให้โน้มตัวตามมา ก่อนจะตะโบบจูบดูดนมทั้งสองเต้าหายเข้าไปในปาก โดยที่แ

  • ต้องรักแสงเหนือ   บทที่ 68

    “งั้นหันหน้ามานี้ครับ แล้วอมมันเข้าไปให้พี่หน่อย”ไนท์ที่เห็นว่าคนตัวเล็กเสร็จนำไปก่อน และคิดว่าแสงเหนือพร้อมที่จะรับตัวตนของพวกเขาแล้ว ก็จับร่างบางพลิกเข้าหาตัวเองมือหนาบีบคางเล็กเล็ก ๆ ให้เธออ้าปากออก ก่อนจะดันแท่งเอ็นร้อนขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนเข้าไปในโพรงปากอ่อนนุ่มนั้นทันที“อ่าส์

  • ต้องรักแสงเหนือ   บทที่ 67

    “อย่าใจร้ายกับผัวเลยนะครับ”ไนท์กับเดย์กลับหัวเราะในลำคอพร้อมกัน เสียงทุ้มต่ำแบบนั้นทำให้หัวใจเธอเต้นแรงจนเหมือนจะหลุดจากอก“หนูไหวครับ แต่พี่ไม่ไหว”ทันทีที่พูดจบ เดย์ก็อุ้มเธอขึ้นทั้งตัว ด้วยเรียวแขนแกร่ง ร่างเล็กของเธอถูกอุ้มจนตัวลอย ก่อนถูกวางลงบนผ้าปูเตียงสีขาวสะอาดแสงเหนือเผลอขยับถอยจนติดหัวเ

  • ต้องรักแสงเหนือ   บทที่ 66

    เสียงเพลงจากงานอาฟเตอร์ปาร์ตี้ค่อย ๆ เลือนหายไปและเบาลงจนแทบไม่ได้ยิน เมื่อเดย์เดินนำขึ้นบันไดหินอ่อนออกมา ก่อนจะเดินตรงเข้ามาในลิฟต์เพื่อกลับขึ้นไปยังห้องสวีทที่ใช้เป็นห้องหอในคืนนี้ทว่าประตูลิฟต์ยังไม่ทันได้ปิดลง ฝ่ามือหนาของไนท์ก็มาขวางเอาไว้ซะก่อน“กูไปด้วย”“หึ”ร่างสูงของคนสองก้าวออกมาจากประต

  • ต้องรักแสงเหนือ   บทที่ 65

    หลังจากพิธีการจบลงและแสงอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า แสงไฟสีทองอ่อน ๆ ก็เปิดขึ้นทั่วห้องจัดเลี้ยงที่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นโซนอาฟเตอร์ปาร์ตี้สุดหรู แท่งไฟยาวประดับด้วยดวงดาวคริสตัลหลายพันดวง ทำให้บรรยากาศเหมือนอยู่กลางท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยแสงของออโรร่าจริง ๆ แสงเหนือ อยู่ในชุดเดรสสีขาวไข่มุกสั้นเหนือเข่า ปั

  • ต้องรักแสงเหนือ   บทที่ 64

    เสียงไวโอลินบรรเลงเพลงหวานแผ่วเบา ประกายแสงสะท้อนจากคริสตัลที่แขวนเรียงกันเป็นม่านใส ๆ เป็นคลื่นซ้อนกันคล้ายกับแสงออโรร่า หรือแสงเหนือทางเดินยาวปูด้วยดอกกุหลาบสีขาว ตั้งแต่บันไดหินอ่อนด้านหน้าไปจนถึงซุ้มพิธีที่ล้อมรอบด้วยม่านผ้าชีฟองสีขาวสวยงามลงตัวราวกับฉากแต่งงานในเทพนิยายที่หลายคนใฝ่ฝันถึง งดงา

  • ต้องรักแสงเหนือ   บทที่ 54

    “ส่องหากบจริง ๆ เหรอครับ”“อืม กบตัวเล็ก ๆ ที่พี่กินกันวันนี้ไง” แสงเหนือหัวเราะเบา ๆไนท์หันไปมองเดย์ แววตาเริ่มเป็นประกายเหมือนคนได้ไอเดียอะไรบางอย่าง“งั้นคืนนี้… กูกับมึงไปหากบมาเอาใจแม่ยายกันหน่อยไหม”เดย์เลิกคิ้ว มองหน้าไนท์นิ่ง ๆ“พูดจริง?”ไนท์พูดพลางหัวเราะเบา ๆ ดวงตาหันไปมองไฟที่ส่องแสงอยู

  • ต้องรักแสงเหนือ   บทที่ 53

    “กินได้ไหมคะ?”แสงเหนือถามด้วยรอยยิ้มอาย ๆ ขณะมองทั้งสองคนที่นั่งล้อมเสื่ออยู่หน้ากระท่อม“ได้สิ อร่อยมากด้วย” เดย์ตอบทันที ก่อนจะตักกับข้าวขึ้นมาคำใหญ่“ผัดเผ็ดไก่นี่รสชาติดี เนื้อก็นุ่ม”ไนท์ที่นั่งข้าง ๆ เดย์พยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะรสชาติอาหารที่คนรักทำให้ทานมันอร่อยมากขึ้น หรื

  • ต้องรักแสงเหนือ   บทที่ 49

    “แม่ แม่นิภาจ๋า”แสงเหนือยิ้มออกมา จนดวงตาเป็นประกายเมื่อเห็นบ้านที่ไม่ได้กลับมานาน เสียงหวานยังคงส่งเสียงเรียกเจ้าของบ้านที่เป็นแม่ของเธอ ด้วยความตื่นเต้น พร้อมกับทยอยขนกระเป๋าลงจากท้ายรถอย่างเร่งรีบผู้หญิงวัยกลางคนในผ้ากันเปื้อนเดินออกมายืนมองด้วยความมึนงง ที่มีรถหรูราคาแพงมาจอดอยู่หน้าบ้าน ก่อนจ

  • ต้องรักแสงเหนือ   บทที่ 43

    แสงเหนือทิ้งตัวลงบนอกแกร่งของไนท์อีกครั้งอย่างหมดแรง หัวใจเต้นระส่ำ หายใจหอบสะท้าน ต้นขาอ่อนสั่นระริกอย่างควบคุมไม่ได้ “พร้อมทานแซนวิสไหมครับ” “แล้วเมื่อกี้ไม่ใช่เหรอคะ หนูไม่...” ดวงตากลมโตมองร่างแกร่งทั้งสองคนอย่างออดอ้อน เพื่อบอกว่าเธอยังไม่พร้อม เพราะตอนนี้แค่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status