คอนโดสิริพัฒน์
แสงเหนือก้าวเข้ามาในคอนโดหรูใจกลางเมือง ห้องพักขนาดใหญ่ที่ถูกแบ่งเป็นพื้นที่ใช้สอยและวางสัดส่วนได้ลงตัว พื้นที่ส่วนตัวที่ถูกตกแต่งคุมโทนด้วยสีน้ำเงินเข้มตัดกับสีดำและทอง
เธอเคยมาที่คอนโดนี้หลายครั้ง แต่การมาครั้งนี้กลับต่างออกไป เพราะเธอไม่ได้มาเที่ยวเล่นเหมือนครั้งที่ผ่าน ๆ มา แต่เธอมาที่นี่ในฐานะผู้อาศัยชั่วคราว
“คืนนี้…เหนือไปพักในห้องไอ้ไนท์ก่อนนะ”
เดย์เอ่ยเบา ๆ เสียงเรียบ แต่แฝงความอบอุ่นและห่วงใย แสงเหนือเม้มปากเล็กน้อย ดวงตากลมยังคงสั่นไหว เธอเงยหน้ามองชายหนุ่มด้วยสายตาที่ยังเต็มไปด้วยความกังวล
“เหนือนอนไม่หลับหรอกพี่เดย์”
เธอพูดเสียงแผ่ว น้ำเสียงเจือความหวั่นใจและเหนื่อยล้า เดย์ย่อตัวลงเล็กน้อยให้สายตาเท่ากับเธอ มือใหญ่ลูบศีรษะเบาเบา ๆ อย่างปลอบประโลม
“ไม่ต้องกลัว…คืนนี้พวกพี่จะอยู่เป็นเพื่อนเหนือเอง”
แสงเหนือพยายามยิ้มบาง ๆ แม้ริมฝีปากสั่นเล็กน้อย แต่กลับรู้สึกอบอุ่นใจมากขึ้น ก่อนจะก้มหน้าหลบสายตาคมที่จ้องมองเข้ามานัยย์ตาเธอ พร้อมกับภาพและสัมผัสเร่าร้อนที่ผุดขึ้นมาในหัว
“เหนือขอไปนั่งเล่นที่ริมระเบียงได้ไหมคะ”
ร่างบางรีบหมุนตัวหันหนี ก่อนจะรีบเดินกึ่งวิ่งไปทางระเบียงคอนโดด้านนอกทันที เธอเงยหน้าสูดลมหายใจเข้าออกช้า ๆ พยายามตั้งสติรับความรู้สึกที่ยังสั่นไหวไม่หาย ก่อนจะทิ้งตัวลงบนโซฟาปรับนอนขนาดใหญ่
มือเรียวยกขึ้นทาบหน้าอกแน่น รู้สึกได้ถึงแรงเต้นไม่เป็นจังหวะของหัวใจที่ยังสั่นระรัวไม่ยอมหยุด
เสียงประตูระเบียงเลื่อนเปิดเบา ๆ ทำให้แสงเหนือสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะเห็นเดย์กับไนท์เดินเข้ามาพร้อมแก้วนมเล็ก ๆ ในมือ
“พี่เอานมอุ่นมาให้”
ไนท์ยิ้มบาง ๆ วางแก้วลงบนโต๊ะข้างโซฟา ส่วนเดย์ก็ก้มตัวคลี่ผ้าห่มผืนใหญ่คลุมตัวเธอไว้เบา ๆ เธอกะพริบตาปริบ ๆ มองทั้งคู่สลับกัน พลางพยายามซ่อนใบหน้าแดงจัดที่ยังร้อนผ่าวเพราะภาพความคิดของตัวเอง
“ขอบคุณนะคะ”
มือเล็กยกแก้วนมขึ้นดื่มช้า ๆ ความอุ่นจากของเหลวในปากคล้ายจะช่วยกลบความวุ่นวายในหัวใจได้เล็กน้อย
“ขอพี่นั่งด้วยนะ”
แสงเหนือเงยหน้าขึ้นจากแก้วนมอุ่น ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะด้านข้างแล้วหันไปมองทั้งสองคน ความอ่อนโยนในแววตาของเดย์กับไนท์ทำให้หัวใจที่ยังเต้นแรงค่อย ๆ สงบลง เธอยิ้มบาง ๆ แล้วพยักหน้ารับเบา ๆ
ทั้งสามทิ้งตัวลงบนโซฟาปรับนอนตัวเดียวกันใต้ผ้าห่มผืนใหญ่ พื้นที่ไม่กว้างนัก แต่ความใกล้ชิดก็เพียงพอให้แสงเหนือเอนตัวพิงไหล่ของเดย์โดยไม่รู้ตัว ความอุ่นจากร่างกายอีกฝ่ายแผ่ซ่านเข้ามาจนเธอรู้สึกสบายใจ
เดย์เหลือบมองลงมา เห็นใบหน้าเธอแนบอยู่ตรงหัวไหล่ก่อนจะคลี่ยิ้มบาง ๆ แววตานั้นอ่อนโยนจนเกินจะมองข้าม เขาหันไปสบตากับไนท์ที่นั่งอีกฝั่ง
“เราจับมือกันไว้ได้ไหมคะ”
เสียงหวานของแสงเหนือดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ไนท์ชะงักเล็กน้อยก่อนจะยื่นมือมาวางลงบนฝ่ามือเธอ ส่วนเดย์ที่อยู่ข้าง ๆ ก็ขยับมืออีกข้างมาประสานไว้เช่นกัน
ความอุ่นค่อย ๆ ล้อมรอบทั้งสามคนไว้แน่น แสงเหนือรู้สึกเหมือนหัวใจถูกโอบไว้จากสองทิศทาง ทั้งอบอุ่น ปลอดภัย แต่กลับซับซ้อนจนแทบหายใจไม่ทั่วท้อง
ดวงตากลมโตมองทั้งสองคนสลับกันอีกครั้ง เธอไม่รู้ว่าควรดีใจกับความรู้สึกนี้ หรือควรกลัวมันกันแน่ เพราะในห้วงวินาทีที่ฝ่ามือทั้งสามแนบชิดกัน เธอกลับเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว
มือหนึ่งมั่นคงอบอุ่น อีกมือหนึ่งนุ่มนวลอ่อนโยน ทำให้เธอคิดถึงคำถามที่พวกเขาเคยถามเธอทิ้งเอาไว้ และเธอก็ไม่อาจเลือกได้เลยว่าตัวเองชอบความรู้สึกแบบไหนมากกว่ากัน
เธอไม่แน่ใจว่าความรู้สึกที่มีต่อพี่เดย์กับพี่ไนท์คืออะไรกันแน่ ระหว่างความผูกพันที่มีมานาน ความอบอุ่นที่มีพวกเขาคอยดูแล ปกป้อง หรือเพียงเพราะทั้งคู่ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
บางทีความรู้สึกแปลก ๆ ที่ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น เธออาจจะรู้ว่ามันคืออะไร แต่เพียงแค่ไม่กล้ายอมรับมัน มันคงแปลกที่เธอชอบผู้ชายสองคนในเวลาเดียวกัน
มือเรียวบางกุมมือหนาของทั้งสองคนไว้แน่น ลมหายใจค่อย ๆ ผ่อนลงช้า ๆ ก่อนที่สติจะเลือนหายไปพร้อมความคิดนั้น ที่แทรกเข้ามา หรือเหตุผลที่เธอยังไม่กล้ายอมรับความจริง เพราะเธอกำลังกลัว
กลัวที่จะต้องเลือกแค่ใครหนึ่งคน และเสียใครอีกคนไป เธอจะกลายเป็นคนเห็นแก่ตัวไหมที่อยากมีเขาสองอยู่ด้วยกันแบบนี้ตลอดไป
เช้าวันต่อมา
เปลือกตาที่เคยปิดสนิทค่อย ๆ เปิดขึ้นอย่างเชื่องช้า แสงอาทิตย์อ่อนยามเช้าทาบไล้เข้ามาแทนที่ความมืดมิดของค่ำคืน ท้องฟ้าถูกแต้มด้วยแสงสีทองของอาทิตย์ที่กำลังลอยขึ้นเหนือแนวตึกสูงระฟ้า กลายเป็นภาพงดงามจนเธอเผลอหยุดมอง
มือเรียวบางยกขึ้นขยี้ตาเบา ๆ เพื่อไล่ความอ่อนล้า ก่อนจะหันมองรอบตัวอย่างงุนงง เธอกำลังนอนอยู่บนโซฟาสีแดงริมระเบียง หนุนนอนศีรษะเล็กอยู่บนแขนของชายหนุ่มเจ้าของเส้นผมสีทองอ่อน ส่วนอีกด้านกลับถูกโอบไว้ในอ้อมแขนของฝาแฝดอีกคนที่มีเรือนผมสีเทาเย็นตา
ความอุ่นจากร่างกายของทั้งสองคนแผ่ซ่านเข้ามาในจังหวะลมหายใจเชื่องช้า จนแสงเหนือได้แต่กะพริบตาอย่างไม่แน่ใจว่าทุกอย่างตรงหน้านั้นคือความจริง… หรือเป็นเพียงภาพฝันที่เธอยังไม่อยากตื่นจากมัน
แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ขยับตัว ร่างสูงสองคนก็พลิกตัวหันหน้าเข้าหาเธอ พร้อมกับวาดวงแขนแกร่งกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นไปอีก กลายเป็นว่าเธอถูกกอดจากทั้งสองคนพร้อมกับใบหน้าหล่อเหลาที่ซุกเข้ามาที่ซอกคอจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนที่เป่ารดผิวกาย
ความใกล้ชิดนั้นทำให้หัวใจของแสงเหนือเต้นแรงขึ้น แม้ร่างกายจะแข็งทื่อด้วยความเขินอาย แต่เธอกลับสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่ซ่อนอยู่ในอ้อมแขนนั้น
“พี่เดย์...พี่ไนท์ ปล่อยเหนือก่อน”
“…”
“…”
“เช้าแล้วค่ะ พี่ ๆ ตื่นก่อนได้ไหมคะ”
แสงเหนือเอียงคอหดลงทั้งซ้ายและขวา ก่อนจะนอนนิ่งตัวแข็งทื่อไม่กล้าขยับ เพราะท่าทางที่ใกล้ชิดกันมากอยู่แล้วกลับใกล้ชิดมากขึ้นไปอีก เมื่อทั้งสองคนบดเบียดร่างแกร่งขยับเข้ามาใกล้จนเธอสำหรับได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่กำลังแข็งขืนเสียดสีกับต้นขาอ่อนของเธอ ถึงเธอจะไม่เคยเห็นแต่เธอก็รู้ว่ามันคืออะไร แม้เธอจะพยายามบอกตัวเองว่ามันเป็นเรื่องปกติของผู้ชายที่มันจะตื่นขึ้นในตอนเช้า แต่ก็อดจะเขินอายไม่ได้
“ตื่นหมดเลยครับ”
เสียงกระซิบแหบพร่าของคนตัวโตกระซิบลงข้างหูเธอเบา ๆ ทำเอาคนตัวเล็กตกใจจนสติหลุด ก่อนจะหันไปเจอกับใบหน้าหล่อรับผมสีทองในระยะประชิดจนปลายจมูกแตะกัน
“อะ อะไรตื่นค่ะ”
“พี่สองคนไง หรือหนูคิดว่าอะไรตื่น”
แต่ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะได้สติ เสียงทุ้มต่ำก็ดังขึ้นอีกครั้งจากชายหนุ่มอีกคน คนตัวเล็กจึงหันกลับไปอีกครั้งด้วยความเร็วจะสัมผัสได้ถึงริมฝีปากหนานุ่มของเขาเฉียดผิวแก้มเธอ
“มะ ไม่รู้ค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ”
แสงเหนือที่ตกใจ ปนเขินอายจนทำตัวไม่ถูก มือเล็กยกขึ้นมาแตะแก้มตัวเองที่กำลังเปลี่ยนสีเบา ๆ ก่อนจะรีบลุกแล้ววิ่งหนีไปทันที
หลังจากแสงเหนือจัดการตัวเองเสร็จเรียบร้อย เธอเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดสบาย ๆ เดย์นั่งรออยู่บนโซฟา พร้อมกับแล็ปท็อปเปิดหน้าหาเว็บไซต์หอพักต่าง ๆ
“พี่เดย์ทำอะไรคะ แล้วพี่ไนท์ละ”
“พี่กำลังลิสรายชื่อหอพักให้เหนือไง ส่วนไอ้ไนท์ออกไปทำธุระเดียวก็กลับมา”
ร่างสูงเอ่ยพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน แสงเหนือพยักหน้าเบา ๆ แล้วนั่งลงข้าง ๆ เขา ความใกล้ชิดทำให้หัวใจเต้นแรงเล็กน้อย
“กินข้าวต้มก่อน ไอ้ไนท์ทำไว้ให้”
“ขอบคุณค่ะ เหนือกินไปดูไปก็ได้ค่ะ”
ทั้งสองเริ่มไล่ดูรูปภาพและรายละเอียดของหอพักต่าง ๆ พูดคุยและแลกความคิดเห็นกัน เดย์คอยชี้ให้เธอดูห้องที่สว่างและมีระเบียงกว้าง ๆ หรือแนะนำทำเลที่สะดวกต่อการเดินทาง
“เราลองโทรไปตามเบอร์ก่อนดีไหม เพราะถ้าเกิดมันเต็มเราจะได้ไม่เสียเวลาเดินทาง”
แสงเหนือเอียงหน้าไปมองจอ แววตาเปล่งประกายเล็ก ๆ
“ได้ค่ะ”
“เอ่อ คือพี่รบกวนเหนือไปเอาน้ำให้พี่หน่อยได้ไหม”
เดย์เหลือบมองเธอด้วยรอยยิ้ม เธอเดินออกไปเอาน้ำมาให้คนตัวโตตามที่เขาร้องขอ โดยไม่ได้สังเกตว่าตอนนี้เขามองเธอด้วยสายตาแบบไหน
มือหนาของเดย์ล้วงเอาเครื่องมือสื่อสารในกระเป๋ากางเกงออกมาถ่ายรูปรายชื่อและเบอร์โทรหอพักที่แสงเหนือเลือกไว้ทั้งหมด แล้วส่งออกไปให้ใครบางคนจัดการต่อ
“น้ำค่ะ”
เดย์รีบเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า พร้อมกับรับแก้วน้ำมายกดื่ม แล้วยกมือขึ้นเช็ดกรอบหน้า ด้วยท่าทีรุกรี้รุกรน
“ขอบคุณครับ เรามาเริ่มโทรกันเลยไหม”
เวลาผ่านไปทั้งเช้า ทั้งสองคนหัวเราะบ้าง พูดคุยบ้าง ระหว่างโทรหาหอพักทีละรายชื่อ แต่ไม่ว่าเธอจะโทรไปกี่ครั้ง เธอก็ถูกปฏิเสธเพราะหอพักเต็มทุกที่ และมีหลายครั้งที่ทางหอพักที่ตอบตกลงให้เช่าโทรกลับมาขอยกเลิก โดยให้สาเหตุว่าลูกน้องทำสัญญากับคนอื่นไว้ก่อนแล้วแต่ไม่ได้แจ้ง
แสงเหนือถอนหายใจเล็กน้อย พลางมองเดย์ด้วยความรู้สึกขอบคุณที่ยังคงพยายามไม่ลดละที่จะช่วยเธอหาหอพักที่ดีที่สุด โดยที่เธอเองไม่รู้เลยว่าสาเหตุที่ถูกปฏิเสธทั้งหมดมาจากเดย์ที่ส่งรายชื่อทั้งหมดให้ฝาแฝดของตัวเองไปจัดการไม่ให้หอพักรับคนเพิ่ม แล้วจ่ายค่าเสียเวลาให้ โดยให้เหตุผลว่า อยากง้อเมียแล้วพากลับบ้าน ให้ที่หอช่วยโทรยกเลิกการขอเช่าให้ที