共有

ตอนที่ 17

last update 公開日: 2026-08-18 11:05:32

ตอนที่ 17

เสียงกดกริ่งหน้าประตูเรียกให้พราวนิชาที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาต้องละสายตาไปมองประตูที่ยังมีเสียงกดกริ่งดังอยู่ คิ้วเรียวสวยขยับเข้าหากันน้อย ๆ ใครกันนะ ถ้าเป็นเจ้าของห้องอย่างธารทัพพ์หรืออานัส ถ้าเป็นทั้งสองคนก็น่าจะเปิดเข้ามาแล้ว ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ ยังไม่เคยมีแขกเข้ามาที่ห้องของธารทัพพ์เลยสักครั้ง

แต่ยังไม่ทันที่จะได้สงสัยอะไรมากไปกว่านั้น ว่าที่คุณแม่ก็ขยับลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูห้อง ผู้หญิงวัยกลางคนตรงหน้าทำให้หัวใจของพราวนิชาเต้นแรง ใบหน้าเรียบนิ่งนั่น มีเค้าโครงใบหน้าเหมือนกับเจ้าของห้อง มือเล็กค่อย ๆ ยกมือขึ้นไหว้คนตรงหน้า แม้ตอนนี้จะยังไม่รู้ว่าอีกคนเป็นใคร

“สวัสดีค่ะ”

“เธอเป็นใคร”

“คือว่าหนู…”

“เป็นแม่บ้านเหรอ ฉันเป็นแม่เจ้าของห้อง” คุณธัญสินีมองคนตรงหน้าด้วยสายตาเรียบนิ่ง มองสำรวจผู้หญิงตัวเล็กในชุดธรรมดา ๆ แต่ดูยังไง ๆ ก็ไม่เหมือนแม่บ้านอย่างที่ท่านเอ่ยถามออกไป ใบหน้าก็เล็กเหมือนเด็ก ผิวพรรณก็ดูดี ไม่เหมือนคนที่ทำงานแบบนี้เลย

“ค่ะ หนูเป็นแม่บ้าน นะ หนูทำงานเสร็จพอดี ขอตัวก่อนนะคะ” พราวนิชายกมือไหว้คนตรงหน้าแล้วรีบเดินออกจากห้อง หัวใจดวงน้อยเต้นแรงตึกตัก หวาดกลัวไปหมด เท้าเล็ก ๆ ค่อย ๆ เดินเข้าลิฟต์ ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง เธอไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้มาก่อน จะกลับบ้านก็ไม่ได้ เพราะกลัวว่าพ่อกับแม่จะไม่สบายใจ มือเล็กที่กำลังล้วงเข้าไปในกางเกงผ้าต้องหยุดชะงักนิ่ง

เธอลืมเอามือถือมาด้วย

อยู่ ๆ ก็เกิดอาการเคว้งคว้าง ไม่รู้จะเดินไปทางไหน สายตาคู่สวยหันไปมองตึกสูงที่ตัวเองเพิ่งเดินออกมา ก่อนจะดึงสายตากลับมา แล้วค่อย ๆ เดินไปตามทางเดิน ข้ามถนนแล้วเดินไปหาที่นั่งในสวนสาธารณะที่อยู่ตรงข้ามกับคอนโดฯ ตั้งใจว่าอีกสักสองสามชั่วโมง ถ้าแม่ของธารทัพพ์ยังไม่กลับ เธออาจจะต้องกลับบ้าน แต่ก็ยังคิดหาคำตอบดี ๆ ให้พ่อกับแม่ไม่ได้เลย ใบหน้าเล็กก้มหน้า นั่งมองมือของตัวเองนิ่ง

“พราว… แม่ !”

เท้าที่เดินเข้ามาภายในห้องต้องชะงัก เมื่อคนที่เขาเรียกไม่ได้นั่งอยู่บนโซฟาตัวนั้น แต่คนที่นั่งอยู่กลับเป็นแม่ แม่ของเขาที่เขาพยายามไม่รับสายท่าน

“แม่ มาได้ไงครับ”

“ก็เราไม่ตอบข้อความ ไม่รับสายแม่ แม่ก็เลยต้องมาดูสิ” 

“แล้วแม่มากับใครครับ” ปากก็ถามแต่สายตาของธารทัพพ์กลับมองหาคนตัวเล็กที่อยู่ในห้องนี้ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้าที่เขาจะกลับ อานัสยังรายงานเขาว่าพาพราวนิชามาส่งที่คอนโดฯ แล้ว แล้วตอนนี้แม่เจ้าจิ๋วอยู่ที่ไหน ความเป็นห่วงเรียกให้เขาเดินไปเปิดประตูห้องนอนเล็กออกดู แต่ทุกอย่างกลับเงียบ มีเพียงมือถือของคนตัวเล็กวางอยู่บนเตียง

“ตาทัพจะไปไหนลูก”

“แม่เจอ…”

“เจออะไร”

“เจอผู้หญิงอยู่ที่นี่ไหมครับ” ก็ในเมื่อเรื่องนี้ มันไม่สามารถที่จะเป็นความลับได้แล้ว ธารทัพพ์ก็เลยถามคนเป็นแม่ออกไปแบบนั้น จ้องมองหน้าแม่นิ่งเพื่อรอคำตอบ เขาเป็นห่วง ไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ไหน

“ก็เจอนะ เธอบอกว่าเป็นแม่บ้าน บอกว่าทำความสะอาดเสร็จแล้ว แล้วก็ออกไปแล้ว ทำไม มีอะไร”

“เดี๋ยว จะไปไหน ตาทัพ !”

“ผมจะไปตามเธอครับ”

“อธิบายให้แม่ฟังก่อนว่ามันคืออะไร”

“เดี๋ยวผมเล่าให้ฟังครับ” ธารทัพพ์บอกแค่นั้นแล้วก็รีบเดินออกจากห้อง ยกมือถือของตัวเองขึ้นต่อสายหาบอดีการ์ดที่เขาให้ตามดูแลพราวนิชาอยู่ห่าง ๆ

(ครับ คุณทัพ)

“พราวอยู่ไหน”

(อยู่ที่สวนสาธารณะตรงข้ามคอนโดฯ ครับ แต่ว่า…) ธารทัพพ์ไม่ได้ฟังจนลูกน้องพูดจนจบ เขาก็ตัดสายแล้วรีบตรงไปหาคนตัวเล็ก ยิ่งตอนนี้ท้องฟ้าด้านนอกเริ่มมืด เขายิ่งเป็นห่วงคนที่ทำอะไรไม่คิด อยู่ ๆ ก็ออกจากห้อง โดยไม่เอาอะไรติดตัวมาเลย ถ้าเกิดเป็นอะไรขึ้นจะทำยังไง

“พราว”

พราวนิชาเงยหน้ามาสบตาคนที่เรียกกัน ผู้ชายตัวสูงในชุดออกกำลังกายยืนนิ่งตรงหน้าเธอ

“พี่ก้าว”

“มานั่งทำอะไรตรงนี้ครับ มันเริ่มมืดแล้ว” สายตาคู่สวยมองคนตรงหน้านิ่ง ไม่คิดว่าจะได้เจอรุ่นพี่หนุ่มที่นี่ เพราะเธออยู่ที่นี่มาจะเข้าเดือนที่สามแล้ว มาเดินเล่นที่นี่อยู่บ่อย ๆ แต่ไม่เคยเจอพี่เขาเลย

“คือพราว...”

ก้าวไม่ได้ว่าอะไร เขานั่งลงข้างคนตัวเล็ก เว้นระยะห่างนิดหน่อยเพื่อไม่ให้ถูกมองไม่ดี ยิ้มอ่อนโยนส่งไปให้อีกคน ดูสีหน้าก็พอรู้ว่าพราวนิชาไม่สบายใจ เหมือนมีเรื่องอะไรต้องคิด เขาเลยขอนั่งข้าง ๆ แบบนี้ น่าจะดีกว่า

“พี่ก้าวอยู่แถวนี้เหรอคะ”

“ครับ พี่เพิ่งย้ายมาอยู่คอนโดฯ นี้” นิ้วของก้าวชี้นิ้วไปยังคอนโดฯ ที่เธอออกมา บังเอิญจังเลยเนอะ

“เป็นยังไงบ้าง หลานพี่แข็งแรงไหม”

“แข็งแรงมากเลยค่ะ” รอยยิ้มสวยขยับกว้างขึ้น เมื่อได้พูดถึงเจ้าจิ๋ว พูดไป มือเล็กก็ลูบลงบนหน้าท้องของตัวเองไปมา มันมีความสุขนะ แม้ตอนนี้จะรู้สึกกลัว กลัวเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้น พราวนิชาถอนหายใจออกมาน้อย ๆ แต่บนใบหน้ากลับมีรอยยิ้ม

“พราว”

เสียงเรียกนั้นเรียกให้สายตาของพราวนิชาหันไปมอง ไม่ใช่เสียงเรียกจากคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ แต่เป็นเสียงของคนที่เธอคิดถึง ร่างเล็กขยับลุกขึ้นยืนอัตโนมัติพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง เอ่ยเรียกชื่อคนที่ไม่ได้เจอหน้ากันตั้งสามวัน

“คุณทัพ”

แต่ทว่าใบหน้าเรียบนิ่งนั่นของเขา มันกลับทำให้หัวใจของว่าที่คุณแม่เจ็บเล็กน้อย ทำไมเขาดูไม่ดีใจเลยนะ

“กลับได้แล้ว”

“ค่ะ” มือหนายื่นไปจับมือเล็กแล้วพาเดินออกมา โดยไม่ปล่อยโอกาสให้ว่าที่คุณแม่ได้พูดอะไรกับไอ้คนนั้น ไม่รู้ว่าอยู่ด้วยกันได้ยังไง มือหนาจับมือเล็กแน่นขึ้น

“คุณทัพ พราวเจ็บ”

ธารทัพพ์หยุดเดิน หันไปมองคนที่เขาจับมือแน่นอยู่ ก่อนจะค่อย ๆ คลายมือออก แต่ไม่พูดอะไร แต่ก็ต้องหยุดเดินอีกครั้ง เมื่อคนที่เขาจับพยายามยื้อและดึงมือออกจากมือของเขา

“กลับห้อง”

“ไม่ค่ะ พราวไม่กลับ”

“พราว” ธารทัพพ์เรียกคนตัวเล็กเสียงเข้มกว่าเดิม

“คุณทัพ พราวกลับไปนอนบ้านได้ไหมคะ เอาไว้ให้…”

“ไม่ได้”

“แต่แม่คุณทัพ ท่านอยู่ในห้อง” พราวนิชาพูดเสียงเบา เมื่อเราสองคนเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้อง มือเล็กก็พยายามดึงมือของตัวเองออก

“พราว อย่าดื้อ”

“คุณทัพนั่นแหละดื้อ ไม่เข้าใจหรือไง ว่าเรื่องของเรา…”

“จะตอนนี้หรือตอนไหน ทุกคนก็ต้องรู้ ทำไม ? หรือไม่อยากให้ใครรู้ว่าเราอยู่ด้วยกัน” น้ำเสียงของเขาดูแข็งขึ้น

“แต่ว่า…” คำว่าข้อตกลงของเราถูกกลืนหายเข้าไปในลำคอ เมื่อประตูห้องถูกเปิดออกด้วยคนที่เธอไม่อยากเจอมากที่สุดในตอนนี้ ใบหน้าที่ติดเรียบนิ่งไม่แพ้กับคนที่กำลังจับมือเธออยู่ แค่สบตาตาคู่นั้น พราวนิชาก็รีบก้มหน้าลงมองปลายเท้าของตัวเอง

“มาแล้วทำไมไม่เข้าห้องกัน”

คุณหญิงธัญสินีพูดด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ ก่อนจะเปิดประตูออกให้กว้างขึ้น แล้วเดินกลับเข้าไปในห้อง กลับไปนั่งรอที่โซฟาตัวเดิมที่ลุกขึ้นมา นั่งนิ่งกอดอกมองทั้งสองคนที่เดินเข้ามาในห้อง มองหน้าลูกชายแล้วมองหน้าผู้หญิงที่โกหกท่านว่าเป็นแม่บ้าน

“มานั่งกันสิ จะยืนค้ำหัวผู้ใหญ่อีกนานไหม”

ธารทัพพ์พยักหน้ารับก่อนจะดึงมือเล็กของคนดื้อให้เดินไปนั่งที่โซฟาอีกตัวด้วยกัน เขาเอาแต่มองคนที่เอาแต่ก้มหน้ามองมือของตัวเอง

“แล้วยังไง บอกแม่มาสิตาทัพ”

“ก็อย่างที่แม่เห็นครับ พราวอยู่กับผม ตอนนี้กำลังท้อง”

“ท้อง ! ตาทัพ เราอย่ามาล้อแม่เล่นนะ มันไม่ใช่เรื่องที่จะมาพูดเล่น ๆ แบบนี้”

“ผมไม่ได้พูดเล่นครับ พราวกำลังท้องได้สองเดือนแล้วครับ” ธารทัพพ์ตอบแม่ด้วยท่าทางจริงจัง ก่อนจะเปิดมือถือแล้วยื่นผลตรวจที่เขาเก็บเอาไว้ตั้งแต่วันแรกที่ได้รู้ว่าพราวนิชาท้องเอาไว้ในมือถือ เพราะคิดว่าสักวันคงจะได้ใช้เพื่อบอกคนอื่น ๆ

เสียงของคุณธัญสินีถอนหายใจออกมาหนักๆ มองผลตรวจบนหน้าจอมือถือนิ่ง เหมือนกำลังตัดสินใจว่าต้องทำยังไงกับเรื่องนี้ต่อไปดี หมดแล้วทุกอย่างที่วางเอาไว้ คุณธัญสินีเงยหน้าขึ้นมองสบตาลูกชายคนโต ก่อนจะเลื่อนสายตาไปมองผู้หญิงตัวเล็กที่ดูยังไงก็ไม่เหมือนคนท้องสักเท่าไร คงเพราะตัวเล็กและเป็นท้องสาว

“แม่ครับ”

เพราะแม่เอาแต่นั่งมองหน้ากันเงียบ ๆ ธารทัพพ์เลยต้องเรียก ท่านทำให้คนที่นั่งข้าง ๆ เขาอึดอัด

“แม่ขอคุยกับเด็กคนนี้”

“พูดมาเลยครับ”

“ตาทัพ”

“แม่ครับ”

“ก็ได้ ฟังนะ ตอนนี้งานและหน้าที่ของลูกกำลังไปได้ดี แล้วถ้าคนอื่นรู้ว่าลูกทำผู้หญิงท้อง โดยที่ยังไม่แต่งงาน เรื่องมันจะใหญ่แค่ไหน ไหนจะเรื่องของเด็กที่อยู่ในท้องนั่นอีก อีกเรื่อง แม่เลือกคนที่เหมาะสมกับเราเอาไว้แล้ว แม่ถามตรง ๆ นะ คบกันตั้งแต่เมื่อไร”

“ไม่ได้คบครับ ผมทำพราวท้อง”

หัวใจดวงน้อยกระตุกเล็กน้อย ทั้ง ๆ ที่เขาพูดความจริง แต่ทำไมหัวใจของเธอ มันถึงเจ็บแปลก ๆ ก็ไม่รู้ ริมฝีปากเล็กเม้มเข้าหากันจนเจ็บ ยิ่งเจ็บเข้าไปอีก เมื่อรับรู้ว่าเขาต้องแต่งงานกับคนที่แม่เขาหาเอาไว้ให้ พราวนิชาได้แต่ก้มหน้ามองมือของตัวเองที่บีบเข้าหากัน

“อีกสองเดือน ทัพก็จะเข้ารับตำแหน่งแทนคุณย่า ในระหว่างนี้ งานก็จะเยอะขึ้น แม่จะพาเด็กคนนี้กลับเชียงรายด้วย จะได้ไม่เกิดปัญหาอะไร แม่จะดูแลให้ ทัพเข้าใจแม่ใช่ไหม”

ธารทัพพ์นิ่งอยู่สักพักแล้วหันไปมองคนที่เอาแต่นั่งก้มหน้าอยู่ ก่อนจะยื่นมือไปจับมือเล็กของคนตัวเล็กเอาไว้แน่น แน่นจนอีกคนเงยหน้าขึ้นมาสบตากัน

“ผมขอคุยกับพราวก่อนนะครับ”

“คุณทัพ พราว...” คนที่เอาแต่นั่งนิ่งเงียบอยู่นาน เรียกคนที่ดึงมือให้เธอลุกขึ้น แล้วพาเดินขึ้นบันไดตรงไปยังห้องนอนของเขา ห้องนอนที่เธอไม่เคยกล้าเข้ามาตั้งแต่มาอยู่ที่นี่

“นั่งลง พราว”

เจ้าของห้องบอกเด็กดื้อเสียงดุ บอกให้เธอนั่งลงบนเตียง นั่งลงข้างๆ กัน

ทำไมต้องดุด้วย ปากเล็กขยับเบา ๆ ต่อว่าอีกคน แต่ก็ยอมเดินไปนั่งลงบนเตียงกว้าง กว้างกว่าห้องนอนเล็กของเธอเสียอีก แล้วทำไมเขาถึงชอบไปนอนเบียดเธอบนเตียงเล็กก็ไม่รู้

“คิดยังไง เรื่องที่จะต้องไปอยู่เชียงราย” ธารทัพพ์หันไปมองใบหน้าเล็ก เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขาไม่อยากตัดสินใจเรื่องนี้คนเดียว ถ้าถามว่าเขาคิดยังไงกับเรื่องนี้ เขาไม่อยากให้เธอไป แต่ว่า

“พราวจะไปค่ะ ถ้าการอยู่ที่นี่แล้วทำให้งานของคุณทัพต้องลำบาก” เธอเก็บคำพูดของแม่เขามาคิด แม้จะไม่รู้ว่าไปอยู่ที่โน่นแล้วจะเป็นยังไง แต่ว่าถ้าการที่เธอไป มันจะทำให้ทุกอย่างมันดีขึ้น เรื่องเมื่อวาน เธอรับรู้มาจากอานัสแล้ว รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ได้หวังดี เพราะแบบนี้เธอเลยอยากไป

“ไม่ต้องคิดมาก ถ้าไม่อยากไปก็ไม่ต้องไป” ถึงเธอไม่ไป เขาก็จะดูแลเธอกับเจ้าจิ๋วเอง จะไม่ยอมให้ใครมาทำอะไรได้

“พราวว่าเราแยกกันอยู่ มันน่าจะดีกว่า”

“ทำไม”

“เพราะอีกหน่อย พอพราวคลอด คุณทัพอาจจะต้องแต่งงานกับคนที่เหมาะสม” ธารทัพพ์นิ่งเงียบให้กับคำพูดของพราวนิชา เขามองใบหน้าเล็กนิ่ง ควรจะอธิบายหรือควรปล่อยผ่านเรื่องนี้ เพราะความเป็นจริง เขาไม่เคยคิดเรื่องแต่งงานอะไรนั่นเลย

“ไม่ได้จะแต่ง” ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น จริงจัง สายตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่สวย

“หลังคลอด อยากอยู่แบบนี้ อยู่ด้วยกัน”

“ในฐานะอะไรคะ พ่อกับแม่ใช่ไหมคะ”

“แล้วอยากอยู่ในฐานะไหน” ใบหน้าเล็กส่ายหน้าไปมา เธอไม่รู้ว่าตัวเองเลือกถูกไหม เลือกที่จะอยู่กับเขาในฐานะไหน และเธอมีสิทธิ์ที่จะอยู่ตรงนี้ไหม ข้าง ๆ เขาตรงนี้ หรือว่าตรงที่ข้าง ๆ เขามีคนที่เหมาะสมจองเอาไว้แล้ว

“คุณทัพ”

ว่าที่คุณแม่เงยหน้าขึ้นสบตาคนที่มองกันอยู่ก่อนแล้วเอ่ยเรียกเขาเบา ๆ ก่อนจะรวบรวมความกล้าของตัวเองเอ่ยถามอะไรบางอย่างเขาออกไป

“พราวขอถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ”

“อืม”

“คุณทัพชอบพราวหรือเปล่า ชอบพราวบ้างหรือเปล่าคะ” เขานิ่งเงียบ แต่หัวใจของเธอมันกลับเต้นแรง ในเมื่อเขาเอาแต่นิ่ง แค่นี้เธอก็รู้คำตอบแล้ว ไม่สินะ

“พราวตัดสินใจได้แล้วนะคะ พราวจะไปอยู่เชียงรายค่ะ” ร่างเล็กขยับลุกขึ้นยืนหันหลังให้คนที่เอาแต่นั่งนิ่ง

“พราว”

ธารทัพพ์เรียกคนที่ลุกขึ้นยืนหันหลังให้กัน หัวใจของเขาตกวูบ รู้สึกเหมือนกำลังเสียอะไรบางอย่าง เขาเอ่ยเรียกแม่เจ้าจิ๋วแผ่วเบา แต่ว่าหัวใจของเขา มันยังคงเต้นแรงและสั่นไหวให้กับคำถามที่ออกมาจากปากเล็ก

“พราวขอไปเก็บของก่อนนะคะ” ก็เหมือนอย่างที่แม่ของเขาบอก เราไม่ควรอยู่ด้วยกันแบบนี้ เธอควรจะไป

“พราว” ธารทัพพ์เดินเข้าไปจับข้อมือเล็กของคนที่กำลังเดินออกจากห้องของตัวเองเอาไว้

“ไม่อยากไป ก็ไม่ต้องไป”

“พราวตัดสินใจแล้วค่ะ เราอยู่แบบนี้ดีกว่า” พราวนิชาดึงมือตัวเองออกจากมือหนา รีบเดินออกจากห้องนอนของอีกคน รีบเดินออกมาก่อนที่น้ำตาของเธอมันจะไหล ไหลออกมาให้เขาเห็นว่าเธอเสียใจแค่ไหน

“ร้องไห้ทำไม”

“ไม่ได้ร้องเสียหน่อย ฮึก~~” ยิ่งเขาถาม น้ำตาของเธอมันยิ่งไหล ยิ่งเห็นเขายิ้ม หัวใจของเธอมันยิ่งเจ็บ ไม่ชอบกันแล้วจะมายิ้มเยอะเย้ยกันทำไม

“ปล่อยพราวนะ” พยายามดินออกจากอ้อมกอดของเขาที่อยู่ ๆ ก็กอดเธอเอาไว้

“คุยกันก่อน ถ้าไม่คุยก็อยู่ ไม่ต้องออกไปไหน” จะไม่ออกไปได้ยังไง แม่เขารออยู่ข้างล่างนะ พราวนิชาพยายามดิ้นออกจากอ้อมกอดของคนที่กอดกันแน่น

“ไม่ชอบพราวก็อย่ามาทำแบบนี้” เธองอนแล้วนะ โกรธแล้วด้วย ไม่ชอบกัน แล้วจะมาทำดีเกินข้อตกลงของเราทำไมกัน ทำให้เธอหวั่นไหว ทำให้เธอคิดไปเองคนเดียว ว่าเขาทำไปทั้งหมดเพราะมีใจให้กัน

“ใครบอกว่าไม่ชอบ”

“ก็คุณทัพไม่ตอบ”

มุมปากหนายกยิ้มให้กับท่าทางแสนงอนของแม่เจ้าจิ๋วที่เขายังไม่ตอบ เพราะกำลังตกใจอยู่ ไม่คิดว่าจะได้ยินเธอถามกันแบบนั้น กำลังคิดคำตอบที่ดีที่สุดอยู่ แต่เธอกลับตัดสินแล้วว่าเขาไม่ชอบ ความจริงเขาโคตรจะชอบเลย

“ไม่ตอบ แสดงว่าไม่ชอบงั้นเหรอ”

“ใช่ค่ะ”

 อีกคนตอบเสียงแข็ง แต่มันกลับเรียกรอยยิ้มของคนฟังได้เป็นอย่างดี เห็นใบหน้าบึ้งตึงของว่าที่คุณแม่แล้วอดใจไม่ไหวเลยต้องยื่นจมูกไปกดลงบนแก้มนิ่ม

ฟอด~

“คุณทัพ !”

“ไม่อยากไปก็ไม่ต้องไป อยู่ด้วยกันแบบนี้ ไม่ดีหรือไง หือ”

“พราวจะไปค่ะ พราวตัดสินใจแล้ว ไม่ใช่เพราะการอยู่กับคุณทัพ มันไม่ดี แต่เพราะพราวไม่อยากให้คนคุณทัพต้องห่วงพราวไปมากกว่านี้ พี่นัทเล่าให้พราวฟังแล้วค่ะ พราวเข้าใจ” ว่าที่คุณแม่ดันคนที่กอดกันอยู่ออก เธอเงยหน้าสบตาคนที่เอาแต่นิ่งมองหน้ากัน เหมือนเขากำลังคิดอะไรอยู่ เธอเข้าใจเขาจริง ๆ ไม่ได้แกล้งที่จะเข้าใจ แต่ว่าเรื่องหลังจากที่เธอคลอด มันจะเป็นยังไง ตอนนี้เธอคิดว่าปล่อยให้มันเป็นเรื่องของความรู้สึกในอนาคตดีกว่า

“คิดดีแล้วใช่ไหม”

“พราวคิดดีแล้วค่ะ” เธอไม่อยากรู้แล้ว ว่าตอนนี้เขารู้สึกยังไง ชอบหรือไม่ชอบ รู้สึกดีหรือไม่รู้สึกดี แต่แค่มีเขาคอยจับมือเธอแบบนี้ก็ดีมาก ๆ แล้ว ดวงตาคู่สวยก้มมองมือของตัวเองที่ถูกจับเอาไว้แน่น เธอชอบ ชอบความรู้สึกอบอุ่นแบบนี้

เขาจับมือของเธอไว้ข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของตัวเอง ล้วงเข้าไปหยิบกล่องเล็ก ๆ ออกมายื่นส่งให้แม่เจ้าจิ๋ว

“อะไรคะ”

“ของฝาก” ของฝากที่เขาเลือกเองกับมือ ของฝากที่เขาตั้งใจเลือกมาให้ ของฝากที่เขาไม่รู้ว่าแม่เจ้าจิ๋วจะชอบไหม สร้อยข้อมือเส้นเล็กที่เขาเห็นแล้วก็คิดถึงใบหน้าเล็กของแม่เจ้าจิ๋ว คิดว่ามันเหมาะกับข้อมือเล็กนี่ของเธอ

“ของพราวเหรอคะ” นิ้วเล็กชี้เข้าหาตัวเอง”

“อืม เปิดดูว่าชอบไหม”

หัวใจของธารทัพพ์เต้นแรง ได้แต่มองมือเล็กที่กำลังเปิดกล่องใบเล็กนั่นออกดู

“ใส่เลยไหม”

“แพงไหมคะ” เธอไม่แน่ใจราคาเครื่องประดับแบบนี้ ไม่รู้ว่าราคาเท่าไร แพงหรือเปล่า

“ไม่แพง” ครึ่งแสน น่าจะไม่แพงหรอก…

 ธารทัพพ์ส่ายหน้าไปมา ก่อนจะยื่นมือไปรับกล่องในมือเล็ก หยิบสร้อยข้อมือเส้นเล็กที่เขาซื้อมาจากร้านแบรนด์ดัง นี่คงเป็นครั้งแรกที่เขาซื้อของให้ใครเองแบบนี้ ปกติจะสั่งให้ลูกน้องอย่างอานัสเป็นคนเลือกซื้อให้ ไม่รู้ว่าแม่เจ้าจิ๋วจะชอบมันไหม

“ชอบไหม”

“คะ” ดวงตากลมโตช้อนสายตาขึ้นสบตาคนถาม แค่คำถามว่า ชอบไหม ของเขา ทำไมมันทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงแบบนี้ก็ไม่รู้

“ว่าไง ชอบไหม”

“ชอบค่ะ”

“อืม ชอบเหมือนกัน” ธารทัพพ์เอ่ยประโยคหลังแผ่วเบา แต่สายตาของเขา มันกลับมองสบตากลมโตคู่สวยนั่นนิ่งเหมือนอย่างบอกเธอว่า…

 เขาเองก็ชอบ ชอบเหมือนอย่างที่เธอชอบ

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • ถักทอรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 20

    ตอนที่ 20(หนูเจ้าเอยกลับมาแล้ว พรุ่งนี้ทัพช่วยไปรับน้องที่สนามบินหน่อยได้ไหม)“ผมไม่ว่างครับ”(จะไม่ลองเปิดโอกาสให้ตัวเองเลยหรือไง แม่เลือกน้องเพราะเมื่อก่อนเราชอบน้องมากไม่ใช่หรือไง) นั่นมันตั้งแต่สิบ ยี่สิบปีที่แล้ว ตอนนั้นเขาก็ยังเป็นเด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง เขาเอ็นดูเจ้าเอยเหมือนน้องสาว แล้วอะไรนะ ที่ทำให้แม่เขาคิดว่าเขาชอบ เจ้าเอยคือลูกสาวเพื่อนแม่ ลูกสาวคุณน้ารำเพย เจ้าเอยเป็นเพื่อนวัยเด็กกับเขาและแทนไทมาตั้งแต่จำความได้ อายุห่างกับเขาห้าปี ตอนนี้อีกคนก็น่าจะเรียนจบปริญญาโทแล้ว เขาเองก็จำไม่ได้แล้ว ว่าเขากับเจ้าเอยได้เจอกันนานแค่ไหนแล้ว(ตาทัพ)“ผมมีเมียมีลูกแล้วนะครับ” ธารทัพตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ แต่ดูจริงจัง เขาคิดว่าแม่จะล้มเลิกความตั้งใจของตัวเองแล้วเสียอีก คำว่าเมีย คำว่าลูกที่เขาพูดออกไป มันมาจากความรู้สึกของเขา ความรู้สึกของเขาจริง ๆ แม่เจ้าจิ๋วเป็นเมียเขา คนมีอะไรกันจนมีลูกด้วยกัน ก็ต้องเรียกว่าเมียถึงจะถูก แม้จะได้กันแค่ครั้งเดียวก็เถอะ เจ้าจิ๋วก็เป็นลูกเขา ถ้าเขาไป แม่เจ้าจิ๋วรู้ เธอก็น่าจะไม่สบายใจ เดี๋ยวก็เอาข้อตกลงของเรามาพูดอีก เขาไม่อยากให้มีข้อตกลงอะไรระหว่างเธ

  • ถักทอรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 19

    ตอนที่ 19ไม่อยากลุกขึ้นมาจากเตียง ไม่อยากออกมาจากห้อง แต่ก็ต้องออกมา เพราะตอนนี้เจ้าจิ๋วกำลังประท้วงกันด้วยความหิว พราวนิชาค่อย ๆ เปิดประตูห้องนอนออก ค่อย ๆ ก้าวเดินออกจากห้อง มองซ้ายมองขวา แต่ชั้นสองของบ้านกลับเงียบ บ้านหลังใหญ่แต่บ้านช่างเงียบเหงาจัง ใบหน้าเล็กดูเศร้าลงเล็กน้อย ๆ ก่อนจะค่อย ๆ เดินลงบันได เดินตามกลิ่นหอมที่ลอยออกมาจากห้องห้องหนึ่งที่น่าจะเป็นห้องครัว บานประตูเปิดเอาไว้ เท้าเล็กหยุดนิ่งอยู่หน้าประตู พร้อมกับมองเข้าไปด้านใน เห็นสาวใช้สองคนกับป้าสมศรี หัวหน้าแม่บ้านกำลังช่วยกันทำอาหาร ที่น่าจะเป็นมื้อเช้า วันนี้ตั้งใจตื่นเช้าเลยตื่นก่อนเวลาอาหารมื้อเช้าอีก เพราะไม่อยากให้ทุกคนรอ“มีอะไรให้พราวช่วยไหมคะ”สายตาทั้งสามคู่หันมาจับจ้องมองเธอนิ่ง ก่อนจะหันกลับไปทำสิ่งที่ตัวเองทำอยู่กันต่อ ไม่มีใครพูดกับเธอเลยสักคน ใบหน้าสวยเศร้าลงเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ หมุนตัวเดินออกจากห้องครัว เธออยากกลับแล้ว อยากกลับบ้าน ไม่รู้ว่าจะอยู่ที่นี่ได้ถึงสองเดือนตามที่ตกลงกับธารทัพพ์เอาไว้ไหม ทำไมคนที่นี่ดูจะไม่ชอบเธอเลย หรือเพียงเพราะเธอเป็นผู้หญิงใจแตก ท้องก่อนแต่งงานอย่างนั้นเหรอ พราวนิชาเดินออ

  • ถักทอรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 18

    ตอนที่ 18ดวงตาคู่สวยเอาแต่จ้องมองบ้านหลังใหญ่บนเนื้อที่หลายร้อยไร่ รายล้อมด้วยภูเขา มองจากตรงนี้เห็นทุ่งหญ้าสวยงาม มองจากตรงนี้ มองเห็นต้นไม้ต้นใหญ่อยู่ตรงโน้น“เข้าบ้านสิ”พราวนิชาดึงสายตากลับมามองคนที่เรียกกัน ก่อนจะค่อย ๆ เดินก้มหน้าหมายจะไปหยิบกระเป๋าเดินทางของตัวเอง แต่มือเล็กกลับชะงัก เพราะคำสั่งที่แสนจะนิ่งเงียบนั่น“เอาไว้นั่นแหละ”“ค่ะ” ว่าที่คุณแม่ก้มหน้ารับคำเบา ๆ แล้วเดินตามคุณผู้หญิงของบ้าน เดินตามเข้าไปนั่งลงบนพื้นพรมหน้าโซฟา เธอไม่กล้าขึ้นไปนั่งบนนั้นสายตาตำหนิที่ถูกส่งมาจากผู้หญิงวัยกลางคน ยิ่งทำให้ว่าที่คุณแม่ได้แต่ก้มหน้า ทุก ๆ สายตาที่จับจ้องมองมาที่เธอ คนที่บ้านหลังนี้ ทำให้เธอรู้สึกกลายเป็นคนตัวเล็กนิดเดียว“ผู้ใหญ่พูดด้วย ทำไมไม่เงยหน้าขึ้นมา พ่อแม่ของเธอไม่เคยสอนหรือไง”“สอนค่ะ”“เธอรู้ไหม เธอไม่เหมาะสมที่จะเป็นลูกสะใภ้ของฉันเลย ฉันมีคนที่เหมาะสมเอาไว้ให้ลูกชายฉันแล้ว” ริมฝีปากเล็กเม้มเข้าหากันแน่นจนเจ็บ เจ็บกับคำว่าไม่เหมาะสม เจ็บกับคำว่าพ่อแม่ไม่สอน ความผิดพลาดมันทำให้คนอื่นมองเธอได้ขนาดนี้เลยเหรอ พราวนิชาก้มหน้านิ่งมองมือของตัวเองที่บีบเข้าหากันแน่นจนเจ็บ ไ

  • ถักทอรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 17

    ตอนที่ 17เสียงกดกริ่งหน้าประตูเรียกให้พราวนิชาที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาต้องละสายตาไปมองประตูที่ยังมีเสียงกดกริ่งดังอยู่ คิ้วเรียวสวยขยับเข้าหากันน้อย ๆ ใครกันนะ ถ้าเป็นเจ้าของห้องอย่างธารทัพพ์หรืออานัส ถ้าเป็นทั้งสองคนก็น่าจะเปิดเข้ามาแล้ว ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ ยังไม่เคยมีแขกเข้ามาที่ห้องของธารทัพพ์เลยสักครั้งแต่ยังไม่ทันที่จะได้สงสัยอะไรมากไปกว่านั้น ว่าที่คุณแม่ก็ขยับลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูห้อง ผู้หญิงวัยกลางคนตรงหน้าทำให้หัวใจของพราวนิชาเต้นแรง ใบหน้าเรียบนิ่งนั่น มีเค้าโครงใบหน้าเหมือนกับเจ้าของห้อง มือเล็กค่อย ๆ ยกมือขึ้นไหว้คนตรงหน้า แม้ตอนนี้จะยังไม่รู้ว่าอีกคนเป็นใคร“สวัสดีค่ะ”“เธอเป็นใคร”“คือว่าหนู…”“เป็นแม่บ้านเหรอ ฉันเป็นแม่เจ้าของห้อง” คุณธัญสินีมองคนตรงหน้าด้วยสายตาเรียบนิ่ง มองสำรวจผู้หญิงตัวเล็กในชุดธรรมดา ๆ แต่ดูยังไง ๆ ก็ไม่เหมือนแม่บ้านอย่างที่ท่านเอ่ยถามออกไป ใบหน้าก็เล็กเหมือนเด็ก ผิวพรรณก็ดูดี ไม่เหมือนคนที่ทำงานแบบนี้เลย“ค่ะ หนูเป็นแม่บ้าน นะ หนูทำงานเสร็จพอดี ขอตัวก่อนนะคะ” พราวนิชายกมือไหว้คนตรงหน้าแล้วรีบเดินออกจากห้อง หัวใจดวงน้อยเต้นแรงตึกตัก หวา

  • ถักทอรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 16

    ตอนที่ 16ธารทัพพ์ยกมือขึ้นกุมขมับของตัวเอง ก่อนจะนวดมันไปมาเบา ๆ แหงนหน้าขึ้นมาเพดานห้องพัก หลังจากจบการประชุมกับผู้ถือหุ้นคนอื่น ๆ เขาก็รีบตรงดิ่งกลับห้องพัก ไม่ไปกินเลี้ยงกับผู้ใหญ่ที่เป็นผู้ถือหุ้นคนอื่น ๆ เพราะอาการที่เขากำลังเป็นอยู่ มันเป็นแบบนี้มาสองวัน นับตั้งแต่วันที่เขาเดินทางมาถึงที่นี่ เพื่อมาประชุมใหญ่กับผู้ถือหุ้นของโรงแรมมันตราในกรุงลอนดอนแค่อีกห้าวัน อีกแค่ห้าวันก็จะได้กลับ เขาเลยอดทนไม่อยากไปหาหมอหรือขอกลับก่อน มองหน้าจอมือถือของตัวเองที่เงียบ ไม่มีข้อความหรือสายโทร. เข้าจากใครบางคนที่เขากำลังคิดถึงคิดถึง ! อย่างนั้นเหรอ ?ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นมาน้อย ๆ ให้กับความรู้สึกของตัวเอง ความรู้สึกของเขาที่มันกำลังค่อย ๆ เกิดขึ้นในหัวใจในตอนนี้ติ๊ง !พอคิดถึง ข้อความจากใครบางคนก็ดังขึ้น เหมือนกับว่าเธอรู้ รู้ว่าเขากำลังคิดถึงเธอ มุมปากหนายกยิ้มน้อย ๆ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ทันได้เปิดอ่านข้อความจากอีกฝ่าย แค่เห็นชื่อของเธอ มุมปากเขา มันก็ยิ้มไปเองแล้ว เหมือนรู้ว่าเขาเลิกประชุมแล้ว ทั้ง ๆ เวลาของที่นี่กับประเทศไทยต่างกัน ตอนนี้ที่โน่นคงน่าจะดึกมากแล้วพราวนิชา : กินข้าวหรือยังคะธ

  • ถักทอรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 15

    ตอนที่ 15ไม่รู้ว่าเมื่อไรที่การตื่นนอนขึ้นมาแล้วตัวเองนอนอยู่ข้าง ๆ ผู้ชายตัวโต ไม่รู้ว่าเขาเข้ามาในห้องตอนไหน แต่พอตื่นเช้ามาเมื่อไรก็เห็นพ่อเจ้าจิ๋วนอนอยู่ข้าง ๆ แล้ว แรก ๆ ก็ไม่ชิน แถมยังตกใจ แต่พอผ่านไปสักพัก ทุกอย่างมันเริ่มกลายเป็นความเคยชินที่มีเขานอนอยู่ข้าง ๆ รู้สึกอบอุ่น นอนหลับโดยไม่ต้องกลัวอะไร และไม่ต้องเปิดโคมไฟเอาไว้เหมือนอย่างทุกครั้ง สายตาคู่สวยมองปลายคางของผู้ชายตัวโตนิ่ง เผลอยกนิ้วขึ้นแตะลงบนแก้มของเขาเบา ๆ เหมือนต้องการเช็กอีกครั้ง ว่านี่มันคือความจริง ไม่ใช่ความฝัน“ตื่นแล้วเหรอ”ดวงตาของคนหลับไม่ได้ลืมตาขึ้นมามองกันในตอนที่เขาพูด แต่ธารทัพพ์ขยับตัวพลิกไปหาคนตัวเล็กที่นอนอีกฝั่ง ก่อนจะลืมตาขึ้นมามองคนตัวเล็กที่นอนอยู่ห่างจากเขาแค่เพียงนิด ไม่ได้ใกล้ ไม่ได้ไกล พอให้เขาได้กลิ่นหอมหวานละมุนนั่น“สะ สายแล้วค่ะ”“วันหยุด”จริงสิ วันนี้วันหยุด เธอลืมไปเลย คงเพราะทุก ๆ วันที่เธออยู่ที่นี่ ทุก ๆ วันของเธอ มันก็เหมือน ๆ เดิมเลย แทบไม่ได้ดูว่าวันนี้วันอะไร แต่มีแค่เขาที่ออกไปทำงานทุกวัน และมีบางอย่างที่เปลี่ยนไปจากเดิม คงเป็นเขา เขาที่กินมื้อเช้ากับเธอก่อนออกไปทำงานทุกวัน

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status