مشاركة

ตอนที่ 20

last update تاريخ النشر: 2026-08-19 19:41:27

ตอนที่ 20

(หนูเจ้าเอยกลับมาแล้ว พรุ่งนี้ทัพช่วยไปรับน้องที่สนามบินหน่อยได้ไหม)

“ผมไม่ว่างครับ”

(จะไม่ลองเปิดโอกาสให้ตัวเองเลยหรือไง แม่เลือกน้องเพราะเมื่อก่อนเราชอบน้องมากไม่ใช่หรือไง)

 นั่นมันตั้งแต่สิบ ยี่สิบปีที่แล้ว ตอนนั้นเขาก็ยังเป็นเด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง เขาเอ็นดูเจ้าเอยเหมือนน้องสาว แล้วอะไรนะ ที่ทำให้แม่เขาคิดว่าเขาชอบ เจ้าเอยคือลูกสาวเพื่อนแม่ ลูกสาวคุณน้ารำเพย เจ้าเอยเป็นเพื่อนวัยเด็กกับเขาและแทนไทมาตั้งแต่จำความได้ อายุห่างกับเขาห้าปี ตอนนี้อีกคนก็น่าจะเรียนจบปริญญาโทแล้ว เขาเองก็จำไม่ได้แล้ว ว่าเขากับเจ้าเอยได้เจอกันนานแค่ไหนแล้ว

(ตาทัพ)

“ผมมีเมียมีลูกแล้วนะครับ” ธารทัพตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ แต่ดูจริงจัง เขาคิดว่าแม่จะล้มเลิกความตั้งใจของตัวเองแล้วเสียอีก คำว่าเมีย คำว่าลูกที่เขาพูดออกไป มันมาจากความรู้สึกของเขา ความรู้สึกของเขาจริง ๆ แม่เจ้าจิ๋วเป็นเมียเขา คนมีอะไรกันจนมีลูกด้วยกัน ก็ต้องเรียกว่าเมียถึงจะถูก แม้จะได้กันแค่ครั้งเดียวก็เถอะ เจ้าจิ๋วก็เป็นลูกเขา ถ้าเขาไป แม่เจ้าจิ๋วรู้ เธอก็น่าจะไม่สบายใจ เดี๋ยวก็เอาข้อตกลงของเรามาพูดอีก เขาไม่อยากให้มีข้อตกลงอะไรระหว่างเธอกับเขาอีกแล้ว

(ตกลงจะไม่เปลี่ยนใจใช่ไหม)

“ไม่ครับ ถ้าไม่มีคนไปรับ ผมจะส่งลูกน้องไปรับให้”

(อืม ก็ได้ ตามที่เราสะดวกเลย แม่รับปากน้ารำเพยเขาไว้แล้ว)

“ครับ แค่นี้นะครับแม่ ผมงานยุ่งนิดหน่อย” ธารทัพพ์รีบตัดสายแม่ของตัวเอง เพราะไม่อยากจะได้ยินคำพูดมากมายนั่นแล้ว เขาตัดสินใจไปแล้ว แม้ตอนนี้จะไม่มีเจ้าจิ๋วเข้ามา เขาก็ตั้งใจจะไม่แต่งงานกับคนที่แม่หามาให้อยู่แล้ว แม้คนคนนั้นจะเป็นคนที่เขารู้จักมาตั้งแต่เด็ก ๆ อย่างเจ้าเอยก็ตาม

            ริมฝีปากเล็กเม้มเข้าหากันแน่น ไม่กล้าที่จะเดินเข้าในห้องนั่งเล่นที่มีคุณธัญสินีกำลังคุยสายอยู่ เธอได้ยินทุกถ้อยคำของท่าน แต่ไม่ยินเสียงของอีกฝ่าย ว่าเขาตอบกลับแม่ของเขาว่ายังไง อีกไม่นาน มันก็คงหมดเวลา หมดหน้าที่ของเธอแล้วใช่ไหม หัวใจดวงน้อยปวดหนึบไปหมด

“คุณพราว ทำไมไม่เข้าไปคะ”

“คุณสิท่านติดสายอยู่ค่ะ พราวไม่อยากเข้าไปรบกวน”

“เข้าไปเถอะค่ะ เดี๋ยวคุณเธอจะรอ”

“ค่ะ” พราวนิชารับคำก่อนจะเดินตามป้าศรีเข้าไปในห้องนั่งเล่น วันนี้ป้าศรีบอกเธอว่า คุณธัญสินีอยากให้เธอมา ไม่รู้ว่าท่านจะต้องการพูดอะไรกับเธอ หรืออาจจะเป็นเรื่องที่ท่านเพิ่งพูดกับลูกชายท่านก่อนหน้าหรือเปล่า หัวใจดวงน้อยสั่นไหว มือเล็กที่ประสานกันอยู่ด้านหน้าบีบเข้าหากันแน่น ก้มหน้าน้อย ๆ เมื่อเดินเข้ามายืนตรงที่คุณธัญสินีนั่งอยู่

“จัดดอกไม้เป็นไหม”

พราวนิชาเงยหน้าขึ้นมาสบตาคนถาม เธอเพิ่งสังเกตเห็นว่าบนโต๊ะตรงหน้าของเจ้าของบ้าน มีแจกันหลากหลายใบวางอยู่

“พราวเคยเรียนมานิดหน่อยค่ะ”

ดีหน่อยที่ตอนเรียนอยู่ชั้นปีที่สอง เธอได้เรียนเรื่องการจัดโต๊ะอาหาร จัดดอกไม้ และจัดแจกันมาบ้าง แต่ก็ยังไม่เก่งเท่ากับมืออาชีพ

“งั้นก็เข้าสวนดอกไม้กับป้าศรี เก็บดอกไม้มาจัดแจกันให้หน่อยนะ”

“ค่ะ คุณสิอยากได้ประมาณไหนคะ”

“เอาตามที่เธอว่าสวย” คุณธัญสินีลุกขึ้นยืนพร้อมกับยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะหันไปพูดกับป้าศรี “ป้าศรีบอกให้ลุงชื่นเตรียมรถหน่อย ฉันจะไปข้างนอก”

“ค่ะคุณสิ”

เมื่อทั้งสองออกไปแล้ว ร่างเล็กของว่าที่คุณแม่ก็นั่งลงบนเก้าอี้ นั่งมองแจกันหลายใบ ถอนหายใจออกมา นิ้วเล็กชี้ไปยังแจกันแต่ละใบ

“หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก หกใบเลยนะ !”

ว่าที่คุณแม่พิงหลังกับเก้าอี้ ถอนหายใจออกมาน้อย ๆ แล้วถ้าเธอบอกว่าจัดไม่เป็น คุณธัญสินียังจะให้เธอทำอีกไหมนะ เหมือนท่านแกล้งเธอเลย

            คุณธัญสินียิ้มออกมาน้อย ๆ เมื่อหันกลับไปมองด้านใน มองเด็กคนนั้นนั่งตีหน้ายุ่ง

“คุณสิ”

“ฉันไม่ได้แกล้ง แค่อยากหางานให้ทำ จะได้ไม่คิดอะไรมาก คนท้องมักชอบคิดอะไรว้าวุ่น ให้อยู่เฉย ๆ เดี๋ยวจะเป็นซึมเศร้า” เพราะเคยท้องมาก่อน เพราะตอนท้อง สามีไม่ค่อยมีเวลา ต้องไปทำงานบ้านบ้านจะหลังใหญ่ แต่ไม่มีคนอยู่ใกล้ ๆ ไม่ได้ทำอะไร ตอนนั้นก็เกือบจะเป็นซึมเศร้าหลังคลอดอยู่เหมือนกัน บ้านหลังใหญ่ที่มันเงียบเหงา ท่านเข้าใจ ก็เลยหางานเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ทำ ตอนแรกยอมรับว่าไม่ชอบ แต่พอผ่านไปหนึ่งอาทิตย์ เด็กคนนี้กลับทำให้รู้สึกเอ็นดูไม่น้อย พยายามเข้าหา พยายามทำตัวเล็ก ๆ อยู่รอบตัวท่าน อดไม่ได้ที่จะมองด้วยสายตาเอ็นดู ถึงจะไม่มาก แต่ก็ดีกว่าครั้งแรกที่เจอกัน

“ฉันจะไปบ้านรำเพยหน่อย ฝากดูด้วยนะ ถ้าไม่ไหวก็ไม่ต้องให้ทำ”

“ค่ะคุณสิ”

ป้าศรีก้มหัวลงน้อย ๆ ให้คุณผู้หญิงของบ้าน มองตามคนที่เปิดประตูรถเข้าไปนั่ง มองตามรถที่ขับออกนอกอาณาเขตบ้าน ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในบ้าน เดินตรงไปยังห้องนั่งเล่นเพื่อไปอยู่เป็นเพื่อนว่าที่คุณแม่

(พราวไม่ว่างค่ะ วันนี้พราวจัดดอกไม้อยู่) ธารทัพพ์ตีหน้ายุ่งเล็กน้อย เมื่ออีกคนบอกว่ายุ่ง แถมยังไม่ยอมเปิดกล้องให้เขาเห็นหน้าอีก

“ฉันปวดหัว”

(คะ คุณทัพเป็นอะไรมากหรือเปล่า กินหรือยัง)

“เปิดกล้องหน่อย”

(พราวบอกว่า…)

“ขอดูหน่อย” คำตอบที่ได้รับกลับมาคือหน้าจอมือถือของเขาที่มันมืดก่อนหน้า ตอนนี้เต็มไปด้วยดอกไม้ อดไม่ได้ที่จะยกยิ้มมุมปาก

“อยากเห็นหน้าแม่เจ้าจิ๋ว” พอเขาพูดจบประโยค ใบหน้าเล็ก ๆ ที่เขาคิดถึงก็ค่อย ๆ โผล่หน้าเข้ามาให้เขาเห็น

(สวยไหมคะ พราวจัดเองเลย) เธอบอกเขาพร้อมกับขยับแจกันให้เข้ามาอยู่ใกล้ ๆ หน้าตัวเองด้วยรอยยิ้ม ดูแม่เจ้าจิ๋วจะมีความสุขมากกว่าเขาเสียอีก

“สวย”

(ใช่ไหมคะ ป้าศรีก็บอกว่าสวย)

สิ่งที่เขาบอกว่าสวยน่ะ ไม่ใช่แจกันที่มีดอกไม้นั่น แต่มันเป็นใบหน้าของใครบางคนที่ไม่ได้เจอกันหนึ่งอาทิตย์ ตอนนี้เขาพยายามเคลียร์ให้หมดเพื่อที่จะได้ไปหา ไปหาเจ้าจิ๋ว พาเจ้าจิ๋วไปหาคุณหมอ เพราะอาทิตย์หน้าก็จะครบสามเดือน อีกไม่กี่วัน เขาก็จะได้เห็นเจ้าจิ๋วอีกแล้วสินะ

(แค่นี้ก่อนนะคะ พราวจะไปตัดดอกไม้เพิ่ม)

“อืม อย่าดื้อนะ”

(คุณทัพ ! พราวไม่ดื้อเสียหน่อย) ปากเล็ก ๆ นั่นยื่นส่งมาให้เขาก่อนสายจะถูกตัดไป งอนเหรอ งอนเขาหรือเปล่านะแม่เจ้าจิ๋ว มือที่จับปากกาอยู่เคาะไปมา สีหน้าก็ครุ่นคิดกังวลกลัวว่าจะทำให้อีกคนงอนกัน

“แทน”

(ว่าไงครับ คุณพี่ชาย)

“ว่างไหม”

(มีอะไร งานยุ่งนิดหน่อย)

“ไปซื้อเค้กกับทาร์ตไข่ไปให้พราวหน่อย”

(หลานกูออกมาหน้าตาจะเป็นทาร์ตไข่ไหมเนี่ย เออ ๆ เดี๋ยวแวะไปซื้อมาให้ครับคุณพี่ชาย เอ่อ ทัพ)

“ว่า”

(เห็นพ่อกับแม่ว่าเจ้าเอยกลับมาแล้ว แบบนี้ก็เตรียมงานหมั้นเลยอะดิ)

“ไม่อะไรทั้งนั้นแหละ” ธารทัพพ์ส่ายหน้าน้อย ๆ ให้กับคำพูดของน้องชาย ก่อนจะย้ำอีกครั้งแล้ววางสาย ดึงสายตากลับมาทำงานของตัวเอง เขาตั้งใจว่าจะพูดกับคุณแม่ให้รู้เรื่องกว่านี้ จะได้เข้าใจว่า เขาจะไม่มีวันหมั้นหรือศึกษาดูใจกับใครอีก

“ขอบใจเธอมากเลยนะ ที่ไม่โกรธกัน”

“ฉันจะโกรธเธอเรื่องอะไร เด็กสองคนไม่ได้รัก ไม่ชอบกันเสียหน่อย ยัยลูกสาวฉันก็บ่นว่ายังไม่อยากมี ไม่อยากแต่งงานเลย คงจะลืมไปแล้วว่าตอนเด็ก ๆ น่ะ ร้องไห้อยากแต่งงานกับพี่ทัพแค่ไหน” คุณธัญสินียิ้มรับ นึกถึงช่วงวัยเด็กของเด็ก ๆ นึกแล้วก็อดเสียดายไม่น้อยที่ไม่ได้หนูเจ้าเอยมาเป็นลูกสะใภ้ ทั้งน่ารัก ทั้งเรียนเก่ง

“โชคชะตาเขากำหนดไว้แล้ว”

พอพูดออกไป ก็นึกถึงเรื่องที่เคยไปดูดวงที่วัดกับหลวงปู่ที่นับถือ หลวงปู่ยังเคยบอกว่า โชคชะตาจะนำพาคนสองคนมาพบเจอกัน ในตอนนั้นยังแอบเข้าใจว่าเป็นหนูเจ้าเอย แต่ตอนนี้ดูแล้ว คงจะไม่ใช่แล้ว

“ถ้างั้นฉันกลับก่อนนะรำเพย”

“อืม ว่าง ๆ ฉันเข้าไปคุยด้วยนะ”

“อืม” คุณรำเพยเดินออกมาส่งเพื่อนของตัวเองหน้าบ้าน ส่งยิ้มให้อีกครั้ง นึกเสียดายอยู่ไม่น้อยที่สองครอบครัวไม่ได้เป็นทองแผ่นเดียวกัน แต่ก็เข้าใจเด็กทั้งสองคน

ที่บอกว่าพอได้ ก็ไม่คิดว่าจะสวยขนาดนี้ คุณธัญสินียืนมองแจกันดอกไม้ที่กลับมาวางลงที่เดิมของมัน ในบ้านทุกมุมมักจะมีแจกันดอกไม้ คงเป็นเพราะท่านชอบปลูกดอกไม้ ชอบจัดดอกไม้ วันนี้ก็เลยอยากลองทดสอบว่าอีกคนจะทำได้ไหม เกินสิ่งที่คาดเดาเอาไว้มาก

“ใช้ได้ไหมคะคุณสิ”

“ก็ไม่เลว แล้วเจ้าตัวไปไหนเสียแล้ว”

“อยู่ที่สวนค่ะ นั่งคุยอยู่กับคุณแทน”

“ตาแทนกลับมาตั้งแต่เมื่อไร”

“เมื่อครู่ค่ะ ได้ยินว่าคุณทัพเธอสั่งให้คุณแทนซื้อขนมมาให้คุณพราวค่ะ” คิ้วเรียวสวยของคุณธัญสินีขยับขึ้น คิดว่าตัวเองฟังผิด ดูเหมือนว่าเจ้าลูกชายคนโตของท่านจะอ่อนโยนขึ้น ดูได้จากการสั่งให้น้องชายซื้อขนมมาฝากอีกคน ปกติเคยใส่ใจคนอื่นแบบนี้ที่ไหนกัน

“เอานี่ไปจัดใส่จาน แล้วยกไปที่สวนนะป้าศรี”

“ค่ะคุณสิ” ป้าศรีรับถุงในมือของคุณผู้หญิงของบ้านแล้วเดินตรงไปยังห้องครัว นำของที่อยู่ในถุงใส่จาน เห็นแล้วก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ เมื่อเห็นว่าของที่เอาออกมาจากในถุงนั่น มีแต่ผลไม้ที่คุณพราวเธอเคยบ่นให้ฟังว่าอยากกิน

“วันนี้งานไม่เยอะเหรอตาแทน”

“อ้าว แม่กลับมาแล้วเหรอครับ”

แทนไทขยับลุกขึ้น เดินเข้าไปหาคนเป็นแม่ จับจูงให้ท่านมานั่งลงข้าง ๆ กัน หนึ่งอาทิตย์ เขาจะได้เจอหน้าแม่แค่หนึ่งครั้งหรือสองครั้ง ต่างจากพ่อที่เข้าไร่ชาและได้เจอกันแทบทุกวัน

“แล้วซื้ออะไรมาเยอะแยะเลย”

“ก็พี่ทัพเขาฝากให้ผมซื้อมาฝากน้องพราว”

“ทำไมมีแต่ขนมหวาน” คุณธัญสินีมองถุงขนมที่วางอยู่บนโต๊ะ เอ่ยถามน้ำเสียงตำหนิเล็กน้อย คนท้องไม่ควรกินของแบบนี้เยอะ ไม่ได้ห้ามแต่ก็อยากให้ลดน้อยลงบ้าง ท่านเห็นลูกชายคนเล็กหิ้วถุงขนมแบบนี้มาที่บ้านสองครั้งแล้ว แต่จะโทษเจ้าลูกชายคนเล็กหรือคนตรงหน้าท่านก็ไม่ได้ น่าจะต้องโทษเจ้าลูกชายคนโตที่ดูจะตามใจกันน่าดูเลย

“คือพราว…”

พราวนิชากำลังจะอธิบาย บอกว่าเธอไม่ได้กินเยอะ แต่ต้องหยุดนิ่ง เพียงเพราะถาดผลไม้และน้ำส้มคั้นที่ป้าศรีวางลงบนโต๊ะ ผลไม้หลากหลายอย่างที่เธออยากกิน แอบกลืนน้ำลายลงคอเล็กน้อย

“ขอบคุณค่ะ” แก้วน้ำส้มถูกวางลงตรงหน้าพร้อมกับจานผลไม้

“กินเยอะ ๆ หลานฉันจะได้ออกมาผิวสวย ๆ”

แทนไทยิ้มออกมา นั่งมองแม่ของตัวเองที่ดูท่าจะเริ่มเอ็นดูหลานแล้ว แบบนี้ต้องรายงานพี่ทัพ ไม่ได้แค่คิดแต่แทนไทก็ยกมือถือของตัวเองขึ้นมาถ่ายรูปตรงหน้าแล้วส่งไปให้พี่ชายตัวเอง ไม่ต่างจากป้าศรีเองที่เอาแต่ยืนยิ้มมองคุณผู้หญิงที่แม้จะไม่ได้ยิ้มออกมา แต่เธอเห็นสายตาเอ็นดูและห่วงใยเล็ก ๆ น้อย ๆ ออกมาจากคุณผู้หญิง

“ผมกลับไปทำงานก่อนนะครับแม่”

“จ้ะลูก วันไหนว่างก็แวะมากินข้าวกับแม่ด้วยนะ”

“รับทราบครับ พี่ไปก่อนนะครับ น้องพราว”

“ค่ะ ขอบคุณนะคะ พี่แทน”

“ครับ” แทนไทยิ้มรับก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินออกมา ตรงไปที่รถของตัวเอง เขางานยุ่งทุกวัน แต่ก็พอมีเวลาทำตามคำขอของพี่ชาย เพราะที่ผ่านมา พี่ทัพเป็นคนที่เสียสละให้เขาอยู่หลายเรื่อง เรื่องแค่นี้เขาทำให้พี่ชายได้เสมอ ต่อให้ไปต่อคิวนาน เขาก็ตั้งใจไปรอคิวเอง โดยไม่ใช้ลูกน้อง

ไม่ได้หวังอะไรเลย

หวังแค่ว่าสิ้นปีนี้ โบนัสส่วนแบ่งจากพี่ชายจะเพิ่มขึ้นอีกนิด

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ถักทอรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 20

    ตอนที่ 20(หนูเจ้าเอยกลับมาแล้ว พรุ่งนี้ทัพช่วยไปรับน้องที่สนามบินหน่อยได้ไหม)“ผมไม่ว่างครับ”(จะไม่ลองเปิดโอกาสให้ตัวเองเลยหรือไง แม่เลือกน้องเพราะเมื่อก่อนเราชอบน้องมากไม่ใช่หรือไง) นั่นมันตั้งแต่สิบ ยี่สิบปีที่แล้ว ตอนนั้นเขาก็ยังเป็นเด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง เขาเอ็นดูเจ้าเอยเหมือนน้องสาว แล้วอะไรนะ ที่ทำให้แม่เขาคิดว่าเขาชอบ เจ้าเอยคือลูกสาวเพื่อนแม่ ลูกสาวคุณน้ารำเพย เจ้าเอยเป็นเพื่อนวัยเด็กกับเขาและแทนไทมาตั้งแต่จำความได้ อายุห่างกับเขาห้าปี ตอนนี้อีกคนก็น่าจะเรียนจบปริญญาโทแล้ว เขาเองก็จำไม่ได้แล้ว ว่าเขากับเจ้าเอยได้เจอกันนานแค่ไหนแล้ว(ตาทัพ)“ผมมีเมียมีลูกแล้วนะครับ” ธารทัพตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ แต่ดูจริงจัง เขาคิดว่าแม่จะล้มเลิกความตั้งใจของตัวเองแล้วเสียอีก คำว่าเมีย คำว่าลูกที่เขาพูดออกไป มันมาจากความรู้สึกของเขา ความรู้สึกของเขาจริง ๆ แม่เจ้าจิ๋วเป็นเมียเขา คนมีอะไรกันจนมีลูกด้วยกัน ก็ต้องเรียกว่าเมียถึงจะถูก แม้จะได้กันแค่ครั้งเดียวก็เถอะ เจ้าจิ๋วก็เป็นลูกเขา ถ้าเขาไป แม่เจ้าจิ๋วรู้ เธอก็น่าจะไม่สบายใจ เดี๋ยวก็เอาข้อตกลงของเรามาพูดอีก เขาไม่อยากให้มีข้อตกลงอะไรระหว่างเธ

  • ถักทอรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 19

    ตอนที่ 19ไม่อยากลุกขึ้นมาจากเตียง ไม่อยากออกมาจากห้อง แต่ก็ต้องออกมา เพราะตอนนี้เจ้าจิ๋วกำลังประท้วงกันด้วยความหิว พราวนิชาค่อย ๆ เปิดประตูห้องนอนออก ค่อย ๆ ก้าวเดินออกจากห้อง มองซ้ายมองขวา แต่ชั้นสองของบ้านกลับเงียบ บ้านหลังใหญ่แต่บ้านช่างเงียบเหงาจัง ใบหน้าเล็กดูเศร้าลงเล็กน้อย ๆ ก่อนจะค่อย ๆ เดินลงบันได เดินตามกลิ่นหอมที่ลอยออกมาจากห้องห้องหนึ่งที่น่าจะเป็นห้องครัว บานประตูเปิดเอาไว้ เท้าเล็กหยุดนิ่งอยู่หน้าประตู พร้อมกับมองเข้าไปด้านใน เห็นสาวใช้สองคนกับป้าสมศรี หัวหน้าแม่บ้านกำลังช่วยกันทำอาหาร ที่น่าจะเป็นมื้อเช้า วันนี้ตั้งใจตื่นเช้าเลยตื่นก่อนเวลาอาหารมื้อเช้าอีก เพราะไม่อยากให้ทุกคนรอ“มีอะไรให้พราวช่วยไหมคะ”สายตาทั้งสามคู่หันมาจับจ้องมองเธอนิ่ง ก่อนจะหันกลับไปทำสิ่งที่ตัวเองทำอยู่กันต่อ ไม่มีใครพูดกับเธอเลยสักคน ใบหน้าสวยเศร้าลงเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ หมุนตัวเดินออกจากห้องครัว เธออยากกลับแล้ว อยากกลับบ้าน ไม่รู้ว่าจะอยู่ที่นี่ได้ถึงสองเดือนตามที่ตกลงกับธารทัพพ์เอาไว้ไหม ทำไมคนที่นี่ดูจะไม่ชอบเธอเลย หรือเพียงเพราะเธอเป็นผู้หญิงใจแตก ท้องก่อนแต่งงานอย่างนั้นเหรอ พราวนิชาเดินออ

  • ถักทอรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 18

    ตอนที่ 18ดวงตาคู่สวยเอาแต่จ้องมองบ้านหลังใหญ่บนเนื้อที่หลายร้อยไร่ รายล้อมด้วยภูเขา มองจากตรงนี้เห็นทุ่งหญ้าสวยงาม มองจากตรงนี้ มองเห็นต้นไม้ต้นใหญ่อยู่ตรงโน้น“เข้าบ้านสิ”พราวนิชาดึงสายตากลับมามองคนที่เรียกกัน ก่อนจะค่อย ๆ เดินก้มหน้าหมายจะไปหยิบกระเป๋าเดินทางของตัวเอง แต่มือเล็กกลับชะงัก เพราะคำสั่งที่แสนจะนิ่งเงียบนั่น“เอาไว้นั่นแหละ”“ค่ะ” ว่าที่คุณแม่ก้มหน้ารับคำเบา ๆ แล้วเดินตามคุณผู้หญิงของบ้าน เดินตามเข้าไปนั่งลงบนพื้นพรมหน้าโซฟา เธอไม่กล้าขึ้นไปนั่งบนนั้นสายตาตำหนิที่ถูกส่งมาจากผู้หญิงวัยกลางคน ยิ่งทำให้ว่าที่คุณแม่ได้แต่ก้มหน้า ทุก ๆ สายตาที่จับจ้องมองมาที่เธอ คนที่บ้านหลังนี้ ทำให้เธอรู้สึกกลายเป็นคนตัวเล็กนิดเดียว“ผู้ใหญ่พูดด้วย ทำไมไม่เงยหน้าขึ้นมา พ่อแม่ของเธอไม่เคยสอนหรือไง”“สอนค่ะ”“เธอรู้ไหม เธอไม่เหมาะสมที่จะเป็นลูกสะใภ้ของฉันเลย ฉันมีคนที่เหมาะสมเอาไว้ให้ลูกชายฉันแล้ว” ริมฝีปากเล็กเม้มเข้าหากันแน่นจนเจ็บ เจ็บกับคำว่าไม่เหมาะสม เจ็บกับคำว่าพ่อแม่ไม่สอน ความผิดพลาดมันทำให้คนอื่นมองเธอได้ขนาดนี้เลยเหรอ พราวนิชาก้มหน้านิ่งมองมือของตัวเองที่บีบเข้าหากันแน่นจนเจ็บ ไ

  • ถักทอรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 17

    ตอนที่ 17เสียงกดกริ่งหน้าประตูเรียกให้พราวนิชาที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาต้องละสายตาไปมองประตูที่ยังมีเสียงกดกริ่งดังอยู่ คิ้วเรียวสวยขยับเข้าหากันน้อย ๆ ใครกันนะ ถ้าเป็นเจ้าของห้องอย่างธารทัพพ์หรืออานัส ถ้าเป็นทั้งสองคนก็น่าจะเปิดเข้ามาแล้ว ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ ยังไม่เคยมีแขกเข้ามาที่ห้องของธารทัพพ์เลยสักครั้งแต่ยังไม่ทันที่จะได้สงสัยอะไรมากไปกว่านั้น ว่าที่คุณแม่ก็ขยับลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูห้อง ผู้หญิงวัยกลางคนตรงหน้าทำให้หัวใจของพราวนิชาเต้นแรง ใบหน้าเรียบนิ่งนั่น มีเค้าโครงใบหน้าเหมือนกับเจ้าของห้อง มือเล็กค่อย ๆ ยกมือขึ้นไหว้คนตรงหน้า แม้ตอนนี้จะยังไม่รู้ว่าอีกคนเป็นใคร“สวัสดีค่ะ”“เธอเป็นใคร”“คือว่าหนู…”“เป็นแม่บ้านเหรอ ฉันเป็นแม่เจ้าของห้อง” คุณธัญสินีมองคนตรงหน้าด้วยสายตาเรียบนิ่ง มองสำรวจผู้หญิงตัวเล็กในชุดธรรมดา ๆ แต่ดูยังไง ๆ ก็ไม่เหมือนแม่บ้านอย่างที่ท่านเอ่ยถามออกไป ใบหน้าก็เล็กเหมือนเด็ก ผิวพรรณก็ดูดี ไม่เหมือนคนที่ทำงานแบบนี้เลย“ค่ะ หนูเป็นแม่บ้าน นะ หนูทำงานเสร็จพอดี ขอตัวก่อนนะคะ” พราวนิชายกมือไหว้คนตรงหน้าแล้วรีบเดินออกจากห้อง หัวใจดวงน้อยเต้นแรงตึกตัก หวา

  • ถักทอรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 16

    ตอนที่ 16ธารทัพพ์ยกมือขึ้นกุมขมับของตัวเอง ก่อนจะนวดมันไปมาเบา ๆ แหงนหน้าขึ้นมาเพดานห้องพัก หลังจากจบการประชุมกับผู้ถือหุ้นคนอื่น ๆ เขาก็รีบตรงดิ่งกลับห้องพัก ไม่ไปกินเลี้ยงกับผู้ใหญ่ที่เป็นผู้ถือหุ้นคนอื่น ๆ เพราะอาการที่เขากำลังเป็นอยู่ มันเป็นแบบนี้มาสองวัน นับตั้งแต่วันที่เขาเดินทางมาถึงที่นี่ เพื่อมาประชุมใหญ่กับผู้ถือหุ้นของโรงแรมมันตราในกรุงลอนดอนแค่อีกห้าวัน อีกแค่ห้าวันก็จะได้กลับ เขาเลยอดทนไม่อยากไปหาหมอหรือขอกลับก่อน มองหน้าจอมือถือของตัวเองที่เงียบ ไม่มีข้อความหรือสายโทร. เข้าจากใครบางคนที่เขากำลังคิดถึงคิดถึง ! อย่างนั้นเหรอ ?ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นมาน้อย ๆ ให้กับความรู้สึกของตัวเอง ความรู้สึกของเขาที่มันกำลังค่อย ๆ เกิดขึ้นในหัวใจในตอนนี้ติ๊ง !พอคิดถึง ข้อความจากใครบางคนก็ดังขึ้น เหมือนกับว่าเธอรู้ รู้ว่าเขากำลังคิดถึงเธอ มุมปากหนายกยิ้มน้อย ๆ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ทันได้เปิดอ่านข้อความจากอีกฝ่าย แค่เห็นชื่อของเธอ มุมปากเขา มันก็ยิ้มไปเองแล้ว เหมือนรู้ว่าเขาเลิกประชุมแล้ว ทั้ง ๆ เวลาของที่นี่กับประเทศไทยต่างกัน ตอนนี้ที่โน่นคงน่าจะดึกมากแล้วพราวนิชา : กินข้าวหรือยังคะธ

  • ถักทอรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 15

    ตอนที่ 15ไม่รู้ว่าเมื่อไรที่การตื่นนอนขึ้นมาแล้วตัวเองนอนอยู่ข้าง ๆ ผู้ชายตัวโต ไม่รู้ว่าเขาเข้ามาในห้องตอนไหน แต่พอตื่นเช้ามาเมื่อไรก็เห็นพ่อเจ้าจิ๋วนอนอยู่ข้าง ๆ แล้ว แรก ๆ ก็ไม่ชิน แถมยังตกใจ แต่พอผ่านไปสักพัก ทุกอย่างมันเริ่มกลายเป็นความเคยชินที่มีเขานอนอยู่ข้าง ๆ รู้สึกอบอุ่น นอนหลับโดยไม่ต้องกลัวอะไร และไม่ต้องเปิดโคมไฟเอาไว้เหมือนอย่างทุกครั้ง สายตาคู่สวยมองปลายคางของผู้ชายตัวโตนิ่ง เผลอยกนิ้วขึ้นแตะลงบนแก้มของเขาเบา ๆ เหมือนต้องการเช็กอีกครั้ง ว่านี่มันคือความจริง ไม่ใช่ความฝัน“ตื่นแล้วเหรอ”ดวงตาของคนหลับไม่ได้ลืมตาขึ้นมามองกันในตอนที่เขาพูด แต่ธารทัพพ์ขยับตัวพลิกไปหาคนตัวเล็กที่นอนอีกฝั่ง ก่อนจะลืมตาขึ้นมามองคนตัวเล็กที่นอนอยู่ห่างจากเขาแค่เพียงนิด ไม่ได้ใกล้ ไม่ได้ไกล พอให้เขาได้กลิ่นหอมหวานละมุนนั่น“สะ สายแล้วค่ะ”“วันหยุด”จริงสิ วันนี้วันหยุด เธอลืมไปเลย คงเพราะทุก ๆ วันที่เธออยู่ที่นี่ ทุก ๆ วันของเธอ มันก็เหมือน ๆ เดิมเลย แทบไม่ได้ดูว่าวันนี้วันอะไร แต่มีแค่เขาที่ออกไปทำงานทุกวัน และมีบางอย่างที่เปลี่ยนไปจากเดิม คงเป็นเขา เขาที่กินมื้อเช้ากับเธอก่อนออกไปทำงานทุกวัน

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status