Mag-log in
“คุณพาใครมาด้วยคะ” หล่อนเดินเข้ามาถามสามีที่พาหญิงแปลกหน้าขึ้นมาบนห้องหอของหล่อนกับเขา เตยหอม ปิ่นมนัส หรือเตยหอม วัย 25 ปี เธอแต่งงานกับสามีด้วยความจำเป็น เพราะบ้านของหล่อนต้องการเงินไปใช้หนี้และพ่อกับแม่ของเขาก็เสนอให้เธอแต่งงานกับดิน ลูกชายคนโตของบ้าน ซึ่งแน่ล่ะ เขาถูกบังคับแต่งงานกับเธอ และวันนี้ก็วันเข้าหอ เขากลับออกไปข้างนอกโดยที่หล่อนห้ามเขาไม่อยู่ และตอนนี้เขาก็กลับมาแล้ว แต่ไม่ได้กลับมาคนเดียวเหมือนตอนออกไป
บ้านหลังนี้อยู่ในสวนในไร่สตรอว์เบอร์รี รอบๆ บ้านเป็นสวนสตรอว์เบอร์รี และบ้านของเธอก็มีธุรกิจส่งออกไม้เล็กๆ แต่ตอนนี้โดนฟ้องล้มละลายจึงต้องมาขอความช่วยเหลือจากบ้านปิ่นมนัส แล้วก็ได้รับความช่วยเหลือจากแดนกับมณี พ่อกับแม่ของดิน และท่านทั้งสองก็ยื่นข้อเสนอให้ครอบครัวของหล่อน เมื่อได้โอกาสและได้รับความช่วยเหลือเธอจึงคว้าไว้และยอมรับทุกข้อเสนอ โดยการแต่งงานกับดินและมีทายาทให้กับตระกูลปิ่นมนัสให้ได้ในระยะเวลาหนึ่งปี หากหนึ่งปีเตยหอมทำไม่สำเร็จทุกอย่างก็จะกลับไปเหมือนเดิม และต้องหาเงินห้าล้านพร้อมดอกเบี้ยมาใช้คืนแดนกับมณีพร้อมกับหย่าขาดจากดินและย้ายออกไปจากไร่ปิ่นมนัส
ดิน ปิ่นมนัส หรือดิน วัย 37 ปี ลูกชายคนโตของตระกูลที่พ่อแม่เป็นห่วงที่สุด เพราะเขาเอาแต่ทำงานแล้วก็เที่ยวผู้หญิง และพาผู้หญิงข้างทางมานอนบ้านไม่ซ้ำหน้าแทบทุกวัน ตอนนี้เขาแต่งงานแล้วเพราะความจำใจ ที่เขายอมแต่งงานก็เพื่อพ่อกับแม่ เรื่องหลังจากนี้ก็แล้วแต่ยัยผู้หญิงหิวเงินเลย เพราะไม่มีทางที่เขาจะแตะต้องผู้หญิงขายตัวแลกเงินแบบเตยหอม แม้ว่าทุกครั้งที่เห็นใบหน้าใสซื่อ ดวงตากลมโต สองแก้มนวลอมชมพูแล้วใจแข็งแกร่งจะสั่นไหวก็ตามเถอะ แต่มองยังไงก็ไม่ควรแตะต้องเป็นที่สุด เรื่องอะไรจะให้หล่อนสมหวังแล้วเอาลูกมาเรียกร้องเงินของบ้านเขา แค่ที่พ่อแม่เขาให้ครอบครัวหล่อนไปก็เยอะมากพอ
“แล้วเกี่ยวอะไรกับเธอ”
เขาตอบเสียงห้วนแล้วผลักร่างอวบอึ๋มที่พากลับมาด้วยไปบนเตียงนอนที่เต็มไปด้วยกลีบกุหลาบสีชมพูและแดงรูปหัวใจ โดยไม่สนใจว่าเตียงนอนนี้เป็นเตียงที่เขาจะต้องนอนกับเตยหอม ทำไมเขาจะต้องสนใจล่ะ ก็ในเมื่อหล่อนได้แต่งงาน ได้ทะเบียนสมรส ได้เงิน นั่นคือสิ่งที่หล่อนอยากได้แต่แรกและก็ได้ไปหมดแล้วทุกอย่าง
“ดินขาจะ...” หลินนอนราบกับเตียงแล้วมองไปทางเจ้าสาวและเจ้าของเตียงที่หล่อนถูกผลักให้ล้มไปกับเตียงแล้วมองหน้าของเจ้าของห้องอีกคนที่พาเธอกลับมาด้วย และด้วยรู้ดีว่าวันนี้ทั้งสองเพิ่งเข้าพิธีมงคลสมรสกัน
“สนใจทำไมหลิน แค่เมียตีทะเบียนน่ะ อีกอย่างตอนนี้ผมหิว...หิวหลินคนสวยมากกว่านะ” พูดจบก็เคลื่อนตัวขึ้นไปคร่อมทับร่างอวบอึ๋มของหลินบนเตียงโดยไม่สนใจสาวอีกคนเลยว่าจะรู้สึกยังไง
เตยหอมกัดฟันแน่นมองไปยังบนเตียงที่ดินกับผู้หญิงอีกคนขึ้นคร่อมทับกัน สองมือน้อยกำแน่นก้าวเดินไปยังเตียงแล้วดึงเสื้อของเขาจากทางด้านหลังกระตุกให้เขาหยุดการกระทำที่กำลังจะทำบนเตียงนอนของเธอ
“หยุดนะคุณดิน นี่มันเตียงของฉัน”
“เตียงฉันเหมือนกัน ฉันจะพาใครมานอนด้วยก็เรื่องของฉัน” ปัดมือเล็กที่จับดึงเสื้อของตัวเองออกแล้วก็หันไปสนใจคนใต้ร่างพร้อมเอ่ยเสียงพึมพำ
“อย่าสนใจเลย เรามาสนุกกันดีกว่าหลิน”
“ค่ะดิน” หล่อนตวัดเรียวแขนทั้งสองโอบเกี่ยวลำคอหนาของคนเหนือร่างลงมาหาตนพร้อมกับส่งยิ้มยั่วยวนให้เขา แอ่นยกอกอวบอูมขึ้นเบียดสีหน้าอกกำยำของบุรุษ
“อืม...ยั่วได้น่าฟัดมากคนสวย” เขาลูบไล้มือหยาบกร้านไปมากับไหล่มนพร้อมโน้มลงไปกดปากหนาจูบหนักๆ ที่หน้าผากมน
“ฉันบอกให้หยุด!” น้ำเสียงเกรี้ยวกราดดังขึ้นจากทางด้านหลังของเขาและหล่อนอีกครั้ง เตยหอมไม่อาจทนมองภาพตรงหน้าได้ และหล่อนก็โกรธที่เขาทำการไม่ไว้หน้าเธอในคืนแต่งงานของตนเองและเขา เธอเคลื่อนตัวขึ้นไปบนเตียงแล้วกระชากดึงดินออกจากร่างเล็กของหลินด้วยความรวดเร็วทันที
เมื่อถูกขัดขวางดินก็กัดฟันแน่นตวัดสายตาเกรี้ยวกราดมาทางเตยหอมที่กระชากดึงตัวเองออกมาจากหลิน แล้วมือใหญ่ก็ตะปบไหล่เล็กของเตยหอมพร้อมกำบีบแรงๆ ให้หล่อนรู้สึกเจ็บ
เตยหอมเจ็บไหล่ตัวเองข้างที่เขาตะปบมือลงมากระแทกพร้อมกับบีบหัวไหล่ของหล่อน ใบหน้าสวยเหยเกแกะมือใหญ่ออกกัดฟันแน่นเพื่อไม่ให้เสียงร้องเจ็บหลุดรอดออกมา
“ดินคะ หลินว่า...”
“ผมจัดการเอง คุณอยู่เฉยๆ ก็พอ” ดินไม่สนใจฟังคำพูดของหลินจนจบความ เขาเอ่ยแทรกขึ้นทันทีด้วยอารมณ์ที่ร้อนรุ่มด้วยความโกรธ ก่อนจะหันมาคุยกับเจ้าสาวของเขาที่ตอนนี้ยังใส่ชุดเจ้าสาวอยู่
“เธอไม่มีสิทธิ์อะไรในห้องของฉันทั้งนั้น และในบ้านนี้ ถึงจะแต่งมาเป็นเมียตีทะเบียนก็ใช่ว่าจะมีปากมีเสียง เพราะในบ้านหลังนี้ฉันเป็นใหญ่ ออกไปจากห้องนี้ซะ ไปอยู่ห้องรับแขก ห้องนี้เป็นห้องของฉันคนเดียว” เขาสั่งเสียงเข้ม
“ไม่! ฉันเป็นเมียของคุณ พ่อกับแม่ของคุณบอกว่าฉันมีสิทธิ์และปากเสียงเท่ากันกับคุณ และห้องนี้ก็ห้องของฉันด้วย ฉันจะอยู่ที่นี่ ถ้าคิดจะพาผู้หญิงมาเอากันบนเตียงของฉันไม่มีทางเสียหรอก ถ้าอยากเอากันก็ไปห้องอื่น ไปเปิดห้องใหม่ อย่ามาทำตัวสกปรกเลวต่ำที่เตียงของฉัน” เตยหอมเถียงไม่ยอมเช่นกัน อย่าคิดนะว่าการที่มาแต่งงานกับดินแล้วเธอจะอ่อนแอยอมให้เขากดขี่และถูกเขาทำร้ายได้ ไม่มีทาง คนอย่างเธอเคยยอมใครที่ไหนกันล่ะ
“เตยหอม!” เขาเรียกชื่อหล่อนเสียงดังด้วยความเกรี้ยวโกรธพร้อมกับเสียงขบกรามแน่นดังออกมา
กรอด!
เช้าวันใหม่ทุกคนพร้อมหน้าพร้อมตากันที่ห้องรับประทานอาหาร เป็นครั้งแรกที่บ้านหลังนี้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันสามีภรรยา น้องชายเจ้าของบ้าน จะว่าไป บ้านหลังใหญ่หลังนี้แตกหักกันไปตั้งแต่ว่องไวบอกกับคล่องแคล่วว่าจะแต่งงานกับมรุลี พอแต่งงาน สามีภรรยาก็แตกกันไปคนละทาง แต่วันนี้ทุกคนก็มานั่งพร้อมหน้าพร้อมตากันในห้องรับประทานอาหาร ทำให้ป้าสมจิตแม่บ้านเก่าแก่และสาวใช้ต่างแปลกใจและไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง“น้องคล่องกลับมาอยู่บ้านเรานะ” ว่องไวบอกน้องชาย วันนี้อย่างน้อยก็มีเรื่องดี ๆ ตื่นมาเจอน้องชายร่วมโต๊ะทานข้าวเช้าด้วย ก่อนจะหันไปมองภรรยาของตน แล้วหันกลับมาสนใจอาหารตรงหน้า“ครับ น้องจะกลับมาค้างบ้านเรา วันนี้พี่ว่องดูเพลีย ๆ นะครับ” คล่องแคล่วถามพี่ชายด้วยความเป็นห่วง ดูตาที่คล้ำโบ๋ของพี่มันบอกชัดเจนว่าเมื่อคืนพี่ชายของเขานอนไม่หลับ“นิดหน่อยน่ะ รีบทานกันเถอะ ป้าสมจิตตักข้าวเลยครับ” ทุกคนบนโต๊ะไม่คิดจะทักทายหนึ่งสาวร่วมโต๊ะแม้แต่น้อย ทำให้ป้าสมจิตและสาวใช้รีบทำงานหน้าที่ของตนแล้วถอยออกไปจากห้องรับประทานอาหาร เพราะบรรยากาศมันดูตึงเครียดยังไงก็ไม่รู้มรุลีรู้สึกน้อยใจเมื่อถูกมองข้าม ถูกมองเป็นส่วนเ
“ก็ได้ค่ะ รุลีไปส่งนะคะ” เธอพูดพร้อมกับแกะมือหนาที่โอบกอดไหล่ของเธอออก แต่ยังไม่ทันได้ลุกขึ้นก็มีเสียงห้าวดังขึ้น“เชิญครับคุณหนึ่ง ผมขอตัวภรรยาผมไว้คงไม่เป็นไรนะครับ เดินออกไปทางเดิมคงไม่ทำให้คุณหลงทางหรอก”อีกมุมหนึ่งของห้องนั่งเล่น คล่องแคล่วแอบมองการสนทนาของพี่ชายกับภรรยาและแขกของมรุลีตลอด ตอนแรกเขาตั้งใจจะเดินเข้ามาร่วมวงสนทนาด้วย แต่ด้วยความอยากรู้ว่าพี่ชายจะจัดการกับเรื่องนี้ยังไงเลยยืนแอบดูและแอบฟังอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลเท่าไรนัก คล่องแคล่วยิ้มขันเมื่อเห็นการกระทำและการแสดงออกของพี่ชาย เขาเพิ่งเคยเห็นพี่ชายในมุมแบบนี้“ครับ เจอกันพรุ่งนี้นะครับรุลี” ก่อนจะเดินออกไป นับหนึ่งไม่ลืมพูดลามรุลี ส่วนมรุลีทำได้แค่ยิ้มตอบรับ เพราะต้องเจอกันอยู่แล้วเพราะทำงานที่เดียวกัน เมื่อลับร่างของนับหนึ่ง เธอก็หันมาตำหนิสามีทันที“พี่ว่องทำบ้าอะไรคะนี่” เธอขยับตัวถอยห่างจากคนตัวโตที่นั่งเบียดด้วยสีหน้ารังเกียจอีกฝ่าย ปากน้อยเบะเล็กน้อยทำหน้าเบื่อหน่ายว่องไวเต็มกลืนว่องไวแทบจะลุกขึ้นเดินหนีเมื่อเห็นสายตาชิงชังรังเกียจเขาส่งมาจากทางคนที่เขารักสุดหัวใจ แต่ก็ต้องฝืนทำเป็นไม่สนใจตอบกลับไป“ทำไมพี่จะทำไม่ได
“เธอทำทุกอย่างเพื่อหลอกให้พี่รัก และมันก็สำเร็จ พี่รักรุลี รักจริง ๆ แต่เธอไม่ได้รักพี่ เธอแค่แสดงว่ารักพี่เฉย ๆ”มันคือความจริงที่เจ็บชาไปถึงขั้วหัวใจ เมื่อหญิงที่ทำให้เขารักและทำให้เขาทรยศหักหลังน้องชายกลับเป็นคนบดขยี้หัวใจเขาด้วยน้ำมือของหล่อนเอง แต่ทำไมเขาถึงยังรักหล่อน พยายามจะทำทุกอย่างเพื่อให้มรุลีรักเขาจริง ๆ และทำให้ความอาฆาตแค้นของหล่อนจางหายไปจากใจ แต่เขายังไม่รู้ว่าเพราะอะไรมรุลีถึงแค้นเขาได้ถึงเพียงนี้คล่องแคล่วไม่เข้าใจในสิ่งที่พี่ชายพูด มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน มรุลีรักพี่ชายเขาเขามองออก มันจะเป็นแค่การแสดงได้ยังไง มันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ ๆ ระหว่างสองคนนี้“มันจะเป็นไปได้ยังไงครับพี่ รุลีรักพี่ ผมดูออกว่าเธอรักพี่”“ไม่ใช่หรอก เธอทำทุกอย่างเพื่อจะแก้แค้นพี่ต่างหาก” เขาแย้งคำพูดน้องชาย แล้วปากระป๋องเบียร์ในมือทิ้งลงพื้น แล้วหยิบบรั่นดีที่ซื้อมาด้วยออกมาเปิดขวดกระดกขึ้นดื่ม“พะ...พอก่อนพี่ว่อง ดื่มแบบนั้นเมาตายกันพอดี” เขาแย่งขวดบรั่นดีจากมือพี่ชายมาถือเก็บไว้“ให้พี่ดื่มจนตาย รุลีก็ไม่สนใจพี่หรอก” เขาพยายามแย่งขวดบรั่นดีคืน แต่คล่องแคล่วจับไว้แน่น“พี่รู้ไหมว่าใครต่อใครก็
“ขอบคุณครับ สบายดีนะครับ ว่าแต่ไม่เจ็บตรงไหนนะครับวันนั้น” คล่องแคล่วรับเมนูมาพร้อมเอ่ยถามพนักงานสาว เมื่อเขาจำเธอได้ว่าเธอเป็นคนที่ตัดหน้ารถเขาและพาเขาไปส่งโรงพยาบาล“สบายดีค่ะ แล้วคุณเป็นยังไงบ้างคะ” ขวัญฟ้าดีใจที่เขาจำหล่อนได้“ผมแข็งแรงดีไม่เป็นอะไรหรอกครับ ว่าแต่คุณทำงานที่นี่นานรึยังครับ”ไม่รู้อะไรทำให้คล่องแคล่วเริ่มถามพนักงานสาวและอยากรู้เรื่องของเธอ ภาพใบหน้าของหล่อนติดตาเขาทุกครั้งเวลาหลับตานอน ภาพในวันที่หล่อนเคาะกระจกเรียกเขา มันยังก้องอยู่ในหู เหมือนกับว่าเธอเป็นห่วงเขาจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่คนที่เขาจะคิดถึงและนึกถึงควรจะเป็นมรุลี คนที่ทำให้ต้องตกอยู่ในสภาพแบบนั้นคล่องแคล่วสะบัดหัวไล่ความคิดของตัวเองออกไป ก่อนจะมองเมนูอาหารในมือที่รับมาเพื่อสั่ง เขาสั่งสเต็กเนื้อจานเดียวก่อนจะส่งเมนูให้เธอ“รอสักครู่นะคะคุณลูกค้า”“ครับผม ว่าแต่...” คล่องแคล่วหยุดชะงักเมื่อไม่รู้ว่าควรจะถามเธอไหม“รับอะไรเพิ่มอีกรึเปล่าคะ”“คุณชื่ออะไรครับ” ในที่สุดเขาก็เลือกถามชื่อเธอออกไป“ขวัญฟ้าค่ะ เรียกฟ้าก็ได้ค่ะ” เธอบอกเขาพลางแตะป้ายชื่อที่อกซ้ายของตนให้เขาดูว่าเธอมีชื่อติดอยู่ที่เสื้อพนักงาน“ครับคุณฟ
หลังจากอุบัติเหตุของคล่องแคล่ว ว่องไวก็คิดทบทวนตัวเอง แต่พอมองไปยังหญิงที่เข้ามาครอบครองหัวใจตัวเองจึงทำให้เกิดงานแต่งงานในครั้งนี้ หลังจากคล่องแคล่วออกจากโรงพยาบาลได้สองอาทิตย์ งานแต่งานจัดเรียบง่าย มีแค่แขกของเขา ส่วนแขกของเจ้าสาวไม่มี แม้แต่เพื่อนของเธอ เธอก็ยังไม่ชวน ว่องไวมองหาน้องชายตั้งแต่งานเริ่มจนตอนเขาและมรุลีถูกส่งตัวเข้าห้องหอก็ยังไม่เห็นเงาของน้องชาย แอบหวังว่าคล่องแคล่วจะโผล่มาตอนตักบาตรทำบุญเช้า แต่ก็ไม่มา หวังว่าจะมาตอนที่เจ้าหน้าที่มาจดทะเบียนสมรสของเขาและมรุลีแต่ก็ไม่มา จนตอนนี้สามทุ่มกว่า เขานั่งบนเตียง รอเจ้าสาวเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนชุด คิดว่าระหว่างรอคล่องแคล่วจะมาเคาะห้อง แต่ก็ยังเงียบ จนตอนนี้เจ้าสาวออกมาจากห้องน้ำ แทนที่จะเป็นชุดนอน แต่กลับเป็นชุดเหมือนว่าเธอกำลังจะออกไปข้างนอกในคืนเข้าหออย่างไรอย่างนั้น และไม่ปล่อยให้ความสงสัยอยู่นาน เขาจึงถามเสียงนุ่ม“รุลีจะไปไหนครับ” เห็นสาวเจ้าสาวของตัวเองถอดชุดไทยทิ้งมาเป็นชุดเดรสยาวรัดรูปผูกคอสีดำเว้าหลังถึงเอวเล็กคอด“ไปเที่ยวยังไงคะ” หล่อนตอบเสียงเย็นชาไร้ความรู้สึก จนคนฟังสัมผัสได้ถึงความเยือกเย็นในประโยคบอกเล่าของภรรยา
ตลอดเวลาเกือบเดือนที่ต้องนอนร่วมเตียงเดียวกับเตยหอมทำให้เขาทรมานและอดทนมากเหลือเกิน ทรมานกับความโกรธและเนื้อตัวของหล่อนเบียดแนบกับเขา ส่วนนุ่มนิ่มของร่างก็แนบถูไปกับเนื้อตัวของเขา และที่สำคัญหล่อนทำให้เขาขาดความเป็นส่วนตัวมากขึ้นทุกวัน และเช้านี้ก็เป็นเหมือนทุกวันที่ตื่นมามีหญิงสาวนอนเกยทับอยู่บนตัวของเขา“ยัยบ้าเอ๊ย!” ตื่นมาเจอกับภาพแบบนี้ทุกๆ วันเหมือนจะชิน แต่ดินไม่เคยชินสักครั้ง เขาผลักเตยหอมออกจากตัวเอง ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปอาบน้ำ ส่วนเตยหอมก็ขยับพลิกตัวนอนต่อไม่สนใจว่าอีกคนจะรังเกียจตัวเองแค่ไหน“คนเลว! คุณใจร้ายกับฉันมากเกินไปแล้วนะคุณดิน” เธอว่าเขาเมื่อนอนต่อไม่ได้แล้ว เพราะทุกๆ วันเธอต้องเจอภาพของเขากับหลินและทั้งคู่ก็หายเข้าไปในกระท่อมด้วยกันทุกวัน กับคนอื่นเขาแสนดี อ่อนโยน สุภาพ แต่กับเธอ เขาปฏิบัติตัวแตกต่างกับทุกคน“คนอย่างเตยหอมไม่มีทางยอมแพ้หรอก รังเกียจกันนักใช่ไหม ได้! ยิ่งรังเกียจฉันมากเท่าไหร่ ฉันยิ่งจะอยู







