Mag-log inเบียร์...
" เอ้า หมดแก้ว!! "
เสียงไอ้เพื่อนสนิทสองคนที่ลากผมมาเมาที่ร้านยาดองข้างมหาลัยเอ่ยขึ้นพร้อมกับเสียงแก้วสามใบของพวกเราที่กระทบกัน
" คนเทคือคนที่ยกขวด คนเจ็บปวดคือคนที่หมดแก้ว!! "
ไอ้เต้พูดขึ้นพลางกระดกยาดองในแก้วรวดเดียว
" คนอกหักคือไอ้เบียร์นะมึง แต่กูเห็นมึงแมร่งกระดกซะกูคิดว่ามึงอกหักเองแล้วเนี่ย "
ไอ้โต้ว่า
" ก็อกหักเป็นเพื่อนมันไง มึงนี่เป็นเพื่อนประสาอะไร มาๆหมดแก้ว!! "
แล้วผมก็นั่งจิบยาดองไปพลางมองไอ้เต้ไอ้ไอ้โต้ชนแก้วกันสองคน ก็ถ้าเมากันหมดแล้วจะกลับกันยังไงล่ะครับ ขับรถก็โดนจับหรือไม่งั้นคงได้ลงไปไหว้ยมบาลในนรก ถ้าจะกลับแท็กซี่เดี๋ยวก็โดนจี้พอดี ยุคนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้
" นั่งหงอยอยู่ได้มึง พวกกูอุตส่าต์อกหักเป็นเพื่อนมึงนะเนี่ย ดื่มๆ "
ไอ้เต้ที่พอเมาแล้วเริ่มพูดมากพูดขึ้น
" เขาบอกกูว่าเขาไม่รักกูแมร่ง เขาไม่แคร์เชี้ยไรกูเลย ใจร้ายฉิบหาย "
ผมว่าพลางกระดกแก้วไปด้วย
" เขาอาจจะไม่ได้ตั้งใจใจร้ายกับมึงก็ได้ แต่เขาแค่ไม่เคยรู้สึกอะไรไม่เคยแคร์อะไรเกี่ยวกับมึงเลยก็แค่นั้น "
ไอ้โต้พูดขึ้น ไอ้นี่ก็นานๆจะพูดทีมันจะพูดให้ผมรู้สึกดีก็ไม่ได้
" พวกมึงรู้มั้ยว่ากูอะ รู้มาตลอดแหละว่าเขาไม่ได้รักกู แต่กูรักเขาไงกูก็เลยยอม ยอมอยู่ต่อทั้งๆที่รู้ว่าเขาไม่เคยรัก พวกมึงว่ากูโง่มั้ยวะ "
ผมถามพวกมัน
" มึงไม่ได้โง่ แต่มึงแค่อยากมีเขาอยู่กูเข้าใจ "
ไอ้เต้ที่เหมือนมันเริ่มจะเมาแล้วโน้มตัวลงมาตบไหล่ผมเบาๆ เออไม่ได้โง่แต่แค่อยากมีเขาอยู่
" เขาบอกว่าให้กูไปเริ่มต้นใหม่ แต่แมร่งเขาจะรู้มั้ยวะว่ากูลืมเขาไม่ได้ "
ผมพูดพลางกระดกแก้วขึ้นอีก
" ถ้ามึงลืมไม่ได้เพราะยังรักเขา งั้นมึงก็จำแล้วกัน จำว่าเขาอะไม่ได้รักมึง "
ไอ้โต้พูด สรุปผมให้พวกมันมานั่งปรับทุกข์เป็นเพื่อนหรือมานั่งเพิ่มทุกข์ให้กันแน่วะ
" เออมึงมึง มึงเคยได้ยินประโยคนี้ปะเบียร์ "
ไอ้เต้ถาม
" ประโยคเชี้ยไรของมึงอีก "
ผมถามกลับ
" วิ่งตามเขาจนหอบสุดท้ายเป็นได้แค่ตัวประกอบในชีวิตเขา ฮ่าฮ่า โคตรเหมือนมึงเลยอะ "
ผมขอถีบมันในฐานะกวนตีนได้มั้ย!!
" เอาน่ามึง ถ้ามันใช่สักวันก็วนกลับมาหากันเองแหละ "
ไอ้โต้หันมาบอกพลางเทเหล้าใส่แก้วให้ผม
" แล้วเมื่อไหร่กูถึงจะลืมเขาได้วะแมร่ง "
ผมบ่นกับพวกมันต่อ
" ตอนนี้ยังหรอก เพราะตราบใดที่เจอหน้าเวลาก็ไม่ช่วยอะไร เอาไว้ตอนพวกมึงเรียนจบทำงานนู้นเดี๋ยวก็ลืมเชื่อกู "
ไอ้โต้พูด
" ที่ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้มันก็เริ่มมาจากมึงนะเบียร์ มึงจะโทษเขาฝ่ายเดียวก็ไม่ได้หรอก "
ไอ้โต้พูดต่อ
" ทั้งๆที่มึงรู้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่าเขาไม่ได้รัก แต่มึงแมร่งก็ยังดันทุรังจะไปต่อ แทนที่มึงจะรีบจบให้เร็วที่สุดแต่มึงกลับปล่อยให้เวลามันผ่านมาจนถึงทุกวันนี้ ยิ่งรู้ว่าเป็นไม่ได้มึงก็ต้องรีบจบ ไม่ใช่ปล่อยไปเรื่อยๆเพราะคนที่เจ็บอะคือมึง มึงต้องรักตัวเองให้มากๆดิวะ "
ไอ้โต้พูดอีก มันก็ถูกของมันแหละผมดันทุรังต่อเอง
" โธ่ไอ้เชี้ยโต้ผู้ไม่เคยมีความรัก มึงพูดแบบนั้นไม่ได้โว้ย เคยได้ยินปะถึงจะรู้ว่าตอนจบมันต้องเจ็บแต่อย่างน้อยก็ได้รู้จักคำว่าเยะ เอ๊ยคำว่ารัก "
ไอ้เต้เถียงกลับ ใช่ครับผมรู้ว่าผมต้องเจ็บเพราะผมก็เจ็บมาตลอดแหละแต่ผมรักไง ผมรักเธอแค่นั้นแหละ
" กูให้ความรักเขาไปทำไมเขาถึงไม่ให้ความรักกูกลับมาวะแมร่ง "
ผมบ่นให้พวกมันฟังอีก ตอนนี้ก็แค่อยากจะระบายแหละครับไม่มีอะไรหรอก
" ลืมไม่ได้ก็จีบต่อเลยแมร่ง "
ไอ้เต้ว่า
" ไอ้ห่ามึงก็แนะนำให้มันเดินไปทางที่ดูก็รู้ว่าข้างหน้ามันเป็นทางตันนะมึง "
ไอ้โต้แย้ง
" มึงก็แค่ใช้ชีวิตของมึงต่อ แล้วก็เข้าไปทักทายหรือช่วยเหลือเขาในฐานะแฟนเก่าก็ได้นิ เผลอๆบางทีเขาอาจจะเห็นความดีของมึงจากตรงนี้แล้วใจอ่อนกลับมาคบกับมึงก็ได้ กลับมาคบกับมึงแบบที่เขาเองก็รักมึงอะ "
ไอ้เต้ยังคงหาทางให้ผมไปต่อได้อีก
" หรือถ้ามึงเป็นคนดีแล้วเขาไม่รักมึงก็เป็นคนเลวไปเลยเผื่อเขาอาจจะรัก "
ไอ้เต้จูงต่อ
เพี๊ยะ!!
เสียงฝ่ามือหนักๆของไอ้โต้ฟาดไปที่หัวของไอ้เต้แรงๆ
" เชี้ยตบกูหามะเขืออะไร "
ไอ้เต้โวยวาย
" มึงแหละแนะนำเชี้ยไรให้มัน จะให้มันเปลี่ยนตัวเองเป็นคนเลวเพียงเพราะผู้หญิงไม่รักเนี่ยนะ แม่คลอดมึงออกมาแทบตายกว่าจะเลี้ยงให้โตมาได้จนถึงทุกวันนี้ กว่าจะเลี้ยงให้เป็นคนดีได้นี่มึงจะให้มันเป็นคนเลวเพียงเพระหญิงทิ้ง "
เป็นไงล่ะโดนเด็กวัดเทศนาแทนพระไปแล้วไอ้เต้
" กูไม่ได้ให้มันเลวแบบที่มึงคิด เลวในที่นี้หมายถึงเป็นผู้ชายร้ายกาจไอ้สลัด!! "
ไอ้เต้เถียงกลับก่อนจะฟาดหัวไอ้โต้คืน
" ยังไงวะ "
ผมถาม
" กูรู้นะว่ามึงรักเขาอยู่ แล้วมึงก็ไม่อยากปล่อยเขาไปใช่มั้ย "
มันหรี่ตามองผม
" ก็เออสิวะ "
ผมตอบ
" มึงก็ทำทุกอย่างเหมือนตอนที่มึงสองคนคบกัน แต่อ้างว่าทำในฐานะแฟนเก่าไง "
หืม?
" แผนเชี้ยไรของมึงเนี่ย "
ไอ้โต้ขมวดคิ้วถาม
" อ้าวไอ้นี่ ก็ไปรับเขาเหมือนเดิมถ้าเขาถามว่ามาทำไมเราเลิกกันไปแล้ว มึงก็บอกเขาไปเลยว่ามารับในฐานะแฟนเก่า "
ไอ้เต้พูดต่อ เออไอเดียนี้ผมชอบ
" ถ้าเขาไม่ไปล่ะมึง "
ไอ้โต้ขัด
" แบกขึ้นรถไปเลยสิครับ "
ไอ้เต้ตอบยิ้มๆ
" แล้วก็พาไปกินข้าว ตามไปรับไปส่ง โทรไปหา บอกฝันดี ทำทุกอย่างเหมือนตอนที่มึงคบกันอะ พอเขาถามก็บอกไปว่าทำให้ในฐานะแฟนเก่า"
มันพูดต่อ
" กูชอบความคิดมึงว่ะ "
ผมบอกไอ้เต้พลางส่งยิ้มให้มัน
" เฮ้ยไม่ได้นะไอ้เชี้ยเบียร์ โตๆกันแล้วนะมึงไม่ใช่เด็กๆ จบคือจบ "
ไอ้โต้รีบห้าม
" มึงจะห้ามมันทำไมนักหนา รักดีๆไม่ชอบก็กวนตีนเขาต่อไปเลยแมร่ง "
ไอ้เต้รีบยุผม มีรักดีๆให้ไม่ชอบงั้นผมจะรักแบบกวนๆให้ไปเลยล่ะกัน
พบรัก..." บอกให้ญาติของเธอมาเจอฉันพรุ่งนี้ "คนที่คร่อมร่างฉันอยู่กระซิบบอกเบาๆก่อนจะเคลื่อนใบหน้ามาชิดกับฉันจนปลายจมูกเราชิดกัน" ส่วนเธออยากชดใช้ใช่มั้ยล่ะ "" ชะ ใช่ "ฉันตอบตะกุกตะกัก ลมหายใจร้อนๆของเราที่เป่ารดกันอยู่ตอนนี้ทำให้ฉันใจเต้นระรัวแทบจะทะลุออกมา" งั้นคืนนี้ก็ไม่ต้องนอน "" .......... "ทันทีที่เขาพูดจบคนที่คร่อมร่างฉันอยู่ก็ลุกขึ้นก่อนจะถอดเสื้อยืดที่เขาสวมอยู่ออกช้าๆพลางมองมาที่ฉัน ฉันซึ่งกำลังนอนมองภาพนั้นอย่างอึ้งๆเพราะทำอะไรไม่ถูกแถมยังขยับตัวไม่ได้อีกเพราะเนื้อตัวตอนนี้แข็งราวกับเป็นรูปปั้นไปแล้วภาพหน้าท้องเป็นลอนๆกล้ามเนื้อเป็นมัดๆบนผิวเนื้อขาวเนียนของคนที่กำลังมองมาที่ฉันด้วยแววตานิ่งๆทำให้ฉันหัวใจแทบหยุดเต้น" ลุกขึ้นสิ "คนที่นั่งลงข้างๆฉันหันมาบอก นี่เขาจะให้ฉันเริ่มก่อนงั้นหรอบ้าหรือไงอยากได้ก็ทำเองสิ" เบียร์คือฉัน... "" ไหนบอกว่าอยากชดใช้ไง หรือพรุ่งนี้เธอจะให้ฉันจัดการกับญาติเธอให้หนักๆไปเลย "" มะไม่ใช่นะ คือฉันเอ่อ... "คนข้างๆไม่ได้พูดอะไรแต่นอนลงข้างๆฉันก่อนจะยื่นบางอย่างมาให้ฉันแทน" ทำไมนายต้องให้ฉันทำด้วยล่ะ นายทำเองไม่ได้หรือไง "ฉันพูดกับคนที
พบรัก...ครึ้ม!! เปรี้ยง!!" กรี๊ด!! "ฉันนั่งย่อตัวลงกับพื้นพลางปิดหูตัวเองเอาไว้เพราะกลัวเสียงฟ้าร้อง ตอนนี้ฉันเดินมาหาใครบางคนที่แคมป์คนงานไม่น่าเชื่อว่าเดินมาไม่ทันไรฝนก็เทลงมาจนตัวฉันเปียกไปหมดซ่า!!เสียงฝนที่กระหน่ำตกลงมานั้นยิ่งตกหนักขึ้นเรื่อยๆแล้วฉันก็ดันมาหาเขาตอนฝนตกอีกก๊อก ก๊อก ก๊อกฉันยิ่งเร่งเคาะประตูห้องของใครบางคนให้ดังขึ้นไปอีกเมื่อไม่มีวี่แววว่าคนข้างในจะเปิดออกมา แคมป์คนงานที่มีเพียงแสงไฟริบหรี่จากดวงไฟลักษณะเป็นเกรียวหลอดเล็กๆที่กำลังแกว่งไปมาจะดับแหล่มิดับแหล่เพราะฝนตกหนักและแรงลม แคมป์ที่ทางโรงแรมสร้างไว้ให้คนงานได้พักนั้นเป็นเพียงเพลิงไม้เล็กๆมุงสักกะสีเรียงยาวเป็นทอดๆเหมือนห้องแถวดีหน่อยที่ฉันพอจะรู้มาบ้างว่าห้องของนายช่างหรือวิศวะที่มาคุมงานที่นี่คือห้องไหนก็เลยเดินมาถูก แต่ตอนนี้ฉันไม่ชอบบรรยากาศมืดๆที่มีดวงไฟหลอดเล็กกำลังแกว่งไปมาแข่งกับลมที่พัดแรงขึ้นเรื่อยๆไหนจะเสียงฟ้าร้องกับพายุฝนที่ตกหนักแบบนี้อีกก๊อก ก๊อก ก๊อก" เบียร์นายอยู่ในนั้นมั้ย "ก๊อก ก๊อก ก๊อก" เบียร์นายอยู่หรือเปล่า "หมับ" กรี๊ด!! "" ชู่วฉันเอง "เสียงกระซิบของเจ้าของมือใหญ่ที่จับไหล่ฉ
เบียร์...หลังจากที่ผมเดินตรวจงานในไซส์เสร็จและทวนแผนงานพรุ่งนี้กับคนในทีมก็เป็นเวลามืดมากแล้ว ปกติถ้าเวลาประมาณนี้พวกเราก็จะเปิดไฟทำงานกันตอนกลางคืนได้เพราะแค่ปรับพื้นที่และเคลียร์แนวกั้นเฉยๆ แต่คืนนี้พยากรณ์อากาศบอกว่าฝนจะตกเพราะช่วงนี้พายุเข้าพวกเราก็เลยกลับที่พักกันเร็วหน่อยอีกทั้งผมมีนัดกินข้าวกับใครบางคนที่อยู่ๆก็โผล่มาทำให้หัวใจผมเต้นอีกครั้งซะงั้น" กูรู้นะว่ามึงสั่งให้คนส่งปูนมาส่งปูนไว้ข้างออฟฟิศวันนี้ "พอผมเดินออกมาจากไซส์งานก็เจอคนที่ผมไม่ชอบขี้หน้ามันเท่าไหร่ยืนขวางทางทำหน้ากวนประสาทอยู่ เห็นไอ้นี่แล้วคิดถึงไอ้ไวน์น้องชายผมขึ้นมาเลย กวน!! แล้วผมก็รู้ด้วยว่าเป็นมันเพราะผมขอเบอร์คนที่โทรไปหาคนส่งของเพราะผมโทรไปขู่บริษัทวัสดุว่าจะยกเลิกสัญญา" ก็ฉลาดดีนี่หว่า ว่าแต่วันหลังมึงอยากแบกอะไรอีกล่ะกูจะสั่งให้คนเอามาเทไว้แถวๆนี้อีก "มันพูดยิ้มๆพลางทำหน้ากวนๆใส่ผม อยากซัดไอ้ตีบนี่จัง" มึงต้องการอะไร "" อุ้ยมีคนโทรมา "มันไม่ตอบแต่กดรับสายที่โทรเข้ามาพลางกระตุกยิ้มให้ผมกวนๆ ไอ้นี่ถ้าไม่ติดว่ามันเป็นอะไรกับพบนะผมคิดว่ามันเป็นไอ้ไวน์แปลงกายมากวนประสาทผมนะเนี่ย เหมือนกันฉิบ!!" ว่าไ
พบรัก..." น้ำมั้ย "ฉันยื่นแก้วน้ำเย็นที่เพิ่งตักออกมาจากกระติกน้ำสีแดงข้างๆให้คนตัวสูงตรงหน้าที่ยืนปาดเหงื่ออยู่ ก่อนจะลอบมองหน้าเขาพลางเม้มริมฝีปากเอาไว้เพราะรู้สึกเกร็งๆ ถึงเราจะเคยคบกันมาก่อนแต่ก็ไม่เคยเลยสักครั้งที่ฉันจะเข้าหาเขาก่อนแบบนี้" ป้อนหน่อย "" ห๊ะ "ฉันมองคนตรงหน้าอย่างอึ้งๆ เมื่อกี้เขา..." ไม่ได้สินะ โทษที "" ดะ ได้สิ "เมื่อเห็นแววตาผิดหวังจากคนตรงหน้าสมองก็สั่งให้ฉันรีบทำอะไรสักอย่าง ฉันมองคนตรงหน้าที่กำลังดื่มน้ำที่ฉันป้อนด้วยความรู้สึกแปลก เหมือนหัวใจของฉันจะทำงานหนักขึ้นเรื่อยๆเลยแฮะ" ค่อยชื่นใจหน่อย "คนตรงหน้าบอกก่อนจะมองหน้าฉันนิ่งๆแล้วเดินออกไปหากลุ่มคนงานที่หันมามองเราสองคนพลางยิ้มไปด้วย ฉันไม่ชินกับเขาที่ทำหน้านิ่งๆใส่ฉันเลยแต่ถึงเป็นแบบนั้นฉันก็ยังใจเต้นแรงทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้เขา ราวกับว่ามันเป็นเสน่ห์ของเขาไปแล้วเป็นเวลานานมากที่ฉันได้แต่เดินวนไปวนมาอยู่แถวๆกระติกน้ำในไซส์งานซึ่งเป็นจุดเดียวที่ได้ร่มเงาจากต้นไม้บริเวณนั้นที่ไม่ได้ถูกสั่งให้ตัดทิ้ง คนตัวสูงในชุดเลอะฝุ่นเลอะปูนยังคงเดินสั่งงานคนงานบ้าง เดินไปช่วยคนงานเก็บซากไม้บ้าง เดินถือแปลนไปคุยก
เบียร์..." จะเอายังไงดีครับคุณเบียร์ ถ้าไม่ขนเข้ามาไว้ในแคมป์ของต้องเสียหายมากแน่ๆเลยครับ "คุณอุดมเลขาของผมเอ่ยเสียงเครียดเมื่อเรากำลังยืนรวมพลอยู่ในไซส์งาน" นายช่างให้พวกผมไปแบกเข้ามาก็ได้นะครับ พันกว่าลูกแบกช่วยๆกันแป๊บเดียวก็หมด "เสียงคนงานในนั้นที่กำลังรวมตัวกันอยู่เดินมาหาผม ไอ้แบกน่ะไม่เท่าไหร่หรอกแต่นอกจากจะเสียเวลาแล้วคนงานของผมยังเสียเปรียบอีกก่อนหน้านี้ทางบริษัทที่ตกลงจะจัดส่งวัสดุในการก่อสร้างมาให้ผมนั้นได้โทรเข้ามาบอกว่าวางกระสอบปูนพันกว่าลูกไว้ข้างออฟฟิศ พอผมถามกลับทางนั้นก็บอกว่าคนในออฟฟิศโทรไปสั่งให้เอาไปวางไว้เพราะแคมป์พักวัสดุนั้นยังสร้างไม่เสร็จ แต่เท่าที่ผมเห็นมันก็เสร็จสมบูรณ์ดีแล้ว" เอายังไงดีครับนายช่าง ให้พวกผมไปแบกเลยมั้ย ไม่งั้นเดี๋ยวฝนตกมาจะแย่นะครับจะได้รีบมาทำแนวกั้นให้รถปรับพื้นที่อีก "เสียงคนงานแถวนั้นร้องถามผมที่กำลังยืนปวดหัวอยู่ เอาวะแบกก็แบก!! พายุก็มาเข้าช่วงนี้ตกได้ตกดี" ครับ แบกก็แบก ไปครับผมช่วย "ผมพยักหน้าส่งสัญญาณให้คนงานในไซส์ก่อนที่ทุกคนจะเดินตามกันออกไปทางออฟฟิศซึ่งไม่ได้อยู่ไกลมาก แต่มันจะเสียเวลาทำอย่างอื่นนี่สิดีไม่ดีที่วางแผนเอาไ
พบรัก..." เจ๊เป็นอะไร วิ่งหนีไอ้ผู้ชายคนนั้นทำไมมันทำอะไรเจ๊ "เสียงเหนื่อยๆของเซียนที่ทิ้งตัวลงบนโซฟาข้างๆฉันถามขึ้นก่อนจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆฉันพร้อมกับท่าทีขี้สงสัย" ไม่มีอะไรหรอก ว่าแต่แกเถอะไหนบอกจะนอนแล้วลงไปข้างล่างอีกทำไม "ฉันว่าพลางดันหน้าคนขี้สงสัยออกห่างๆ" ครั้งแรกก็ว่าจะนอนนั่นแหละเจ๊แต่ตอนเดินขึ้นมามีสาวเดินมาสะกิด เซียนเลยบอกว่าเจอกันใต้ตึกหลังจากเซียนอาบน้ำเสร็จแล้ว "" แรด!! "ฉันหันไปว่าคนข้างๆที่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อยู่" เซียนโสดนี่จะทำอะไรก็ได้ แต่เจ๊นั่นแหละวิ่งมากอดเซียนทำไมก็ไม่รู้สาวๆหายหมดเลย "" ฉันผิดหรอ? "" ผิดมากอะเจ๊ "คนข้างๆตอบอย่างหัวเสียก่อนจะลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจไปมา" งั้นเซียนไปนอนล่ะนะ "" อื้ม "" ปากเจ๊อะบวมๆนะ วันหลังก็บอกเขาจูบเบาๆหน่อยเดี๋ยวพรุ่งนี้ได้ปากเจ่อไปทำงานกันพอดี "ใบหน้าหล่อๆของเซียนยื่นมาใกล้ๆก่อนจะพูดบางอย่างที่พอได้ฟังแล้วฉันถึงกับใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที..." .......... "ไอ้เซียน!!..." ฉันจะคบกับใครหรือจะให้ใครมาจีบมันก็เรื่องของฉัน!! "" แต่ฉันไม่อนุญาต!! "" แล้วนายมาเกี่ยวอะไรด้วย!! "" หวงไง!! ในฐานะแฟนเก่าฉันหวงเธอ
เบียร์...เป็นเวลาหลายเดือนที่ผมมาใช้ชีวิตในไซส์งานที่ฮ่องกงกับคนในทีมเพื่อมาสร้างอู่รถขนาดใหญ่ให้กับลูกค้า วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ผมจะอยู่ที่นี่เพราะเก็บงานทุกอย่างเสร็จหมดแล้ว งานเสร็จแต่ผมก็ยังไม่รู้สึกดีใจอะไรเพราะความหวังที่จะได้สร้างคาสิโนเพิ่มนั้นพังลงเนื่องจากภรรยาของเจ้าของคาสิโนนั้นเธอไม่
พบรัก...เป็นเวลาเพียงเดือนกว่าๆที่ฉันเที่ยวเล่นแบบไม่ทำงานทำการ หนึ่งเดือนนั้นฉันใช้เวลาไปๆมาๆระหว่างไทย ฮ่องกงและอังกฤษ จากที่คิดว่าจะเรียนต่อที่ฮ่องกงและทำงานช่วยนักรบแต่ฉันกลับไม่ทำอะไรเลยจนวันหนึ่งฉันตัดสินใจบินกลับไทยและเรียนต่อในระดับปริญาโทที่ไทยตามที่ตั้งใจเอาไว้ก่อนหน้านี้ แต่ฉันไม่ได้ใช
เบียร์..." เฮีย นี่ก็หลายวันแล้วนะ ยังไม่รู้อีกหรอว่าเจ๊พบไปอยู่ที่ไหน "เสียงน้องชายของผมเอ่ยถามขึ้น ตอนนี้เราสองคนกำลังนอนแผ่กับพื้นในห้องนั่งเล่นคุยกันเรื่องพบรักกับผม ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าไอ้ไวน์มันจะเป็นเดือดเป็นร้อนแทนผมหรือรู้สึกผิดอะไรนักหนาทั้งๆที่บอกกับมันไปแล้วว่าไม่เป็นไรเดี๋ยว
เบียร์..." ไหนๆไวน์ก็ไม่อยู่แล้ว งั้นเรามาสนุกกันดีมั้ยคะสุดหล่อ "เสียงหวานๆกระซิบที่ข้างหูผมพลางวาดวนนิ้วเรียวยาวไปมาบนแผงอกของผมที่กำลังเปลือยเปล่าเพราะไอ้ไวน์มันถอดเสื้อผ้าผมออกไว้แล้วก่อนหน้านี้ชวนให้ผมขนลุก" ออกไป ฉันไม่ใช้ผู้หญิงร่วมกับกับน้องชาย "ผมรีบปัดมือเรียวๆออกเพราะอารมณ์กำลังพลุกพ







