INICIAR SESIÓNขอนอนด้วยได้ไหมคะ" เมื่อคำขอของเธอกับเขามันคนละความหมาย เรื่องบนเตียงในคืนนั้น เธอจึงปล่อยเลยตามเลย เพราะยังไงเขาก็จำเธอไม่ได้อยู่ดี เธอหมายถึงแค่ที่ ซุกหัวนอน ในคืนที่กลับหอในไม่ทัน แต่เขาหมายถึงจะ ซุก อะไรมากกว่านั้น กว่าจะเข้าใจ หัวใจมันก็ดันสมยอมไปแล้ว คีรินทร์ พัฒนทรัพย์วิโรจน์ หรือ คีน คณะวิศวกรรมศาสตร์ ปี 4 ในฐานะลุงรหัส ผู้ไม่เคยจะแยแสหลานรหัสหน้าจืดปี 2 อย่าง ชะเอม เลยสักครั้ง วันไนต์ที่คิดจะปล่อยผ่าน กลับทำให้เขาอยากตามหา ผู้หญิงในคืนนั้น ที่ลืมกิ๊บติดผมไว้บนเตียง
Ver másแสงสะท้อนวิบวับจากกิ๊บติดผมในห้องมืด ยังดูไม่แวววาวเท่าดวงตาสีเข้มดำขลับที่ทอแสงประกายร้อนแรงแห่งอารมณ์ปรารถนาอย่างไม่ปิดบัง ยิ่งมองดวงตาคมคู่นั้น โลกทั้งโลกก็คล้ายหยุดหมุน ถ้าในยามปกติเธอคงได้อายม้วนต้วนกันบ้าง แต่ในเวลานี้ยิ่งเขาปรารถนาเธอเท่าไร ดวงตาคู่สวยที่จ้องมองกลับก็ดูจะแผดแสงร้อนแรงไม่ต่างกันทั้งที่มันออกจะดูหวานหยาดเยิ้มขนาดนั้น "พะ...พี่คีนขา..." "หือ...""พรุ่งนี้มีเรียนเช้าไม่ใช่หรือคะ" วงแขนเรียวยกขึ้นคล้องคอหนา ของคนที่ประกบทับคร่อมเธอไว้ทั้งตัว ดวงตาหวานที่ทอดมองยังไม่เท่าน้ำเสียงหวานกระเส่าที่เอ่ยถาม ริมฝีปากอิ่มที่เผยอน้อยๆ ทำคีรินทร์ถึงกับทำเสียงอยู่ในลำคอเบาๆ เมื่อเสียงห้ามนั้นมันดูเหมือนเชิญชวนเสียมากกว่า คีรินทร์ประทับริมฝีปากลงอย่างแผ่วเบา แต่คนใต้ร่างกลับสนองรับอย่างดูดดื่ม เมื่อเธอร้อนแรงเขาเองก็ไม่อาจเฉยชาอีกต่อไปได้ ริมฝีปากอิ่มที่ถูกบดจูบอย่างหนักหน่วงดูจะบวมเจ่ออย่างไม่ต้องสงสัย และคนด้านบนก็ดูท่าจะไม่ยอมผ่อนแรงให้ง่ายๆ กลีบปากอิ่มที่ถูกดูดเม้ม ลิ้นเล็กก็ยิ่งถูกกวาดต้อนดูดดุน เสียงอื้ออึงในลำคอเบาๆ ทำให้คีรินทร์ยอมถอนปากออกช้าๆ ในขณะที่เธอต้องรีบโ
"ว่ามาค่ะ จะยังไง" พอขึ้นมานั่งบนรถได้ เธอก็เปิดคำถามเสียงเข้มใส่เขาทันที "เรื่องข้าวสวยน่ะ ไม่ใช่อย่างที่เอมเข้าใจ" "หนูเห็นค่ะ ไม่ใช่เข้าใจ และที่สำคัญพี่คีนโกหกหนู" "พี่แค่ไม่อยากให้เอมไม่สบายใจ คิดว่ากลับมาก็จะเล่าให้ฟัง" "อาจจะไม่เล่าก็ได้" "ยังไงก็ต้องเล่า เพราะไม่ได้มีแต่เอมที่เห็น ตอนอยู่ที่มอก็มีหลายคนเห็นพี่กับข้าวสวย" ฟังมาถึงตรงนี้เธอก็ทำเสียงขึ้นจมูกทันที "พี่ก็ต้องป้องกันตัวเองไม่ให้เอมเข้าใจผิดเหมือนกัน ยังไงพี่ก็ต้องบอกดีกว่าให้เอมไปรู้จากปากคนอื่น" "ก็ถ้าพี่คีนจะกลับไปคบกับพี่ข้าวสวย ก็บอกมาตรงๆ ไม่ต้องพูดอ้อมไปอ้อมมาหรอกค่ะ เหตุผลอะไรไม่ต้องมีก็ได้ แค่บอกว่าจะเลิกก็พอ" "พี่ไม่ได้จะเลิกกับเอม แล้วก็ไม่ได้จะกลับไปคบกับข้าวสวยด้วย" "แล้วไง" "คืองี้...พี่เจอเขาขับรถชนต้นไม้อยู่ในมอ ตอนที่พี่กำลังจะออกไปรับเอม" "ก็เลยต้องไปยืนปลอบขวัญกันอยู่ที่ลานจอดรถ แล้วบอกอยู่มอกับพี่ฟร้องค์" "แล้วเอมได้เดินไปดูไหม ว่าไอ้ฟร้องค์ก็อยู่ในรถพี่" นอกจากเสียงจะขึ้นจมูกอีกรอบ เธอยังเบือนหน้าหนีไปมองกระจกข้างๆ คล้ายกับวิวในมหาวิทยาลัยตอนมืดมันน่าสนใจว่าคนข้างๆ "พ่
"น้องครับ" เขาก็ไม่แน่ใจว่าน้องคนนี้อยู่ปีไหนกันแน่ "เอ่อ...ค่ะ...พี่คีน" แต่เมื่อเสียงทักทายบ่งบอกว่ารู้จักเขา "น้องรู้จักชะเอมไหม" "รู้จักค่ะ เรียนอยู่ห้องเดียวกัน" "แล้วรู้ไหมว่าชะเอมพักอยู่ห้องไหน" "รู้ค่ะ ตึกที่ห้าชั้นสองห้องริมนี่ค่ะ ถ้าข้ามถนนไปมองที่ฝั่งโน้นก็จะเห็นห้องพอดีค่ะ" "จริงหรือ งั้นพี่รบกวนอะไรหน่อยได้ไหม" "ค่ะ" "น้องช่วยไปบอกเอมให้พี่หน่อย ว่าพี่รออยู่หน้ารั้ว พอดีพี่ติดต่อเอมไม่ได้น่ะ" "อ๋อ...ได้ค่ะ" คีรินทร์มองดูรุ่นน้องเดินเข้าไปภายในรั้วแล้ว เขาเองก็รีบข้ามถนนไปอีกฟากในมุมที่จะเห็นห้องเธอได้ชัดกว่านี้ และเมื่อข้ามมาถึงมันก็ชัดอย่างที่ว่า และมองเห็นรุ่นน้องที่กำลังเดินขึ้นไปถึงชั้นสอง เมื่อคนห้องริมเปิดประตูห้องออกมา หัวใจที่มืดมิดก็ราวกับถูกเปิดให้แสงแห่งความหวังเล็ดลอดเข้ามาได้ แต่เพียงไม่กี่วินาทีจากนั้นประตูห้องบานนั้นก็ปิดลง เขายืนรออย่างใจจดจ่อ คาดเดาไม่ได้สักนิดว่าเธอกำลังกลับเข้าไปหยิบกระเป๋าเพื่อที่จะออกมาหาเขา หรือเธอแค่ปิดประตูเพราะไม่อยากรับรู้ว่าเขายังรออยู่ตรงนี้ ผ่านไปห้านาที คีรินทร์แน่ใจว่าเธอคงไม่ออกมาแล้ว แต่เขาก็ไม่คิดจะกลับไปง่า
เธอไม่ได้แม้จะเดินเข้าไปภายในอาคาร พอรถมินนี่เคลื่อนไปได้นิดจนเกือบพ้นสายตา เธอก็เดินกลับออกมาทางเก่า เรียกรถแท็กซี่กลับไปที่หอในมหาวิทยาลัย เธอก็ไม่รู้จะไปที่ไหนได้ดีกว่าที่นี่ จะไปอยู่กับมินนี่ก็จะเป็นการรบกวน เพื่อนคนอื่นก็ไม่ได้สนิทถึงขั้นที่จะไปขออาศัยนอนและให้เหตุผลได้ ห้องเล็กๆ พอได้ซุกหัวนอนได้ และเธอก็อยู่มาได้อย่างดีตลอด แม้วันนี้จะมีฝุ่นขึ้นมาบ้าง เพราะหลายอาทิตย์ที่เธอไม่ได้เข้ามาดูแล ความเศร้าโศกเสียใจถูกระบายลงที่ไม้กวาด ไม้ถูพื้น และจบลงที่แปรงล้างห้องน้ำ ครึ่งชั่วโมงกว่าที่น้ำตาเธอจะแห้งเหือด แต่ได้หยาดเหงื่อชื้นใบหน้ามาแทนที่ และตอนที่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดัง ความทุกข์ที่ลืมไปชั่วขณะก็กลับชัดขึ้นอีกครั้ง เธอปิดเครื่องเมื่อเห็นว่าคนที่โทรเข้ามาเป็นใคร โยนโทรศัพท์ทิ้งลงบนเตียง ก่อนจะเดินเข้าไปอาบน้ำและกลับออกมาด้วยชุดนอนลายการ์ตูนชุดเก่า แต่ตอนที่หัวถึงหมอน เธอถึงเพิ่งรู้ว่าความเสียใจมันยังไม่ได้หลุดหายไปไหนเลย มันยังอยู่ ยังรู้สึก ยังหนักอึ้งอยู่ในหัวใจ น้ำตาที่คิดว่ามันแห้งเหือดไหลนองขึ้นมาอีกครั้ง และเพียงไม่กี่นาทีต่อจากนั้น หมอนใบใหญ่ที่เธอหนุนหัวก็เปียกครา
"เอมไปรอที่ซุ้มก่อนนะ เดี๋ยวเราไปซื้อผลไม้แล้วเดี๋ยวตามไป" เดินออกมาจากโรงอาหารได้เพียงนิด มินนี่ก็แยกตัวไปซื้อผลไม้ที่ซุ้มข้างโรงอาหาร ปล่อยให้เธอเดินไปจองซุ้มข้างตึกคณะก่อน เมื่อมาถึงเธอก็เปิดโทรศัพท์ไถฟีดเล่นอย่างไร้จุดหมาย แต่เมื่อสายตาไปสะดุดกับเครื่องประดับบนศีรษะของดาราท่านหนึ่ง เธอก็รีบ
"ไอ้คีน เมื่อคืนแม่งก็หนีกลับก่อน วันนี้มึงเลี้ยงข้าวพวกกูเลย" ฟร้องค์ทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ เพื่อน วางสมุดลงที่โต๊ะเสียงดังด้วยท่าทางยังไม่หายโมโห "เออๆ รู้แล้ว เดี๋ยวกูจะเลี้ยงทั้งข้าวทั้งเหล้าคืนพวกมึงทั้งอาทิตย์เลย" คีรินทร์เอ่ยคล้ายตัดรำคาญแต่ท่าทางนั้นกลับจริงจัง "ใครจะไปกินกับมึงวะทั้งอาทิ
คีรินทร์ตื่นขึ้นในตอนสายของวัน เหลือบดูนาฬิกาที่โต๊ะหัวเตียงอย่างไม่สนใจว่าอีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงมันก็จะได้เวลาเข้าชั้นเรียน เขาลุกขึ้นนั่งบิดตัวด้วยความเมื่อยล้าแต่เมื่อสายตาหันไปเห็นร่องรอยแห่งความเร่าร้อนของเมื่อคืน คีรินทร์ก็ต้องชะงัก ผ้าปูที่นอนยับยู่ยี่ราวกับบนเตียงราคาแพงเขาเกิดสงครามย่อมๆ
เผลอมองอยู่นานจนเขาสวมถุงยางอนามัยเสร็จ เหลือบสายตาขึ้นมองคนด้านบนอีกครั้งเธอก็แทบอยากจะซุกใบหน้าลงที่หมอนใบใหญ่เมื่อเห็นสายตาคมเข้มที่กำลังมองตัวเอง และก็ไม่รู้ว่าเขามองอยู่นานเท่าไรแล้ว "อยากใส่เองหรือ" คีรินทร์ก้มหน้าลงมาถาม เสียงแหบพร่าที่กระซิบอยู่ข้างหูพร้อมกับลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินทำเธอร











