LOGINขอนอนด้วยได้ไหมคะ" เมื่อคำขอของเธอกับเขามันคนละความหมาย เรื่องบนเตียงในคืนนั้น เธอจึงปล่อยเลยตามเลย เพราะยังไงเขาก็จำเธอไม่ได้อยู่ดี เธอหมายถึงแค่ที่ ซุกหัวนอน ในคืนที่กลับหอในไม่ทัน แต่เขาหมายถึงจะ ซุก อะไรมากกว่านั้น กว่าจะเข้าใจ หัวใจมันก็ดันสมยอมไปแล้ว คีรินทร์ พัฒนทรัพย์วิโรจน์ หรือ คีน คณะวิศวกรรมศาสตร์ ปี 4 ในฐานะลุงรหัส ผู้ไม่เคยจะแยแสหลานรหัสหน้าจืดปี 2 อย่าง ชะเอม เลยสักครั้ง วันไนต์ที่คิดจะปล่อยผ่าน กลับทำให้เขาอยากตามหา ผู้หญิงในคืนนั้น ที่ลืมกิ๊บติดผมไว้บนเตียง
View More"ไอ้คีน..."
เสียงเรียกของฟร้องค์ พร้อมด้วยท่าทางยักคิ้ว สายตาที่มองไปตรงทางเดินแคบๆ ด้านหลัง ทำให้เขาหันไปมอง ความมืดสลัวภายในผับสว่างขึ้นตามจังหวะแสงไฟกะพริบถี่ๆ ที่หมุนวนจนเกิดแสงน่าเวียนหัว แต่มันกลับเข้ากันได้อย่างดีกับเสียงดนตรีจังหวะหนักๆ ของวงดนตรีที่กำลังเล่นอย่างสนุกสนานอยู่ด้านหน้าเวที เหล่าผีเสื้อราตรีหน้าเวทีข้างล่างก็ดูจะจริงจังกับเสียงเพลงหรือแม้แต่เสียงกรี๊ดดังในจังหวะที่นักร้องปล่อยมุกโบ๊ะบ๊ะ คีรินทร์ พัฒนทรัพย์วิโรจน์ ชะงักนิ้วที่กำลังเคาะเบาๆ บนหน้าขา หลังจากที่ปล่อยอารมณ์ให้เพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงดังแสบหู เมื่อหันไปมองด้านหลังอย่างที่ไอ้ฟร้องค์มันทำท่าพยักพเยิด และเห็นคนที่เดินเข้ามาในโฟกัสสายตาเขาเป็นใคร คีรินทร์ผ่อนลมหายใจออกจากปากด้วยความเซ็ง หญิงสาวสวยจัดกำลังเดินตรงมาทางนี้อย่างไม่ต้องเดา ข้าวสวยคงคิดจะเข้ามาหาเขานั่นแหละ เธอคือแฟนเก่าที่เลิกรากันไปเมื่อสี่เดือนที่แล้ว "อ้าว คีน ข้าวนั่งด้วยคนได้ไหม...ไฮ ฟร้องค์ แดน" หญิงสาวเอียงหน้าเข้าใกล้พูดเสียงดังกว่าปกติหวังจะให้เขาได้ยินชัดเจน และยังส่งคำทักทายไปถึงเพื่อนของอดีตแฟนอีกด้วย คีรินทร์ยกข้อมือดูเวลา "กูกลับก่อนนะไอ้ฟร้องค์" ถ้อยคำที่เอ่ยแม้จะไม่ดังนัก แต่ฟร้องค์ก็ได้ยินชัด แถมท่าทางที่มันกำลังลุกขึ้นก็บ่งบอกได้อย่างดี "เฮ้ย...อะไรวะ เหล้ายังไม่หมดเลย พรุ่งนี้ก็เรียนสายด้วย ไรวะ" ฟร้องค์รีบโวยวายขึ้นแต่ก็ห้ามไม่ทัน "อ้าว...มันจะกลับเลยหรือวะ" แดนหันหน้าไปถามฟร้องค์ด้วยความงุนงงไม่ต่างกัน "นั่งก่อนสิข้าว" ฟร้องค์จึงหันไปเอ่ยชวนอดีตแฟนเพื่อนให้นั่งลง ข้าวสวยลังเลนิดหน่อย เพราะมีเรื่องอยากถามฟร้องค์กับแดน แต่อีกใจก็อยากตามไปคุยกับคีรินทร์ด้วยเช่นกัน //-------//--------// "ไม่เอาหรอกมินนี่ เราไม่เคยเข้าไปที่แบบนั้น" "แค่แป๊บเดียวนะ...นะ...เอม" เมื่อถูกมินนี่ดักหน้า ชะเอมก็เลี่ยงเดินหนีเร็วๆ เพราะอีกนิดเดียวเธอก็จะใจอ่อนกับเพื่อนแล้ว "ไม่ได้หรอก เรากลับหอไม่ทันแน่" "ก็ไปนอนที่คอนโดเรา…นะ…นะ เอางี้แค่เข้าไปดูไอ้เฟิร์สเฮงซวยนั่นให้เรา ถ่ายรูปมันกับผู้หญิงได้แค่นั้น ก็ออกมาเลย ไม่น่าจะเกินสี่ทุ่มหรอก" "แล้วถ้าคู่หมั้นเธอจำเราได้ล่ะ" "ไม่ได้หรอกน่ะ เราเตรียมไว้แล้ว" "เตรียมอะไร" ชะเอมถูกลากขึ้นรถเก๋งอีโคคาร์คันเล็กกะทัดรัด นั่งฟังมินนี่อธิบายถึงเรื่องแผนการจับชู้ของคู่หมั้นหนุ่มไม่พึงประสงค์ แล้วก็ได้แต่ขมวดคิ้วด้วยความมึนงง "แล้วทำไมเธอไม่เลิกกับพี่เฟิร์สไปซะให้สิ้นเรื่อง" "ถ้ามันง่ายขนาดนั้น เราก็เลิกไปแล้วสิ นี่เราต้องหาหลักฐานไปยืนยันกับพ่ออีก มันพูดยากน่ะเอม พวกผู้ใหญ่เขาคุยกันน่ะ" เธอพยักหน้ารับเหมือนเข้าใจเรื่องราวแต่สุดท้ายก็ไม่เข้าใจอยู่ดี จนกระทั่งเธอถูกมินนี่ลากมาถึงคอนโดหรูไม่ห่างจากมหาวิทยาลัยมากนัก ที่นี่มันช่างแตกต่างกับหอในที่เธออยู่ราวสวรรค์ชั้นเทพเซียนกับแดนปีศาจใต้พื้นพิภพ แต่ทำไงได้ก็ที่นั่นมันทั้งราคาถูก ปลอดภัย ถึงจะมีกฎเกณฑ์บีบรัดน่ารำคาญ แต่สำหรับเธอก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร อยู่มาได้สองปีสบายๆ จนกระทั่งถึงวันนี้ พอเธออาบน้ำเสร็จก็ถูกมินนี่จับมานั่งที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งสีชมพูลายคิตตี้ เธอมองภาพสะท้อนในกระจกแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ นึกไม่ออกว่ามินนี่จะแต่งหน้าแต่งตัวให้เธอสวยขึ้นจนไม่มีใครจำได้ได้อย่างไร ในเมื่อหญิงสาวผมลอนใหญ่ยาวประบ่าที่ออกจะชี้ฟูเสียทรงเล็กน้อย มองอย่างไรก็เหมือนไม่เข้ากับเครื่องหน้าไร้เมคอัพ ยิ่งถ้าก่อนที่เธอจะเข้าไปอาบน้ำความมันบนใบหน้ามันแทบจะทอดไข่ได้ทีเดียว ยังไม่รวมถึงรอยด่างดำที่เธอแอบบีบสิวแถวจมูกจนถึงข้างแก้มนั่นด้วย ริมฝีปากก็ดูมีร่องทาลิปสติกก็ไม่สวยเธอจึงทาแค่ลิปมันจนทุกวันนี้ และยิ่งมองแว่นตาหนาเธอก็ยิ่งไม่เห็นว่ามันจะมีส่วนไหนที่จะทำให้สวยขึ้นได้สักนิด มินนี่เริ่มจากผมหยักศกลอนใหญ่ของเธอก่อน โดยการใช้เครื่องหนีบร้อนๆ ดึงรั้งเพียงนิดผมที่หยิกธรรมชาติก็ตรงขึ้นจนดูแปลกตา แว่นตาหนากรอบดำถูกถอดออก ทรงผมที่เธอยังชื่นชมได้ไม่เต็มที่ก็กลายเป็นเบลอจนมองแทบไม่เห็นทรง เธอกะพริบตาอยู่ครู่แต่ก็จับโฟกัสไม่ได้สักอย่าง คงเพราะด้วยความสั้นของสายตาระดับเจ็ดร้อย มินนี่จับเธอหมุนตัวมาข้างหลัง และทิ้งตัวเองนั่งลงที่ขอบเตียง จับปลายคางเธอเชิดขึ้นเล็กน้อยขยับซ้ายทีขวาทีอย่างพินิจพิจารณา แล้วจึงส่งกล่องคอนแทกต์เลนส์ให้เธอ "แต่งหน้าออกมาแล้วต้องสวยแน่ ดูซิ ปากก็ได้รูป หน้าก็เรียวสวย ตาเอมยิ่งสวยรู้ไหม" ชะเอมแทบจะนึกความสวยบนใบหน้าตัวเองอย่างที่เพื่อนว่าไม่ออก แม้จะมีคอนแทกต์เลนส์ระดับความชัด HD อยู่ในดวงตาแล้ว ทำไงได้ก็ยายมินนี่ให้แต่เธอหลับตาไว้ตลอดจนไม่รู้ว่าเพื่อนตัวดีทำอะไรกับหน้าเธอไปบ้าง ได้แต่ยอมปล่อยให้มินนี่ละเลงครีมอะไรต่อมิอะไรไม่รู้ลงที่ใบหน้า "เนี่ยถ้าเอมบำรุงผิวกว่านี้นะ รอยด่างดำก็จะจาง ทีนี้ผิวขาวๆ ของเอมน่ะสวยเลย ปากก็เหมือนกัน" ทุกครั้งที่มินนี่แต่งแต้มอะไรลงที่ใบหน้าก็มักจะเอ่ยสอนเรื่องการบำรุงกำกับลงไปด้วย เกือบครึ่งชั่วโมงกว่าเธอจะได้ลืมตาขึ้นไม่ต้องหลับๆ ลืมๆ ตามคำสั่ง หันไปมองหน้าตัวเองในกระจกแล้วก็ต้องตกใจ ผู้หญิงคนในกระจกใช่เธอจริงๆ หรือเลิกเรียนวันนี้เธอแยกกับมินนี่ที่หน้าตึก เดินจากหน้าตึกไปนิดพอถึงทางเลี้ยวก็เห็นรถคีรินทร์จอดรออยู่ตรงนั้น พอเธอเดินไปถึงเขาก็รีบเปิดประตูออกมาจากรถ ไม่ต้องเอ่ยอะไรแค่เขามองตาเธอก็เปิดประตูเข้ามานั่ง "เดี๋ยวเก็บเสื้อผ้ามาให้หมดเลยนะ" "ทำไมคะ" "ย้ายไปอยู่กับฉัน" "ไม่ดีมั้งคะ" "ไม่ดียังไง เผื่อยายข้าวสวยมาหาเรื่องเธออีก" เธอเตรียมจะปฏิเสธให้ชัดเจนอีกรอบ แต่จังหวะที่มองเขาเอี้ยวตัวไปที่เบาะด้านหลังหยิบอะไรบางอย่าง คำปฏิเสธนั้นจึงไม่ทันได้เอ่ยออกมา "อ่ะ" เขาวางกล่องโทรศัพท์เครื่องใหม่ให้เธอ มันเป็นยี่ห้อเดียวกับเครื่องเก่าเธอนั่นแหละ แต่นี่มันรุ่นใหม่ล่าสุดเลยนะ ยิ่งไม่ต้องคิดถึงราคาเกือบครึ่งแสนของมัน "ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวหนูค่อยไปซื้อเองก็ได้" ค่าทำเลสิกเธอก็ยังติดค้างเขา นี่จะค่าโทรศัพท์อีก "เอาไปเหอะ ค่าชดเชยจากยายข้าวสวย" "หมายความว่าไงคะ หรือว่าเงินนั่น" "อืม ฉันไปเรียกค่าเสียหายมาให้ ค่าเลสิกนั่นด้วย" "แต่มันแพงไปหรือเปล่าคะ" "ถ้าแจ้งความ ยายข้าวสวยต้องจ่ายแพงกว่านี้แน่" มันก็จริงอย่างเขาว่า เพราะงั้นเธอไม่ควรต้องโดนรังแกฟรีๆ และควรรับคำขอโทษเป็นเงินสด "แล้วเกี่ยวอ
ตอนเที่ยงวันนี้โรงอาหารดูคนจะไม่ค่อยเยอะเหมือนทุกครั้ง เธอกับมินนี่เลือกที่นั่งได้แล้ว แต่สายตาก็ยังกวาดมองไปรอบๆ วันนี้เธอไม่เห็นเขาที่โรงอาหารนอกจากพี่ฟร้องค์กับพี่แดนเท่านั้น หลังอาหารมื้อเที่ยงเธอกับมินนี่ก็มานั่งเล่นอยู่ที่ซุ้มข้างคณะเหมือนเดิม มินนี่สะกิดให้เธอมองรุ่นพี่คณะบริหารที่กำลังเดินตรงมาทางนี้ แต่วันนี้พี่ข้าวสวยมาคนเดียว "ฉันจะมาขอโทษเธอสองคน" ทั้งเธอและมินนี่หันมามองหน้ากัน อย่างไม่รู้จะเอายังไง ทั้งที่เมื่อครู่ตอนที่สะกิดก็ทำท่าเตรียมพร้อมรับมือแล้วเชียว "เอ่อ..." ชะเอมอ้ำอึ้ง แต่คนที่ได้สติก่อนอย่างมินนี่ หยิบแก้วน้ำตรงหน้าสาดใส่รุ่นพี่อย่างไม่นึกเกรงกลัว "ถือว่าหายกัน" "ฉันมาขอโทษดีๆ นะ" ข้าวสวยเงยหน้าขึ้น ใช้มือลูบหน้าเสร็จก็ก้าวเท้าเข้าหามินนี่ทันที ก่อนที่ฝ่ามือพี่ข้าวสวยจะฟาดลงบนหน้ามินนี่ เธอก็รีบคว้ามือรุ่นพี่คนสวยไว้ได้ทันเวลาพอดี พอพี่ข้าวสวยเสียหลักเธอก็ผลักมืออย่างแรง "ไม่จบใช่ไหม" พี่ข้าวสวยเข่นเขี้ยวกดเสียงต่ำอย่างเอาเรื่อง "ขอโทษเฉยๆ ง่ายเกินไปไหมป้า ทีเวลาตัวเองมาตบคนอื่นล่ะ" "มินนี่ พอเหอะ ให้มันจบเหอะ" "จบก็จบ แต่ถ้าป้าไม่จบ เดี๋ยว
ส่วนชายหนุ่มอีกสองคนที่ยังยืนมองหน้ากันอยู่ใต้ต้นก้ามปูใหญ่ ไม่ห่างจากตึกคณะมากนัก โดยไม่สนใจเวลาว่าจวนจะต้องเข้าคลาสเรียน "เรื่องยายข้าวสวย สรุปมึงจะเอาไง" เฟิร์สเปิดฉากถามคีรินทร์ "ไม่เอาไง" "สัส! อย่ากวนตีน" "เอ้า...ไอ้เหี้ย" เมื่อถูกด่า คีรินทร์ก็เค้นเสียงด่ากลับเช่นกัน "ไปบอกเมียมึงด้วย ระวังตัวไว้ดีๆ กูไม่จบแน่" "ข้าวสวยไม่ใช่เมียกู" คำตอบของคีรินทร์ ทำให้เฟิร์สถึงกับพ่นลมหายใจแรงๆ ออกมา เริ่มเข้าในเรื่องราวชัดขึ้น อีหมาบ้านั่นคงกลับมาหึงผัวจนพาลคนอื่นล่ะมั้ง "งั้นมึงกับเอม" "เออ" คีรินทร์รับคำเสียงห้วน "เหี้ยแล้วเมื่อวานก็เสือกไม่พูด" "สัส กูนึกว่ามึงเป็นไรกับเอม" "โอเค งั้นมึงจะเอาไงต่อ" "เรื่องยายข้าวสวยกูจัดการแน่" "จัดการแบบไหน" "กูต้องรายงานมึงด้วยหรือ" "กูกลัวมึงจะใจอ่อนกับแฟนเก่ามึง กูบอกไว้เลยนะ ไอ้เอมก็เหมือนน้องกูคนนึง ถ้ามึงทำมันเสียใจ กูไม่จบแน่" "มึงเป็นพ่อกูไง" เฟิร์สไม่ตอบ มองหน้าคีรินทร์อย่างเอาเรื่อง ก่อนจะเดินกลับไป คีรินทร์เข้าห้องเรียนช้าไปเล็กน้อย ตอนที่เดินมาถึงสายตาของฟร้องค์กับแดนก็มองอย่างเป็นคำถาม "ไปไหนมาวะ" ดูแดนจะอดไม่ได้ต้องกระซิ
เธอถูกเขารั้งให้นั่งลงแต่คนตัวสูงกลับไม่ยอมให้เธอนั่งลงที่เตียง สะโพกมนจึงได้เกยเขาอยู่บนตัก "เจ็บไหมคะ" เมื่อเสียงเขาอ่อนลง เธอก็หันไปถามเขาเสียงแผ่วเบา พลางลูบมือขึ้นที่มุมปากสีเข้ม "เจ็บสิถามได้" คำตอบน่าหมั่นไส้ เธอจึงจิ้มนิ้วลงอย่างไม่แรงนัก แต่คนเจ็บกลับร้องโอดโอยเสียงดัง "ที่รถบุบนั่น เพราะทะเลาะกันหรือคะ" "อืม" "แล้วพี่เฟิร์ส..." เสียงเอ่ยถามถึงอีกคนอย่างไม่ค่อยเต็มเสียงนัก มองดวงตาคมอยู่ครู่ก่อนจะเอ่ย "เป็นอะไรไหมคะ" "หึ ยังจะห่วงมัน" "ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ มินนี่ก็เจ็บตัวเพราะหนู" "ปากแตกเหมือนกัน" "อืม หนูเกือบลืม พี่คีนคืนกิ๊บให้หนูด้วย" "ฉันเจ็บตัวแบบนี้ยังจะมาทวงของ" "กิ๊บนั่นไม่ใช่ของหนู ของมินนี่" "อ๋อ...ถึงว่า" เขายังจำสายตาไอ้เฟิร์สที่มันมองกิ๊บตัวนั้นได้ ป่านนี้ตีกับเมียมันแล้วมั้ง สมน้ำหน้า "งั้นก็เอาไปคืนมินนี่ซะ" คีรินทร์จึงยอมหยิบกิ๊บออกจากกระเป๋าคืนให้เธอ "แล้วข้าวสวยทำอะไรเธอบ้าง เล่ามาให้หมด" เรื่องราวตั้งแต่ต้นถูกถ่ายทอดออกมาจนหมด แม้จะมีบางจังหวะที่คนเล่าก็แอบใส่อารมณ์ด้วยความโมโห และคำถามที่ยังข้องใจก็หลุดปากเธอออกมา "สรุปพี่คีนเลิกกับพี่ข้าวส





