LOGINฟุบ!
ร่างบางทิ้งตัวลงเตียงกว้างหลังเข้าที่พักเรียบร้อยแล้ว เธอรู้สึกปวดตามเนื้อตัวทว่าเมื่อมองไปยังกองรางงานที่ต้องนำเสนอพรุ่งนี้ก็ถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยล้า วันนี้ภารกิจยังไม่เสร็จ มือเรียวคลำหาสมาร์ดโฟนแล้วกดโทรหาเพื่อนสาว "ฮัลโหล~ ว่าไงย๊ะ หนีไปหาอะไรทำเพื่อตัดใจจากพี่เขาคืนแรกก็ทนไม่ไหวแล้วเหรอ" เสียงแหลมดังออกมาจากสมาร์ดโฟนจนหญิงสาวต้องกดปุ่มเปิดลำโพงแล้ววางไว้บนเตียงนุ่ม "เฮ้อ~ แกรู้ปะว่าฉันเจอใครที่นี่" น้ำหนาวเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายที่แผนวางไว้กลับล่มไม่เป็นท่า "เจอใครย๊ะ เดี๋ยวนะ! นี่แกกำลังจะบอกว่าเจอพี่กันต์ที่เขาใหญ่เหรอ" เสียงจากปลายสายตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้น "ก็ใช่น่ะสิ!" "อร๊ายๆๆๆๆ พรหมลิขิตปะ" น้ำหนาวเล่าถึงเหตุการณ์ต่างๆอย่างละเอียดหยิ๊บจนปลายสายต้องร้องกรี๊ดไปหลายต่อหลายครั้ง สองสาวพูดคุยกันกินเวลายาวไปเกือบชั่วโมง "นี่อาจจะเป็นเวลาเหมาะสม ที่แกต้องเปิดเผยความลับที่ซ่อนมันมาตลอดสองปี" "ฉันว่ามันยังเร็วไปหรือเปล่า ถ้าเกิดพี่เขามีคนในใจแล้วจะทำยังไง สถานะที่ตั้งไว้ในโซเชียลเชื่อถือไม่ได้นะ" "แกควรพร้อมที่เผชิญหน้ากับความจริงได้แล้วนะน้ำหนาว ไม่มีอะไรเสียหาย หากพี่เขามีคนในใจแล้วแกก็ตัดใจได้ง่ายขึ้นและตัวแกเองจะได้ไม่ต้องเสียเวลาด้วย แต่ถ้าหากว่าพี่เขายังไม่มีคนในใจก็ถือโอกาสนี้เข้าหาก่อนที่พี่เขาจะมีคนคาบไปกินเสียก่อน" "ฉันจะลองดูนะ" หญิงสาวรับปากเพื่อนสาว ก่อนที่จะวางสายไป วันถัดมา น้ำหนาวไม่ได้นอนทั้งคืนเนื่องจากต้องท่องบทในการนำเสนองานวันนี้ อีกทั้งยังต้องตื่นแต่เช้าเพื่อมาทำหน้าที่รับลงทะเบียนบริษัทต่างๆที่มาเข้ารับฟัง หลังทานข้าวเสร็จก็เตรียมตัวสำหรับการนำเสนอ การแข่งขันมีหลายประเภทเนื่องจากมีทุกวัยตั้งแต่นักศึกษาจนกระทั่งคนวัยทำงาน แต่เรื่องที่น่าตื่นเต้นไปกว่านั้นคือห้องที่เธอต้องนำเสนอ คนที่ดูแลความเรียบร้อยกลับเป็นคนที่เธอกับหนูดีพึ่งพูดถึงเมื่อคืนนี้ หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ขณะที่เดินไปหาชายหนุ่ม "สู้ๆ นะครับ" กันต์ยื่นไมโครโฟนให้หญิงสาวพร้อมทั้งฉีกยิ้มกว้าง นี่นับเป็นครั้งแรกที่น้ำหนาวได้รับรอยยิ้มจากชายหนุ่ม ทำเอาเดิมทีที่ตื่นเต้นอยู่แล้วยิ่งประหม่าเข้าไปใหญ่ ความง่วงก่อนหน้าหายไปจนหมดสิ้น มีเขาช่วยเติมพลังด้วยรอยยิ้มและคำพูดเพียงไม่กี่คำ น้ำหนาวยิ้มกลับไปให้ชายหนุ่มก่อนที่พยักหน้าด้วยความมั่นใจ ละทิ้งความกลัวและความตื่นเต้นไว้ที่ข้างล่างเวที เธอก้าวขาขึ้นไป ด้วยใบหน้าที่ฉายแววความมั่นใจ โปรเจกต์ของทุกคนล้วนเกิดขึ้นด้วยความพยายาม ต่างมีอุปสรรคมากมาย ไม่มีผลงานชิ้นไหนที่ดีกว่าชิ้นไหนหากทำขึ้นมาด้วยความพยายามและตั้งใจ หน้าที่ของเธอคือนำเสนอให้ทุกคนรู้ว่าสิ่งที่เธอทำคืออะไร มีข้อดีอย่างไร คุณค่าของผลงานไม่ได้เกิดขึ้นจากชัยชนะ แต่ประสิทธิภาพที่ออกมาจากผลงานเป็นตัวบงบอกว่าเราพยายามมากแค่ไหนถึงทำให้มันเกิดขึ้นมาได้ น้ำหนาวและแก้วใช้เวลาในการนำเสนอและตอบคำถามด้วยใบหน้าของความมั่นใจ "ขอบคุณสำหรับการนำเสนอครับ" คณะกรรมการที่นั่งอยู่เอ่ยกับสองสาวข้างบนเวที น้ำหนาวหันมาทางชายหนุ่มที่นั่งอยู่ เขายกน้ำโป่งสองข้างอย่างให้กำลังใจ "อยู่ข้างบนเวทีไม่เห็นเราจะตื่นเต้น ทำไมลงมาถึงทำสีหน้าอย่างนั้น" กันต์เอ่ยหยอกล้อน้ำหนาวที่กำลังยื่นไมโครโฟนให้คืน มือบางที่ยื่นให้เขาแอบสั่นเล็กน้อยเพราะความตื่นเต้น 'แล้วจะให้ไม่ตื่นเต้นได้อย่างไรล่ะ ก็ต้นเหตุของปัญหากำลังยืนถามอยู่ตรงหน้านี่ไง' หญิงสาวได้แต่เอ่ยกับชายหนุ่มในใจ กันต์แอบสังเกตท่าทีของคนตัวเล็กที่มีต่อเขา จึงแกล้งขยับร่างกายเข้าไปใกล้เล็กน้อย ขนะที่มือทั้งคู่สัมผัสถูกกัน ก็เกิดไฟฟ้าสถิตไปชั่วขณะจนต้องชักมือกลับด้วยความเร็ว "อากาศคงแห้ง ขอโทษนะคะ" น้ำหนาวเอ่ยจบก่อนที่จะเลือกวางไมโครโฟนไว้ที่โต๊ะและรีบวิ่งออกไป กันต์เพียงมองตามหลังคนตัวเล็กที่วิ่งออกไปยังกับกระต่ายตื่นตูม พร้อมทั้งส่ายหน้าให้กับตัวเองเล็กน้อย ณ ห้องทานข้าวของโรงแรม การนำเสนอผ่านไปด้วยดี น้ำหนาวและรวมถึงคนอื่นๆกำลังพักทานข้าวกลางวันเนื่องจากต้องเหนื่อยมาตลอดทั้งวัน "เป็นอย่างไรบ้างจ๊ะเด็กๆ เมื่อคืนหลับสบายกันดีไหม" อาจารย์ขวัญเอ่ยถามขึ้นเพื่อให้บรรยากาศขณะที่ทานข้าวไม่เงียบจนเกินไป ทุกคนตอบกลับด้วยความเป็นกันเอง "อ้าว น้องกันต์หาที่นั่งอยู่เหรอลูก มานั่งด้วยกันตรงนี้ก็ได้ ข้างๆหนูน้ำหนาว" อาจารย์ขวัญเอ่ยชวนผู้มาใหม่ ชายหนุ่มที่ได้ยินเช่นนั้นก็เดินมานั่งด้วยความเต็มใจ น้ำหนาวที่กำลังตักอาหารเข้าปากแทบสำลักเมื่อได้ยินชื่อ ทั้งที่ยังไม่ได้หันไปมองด้วยซ้ำ กลิ่นหอมที่คุ้นเคยเข้ามาใกล้เรื่อยๆ มือบางเอื้อมไปหยิบแก้วน้ำขึ้นดื่มลดการประหม่าขณะที่หันไปหาชายหนุ่มที่ด้านข้าง เป็นจังหวะเดียวกับที่กันต์หันมาพอดี ถูกเขาจับได้ในที่สุดว่าเธอกำลังแอบมองเขาอยู่ "เริ่มจะเชื่อที่ยัยหนูดีพูดแล้วจริงๆ ไปไหนก็เจอแต่เขา" หญิงสาวเอ่ยกับตนเองในใจ "เอ่อ....พี่กันต์คะ พวกหนูมีเรื่องจะถามค่ะ" นักศึกษาที่นั่งร่วมโต๊ะใจกล้าเอ่ยถามชายหนุ่มขณะที่เขากำลังตัดข้าวเข้าปาก โอกาสที่ได้นั่งร่วมโต๊ะชายหนุ่มดีขนาดนี้จะพลาดได้อย่างไร ใบหน้าคมเงยหน้ามองผู้หญิงเหล่านั้นก่อนจะก้มหน้ากินข้าวต่อไม่ได้ตอบอันใดจนบรรยากาศดูอึดอัด "ถามมาสิ" ผ่านไปครู่หนึ่งเสียงทุ้มจึงเอ่ยตอบ หากไม่เกรงใจอาจารย์ขวัญที่นั่งร่วมโต๊ะด้วย ชายหนุ่มไม่มีวันให้คนอื่นถามอะไรไร้สาระเกี่ยวกับตัวเองแน่ "เอ่อ.....พี่กันต์มีแฟนหรือยังคะ" อัก! คำถามของนักศึกษาสาวเหล่านั้นทำเอาคนที่นั่งอยู่ข้างๆที่กำลังตั้งใจแอบฟังถึงกับสำลักน้ำ แต่สิ่งที่เหนือคาดไปกว่านั้นคือคนตัวโตที่อยู่ข้างๆรีบยื่นกระดาษทิชชูให้เธอพร้อมยกมือลูบที่หลังเบาๆอีกด้วย "โอเคไหม" ความใส่ใจของชายหนุ่มทำเอาผู้หญิงคนอื่นอิจฉาในความห่วงใยนี้ แววตาที่มองเธอมานั่นทำเอาคนตัวเล็กคอหดยิ่งกว่าเต๋าเสียอีก "ขะ....ขอบคุณค่ะ" "สรุปมีไหมคะ พี่กันต์มีแฟนหรือยัง" พวกนักศีกษาเหล่านั้นยังคงต้องการคำตอบจากชายหนุ่ม "ยัง" คำตอบเพียงสั้นๆแต่กลับทำให้สาวๆที่นั่งร่วมโต๊ะพากันดีใจจนออกนอกหน้า ไม่เว้นแม้แต่น้ำหนาวที่ยกมือปิดปากตัวเองเนื่องด้วยพยายามหุบยิ้มแล้วทว่าทำไม่สำเร็จ "อาจารย์ช่วยยืนยันได้อีกเสียง ตั้งแต่ป.ตรี จนตอนนี้ป.เอกแล้ว ยังไม่เคยเห็นแฟนเขาเป็นตัวเป็นตนสักคน" อาจารย์ขวัญเอ่ยเสริม "ป.เอก..... พี่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่อาคารเครื่องมือเหรอคะ" น้ำหนาวหันมาถามชายหนุ่มเสียงเบาอย่างคนลืมตัว กันต์หันมาสบตากับเธอเมื่อเหยื่อติดเบ็ดแล้ว เธอตั้งใจแอบฟังเขามาตั้งแต่ต้นจริงๆ "ครับ!น้องน้ำหนาว อยากถามอะไรพี่อีกไหมครับ" เสียงทุ้มเอ่ยพลางยิ้มกว้างตอบเธอกลับไป "มะมะไม่ ไม่มีค่ะ" คนตัวเล็กที่พึ่งรู้ตัวเอ่ยปฎิเสธและรีบหันกลับกินข้าวต่อ เรียกได้ว่าตลอดยี่สิบปีที่ผ่านมา ข้าวมื้อนี้เธอทานเรียบร้อยที่สุดเลยก็ว่าได้ ใครอยากจะมาโป๊ะแตกต่อหน้าคนที่ตัวเองชอบกัน กันต์ที่เห็นท่าทีของหญิงสาวเริ่มมั่นใจแล้วว่าคนข้างๆเขาต้องมีอะไรปิดบังไว้แน่ ประสบการณ์ที่ผ่านมาของเขานั้นยืนยันได้ว่าเธอทำตัวมีพิรุธ ก่อนที่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์จะปรากฏขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่มติ๊ง!เสียงดนตรีในบาร์ดังจนกลบเสียงแจ้งเตือนข้อความ ทว่าหน้าจอสมาร์ดโฟนสว่างขึ้นจึงทำให้ชายหนุ่มรู้ตัว ตุลย์รีบเอื้อมมือไปหยิบขึ้นมาดูทันที ก่อนจะหัวเสียเมื่อได้อ่านข้อความจากเพื่อนตัวดีที่ผิดนัดอีกแล้ว"เป็นอะไรของมึงว่ะ กูให้โทรตามไอกันต์เมื่อไหร่มันจะมาสักที"เมฆหลังเห็นหน้าเพื่อนรีบเข้ามาบ่นทันที ก่อนจะชะโงกหน้าไปอ่านข้อความที่กันต์ส่งมา'วันนี้กูไปไม่ทันแล้ว พรุ่งนี้ไว้ค่อยชดเชย' ข้อความเพียงสั้นๆทำเอาเมฆโมโหไปอีกคน"มาไม่ทันก็เหี้ยล่ะ! เพิ่งสองทุ่มเองวันเกิดมันแต่เจ้าตัวไม่มา ให้กูจัดทำหอกอะไร"ติ๊ง!ก่อนที่จะได้บ่นอะไรไปมากกว่านี้เสียงข้อความจากสมาร์ดโฟนของครามก็ดังขึ้น แต่ไม่ใช่ข้อความจากกันต์ที่ผิดนัด เป็นรุ่นน้องของเขาเจ้าของร้านอาหารญี่ปุ่นหน้ามอ ส่งรูปเพื่อนตัวดีกำลังนั่งกินข้าวอยู่กับผู้หญิงหน้าตาน่ารักคนหนึ่ง "จะมาได้ยังไง เสือของพวกมึงกำลังนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มองกระต่ายน้อยอยู่""กระต่ายน้อยที่ไหนของมึง"เมฆเอ่ยพลางแย่งโทรศัพท์เพื่อนมาดู ก่อนจะพบว่าเป็นจริงอย่างที่เพื่อนพูด"อ้อ กูก็ว่าทำไมช่วงนี้มันปฏิเสธนางฟ้าที่เข้ามาหาทุกครั้งเลยกูก็นึกว่ามันเรียนจนเหนื่อย ที่แท้
หลังจากเหตุการณ์ที่จู่ๆน้ำหนาวเองก็ได้อยู่ใกล้ชายหนุ่มทำเอาเธอใจชื้นไม่หยุด ถึงแม้ตอนนี้เวลาจะผ่านมาหลายเดือนแล้วก็ตาม"ยินดีต้อนรับเข้าสู่วิชาเลือกครับ เราเจอกันในหลายวิชาแล้วและใครหลายๆคนอาจจะเรียนที่มหาลัยเป็นเทอมสุดท้ายก่อนไปฝึกงาน เช่นเคยครับวิชานี้แบ่งการสอนเป็นทฤษฏีและปฏิบัติ ผมมีผู้ช่วยสอนครับ วันนี้ไม่ได้มาด้วยแต่เราจะไปเจอกันที่ตึกปฏิบัติการสาขาเช่นเดิม"อาจารย์ชี้แจงรายละเอียดต่างๆ ก่อนที่จะทำการสอน หลังกลับถึงห้องน้ำหนาวเดินขาแทบลาก เมื่อช่วงนี้ไม่ว่าจะเรื่องเรียนหรือเรื่องงานเธอยุ่งจนสายตัวแทบขาด ส่วนเรื่องความรักก็แทบลืมเขาไปแล้วด้วยซ้ำเพราะมีอะไรให้ทำเต็มไปหมด ด้วยเหตุนี้ทำให้เธอเรียนไม่จบตามแผนที่วางไว้ สำหรับคนอื่นอาจจะเสียใจทว่ากับน้ำหนาวไม่ใช่ เธอตั้งใจเอาไว้ว่าคะแนนทุกวิชามาจากความสามารถของเธอทั้งหมด เกรดส่วนใหญ่ไม่มีวิชาไหนต่ำกว่าบีด้วยซ้ำ หากรู้ว่าลงเรียนเยอะแล้วตัวเองไม่สามารถรับผิดชอบมันได้ การจบช้ากว่าเพื่อนแค่เทอมเดียวไม่ใช่เรื่องแย่อะไร เท้าเรียวเดินไปหน้าตู้เย็นก่อนที่จะหยิบขวดที่ด้านในบรรจุเครื่องดื่มแอลกอฮอล์น้ำสีม่วงเข้มออกมา จากนั้นริมใส่แก้วสำหรับมัน
ฟุบ!ร่างบางทิ้งตัวลงเตียงกว้างหลังเข้าที่พักเรียบร้อยแล้ว เธอรู้สึกปวดตามเนื้อตัวทว่าเมื่อมองไปยังกองรางงานที่ต้องนำเสนอพรุ่งนี้ก็ถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยล้า วันนี้ภารกิจยังไม่เสร็จ มือเรียวคลำหาสมาร์ดโฟนแล้วกดโทรหาเพื่อนสาว"ฮัลโหล~ ว่าไงย๊ะ หนีไปหาอะไรทำเพื่อตัดใจจากพี่เขาคืนแรกก็ทนไม่ไหวแล้วเหรอ"เสียงแหลมดังออกมาจากสมาร์ดโฟนจนหญิงสาวต้องกดปุ่มเปิดลำโพงแล้ววางไว้บนเตียงนุ่ม"เฮ้อ~ แกรู้ปะว่าฉันเจอใครที่นี่"น้ำหนาวเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายที่แผนวางไว้กลับล่มไม่เป็นท่า"เจอใครย๊ะ เดี๋ยวนะ! นี่แกกำลังจะบอกว่าเจอพี่กันต์ที่เขาใหญ่เหรอ"เสียงจากปลายสายตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้น"ก็ใช่น่ะสิ!""อร๊ายๆๆๆๆ พรหมลิขิตปะ" น้ำหนาวเล่าถึงเหตุการณ์ต่างๆอย่างละเอียดหยิ๊บจนปลายสายต้องร้องกรี๊ดไปหลายต่อหลายครั้ง สองสาวพูดคุยกันกินเวลายาวไปเกือบชั่วโมง"นี่อาจจะเป็นเวลาเหมาะสม ที่แกต้องเปิดเผยความลับที่ซ่อนมันมาตลอดสองปี""ฉันว่ามันยังเร็วไปหรือเปล่า ถ้าเกิดพี่เขามีคนในใจแล้วจะทำยังไง สถานะที่ตั้งไว้ในโซเชียลเชื่อถือไม่ได้นะ""แกควรพร้อมที่เผชิญหน้ากับความจริงได้แล้วนะน้ำหนาว ไม่มีอะไรเสียห
เสียงดนตรีสด ฟังสบาย ที่ปรับระดับเสียงให้พอดีกับการสนทนาและเพลิดเพลินไปพร้อมกัน เสียงพูดคุยหัวเราะเบาๆและผู้คนที่มาสังสรรค์หลังเลิกงาน Behind the Mist Bar ร้านลับที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักส่วนใหญ่มีแต่ลูกค้าขาประจำในวัยทำงาน น้อยนักที่จะเป็นกลุ่มของนักศึกษา มือหนาเอื้อมไปหยิบแก้วขึ้นมาจิบ กลิ่นหอมจางๆจากเครื่องดื่มค็อกเทลทำให้วันนี้ชายหนุ่มรู้สึกผ่อนคลาย"เอ่อ....ขอโทษนะคะ เราชอบเธออ่ะขอไอจีหน่อยดิ"จู่ๆขณะนั้นเองกลับมีผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาหาขัดจังหวะสุนทรีของชายหนุ่มที่โต๊ะ มือหนาวางแก้วเปล่าที่ดื่มหมดแล้วลงเบาๆ ก่อนจะเงยหน้ามองผู้หญิงคนนั้นตั้งแต่หัวจรดเท้า ทำเอาเธอรู้สึกเขินอายเมื่อถูกเขาจ้องมอง ใครเล่าจะต้านทานดวงตาสีสนิมของเขาได้ ทว่าในวินาทีต่อมา ใครจะคิดว่าสายตาที่ดูเหมือนสนใจเมื่อสักครู่กลับไม่เป็นอย่างที่คิด กันต์ยกมือโบกปฎิเสธ จนผู้หญิงคนนั้นแสดงสีหน้าออกมาด้วยความไม่พอใจและเดินออกไปทันที"เห้ย! นี่กูตาฝาดไปป่ะว่ะ นั้นน้องมิ้นอดีตดาวมหาลัยปีสี่เลยนะเว้ย"เมฆเอ่ยขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง"ช่วงนี้เหนื่อยว่ะ กลับไปต้องตรวจรายงานแล็บของน้องๆนักศึกษาอีกเยอะ"กันต์เอ่ยพลางเอนกา
"ห๊ะ จริงเหรอ"เสียงแหลมเอ่ยดังลั่นจนคนในร้านหันมามองยังโต๊ะของทั้งสองด้วยความตกใจ"เบาเสียงหน่อยสิแก"น้ำหนาวเอ่ยห้ามเพื่อนสาว พร้อมทั้งหันไปขอโทษคนในร้านด้วยความเกรงใจ"ก็แหม๋~~~ ฉันตื่นเต้นแทนแกนิ พรหมลิขิตหรือเปล่าจ๊ะ"หนูดีเอ่ยหยอกเย้าเพื่อนก่อนที่จะคีบหมูที่สุกแล้วเข้าปาก"แกว่าพี่เขายังโสดหรือเปล่า"น้ำหนาวเอ่ยขึ้นด้วยความลังเลเล็กน้อย"อ๊อย~ คงเหลือมาถึงแกหรอกย๊ะ หน้าตาเขาไม่ได้สามัญชนแบบพวกเรานะย๊ะ"หนูดีเอ่ยขึ้นอย่างด่วนสรุป แต่เมื่อหันมาเห็นสีหน้าของเพื่อนสาวที่สลดลงด้วยความผิดหวัง ก็อยากจะตีปากตัวเองจริงๆ ลืมไปได้อย่างไรว่ายัยเพื่อนตัวดีตามหาพ่อเทพบุตรตัวหอมมาเป็นปี โดยที่ไม่เปลี่ยนใจเลยสักนิด ตอนนี้เจอแล้วแต่กลับเป็นคนที่ทั่วมหาลัยต่างก็อยากได้เขาไปครองด้วยเหมือนกัน"แกไม่ต้องเป็นห่วง นี่ใครย๊ะ สุดยอดนักสืบ แกอยากรู้อะไรบอกฉันมาได้เลยคร่า~~""พอเลยค่ะ เรื่องพี่เขาแกไม่ต้องยุ่งเลย ปล่อยให้มันเป็นไปเองตามธรรมชาติ"น้ำหนาวรีบเอ่ยห้ามเพื่อนสาว เพราะเรื่องนี้ไม่แน่ใจว่าถ้ารู้คำตอบไปแล้ว เธอจะยังมีความสุขทุกครั้งที่มองเขาแบบนี้หรือเปล่า ความกลัวว่าเขาจะมีคนของใจมากกว่าอยากรู้ว่
ณ อาคารเครื่องมือวันนี้คือวันที่น้ำหนาวต้องเข้าเรียนวิชาของสาขาวันแรก และใช่วันแรกหญิงสาวก็มาสายเช่นเคย นั่นไม่ใช่เธอไม่มีความรับผิดชอบแต่อย่างไร เป็นเพราะมหาลัยแห่งนี้นั้นใหญ่มาก เวลาหนึ่งปีไม่พอให้เธอหาห้องเรียนในตึกที่ไม่เคยมาได้ในครั้งแรก"นักศึกษามาแล้วก็รีบมานั่งเร็ว หากครั้งหน้ามาช้าอีกจะถูกหักคะแนน"อาจารย์เอ่ยขึ้นเสียงดังกล่าวตักเตือนคนที่มาสายรวมถึงเธอด้วย แต่เพราะนี่เป็นครั้งแรกของนักศึกษาปีสองที่เข้ามาเรียนในสาขาจึงไม่ได้เคร่งครัดนัก"ขอบคุณค่ะอาจารย์"น้ำหนาวเอ่ยขึ้นพร้อมเข้าไปนั่งต่อแถวต่อจากเพื่อน วันแรกที่เข้าสาขาเธอไม่รู้จักเพื่อนคนไหนเลย เพราะทุกคนเองต่างเลือกสาขาที่ต้องการ เลยทำให้นักศึกษาในที่นี้น้อยนักจะมีเพื่อนที่เคยสนิทกันมาก่อน เมื่อทุกคนมาครบแล้วอาจารย์ก็แจ้งรายละเอียดในการเรียนของรายวิชานี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวิชาเกี่ยวกับการทำแล็บ ขณะที่หญิงสาวกำลังก้มหน้ากรอกข้อมูลอยู่นั้นกลับสัมผัสได้ถึงบางอย่างคนๆหนึ่งที่รู้สึกคุ้นเคยเดินเข้ามาภายในห้องเรียน ทันทีที่เปิดประตูก็รู้ได้ในทันทีว่านั่นคือเขาถึงแม้ไม่ได้หันไปมองก็ตาม คนทั้งห้องต่างเลือกใช้น้ำหอมกลิ่นต่างออกไป ม


![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




