Partager

น้ำพุวิเศษ

last update Date de publication: 2025-08-30 09:29:44

เมื่อแสงตะวันลาลับขอบฟ้าไป ความเงียบสงัดก็เริ่มเข้ามาแทนที่ หลี่เหมยมองดูทุกคนในบ้านที่นอนหลับกันไปแล้วอย่างเงียบๆ นัยน์ตาของนางสะท้อนแสงจากตะเกียงน้ำมันที่ให้แสงสว่างเพียงน้อยนิด นางรู้สึกถึงความแตกต่างของยุคสมัยนี้กับยุคที่นางจากมาได้อย่างชัดเจน

ในยุคที่นางจากมานั้น ทุกค่ำคืนเต็มไปด้วยแสงไฟนีออน เสียงเครื่องยนต์ และความวุ่นวายที่ไม่เคยจางหาย แต่ในยุคนี้ ค่ำคืนกลับเงียบสงัด มีเพียงเสียงหรีดหริ่งเรไรที่ร้องขับกล่อม และแสงดาวที่ส่องประกายระยิบระยับเต็มท้องฟ้า 

หลี่เหมยมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วแหงนหน้ามองท้องฟ้า ดวงดาวในยุคนี้ดูชัดเจนและงดงามกว่าในยุคที่นางจากมาหลายเท่านัก ยามค่ำคืนอากาศก็บริสุทธิ์และเย็นสบายจนน่าแปลกใจ

เมื่อเห็นว่าทุกคนหลับสนิทกันแล้ว หลี่เหมยก็ตัดสินใจที่จะทดลองสิ่งที่ค้างคาใจอยู่นาน นางอยากเข้าไปดูในห้างค้าส่งของนางที่อยู่ในมิติ และอยากทดลองน้ำพุวิเศษที่เสียงลึกลับนั้นเคยบอกไว้

"พาฉันเข้ามิติ" 

หลี่เหมยเพียงแค่พูดเบา ๆ ในใจ พริบตาเดียวร่างกายของนางก็พลันหายไปจากบ้านดินหลังเล็ก ๆ แล้วปรากฏขึ้นอีกครั้งในห้างค้าส่งขนาดใหญ่ที่คุ้นเคย

ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมทุกประการ สินค้ามากมายวางเรียงรายอยู่บนชั้นวางอย่างเป็นระเบียบ แต่สิ่งที่แตกต่างออกไปก็คือลานกลางห้างที่เคยเป็นพื้นที่โล่ง ๆ ตอนนี้กลับมีบ่อน้ำพุผุดขึ้นมา 

น้ำในบ่อน้ำพุเป็นสีใสสะอาด หลี่เหมยเดินเข้าไปใกล้ ๆ ก็รู้สึกได้ถึงความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าที่แผ่ซ่านเข้ามาในร่างกาย

นางก้มลงส่องดูเงาของตัวเองในบ่อน้ำ ก็เห็นใบหน้าของร่างนี้ที่เหมือนนางในยุค 2025 ไม่มีผิดเพี้ยน เพียงแต่ผิวพรรณดูคล้ำและหยาบกร้านกว่าเท่านั้น เมื่อเห็นรอยแผลที่หน้าผากที่เกิดจากการล้มลงไปกระแทกกับกำแพง นางจึงใช้มือโกยน้ำพุวิเศษขึ้นมาดื่ม

"อ๊า...สดชื่นสุด ๆ" หลี่เหมยอุทานออกมาด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความสดชื่น

เมื่อนางมองดูเงาตัวเองในบ่อน้ำอีกครั้งก็ต้องตกตะลึง รอยแผลที่หน้าผากค่อย ๆ หายไปอย่างน่าอัศจรรย์ ผิวหน้าของนางจากที่เคยคล้ำและหยาบกร้านก็ขาวกระจ่างใสขึ้นในทันที ความเหนื่อยล้าที่เคยมีก็หายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน กำลังวังชากลับคืนมาอย่างเต็มเปี่ยม

"ไม่จริง! นี่ฉันตาฝาดไปหรือเปล่า" หลี่เหมยพึมพำกับตัวเองด้วยความรู้สึกที่ไม่อยากจะเชื่อ

นางรีบเดินไปที่ห้องน้ำที่อยู่ใกล้ ๆ เพื่อส่องกระจกดูให้เต็มตา เมื่อเห็นใบหน้าของตัวเองในกระจกแล้ว นางก็ต้องตกตะลึงจนพูดไม่ออก ใบหน้าของนางดูอ่อนเยาว์ลงอย่างเห็นได้ชัด 

ผิวพรรณที่เคยคล้ำและหยาบกร้าน ตอนนี้กลับขาวเนียนละเอียดราวกับผิวของเด็กสาววัยสิบแปดปี ร่องรอยความเหนื่อยล้าและริ้วรอยต่าง ๆ หายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงใบหน้าที่อ่อนเยาว์และสดใส

เมื่อได้พิสูจน์สิ่งที่ค้างคาในใจแล้ว หลี่เหมยก็รีบออกจากมิติแล้วเอนตัวลงนอนบนที่นอนที่ทำจากฟางข้าวอย่างไม่คุ้นชิน ไม่นานนางก็หลับไปอย่างรวดเร็ว

อรุณเบิกฟ้า แสงเงินยวงค่อย ๆ สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบานเล็กของบ้านดินหลังน้อย หลี่เหมยตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในรอบหลายปี ร่างกายของนางดูอ่อนเยาว์และมีพลังงานเต็มเปี่ยมราวกับได้เกิดใหม่จริง ๆ นางลุกขึ้นจากที่นอนแล้วจัดแจงตัวเองอย่างรวดเร็ว

เมื่อเดินออกมาจากห้องก็เห็นทุกคนในบ้านกำลังง่วนอยู่กับการทำงานของตัวเองอย่างขะมักเขม้น หลี่ซานหาบน้ำจากบ่อน้ำกลางหมู่บ้านมาเติมในโอ่ง หลี่หลงกับหลี่ซุนช่วยกันขนฟืนที่เก็บมาจากบนเขาเมื่อวานนี้มากองไว้ข้างบ้าน 

ทางด้านหลี่หลินก็รีบเข้าครัวไปต้มน้ำใส่กาเตรียมไว้ให้ทุกคนดื่ม ส่วนเสี่ยวม่ายก็เดินปัดกวาดลานบ้านช่วยแบ่งเบางานทุกคนอีกแรงหนึ่ง โดยมีซางจื้อและซางหยวนลูกน้อยทั้งสองของนางคอยช่วยเหลืออยู่ไม่ห่าง

หลี่เหมยเดินออกจากบ้านมาพร้อมกับข้าวสารสีขาวและไข่ไก่สิบฟอง นางไม่รู้ว่าจะทำอะไรให้ลูก ๆ กินในมื้อเช้านี้ นางยังไม่มีข้ออ้างในการนำเนื้อสัตว์ออกมาจากมิติ นางจึงทำได้เพียงแค่ใช้สิ่งของที่มีอยู่ในตอนนี้เท่านั้น

"อาหลิน เอาข้าวไปหุงนะ ส่วนไข่นี้ตุ๋นให้หมดเลย" หลี่เหมยสั่งการลูกสาวด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่น

"แต่ท่านแม่เจ้าคะ นี่มันไข่ไก่สิบฟองเลยนะเจ้าคะ หรือเราจะแบ่งไว้ครึ่งหนึ่งดีหรือไม่เจ้าคะ" หลี่หลินเอ่ยถามด้วยความเสียดาย

"ไม่ต้องหรอก" หลี่เหมยตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น 

"...."

"ไข่นี้แม่เก็บไว้นานแล้ว ถ้ายังเก็บไว้ต่อไป มันคงจะเน่าก่อนที่เราจะได้กิน"

เมื่อได้ยินอย่างนั้น หลี่หลินก็รีบพยักหน้ารับ แต่ก็ยังคงจ้องมองหน้ามารดาอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ไม่กล้าทักท้วงอะไร

"อาจื้อ อาหยวน มากินเกาลัดกับย่าเร็วเข้า เดี๋ยวย่าจะปอกให้เจ้ากิน" หลี่เหมยเรียกหลานชายทั้งสองด้วยรอยยิ้ม

"ขอรับท่ายย่า/ขอรับ" 

ซางจื้อและซางหยวนรับคำอย่างรวดเร็ว ก่อนจะวิ่งเข้ามานั่งล้อมวงกับท่านย่าของพวกเขา

"เสี่ยวม่าย หยุดทำงานแล้วมานั่งพักได้แล้ว ท้องโตใกล้คลอดไม่ต้องทำอะไรมาก"

"กวาดลานบ้านอีกไม่เยอะก็เสร็จแล้วเจ้าค่ะท่านแม่ ลูกทำได้เจ้าค่ะ" 

เสี่ยวม่ายตอบกลับไปอย่างอ่อนน้อม นางยังคงรู้สึกงง ๆ กับท่าทีที่เปลี่ยนไปของแม่สามี นางยังคงคิดว่าที่แม่สามีดีกับนางเป็นเพราะหวังว่าในท้องของนางจะเป็นลูกชาย หากเป็นลูกสาวเล่า ไม่รู้ท่านแม่จะว่าอย่างไรบ้าง

ระหว่างนั้นหลี่ซุนกับหลี่หลงก็เก็บฟืนกลับมาพอดี หลี่เหมยจึงบอกให้ลูกชายทั้งสองเอาหน่อไม้ออกมาตากที่ลานหน้าเรือน แล้วให้ยกกระสอบงูขึ้นรถเข็น กินข้าวเสร็จจะออกเดินทางเข้าเมืองทันที

ทุกคนต่างก็รีบรับคำและทำตามคำสั่งของมารดาอย่างว่าง่าย กระทั่งข้าวสุก ไข่ตุ๋นเสร็จ ทุกคนจึงล้อมวงกินข้าว หลี่หลินยังได้ผัดหน่อไม้ตามที่มารดาสอนเมื่อวานขึ้นมาอีกหนึ่งถ้วยใหญ่

หลี่ซานชิมผัดหน่อไม้ของน้องสาวแล้วก็ยิ้มอย่างพึงพอใจ 

"อาหลินเจ้าทำอาหารเก่งขึ้นมากแล้วนะ ถึงจะไม่สู้ฝีมือของท่านแม่ที่ทำเมื่อวาน แต่ก็อร่อยไม่น้อยเลย"

หลี่เหมยได้ยินดังนั้นจึงได้แต่คิดในใจว่า หากหลี่หลินใส่เครื่องปรุงที่นางเตรียมไว้ เยอะหน่อย ผัดหน่อไม้ของเด็กสาวก็จะอร่อยไม่แพ้ที่นางทำเลย แต่เด็กสาวก็ยังคงเสียดายเครื่องปรุงเหล่านั้นจึงไม่กล้าใส่ให้มากนัก

ส่วนเด็ก ๆ พอได้กินไข่ติดกันสองวันก็พูดออกมาอย่างตื่นเต้น 

"ท่านพ่อ นี่ข้าได้ขึ้นสวรรค์แล้วใช่หรือไม่ ข้าได้กินไข่กับข้าวขาวติดกันสองวัน ช่างดีอะไรปานนี้" ซางจื้อพูดไปยิ้มไป

พอทุกคนได้ยินคำพูดของซางจื้อก็หัวเราะร่วน หลี่เหมยจึงถือโอกาสนี้พูดออกมาช้า ๆ

"ตอนที่ย่าหมดสติไป ท่านปู่ของเจ้าบอกว่า หากครอบครัวของเรารักใคร่กลมเกลียวกัน ต่อไปพวกเราก็จะมีกินมีใช้ไม่อดอยาก ท่านปู่ของเจ้าจะช่วยพวกเรา ทำให้ครอบครัวเราโชคดียิ่ง ๆ ขึ้นไป เจ้าว่าดีหรือไม่อาจื้อ"

"ดีที่สุดขอรับท่านย่า อาจื้อรักท่านปู่ท่านย่าที่สุด" ซางจื้อตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่สดใส

คำพูดของหลี่เหมยไม่ได้ทำให้เด็ก ๆ สงสัยเลยแม้แต่น้อย ทุกคนล้วนจำได้ดีว่าท่านพ่อของพวกเขารักท่านแม่มากแค่ไหน ตอนที่ท่านพ่อยังมีชีวิตอยู่มักจะเอาใจท่านแม่ของพวกเขาตลอด หากดวงวิญญาณของท่านพ่อจะมาหาท่านแม่จริง ๆ พวกเขาก็เชื่อโดยไม่มีข้อกังขา

หลี่เหมยลอบยิ้มในใจ นางรู้สึกสบายใจที่ทุกคนในครอบครัวเชื่อในสิ่งที่นางพูดได้อย่างง่ายดายเช่นนี้

เมื่อความมืดมิดจางหายไป ท้องฟ้าก็เริ่มสว่างขึ้น ทำให้เด็ก ๆ มองเห็นใบหน้าของมารดาได้ชัดเจนขึ้น พวกเขาต่างก็ตกตะลึงกับสิ่งที่เห็น

ผิวพรรณที่เคยคล้ำและหยาบกร้านของมารดา ตอนนี้กลับดูขาวผ่องและเนียนนุ่มราวกับผิวของเด็กสาววัยแรกรุ่น ใบหน้าที่เคยดูแก่กว่าวัยก็ดูอ่อนเยาว์ลงอย่างน่าประหลาดใจ

หลี่หลงสะกิดพี่ชายของเขาเบา ๆ แล้วกระซิบกระซาบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัย 

"พี่ใหญ่ ท่านเห็นเหมือนข้าหรือไม่ เหตุใดท่านแม่ถึงได้ดูอ่อนเยาว์ลงเช่นนี้"

หลี่ซานพยักหน้าอย่างช้า ๆ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตกใจ แต่เขาก็ไม่กล้าที่จะเอ่ยปากถามมารดาตรง ๆ

หลี่เหมยเห็นท่าทางที่อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ของลูก ๆ ก็อดที่จะเอ่ยถามไม่ได้ 

"มีอะไรก็ว่ามา"

หลี่ซานรวบรวมความกล้าแล้วพูดออกมาอย่างตะกุกตะกัก 

"เอ่อ...ลูกว่าวันนี้ท่านแม่ดูเหมือนจะอ่อนเยาว์ลงนะขอรับ"

หลี่เหมยหัวเราะในลำคอเบา ๆ แล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด 

"หึ! พวกเจ้าคงตาฝาดไปแล้ว กินข้าวเถอะ เรายังต้องรีบเดินทางเข้าเมืองต่อ"

คำพูดของมารดาไม่ได้ทำให้ทุกคนเชื่ออย่างสนิทใจ แต่พวกเขาก็ไม่กล้าที่จะซักถามอะไรอีกนอกจากพยักหน้ารับคำ

"ขอรับ"

ทุกคนต่างก็ก้มหน้าก้มตากินข้าวเช้ากันเงียบ ๆ แต่ในใจของพวกเขาก็ยังคงเต็มไปด้วยความสงสัยในตัวของมารดา ผู้ซึ่งเปลี่ยนไปราวกับคนละคน

หลังจากกินข้าวเสร็จแล้ว หลี่หลินก็รีบไปจัดการล้างชาม ส่วนหลี่หลง และหลี่ซุนก็รีบช่วยกันยกกระสอบงูขึ้นรถเข็นที่หลี่ซานได้ซ่อมแซมเอาไว้เมื่อหลายวันก่อน หลี่เหมยเดินตามหลังไปพร้อมกับเกาลัดที่คั่วแล้วในถุงผ้า

"เอาละ! เราไปกันเลย!"

เมื่อรถเข็นเริ่มเคลื่อนตัวออกจากบ้าน เสียงของเสี่ยวม่ายก็ดังขึ้นมา 

"ท่านแม่! ระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ!"

หลี่เหมยหันไปมองเสี่ยวม่ายแล้วพยักหน้าให้ 

"ไม่ต้องห่วง พวกเจ้าอยู่ทางนี้ก็ปิดประตูบ้านให้ดี"

นางเดินนำหน้าลูกชายทั้งสองคนไปตามทางเดินที่คดเคี้ยวของหมู่บ้าน ชาวบ้านที่เห็นหลี่เหมยเดินไปพร้อมกับรถเข็นที่บรรทุกสิ่งของก็มองมาด้วยสายตาที่สงสัยระคนประหลาดใจ

"นั่นอาหลงกับอาซุนไปไหนกันน่ะ" เสียงซุบซิบดังขึ้น 

"แล้วนั่นหลี่เหมยเอาอะไรไปขายในเมืองหรือ นางคงหาเงินให้บ้านเดิมอีกแล้วสินะ"

หลี่เหมยไม่สนใจเสียงซุบซิบนินทาเหล่านั้น นางเดินตรงไปข้างหน้าอย่างไม่หวั่นเกรง นางรู้ดีว่าหลังจากวันนี้ไป ชีวิตของนางและลูก ๆ จะเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ทะลุนิยายมาเป็นคุณแม่ลูกสี่ นำพาครอบครัวสู่ความรุ่งโรจน์   จบบริบูรณ์

    การสูญเสียที่ไม่อาจยอมรับได้ทำให้หลี่เหมยเลือกที่จะจบชีวิตตัวเองลงด้วยอาการตรอมใจ แต่ในห้วงเวลาสุดท้ายของการจากไป จิตใจของเธอกลับสงบและเต็มไปด้วยความรักที่บริสุทธิ์ การยอมสละทุกสิ่งในชีวิตเพื่อช่วยเหลือเด็กกำพร้า ทำให้เธอได้สร้างบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ ที่ได้กลายเป็นสะพานเชื่อมให้เธอกลับไปสู่จุดจุดเดิมที่ห้วงคะนึงโหยหาอีกครั้งประตูสู่โลกใบเก่าในห้วงเวลาที่ลมหายใจสุดท้ายกำลังจะสิ้นสุดลง วิญญาณของหลี่เหมยพลันหลุดลอยออกมาจากร่างที่ผ่ายผอม เธอพบว่าตัวเองยืนอยู่ในสถานที่อันว่างเปล่าที่เต็มไปด้วยหมอกควันสีขาวเย็นยะเยือก รอบกายไม่มีสิ่งใด นอกจากความเงียบงันและอุณหภูมิที่หนาวเหน็บ ทันใดนั้นเอง เสียงลึกลับที่เคยพาเธอมายังโลกแห่งนิยายในครั้งแรก ก็ดังขึ้นอีกครั้ง"หลี่เหมย... เจ้าได้สร้างบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ด้วยการสละทรัพย์สินทั้งหมด เพื่อช่วยเหลือเด็กกำพร้าได้นับร้อยชีวิต ความดีงามของเจ้าได้กลายเป็นแสงสว่างนำทางให้แก่ดวงวิญญาณของเจ้า และด้วยความรักที่บริสุทธิ์ที่เจ้ามีต่อครอบครัว บุญกุศลนี้จึงได้ตอบแทนเจ้า"หลี่เหมยเงียบฟังอย่างตั้งใจ หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความหวังที่ริบหรี่"เราจะให้โอกาสเจ้าอี

  • ทะลุนิยายมาเป็นคุณแม่ลูกสี่ นำพาครอบครัวสู่ความรุ่งโรจน์   ความคิดถึง

    เสียงเครื่องวัดชีพจรในห้องคนป่วยดัง "ติ๊ด…ติ๊ด…ติ๊ด…" เนิ่นนานกว่าหนึ่งปีเต็ม ที่ร่างของหลี่เหมยนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงในโรงพยาบาลแห่งนี้ สีหน้าของเธอนั้นสงบราวกับคนที่หลับใหลไปในห้วงนิทราอันยาวนานข้างกายของหลี่เหมย มีเพียงป้าหลัว หญิงวัยกลางคนที่จงรักภักดี คอยดูแลเธออย่างใกล้ชิดไม่เคยห่างกาย ถึงจะมีพยาบาลพิเศษคอยดูแลเรื่องต่าง ๆ แต่ป้าหลัวก็จะคอยพูดคุยกับร่างที่ไร้การตอบสนองนั้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวัง ราวกับเชื่อมั่นว่าสักวันหนึ่งเจ้านายของตนจะกลับมากระทั่งเช้าวันหนึ่ง แสงตะวันสีทองอ่อน ๆ สาดส่องลอดผ่านผ้าม่านบาง ๆ เข้ามาในห้อง ดวงตาที่ปิดสนิทของหลี่เหมยค่อย ๆ กะพริบขึ้นอย่างเชื่องช้า นิ้วมือเรียวเล็กขยับสั่นไหวเล็กน้อย ราวกับกำลังไขว่คว้าจับต้องบางสิ่ง ป้าหลัวที่นั่งหลับอยู่ข้างเตียงสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ เมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงนั้น ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความยินดี ก่อนจะรีบคว้ามือของเจ้านายเอาไว้แน่น"คุณหลี่! คุณหลี่ฟื้นแล้วหรือคะ!" เสียงของป้าหลัวสั่นเครือด้วยความตื้นตันใจและดีใจจนแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ทันทีที่ได้รับแจ้งผ่านสัญญาณ พยาบาลและแพทย์ก็รีบเข้ามาตรวจ

  • ทะลุนิยายมาเป็นคุณแม่ลูกสี่ นำพาครอบครัวสู่ความรุ่งโรจน์   คำอำลา

    เสียงสะอื้นแผ่วเบาของเด็ก ๆ ทั้งสามดังลอดออกมาจากเรือนนอนที่เงียบสงัด ราวกับสายลมเศร้าที่กำลังร่ำร้องปลุกปลอบวิญญาณของผู้เป็นย่าให้ตื่นขึ้นมา ทว่า...ความเงียบวังเวงกลับเป็นสิ่งเดียวที่โอบล้อมอยู่เซียวติ้งเซิงก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าหนักอึ้ง ใจที่เคยแข็งแกร่งยิ่งกว่าหินผากำลังแหลกสลายอย่างไม่อาจต้าน ดวงตาคมของเขาเบิกกว้าง ก่อนจะพร่ามัวด้วยหยาดน้ำตาเมื่อเห็นภาพตรงหน้าหลี่เหมยนอนนิ่งบนเตียง ผิวซีดขาวเย็นชืดประหนึ่งหยกที่ไร้ชีวิตชีวา มีร่างเล็กจ้อยของซางหนิงอิงซบอยู่กลางอก มือเล็ก ๆ ตบเบา ๆ ราวกับจะปลุกให้ท่านย่าลืมตา ซางจื้อคุกเข่าอยู่ข้างเตียง กอบกุมมือที่เย็นเฉียบไว้แน่น ดวงตาบวมช้ำด้วยน้ำตา ซางหยวนนอนข้างน้องสาวสะอื้นจนตัวสั่นไม่ยอมห่างไปไหน"ท่านย่า...ตื่นเถอะขอรับ...อาจื้ออยู่ตรงนี้แล้ว...ได้โปรดอย่าทิ้งพวกเราไป...""ต้านย่า...ต้านย่ากลับมาก่อน...ฮึก...อย่าไปนะ..."หัวใจของเซียวติ้งเซิงแทบแตกสลาย เขาก้าวเข้าไปอย่างโซซัดโซเซ ก่อนทรุดนั่งลงข้างเตียง มือใหญ่สั่นเทาขณะประคองร่างบอบบางของหลี่เหมยขึ้นมากอดแนบอก ความเย็นชืดนั้นแทงทะลุเข้าถึงกระดูก"อาเหมย...เหตุใดเจ้าจึงจากไปเช่นนี้ ข้าตั้งใ

  • ทะลุนิยายมาเป็นคุณแม่ลูกสี่ นำพาครอบครัวสู่ความรุ่งโรจน์   ท่านย่าไม่รักหยวนหยวนแล้วหรือขอรับ!

    ยามเย็นของวันนั้น แสงอาทิตย์ค่อย ๆ ลาลับทิวเขา สาดทาบเป็นสีทองเรื่อไปทั่วทุ่งนา เสียงจิ้งหรีดเริ่มขับขานทำนองแห่งรัตติกาล กลิ่นหอมจากครัวเล็ก ๆ ของจวนสกุลหลี่ก็ลอยอบอวลไปทั่วทุกห้องบนโต๊ะไม้เรียบง่ายกลางเรือน มีอาหารเรียงรายครบครัน ทั้ง ปลาช่อนทอดสามรส ผัดหน่อไม้ น้ำแกงรากบัวตุ๋นกระดูกหมู กลิ่นหอมอบอวล ชวนให้น้ำลายสอ ทั้งหมดนั้นคืออาหารที่ครั้งหนึ่งหลี่เหมยเคยทำให้ลูก ๆ ลิ้มรส และบัดนี้ถูกถ่ายทอดไปสู่มือหลี่หลินกับเสี่ยวม่าย ที่ตั้งใจปรุงรสราวกับได้รำลึกความหลัง นางทอดสายตามองอาหารตรงหน้าแล้วหัวใจสั่นสะท้าน เหมือนทุกอย่างย้อนคืนกลับสู่วันเก่า ช่วงเวลาแรกที่นางเข้ามาอยู่ในร่างนี้"โอ้โห กับข้าวพวกนี้ทำให้ลูกคิดถึงบ้านหลังเก่าของเรานะขอรับท่านแม่ ลูกยังจำวันที่เราไปสับหน่อไผ่แล้วก็จับงูมาขายได้ขึ้นใจเลย" หลี่ซุนเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นอาหารตรงหน้า"จริงด้วย วันที่พวกเราขึ้นเขาไปเก็บรากบัว ไปจับปลาช่อนตัวใหญ่ ก็เหมือนเพิ่งผ่านไปไม่นาน แม้กระทั่งวันที่พวกเราวิ่งหนีเสือครั้งนั้นลูกก็ยังจำได้ขึ้นใจ" หลี่ซานเอ่ยขึ้นบ้างเมื่อนึกถึงเรื่องราวเก่า ๆ"แม่ก็คิดถึง ช่วงเวลานั้นแม่มีความสุขมากเลยนะ"ห

  • ทะลุนิยายมาเป็นคุณแม่ลูกสี่ นำพาครอบครัวสู่ความรุ่งโรจน์   ลูกจะไม่ทำให้ท่านแม่ผิดหวัง

    หลายเดือนต่อมา หลังจากที่หลี่เหมยและครอบครัวได้ตั้งรกรากในเมืองเทียนฉางอย่างมั่นคง นางก็เริ่มครุ่นคิดถึงเรื่องที่อยู่อาศัยอย่างจริงจังตั้งแต่แรกนางหมายใจว่าจะซื้อบ้านที่เหมาะแก่การอยู่อาศัยพร้อมหน้าพร้อมตา แต่เมื่อดูอยู่หลายแห่งก็ยังไม่ถูกใจ บ้างก็แคบเกินไป บ้างก็ทรุดโทรมเสียจนต้องซ่อมใหม่หมดสิ้น ใช้เงินมากกว่าที่นางตั้งใจไว้เสียอีกพอฮูหยินผู้เฒ่าเซียวรู้จึงได้บอกให้นางมาดูจวนที่อยู่ติดกัน จวนนี้มีการจัดสรรพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วน จวนประเภทนี้สะท้อนให้เห็นถึงรสนิยมและความมั่งคั่งของผู้เป็นเจ้าของ โดยมีรูปแบบจตุรนิเวศ ซึ่งเป็นการสร้างอาคารสี่หลังล้อมรอบลานกว้างไว้ตรงกลาง จวนประเภทนี้เหมาะสำหรับครอบครัวใหญ่ที่อาศัยอยู่ร่วมกัน เนื่องจากที่นี่เป็นเมืองรอง ไม่ใช่เมืองหลวง ราคาจึงอยู่ที่ 2000 ตำลึง เท่าที่หลี่เหมยหาข้อมูลมา ทว่าจวนหลังนี้นางกลับซื้อได้เพียง 1000 ตำลึงเท่านั้น ช่างโชคดียิ่งนักแต่สิ่งที่นางไม่รู้ก็คือเซียวติ้งเซิงคือผู้อยู่เบื้องหลัง หลายเดือนมานี้เขาไม่ยอมไปทำการค้าต่างแคว้นนาน ๆ เหมือนเคย ไปก็เพียงใกล้ ๆ 1 สัปดาห์ก็รีบกลับมา แถมยังชอบหาของฝากมาให้ลูกหลานของนางอยู่ตลอดบ

  • ทะลุนิยายมาเป็นคุณแม่ลูกสี่ นำพาครอบครัวสู่ความรุ่งโรจน์   จุดจบของสกุลหวัง

    ณ ตรอกเล็ก ๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากร้านเต้าหู้สกุลหลี่ บรรยากาศอับชื้นและเย็นยะเยือก หวังเฟยฮวา สตรีผู้ซึ่งมีใบหน้าเต็มไปด้วยความริษยา พูดคุยอย่างออกรสกับญาติผู้น้อง ที่นางจ้างมาเพื่อแสดงละคร "พวกเจ้าสองคนต้องแสดงให้แนบเนียน อย่าให้พวกมันจับพิรุธได้รู้หรือไม่""ข้ารู้แล้วน่าพี่หญิง ว่าแต่ถ้าข้าทำสำเร็จ เมื่อได้เงินมาแล้ว 100 ตำลึงต้องเป็นของข้าตามที่ตกลงกันไว้นะ" เจิ้งฉือญาติห่าง ๆ ของนางกล่าวย้ำชัดถึงข้อตกลงอีกครั้ง"ข้ารู้แล้ว หากทำสำเร็จ เงินก็อยู่ในมือพวกเจ้ามิใช่หรือ พวกเจ้าก็หักไว้เลย 100 ตำลึง ส่วนที่เหลือค่อยเอามาให้ข้า ขอเพียงได้มาจ่ายหนี้พนันให้อาจงก็พอ เรื่องอื่น ๆ ค่อยว่ากันอีกทีหลังจากนี้"หวังเฟยฮวาตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่สบอารมณ์ พูดจบสองสามีภรรยา เจิ้งฉือและเจิ้งหว่านหรู ก็เริ่มการแสดงที่ซักซ้อมกันมาอย่างดี เจิ้งฉือล้มตัวลงนอนในเปลหาม ส่วนเจิ้งหว่านหรูก็รีบเอาผ้าคลุมสีขาวปิดหน้าสามีเอาไว้ แล้วสั่งให้ลูกชายทั้งสองของพวกเขาหามผู้เป็นพ่อเดินตรงไปที่หน้าร้านเต้าหู้สกุลหลี่"ช่วยด้วย...ช่วยด้วยเจ้าค่ะ" เจิ้งหว่านหรูร้องห่มร้องไห้ "...""มาดูความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของเ

  • ทะลุนิยายมาเป็นคุณแม่ลูกสี่ นำพาครอบครัวสู่ความรุ่งโรจน์   เครื่องในหมูตุ๋นขอรับ

    หลี่ซุนเดินเข้าไปในครัวที่กลิ่นหอมของเครื่องเทศลอยอบอวลไปทั่ว เขาตักน้ำซุปขึ้นมาชิมเล็กน้อย ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง มันไม่มีกลิ่นคาวเลยแม้แต่น้อย รสชาติกลมกล่อมหอมเครื่องเทศจนอยากจะกลืนลงท้องทั้งชิ้น "ท่านแม่นี่มัน..." หลี่ซุนพึมพำกับตัวเองหลี่หลินที่กำลังจัดหมั่นโถวอยู่บนโต๊ะ เห็นพี่

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-19
  • ทะลุนิยายมาเป็นคุณแม่ลูกสี่ นำพาครอบครัวสู่ความรุ่งโรจน์   เต้าหู้

    หิมะยังคงโปรยปรายอย่างไม่ขาดสายปกคลุมหลังคาบ้านทุกหลังให้เป็นสีขาวโพลน อากาศที่หนาวจัดทำให้ผู้คนเลือกที่จะเก็บตัวอยู่ในบ้าน หลี่เหมยกับหวังชิงและหลี่หลินกำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมถั่วเหลืองเพื่อทำเต้าหู้ในห้องโถงของบ้านสามหลี่ เตาผิงส่งความอบอุ่นไปทั่วทั้งห้อง เด็ก ๆ ที่เหลือต่างก็จับกลุ่มอ่านตำราอ

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-28
  • ทะลุนิยายมาเป็นคุณแม่ลูกสี่ นำพาครอบครัวสู่ความรุ่งโรจน์   บ้านใหญ่หลี่

    เดินได้เพียงครึ่งทาง เกวียนวัวคันใหญ่ที่บรรทุกเครื่องนอนและเสื้อผ้ามาส่ง ก็แล่นตามมาทันกลุ่มของหลี่เหมยและลูก ๆ หลี่เหมยหันไปเรียกหลานชายทั้งสองและหลี่หลินให้ขึ้นเกวียนล่วงหน้ากลับหมู่บ้านไปก่อน เพื่อจะได้จัดเก็บสิ่งของที่ซื้อมาวันนี้ชาวบ้านรวมตัวกันขึ้นป่าต้องห้ามไปหาอาหารอีกครั้ง จึงไม่มีผู้คนสั

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-25
  • ทะลุนิยายมาเป็นคุณแม่ลูกสี่ นำพาครอบครัวสู่ความรุ่งโรจน์   นางเป็นใครกันแน่?

    ในยามอรุณเบิกฟ้าที่แสงแดดอ่อน ๆ เริ่มสาดส่องเข้ามาในหมู่บ้าน หลี่ซุนก็สะพายตะกร้าใบใหญ่รออยู่หน้าเรือนแล้ว ใบหน้าของเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความตื่นเต้น วันนี้เขาจะเป็นผู้นำทางพามารดาและพี่น้องขึ้นไปบนเขาต้องห้าม เพื่อตามหาสมุนไพรล้ำค่าที่เขาเคยเจอ"ท่านแม่...พี่ใหญ่ พี่รอง น้องสี่ เราไปก

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-23
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status