Masukทำไมมันง่ายดายขนาดนี้? ทำไมเธอถึงไปง่าย ๆ โดยไม่อิดออดหรือบีบน้ำตาแม้แต่หยดเดียว?
“ดี” เขาพึมพำเสียงต่ำ พับเอกสารเก็บ “ถือว่าเธอฉลาดที่รู้จักรักษาสัจจะ หวังว่าคงไม่ซมซานกลับมาขอความช่วยเหลือทีหลัง เพราะวันนั้นฉันจะหัวเราะให้ฟันร่วง”
น้ำอุ่นลากกระเป๋าเดินทาง เชิดหน้าขึ้นสบตาเขาเป็นครั้งสุดท้าย แววตาของเธอไม่มีความอาวรณ์ มีเพียงประกายความมุ่งมั่นที่เจิดจ้า
“เก็บเสียงหัวเราะของคุณไว้เถอะค่ะ เพราะวันนั้นจะไม่มีวันมาถึง ลาก่อนค่ะ คุณสิบทิศ ขอให้โชคดีกับชีวิตที่ไม่มี ‘มารความสุข’ อย่างฉัน”
พูดจบ เธอก็หันหลังเดินออกจากห้องแต่งตัว ผ่านหน้าเจษและลูกน้อง เดินออกจากคอนโดหรูที่เคยเป็นกรงขังแห่งความทุกข์ โดยไม่หันหลังกลับมามองแม้แต่วินาทีเดียว
ทิ้งให้สิบทิศยืนกำหมัดแน่น มองแผ่นหลังบอบบางที่ค่อย ๆ ลับหายไปพร้อมกับความรู้สึกโหวงเหวงแปลกประหลาดที่กัดกินหัวใจ
รถแท็กซี่สีเขียวเหลืองพาน้ำอุ่นแล่นออกจากย่านธุรกิจใจกลางเมือง มุ่งหน้าสู่ชานเมืองที่ค่าครองชีพย่อมเยากว่า
ทัศนียภาพสองข้างทางค่อย ๆ เปลี่ยนจากตึกระฟ้าสูงตระหง่าน เป็นอาคารพาณิชย์และหอพักที่แออัดขึ้นเรื่อย ๆ
น้ำอุ่นนั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง มือข้างหนึ่งวางทาบหน้าท้อง อีกข้างกำสายกระเป๋าแน่น ในหัวของเธอเต็มไปด้วยตัวเลขและการคำนวณ
‘เงินเก็บส่วนตัวที่เพียงรักซ่อนไว้มีอยู่ประมาณห้าหมื่นบาท น้อยนิดเมื่อเทียบกับค่าคลอดและค่ากินอยู่ แต่ก็พอประทังไปได้สัก 3-4 เดือนถ้าประหยัดสุด ๆ’
รถแท็กซี่เลี้ยวเข้าสู่ซอยแคบ ๆ ก่อนจะจอดสนิทหน้าอพาร์ตเมนต์เก่า ๆ สูง 5 ชั้น ตัวตึกสีซีดจางมีคราบตะไคร่น้ำเกาะตามขอบหน้าต่าง
บรรยากาศดูพลุกพล่านไปด้วยเสียงรถมอเตอร์ไซค์และเสียงพูดคุยของชาวบ้าน
“ถึงแล้วครับน้อง” คนขับแท็กซี่เอ่ยบอก
น้ำอุ่นจ่ายเงินแล้วลากกระเป๋าลงจากรถ เธอยืนมองที่ซุกหัวนอนแห่งใหม่อย่างพิจารณา แม้มันจะดูซอมซ่อเมื่อเทียบกับคอนโดที่เพิ่งจากมา
แต่สำหรับเธอ ที่นี่คือ ‘วิมาน’ เพราะมันแลกมาด้วยอิสรภาพ
เธอเดินขึ้นบันไดไปยังชั้น 3 ไขกุญแจห้องหมายเลข 304
แอด...
ประตูไม้บานเก่าส่งเสียงร้องประท้วงเมื่อถูกเปิดออก กลิ่นอับชื้นจาง ๆ โชยมาเตะจมูก ภายในห้องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ มีเพียงเตียงนอนฟูกแข็งๆ ตู้เสื้อผ้าพลาสติก และพัดลมตั้งพื้นตัวหนึ่ง
น้ำอุ่นลากกระเป๋าเข้ามา วางลงแล้วเดินไปเปิดหน้าต่างเพื่อระบายอากาศ
แสงแดดยามบ่ายสาดส่องเข้ามา เผยให้เห็นฝุ่นละอองที่ลอยคว้างในอากาศ
“เอาล่ะ...”
เธอถอนหายใจยาว ทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางและการเผชิญหน้ากับสิบทิศเริ่มถาโถมเข้ามา แต่สมองของเธอยังคงทำงานอย่างหนัก
น้ำอุ่นหยิบสมุดโน้ตเล่มเล็กและปากกาออกมาจากกระเป๋า เริ่มต้นขีดเขียนแผนการชีวิตด้วยลายมือหวัด ๆ แต่หนักแน่น
แผนการอยู่รอด
เงิน 50,000 บาท ต้องแบ่งเป็นค่าเช่าห้องเดือนละ 3,500 รวมน้ำไฟตีไป 4,500, ค่ากินวันละ 200, ค่าฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลรัฐ
ระหว่างรอคลอด ต้องหางานที่ทำที่บ้านได้ รับแปลเอกสาร? เขียนคอนเทนต์? หรือขายของออนไลน์? ความรู้ด้าน PR และการตลาดของเธอคือทุนรอนที่สำคัญที่สุด
คลอดลูก อันนี้สำคัญต้องเตรียมของใช้เด็กอ่อน หาแหล่งซื้อของมือสองคุณภาพดี หรือของเซลล์
เธอก้มมองหน้าท้องนูน ๆ ของตัวเอง รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นที่มุมปาก มือบางลูบไล้แผ่วเบาเพื่อทักทายสิ่งมีชีวิตตัวน้อย
“อดทนหน่อยนะลูกรัก ช่วงนี้เราอาจจะลำบากกันหน่อย แต่แม่สัญญา...” ดวงตาของเธอทอประกายกล้าแกร่ง “แม่จะไม่ให้หนูอดตาย และแม่จะสร้างอาณาจักรของเราขึ้นมาด้วยสองมือของแม่เอง”
น้ำอุ่นหลับตาลง นึกย้อนไปถึงชีวิตในชาติก่อน เธอเคยสร้างแบรนด์จากศูนย์ให้กลายเป็นสินค้าระดับประเทศมาแล้วนับไม่ถ้วน ครั้งนี้ สินค้าที่เธอต้องปั้นคือ ‘ชีวิตของตัวเองและลูก’
“อีก 5 ปี” เธอลืมตาขึ้น แววตามุ่งมั่นราวกับราชสีห์สาว “อีก 5 ปี แม่จะพาหนูกลับไปยืนในจุดที่สูงที่สุด สูงจนผู้ชายคนนั้นต้องแหงนหน้ามองเราจนคอตั้งบ่า!”
เธอหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าออกมา ที่โชคดีว่าสิบทิศไม่ได้ยึดไปเพราะมันตกรุ่นแล้ว เริ่มต้นค้นหาข้อมูลงานฟรีแลนซ์ในอินเทอร์เน็ตทันที ไม่มีการรีรอ ไม่มีการฟูมฟาย
ในห้องเช่าเท่ารูหนูที่คับแคบและร้อนอบอ้าว ตำนานของ ‘นางพญา PR’ คนใหม่ กำลังค่อย ๆ ก่อร่างสร้างตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ
โดยที่สิบทิศไม่มีวันล่วงรู้เลยว่า เขาได้ปล่อย ‘เพชร’ เม็ดงามที่สุดหลุดมือไปเสียแล้ว
“หุบปาก... อึก... อย่าพูด...” น้ำอุ่นหน้าแดงจัด หลับตาแน่นหนีความจริงที่น่าอับอาย“หึ”สิบทิศไม่รอช้า เขาปลดเข็มขัดและรูดซิปกางเกงของตัวเองลง ปล่อยความเป็นชายที่ขยายตัวจนปวดหนึบออกมามันแข็งขึงและร้อนผ่าวพร้อมรบเต็มที่เขาแทรกกายเข้ามาระหว่างขาเธออีกครั้ง จับสะโพกมนให้ยกสูงขึ้นรับแรงกระแทก“จำไว้นะ คนที่ทำให้เธอรู้สึกแบบนี้ได้ มีแค่ฉันคนเดียว”พูดจบเขาก็ดันแก่นกายใหญ่โตเข้าไปในช่องทางคับแคบนั้นรวดเดียวจนสุดความยาวปึก!“กรี๊ดดด เจ็บ!”น้ำอุ่นกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บจุก ช่องทางที่ร้างราเรื่องอย่างว่ามานานกว่า 6 ปีบีบรัดตัวตนของเขาแน่นจนสิบทิศต้องขบกรามแน่น ซี๊ดปากด้วยความเสียวซ่านที่แทบขาดใจ“แน่นชิบ ผ่อนคลายหน่อยสิ เดี๋ยวก็ฉีกหรอก” เขาบอกเสียงพร่า ก้มลงจูบซับเหงื่อที่ขมับชื้นของเธอ ปลอบประโลมให้เธอผ่อนคลายลงแต่น้ำอุ่นยังคงเกร็งตัวแน่น เล็บจิกท่อนแขนเขาจนเลือดซิบ“เอามันออกไป ฮึก... คนเลว”“สายไปแล้ว”สิบทิศเริ่มขยับสะโพกสอบเข้าหาอย่างเนิบนาบแต่หนักหน่วง ทรงพลัง เขาถอนกายออกจนเกือบสุดแล้วกระแทกกลับเข้าไปใหม่ ย้ำ ๆ ซ้ำ ๆ ที่จุดกระสันภายในพั่บ... พั่บ... พั่บ...เสียงเนื้อกระทบเนื้อด
บรรยากาศภายในห้องนอนกว้างขวางถูกปกคลุมด้วยความมืดสลัวจากแสงไฟหัวเตียงสีส้มอ่อนทว่าอุณหภูมิภายในห้องกลับพุ่งสูงขึ้นจนแทบระเบิดด้วยแรงอารมณ์ของสองร่างที่กำลังยื้อยุดฉุดกระชากกันอยู่บนเตียงคิงไซซ์หนานุ่ม“ปล่อยนะ ไอ้คนสารเลว! อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!”น้ำอุ่นกรีดร้องเสียงหลง พยายามดิ้นรนสุดชีวิตเพื่อให้หลุดพ้นจากพันธนาการแกร่งร่างบางบิดเร่าถีบขาไปมา แต่ก็เหมือนลูกไก่ในกำมือราชสีห์ เมื่อสิบทิศใช้เข่าแกร่งแทรกกลางระหว่างขาเรียวของเธอกดตรึงสะโพกมนให้อยู่กับที่ พร้อมกับรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไพล่ขึ้นเหนือศีรษะกดแนบไปกับหมอนนุ่มด้วยมือเพียงข้างเดียว“ปากเก่งนักนะ”สิบทิศคำรามเสียงต่ำในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาที่บัดนี้เต็มไปด้วยเพลิงโทสะและแรงปรารถนาโน้มลงมาจนชิดลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดใบหน้านวลที่แดงก่ำด้วยความโกรธ“ด่าฉันอีกสิ ยิ่งเธอด่า ฉันยิ่งมีอารมณ์”ดวงตาสีเทาของเขาวาวโรจน์ดุจสัตว์ป่าที่กำลังหิวกระหาย จ้องมองริมฝีปากอวบอิ่มที่กำลังสั่นระริกนั่นด้วยความมันเขี้ยวก่อนจะก้มลงฉกวูบดูดดึงริมฝีปากล่างของเธออย่างแรงจนน้ำอุ่นสะดุ้งเฮือก“เจ็บ อื้อ!”กลิ่นคาวเลือดจาง ๆ คละคลุ้งในโพรงปากเมื่อเขากัดริ
น้ำอุ่นเม้มปากแน่นจนห้อเลือด เธอไม่มีทางเลือก... อีกแล้ว“ก็ได้... เชิญ!”เธอเดินกระแทกส้นเท้านำเขาไปที่ลิฟต์ โดยมีสิบทิศเดินตามประกบหลังไม่ห่างราวกับเงาปีศาจบรรยากาศภายในลิฟต์โดยสารที่กำลังพุ่งทะยานขึ้นสู่ชั้น 25 เงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกันน้ำอุ่นยืนกอดอกจ้องมองตัวเลขดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นทีละชั้น พยายามข่มใจไม่ให้หันไปมองคนข้าง ๆ แต่รังสีข่มขวัญที่แผ่ออกมาจากตัวเขามันรุนแรงจนเธอรู้สึกอึดอัดเหมือนขาดอากาศหายใจเงาสะท้อนในบานประตูลิฟต์เผยให้เห็นสิบทิศที่ยืนล้วงกระเป๋ากางเกง จ้องมองเธอผ่านกระจกเงาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก นิ่งสงบเกินไป นิ่งจนน่ากลัวเหมือนทะเลก่อนพายุใหญ่จะพัดถล่มติ้ง!เสียงลิฟต์จอดที่ชั้น 25 น้ำอุ่นรีบก้าวขาเดินออกไปทันที เธอไขคีย์การ์ดเปิดประตูห้องพัก แต่ยังไม่ทันจะก้าวเท้าเข้าไปร่างสูงใหญ่ของสิบทิศก็เบียดตัวแทรกเข้ามา พร้อมกับดันร่างของเธอเข้าไปในห้องแล้วถีบประตูปิดตามหลังเสียงดังสนั่นปัง!“โอ๊ย เจ็บนะ!”สิบทิศไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาคว้าไหล่บางทั้งสองข้างของเธอ เหวี่ยงร่างระหงไปกระแทกกับผนังห้องอย่างแรง“อึก”น้ำอุ่นจุกจนหน้าเหยเก ความเจ็บปวดแล่นร้าวไปทั่ว
เย็นวันเดียวกันท้องฟ้ายามค่ำคืนของกรุงเทพมหานครถูกปกคลุมด้วยเมฆดำก้อนมหึมาที่เคลื่อนตัวต่ำลงมาจนเกือบจะแตะยอดตึกระฟ้าเสียงฟ้าร้องครืนครางแว่วมาแต่ไกลราวกับสัญญาณเตือนภัยธรรมชาติที่กำลังจะอุบัติขึ้นทว่าพายุฝนฟ้าคะนองที่กำลังก่อตัวอยู่ภายนอกนั้น ยังมิอาจเทียบได้กับพายุอารมณ์ที่กำลังโหมกระหน่ำอยู่ภายในใจของสิบทิศรถสปอร์ตเอสยูวีสีดำสนิทเลี้ยวปาดหน้าเข้าจอดเทียบท่าหน้าล็อบบี้คอนโดมิเนียมหรูอย่างรวดเร็วและรุนแรงเสียงล้อบดเบียดกับพื้นถนนดังสนั่นจน รปภ. ที่ยืนเข้าเวรอยู่สะดุ้งสุดตัวประตูรถฝั่งคนขับถูกกระชากเปิดออก ร่างสูงใหญ่ของสิบทิศก้าวลงมาด้วยท่วงท่าที่เต็มไปด้วยรังสีอำมหิตใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้บิดเบี้ยวไปด้วยความโกรธเกรี้ยว นัยน์ตาสีเทาเกรี้ยวกราดดุจสัตว์ร้ายที่บาดเจ็บและพร้อมจะขย้ำศัตรูให้จมเขี้ยวเจษที่รีบขับรถตามมาอีกคัน ลงจากรถแล้ววิ่งเหยาะ ๆ เข้ามาประกบเจ้านายด้วยสีหน้ากังวล“นายครับ ใจเย็นก่อนนะครับ ที่นี่คนเยอะ เดี๋ยวจะเป็นข่าว”“ฉันไม่สนหน้าไหนทั้งนั้น!” สิบทิศตวาดกลับเสียงกร้าว ไม่แม้แต่จะหันไปมอง “นายทำตามหน้าที่ไป กันตัวเด็กออกไปซะ ส่วนแม่ฉันจะจัดการเอง”จังหวะนั้นเอง ประต
“พอใจหรือยัง คุณต้องการอะไรกันแน่!”“ขึ้นไปคุยกันบนห้อง” สิบทิศสั่งเสียงเฉียบขาด“ไม่ มีอะไรก็คุยตรงนี้”“จะเอาแบบนั้นเหรอ?” สิบทิศเลิกคิ้วมองไปรอบ ๆ ล็อบบี้ที่มีลูกบ้านเริ่มเดินผ่านไปมาและมองดูด้วยความสนใจ “อยากให้คนทั้งคอนโดรู้ไหมว่าเพียงรักผู้แสนดี แท้จริงแล้วเป็นเมียมาเฟีย? อยากเป็นข่าวหน้าหนึ่งอีกรอบไหม?”น้ำอุ่นเม้มปากแน่นจนห้อเลือด เธอไม่มีทางเลือก... อีกแล้ว“ก็ได้... เชิญ!”เธอเดินกระแทกส้นเท้านำเขาไปที่ลิฟต์ โดยมีสิบทิศเดินตามประกบหลังไม่ห่างราวกับเงาปีศาจบรรยากาศภายในลิฟต์โดยสารที่กำลังพุ่งทะยานขึ้นสู่ชั้น 25 เงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกันน้ำอุ่นยืนกอดอกจ้องมองตัวเลขดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นทีละชั้น พยายามข่มใจไม่ให้หันไปมองคนข้าง ๆ แต่รังสีข่มขวัญที่แผ่ออกมาจากตัวเขามันรุนแรงจนเธอรู้สึกอึดอัดเหมือนขาดอากาศหายใจเงาสะท้อนในบานประตูลิฟต์เผยให้เห็นสิบทิศที่ยืนล้วงกระเป๋ากางเกง จ้องมองเธอผ่านกระจกเงาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก นิ่งสงบเกินไป นิ่งจนน่ากลัวเหมือนทะเลก่อนพายุใหญ่จะพัดถล่มติ้ง!เสียงลิฟต์จอดที่ชั้น 25 น้ำอุ่นรีบก้าวขาเดินออกไปทันที เธอไขคีย์การ์ดเปิดประตูห้องพั
เย็นวันเดียวกันท้องฟ้ายามค่ำคืนของกรุงเทพมหานครถูกปกคลุมด้วยเมฆดำก้อนมหึมาที่เคลื่อนตัวต่ำลงมาจนเกือบจะแตะยอดตึกระฟ้าเสียงฟ้าร้องครืนครางแว่วมาแต่ไกลราวกับสัญญาณเตือนภัยธรรมชาติที่กำลังจะอุบัติขึ้นทว่าพายุฝนฟ้าคะนองที่กำลังก่อตัวอยู่ภายนอกนั้น ยังมิอาจเทียบได้กับพายุอารมณ์ที่กำลังโหมกระหน่ำอยู่ภายในใจของสิบทิศรถสปอร์ตเอสยูวีสีดำสนิทเลี้ยวปาดหน้าเข้าจอดเทียบท่าหน้าล็อบบี้คอนโดมิเนียมหรูอย่างรวดเร็วและรุนแรงเสียงล้อบดเบียดกับพื้นถนนดังสนั่นจน รปภ. ที่ยืนเข้าเวรอยู่สะดุ้งสุดตัวประตูรถฝั่งคนขับถูกกระชากเปิดออก ร่างสูงใหญ่ของสิบทิศก้าวลงมาด้วยท่วงท่าที่เต็มไปด้วยรังสีอำมหิตใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้บิดเบี้ยวไปด้วยความโกรธเกรี้ยว นัยน์ตาสีเทาเกรี้ยวกราดดุจสัตว์ร้ายที่บาดเจ็บและพร้อมจะขย้ำศัตรูให้จมเขี้ยวเจษที่รีบขับรถตามมาอีกคัน ลงจากรถแล้ววิ่งเหยาะ ๆ เข้ามาประกบเจ้านายด้วยสีหน้ากังวล“นายครับ ใจเย็นก่อนนะครับ ที่นี่คนเยอะ เดี๋ยวจะเป็นข่าว”“ฉันไม่สนหน้าไหนทั้งนั้น!” สิบทิศตวาดกลับเสียงกร้าว ไม่แม้แต่จะหันไปมอง “นายทำตามหน้าที่ไป กันตัวเด็กออกไปซะ ส่วนแม่ฉันจะจัดการเอง”จังหวะนั้นเอง ประต







