Inicio / รักโบราณ / ทะลุมิติป่วนองค์รัชทายาท / ตอนที่ 8 กงล้อโชคชะตากลางมหานครหมิง

Compartir

ตอนที่ 8 กงล้อโชคชะตากลางมหานครหมิง

last update Fecha de publicación: 2026-10-15 13:56:01

ท่ามกลางเสียงพิณบรรเลงแว่วหวานระคนเสียงหัวเราะหยอกเย้าของเหล่านางโลมโฉมสะคราญ ภายในห้องรับรองสุดหรูชั้นสามของหอนางโลมอันดับหนึ่งกลางเมืองหลวง กลิ่นเหล้านารีแดงรสเลิศอบอวลตัดกับกลิ่นแป้งร่ำ บุรุษผู้หนึ่งนั่งเอนกายอยู่บนตั่งนุ่มอย่างสบาย ทว่าท่วงท่านั้นกลับเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันตรายที่ชวนให้ลุ่มหลง

เขาผู้นั้นคือ ‘องค์ชายรอง จูอวี่เฉิน’ บุตรชายของฮองเฮาผู้เป็นคู่แข่งทางการเมืองคนสำคัญขององค์รัชทายาท

‘จูอวี่เฉิน’ มีรูปโฉมงดงามราวกับเทพบุตร คิ้วกระบี่พาดเฉียงดวงตาเรียวยาวดุจพญาหงส์ที่มักจะฉายแววเจ้าสำราญอยู่เป็นนิจ ทว่าในส่วนลึกกลับซ่อนความโหดเหี้ยมเย่อหยิ่งไว้ใต้รอยยิ้มละมุนละไม จมูกโด่งเป็นสันและริมฝีปากบางเฉียบที่กำลังยกยิ้มขณะกระดกจอกสุราเข้าปากอย่างสุนทรีย์ เส้นผมสีดำสนิทปล่อยสยายล้อมกรอบใบหน้าหล่อเหลาบาดตา ขับให้เขาดูเป็นคุณชายเจ้าสำราญผู้ไม่แยแสโลก ทว่าเบื้องหลังความสำราญนี้กลับซ่อนความทะเยอทะยานที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งเพื่อแย่งชิงบัลลังก์มังกร

และที่มุมมืดด้านหลังตั่งนอน ร่างสูงใหญ่ในชุดสีดำสนิทของ ‘เหลยจวิน’ องครักษ์คู่ใจยืนนิ่งสงบราวกับไร้ตัวตน นัยน์ตาของเหลยจวินเรียบเฉยและเงียบขรึมอยู่ตลอดเวลา ทั่วทั้งแผ่นดินรู้ดีว่าเขาเป็นมือขวาที่เก่งกาจขององค์ชายรอง แต่ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าแท้จริงแล้ว เหลยจวินคือ ‘คนของฮองเฮา’ ที่ถูกส่งมาจับตาดูและคอยรายงานความเคลื่อนไหวทุกฝีก้าวขององค์ชายรองกลับไปให้พระนางรับทราบอย่างลับๆ

“เสด็จพี่ใหญ่แอบพาสตรีประหลาดผู้นั้นออกจากตำหนักลับงั้นหรือ...”

จูอวี่เฉินหมุนจอกสุราในมือเล่น แววตาประกายสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นมาทันที

“น่าสนใจแท้ สตรีที่รอดตายจากพิธีบูชายันต์ของเสด็จแม่ แถมยังทำให้เสด็จพี่ที่แสนเย็นชาถึงกับยอมหักหน้าท่านข้าหลวงเพื่อพาตัวไปกักขังไว้เอง...เหลยจวิน ส่งคนไปจับตาดูเอาไว้ หากมีโอกาส ข้าอยากจะเห็นหน้านางสักครั้ง”

เหลยจวินคุกเข่าลงนิ่งสนิท

“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ” ก่อนจะส่งสัญญาณเงียบๆ ออกไปนอกหน้าต่าง รายงานตรงสู่พรรคพวกของฮองเฮาทันที

.

.

อีกด้านหนึ่งของตลาดหลวงอันคึกคัก...

“โอ้โห! ของจริงมันอลังการขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย!”

มัสยาในร่างของเสิ่นเมี่ยวหลิงอุทานลั่น ตาโตเท่าไข่ห่านพลางสูดหายใจเข้าลึก ซึมซับบรรยากาศอันอบอุ่นความรุ่งเรืองของราชวงศ์หมิงโบราณอย่างตื่นเต้นสุดขีด หลังจากที่เธอใช้ทักษะการเจรจาต่อรองแบบหลุดโลกในรถม้าจนจูเซวียนหรงยอมใจอ่อน พระองค์จึงอนุญาตให้เธอลงมาเดินเที่ยวชมเมืองได้ตามคำขอ ทว่าความใจดีขององค์รัชทายาทนั้นย่อมมาพร้อมกับลิ่มหนามชิ้นโต

“ข้าให้เจ้าเดินสำรวจเมืองได้ตามใจชอบ...ทว่ามีข้อแม้เพียงข้อเดียว หากเจ้าคิดจะใช้โอกาสนี้หลบหนีไปจากสายตาคนของข้า คมดาบขององค์รักษ์เกราะดำจะบั่นคอเจ้าทันทีโดยไม่มีการละเว้น!”

คำขู่เฉียบขาดขององค์รัชทายาทยังคงดังก้องในหัว และเพื่อความมั่นใจ จูเซวียนหรงได้สั่งให้ ‘เจี้ยน’ องครักษ์มือขวาฝีมือฉกาจผู้เงียบขรึมและเฉียบคม พร้อมด้วย ‘เสี่ยวหลาน’ สาวใช้คนสนิทที่ฉลาดกระฉับกระเฉง ให้คอยเดินตามประกบเมี่ยวหลิงซ้ายขวาไม่ให้คลาดสายตาแม้แต่ก้าวเดียว

“คุณหนูเสิ่นเจ้าคะ...เดินช้าๆ หน่อยเถิดเจ้าค่ะ ข้าน้อยตามไม่ทันแล้ว”

เสี่ยวหลานร้องบอกพลางกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามร่างระหงที่กระโดดโลดเต้นเข้าร้านนู้นออกร้านนี้อย่างสนุกสนาน

“ช้าไม่ได้หรอกเสี่ยวหลาน! นี่มันคลังข้อมูลระดับโลกชัดๆ”

เมี่ยวหลิงหันมาบอกยิ้มร่า ทักษะและความฉลาดอันดับหนึ่งของนักศึกษาโบราณคดีถูกงัดออกมาใช้ทันที สมองอันปราดเปรื่องคำนวณและประเมินผลผลิตทางการเกษตรที่วางขายตามแผงค้าอย่างรวดเร็ว เธอหยิบเมล็ดข้าวฟ่าง ถั่วฝัก และส้มจีนขึ้นมาตรวจดู สลับกับสอบถามราคาจากพ่อค้าเพื่อประเมินค่าครองชีพ สภาพดินฟ้าอากาศ และปริมาณเสบียงกรังที่ราชสำนักกักตุนไว้

‘อืม...ถึงจะบ่นว่าภัยแล้ง แต่ผลผลิตพื้นราบยังพอประทังได้ ปัญหาคือการเก็งกำไรและการกระจายเสบียงของพวกขุนนางชั่วแน่ๆ ถ้าร้านค้าของฉันนำระบบโลจิสติกส์สมัยใหม่มาใช้ล่ะก็ นอกจากจะช่วยชาวบ้านได้แล้วยังรวยไม่รู้เรื่องแน่!’

เมี่ยวหลิงคิดคำนวณตัวเลขในหัวอย่างสนุกสนาน

ทว่าในมุมมืดของตรอกซอกซอยห่างออกไปไม่ไกลนัก...ร่างในชุดพรางกายลึกลับของ ‘องครักษ์เงา’ ที่ฮองเฮาส่งมาสืบความเคลื่อนไหว กำลังเคลื่อนที่ตามติดรถม้าขององค์รัชทายาทและขบวนของเสิ่นเมี่ยวหลิงอย่างเงียบเชียบ ประดุจภูตผีที่พร้อมจะคาบข่าวสารไปรายงานผู้เป็นนายในวังหลัง

.

.

ตูม!...ซ่า!

“ว๊าย! มีเด็กตกน้ำ! ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยที!”

เสียงกรีดร้องตื่นตระหนกของชาวบ้านดังขึ้นริมสะพานหินใจกลางตลาดหลวง เมี่ยวหลิงสะดุ้งสุดตัวรีบหันไปมองตามเสียงนั้นทันที เบื้องล่างในกระแสน้ำเชี่ยวกราดของคลองขุดหลวง ร่างของเด็กหญิงตัวน้อยอายุราวๆ เจ็ดขวบกำลังตะเกียกตะกายจมดิ่งลงสู่ก้นแม่น้ำ ท่ามกลางความตื่นตระหนกของชาวบ้านละแวกนั้นที่ได้แต่ยืนมุงและตะโกนร้องดังด้วยความหวาดกลัว เพราะไม่มีใครกล้าฝ่ากระแสน้ำลงไปช่วย

“เสี่ยวหลาน! เจี้ยน! ช่วยเด็กเร็ว!”

เมี่ยวหลิงร้องบอกองครักษ์และสาวใช้ แต่ทว่าระยะทางนั้นห่างเกินไป สัญชาตญาณความชอบช่วยเหลือคนของสาวไทยยุคปัจจุบันมันแรงกล้าเกินกว่าจะยืนดูเฉยๆ

ตู้มมมมมมม!

ร่างระหงในชุดสีฟ้าครามงดงามกระโดดดิ่งลงจากสะพานหินลงสู่แม่น้ำเสียงดังลั่น ทำเอาเจี้ยนและเสี่ยวหลานถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงขั้นสุด!

เมี่ยวหลิงแหวกว่ายไปตามกระแสน้ำอย่างคล่องแคล่วว่องไว ร่างกายของเธอดำดิ่งลงไปคว้าข้อมือของเด็กหญิงตัวน้อยเอาไว้ได้ทันท่วงที ก่อนจะใช้แรงทั้งหมดพาตัวเองและเด็กสาวโผล่พ้นเหนือน้ำและพยุงขึ้นมาบนฝั่งหินได้สำเร็จ ทหารและชาวบ้านรีบเข้ามาช่วยอุ้มร่างที่หมดสติของเด็กหญิงขึ้นมานอนราบกับพื้น

เด็กน้อยนิ่งสนิท ใบหน้าซีดเผือดและหยุดหายใจไปแล้ว ชาวบ้านพากันร่ำไห้คิดว่านางคงไม่รอด แต่เมี่ยวหลิงไม่ยอมแพ้ เธอทรุดตัวลงคุกเข่าข้างร่างเด็กน้อยทันที มือบางสองข้างประสานเข้าด้วยกันแล้ววางลงบนกึ่งกลางหน้าอกของเด็กหญิง ก่อนจะเริ่มออกแรงกดอย่างเป็นจังหวะ

หนึ่ง...สอง...สาม...สี่...

“คุณหนูเสิ่น! ท่านกำลังทำสิ่งใด? เหตุใดต้องทุบตีศพเด็กเช่นนั้น!”

เสี่ยวหลานร้องห้ามด้วยความไม่เข้าใจ ชาวบ้านรอบข้างพากันวิพากษ์วิจารณ์อย่างฮือฮา ตื่นตระหนกตกใจกับกิริยาท่าทางประหลาดที่ไม่เคยพบเคยเจอในยุคโบราณ

เมี่ยวหลิงไม่สนใจเสียงรอบข้าง เธอกดหน้าอกครบสามสิบครั้งก่อนจะบีบจมูกเด็กน้อย เชยคางขึ้น แล้วก้มลงประกบริมฝีปากเป่าลมเข้าปากเด็กหญิงเพื่อทำ ‘การกู้ชีพ CPR’ ทันที!

“สวรรค์! นางกำลังดูดวิญญาณเด็ก!” ชาวบ้านร้องลั่นด้วยความตกใจสุดขีด

เมี่ยวหลิงทำสลับไปมาอย่างตั้งใจและมีสมาธิ จนกระทั่งในที่สุด...

แคร่กๆๆ! ฮึก!

เด็กหญิงตัวน้อยสำลักน้ำจนทะลักออกจากปาก ร่างกายเริ่มขยับเขยื้อนและร้องไห้เสียงดังลั่น สัญญาณชีพกลับคืนมาอย่างปาฏิหาริย์!

“รอดแล้ว! เด็กน้อยรอดชีวิตแล้ว!”

เสียงโห่ร้องยินดีของชาวบ้านดังก้องลานตลาด ทุกสายตาจับจ้องมาที่เสิ่นเมี่ยวหลิงด้วยความเคารพเลื่อมใสประหนึ่งเห็นเซียนเทพจุติลงมาโปรดสัตว์

“คุณหนู...ท่านต้องเป็นหมอเทวดาแปลงกายมาแน่ๆ เลยเจ้าค่ะ! ใช้วิชารักษาสุดล้ำลึก แถมยังว่ายน้ำได้เก่งกาจถึงเพียงนี้!”

เสี่ยวหลานเอ่ยชมไม่ขาดปาก แววตาประกายที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความศรัทธา

ทว่าคำชมของสาวใช้กลับทำให้เมี่ยวหลิงชะงักกึก...รอยยิ้มหวานเจื่อนลงทันที ความตระหนักรู้สายหนึ่งแล่นจี้เข้าสมองจนเธอฉับพลัน เธอก้มมองมือตัวเองที่เปียกปอน

‘เดี๋ยวนะ...ตัวฉันในโลกปัจจุบันว่ายน้ำไม่เป็นนี่หว่า! ตอนตกแม่น้ำเจ้าพระยายังจมดิ่งดิ้นพราดๆ อยู่เลย แล้วทำไมพอมาอยู่ที่นี่...ฉันถึงว่ายน้ำคล่องแคล่วเหมือนกับเงือกขนาดนี้ล่ะ?’

ไม่เพียงแค่นั้น...

ความสับสนงุนงงทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อเธอนึกย้อนไปถึงบทสนทนาทั้งหมดตั้งแต่ตื่นมา เธอเข้าใจภาษาจีนโบราณทุกคำ ตอบโต้ด้วยภาษาเดียวกันได้อย่างฉะฉาน ทั้งๆ ที่ชีวิตในปัจจุบันของเธอนั้นไม่เคยเรียนภาษาจีนเลยสักตัว! มีเพียงแค่ความชอบส่วนตัวที่ชอบกินอาหารจีน ชอบดูวัฒนธรรมและซีรีส์จีนแก้เครียดเท่านั้นเอง

‘หรือว่า...ร่างกายดั้งเดิมของเสิ่นเมี่ยวหลิงคนนี้จะมีสัญชาตญาณอยู่แล้ว? แล้วสมองของฉันปรับจูนเข้ากับภาษายุคนี้ได้ยังไง?’

เมี่ยวหลิงกำลังคิดทบทวนปมปริศนาในใจอย่างเคร่งเครียด ท่ามกลางเสียงสรรเสริญของชาวบ้านรอบกายที่ยังคงฮือฮาไม่หยุดกับการช่วยชีวิตสุดมหัศจรรย์ โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า...จากมุมสูงของรถม้าหรูหราที่จอดอยู่ห่างออกไปนั้น

นัยน์ตาคมกริบของจูเซวียนหรงที่แอบเฝ้ามองเหตุการณ์ทั้งหมด ได้จดจ้องริมฝีปากอวบอิ่มที่เพิ่งประกบช่วยชีวิตเด็กน้อย ใบหน้างดงามล่มเมืองที่เปียกปอนไปด้วยหยาดน้ำดูสมส่วนเย้ายวนใจเกินกว่าจะหักห้าม ความร้อนรุ่มแล่นริ้วปะทุขึ้นในกายขององค์รัชทายาทหนุ่มจนร้อนผ่าว ช่วงล่างหนาแน่นเริ่มตื่นตัวแข็งขึงสั่นสะท้านขึ้นมาอีกคราอย่างรุนแรงปวดหนึบ!

..............................

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • ทะลุมิติป่วนองค์รัชทายาท   ตอนที่ 45 ลิขิตสวรรค์ชั่วนิรันดร์

    สายลมเหมันต์ที่เคยพัดโบกสะบัดอย่างบ้าคลั่งพ้นผ่านแผ่นดินต้าหมิงไปแล้ว แสงสุริยันยามวสันตฤดูสาดส่องลงมากระทบลานประหารหน้าประตูวังหลวงเพื่อชะล้างคราบควันไฟแห่งการกบฏ ผลการตัดสินโทษทัณฑ์สูงสุดตามกฎมณเฑียรบาลเสร็จสิ้นลงอย่างเด็ดขาด ‘ฮองเฮา’ และ ‘เสนาบดีเว่ย’ ถูกนำตัวขึ้นสู่แท่นประหารและถูกลงทัณฑ์ด้วยการตัดศีรษะต่อหน้าฝูงชนราษฎรนับหมื่น ปิดฉากอำนาจมืดอันชั่วช้าที่เคยค้ำจุนวังหลังมานานชั่วนิรันดร์ทว่าในส่วนของ ‘องค์ชายรอง จูอวี่เฉิน’ แม้พระองค์จะใช้ความว่องไวและกลอุบายหักล้างหลบหนีการตามล่าไล่ล่าของหน่วยองครักษ์เงาดำพยัคฆ์ทมิฬรอดไปได้หวุดหวิด ทว่าบัดนี้กลับต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากแสนเข็ญ ไร้ซึ่งยศถาบรรดาศักดิ์ เงินทอง หรือบ่าวไพร่คอยปรนนิบัติ ต้องรอนแรมซ่อนตัวอยู่ตามป่าเขาราวกับขอทานผู้หนึ่ง สิ้นไร้ไม้ตอกและทนทุกข์ทรมานกับความโกรธแค้นและความทรงจำคลั่งรักที่มิอาจครอบครองมัสยาได้อีกต่อไป..หนึ่งปีต่อมา... ณ ย่านการค้าที่รุ่งเรืองที่สุดใจกลางเมืองหลวง...ราษฎรนับหมื่นให้มายืนต่อคิวแน่นขนัดจนตลาดแทบแตก ที่นี่คือ ‘ห้างสรรพสินค้าต้าหมิงโมเดิร์น’ ของสองสาวไทยสู้ชีวิตข้ามมิติอย่าง ‘มัสยา’ ในฐาน

  • ทะลุมิติป่วนองค์รัชทายาท   ตอนที่ 44 แผนร้ายในเงามืด และ บ่วงรักพญามังกร

    แสงจันทร์นวลยามดึกสงัดสาดส่องผ่านบานหน้าต่างไม้ฉลุ เงาไม้ไผ่ทอดตัวเป็นสายลงบนพื้นหินอ่อนภายในพระที่นั่งคุนหนิง ยามนี้แผนการกบฏย่อยยับเพลิงแค้นชิงนางขององค์ชายรองจูอวี่เฉินถูกกองกำลังองครักษ์เงาพยัคฆ์ทมิฬบดขยี้พังพินาศลงภายนอกกำแพงวังหลวง ทว่าความสงบสุขที่เพิ่งคืนกลับมา กลับจุดชนวนบาดแผลความหึงหวงและเพลิงริษยาในอกของจักรพรรดิหนุ่มให้ปะทุเดือดขีดสุดยามเมื่อทรงระลึกได้ว่า ชายอื่นยังคงส่งคนมาหมายปองและคิดรังแกดึงตัวสตรีอันเป็นที่รักไปจากอ้อมอกของพระองค์ปัง!ประตูห้องบรรทมมังกรถูกผลักกระแทกปิดลงอย่างรุนแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของ ‘จูเซวียนหรง’ ในฉลองพระองค์สีฟ้าครามที่หลุดลุ่ยเล็กน้อย นัยน์ตาพญาเหยี่ยวคู่คมบัดนี้เข้มขึ้นฉายประกายกร้าวดุดันแฝงอารมณ์ดิบราคะระคนคลั่งรักอย่างรุนแรงจนอกสั่นสะท้าน พระองค์ก้าวเท้าพุ่งตรงเข้าหาเรือนร่างระหงของ ‘มัสยา’ ในร่างเสิ่นเมี่ยวหลิงที่กำลังนั่งนับแผงป้ายสมาชิกไม้ทองคำอยู่บนเตียงตั่งบุนวมหนานุ่ม“ฝ่าบาท! ท่านเป็นบ้าอะไรอีกเพคะ! หน้าตาเคร่งเครียดบึ้งตึงแถมเดินพรวดพราดเข้ามา ท่านลืมไปแล้วเหรอว่าท่านห้ามเข้าใกล้ข้าเกินสามก้าวนะเพคะ! ถอยออกไปเดี๋ยวนี้นะ!”ดวงตากล

  • ทะลุมิติป่วนองค์รัชทายาท   ตอนที่ 43 ปฐมบทฮองเฮาสายเปย์ กับ พาร์ทเนอร์ข้ามภพ

    แสงแดดอบอุ่นของเหมันตฤดูทอประกายระยิบระยับขับเน้นความโอ่อ่าหรูหราของพระตำหนักคุนหนิงอันเป็นที่ประทับขององค์ฮองเฮาคู่บัลลังก์...บัดนี้...ป้ายอักษรทองคำประกาศราชโองการสถาปนาสตรีสามัญชนอย่าง ‘มัสยา’ ขึ้นสู่ตำแหน่งมารดาแห่งแผ่นดินเสร็จสิ้นลงแล้ว ทว่าภายในห้องบรรทมมังกรแกะสลักลวดลายพญาหงส์อันศักดิ์สิทธิ์และเงียบสงบ บรรยากาศกลับถูกทำลายลงราบคาบด้วยเสียงโหวกเหวกโวยวายและการสนทนาระเบิดอารมณ์ของสองสาวคู่ซี้สู้ชีวิตที่กำลังก้มหน้าก้มตาจดบันทึกอะไรบางอย่างลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอม“มัส! แกเป็นฮองเฮาแล้วนะเว้ย! หันมาดูทองคำในท้องพระคลังที่พึ่งประทานมาเมื่อกี้สิแก ทองคำแท่งหนาเตอะปานแท่งอิฐก่อกำแพงเมืองจีน!”‘กล้วยตาก’ ในชุดข้าหลวงสตรีชั้นสูงผ้าไหมสีชมพูกลีบบัวด้วยความอดรนทนไม่ไหวเธอยกมือกุมขมับ ร้องบอกเสียงสั่นระรัวระคนตื่นเต้นตาโตเท่าไข่ห่าน“นี่เราจะนั่งๆ นอนๆ สวยๆ นับนิ้วกินขนมเปี๊ยะไปวันๆ ไม่ได้เหรอมัส แกจะลากฉันมาขีดเขียนแผนการเปิดร้านค้าเพื่อทำมาค้าขายให้เหงื่อท่วมตัวอีกทำไมวะเนี่ย!”มัสยาในชุดไหมสีแดงชาดสลับทองคำงดงามล่มเมือง พู่กันจีนในมือเรียวบางสะบัดเขียนโครงสร้างตารางภาษาไทยสลับภาษาจีนอย่าง

  • ทะลุมิติป่วนองค์รัชทายาท   ตอนที่ 42 ฟ้าหลังฝนแห่งมหากาพย์ต้าหมิง

    แสงอรุณวันใหม่สาดส่องขับไล่เมฆทมิฬและพายุฝนโปรยปรายที่เคยปกคลุมเหนือผืนฟ้าพระราชวังหลวงต้องห้ามให้มลายหายสิ้นไปจนหมด เสียงสะท้อนของคมดาบและเสียงร่ำไห้โหยหวนของข้าหลวงทรราชสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ ภายใต้การนำทัพขององครักษ์เงาพยัคฆ์ทมิฬจากแดนเหนือบวกรวมกับความเฉียบขาดของกองกำลังองค์รักษ์เกราะดำ..ที่ลานกว้างหน้าท้องพระโรงใหญ่... ‘เสนาบดีเว่ย’ และ ‘ฮองเฮา’ ในชุดไหมหรูหราที่บัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นและคราบโลหิต ถูกควบคุมตัวพันธนาการด้วยโซ่ตรวนเหล็กเส้นหนาเพื่อนำตัวไปรับโทษทัณฑ์สูงสุดตามกฎมณเฑียรบาลในข้อหากบฏลอบปลงพระชนม์โอรสสวรรค์ แววตาอันละโมบโลภมากของทั้งสองดับมอดลง เหลือเพียงความสิ้นหวังลนลานยามเมื่อก้าวเท้ามุ่งตรงสู่ลานประหาร..ในเวลาเดียวกัน...ณ พระตำหนักกวางหมิง...ฮ่องเต้องค์เก่าผู้ประชวรเรื้อรังมานานปี ทรงได้สติคืนกลับมาเป็นเวลาสั้นๆ ราวปาฏิหาริย์จากโอสถระงับพิษของท่านอาจารย์หลี่ นัยน์ตาชราอันฝ้าฟางกวาดมอง ‘จูเซวียนหรง’ บุตรชายสายเลือดมังกรแท้จริงเพียงคนเดียวที่ทรุดกายคุกเข่าอยู่ข้างแท่นบรรทม ฝ่าพระหัตถ์อันสั่นเทาเอื้อมไปประทับลงบนบ่าแกร่งของรัชทายาทหนุ่มที่กำลังจะถูกสถาปณาข

  • ทะลุมิติป่วนองค์รัชทายาท   ตอนที่ 41 กบฏวังหลวง และ ความลับใต้หน้ากาก

    เสียงฝีเท้าย่ำหนักและเสียงเสื้อเกราะเหล็กกระทบกันดังกังวานกระหึ่มมาจากภายนอกท้องพระโรง บานประตูศิลาขนาดยักษ์ถูกพังทลายออกอย่างรุนแรงตามแผนสำรองของขุนนางทรราช‘องค์ชายรอง จูอวี่เฉิน’ ควบม้าศึกสีนิลทะยานนำกองทัพทหารรักษาพระองค์ส่วนที่เหลือบุกเข้ามากลางสภาไต่สวน ทหารข้าหลวงชักดาบกวัดแกว่งไกวส่งเสียงกู่ร้องก้องลานพิธีเพื่อเตรียมฆ่าล้างบางและโยนความผิดกบฏปลงพระชนม์ให้แก่รัชทายาท“เสด็จพี่! แผนการลวงมังกรสลับฉากของท่านสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้แล้ว!”จูอวี่เฉินตวาดลั่น นัยน์ตาพญาหงส์ลุกโชนด้วยเพลิงริษยาและโทสะหมายมั่นจะเด็ดหัวพี่ชาย“ยามนี้ข้านำกองกำลังมาปราบกบฏชั่วช้าที่บังอาจวางยาพิษเสด็จพ่อและข่มขู่เสด็จแม่! ทหาร! ล้อมท้องพระโรงไว้จับกุมคนฝ่ายรัชทายาทให้หมด!”ฮองเฮาและเสนาบดีเว่ยคลี่รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมสะใจล้นอกเมื่อเห็นชัยชนะอยู่แค่เอื้อม...ทว่า...โชคชะตามิได้เข้าข้างคนชั่วช้าเสมอไป!ปัง! ปัง! ปัง!ก่อนที่กำลังพลของจูอวี่เฉินจะทันได้รุกฆาตล้อมโถงพิธี ประตูทางเข้าทุกทิศทางและหน้าต่างรอบท้องพระโรงใหญ่กลับถูกปิดกระแทกลงอย่างรัดกุมพร้อมกัน พร้อมกับการปรากฏตัวของกองกำลัง ‘หน่วยองครักษ์เงาดำพยัคฆ์ท

  • ทะลุมิติป่วนองค์รัชทายาท   ตอนที่ 40 ศึกสายเลือดในวังหลวง & เปิดฉากเกมส์ลวง

    เสียงกลองสัญญาณยามสามดังก้องกังวานสะท้อนฝ่าม่านหมอกเหมันตฤดูอันเหน็บหนาว บานประตูวังหลวงเหล็กกล้าขนาดยักษ์ค่อยๆ เปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของ ‘จูเซวียนหรง’ องค์รัชทายาทหนุ่มผู้มีพระพักตร์หล่อเหลาราวเทพบุตร ทว่าบัดนี้กลับนิ่งขรึมและฉายประกายเด็ดเดี่ยวเด็ดขาด...พระองค์ยอมให้ทหารรักษาพระองค์ฝ่ายองค์ฮองเฮาเข้าล้อมรอบและพันธนาการพระวรกายอันกำยำแข็งแกร่งด้วยโซ่ตรวนเหล็กเส้นหนา ท่วงท่าก้าวเดินส้นเท้ากระทบพื้นหินอ่อนดังก้องกังวานสะท้อนทั่วท้องพระโรง ซึ่งพระองค์ยอมทำตามเกมกลลวงมังกรสลับฉากที่สตรีนางในดวงใจได้วางไว้ล่วงหน้าอย่างไร้ความเกรงกลัวใดๆทันทีที่องค์รัชทายาทก้าวเข้าสู่ท้องพระโรงใหญ่กวางหมิง เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของเหล่าขุนนางนับร้อยก็ดังเซ็งแซ่ ‘ฮองเฮา’ ที่ประทับอยู่บนแท่นบัลลังก์มังกร และ ‘เสนาบดีเว่ย’ ที่ยืนกุมเชิงอยู่ด้านข้าง ต่างพากันเหยียดยิ้มเหี้ยมเกรียมออกมาด้วยความลำพองใจล้นอกเมื่อเห็นเสือป่าบาดเจ็บตกอยู่ในหลุมพราง“จูเซวียนหรง! เจ้าคนอกตัญญูชั่วช้า!” ฮองเฮาแผดสุรเสียงตวาดลั่นชี้พระหัตถ์มาทางองค์รัชทายาท“เจ้าวางยาพิษปลงพระชนม์เสด็จพ่อของเจ้าจนประชวรปางตาย ทั้งยังริอ่านนำกองกำลัง

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status