Se connecterชาติก่อนเลือกตายด้วยคมดาบในมือเขา ชาตินี้เข้าหาเพื่อเปลี่ยนใจที่แข็งดั่งหินให้ยอมปล่อยชีวิตคนในตระกูล
Voir plusเสียงฟ้าคำรามดังก้องไปทั่วบริเวณ แต่ยังมิอาจบดบังเสียงกรีดร้องของผู้คนภายในจวนตระกูลหลิวได้เลย หลิวเจียวหลัน ถูกสาวใช้พามาซ่อนตัวอยู่ภายในหีบใต้ที่นอนของนาง ความกลัวเข้าเกาะกินหัวใจ ไม่รู้ว่าตนเองจะถูกพบตัวเมื่อใด
เสียงฝีเท้าตรวจค้นภายในเรือนพักดังใกล้เข้ามา นางปิดปากปิดจมูกเอาไว้แน่นด้วยกลัวว่าเสียงลมหายใจจะดังจนคนที่อยู่ด้านนอกจะได้ยิน
“ข้าหาจนทั่วแล้วแต่ในเรือนไม่มีผู้ใด หรือนางจะรู้ตัวล่วงหน้าหนีออกจากจวนไปก่อน”
“ไม่มีทาง เรื่องในคืนนี้ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ ค้นหาจนกว่าจะเจอองค์ชายสามต้องการชีวิตคนตระกูลหลิวทั้งหมด อยู่ต้องเห็นคนตายต้องเห็นร่าง”
หลิวเจียวหลินตัวสั่นสะท้านไปทั้งตัว เคราะห์ร้ายที่เกิดขึ้นกับคนตระกูลหลิวทั้งหมดมาจากฝีมือของ เยี่ยนฉางเลี่ยง ที่เพิ่งกลับคืนสู่วังหลวงเมื่อสองเดือนก่อน นางทั้งแค้นใจและเสียใจที่เยี่ยนฉางเลี่ยงลงมือกำจัดคนตระกูลหลิวทั้งตระกูล ทั้งที่ก่อนหน้าเขาถูกช่วยเหลือโดนผู้เฒ่าตระกูลหลิวให้หลบซ่อนอยู่ภายใต้แซ่หลิว ปิดบังตัวตนจนรอดชีวิตมาได้
ย้อนไปเมื่อยี่สิบปีก่อน ผู้เฒ่าหลิวในตอนนั้นยังเป็นเพียงรองผู้ตรวจการ ได้พาเด็กชายวัยสี่หนาวกลับมาที่จวนโดยบอกกล่าวฮูหยินผู้เฒ่าว่าเป็นบุตรชายที่เกิดจากสตรีที่แอบเลี้ยงดูเอาไว้นอกจวน มารดาของเด็กเสียชีวิตลงจึงต้องรับตัวกลับเข้าตระกูล
ในตอนนั้นหลิวเจียวหลันนางยังมิได้เกิดจึงไม่รู้ว่าท่านปู่ทำเช่นใดท่านย่าถึงยอมให้เขาใช้แซ่หลิว นับตั้งแต่ผู้เฒ่าหลิวสิ้นใจ เยี่ยนฉางเลี่ยงก็ถูกส่งตัวไปอยู่ที่เรือนทรุดโทรมท้ายจวน งานเลี้ยงหรือแม้แต่กินข้าวพร้อมหน้ากับทุกคนในจวนเขาก็ยังไม่เคยถูกเรียกตัวเลยสักครั้ง ข้าวของเครื่องใช้ก็ล้วนแต่เป็นของเหลือจากท่านพ่อและท่านอารองของนาง นางพบหน้าท่านอาสี่ผู้นี้น้อยครั้งนัก เพราะเขามักพักอยู่ที่สำนักศึกษาไม่ได้กลับมาที่จวน แต่เวลาที่เขาใช้ชีวิตอย่างอยากลำบากก็ไม่ได้นานอย่างที่ท่านย่าของนางต้องการ...
เมื่อสองเดือนก่อน ฮ่องเต้ส่งขันทีคนสนิทมาสอบถามความเป็นมาของเยี่ยนฉางเลี่ยง พร้อมกับของที่ท่านผู้เฒ่าหลิวเก็บเอาไว้ ก่อนที่ผู้เฒ่าหลิวจะสิ้นใจได้สั่งความกับฮูหยินผู้เฒ่าเอาไว้ว่าให้เก็บรักษาจี้หยกกุญแจอายุยืนของเยี่ยนฉางเลี่ยงให้ดี แต่ฮูหยินผู้เฒ่ามิได้ทำเช่นนั้น นางทำลายทิ้งทั้งยังสั่งให้สาวใช้ไปมอบให้เยี่ยนฉางเลี่ยงเพื่อเยาะเย้ยเขาอีก สุดท้ายจี้หยกอายุยืนที่แสดงฐานะเบื้องหลังของเยี่ยนฉางเลี่ยงทำให้ได้รู้ว่าเขาคือองค์ชายสามที่หายตัวไปเมื่อยี่สิบปีก่อน
ความจริงขันทีก็ไม่จำเป็นต้องขอสิ่งของยืนยันตัวเยี่ยนฉางเลี่ยง เพราะฮ่องเต้ทรงรู้อยู่ก่อนแล้วว่าเยี่ยนฉางเลี่ยงถูกเลี้ยงดูโดยคนตระกูลหลิว ที่ต้องถามฮูหยินผู้เฒ่าเพื่อทำตามขั้นตอนเท่านั้น ขันทีข้างพระวรกายฮ่องเต้ไม่คิดว่าฮูหยินผู้เฒ่าหลิวจะโง่เขลาถึงเพียงนี้ มีของล้ำค่าอยู่ในมือแต่ไม่คิดจะดูแลรักษาให้ดี
คนตระกูลหลิวเดิมสมควรได้รับรางวัลพระราชทานใหญ่จากฮ่องเต้ แต่สิ่งที่พวกเขากระทำหลังจากผู้เฒ่าหลิวสิ้นใจไปแล้ว ทำให้ฮ่องเต้ไม่มอบรางวัลแล้วยังอยากจะมอบความตายให้พวกเขาตอบแทนด้วย
หลิวเจียวหลันเริ่มจะหายใจไม่ออก นางกลัวถูกจับได้แต่ก็กลัวว่าจะขาดใจตายภายในหีบมากกว่า จึงค่อยๆ แง้มฝาหีบเปิดออกเพื่อให้อากาศลอดเข้ามาด้านในสักนิดก็ยังดี แต่เคราะห์ของนางคงมีไม่น้อย ตอนที่กำลังจะปิดฝาหีบก็มีมือหนามายึดเอาไว้
“หึหึ เจอแล้ว คุณหนูใหญ่หลิว เข้ามาอยู่ในหีบได้อย่างไรขอรับ” รอยยิ้มของบุรุษตรงหน้าทำให้หลิวเจียวหลันขนลุกไปทั้งตัว
“ปล่อยข้า!!!” ตัวนางถูกลากออกมาจากหีบ
หลิวเจียวหลันถูกลากมาโยนรวมกับท่านย่าและบิดามารดาของนาง “ท่านย่าเป็นอันใดหรือไม่เจ้าคะ” นางรีบคลานเข้าไปหาฮูหยินผู้เฒ่าที่นั่งอยู่กับพื้นในสภาพอ่อนแรง
“ฮึก...หลันหลัน เหตุใดไม่ซ่อนตัวให้ดี” ฮูหยินผู้เฒ่าลูบใบหน้าหลานสาวอย่างปวดใจ
“เหตุใดถึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้เจ้าคะ” นางหันไปมองหน้าทุกคนอย่างไม่เข้าใจ
“เจ้าไม่รู้หรือว่าเพราะอันใด” เสียงเย้ยหยันที่นางได้ยินน้อยครั้งดังขึ้นอยู่ด้านหน้าของนาง พร้อมกับร่างของเยี่ยนฉางเลี่ยงที่เดินมาหยุดยิ้มเยาะนางอยู่ ด้านข้างของเขายังมีหลิวยู่อวี้ที่ยืนอยู่ด้านข้าง
“น้องรอง เจ้ามิได้ถูกจับเช่นเดียวกับพวกข้าหรือ” นางมองหลิวยู่อวี้กับอนุฟู่ที่อยู่ห่างไปไม่ไกล
“ข้ามิเคยทำสิ่งใดไม่ดีกับองค์ชายสาม เหตุใดถึงจะต้องถูกจับกุมด้วยเล่าเจ้าคะ” นางเอ่ยถามอย่างใส่ชื่อ
“เจ้าเองก็คนตระกูลหลิว ทนเห็นท่านย่า ท่านพ่อถูกจับเช่นนี้ได้หรือ”
“พี่หญิงใหญ่ ท่านกำลังบีบคั้นข้า ข้า...ข้าจะช่วยสิ่งใดได้เจ้าคะ ท่านลืมไปแล้วหรือ...ว่าข้าเป็นเพียงบุตรอนุ” ดวงตาของนางเปลี่ยนเป็นมองหลิวเจียวหลันอย่างรังเกียจ
"ท่านพ่อเห็นหรือไม่บุตรสาวที่แสนดีของท่าน เป็นไปตามที่ท่านหวังหรือไม่เจ้าคะ” นางอดที่จะหันไปถากถางบิดาไม่ได้
เยี่ยนฉางเลี่ยงเลิกคิ้วมองนางอย่างสนใจ เมื่อครู่หากเขามองไม่ผิดยังทันได้เห็นแววตาโกรธแค้นจากนางวูบหนึ่งก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นใสซื่อเช่นเด็กสาวทั่วไป“หึหึ เข้ามาๆ เรือนของท่านอาสี่เจ้าไม่มีผู้ใดมาบ่อยนัก มีเจ้ามาพูดคุยด้วยจะได้ไม่เงียบเหงาเกินไป” หลิวตงจิ่วโบกมือให้หลานสาวเดินเข้ามานั่งด้วย“พอรู้ว่าจะมาเรือนท่านอาสี่ ข้าเลยนำของว่างจากห้องครัวมาด้วย มิรู้ว่าจะถูกปากท่านอาสี่หรือไม่” นางหันไปส่งสายตาให้สาวใช้นำของว่างมาวางบนโต๊ะ“ข้าไม่ค่อยชอบกินของหวานนัก เจ้าเก็บไว้กินเองเถิด”“อ้อ...เจ้าค่ะ หลานจะจำเอาไว้ เพียงแต่กุ้ยฮวาเกา (ขนมดอกหอมหมื่นลี้) หากินยากวันนี้ข้าอยากกินเลยให้ห้องครัวทำให้ ข้ายังรู้มาอีกว่าเซี่ยกุ้ยเฟยโปรดปรานยิ่งนัก ท่านปู่ลองชิมสักชิ้นดีหรือไม่เจ้าคะ ในเมื่อท่านอาสี่ไม่ชอบ ข้านำมาแล้วไม่อยากจะเสียเที่ยวเจ้าค่ะ” นางหยิบส่งให้ผู้เฒ่าหลิวที่มีสีหน้ากระอักกระอ่วน โดยไม่สนใจสีหน้าเขียวคล้ำของเยี่ยนฉางเลี่ยงเลยสักนิด“เออ...ได้” ผู้เฒ่าหลิวจำต้องรับขนมจากมือหลานสาวไปกัดกิน“เซี่ยกุ้ยเฟยสิ้นพระชนม์ก่อนเจ้าจะเกิดหลายปี เจ้ารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร”หลิวเจียวหลันยังคงยิ้มหวานไม่ส
หลิวยู่อวี้ตกใจไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองจะไม่ได้อยู่ข้างกายของมารดาตนอีกแล้ว นางเงยหน้ามองหวงเหลียนอย่างไม่ยินยอม “เหตุใดข้าถึงอยู่ข้างกายอนุฟู่ไม่ได้เจ้าคะ ในเมื่อนางเป็นท่านแม่ของข้า”“จะ เจ้า หากท่านย่ามาได้ยินเข้าเจ้าได้ถูกลงโทษแน่ ตัวข้าที่เป็นมารดาก็คงไม่ต่างกัน”หลิวเจียวหลันได้รับสารจากสาวใช้แล้วว่าฮูหยินผู้เฒ่าหลิวกับอนุฟู่กำลังมาที่เรือน นางจึงไม่เข้าไปขวางหรือช่วยมารดาสั่งสอนหลิวยู่อวี้ ได้แต่ยืนมองนางนิ่งๆ“ท่านย่ารักเพียงพี่หญิงใหญ่ ข้าไปที่เรือนของนาง นางก็ไม่สนใจข้าแล้วจะให้ข้าไปเพื่ออันใด”“ดี!!! ในเมื่อเจ้าไม่อยากไปที่เรือนของข้า ต่อไปนี้ก็ไม่ต้องไป พาคุณหนูรองไปสำนึกผิดที่หอบรรพชน อยู่คัดคัมภีร์กตัญญูหนึ่งร้อยจบ หากคัดไม่เสร็จมิต้องให้นางออกมา”“ท่านย่า!!! ข้าสำนึกผิดแล้วเจ้าค่ะ” หลิวยู่อวี้คลานเข่าเข้ามาเกาะขาฮูหยินผู้เฒ่าอนุฟู่เองก็คุกเข่าขอร้องเช่นกัน “ฮูหยินผู้เฒ่าได้โปรดเมตตาคุณหนูรองด้วยเจ้าค่ะ นางยังเด็กไม่รู้ความบ่าวจะสั่งสอนนางเองเจ้าค่ะ”“เหอะ เจ้าดูการสั่งสอนของเจ้าเป็นเช่นใด นางถึงได้เก่งกาจเช่นนี้ แสร้งล้มป่วยเพื่อจะได้ไม่ต้องไปคารวะเช้ายายแก่เช่นข้า ดีนัก!
หลิวเจียวหลันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเดินเข้าไปนั่งข้าง ฮูหยินผู้เฒ่าหลิว เมื่อชามตะเกียบถูกนำมาวางนางก็เป็นฝ่ายคีบอาหารให้ฮูหยินผู้เฒ่าด้วยตนเอง “ท่านย่ากินเยอะๆ เจ้าค่ะ” นางยิ้มจนตาหยีเมื่อเห็นท่านย่าคีบอาหารที่นางวางในชามเข้าปากอยู่หลายคำ“เจ้าเองก็กินได้แล้ว มัวแต่คีบให้ย่า” ฮูหยินผู้เฒ่าก็คีบใส่ชามให้หลิวเจียวหลันเช่นกันอนุฟู่มองภาพย่าหลานรักใคร่ด้วยความอิจฉา “น่าเสียดายที่คุณหนูรองมิค่อยสบายไม่เช่นนั้นจะต้องมาคอยดูแลฮูหยินผู้เฒ่าเช่นคุณหนูใหญ่แน่เจ้าค่ะ”หลิวเจียวหลันพอได้ยินก็วางตะเกียบลงทันที นางหันไปมอง อนุฟู่ด้วยใบหน้าเรียบเฉย “อวี้เออร์ไม่สบายหรือ ท่านย่าข้าไปดูน้องรองหน่อยก็แล้วกันเจ้าค่ะ ประเดี๋ยวจะกลับมาอยู่เป็นเพื่อนคุยกับท่านต่อ”“ไม่ต้องเจ้าค่ะ!!! เออ...ข้ากลัวว่าคุณหนูใหญ่จะติดไข้จากคุณหนูรองเจ้าค่ะ”“แล้วตามหมอมาดูอาการหรือยัง”“เป็นมิมากเจ้าค่ะ”“ท่านแม่รู้เรื่องหรือไม่”“เออ...” อนุฟู่กระอักกระอ่วนไม่รู้ว่าจะตอบเช่นใด เมื่อหลิวยู่อวี้นางไม่ได้ล้มป่วยจริงเพียงแต่ไม่อยากมาร่วมโต๊ะอาหารกับฮูหยินผู้เฒ่าก็เท่านั้นฮูหยินผู้เฒ่าขมวดคิ้วมองอนุฟู่อย่างไม่พอใจ “ใช้ได้เสี
หลิวเจียวหลันถูกกระชากตัวแยกออกมาจากท่านย่าและมารดาของนาง ดวงตาหงส์ของนางจ้องมองไปทางเยี่ยนฉางเลี่ยงอย่างไม่ยินยอม “เยี่ยนฉางเลี่ยง!!!” เสียงตะโกนของนางทำให้องครักษ์ชักดาบออกมาหมายจะฟันคอให้ขาด เพราะนางกล้าเอ่ยนามของเขาออกมาตรงๆ แต่เยี่ยนฉางเลี่ยงยกมือขึ้นให้เขาหยุดมือเสียก่อน“มีสิ่งใดจะพูดก่อนตายก็พูดเถิด” เขามองนางอย่างเย็นชา“ท่านรู้อยู่แก่ใจทั้งหมดว่าเรื่องจริงเป็นเช่นใด ต่อให้คนทั้งตระกูลหลิวเคยทำไม่ดีต่อท่าน แต่ไม่ใช่กับท่านปู่ของข้า การกระทำของท่านกับฝ่าบาทในคืนนี้เพียงแค่ต้องการชีวิตของคนตระกูลหลิวเป็นเครื่องมือทำลายไทเฮาก็เท่านั้น ต่อให้พวกข้าเคยทำไม่ดีเช่นใด ความผิดก็คงไม่ร้ายแรงถึงขั้นเอาชีวิตกระมัง” นางไม่กลัวความตายอีกแล้วในเมื่ออย่างไรก็หนีไม่พ้น ขอพูดสิ่งที่อยู่ในใจจะดีกว่า ฟ้ายังคงร้องคำรามพร้อมกับสายฝนที่ตกลงมาอย่างกระหน่ำดาบในมือของเยี่ยนฉางเลี่ยงพาดอยู่ที่ลำคอขาวของนางเพื่อข่มขู่ เขาขยับคมดาบเข้าไปใกล้จนเลือดไหลซึมออกมาเล็กน้อย หลิวเจียวหลันเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว นางยึดจับข้อมือของเขาเอาไว้แน่นก่อนจะโน้มหน้าเข้าไปใกล้เยี่ยนฉางเลี่ยง“ข้ายืนยันคำเดิม ตระกูลหล

















