Share

ขอสงบศึกชั่วคราว

Penulis: zuey
last update Terakhir Diperbarui: 2025-11-23 23:31:57

แต่แล้ววันหนึ่งเขากลับมีอาการป่วยอย่างกะทันหัน อาการป่วยที่แม้แต่หมอหลวงยังตรวจหาสาเหตุไม่พบ จากนั้นขาทั้งสองข้างก็เริ่มอ่อนแรง เพียงไม่นานอวัยวะท่อนล่างของเขาก็ไร้ความรู้สึกและไม่สามารถขยับได้อีกต่อไป เท่านั้นยังไม่พอ ดวงตาที่เคยมองเห็นได้อย่างชัดเจนก็เริ่มมืดดำจนกลายเป็นมองไม่เห็นไปโดยปริยาย

อาการที่เกิดกับเขาทั้งหมด มันได้เกิดขึ้นกับพี่ชายต่างมารดาของเขาด้วย หลังจากหาหมอภายในเมืองทั้งหมดก็ยังไม่สามารถรักษาทายาทตระกูลกู้ทั้งสองได้ บิดาที่ร้อนใจได้ออกจากจวนเพื่อสืบเสาะหาหมอมารักษาพวกเขาพี่น้องไปทั่วทุกหนแห่ง

ผ่านไปหลายเดือนหัวหน้าตระกูลกู้ได้กลับมาพร้อมกับหมอเทวดาชื่อดัง หมอเทวดาได้วินิจฉัยว่าพวกเขาพี่น้องถูกพิษและโชคดีที่เขาเองก็มียารักษาอยู่ แต่น่าเสียดายยาแก้พิษที่เขามีนั้นสามารถรักษาชีวิตบุตรชายตระกูลกู้เอาไว้ได้เพียงหนึ่งคนเท่านั้น เพราะสมุนไพรส่วนประกอบที่สร้างยาหนึ่งเม็ดขึ้นมาล้วนแต่เป็นสมุนไพรที่หายาก บางอย่างเป็นสมุนไพรที่เหล่าบรรพบุรุษของอาจารย์ที่ทิ้งเอาไว้ให้ศิษย์รุ่นหลัง เวลานี้มีเพียงหนึ่งระหว่างสองพี่น้องที่สามารถมีชีวิตรอดไปได้

ไม่ต้องคิดให้ลำบาก แม้เขาจะโดดเด่นเหนือพี่ชายแต่บิดาผู้ให้กำเนิดก็ไม่คิดที่จะเลือกเขาอย่างแน่นอน และเป็นอย่างที่กู้จิ่งเหยียนคิด หลังจากที่พี่ชายได้รับการรักษาจนหายดี ตำแหน่งขุนนางที่เคยเป็นของเขาและสตรีที่เขารัก ก็ถูกพี่ชายต่างมารดาช่วงชิงไปอย่างหน้าไม่อาย ถึงแม้กู้จิ่งเหยียนจะเป็นบุตรชายที่เกิดจากอนุภรรยา แต่เขากลับมีรูปลักษณ์และความสามารถที่โดดเด่นเหนือใคร แม้แต่บุตรที่เกิดจากภรรยาหลวงก็ไม่สามารถเทียบได้

หลังจากที่กลายเป็นคนพิกลพิการไปแล้ว เขามักจะหวนกลับมานึกถึงคำพูดสุดท้ายของมารดาอยู่เสมอ ก่อนสิ้นใจนางได้สั่งให้เขารีบออกจากตระกูลกู้ไปเสีย เวลานั้นกู้จิ่งเหยียนยังอยู่ในวัยทะเยอทะยาน เขาคิดว่าตนเองฉลาดหลักแหลมเหนือผู้อื่น ลูกหลานตระกูลกู้ทั้งหมดไม่มีใครสามารถเทียบเขาได้ ทำให้เขาไม่ยอมทำตามคำสั่งเสียของมารดา

เพราะความต้องการเอาชนะบุตรที่เกิดจากภรรยาหลวง ทำให้เขามุ่งมั่นจนสามารถสอบได้จอหงวนและแสดงความสามารถของตนให้ฮ่องเต้ได้ทอดพระเนตร กู้จิ่งเหยียนได้เข้าทำงานในราชสำนักในตำแหน่งสำคัญ แต่แล้วทุกอย่างที่เคยเป็นของเขาเวลานี้เหลือเพียงความว่างเปล่า

ใบหน้าที่เคยงดงามเป็นเลิศ เมื่อยามที่สตรีใดได้เห็นเป็นต้องเอียงอาย เวลานี้กลับกลายเป็นอัปลักษณ์ดั่งอสูรร้าย แม้แต่สาวใช้ที่เคยทำงานในเรือนก็ไม่แม้แต่จะกล้าเงยหน้ามอง

หลังจากที่อาการป่วยของเขาเริ่มทรุดลงเรื่อยๆ ข่าวลือที่เกี่ยวกับเขาก็เริ่มแพร่กระจายออกไปด้านนอก ตระกูลกู้ที่รักหน้าตาและเกียรติยศยิ่งชีพ มีหรือที่ยอมเก็บคนพิการอย่างเขาเอาไว้เป็นเสนียดภายในจวน

เมื่อย้อนนึกถึงอดีต กู้จิ่งเหยียนก็ไม่มีความอยากอาหารอีกต่อไป เขาวางชามโจ๊กเอาไว้ที่เดิมจากนั้นพยายามพยุงตัวเองโดยใช้แขนทั้งสองข้างที่ไร้กล้ามเนื้อดันตัวเองให้นอนลง

เสียงทอดถอนใจภายในห้องดังขึ้นเป็นระยะ คงเพราะวันนี้ได้อาบน้ำชำระกายทำให้รู้สึกสบายตัวมากกว่าทุกวัน จึงไม่รู้ว่าเขาเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อใด แต่เมื่อรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็ได้ยินเสียงฟ้าร้องคำรามดังแว่วอยู่ไกลๆ

ลู่หยวนซีที่พึ่งอาบน้ำเสร็จ แหงนหน้ามองท้องฟ้าด้วยใบหน้าเรียบเฉย ท้องฟ้าที่ถูกปกคลุมด้วยเมฆสีเทาและสายฝนที่กำลังพรมละอองบางๆ ลงมาไม่ขาดสาย หมอกสีขาวปกถูกคลุมไปทั่วบดบังทัศนวิสัยรอบด้าน เพราะเรือนของนางตั้งอยู่บนเชิงเขาทำให้มองลงไปทางหมู่บ้านเห็นเพียงแค่เงาเลือนราง

สายลมด้านนอกเริ่มพัดกระโชกแรงขึ้นเรื่อยๆ สร้างความหนาวสะท้านให้กับร่างบางที่ยืนอยู่ชานเรือน เมฆดำทะมึนก่อตัวขึ้นบนท้องฟ้าบ่งบอกถึงพายุที่กำลังใกล้เข้ามา

“คุณชาย ท่านตื่นแล้วหรือเจ้าคะ”

ลู่หยวนซีมองชามโจ๊กที่ยังเหลือเกินกว่าครึ่ง นางถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนยกชามโจ๊กนั้นออกจากห้องไป ช่างเถอะ อย่างน้อยเขาก็ยังทานเข้าไปบ้าง เอาไว้ลองทำอาหารอย่างอื่นให้เขาทานดู เผื่อว่าเขาจะเจริญอาหารมากกว่านี้ เพราะบางทีคนป่วยมานานนางเดาว่าลิ้นอาจจะไม่ค่อยรับรส

ลู่หยวนซีทึกทักไปเองว่าที่เขาไม่ยอมทานอาหาร เป็นเพราะอาการป่วย นางเดินเข้าไปภายในห้องกลิ่นหอมอ่อนๆ ของสบู่ที่นางใช้ เป็นกลิ่นเดียวกับที่เขาใช้ก่อนหน้านี้ เมื่อกู้จิ่งเหยียนได้กลิ่นจากกายของนางทำให้ความรู้สึกของเขาปั่นป่วนอย่างบอกไม่ถูก

เขารออยู่นานว่าเมื่อใดนางจะออกไปจากห้องนี้ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้ยินเสียงขยับตัวเสียที ทำให้เขาจำต้องเอ่ยปากไล่นางตรงๆ ทั้งที่ไม่คิดจะพูดกับนางอีก

“เหตุใดเจ้ายังอยู่ในห้องนี้ ออกไปเสียข้าต้องการพักผ่อน”

แม้น้ำเสียงที่เปล่งออกมาจะฟังดูกระด้างเล็กน้อย แต่ก็แตกต่างจากก่อนหน้านี้อย่างเห็นได้ชัด ลู่หยวนซีมองใบหน้าหล่อเหลาที่มีรอยตะขาบไฟพาดผ่าน ก่อนขยับเข้าไปใกล้อีกนิด นางจ้องมองดวงตาคมที่กลายเป็นสีม่วงไปแล้วในยามนี้พลางทอดถอนใจอย่างเวทนา หลังจากนี้ไปนางจะหาทางรักษาเขาอย่างไรดี แต่นั่นคงไม่ใช่เรื่องสำคัญเป็นอันดับแรก ก่อนอื่นคงต้องทำให้เขาเชื่อในตัวของนางเสียก่อน

“คุณชายเจ้าคะ ความจริงนี่เป็นห้องของข้า ห้องที่ท่านเคยอยู่คงไม่สามารถเข้าอยู่ได้อีกสักพัก เรือนหลังนี้มีเพียงสามห้อง ห้องของท่าน ห้องของข้า แล้วก็ห้องเก็บของ อีกอย่างตอนนี้ข้างนอกฝนตก ข้าคงไปอยู่ที่อื่นไม่ได้ ถึงท่านจะไม่พอใจแต่ก็อดทนอีกสักสองสามวันเถอะ ข้ารู้ว่าท่านไม่ชอบข้า ข้าเองก็ไม่ชอบใจนักที่ต้องมาอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ ดังนั้นเราสองคนมาสงบศึกชั่วคราวจนกว่าท่านจะหายดี ดีหรือไม่ หลังจากนั้นข้าจะไปตามทางของข้าเอง ไม่อยู่ให้ท่านรู้สึกระคายอารมณ์แน่นอน”

เอ่ยจบลู่หยวนซีก็หยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกมาจากช่องว่างในอากาศ หนังสือเล่มนี้เป็นนิยายที่ระบบส่งให้นางก่อนหน้านี้ คงต้องเอาออกมาอ่านฆ่าเวลาอันแสนน่าเบื่อนี้ไปก่อน จากนั้นค่อยหาทางหนีทีไล่ให้ตนเอง เพราะไม่รู้ว่าตอนนี้เนื้อเรื่องในนิยายดำเนินไปถึงไหนแล้ว

ตั้งแต่ที่ลู่หยวนซีเอ่ยขึ้น จนกระทั่งเสียงหน้ากระดาษถูกเปิดเป็นระยะ กู้จิ่งเหยียนมิได้เอ่ยปากแม้เพียงครึ่งคำ เขายังคงเงี่ยหูฟังอากัปกิริยาของนาง ทั้งยังรู้สึกสงสัยว่าสตรีนางนี้รู้หนังสือด้วยอย่างนั้นหรือ หรือว่านางแค่แสร้งทำไปอย่างนั้น

หลังจากอ่านนิยายเล่มนั้นไปได้สักพัก แสงสว่างรำไรที่อยู่ภายนอกก็เริ่มหายไป นางเดินไปหยิบตะเกียงน้ำมันมาวางที่โต๊ะข้างเตียงก่อนจุดมันขึ้นด้วยหั่วเจ๋อจื่อหรือกระบอกจุดไฟ จากนั้นจึงหันไปถามคุณชายที่ยังคงนอนนิ่งอยู่บนเตียง

“ท่านหิวหรือไม่ ถ้าไม่อยากทานโจ๊ก หรือจะเปลี่ยนเป็นอาหารอย่างอื่นแทน ข้ากำลังจะเข้าครัว เดี๋ยวทำเผื่อท่านเพิ่มอีกสักหน่อย”

ไร้เสียงตอบกลับมา มีเพียงเสียงของสายฝนที่เริ่มซาตกกระทบพื้นดินและใบหญ้าเสียงดังเปาะแปะ กลิ่นดินที่ถูกน้ำฝนโชยมาทำให้รู้สึกสดชื่น

“ถ้าท่านไม่ตอบ เช่นนั้นข้าก็จะทำตามใจตนเองนะ”

เอ่ยจบนางก็เดินออกจากห้องไป ในใจก็ได้แต่แอบบ่นเขาอยู่คนเดียว คนผู้นี้เอาใจยากเสียยิ่งกว่าเด็กสามขวบที่บ้านเด็กกำพร้าฉือชุนเสียอีก

ลู่หยวนซีหายออกจากห้องไปเพียงไม่นาน นางก็กลับมาพร้อมอาหารสามอย่าง นั่นก็คือผัดผัก ไข่เจียว และน้ำแกงกระดูกหมูพร้อมด้วยข้าวสวยร้อนๆ สองชาม ที่ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำย่อยในกระเพาะให้ทำงาน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติมาช่วยชีวิตตัวร้ายคนโปรดของระบบ   บทส่งท้าย จากลาเพื่อเริ่มต้นใหม่

    “เอ๊ะ!”มู่หยุนถิงอุทานเบาๆ ตอนแรกคิดเพียงแค่ต้องการเห็นหน้าท่านประธานใกล้ๆ แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะใกล้ไปแล้ว“นี่!คุณ”มู่หยุนถิงตกใจที่ได้เห็นใบหน้าที่แสนคุ้นเคยของผู้ชายทั้งสองคน เฮ่อเหวินจิ่งเหยียนและจ้าวหลี่เสวียนมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง หรือว่าตนเองยังฝันอยู่ มู่หยุนถิงหยิกแขนตนเองเบาๆ จากนั้นจึงร้องซี๊ดขึ้นมา“คุณคือมู่หยุนถิงลูกสาวคนเดียวของประธานมู่สินะครับ”ชายหนุ่มที่มีหน้าตาเหมือนจ้าวหลี่เสวียนพูดขึ้น ทำเอามู่หยุนถิงถึงกับอ้ำอึ้งไป นอกจากหน้าตาจะเหมือนกันเสียงของเขายังเหมือนกันอีกด้วย ดวงตาสับสนของมู่หยุนถิงปรากฏขึ้นยามเมื่อมองไปที่เขา“ผมคือเยี่ยนจืออี้ เป็นลูกพี่ลูกน้องของเขาและผมเป็นคู่หมั้นของคุณ”เยี่ยนจืออี้ชี้ไปยังร่างสูงที่ยืนเงียบจ้องไปยังลู่หยวนซีที่ยังมีอาการตกตะลึงอยู่ เธอไม่คิดว่าจะได้พบคนที่มีใบหน้าเหมือนกับเขาอย่างกะทันหัน ความสับสน ความคิดถึง ความเศร้า ทุกความรู้สึกที่ลู่หยวนซีมีมันปรากฏขึ้นที่ใบหน้าของเธอ น้ำตาเม็ดโตผุดขึ้นมาในดวงตางามอย่างรวดเร็ว หญิงสาวรีบก้มหน้าซ่อนมันทันทีก่อนที่จะมีใครเห็น“นี่ ถึงกับตะลึงไปเลยหรอ เขาหล่อใช่ไหมล่ะ”มู่หยุนถิงเอ่ยเย้าเพื่อนสาว

  • ทะลุมิติมาช่วยชีวิตตัวร้ายคนโปรดของระบบ   ชีวิตบั้นปลายของสองผู้เฒ่า

    หลายสิบปีผ่านไป เหล่าลูกหลานของลู่หยวนซีต่างมีวิถีชีวิตตามเส้นทางของตนเอง เหล่าญาติสนิทต่างก็ทยอยจากโลกนี้ไปทีละคน ตอนนี้นางเองก็ชรามากแล้วแต่สามีของนางก็ยังคงรักและดูแลนางไม่แตกต่างจากช่วงเวลาของชีวิตที่ผ่านมาสองสามีภรรยาได้หยุดการเดินทางของตนลงจากนั้นจึงย้ายมาอยู่หมู่บ้านในหุบเขาเล็กๆ สถานที่ที่ทั้งสองได้พบกันครั้งแรกใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างเงียบสงบ คนในหมู่บ้านต่างก็ไม่รู้ที่มาของพวกเขา รู้เพียงสองผู้เฒ่าเป็นคนจิตใจดีและเอื้อเฟื้อต่อผู้อื่นลู่หยวนซีนั่งรับลมอยู่ที่เก้าอี้หน้าเรือนทำให้นางหวนนึกถึงช่วงเวลาที่คอยดูแลเฮ่อเหวินจิ่งเหยียน เขาเป็นคนที่ดื้อรั้นแต่นางกลับดื้อรั้นกว่า ตอนนี้ต้นพลับที่อยู่ริมรั้วเติบโตสูงใหญ่เพราะผ่านมานานหลายสิบปี นางยิ้มให้กับตนเองเมื่อรู้สึกว่าชีวิตของนางนั้นช่างคุ้มค่าที่ได้เกิดมาตอนนี้นางไม่รู้สึกว่าตนเองต้องการอะไรอีกแล้ว นางมีสามีที่รักนางเพียงคนเดียวและลูกๆ ทั้งสองคนที่ประสบความสำเร็จแต่ยังมีสิ่งหนึ่งที่ยังไม่สามารถทำใจได้คือ นางยังไม่ต้องการจากชายอันเป็นที่รักอย่างเขาไป แต่สังขารของมนุษย์นั้นมิอาจฝืน จึงทำได้เพียงหวังว่าหลังจากตนเองจากไปแล้วคงได้มี

  • ทะลุมิติมาช่วยชีวิตตัวร้ายคนโปรดของระบบ   ผมกลับมาแล้ว

    ช่วงหลายวันมานี้ลู่หยวนซีดูอารมณ์แปรปรวนและง่วงนอนอยู่ตลอดเวลา บางครั้งนางก็หาเรื่องทะเลาะกับเขาด้วยเรื่องไร้สาระอย่างเช่นวันนี้ เมื่อเห็นภรรยาอารมณ์ไม่ดีชายหนุ่มจึงออกจากห้องไป รอให้นางเข้านอนแล้วจึงได้ย้อนกลับมา“ลู่หยวนซีผมกลับมาแล้ว”ในความว่างเปล่าหญิงสาวยืนอยู่เพียงลำพัง เมื่อเสียงทักทายที่ฟังคุ้นหูดังขึ้นเธอก็จำได้ทันทีว่าคือใคร“เอ๊ะนี่!! คุณ...คือระบบหรือคะ คุณกลับมาแล้วหรือฉันเป็นห่วงแทบแย่ คุณหายไปไหนมากันแน่เป็นสิบปี”“เฮ่อ! จะหายไปไหนได้ ก็ถูกกักบริเวณน่ะสิโทษฐานเข้าแทรกแซงการทำงานของผู้อื่น เจ้านักเขียนนั่นใจร้ายชะมัด ถึงกับรายงานผม”ลู่หยวนซีได้ยินดังนั้นก็ทำหน้าฉงน เพื่อช่วยพวกตนเขาถึงกับยอมถูกลงโทษ เขาทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร“คุณถูกขังเป็นสิบปีเลยหรือคะ น่าเห็นใจจริงๆ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเพียงเพราะคุณต้องการช่วยชีวิตผู้อื่นถึงกับต้องทำกันรุนแรงขนาดนี้”ระบบเห็นใบหน้าเศร้าสร้อยราวกับจะร้องไห้ของลู่หยวนซี ถึงกับทำอะไรไม่ถูก จึงได้รีบอธิบายความเข้าใจผิดของเธอ“เอ่อไม่ใช่แบบนั้น มันก็แค่เดือนเดียวที่ถูกพักงานน่ะ ตอนนี้ผมก็กลับมาแล้ว เห็นเธอยังสุขสบายดีอยู่แบบนี้ดูเหมือนต้นฉบั

  • ทะลุมิติมาช่วยชีวิตตัวร้ายคนโปรดของระบบ   ทำตามความฝัน

    เช้าวันต่อมา ช่วงสายลู่หยวนซีที่ถูกเฮ่อเหวินจิ่งเหยียนจับอาบน้ำแต่งกายเพื่อไปคารวะน้ำชาบิดามารดา นางที่ถูกเขาเคี่ยวกรำอย่างหนักแสดงออกว่ายังอ่อนเพลีย แต่ประเพณีที่ต้องทำก็ยังต้องทำ ไม่อย่างนั้นจะถูครหาเอาได้“มาแล้วหรือ”เจียงจื่ออิ๋งที่เล่นอยู่กับเสี่ยวอวิ๋นในห้องโถงหันมาทักทายสามีภรรยาหมาดๆ ที่กำลังเดินเคียงคู่กันมา“ท่างแม่ลู่”ส่วนเสี่ยวอวิ๋นที่เห็นลู่หยวนซีเจ้าหัวไชเท้าก็พุ่งเข้าหานางทันที เฮ่อเหวินจิ่งเหยียนเห็นเช่นนั้นเขาก็หิ้วเจ้าเด็กน้อยด้วยมือเดียว ก่อนจะอุ้มเขาเอาไว้“นางไม่ค่อยสบาย ข้าจะอุ้มเจ้าเอง”เสี่ยวอวิ๋นทำหน้ายู่ไม่พอใจ แต่สุดท้ายก็ยอมให้ชายหนุ่มอุ้มตนแต่โดยดี เจียงจื่ออิ๋งที่ยืนมองดูภาพนั้นนางได้แต่นึกถึงใครบางคนที่ไม่ได้พบหน้ามาปีกว่าแล้ว เขาจะรู้หรือไม่ว่าบุตรชายของเขาตอนนี้วิ่งเร็วเสียยิ่งกว่าลิง หญิงสาวถอนหายใจออกมาเบาๆ ในใจคิดว่าชาตินี้พวกเขาคงจะไม่ได้พบหน้ากันอีก“คามนับ...คามนาบ”เสี่ยวอวิ๋นนั่งลงด้านข้างของเฮ่อเหวินจิ่งเหยียน ก่อนจะทำท่าคำนับเหมือนกับที่พวกเขาทำ เรียกเสียงหัวเราะและความเอ็นดูให้กับคนทั้งห้องโถง“เสี่ยวอวิ๋นมาหายายซิ”เฟิงฉู่หรันที่รับเจียงจ

  • ทะลุมิติมาช่วยชีวิตตัวร้ายคนโปรดของระบบ   งานแต่งงานของเราสอง

    ต่อมาเขาได้ส่งมอบจวนติ้งกั๋วกงให้บุตรชายบุญธรรมและทรัพย์สินส่วนหนึ่งเหลือเอาไว้ให้ลู่หยวนซีที่เป็นบุตรสาวแท้ๆ ไม่ว่าเมื่อใดที่นางเดินทางผ่านไปยังแคว้นหลี่ นางก็สามารถพักอยู่ที่นั่นได้อย่างสะดวกสบายหลังจากจัดการเรื่องราวต่างๆ จนเสร็จสิ้นแล้ว เขาก็รีบควบม้ามาตามเส้นทางที่เขียนบอกเอาไว้ ทำให้ได้รู้ว่าตลอดสิบกว่าปีภรรยาที่เขาออกตามหาแทบพลิกแผ่นดิน กลับกลายเป็นว่านางได้รับบาดเจ็บจนหลับใหลไม่ได้สติ บัดนี้เขาได้พบนางแล้วและไม่คิดที่จะไปจากที่นี่จนกว่านางต้องการให้เขาจากไปลู่หยวนซีผู้ที่เฝ้ามองบิดาและมารดาอยู่ห่างๆ นางเองก็เฝ้าฝันว่าตนเองจะได้มีครอบครัวที่ครบสมบูรณ์เฉกเช่นผู้อื่น ดวงตางามมีน้ำใสเอ่อคลอ นางรู้สึกว่าความรู้สึกโหยหาภายในใจได้รับการเติมเต็มแล้ว“ยินดีด้วยที่ได้พบครอบครัวที่แท้จริง”หญิงสาวหันกลับมามองบุรุษรูปงามที่ยืนอยู่ท่ามกลางดงต้นเหมยฮวา นางส่งยิ้มกลับไปให้เขาก่อนจะยื่นมือไปด้านหน้า“ท่านเองก็เป็นครอบครัวของข้า”“ข้ารู้....ซีเอ๋อเจ้าจะอยู่ที่นี่ตลอดไปหรือ”ชายหนุ่มถามหญิงสาวข้างกายระหว่างที่ทั้งสองเดินเล่นด้วยกัน บุรุษรูปงามเดินเคียงคู่กับหญิงสาวทั้งสองจูงมือกันด้วยท่าทางผ่

  • ทะลุมิติมาช่วยชีวิตตัวร้ายคนโปรดของระบบ   จุดจบตระกูลเมี่ยว

    “นี่เป็นการเตือนเท่านั้น ถ้าหากต้องการทำร้ายมารดาของข้า ศพต่อไปจะเป็นพวกเจ้า”ลู่หยวนซีเหลือบมองไปยังกลุ่มคนที่ชักกระบี่ออกมาด้วยสายตาเย็นเยียบ ดวงตาของนางฉายแววอำมหิตราวกับสามารถสังหารผู้ใดก็ตามในห้องโถงที่กล้าขยับกายร่างสูงก้าวเข้ามาจับมือหญิงสาวขึ้นมาเป่าเบาๆ ด้วยท่าทางทะนุถนอม ก่อนจะเอ่ยเสียงทุ้มออกมาเป็นครั้งแรกตั้งแต่ที่เข้ามาที่นี่“เจ็บมือแล้ว ต้องโทษที่พี่ชายไม่ได้เรื่องของข้าทำอาวุธไม่ได้เรื่องให้เจ้า”ลู่หยวนซีส่งยิ้มหวานละมุนให้กับบุรุษของตน ไม่ผิดหวังจริงๆ ที่นางเลือกเขาเป็นคู่ชีวิต ทั้งสองคนสื่อใจถึงกันตั้งแต่ที่ได้ต่อสู้กับโจรสลัด มาบัดนี้เมื่อนางคิดทำสิ่งใดเหมือนกับว่าตัวเขาจะรับรู้ได้อย่างน่าอัศจรรย์“ไม่เป็นไร มันเป็นกริชที่ดี กลับไปแคว้นจิ้นเมื่อใดต้องไปขอบคุณพี่ชายของท่านแล้ว”ทั้งสองคนแสดงความรักต่อกันท่ามกลางความโกลาหนโดยที่ไม่สนใจความวุ่นวายที่พวกตนสร้างขึ้น“เจ้าเดรัจฉานน้อย!! เจ้ากล้าลงมือทำร้ายบุตรชายของข้า”ผู้เฒ่าเมี่ยวทำท่าจะกระโจนลงมาที่ลู่หยวนซีแต่ถูกเหล่าผู้คุมกฎกุมตัวเอาไว้ได้เสียก่อน เสียงคำรามไม่พอใจของชายชราดังก้องสลับกับเสียงร้องโอดโอยของเมี่ยวถัง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status