Masukยามถิงเซียง (ยามค่ำคืน) ล่วงเลยเข้ามาถึง...
ภายในห้องหออันกว้างใหญ่ แสงเท
ยามถิงเซียง (ยามค่ำคืน) ล่วงเลยเข้ามาถึง...ภายในห้องหออันกว้างใหญ่ แสงเทียนสีชาดส่องสว่างสลัวๆ อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกกุ้ยฮวา ข้าที่ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนอนแพรพรรณเนื้อบางเบาเรียบร้อยแล้ว ก็นึกถึงคำขู่ที่คุณชายเหวินเซวียนเอ่ยไว้บนรถม้าขึ้นมาได้!‘ข้าจะทบต้นทบดอกให้เจ้าเอื้อนเอ่ยคำว่าท่านพี่ทั้งคืนจนไม่มีแรงร้องขอชีวิต!’หึ... เรื่องอะไรข้าจะยอมเป็นเหยื่อให้เขาฟัดง่ายๆ เล่า!ข้ารู้แกวทันที! จึงอาศัยจังหวะที่คุณชายเหวินเซวียนกำลังเดินไปดับเทียนดวงนอก รีบสาวเท้าก้าวขึ้นเตียงนอนไม้แกะสลักอย่างรวดเร็ว ตลบผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาปกคลุมร่าง แล้วรีบนอนตะแคงหันหลังให้ทันควัน แกล้งทำเป็นหลับตาพริ้ม หายใจเข้าออกเนิบนาบเสมือนเข้าสู่นิทราไปแล้วจริงๆครืด...เสียงความเคลื่อนไหวแผ่วเบาดังขึ้นยามที่คุณชายเหวินเซวียนก้าวขึ้นมาบนเตียง... ข้าเกร็งตัวแน่นจนแทบไม่กล้าลมหายใจ หัวใจเต้นตึกตักทว่า... คุณชายเหวินเซวียนกลับมิได้เซ้าซี้หรือดึงผ้าห่มออกดั่งที่ข้านึกหวาดหวั่น เขาสอดตัวเข้ามาใต้ผ้าห่
“งู้วว... ข้าเจ็บนะเจ้าคะคุณชาย กอดแน่นเกินไปแล้ว!” ข้าร้องพลางยิ้มขวยเขินทว่ายามข้าเอ่ยคำว่า ‘คุณชาย’ ออกไป อ้อมกอดแกร่งก็พลันชะงัก ชายหนุ่มผละใบหน้าออกมาจ้องมองข้าด้วยสายตาดุๆ ทว่าแฝงความรัญจวนใจอย่างหนัก“ยังจะเรียก ‘คุณชาย’ อยู่อีกหรือ...” เขาเอ่ยเสียงต่ำพลางกดจูบลงบนเรียวปากของข้าเบาๆ “แต่งงานคำนับฟ้าดินกันแล้ว ให้เรียกใหม่... ไหนลองเอ่ยเรียก ‘ท่านพี่’ ให้ข้าฟังชื่นใจสักคำสิเจ้าคะ ฮูหยินของข้า”คำว่า ‘ท่านพี่’ ที่เขาเค้นบังคับให้ข้าเอ่ย ทำให้ใบหน้าของข้าเห่อร้อนฉ่าราวกับมีไฟลวก! ข้าขวยเขินจนทำตัวไม่ถูก ได้แต่นั่งก้มหน้าชิดอก ไม่กล้าสบสายตาพราวเสน่ห์ทรงอิทธิพลของคุณชายเหวินเซวียนตรงๆ“ว่าอย่างไรเล่า... ยัยตัวแสบ”เขายกยิ้มเจ้าเล่ห์ กระซิบเสียงพรายพร่างข้างใบหู ก่อนจะสอดมือหนาอุ่นร้อนเข้ามาใต้สาบเสื้อแพรเนื้อนุ่มของข้าอย่างรวดเร็ว! ฝ่ามือหยาบกร้านบดคลึงและกอบกำปทุมถันคู่งามเต็มไม้เต็มมือทั้งสองเต้าอย่างหนักสลับเบาอย่างได้ใจ!“อ๊ะ... อ๊า.
บทที่ 6 จ้องสวาททันทีที่รถม้าเคลื่อนตัวออกจากหน้าร้านเครื่องประดับ...คุณชายเหวินเซวียนก็ไม่รอช้า รวบเอวข้าดึงเข้าไปกอดแน่น แล้วรั้งร่างของข้าขึ้นไปนั่งเกยอยู่บนตักหนาของเขาทันที! ใบหน้าหล่อเหลาคมคายซุกไซ้ลงที่ซอกคอหอมกรุ่นของข้า ลมหายใจอุ่นร้อนและริมฝีปากหยักกดจูบลงบนผิวเนื้อเบาๆ อย่างโหยหา ทำท่าจะฟัดและรังแกข้าให้สมกับความคิดถึง“อื้อออ... คุณชาย! หยุดก่อนเจ้าค่ะ!”ข้าใช้สองมือดันอกแกร่งของเขาไว้สุดแรง เกิดอาการเกร็งไปทั้งตัวพร้อมกับส่งสายตาหลุกหลิกไปด้านหน้า เพื่อหยุดอารมณ์เสน่หาของเขาอย่างเร่งด่วน!คุณชายเหวินเซวียนขมวดคิ้วยุ่งอย่างขัดใจ “หยุดทำไมกันเด็กดี... ข้าคิดถึงเจ้านะ”“คื... คือว่า...” ข้ากลืนน้ำลายเอื้อก พลางชี้ปลายนิ้วสั่นๆ ไปยังมุมภายในรถม้าเมื่อคุณชายเหวินเซวียนตวัดสายตาไปมองตามนิ้วของข้า... เขาก็พบกับอาเจียและหลี่ลี่ สองสาวใช้ที่เบียดตัวนั่งยิ้มแห้งๆ ตาโตเท่าไข่ห่านอยู่ตรงมุมรถม้า! พวกนางจ้องมองการกระทำอันเร่าร้อนของคุณชายตาไม่กระพริบ!เมื่อเห็นคุณชายหลี่เหวินเซวียนจ้องกลับมาด้วยสายตาเย็นชาดุจน้ำแข็ง หลี่ลี่ก็รีบยิ้มเจื่อนๆ ยกมือขึ้นประสาน แล้วทำท่าผายมือเชื้อเชิญอย
คุณหนูเฉินสวี่ฉีกระทืบเท้าเดินหน้ามุ่ยผ่านตรอกเพื่อจะกลับจวนสกุลเฉิน...ยามนั้น ‘คุณชายลั่ว’ บุรุษเสเพลร่างสูงล่ำบึ้ก เขาคือหนึ่งในคู่นอนที่เคยชิมเต้าหู้และเล่นสวาทกับนางมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน! พอบังเอิญเห็นคุณหนูเฉินเดินหน้าบูดบึ้งมาแต่ไกล จึงรีบยิ้มกริ่มพุ่งเข้ามาหยอดคำหวาน เผื่อจะได้ร่วมอภิรมย์กับนางอีกสักรอบ!“น้องสวี่ฉีหงุดหงิดอันใดมาหรือจ๊ะ... บอกพี่ลั่วสิ เดี๋ยวพี่ไปจัดการยกพวกตบมันให้เอง!”“ไปไกลๆ เลย! ไม่ต้องมายุ่งกับข้า!” คุณหนูเฉินตวาดใส่“อย่าทำเล่นตัวเล่นลิ้นไปหน่อยเลยน่า...” คุณชายลั่วหัวเราะหื่นกาม “เดินออกมาจากหลังร้านตาเฒ่าแบบนี้ เขาทำให้อารมณ์ของเจ้าค้างเติ่งล่ะสิ! ถึงพี่ลั่วจะไม่ได้มีเงินมากมายเท่าตาเฒ่านั่น... แต่พี่มีลึงค์ใหญ่ยาวนะจ๊ะ! เดี๋ยวพี่ลั่วจะช่วยกระแทกส่งเจ้าขึ้นสวรรค์ให้เองนะ!”“ไอ้เลว! ไร้ยางอายนักนะ!”คุณชายลั่วร่างบึ้กยิ้มกริ่มรับคำด่าอย่างไม่สะทกสะท้าน... เพราะเพียงไม่กี่อึดใจต่อมา คุณชายลั่วก็ได้สอดลึงค์กระแทกกระทั้นคุณหนูเฉินปากดีคนนี้สมใจอยาก ณ หลังตรอก!คุณหนูเฉินยืนกระต่ายขาเดียว ยืนโหนตัวยกขาข้า
บทที่ 5 คุณหนูแสนร้ายภายในห้องบัญชีลับหลังเรือนการค้าใหญ่... มีสองร่างกำลังขึ้นควบขี่กันอย่างเมามันส์!“อ๊ะ... อ๊า... ท่านคหบดีเจ้าขา... กระแทกกระทั้นเก่งเหลือเกินเจ้าค่ะ”คุณหนูเฉินสวี่ฉีครวญครางด้วยน้ำเสียงยั่วยวน นางนั่งคร่อมอยู่บนตักของท่านคหบดีใหญ่ผู้ทรงอิทธิพล วัยหกสิบกว่าปี แล้วขย่มเรือนร่างเข้าใส่ไม่ยั้ง! นางอุตส่าห์ทอดสะพานส่งสายตาวิบวับตั้งแต่ตอนพบกันที่งานชุมนุมการค้า ดังนั้นจึงเข้าทางท่านคหบดีเฒ่าตัณหากลับ รีบพาคุณหนูโฉมงามมาสนองตัณหาให้ถึงในห้องส่วนตัวทันที“เสียวซ่านหรือไม่เจ้าคะท่านคหบดี...”“เสียวมากเลยล่ะสวี่ฉีเอ๋ย...”“ซี้ดดด อาส์...” คุณหนูเฉินเร่งเสียงครางกระเส่าเพื่อเอาอกเอาใจ อกเอวร่อนส่ายขย่มสุดฤทธิ์พลางเอ่ยปากชมฉอเลาะ “อูยย... ท่านช่างอึ๊บมันส์ถึงใจเหมือนเคยเลยนะเจ้าคะ สวี่ฉีเสียวจนแทบจะยืนไม่ไหวแล้ว”“อูยย... ร่องตอดรัดแน่นหนึบ อร่อยมากจ้ะ”&l
ยังไม่ทันที่พวกข้าจะได้หมุนตัวเดินออกจากร้านผ้า... คุณหนูเฉินสวี่ฉีก็เยื้องกรายเข้ามาขวางทางไว้! นางยืนเชิดหน้า กอดอกมองข้าด้วยสายตาถากถางและเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่งบาดหู“นึกว่าจะแน่สักแค่ไหน... สุดท้ายพวกไม่รู้จักเจียมตัวก็ย่อมต้องรู้สำนึกและรู้จักหลีกทางให้แก่ผู้ที่สูงส่งกว่าอยู่วันยันค่ำ! จำใส่หัวเอาไว้เสียด้วยนะ... สิ่งใดก็ตามที่ข้าต้องการ สิ่งนั้นล้วนต้องตกเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว!”อาเจียกับหลี่ลี่ข้างกายข้าแทบจะถกแขนเสื้อพุ่งไปตบปากนาง ทว่าข้ากลับยกมือห้ามเพื่อนไว้ ก่อนจะย่อกายประสานมือคำนับนางอย่างนอบน้อมเรียบร้อย แล้วช้อนสายตาขึ้นยิ้มหวานใสซื่อส่งไปให้“คุณหนูกล่าวได้ถูกต้องแท้จริงเลยเจ้าค่ะ... สิ่งใดที่เป็นของของคุณหนู ข้าหรือจะกล้าล่วงเกินแย่งชิง...” ข้าเอ่ยน้ำเสียงนุ่มนวล ก่อนจะเอียงคอน้อยๆ พลางเอ่ยต่อ “...ทว่า หากของสิ่งนั้นมิใช่ของของคุณหนูตั้งแต่แรก แต่ท่านกลับเอาแต่จ้องจะแย่งชิงจากมือผู้อื่นไปเรื่อยเช่นนี้... ผู้คนในตลาดมองเข้ามา มันจะดูมิค่อยงดงามสักเท่าไรนะเจ้าคะ”คำพูดเรียบๆ แต่ตบหน้าฉาดใหญ่







