LOGIN“ไอ้เค้กๆ ฟังฉันอยู่หรือเปล่า”
แรงกดที่ไหล่เล็กทำให้ขนมเค้กถึงกับสะดุ้ง ก่อนจะวางโทรศัพท์ลงเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดจากนิยายที่อ่านเมื่อครู่
“ว่าไงปัน” หญิงสาวขยับแว่นตาให้เข้าที่ แล้วถามคนข้างกายกลับ
“อ่านนิยายอีกแล้วน่ะสิแม่คู๊ณณณณณ” แน่นอนว่าปันเดาถูก
“แหะๆๆๆ ก็ถึงตอนสำคัญพอดี แต่จบแล้วเนี่ย จะไปเลยไหม”
ขนมเค้กถามกลับแล้วลุกขึ้นเต็มความสูงโดยไม่ลืมจะหยิบกระเป๋าสตางค์บนโต๊ะทำงานติดมือมาด้วย
เวลาพักกลางวันเป็นนาทีทองที่เหล่าพนักงานออฟฟิศ จะใช้เวลานอกเหนือจากทานอาหารกลางวัน เช่นเดียวกับขนมเค้กที่ใช้เวลานี้ในการไล่อ่านนิยายตามเว็บไซต์ต่างๆ
และตอนนี้นิยายที่มาแรง ติดท็อปอันดับหนึ่ง จะเป็นเรื่องอื่นไปไม่ได้ นอกจากเรื่อง รักอันตรายของคุณคีน ซึ่งเธอตั้งแจ้งเตือนไว้ในแอปพลิเคชัน ว่าถ้าหากนักเขียนมีการอัปเดตเธอจะต้องทิ้งทุกอย่างแล้วกดเข้าไปอ่านในทันที
“แกเล่าต่อจากตอนที่แล้วให้ฉันฟังหน่อยสิ จุดจบของยัยตัวร้ายเป็นไง”
ปันปันเพื่อนสนิทเพียงหนึ่งเดียวของขนมเค้กถามกลับ เพราะปกติแล้วเธอจะฟังเรื่องราวที่ขนมเค้กสรุปมาให้มากกว่าต้องไปอ่านเอง ลำพังงานเอกสารปันปันก็ปวดหัวจะแย่ สู้เพื่อนสรุปความสำคัญมาให้เลยดีกว่า
“พระเอกไม่รัก ก็เลยกระโดดน้ำตายแหละ” พูดพร้อมกับเอาส้อมจิ้มนักเก็ตไก่เข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ จนแก้มป่อง ส่วนคนที่ได้ฟังจากปากเพื่อนก็ถึงกับย่นคิ้ว
ตอนนี้ทั้งคู่อยู่ในร้านข้าวไก่ทอดที่เลียนแบบแบรนด์ดัง ซึ่งร้านตั้งอยู่ด้านหลังของบริษัท ร้านอาหารย่อมเยาอีกทั้งรสชาติอร่อยจึงเป็นร้านประจำของสองเพื่อนซี้นี้เลย
“สมควร” ปันปันต่อว่า
“แต่ก็สงสารนางอยู่นะ นางรักพระเอกจริงๆ ไม่น่าคิดสั้นเลย”
ขนมเค้กออกความคิดเห็น รับรู้ว่าคนเขียนจงใจปั้นตัวละครนี้เสมือนมนุษย์คนหนึ่ง ที่มีด้านดีและไม่ดีเหมือนกัน ถึงในเรื่องนางร้ายจะวางแผนลักพาตัวนางเอกไป ก็เพื่อเรียกร้องความสนใจของพระเอกก็เท่านั้น
“ถ้าดีจริงคงไม่ช่วยพ่อปกปิดเรื่องโกงบริษัทหรอกจริงไหมแก” ปันออกความคิดเห็น ซึ่งขนมเค้กก็ไม่แย้งข้อนี้ไป
“แกอินยิ่งกว่าฉันอีกนะไอ้ปัน” เธอเอ่ยแซวคนที่อินหนักกว่าตัวเอง
“ก็แหงล่ะดิ แกเล่าให้ฉันฟังทู๊กกกวัน จะไม่อินได้ไงก่อน”
“พรุ่งนี้ฉันจะกลับชลนะ แกจะเอาอะไรไหม” ขนมเค้กเปลี่ยนเรื่อง
“ขยันกลับนะ งั้นฝากซื้อหมึกกะตอยหน่อยสิ” สาวร่างท้วมพูดบอก ฝากซื้อของโปรดที่ตนชอบกิน
“คราวที่แล้วแกก็สั่งหมึกไปห่อเบ้อเร่อเลยนะ หมดแล้วเหรอ” สาวแว่นถามด้วยความแปลกใจ เพราะเธอเพิ่งกลับชลบุรีครั้งล่าสุดก็เพิ่งจะศุกร์ที่แล้วนี่เอง ของฝากที่ซื้อรอบก่อนหมดแล้วเหรอ
“จ้ะ ก็มันอร่อยนี่ แถมถูกกว่าสั่งออนไลน์ตั้งเยอะ ฝากหน่อยนะ” สุดท้ายแล้วขนมเค้กก็พยักหน้ารับอย่างช่วยไม่ได้
และก็มาถึงเช้าวันเสาร์เวลาหกโมงเช้า ขนมเค้กไม่อยากลุกจากเตียงนุ่มเลยด้วยซ้ำ แต่เพราะคำสัญญาที่ให้ไว้กับเด็กๆ เธอจึงต้องจำใจเด้งตัวขึ้นจากเตียงนอน คว้าผ้าขนหนูพาดบ่าเดินเข้าห้องน้ำอย่างรวดเร็ว
ขนมเค้กในวัยยี่สิบเก้า เธอเติบโตมาจากบ้านเลี้ยงเด็กกำพร้าในจังหวัดชลบุรี มีเจ้าหน้าที่คอยเป็นพ่อแม่สั่งสอนจนเติบโตเรียนจบมหาวิทยาลัย ส่วนคนที่ให้กำเนิดที่แท้จริง แม่ใหญ่หรือเจ้าของสถานเลี้ยงเด็กปัจจุบันเล่าให้เธอฟังว่า ครอบครัวเธอเป็นเพียงคนไร้บ้าน ประทังชีวิตด้วยการเดินขอเศษเงินจากคนที่เดินผ่านไปมา กระทั่งแม่ใหญ่มาพบเข้าและขอเด็กน้อยจากอ้อมกอดแม่ ผู้ไร้ความสามารถมาเลี้ยงดูจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพให้สังคม
คนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกที่จะเป็นได้ คำพูดนี้ไม่เกินจริง...
ขนมเค้กเติบโตมาอย่างดี เธอเรียนจบเกียรตินิยมอันดับหนึ่งคณะบริหารธุรกิจและเข้ามาทำงานบริษัทดังเงินเดือนเกินครึ่งแสน จนตอนนี้เธอสามารถซื้อคอนโดย่านชานเมืองและรถยนต์มือสองคันเล็กๆ ไว้ใช้สอยได้อย่างสบาย
แต่ถึงจะมีทุกอย่าง สาวแว่นคนนี้กลับไม่ลืมบุญคุณคนที่เลี้ยงดูเธอมาตลอดยี่สิบกว่าปี ทุกวันเสาร์เธอจะขับรถไปเยี่ยมแม่ใหญ่และเหล่าเด็กๆ ที่บ้านพักอยู่เป็นประจำ ทุกครั้งพอได้เห็นใบหน้าของเด็กๆ ก็เหมือนเห็นเงาตัวเองในกระจก ไม่สามารถเลือกอะไรได้ ของที่อยากได้ก็ต้องหามาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองเท่านั้น
จุ๊ๆๆๆๆๆ
ยังไม่ทันปิดประตูเสียงจิ้งจกกลับร้องทักเสียก่อน หญิงสาวชะงักงัน ความคิดตีรวนอยู่ในหัวไปชั่วครู่ ก่อนจะสะบัดหน้าแรงๆ ไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัว
‘ใครมันจะไปเชื่อเรื่องงมงาย นี่มันปี 20xx แล้วจ้ะ รีบไปดีกว่าเดี๋ยวไม่ทันฝน’
และก็เป็นไปตามคาด เพียงแค่ขับรถออกมาจากคอนโดไม่ถึงสิบนาทีฝนก็ตกลงมาแบบไม่ลืมหูลืมตา จนกระจกหน้าขาวโพลนไปหมด
ติ๊ดๆๆๆๆ
“ค่ะแม่ใหญ่”
(ออกมาแล้วหรือยังลูก)
“ออกมาแล้วค่ะแม่” เสียงหวานเอื้อนเอ่ยกับผู้เป็นที่รักเพียงหนึ่งเดียว
(ที่ชลฝนตกหนักมาก ในกรุงเทพฯก็น่าจะเหมือนกัน ถ้ามาไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนะลูก)
ปลายสายเอ่ยด้วยความห่วงใย เพราะกรมอุตุประกาศเตือนว่าวันนี้จะมีพายุเข้ามา และมีฝนตกตลอดทั้งวัน
“ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะแม่ใหญ่ เค้กขับรถประมาณหนึ่งชั่วโมงก็น่าจะถึงแล้ว ยังไงฝากเก็บขนมจีนน้ำเงี้ยวไว้ให้ด้วยนะคะ”
ด้วยความประมาทหญิงสาวตัดสินใจขึ้นทางด่วนเพื่อย่นเวลาการเดินทาง โดยไม่คำนึงว่าดอกยางรถยนต์มือสองเสื่อมสภาพ รถยนต์คันเล็กฝ่าฝนและลมกระโชกแรง จนรถยนต์ส่ายไปมา กระทั่งช่วงทางโค้งโทรศัพท์ที่อยู่ในมือกลับร่วงหล่นตกลงพื้นพรม ทำให้คนตัวเล็กต้องใช้มืออีกข้างในการเอื้อมเก็บมือถือ
(ขับรถดีๆ นะเค้ก เค้ก ได้ยินแม่ไหม เค้ก)
“เฮ้ย”
เอี๊ยดๆๆๆๆๆๆๆๆ
โครม!!!
เสียงล้อรถเสียดสีครูดยาวไปกับท้องถนนจนเกิดเป็นรอยไหม้ ตัวรถชนแผงกั้นทางด่วนลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ ขณะที่ขนมเค้กเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เพียงแค่เสี้ยววินาทีรถทั้งคันก็ทิ้งดิ่งลงสู่พื้น พร้อมกับจิตสุดท้ายของขนมเค้กที่ยังคงเป็นห่วงแม่ใหญ่และเหล่าบรรดาเด็กๆ ที่บ้านเลี้ยงเด็กกำพร้า
ถ้าชาติหน้ามีจริง ขนมเค้กก็อยากจะเกิดมาถูกรักแบบนี้อีกสักครั้ง...
สามวันต่อมา ข่าวการฉ้อฉลของอดีตหุ้นส่วนและผู้อยู่เบื้องหลังว่อนไปทั่วอินเทอร์เน็ต นั่นทำให้เริงฤทธิ์ที่ถูกจับกุมในข้อหาค้ามนุษย์กลับถูกตั้งข้อหาเพิ่ม ทั้งลูกสาวและภรรยาก็ถูกจับกุมโทษฐานมีส่วนร่วมในการช่วยโกงในครั้งนี้ ขนมเค้กวางมือถือลง เธอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่พลางเอามือลูบท้องเนินนูนของตัวเอง นึกถึงครอบครัวเพียงหนึ่งเดียวของเอวา ที่ตอนนี้แตกสลายกันไปคนละทิศทาง หนำซ้ำยังต้องไปชดใช้เวรกรรมในตารางอีกหลายปี ก็ขอให้ข้างในนั้น ช่วยขัดเกลาให้พวกเขาเป็นคนดี ส่วนเธอก็ขอไปใช้ชีวิตกับครอบครัวตัวเอง โดยไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีกก็พอ “หม่าม๊า” ทันทีที่ลงจากรถตู้ ร่างเล็กก็วิ่งเข้ามาโอบขาของเธอด้วยความดีใจ ถ้าไม่ใช่เพราะความเฉลียวฉลาดของอันวา แอบใส่นาฬิกาพลาสติกเบนเทนเข้าไปในกระเป๋าหน้าท้องของเธอ ก็ไม่รู้ว่าคีนจะหาเธอเจอหรือเปล่า “คิดถึงหม่าม๊าที่สู๊ดดดดดด!” “หม่าม๊าก็คิดถึงอันวาเหมือนกันค่ะ” ร่างบางลดตัวลงแล้วกอดเจ้าตัวเล็กแน่นที่สุด หัวใจของอันวาพองโต อย่างน้อยเขาก็มีส่วนปกป้องหม่าม๊าของเขาให้ปลอดภัย “อันวาสัญญาว่าต่อไปนี
“เอวา” ร่างบางสะดุ้งเฮือกลุกขึ้นนั่ง กรอบหน้าชื้นไปด้วยเหงื่อ เสียงหายใจหอบเหนื่อยราวกับคนออกกำลังกายหนัก จนคนที่นอนเฝ้าไข้อยู่ข้างเตียงตื่นตามไปด้วย “หนูเค้กเป็นอะไรหรือเปล่า” ร่างสูงเข้ามาจับตามเนื้อตัวของหญิงคนรัก ดูว่าขนมเค้กเจ็บตรงไหนหรือเปล่า ดวงตาโฉบเฉี่ยวคลอไปด้วยน้ำตา ยามตื่นมาพบกับใบหน้าชายคนรักเป็นคนแรก “พี่คีน” เธอเอ่ยชื่อเขาเสียงเบา ทั้งคู่โผเข้ากอดกันด้วยความคิดถึง ความรู้สึกอบอุ่นแพร่ซ่านไปสุดขั้วหัวใจเช่นเดียวกัน “บอกพี่มา เราเจ็บตรงไหน พี่จะไปตามหมอมาเดี๋ยวนี้” เขาผลักคนตัวเล็กออกอย่างเบามือ กำลังจะเดินไปกดออดที่หัวเตียงเรียกพยาบาล แต่ขนมเค้กกลับคว้ามือเขา บีบเบาๆ เพื่อบอกว่าเธอไม่เป็นไร “เค้กไม่เป็นไรค่ะพี่คีน เค้กแค่ฝันร้ายเฉยๆ” เธอยิ้มบาง จากนั้นสีหน้าเธอกลับเปลี่ยนไป เมื่อมือข้างซ้ายยกมือขึ้นกุมท้อง “หมอบอกว่าลูกไม่เป็นไรค่ะ ไม่ต้องห่วงนะ” เหมือนรู้ว่าขนมเค้กคิดอะไรอยู่ เขาจึงบอกผลตรวจที่คุณหมอแจ้งมาไม่กี่ชั่วโมงก่อนให้เธอทราบ พอได้ยินข่าวดี ขนมเค้กกลับเก็บก้อนสะอื้
“ทิวาขอโทษ ฮึก ทิวาไม่ได้ตั้งใจ ฮึก” เขาเดินมาหาคนเจ้าแผนการ มองใบหน้าสวยด้วยสายตาชิงชัง ทิวาสะดุ้งเฮือก เธอไม่เคยถูกคีนมองด้วยสายตาเกลียดชังแบบนี้มาก่อน “มึงจ้างพวกเหี้ยนั่นมาข่มขืนเมียกู แถมยังทำร้ายเด็กสามขวบได้ลง แบบนี้ยังพูดว่าไม่ได้ตั้งใจอีกเหรอทิวา” เขาตะโกนลั่น จนเส้นเลือดตรงขมับขึ้นเด่นชัด “ฮือ ทิวาไม่ได้ตั้งใจค่ะ ฮือๆๆ ทิวารักพี่คีน ฮึก ทิวาขอโทษ ทิวาจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว ฮือๆๆๆ” ผมสีน้ำตาลสะบัดไปมาไม่เป็นทรง ดวงตากลมโตเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา ริมฝีปากบางคว่ำลง หวังเพียงคีนจะให้อภัยเธอเหมือนครั้งที่ผ่านมา “กูจะไม่แจ้งความเรื่องที่จ้างวานคนมาข่มขืนเค้กหรอกนะ แต่กูจะส่งหลักฐานที่มึงกับพ่อของมึงฉ้อโกงเงินบริษัทไปเมื่อครั้งที่แล้วให้ตำรวจแทน” คีนเอ่ย “พี่ทำกับฉันแบบนี้ไม่ได้นะพี่คีน ฮึก ฉันเคยเป็นแฟนพี่นะ ฮึก ฉันไม่ยอม” คีนไม่พูด เขาหันหลังไปพยักหน้ากับเลขาหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆ เพื่อให้เขาจัดการเรื่องทั้งหมด โดยที่เสียงของทิวายังคงกรีดร้องราวกับจะขาดใจดังตามไล่หลัง ในความมืดมิด มีจุดเล็ก ๆ เป็นดั่งแสง
เสียงปืนดังก้องทั่วโกดังเพียงแค่สามนัด ก็สามารถให้พวกโจรทั้งสามคนนอนจมกองเลือด เสียงหายใจโรยริน มือพยายามจะควานหาปืนพกมาสู้กลับ แต่ยังไม่เร็วพอเมื่อมีกลุ่มชายในชุดดำวิ่งกรูกันเข้ามาแล้วเตะอาวุธเพียงชิ้นเดียวไปอีกทาง ส่วนร่างเล็กของทิวาถูกจับมือไขว้หลังหมดทางหนี “อึก” กลิ่นบุหรี่พร้อมกับเสียงฝีเท้าใครบางคนค่อย ๆ เดินเข้ามา จังหวะที่ส้นรองเท้าหนังกระทบกับพื้นช่างนานเสียจน คนหายใจโรยรินไม่เคยหวาดกลัวถึงเพียงนี้ “พะ พี่คีน” ทิวาเรียกชื่ออดีตคนรัก แต่เมื่อคีนตวัดสายตาเกลียดชังส่งกลับไป กลับทำให้ทิวาถึงกับจุกในอก “พาเมียกูไปโรงพยาบาลก่อน ส่วนทางนี้กูจัดการเอง” หนึ่งในนั้นพยักหน้า ก่อนจะประคองร่างเล็กที่มีใบหน้ามีแต่รอยเขียวช้ำเต็มไปหมด “พี่คีน เค้ก” “รอพี่ก่อนนะ พี่เคลียร์เรื่องทุกอย่างจบแล้วจะตามไป” เขาหันมาเอ่ยกับภรรยา วูบหนึ่งที่เธอสังเกตว่าคีนเองก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน เธอพยักหน้าช้าๆเป็นอันตกลง “ขอบคุณนะครับ ที่ปกป้องลูกของเรา” เขาเอ่ยขอบคุณขนมเค้ก ที่ยอมปกป้องลูกน้อยอย่างสุดกำลัง ดวงตาเฉี่
เพี๊ยะ เสียงฝ่ามือของทิวากระทบข้างแก้มนวลจนใบหน้าของขนมเค้กหันไปตามแรงตบ วินาทีต่อมาความรู้สึกชาที่ข้างแก้มกับกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งอยู่เต็มปาก “คิดว่าฉันจะปล่อยแกง่าย ๆ เหรออีเอวา มึงอย่าคิดว่าจะได้ออกไปอย่างสบาย ถ้าวันนี้มึงไม่เจอเหมือนอย่างที่กูเจอ” ทิวาหันไปส่งซิกกับโจรทั้งสามคน หนึ่งในนั้นเดินเข้ามาหาขนมเค้ก จัดการใช้มีดตัดเชือกแล้วกระชากตัวเธอให้ลุกขึ้น “ปล่อยกูนะไอ้พวกชั่ว ปล่อย ใครก็ได้ช่วยด้วย ช่วยฉันด้วยค่ะ” เพี๊ยะ ชายฉกรรจ์ฟาดไปที่แก้มเนียนอีกครั้ง แล้วลากตัวเธอไปที่ฟูกเก่าๆเพื่อเป็นเวทีในการตักตวงความสุขของพวกมันในค่ำคืนนี้ “ไอ้เวร เบาๆหน่อยสิวะ เดี๋ยวก็เสียของหมด ฮ่าๆๆๆ” โจรอีกคนหัวเราะลั่นราวกับสนุกกับเหยื่อที่ไม่มีทางสู้ “พวกมึงจะทำยังไงกับมันก็ได้ แต่ห้ามตายก็พอ กูอยากให้มันทุกข์ทรมาณเหมือนที่กูเจอ” ทิวาเดินไปสั่งโจรตัวสูง ก่อนที่มันจะยกยิ้ม แล้วฟาดไปที่ก้นเนียนของทิวาอย่างมันเขี้ยว “มองดูกูเอากับผู้หญิงคนอื่น มึงไม่หึงเหรอครับเมีย” นิ้วสากเชยคางมนให้สบตา
เสียงหวูดของเรือที่ดังก้องกังวาน ส่งผลให้ร่างบางที่นั่งอยู่บนเก้าอี้เก่าๆ รู้สึกตัวตื่น คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน รู้สึกเวียนศีรษะเมื่อจมูกของเธอได้กลิ่นสนิมคละคลุ้ง ปนกับกลิ่นอายทะเลที่เค็มและอับชื้น เปลือกตาบางค่อยๆ ลืมขึ้นอย่างช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นพยายามหรี่ตาสอดส่องไปรอบบริเวณห้องทึบอับ มีเพียงแสงจากหลอดไฟสีส้มเพียงดวงเดียวเท่านั้นที่ทำให้เธอพอมองเห็นได้บ้าง มือทั้งสองข้างถูกตรึงด้วยเชือกเส้นหนาไขว้ จนเศษไม้ทิ่มเข้าไปในเนื้อบางจนรู้สึกเจ็บ ครืด... เสียงประตูเหล็กใหญ่ถูกพับขึ้น ก่อนที่ชายฉกรรจ์จะเดินเข้ามา พวกมันไม่ได้สวมหน้ากากแล้วตอนนี้ เธอจึงเห็นใบหน้าดิบเถื่อนและดุดันของพวกมันได้อย่างชัดเจน “ฟื้นแล้วเหรอมึง?” คนตัวสูงสุดเอ่ยขึ้น หน้าของมันมีทั้งรอยสิวและดวงตาที่เสียไปแล้วข้างหนึ่ง “พวกแกเป็นใคร จับฉันมาทำไม” ขนมเค้กพยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นทั้งที่ข้างในหวาดหวั่นเป็นอย่างมาก “เดี๋ยวก็รู้” มันแสยะยิ้ม เอาลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม มองเธอด้วยสายตาลวนลาม จนเธอรู้สึกขยะแขยง “มีคนอยากคุยกับมึงด้วย” มันหันหลังแ







