Partager

บทที่ 2

last update Date de publication: 2025-08-29 15:34:45

หลังจากซูหนี่ห์ร่างกายหายดีแล้ว ซูเจียวก็ได้เขียนจดหมายส่งข่าวไปบอกบิดาล่วงหน้า ว่านางและบุตรสาวจะออกเดินทางไปเยี่ยมเยื่อน และอาจจะต้องพักอาศัยอยู่ด้วยซักระยะ ซูเจียวคิดว่านานมากแล้วที่ไม่ค่อยได้พบปะกับบิดามารดา ถือว่าเอาโอกาสนี้อยู่นานชักหน่อย เพราะหากรีบกลับบิดามารดาคงยังไม่หายคิดถึงหลานสาวเป็นแน่ ตั้งแต่ซูหนี่ว์เกิดมาบิดามารดานาง ก็แวะมาเยี่ยมเยี่ยนบ้างเป็นครั้งคราว หากได้เดินทางมาติดต่อค้าขายแถบนี้ ครานี้อยู่ให้นานหน่อยชดเชยช่วงวันเวลาที่ห่างหายไป ซูเจียวคิดว่าหากมีใครถามถึงบิดาของซูหนี่ห์ นางจะตอบไปว่าเสียชีวิตไปแล้ว เพราะความจริงนางก็ไม่รู้จริงๆมาบุรุษผู้นั้นเป็นใคร อีกอย่างนางก็ทำใจยอมรับคำติฉินเอาไว้แล้ว

การเดินทางใช้เวลาอยู่5วัน เพราะซูเจียวไม่อย่างเร่งรีบมากนัก นางอยากปล่อยให้บุตรสาวได้ชื่นชมธรรมชาติข้างทาง และบางครั้งก็ยังจอดแวะดูร้านขายของข้างทาง ซึ่งซูหนี่ว์ก็ดูจะตื่นเต้นและสนุกสนานเป็นอย่างมาก ซูเจียวสังเกตุว่าตั้งแต่หายป่วย ซูหนี่ห์ดูร่าเริงแจ่มใสมากกว่าแต่ก่อน แถมพูดจาประจบประแจงออดอ้อนอย่างน่ารัก จนซูเจียวบางครั้งคิดไปว่านางเปลี่ยนไปอย่างกับคนละคน แต่ก็สลัดความคิดนั้นออกไปนางเป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว นางชอบที่บุตรสาวเป็นแบบนี้มากกว่า

พอเข้าเขตเมืองหลวง ซูหนี่ว์ก็รีบชะโงกหน้าออกมามองกำแพงที่สูงลิบของประตูเมือง ตื่นตาตื่นใจกับสิ่งที่เห็น ดูซีรีย์มาก็เยอะพอเห็นของจริงก็อดจะตื่นเต้นไม่ได้

พอแลกใบผ่านทางคนเข้าเมืองเรียบร้อย รถม้าก็เริ่มเคลื่อนตัวเข้าไปยังประตูเมือง ซูเจียวแอบยิ้มกับกิริยาท่าทางของบุตรสาว เห็นทีคงต้องพานางกลับมาเยี่ยม ท่านตาท่านยายบ่อยๆเสียแล้ว

“หนี่ว์เอ่อร เข้าเขตเมืองหลวงแล้ว อีกไม่นานก็จะถึงจวนของท่านตาของเจ้าแล้วละ เจ้าเอาหัวของเจ้ากลับเข้ามาในรถม้าเถอะ”

“ท่านแม่ข้าขอดูอีกหน่อย”นางตอบแต่ไม่ได้ดึงหัวกลับเข้าไปแต่อย่างใด

“หากว่าเจ้าอยากออกมาเดินเที่ยวดูเล่น วันหลังแม่จะพาเจ้ามาดีหรือไม่”ซูเจียวไม่อยากขัดใจซูหนี่ว์ แต่ผู้คนมักชอบหาเรื่องมาว่าร้ายให้กันเสมอ หากเห็นกิริยาท่าทางของนางอาจนำไปพูดได้ว่า นางไม่อบรมสั่งสอนบุตรสาวให้ดีดั่งสตรีให้ห้องหอ แต่อีกใจหนึ่งนางก็คิดว่าจะสนใจไปทำไม ชีวิตคนเรานั้นมันสั้นนัก หลายวันก่อนซูหนี่ห์ป่วยจนเกือบไม่รอด ยามนั้นนางเองก็ยังคิดว่า หากไม่มีลูกชีวิตนางก็ไร้ความหมาย ยามนี้ซูหนี่ว์มีความสุขร่าเริงสดใส และนางเองก็มีความสุขที่เห็นเช่นนี้ หากชาตินี้บุตรสาวของนางมิอาจออกเรือน นางเต็มใจจะดูแลปกป้องนางตลอดไปชีวิต ตระกูลไป๋ใช่ว่าจะยากจนข้นแค้น บิดานางเป็นถึงคหบดีอันดับหนึ่ง ทรัพย์สินมีมากมาย บิดานางคงไม่ปล่อยให้หลานสาวลำบากแน่นอน

ซูหนี่ว์ตื่นตาตื่นใจกับสิ่งที่ได้พบเห็น ของจริงดีกว่าในซีรีย์เป็นไหนๆบ้านเรือนสิ่งก่อสร้าง ผู้คนในชุดจีนโบราณงดงามแปลกตา ซูหนี่ว์คิดว่าจะหาโอกาส ออกมาเดินเที่ยวดูอีกซักครั้งตามที่มารดากล่าวอย่างแน่นอน พอรถม้าหยุดลง ซูหนี่ว์ก็กลับเข้ามานั่งอย่างสงบสงบเสงี่ยม จนซูเจียวแอบขำ

“ไปกันเถอะ “ซูเจียวยื่นมือไปจับแขนของซูหนี่ห์ ให้ลุกเดินตามกันลงไปจากรถม้า ฮุ่ยเหมยยืนรอรับอยู่ด้านล่างของรถม้าเรียบร้อยแล้ว

หน้าจวนสกุลไป๋ ไป๋เฉิงและฮูหยินไป๋พร้อมบ่าวในจวนออกมายืนรอต้อนรับ พอเห็นว่าบุตรสาวและหลานสาวลงจากรถม้าเรียบร้อย ไป๋เฉิงก็รีบเดินมาสวมกอดซูเจียว แล้วหันไปสวมกอดซูหนี่ว์อีกที

“ยินดีต้อนรับกลับบ้านลูกสาวพ่อ ยินดีตอนรับหลานรักของตา” ไป๋เฉิงฉีกยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี สมกับเป็นคหบดีที่มีมนุษยสัมพันธ์ดีต่อทุกคน

“คารวะท่านพ่อ/คราวะท่านตาเจ้าค่ะ”สองสาวกล่าวทำความเคารพ

“ไปๆแม่เจ้ารออยู่”ไป๋เฉิงรีบเชิญให้เข้าไปด้านในจวน ซึ่งฮูหยินไป๋ยืนรออยูหน้าประตูจวน

“คารวะท่านแม่/คราวะท่านยายเจ้าค่ะ”

“เจียวเอ่อร์เดินทางเป็นเช่นไรบ้าง? ส่วนเจ้าหนี่ว์เอ่อร์มาให้ยายกอดหน่อย อุ้ย!!หน้าตางดงามเสียจริงหลานรักของยาย”ฮูหยินไป๋ยกยิ้มภูมิใจกับความงดงามของหลานสาว ก่อนจะจูงมือพากันเดินเข้าไปในจวน ซูหนี่ว์ที่แอบลอบสังเกตมองก็ได้แต่ยกยิ้ม ครอบครัวนี้ดูรักใคร่กลมเกลียวกันดี

จวนตระกูลไป๋ใหญ่โตสมฐานะคหบดี ห้องโถงใหญ่กว้างขวาง เครื่องเรือนและของตกแต่งราคาแพงดูดีมีราคา ซูหนี่ว์ยอมรับว่าโชคดีมากที่ได้มาอยู่ในครอบครัวที่ดีในภพนี้ ครอบครัวที่รักใคร่ปรองดอง ซึ่งหายากมากจากเท่าที่อ่านนิยายและดูซีรี่ย์มา

“เจียวเอ่อรมาคราวนี้เจ้าจะอยู่นานเพียงใด แม่คิดว่าถึงเวลาเสียที ที่เจ้าสมควรพาหลานกลับมาอยู่ที่นี่ได้แล้ว ท่านพี่ท่านคิดว่าอย่างไร?”

“พ่อก็เห็นด้วยกับแม่ของเจ้านะ เจียวเอ่อร์คำพูดคนหากเราไม่ใส่ใจเราก็ไม่ต้องทุกข์และเจ็บปวด พ่อกับแม่รักและเป็นห่วงเจ้ากับหลาน มาอยู่ด้วยกันที่นี่พ่อกับแม่จะได้หมดห่วง” ไป๋เฉิงเอ่ยอย่างจริงจัง

“หนี่ห์เอ่อรเจ้าอยากมาอยู่ที่นี่กับยายหรือไม่? ฮูหยินไป๋หันมาขอความคิดเห็นจากหลานสาวตัวน้อย ซูหนี่ว์หันไปมองมารดา นางก็ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรดี หากตอบไปแล้วอาจจะทำให้มารดาลำบากใจก็อาจเป็นได้

“ข้าแล้วแต่ท่านแม่ อยู่ที่ไหนหากมีท่านแม่ ข้าก็ไม่มีปัญหายังไงก็ได้เจ้าค่ะ”

“ดี!!เจียวเอ่อร์ทีนี้เจ้าลองบอกแม่มา เจ้าคิดเห็นกับเรื่องนี้อย่างไร?”ไป๋ฮูหยินรู้สึกพอใจกับคำตอบของหลานสาวเป็นอย่างยิ่ง

“ท่านพ่อท่านแม่ หากหนี่ว์เอ่อร์พูดเช่นนี้ ข้าก็คิดว่าจะลองอยู่ที่นี่ซักระยะหากทุกอย่างราบรื่นดี ข้าก็อาจจะตัดสินใจอยู่ที่นี่เลยเจ้าค่ะ”ที่จริงซูเจียวก็วางแผนมาซักระยะแล้วกับการมาเยี่ยมในครั้งนี้ นางอยากลองเชิงว่าบุตรสาวนางจะว่าเช่นไร การกลับมาอยู่กับครอบครัว พร้อมหน้าพร้อมตานางเองก็สึกอบอุ่นและมีความสุขอยู่ไม่น้อย คำพูดคนนางเลิกใส่ใจตั้งนานแล้ว

“ดี!!!”ไป่เฉิงตบมือลงบนเข่าอย่างพอใจในคำตอบ

“พี่ชายของเจ้าคงจะดีใจไม่น้อยเลย เอาละข้าได้ให้บ่าวเตรียมห้องหับไว้รอพวกเจ้าแล้ว แยกย้ายกันไปพักผ่อนก่อนเถิดเดินทางมาทั้งวัน ข้ายังได้สั่งคนเตรียมอาหารที่เจ้าชอบเอาไว้ด้วย ว่าแต่หลานรักของยายเจ้าอยากกินอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ ยายจะได้ให้คนจัดเตรียม”ฮูหยินไป๋หันไปถามหลานสาว เพราะไม่รู้จริงๆว่านางชอบกินอะไร

“ท่านยาย ข้าอยากไปช่วยทำอาหารในครัวด้วยได้หรือไม่เจ้าค่ะ ข้าอยากลองทำอาหารให้ท่านตาท่านยายชิมดูเจ้าค่ะ” ชาติภพก่อนนางชอบทำอาหารมาก หากเป็นไปได้นางก็อยากจะทำอาหารให้ทุกคนลองชิม การทำอาหารเป็นความสุขอย่างหนึ่งของนาง

“เจ้าไม่เหนื่อยรึ ได้ข่าวว่าเพิ่งหายป่วย”ฮูหยินเอ่ยอย่างเป็นห่วง

“นั่นสิหลานตาเดินทางมาเหนื่อยๆพักผ่อนก่อนดีหรือไม่?”ไป๋เฉิงหันมามองซูเจียวที่นั่งนิ่งอยู่ ซูเจียวเองก็อดแปลกใจที่บุตรสาวคิดจะทำอาหาร ทั้งๆที่เมื่อก่อนนางไม่เคยเค้าครัวเลย

“ให้นางทำเถอะเจ้าค่ะท่านพ่อนางนะซนจะตาย ข้าก็อยากรู้เหมือนกัน ว่ารสชาติอาหารจะเป็นเช่นไร”ซูเจียวเอ่ยยิ้มๆ

“ท่านแม่ รอชิมเลยเจ้าค่ะรับรองอร่อยแน่”ซูหนี่ว์เอ่ยอย่างมั่นใจเต็มเปี่ยม

“ขนาดนั้นเลย”ไป๋เฉิงหัวเราะชอบใจออกมาดังๆ พลอยให้บ่าวรับใช้ทุกคนอมยิ้มตามไปด้วย มีแต่ซูหนี่ว์ที่แอบเคืองเพราะเห็นว่าท่านตาหัวเราะ

“แม่ว่าเจ้าไปดูห้องหับที่จะนอนให้เรียบร้อยก่อนดีกว่า และล้างเนื้อล้างตัวเสียหน่อย เสร็จแล้วค่อยไปทำอาหาร เดี๋ยวแม่จะไปเป็นผู้ช่วยของเจ้า”

“ท่านแม่จะไปช่วยด้วยหรือดีเจ้าค่ะ” ซูหนี่ว์ไม่ขัดข้องหากมารดาจะไปช่วยนางทำอาหารด้วย

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ทะลุมิติมาพลิกชะตา   บทที่ 67

    สองเดือนต่อมาอยู่ๆ ฮ่องเต้ก็เกิดอาการเวียนหัว คลื่นไส้อาเจียนอยากหนัก จนเขาลุกไม่ไหวที่ออกมาว่าราชกิจในท้องพระโรง หมอหลวงจึงรีบมาตรวจอาการก็ยังหาสาเหตุไม่พบ มีเพียงซูหนี่ว์ที่พอจะเดาได้ว่าเขาเป็นอะไร ก่อนนางจะให้หมอหลวงตรวจอีกคนเพื่อยืนยันความแน่ใจ หลังจากตรวจอาการของฮองเฮา หมอหลวงก็เผยยิ้มด้วยความย

  • ทะลุมิติมาพลิกชะตา   บทที่ 66

    ข่าวจากทางราชสำนักออกติดประกาศ ฮ่องเต้สละราชบัลลังก์และแต่งตั้งเฉินตงหยางเป็นฮ่องเต้ ส่วนซูหนี่ว์ถูกแต่งตั้งเป็นฮองเฮา ทำเอาฮือฮากันทั้งเมืองหลวง ช่วงนี้สถานการณ์บ้านเมืองมีเปลี่ยนแปลงมากมาย หลายคนคอยจับตาและฟังข่าวว่าจะเกิดเหตุอันใดต่อไป เช้าวันต่อมาการประชุมในท้องพระโรงก็เริ่มขึ้น เหล่าขุนนางทยอ

  • ทะลุมิติมาพลิกชะตา   บทที่ 65

    สามวันต่อมาการจัดทำโรงทานแจกอาหารก็มาถึง ซูหนี่ว์ให้องครักษ์ที่เป็นทหารยี่สิบคนช่วยทำ เพราะพวกเขาคล่องแคล่วและเรียนรู้ได้ไวมาก จึงคิดจะดึงพวกเขาไว้ที่จวนส่วนทหารอีกแปดสิบคนนางส่งไปอยู่ที่วังหลวง นางจะทำโรงทานสามวัน วันแรกนางตั้งใจจะทำโจ๊กทรงเครื่อง น้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ ซึ่งนางคิดว่าดูเรียบง่ายและสะด

  • ทะลุมิติมาพลิกชะตา   บทที่ 64

    “อืมได้” เขารู้ว่านางและเฉินอ๋องคงอยากใช้ชีวิตอิสระอยู่นอกวัง “หลานสะใภ้งั้นเมื่อไหร่เจ้ามีเจ้าก้อนแป้ง นี่ก็แต่งงานกันมานานมากแล้ว” ไท่ซ่างหวงเอ่ยขึ้น “เสด็จปู่ช่วงนี้หม่อมฉันยุ่งๆ เลยอยากให้ผ่านไปก่อน หากทุกอย่างลงตัวเจ้าก้อนแป้งมาแน่เพคะ” ซูหนี่ว์ยิ้มเขินหันไปมองเฉินอ๋องที่หน้าแดงก่ำ “เสด็จปู

  • ทะลุมิติมาพลิกชะตา   บทที่ 63

    เช้าวันต่อมาทางราชสำนักจากวังหลวงได้ส่งทหารมาปิดประกาศความผิดของสองตระกูลหลี่และตระกูลเซี๊ยะโทษฐานเป็นกบฏ ยึดทรัพย์ตระกูลเซี๊ยะเข้าวังหลวง ส่วนทรัพย์สินของตระกูลหลี่ยึดทรัพย์เป็นกองกลาง ซึ่งชายาเฉินในฐานะทายาทที่เหลืออยู่ของสกุลจ้าว จะเป็นผู้ดูแลในส่วนนี้นางต้องการทำโรงทาน และบริจาคข้าวของเครื่องใช้

  • ทะลุมิติมาพลิกชะตา   บทที่ 62

    ฮ่องเต้สั่งให้ทหารจับกุมคนที่ส่วนเกี่ยวข้อง และเก็บกวาดทำความสะอาดรอบบริเวณ ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยกับซูหนี่ว์ “ในฐานะที่ข้าเป็นฮ่องเต้ ข้าต้องยอมรับว่าเรื่องนี้ข้าเองก็มีส่วนผิด เพราะฉะนั้นข้าจะให้เจ้าเป็นคนตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไป” ซูหนี่ว์มองหน้าเขาก่อนจะเอ่ยขึ้น “ตระกูลหลี่สมควรถูกประหารเช่นเดีย

  • ทะลุมิติมาพลิกชะตา   บทที่ 59

    เช้าตรู่วันรุ่งขึ้นกู้ว่านเฉิงให้ถิงถิงมาเคาะประตูห้องซูหนี่ว์ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ซูหนี่ว์เปิดประตูออกมาก็พบว่ากู้ว่านเฉิงยืนอยู่ด้วยสีหน้าเป็นกังวล “เกิดอะไรขึ้นหรือ? “กระหม่อมให้คนคอยจับตาอยู่นอกเมืองตามจุดต่างๆ หน่วยลับส่งข่าวมาบอกว่า อ๋องฉีให้กองกำลังทหารตามหลังมาเกือบสองหมื่นนายพ่ะย่ะค่ะ” “

  • ทะลุมิติมาพลิกชะตา   บทที่ 54

    “วันนี้หม่อมฉันต้องการวัดพลังปราณของพวกเขาอีกครั้งรบกวนท่านพี่ด้วยเพคะ” “ได้ไปกันเถอะ” เขาจูงมือนางเดินออกมา ทำเอาทุกคนที่ยืนรออยู่เมินหน้า หันไปมองทางอื่นด้วยความขวยเขินแทนผู้เป็นนาย เฉินอ๋องเห็นท่าทางของพวกเขาก็เริ่มหน้าแดงขึ้นมา ซูหนี่ว์หัวเราะออกมาเบาๆ กับท่าทางของเขา หลังจากให้ทุกคนรับอาหารเช

  • ทะลุมิติมาพลิกชะตา   บทที่ 53

    ระหว่างนั่งรถม้ากลับจวนที่ชุนไห่และชุนเต๋อไปหามารอที่หน้าวัง เฉินอ๋องมองซูหนี่ว์ที่เอาแต่นั่งเงียบจมอยู่กับความคิดของตนเอง ก็ขยับเข้าไปนั่งข้างๆ ก่อนจะจับร่างของนางมานั่งบนตัก จับศีรษะของนางให้ซบลงบนไหล่ของเขาและใช้แขนโอบกอดนางหลวมๆ “วันนี้เจ้าดูอารมณ์ไม่ดีเอาเสียเลย” ซูหนี่ว์เงยหน้ามองเขาที่มองนาง

  • ทะลุมิติมาพลิกชะตา   บทที่ 49

    สองวันถัดมาพื้นที่ที่เคยรกร้าง ก็ถูกตัดถางหญ้าจนโล่งเตียน จากกลุ่มบุรุษที่มีร่างกายแข็งแรงและพลังแรงกายล้นเหลือ ทำงานกันอย่างไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเพราะได้ดื่มน้ำชาดอกบัว ที่ดื่มทีไรก็ยิ่งเพิ่มพลังปราณไหลเวียนมากขึ้นทุกครั้ง และไหนจะยังมีอาหารแสนเลิศรสให้ทุกคนได้กินอย่างเอร็ดอร่อย บอกเลยยามนี้ทุกคนมี

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status