LOGINสองเดือนต่อมาอยู่ๆ ฮ่องเต้ก็เกิดอาการเวียนหัว คลื่นไส้อาเจียนอยากหนัก จนเขาลุกไม่ไหวที่ออกมาว่าราชกิจในท้องพระโรง หมอหลวงจึงรีบมาตรวจอาการก็ยังหาสาเหตุไม่พบ มีเพียงซูหนี่ว์ที่พอจะเดาได้ว่าเขาเป็นอะไร ก่อนนางจะให้หมอหลวงตรวจอีกคนเพื่อยืนยันความแน่ใจ หลังจากตรวจอาการของฮองเฮา หมอหลวงก็เผยยิ้มด้วยความย
ข่าวจากทางราชสำนักออกติดประกาศ ฮ่องเต้สละราชบัลลังก์และแต่งตั้งเฉินตงหยางเป็นฮ่องเต้ ส่วนซูหนี่ว์ถูกแต่งตั้งเป็นฮองเฮา ทำเอาฮือฮากันทั้งเมืองหลวง ช่วงนี้สถานการณ์บ้านเมืองมีเปลี่ยนแปลงมากมาย หลายคนคอยจับตาและฟังข่าวว่าจะเกิดเหตุอันใดต่อไป เช้าวันต่อมาการประชุมในท้องพระโรงก็เริ่มขึ้น เหล่าขุนนางทยอ
สามวันต่อมาการจัดทำโรงทานแจกอาหารก็มาถึง ซูหนี่ว์ให้องครักษ์ที่เป็นทหารยี่สิบคนช่วยทำ เพราะพวกเขาคล่องแคล่วและเรียนรู้ได้ไวมาก จึงคิดจะดึงพวกเขาไว้ที่จวนส่วนทหารอีกแปดสิบคนนางส่งไปอยู่ที่วังหลวง นางจะทำโรงทานสามวัน วันแรกนางตั้งใจจะทำโจ๊กทรงเครื่อง น้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ ซึ่งนางคิดว่าดูเรียบง่ายและสะด
“อืมได้” เขารู้ว่านางและเฉินอ๋องคงอยากใช้ชีวิตอิสระอยู่นอกวัง “หลานสะใภ้งั้นเมื่อไหร่เจ้ามีเจ้าก้อนแป้ง นี่ก็แต่งงานกันมานานมากแล้ว” ไท่ซ่างหวงเอ่ยขึ้น “เสด็จปู่ช่วงนี้หม่อมฉันยุ่งๆ เลยอยากให้ผ่านไปก่อน หากทุกอย่างลงตัวเจ้าก้อนแป้งมาแน่เพคะ” ซูหนี่ว์ยิ้มเขินหันไปมองเฉินอ๋องที่หน้าแดงก่ำ “เสด็จปู
เช้าวันต่อมาทางราชสำนักจากวังหลวงได้ส่งทหารมาปิดประกาศความผิดของสองตระกูลหลี่และตระกูลเซี๊ยะโทษฐานเป็นกบฏ ยึดทรัพย์ตระกูลเซี๊ยะเข้าวังหลวง ส่วนทรัพย์สินของตระกูลหลี่ยึดทรัพย์เป็นกองกลาง ซึ่งชายาเฉินในฐานะทายาทที่เหลืออยู่ของสกุลจ้าว จะเป็นผู้ดูแลในส่วนนี้นางต้องการทำโรงทาน และบริจาคข้าวของเครื่องใช้
ฮ่องเต้สั่งให้ทหารจับกุมคนที่ส่วนเกี่ยวข้อง และเก็บกวาดทำความสะอาดรอบบริเวณ ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยกับซูหนี่ว์ “ในฐานะที่ข้าเป็นฮ่องเต้ ข้าต้องยอมรับว่าเรื่องนี้ข้าเองก็มีส่วนผิด เพราะฉะนั้นข้าจะให้เจ้าเป็นคนตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไป” ซูหนี่ว์มองหน้าเขาก่อนจะเอ่ยขึ้น “ตระกูลหลี่สมควรถูกประหารเช่นเดีย
หลังจากแจกแจงงานให้กับบ่าวรับใช้เสร็จ ซูหนี่ว์ก็เดินกลับมาที่เรือนใหญ่พร้อมกับซูเจียว นางคิดว่าวันนี้จะพามารดาไปที่จวนเฉินอ๋องด้วย ที่จริงนางไม่สนใจคำพูดใครอยู่แล้ว การที่นางพามารดาไปด้วย ก็แค่ให้คนมองว่ามีผู้ใหญ่รับรู้และอีกอย่างนางอยากให้มารดารู้จักกับเฉินอ๋องเอาไว้ เพราะนางหมายตาเขาเอาไว้เรียบร้อ
ข่าวหลานสาวสกุลไป๋และมารดา ตัดสินใจซื้อจวนผีสิงดังยังไม่ทันข้ามวัน ข่าวคุณหนูไป๋ซูหนี่ว์ไปซื้อทาสด้วยตัวเอง แถมยังซื้อทาสพิการและทาสอัปลักษณ์ ทำเอาเมืองหลวงแคว้นเป่ยเซียงไม่มีใครไม่พูดถึงข่าวนี้ โรงน้ำชา ภัตตาคาร แม้แต่โรงเตี๊ยม กลายเป็นสถานที่ชุมนุม ถกเถียงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน พลอยทำให้ร้านรวงต
“ลุกขึ้นเถิดไม่ต้องคุกเข่าให้ข้าหรอกเจ้าค่ะ ลุกขึ้นมาคุยกันดีๆ หากไม่ลุกข้าจะขายกลับคืน” ได้ผลทันตา เหล่าคนทาสพากันลุกพึบพับ จนซูหนี่ว์หลุดขำออกมา “ขอบคุณคุณหนูขอรับที่ตัดสินใจซื้อพวกเรา หากไม่ได้คุณหนู ชาตินี้ข้าคงไม่ได้พบเจอบุตรสาวเป็นแน่” มารดาของเด็กคนนั้นเอ่ยขึ้น ด้วยความซาบซึ้งใจในบุญคุณครั้ง
วันต่อมาซูหนี่ก็ไปที่โรงค้าทาสพร้อมกับคนของท่านตา เมื่อมาถึงก็เห็นเจ้าของกิจการ วัยกลางคนที่มีรูปร่างอ้วนพุงพลุ้ยหน้าตาท่าทางเจ้าเล่ห์ออกมาต้อนรับแม้จะยิ้มแย้มอัธยาศัยดี แต่ซูหนี่ว์มองออกว่าผู้ชายคนนี้ไว้ใจไม่ได้เลยแม้แต่น้อย “ยินดีต้อนรับขอรับคุณหนู ไม่ทราบว่าวันนี้ท่านต้องการทาสแบบใด” ? “ขอข้าเด







