LOGIN'ซินซีซวน' ได้ย้ายมาอยู่กับท่านแม่ทัพผู้เกรียงไกร 'เฉิงซีห่าว' ตั้งแต่วัยเยาว์ นางต้องเอาตัวรอดจากผู้คนที่หมายมั่นในสมบัติของตระกูล และทำกิจการการค้าทั้งที่แจ้งและที่ลับ และเพราะเช่นนั้น 'เวยจางหมิ่น' ผู้ถูกใจในความฉลาดของนางจึงเข้ามา ซินซีซวนจำเป็นต้องเลือกว่าจะเดินไปตามทางแห่งโชคชะตา หรือเลือกการชำระหนี้แค้นที่ไม่มีวันจบสิ้น -------------------- ซินซีซวนหัวเราะขึ้นมาอีกครั้ง นางหยิบกริซออกมาจากสาบเสื้อ วางมันลงบนโต๊ะตรงหน้าชายหนุ่ม “เมื่อใดก็ตามที่ข้าเจอคนผู้นั้น กริซนี้จะแทงเข้าสู่หัวใจของเขา และท้ายที่สุด ข้าจะได้นอนตาหลับเสียที”
View Moreในใจของเจ้านั้นมีผู้ใด
ภายในจวนหลังใหญ่ที่กำลังจะมีงานอันหวานชื่นในวันพรุ่ง บ่าวทุกคนต่างวิ่งวุ่นไปทั่วเรือนต่าง ๆ พร้อมข้าวของที่จำเป็นสำหรับพิธีการที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่นาน ผ้าผืนบางสีแดงสวยถูกประดับประดาพร้อมทั้งเสียงจอแจที่ดังไม่หยุดหย่อน ราวกับพิธีนี้ได้ช่วยจุดประกายแห่งความผาสุกให้กับบ่าวในเรือนขึ้นอีกครั้ง
ในยามนี้ที่พ่อบ้านจวนสกุลซินกำลังออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงแห่งความปีติยินดี แม้ท่าทางจะเคร่งขรึมแต่ใบหน้านั้นกลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มอันอ่อนโยน ในวันพรุ่งนี้ก็จะเป็นวันดีที่สุดของคุณชายใหญ่สกุลซิน แม้ว่าตนจะอายุล่วงเลยมานานขนาดนี้แล้ว แต่หลังจากความเศร้าโศกแห่งการสูญเสียครั้งที่ผ่านมา จึงทำให้งานครั้งนี้สำคัญยิ่งนัก
“พ่อบ้านหว่างไยถึงได้จัดการคนเดียวเสียหมด ไม่ต้องรีบร้อน ๆ” ยังไม่ทันขาดคำคะนึงถึง คุณชายใหญ่จวนสกุลซิน
ซินซิงอีก็เดินเข้ามาพร้อมใบหน้ายิ้มแย้มพ่อบ้านหว่างรีบกุลีกุจอเข้าไปหาคุณชายใหญ่พลางดวงตาทั้งสองข้างที่ใกล้ฝ้าฟางเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาใส “จะไม่ให้เหลาเหย่คนนี้รีบร้อนได้อย่างไร คุณหนูใหญ่ผู้นั้นต่างเป็นที่หมายปองของบรรดาบุรุษหนุ่ม ถ้าช้าเพียงก้าวเดียว ไฉนเลยจะมิมีคนมาแย่ง เป็นท่านเถอะที่ใจเย็นปานนี้ ราวกับไม่รู้สึกรู้สา อีกทั้งงานครั้งนี้ช่างสำคัญยิ่งนัก จะให้ข้าไม่ร้อนรนใจได้อย่างไร”
“เอาเถอะ ๆ เป็นข้าที่กล่าววาจาไม่ดีเอง ข้าไม่ได้ตำหนิท่านแต่เพียงน้อย เพียงแค่เป็นห่วงพ่อบ้านของข้าสุขภาพจะทรุดโทรมเอาได้” คุณชายใหญ่ซินรีบประคองชายชรา ก่อนจะผลักแผ่นหลังอีกฝ่ายเบา ๆ แล้วออกเดินไปยังสวนภูผาจำลอง
“ซิงเยียนหากรู้ว่าพ่อบ้านหว่างทุ่มทุนถึงเพียงนี้ จะต้องดีใจจนเก็บน้ำตาไว้ไม่อยู่แน่ และถ้านางรู้ว่าท่านเกิดล้มป่วยเป็นเพราะนาง นางจะต้องเสียใจจนร้องไห้ฟูมฟายเอาได้” คุณชายใหญ่เอ่ยพลางหัวเราะเบา ๆ หญิงสาวที่เขาจะแต่งเข้าจวนนั้น
ช่างขี้แยเสียนี่กระไร แม้แต่พ่อบ้านหว่างเองก็รู้ถึงนิสัยข้อนี้เป็นอย่างดี“คุณชายใหญ่ท่านอย่าได้พูดเช่นนี้ต่อหน้าคุณหนูซิงเยียน มิเช่นนั้นท่านจะโดนทุบหลังเอาได้” พ่อบ้านชราเอ่ยพลางหัวเราะ เขานึกย้อนไปยังวันวานที่คุณหนูซิงเยียนมาเยือนที่จวนด้วยแววตามุ่งมั่น ในครานั้นจวนทั้งหลังแทบลุกเป็นไฟ ราวกับสงครามขนาดย่อมกำลังจะก่อเกิดขึ้นเสียให้ได้
สองหนุ่มต่างวัยต่างพากันหัวเราะขบขัน ภาพเช่นนี้ช่างบังเกิดความรู้สึกที่แสนอบอุ่นยิ่งนัก พวกเขาต่างวาดฝันถึงอนาคตข้างหน้า หากได้มีคุณหนูน้อยสกุลซินวิ่งเล่นภายในเรือน หรือแม้แต่ปีนป่ายไปตามต้นไม้ใหญ่ จวนสกุลซินที่เคยอึมครึมคงสุขสันต์ขึ้นมิน้อยเลย
เรื่องแสนน่ายินดียิ่งนี้ ช่างควรค่าแก่การเฝ้ารอยิ่งนัก
ยามเหม่าในวันรุ่ง ซิงอียืนอยู่ด้านหน้าจวนที่เรียบง่ายของฝ่ายเจ้าสาว ใบหน้าเกลี้ยงเกลาของเขาระบายยิ้มอย่างภาคภูมิเมื่อเดินเข้าไปข้างในตัวเรือนศาลบรรพชน
ในตอนที่เจ้าตัวยืนมองไปยังประตูทางเข้า หัวใจที่เคยเต้นอย่างสงบนิ่ง บัดนี้กลับรัวเร็วด้วยความยินดี ยิ่งทันทีที่ฝ่าเท้าเล็กของซิงเยียนย่างกรายผ่านธรณีประตู หัวใจของเขาก็แทบหยุดนิ่ง
ซิงอีลืมวิธีหายใจเสียแล้ว ตอนนี้เหลือเพียงแต่ดวงตาเลื่อนลอยเมื่อได้เห็นเจ้าสาวของตนเอง ความงดงามของนางไม่สามารถบรรยายออกมาได้ มีเพียงเสียงอื้ออึงเท่านั้นที่พอบอกกล่าวได้ว่าสาวเจ้านั้นงามเพียงใด
“ซิงเยียน” ซิงอีพึมพำในลำคอ ไฉนเลยเขาจะไม่ร้อนรนเมื่อใกล้ถึงวันแต่งงาน เป็นเพราะเขาต้องข่มใจต่างหากถึงจะสามารถประคองสติของตัวเองไว้ได้
ท่วงท่าที่แสนงดงามของหญิงสาว กลิ่นหอมอ่อน ๆ และฝ่ามือเล็กที่กำลังทำความเครพเขาอย่างว่าง่าย ช่างแตกต่างจากท่าทางแก่นแก้วก่อนหน้านี้ของหญิงสาวยิ่งนัก
ทั้งสองดำเนินไปตามพิธีไหว้ศาลบรรพชนด้วยความอ่อนน้อม ซิงเยียนที่อยู่ภายใต้ผ้าคลุมศีรษะสีแดงปักลายนกยวนยางคู่ ระบายยิ้มอ่อนหวานเมื่อชำเลืองมองข้างกาย
หากผ่านวันนี้ไปพวกเขาทั้งสองก็จะได้ครองคู่กันแล้ว
จะไม่มีผู้ใดที่จะพรากทั้งสองออกจากกันได้อีกหลังเสร็จสิ้นพิธีไหว้ศาลบรรพชน ซิงอีประคองเจ้าสาวเดินไปยังเกี้ยวที่จอดรออยู่ข้างหน้า ในใจของเขาปีติยินดียิ่งนัก หากเพียงแต่ต้องเก็บอาการที่แสนควบคุมได้ยากนี้ไว้ เขารู้ดีว่าตอนนี้ฝ่ามือของเขานั้นชื้นเหงื่อเพียงใด
“ซิงเยียน”
ยังไม่ทันที่เจ้าสาวจะได้ขึ้นเกี้ยว เสียงเข้มทุ้มลึกก็ดังขึ้น ทั้งสองหันไปมองยังที่มาของเสียง พลันปรากฏบุรุษที่สวมชุดเกราะงามสง่าอยู่บนอาชาศึกสีดำ
“ซีห่าว” ซิงเยียนเป็นฝ่ายส่งเสียงก่อน พลางลอบมองคนข้างกายที่กำลังมองทั้งสองด้วยแววตาสงสัย “เจ้าไม่ได้กำลังทำศึกอยู่หรอกหรือ?”
“...พี่สาวของข้ากำลังจะแต่งงาน จะไม่ให้ข้ามาแสดงความยินดีได้อย่างไร” ซีห่าวเอ่ยเสียงเข้ม พลางชำเลืองมองชายชุดเจ้าบ่าวด้วยแววตาที่ยากจะหยั่งลึก “ให้ข้าได้นำขบวนพวกท่าน เพื่อเป็นเกียรติแก่ข้าเถอะ”
ซิงเยียนกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก วันเวลาเช่นนี้ช่างน่าอึดอัดใจยิ่งนัก นางรู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่มีทางทำอะไรที่เสียหายต่อนางอย่างแน่นอน เพียงแต่... ความรู้สึกของเขาเล่า ใครจะปลอบประโลม
“ไม่...”
“เอาเถอะ ๆ อย่าได้รีรออะไรอยู่เลยซิงเยียน ไหน ๆน้องชายของเจ้าก็อยากนำขบวนให้กับพวกเรา หากข้าจำไม่ผิด ท่านก็คงเป็นท่านแม่ทัพ ‘เฉิงซีห่าว’ ใช่หรือไม่ ช่างน่าประทับใจจริง ๆ ที่งานมงคลเช่นนี้ได้ท่านผู้แข็งแกร่งเป็นคนนำขบวน” แม้ซิงอีจะรู้สึกไม่ชอบมาพากลในบรรยากาศ แต่เขาทำได้เพียงแย้มยิ้มอ่อนโยนและดันหลังหญิงสาวขึ้นไปบนเกี้ยว
ซิงเยียนมองไปยังซีห่าวที่ใบหน้ายังคงเรียบเฉย ข้างหลังของเขายังมีนายทหารที่สวมชุดเกราะ ในใจของนางรู้ดีถึงความรู้สึกของอีกฝ่าย แต่สุดท้ายก็ทำได้เพียงปลอบประโลมเขาด้วยสิ่งที่อีกฝ่ายนั้นต้องการ
ขบวนเกี้ยวเจ้าสาวเคลื่อนขบวน โดยมีเฉิงซีห่าวนำหน้าด้วยอาชาหาญ ชาวบ้านที่อยู่โดยรอบต่างมองภาพตรงหน้าด้วยความชื่นมื่น กลีบบุปผาสีแดงล่องลอยไปตามเส้นถนน โชยกลิ่นหอมอ่อนที่ทำให้ผู้คนต่างผ่อนคลาย
วันเวลาล่วงเลยผ่านไปเพียงไม่นานความสุขอีกสิ่งของจวนสกุลซินก็บังเกิดขึ้นอีกครั้ง ด้านหน้าจวนใหญ่ต่างวุ่นวาย และซิงอีเองก็กำลังร้อนรน ในใจของเขาทั้งรู้สึกกระวนกระวายและหวาดหวั่น แต่เขาทำได้เพียงเดินไปเดินมาอยู่ข้างนอกเท่านั้น
ในเวลานั้นเองที่เสียงร้องของเด็กแรกเกิดก็ดังขึ้น ยิ่งทำให้หัวใจของเขาปีติยินดียิ่งนัก เขารีบถลาเข้าไปภายในห้อง พบใบหน้าที่ซีดเซียวของฮูหยิน และเด็กน้อยที่อยู่ภายในผ้าห่อหนานุ่มกำลังหลับตาพริ้ม
หมอทำคลอดประคองเด็กน้อยมาไว้ในอ้อมแขนของซิงอี น้ำตาแห่งความยินดีไหลพรากไม่อายสายตาหลายสิบคู่
“ซิงเยียนลูกของเรา” ซิงอีเอ่ยเสียงแผ่ว รีบเดินไปนั่งข้าง ๆ ภรรยารักที่กำลังหายใจรวยริน
“ฟูจวินเราได้ลูกสาว นางช่างงดงามและดูสดใสยิ่งนัก” ซิงเยียนเอ่ยเสียงแผ่ว ฝ่ามือเรียวเล็กที่ขาวซีดค่อย ๆ เอื้อมไปสัมผัสแก้มนุ่มนิ่ม
“จะให้นางชื่อว่ากระไรดี”
“ซินซีซวน ข้าอยากให้นางร่าเริงและมีความสุขตลอดกาล” สิ้นเสียงฮูหยินซิน มือของนางก็ร่วงผล็อย สร้างความตื่นตระหนักให้ผู้คนยิ่งนัก โดยเฉพาะซิงอีที่ในหัวกลับบังเกิดความหวาดหวั่น
“ท่านหมอ! รักษาชีวิตฮูหยินข้าด้วย!” ซิงอีเอ่ยเสียงตระหนัก เขาถูกพาออกไปจากห้องที่กำลังวุ่นวายอีกครั้งหนึ่ง
นัยน์ตาที่กำลังเอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตาก้มลงมองคุณหนูซินน้อยที่หลับตาพริ้ม ช่างไร้เดียงสาเสียนี่กระไร พลันในใจบังเกิดก้อนความรู้สึกอันหนักอึ้ง
ซีห่าวหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นเมื่อไป๋หลิ่งหงรายงานถึงสิ่งที่ได้รับรู้ เมื่อวานนางลักลอบหนีออกจากจวน เพื่อไปกระทำสิ่งนี้เองหรือ ยิ่งคิดซีห่าวยิ่งเผยรอยยิ้มร้าย เขาส่ายศีรษะเพียงเล็กน้อย ท่าทางที่แลดูสบายใจเช่นนี้เล่นเอาจิตใจของไป๋หลิ่งหงแทบดิ่งออกจากอก“นางอยากให้ข้ากลายเป็นคนเถื่อนเช่นนั้นรึ!” ซีห่าวเอ่ยขึ้นในที่สุด เขานึกขันนักที่คนเช่นนางกล้าคิดวางแผนต่ำช้าเช่นนี้ได้เป็นโชคดีของชายหนุ่มที่ได้ส่งคนไปสอดส่องถึงในโรงเตี้ยม แต่เดิมเขาตั้งใจไว้ว่าจะปล่อยวางเรื่องของนาง หญิงสาวอยากทำเช่นไรก็จะไม่ก้าวก่ายนางอีก แต่...“ถ้าเช่นนั้นก็ให้แผนของนางสำเร็จไปเลยดีหรือไม่ เจ้าว่าอย่างไรสหายสนิทของข้า” แม้รอยยิ้มร้ายของแม่ทัพหนุ่มจะยังไม่จางหายไป แต่น้ำเสียงของเขาช่างดูสุขสมนัก“ท่านชื่นชมในตัวแม่นางไท่งั้นรึ! ข้านึกว่าท่านแอบชอบแม่นางซินเสียอีก” ไป๋หลิ่งหงเบ้ปาก พลางบ่นพึมพำกับตัวเอง“ปากมากเสียจริง แม่นางไท่ก็ดูเป็นหญิงที่เพียบพร้อมอยู่หรอก แต่ข้าอยากเห็นความสิ้นหวังในดวงตาของหญิงเจ้าเล่ห์เสียยิ่งนัก ว่ายามที่เห็นตนเองตกอยู่ในหลุมพรางที่เป็นคนขุดขึ้น
ซีซวนวางกล่องไม้ขนาดเล็กไว้บนโต๊ะ พร้อมทั้งกระดาษแผ่นหนึ่งที่นางเป็นคนเขียนขึ้นมาด้วยตัวเอง “ภายในกล่องนี้คือยาเสน่หาไร้พัวพัน เป็นยาปลุกกำหนัดชั้นดีที่ไร้สี ไร้กลิ่น แม้แต่เข็มเงินก็ไม่สามารถตรวจสอบได้ เพียงหยดเดียวก็สามารถทำให้ท่านแม่ทัพเฉิงโหยหาแต่เจ้าตลอดค่ำคืน เจ้าจะได้เสพสุขสมที่แม้แต่แม่นางซินก็ไม่ได้รับอย่างไรละ”“เจ้าจะให้ข้าใช้ยาปลุกกำหนัดกับท่านแม่ทัพเฉิงหรือ!” ซูลี่เบิกตากว้าง วิธีไร้คุณธรรมเช่นนี้ แม่นางผู้นี้ช่างหาญกล้านัก“เป็นอันใด เพียงวิธีนี้ท่านถึงจะได้แต่งงานกับท่านแม่ทัพเฉิง ท่านไม่สนใจหรือ” ซีซวนหัวเราะเสียงหวานแสนกังวาน นางเปิดกล่องเผยเห็นขวดยาสีขาวหิมะ “อีกสองวันแม่นางซินก็จะจัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ต้อนรับท่านแม่ทัพเฉิง ท่านก็นำสุราฤทัยไร้โศกของโรงเตี้ยมข้าไปเป็นของกำนัลเสียสิ เพียงผสมลงไปหนึ่งหยด ด้วยกลิ่นสุราอันหอมหวานคงกลบตัวยาได้แน่”“เจ้า” ซูลี่ขมวดคิ้วเพียงเล็กน้อย “เจ้าเอาจริงรึ” น้ำเสียงหวาดหวั่นเพียงน้อยของแม่นางไท่ แลดูแล้วเหมือนคนที่สนใจในข้อเสนอ“เห็นข้าเป็นคนพูดเล่นหรือ” ซีซวนหัวเราะขึ้นมาอีกครั้ง นางส่งกระดาษแผ่นในมือให้ซู
อาฟู่นวดคลึงนายสาวอย่างเอาใจ ในยามนี้แม้ต่อให้นางจะเป็นพระโพธิสัตว์ ก็คงไม่อาจปัดเป่าอารมณ์ขุ่นมัวของนายสาวได้ นางรู้ดีว่าข้อมูลที่ได้รับมาครานี้ ช่างเป็นข้อมูลที่หนักหนาเพียงใด“จะเอาอย่างไรดีเจ้าคะนายหญิงน้อย” อาฟู่ตัดสินใจถามในที่สุดซีซวนเพียงแค่หยิบกระดาษกับพู่กันออกมาบรรจงเขียนอย่างสวยงามเท่านั้น เมื่อตัวอักษรตัวสุดท้ายถูกบรรจงสรรสร้างขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว นางก็จัดการพับกระดาษแผ่นนั้นใส่ซองแล้วส่งให้บ่าวสาว“จงนำไปมอบให้ท่านแม่ทัพเฉิง บอกว่าข้ารู้สึกผิดในทุกเรื่องอย่างยิ่ง โปรดอ่านและตัดสินใจในเร็ววัน ข้าจะได้จัดเตรียมทุกสิ่งอย่างให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว”อาฟูมองซองจดหมายในมือ นางไม่เข้าใจแผนการครั้งนี้ของนายสาวตนยิ่งนัก ถึงกระนั้นหญิงสาวก็ตัดสินใจทำตามคำสั่งอย่างว่าง่ายซีซวนมองผลอิงเถาที่ถูกจัดวางอย่างสวยงาม พลางหวนนึกถึงวันวานที่เคยมีความสุขภายใต้ลมวสันต์ ใกล้ถึงวันเกิดนางไปทุกขณะ และความฝันของนางใกล้จะเป็นจริงแล้ว แต่มันจะยังต้องล่าช้าออกไป เพราะนางจำเป็นต้องจัดการกับคนที่ทำลายชีวิตตนให้สาสมนายท่านเฉิงมองตัวอักษรบนแผ่นกระดาษ พลางหัวคิ้วห
ซีซวนกลับมาถึงจวนในยามเซิน เท้ายังไม่ทันพ้นประตูจวน ท่านแม่ทัพหนุ่มก็ควบม้ามาถึงเช่นกัน เฉิงซีห่าวขมวดคิ้วเพียงเล็กน้อยเมื่อเห็นหญิงสาวไม่ทำตามคำสั่ง ถึงอย่างงั้นเขาเพียงแค่ลงจากหลังม้า ก่อนเดินตรงมาทางหญิงสาว“เจ้าไปที่ใดมา” ซีห่าวเอ่ยถามเสียงเรียบหญิงสาวถอนหายใจเล็กน้อย พลางตัดสินใจหมุนตัวทำความเครพอีกฝ่าย “เรียนท่านแม่ทัพเฉิง ข้าน้อยซินซีซวนอยากไปที่ใด ย่อมได้ไป ท่านคงไม่ถือสาเด็กร้ายกาจเช่นข้ากระมัง”ซีห่าวส่งเสียงในลำคอ แล้วส่งดาบคู่กายให้บ่าวรับใช้คนหนึ่ง “ข้าลืมไปว่าเจ้าไม่ใช่เสี่ยวกูเหนียงที่ไร้เดียงสาแล้ว ย่อมได้ เจ้าอยากไปที่ใดข้าล้วนไม่ยุ่งเกี่ยว แต่ข้าเพียงแค่กังวลว่าเจ้าจะนำเรื่องเสียหายมาสู่จวนข้า”ซีซวนหัวเราะขึ้นมาคำหนึ่ง นางระบายยิ้มหวานที่เจือแววดูแคลน “ข้าเป็นเพียงผู้อยู่อาศัย คงไม่สามารถทำจวนท่านเสียหายได้ ดังนั้นท่านคงไม่ต้องกังวลสิ่งใด ถ้าเช่นนั้นข้าคงต้องขอตัวไปพักก่อน หวังว่าท่านจะไม่ฉุดรั้งข้าไว้” ซีซวนโค้งตัวคำนับลงอย่างเชื่องช้า ในตอนที่กำลังจะหมุนตัวหันไปอีกทาง แม่ทัพหนุ่มก็เอื้อมมือคว้าแขนเรียว“ยามนี้แล้ว ท่านคงไม่คิด