Share

ทะลุมิติมาหย่ากลายเป็นเศรษฐินีในยุค60
ทะลุมิติมาหย่ากลายเป็นเศรษฐินีในยุค60
Author: ฝ้ายสีคราม

ตอนที่ 1 สะใภ้สกุลหลี่

last update Last Updated: 2026-01-12 13:14:16

ลมหายใจหอบของเธอดังขึ้นมาอย่างหนักหน่วง ความเจ็บปวดวิ่งแล่นทั่วร่างเมื่อสติเริ่มกลับมา ดวงตาเรียวค่อย ๆ เปิดออก เผยให้เห็นขื่อไม้และกระเบื้องหลังคาที่ไร้เพดาน

“อึก...”

ริมฝีปากแห้งผากของเธอขยับเล็กน้อยก่อนจะรู้สึกถึงรสฝาดของเลือดที่มุมปาก พยายามยันตัวขึ้นจากพื้นที่เย็นเฉียบ แต่ร่างอรชรกลับไร้เรี่ยวแรงในการเคลื่อนไหว

‘เกิดอะไรขึ้น ไม่ใช่ว่าฉันถูกรถชนตายไปแล้วเหรอ’ เจียงซูเหยาวัยยี่สิบเจ็ดปีคิดในใจ ภาพสุดท้ายที่จำได้คือรถบรรทุกพุ่งเข้ามาตอนที่เธอปั่นจักรยานไปตามเส้นทางสำหรับจักรยาน

เธอรู้สึกเจ็บปวดราวกระดูกแหลกสลายจากแรงปะทะ ก่อนทุกอย่างจะดับวูบไป

แต่ตอนนี้เธออยู่ที่ไหนกัน?

“ตื่นได้แล้ว! ยังจะนอนอู้ไปถึงไหนกัน” เสียงแหลมของหญิงวัยกลางคนดังขึ้นตามมาด้วยแรงกระชากที่แขน ดึงเธอลุกขึ้นยืนจนต้องเซไปพิงผนังห้องเอาไว้

ภาพเหตุการณ์บางอย่างไหลบ่าท่วมท้นเข้ามาในหัว ความทรงจำที่ไม่ใช่ของเธอแต่กลับชัดเจนราวกับเป็นของตัวเอง

“มัวแต่เหม่ออะไร หกล้มแค่นี้อย่ามาทำเป็นสำออย เธอยังไม่ได้เตรียมข้าวเย็นเลย รีบไปเร็วเข้า”

มือหยาบนั้นผลักเธอไปทางห้องครัวแบบโบราณมีเตาไฟที่เต็มไปด้วยขี้เถ้า เจ้าของประโยคที่ออกคำสั่งเป็นหญิงวัยกลางคนที่มีสีหน้าไม่สบอารมณ์ ทั้งที่ไม่รู้จักกันทำไมเธอถึงต้องมาพูดจาแบบนี้ใส่ด้วย

“โอ๊ย” หญิงสาวเซไปเล็กน้อยก่อนจะกุมขมับด้วยความหนักอึ้ง หัวใจเต้นรัวเมื่อภาพความทรงจำที่เหลือค่อย ๆ หลั่งไหลเข้ามาในสมองมากขึ้นเรื่อย ๆ ทว่าพร้อมกันนั้น เปลวเพลิงของความโกรธราวกับว่าเจอเหตุการณ์เหล่านั้นด้วยตนเองก็เกิดขึ้นในใจ

“ยุคไหนกันถึงได้กดขี่ขนาดนี้” เธอพึมพำเบา ๆ พลางมองมือตัวเองที่เต็มไปด้วยรอยแผลและรอยสากจากการทำงานหนัก

“เสี่ยวเหยา เธอบ่นอะไร รีบไปทำงานซะ อย่ามัวแต่นั่งอู้” หญิงวัยกลางคนตวาดอีกครั้ง ในความทรงจำผู้หญิงคนนี้คือจางหมิ่น แม่สามีของผู้หญิงที่ชื่อว่า หลินเสี่ยวเหยา สะใภ้สกุลหลี่ที่แสนรันทด

‘ฉันทะลุมิติเหมือนในนิยายสินะ’ เจียงซูเหยา หรือบัดนี้เธอคือหลินเสี่ยวเหยาคิดในใจจากสิ่งที่เกิดขึ้น

“ลูกสะใภ้คนนี้ นับวันยิ่งเหิมเกริม บอกให้ทำอะไรก็จะไม่เชื่อฟังแล้วใช่ไหม” จางหมิ่นตวาดลั่น ตระกูลหลี่ของเธอตบแต่งหลินเสี่ยวเหยาเข้ามาเพราะสินเดิมที่พ่อแม่เธอทิ้งเอาไว้ให้

หลินเสี่ยวเหยามองแม่สามีด้วยความไม่พอใจ แม้จะไม่อยากทำแต่เธอก็ไม่มีทางเลือก อย่างน้อยตอนนี้เธอยังไม่รู้ว่าอยู่ในสถานการณ์แบบไหน และที่สำคัญที่สุด ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมบ่งบอกว่าเธอไม่อยากถูกไล่ออกจากบ้านโดยเธอไม่มีที่ไป

“ทำก็ทำ” หญิงสาววัยถอนหายใจ ก่อนจะก้าวไปที่เตาไฟ อาศัยความทรงจำจากร่างเดิมหยิบฟืนขึ้นมาเริ่มก่อไฟ แม้หัวใจจะเต็มไปด้วยความสับสน แต่เธอก็รู้ดีว่าถ้าอยากเอาตัวรอดในโลกนี้ เธอต้องอดทนและหาทางเอาคืนให้ได้ในสักวันหนึ่ง

เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากหน้าประตู ก่อนที่มันจะถูกผลักเข้ามาอย่างแรง

“เฮ้อ! เหนื่อยเป็นบ้า” ชายร่างสูงโปร่งในวัยยี่สิบสองปีเดินเข้ามา พลางบิดคอและไหล่ไปมาราวกับทำงานหนักมาทั้งวัน

หลี่ต้าซานทรุดตัวลงบนม้านั่งไม้เก่าอย่างไม่ใส่ใจ ใบหน้าของเขาดูหงุดหงิดราวกับแบกโลกทั้งใบเอาไว้

หลินเสี่ยวเหยาชะงักมือจากการคนข้าวต้มในหม้อ หันไปมองชายตรงหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย พินิจดูชายที่บ่นเหนื่อยแล้วได้แต่ถอนใจ

หลี่ต้าซานเป็นลูกชายคนเดียวของสกุลหลี่ แม้จะเป็นหัวหน้าครอบครัวแต่กลับไม่ได้ดูมีราศีผู้นำสักนิด

เสื้อผ้าเขาเต็มไปด้วยฝุ่นแต่ไม่ได้ดูเปื้อนโคลนเหมือนคนที่ตรากตรำทำงานหนัก และที่สำคัญมือของเขาสะอาดสะอ้านจนน่าสงสัยว่าออกไปทำงานหาอาหารมาจริงหรือไม่

“อาหารล่ะ” เสียงของหลี่ต้าซานแทรกขึ้นขณะที่เธอกำลังมองสำรวจเขา

“ข้าวต้มกำลังเดือด เดี๋ยวก็ได้กิน” หญิงสาวตอบเสียงเรียบ

 “แค่ข้าวต้มอีกแล้วเหรอ ทำไมไม่มีเนื้อ ไม่มีกับข้าวดี ๆ เลย ฉันเหนื่อยจะตายอยู่แล้วนะ”

‘เหนื่อย?’ หลินเสี่ยวเหยาเลิกคิ้ว พลางกวาดตามองเขาอีกครั้ง

คนที่กลับมาจากการทำงานควรมีเหงื่อซึมตามไรผม แขนเสื้อเปื้อนฝุ่นหรือมีเศษดินเศษหญ้าติดตามเสื้อผ้าบ้าง แต่ชายคนนี้ดูเหมือนใช้เวลาไปกับการนั่งคุยเล่นมากกว่าเสียอีก

‘ไม่มีอะไรติดมือกลับมาแม้แต่นิดเดียว แต่กลับบ่นเหมือนตัวเองตรากตรำแทบตาย’ เธอแค่นหัวเราะในใจ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา

“ยังจะชักช้าอะไรอีก รีบตักข้าวมาเร็ว ๆ” หลี่ต้าซานเร่งภรรยาของตน เขาแต่งเธอมาตั้งแต่สามปีที่แล้วโดยไร้ซึ่งความรัก

หลินเสี่ยวเหยาถอนหายใจ แม้จะขัดใจแต่ก็ต้องทำตามไปก่อน

“ที่ต้าซานถึงดวงตกขนาดนี้ กลับบ้านมือเปล่าทุกวัน ก็เพราะผู้หญิงดวงซวยอย่างแก”

หลินเสี่ยวเหยาเงยหน้าขึ้นจากชามข้าวต้มที่เพิ่งตักเสร็จ ดวงตาเรียบเฉยมองไปยังนางหลี่ที่วางมือเท้าสะเอว สายตาเต็มไปด้วยความดูแคลนและเกลียดชัง

‘มาแล้วสินะ บทแม่ผัวใจร้าย’

ต่อให้เธอจะไม่ได้มีความทรงจำทั้งหมดของหลินเสี่ยวเหยา แต่แค่เห็นสีหน้าและท่าทางของแม่สามี เธอก็พอเดาได้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นประเภทไหน

“แม่พูดอะไร” เธอถามเสียงเรียบ

“ยังจะมาทำหน้าซื่อ ตั้งแต่แกแต่งเข้าบ้านเรา ต้าซานก็หางานทำได้ยากลำบากขึ้นเรื่อย ๆ ไปทำอะไรก็ไม่ขึ้น มีแต่เรื่องซวย นี่มันเวรกรรมของบ้านเราแท้ ๆ ที่ต้องรับผู้หญิงอับโชคอย่างแกมาเป็นสะใภ้!”

“ใช่ ๆ แม่ดูสิ ขนาดวันนี้ผมออกไปตั้งแต่เช้า พยายามหาทางทำเงินแทบแย่ ยังไม่ได้อะไรกลับมาเลย ถ้าไม่ใช่เพราะอาเหยาเป็นตัวกาลกิณี จะเป็นเพราะอะไรอีก” หลี่ต้าซานรีบเสริมคำพูดของมารดา

หลินเสี่ยวเหยารู้สึกสมเพชกับตรรกะวิบัติของสองแม่ลูก ตัวเองเอาแต่นั่งอู้ไม่ทำงาน แต่กลับโทษว่าเป็นเพราะภรรยาดวงซวย

“แล้วแม่คิดว่า ฉันควรทำยังไงดี” เธอถามเสียงเรียบ

“ออกไปหางานทำสิ เข้าป่าล่าสัตว์เอาไว้กินเนื้อบ้าง จะให้เป็นหน้าที่ของต้าซานคนเดียว เธอมันไร้ค่า”

“ใช่ ๆ เธอออกไปล่าสัตว์ไปขุดมันบ้างสิ อยู่แต่บ้าน วัน ๆ เอาแต่งอมืองอเท้า” หลี่ต้าซานเสริมหน้าตาเฉย ไม่มีความคิดจะปกป้องภรรยาแม้แต่น้อย

หลินเสี่ยวเหยากำช้อนในมือแน่น คำพูดพวกนี้คงทำให้หลินเสี่ยวเหยาคนเดิมเจ็บปวดจนอยากหนีไปจริง ๆ แต่เธอไม่สามารถหนีไปไหนได้ และยินยอมรับการกดขี่ข่มเหงจากสองแม่ลูก

“งั้นก็ให้แม่ทำงานบ้าน ซักผ้า ทำอาหาร ผ่าฟืน ส่วนฉันจะติดตามสามีออกไปขุดเผือกขุดหน่อไม้ในป่า แล้ววางกับดักเอาไว้ล่าสัตว์ อยากรู้เหมือนกันว่าฉันไปด้วยจะได้อะไรติดไม้ติดมือมาหรือไม่” หลินเสี่ยวเหยาพูดเสียงเรียบ จ้องหน้าสามีที่เริ่มเลิ่กลั่กเมื่อเธอจะตามเขาเข้าป่า

“หรือไม่ก็หย่าให้ฉัน” เธอพูดประโยคต่อไป ประโยคที่ครั้งหนึ่งเจ้าของร่างเดิมเคยพูดแล้วถูกลงมือตบตีจนไม่กล้าคิดจะพูดมันซ้ำอีก

************************

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติมาหย่ากลายเป็นเศรษฐินีในยุค60   ตอนที่ 5 ตัวภาระ

    คืนนั้นหลังจากกินข้าวเสร็จ หลินเสี่ยวเหยาแอบใส่สมุนไพรลงไปในน้ำของตัวเองเล็กน้อย พอผ่านไปสักพักร่างกายเธอก็เริ่มมีอาการมึน ๆ และดูอ่อนแรงขึ้นจริง ๆ‘แบบนี้ล่ะดี จะได้ดูสมจริง’หญิงสาวถือถ้วยชามที่กินเสร็จจะไปล้างที่หลังเรือน พอเดินไปได้ครึ่งทางเธอก็แกล้งเซจนชามหลุดมือ ตกลงพื้นแตกกระจายเพล้ง!“โอ๊ย เวียนหัวเหลือเกิน” พูดจบก็ล้มลงกับพื้นแล้วใช้มือค้ำยันพื้นเอาไว้ มืออีกข้างกุมขมับเพื่อแสดงอาการป่วยให้สมจริง“เป็นอะไรกัน” นางหลี่ถลันเข้ามาดู“ฉันรู้สึกเวียนหัวค่ะแม่ ตั้งแต่เช้าแล้วยังไม่หาย เหมือนว่าตอนนี้จะเป็นหนักขึ้น” หลินเสี่ยวเหยาทำเสียงอ่อนแรง จงใจให้ดูเหมือนคนป่วย“ตายแล้ว อย่าบอกนะว่าเธอจะป่วยหนักน่ะ แค่ข้าวก็แทบไม่มีจะกิน ยังจะต้องมาจ่ายค่าหมออีกเหรอ” นางหลี่โวยลั่น ไม่ได้ห่วงลูกสะใภ้แต่ห่วงเงินที่แอบเก็บไว้หลินเสี่ยวเหยาลอบกลอกตาและเหยียดยิ้มด้วยความสมเพช“ต้าซาน ลูกพาเมียลูกไปนอนซะ ก่อนที่เธอจะทำจานแตกอีก” เมื่อเห็นใบหน้าดูซีดเซียวและมีเหงื่อผุดเต็มหน้าผากจึงเข้าใจว่าลูกสะใภ้ป่วยจริง ยอมให้เธอได้พักดีกว่าต้องเสียเงินค่าหมอ“เฮ้อ! น่ารำคาญจริง ๆ” หลี่ต้าซานบ่น ก่อนจะลากแขนเธอ

  • ทะลุมิติมาหย่ากลายเป็นเศรษฐินีในยุค60   ตอนที่ 4 ไม่คิดเสียใจ

    ที่ตลาดประจำตำบล หลินเสี่ยวเหยาอ่านป้ายแล้วเพิ่งรู้ว่าที่แท้เธออยู่เมืองจิงหนาน มณฑลเจียงซู หมู่บ้านที่อยู่ชื่อว่าหมู่บ้านอันจิ้ง มีความหมายว่าเงียบสงบ แต่เธอกลับอยู่ไม่สงบเลยตั้งแต่มาถึงหลินเสี่ยวเหยาเดินตามหลังสามีเล่นไปตามแผงขายของในตลาด เธอใช้คูปองซื้อเนื้อหมู ข้าวสาร และแป้งสาลี แบ่งตามชนิดของคูปอง จากนั้นก็ใช้เงินซื้อผักจำนวนหนึ่ง ใส่ตะกร้าให้ต้าซานเป็นคนสะพายตอนแรกเขาไม่ยินยอม จะให้เธอเป็นคนสะพายตะกร้า แต่เธอบอกว่าไม่สบายและเกรงว่าชาวบ้านจะครหา ทำให้เขาจำต้องยอมแบกของเหล่านี้ให้แก่เธอขณะที่เดินดูของไปเรื่อย ๆ เธอก็เหลือบไปเห็นแผงขายของที่มีสมุนไพรบางชนิดที่หากใช้เกินขนาดก็สามารถทำให้เป็นพิษต่อร่างกายได้ พลันรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นมาอย่างมีเลศนัยเมื่อคิดแผนการบางอย่างได้นั้น เธอจึงซื้อสมุนไพรติดมือไว้ ก่อนจะเดินกลับบ้านพร้อมกับแผนใหม่ที่ชัดเจนขึ้นในใจถามว่าเสียใจหรือไม่ที่วางแผนการหย่าร้าง ยิ่งเธอเป็นสะใภ้ก็ย่อมต้องเคารพผู้อาวุโสและต้องเอาใจสามี แต่เมื่อหวนนึกถึงความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมแล้วก็บอกได้เลยว่าไม่นึกเสียใจในคืนหนึ่งที่มืดมิดและเงียบสงัด หลินเสี่ยวเหยา นั่งอยู่ในห้อ

  • ทะลุมิติมาหย่ากลายเป็นเศรษฐินีในยุค60   ตอนที่ 3 แมวขโมย

    ตอนรุ่งเช้า หลินเสี่ยวเหยานอนคุดคู้อยู่ในผ้าห่ม ข้างกายคือสามีที่ยังคงนอนกรนจนเธอนอนต่อไม่ได้ ถึงอย่างนั้นก็ตามหญิงสาวก็ลืมตาขึ้นมาด้วยความสดชื่น แม้ว่าจะต้องนอนบนฟูกแข็ง ๆ ต่างจากยุคปัจจุบันที่นุ่มเด้ง แต่เธอกลับรู้สึกกระปรี้กระเปร่าและอยากเริ่มแผนการที่วางเอาไว้‘วันนี้ต้องเริ่มแผนให้เร็วที่สุด’หลังจากที่รับรู้เรื่องราวบางส่วนของเจ้าของร่างเดิมเธอก็คิดได้ว่าการอยู่นิ่ง ๆ ไม่ช่วยอะไร ถ้าอยากได้อิสระเธอต้องทำให้พวกเขาอยากหย่ากับเธอเองหลินเสี่ยวเหยาในวัยยี่สิบเอ็ดปีลุกขึ้นเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ดูเรียบง่ายแล้วเดินออกไปที่ลานหน้าบ้าน พอเปิดประตูออกมาก็เจอกับ นางหลี่ที่ยืนจ้องเธอราวกับจับผิด“วันนี้ทำไมเธอตื่นสาย แล้วนี่ยังไม่ไปหุงข้าวอีกหรือ” แม่สามีพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ“วันนี้ฉันไม่ค่อยสบาย แม่ช่วยทำแทนสักวันได้หรือไม่” หลินเสี่ยวเหยาทำเสียงอ่อนแอ มือจับหน้าผากตัวเองทำทีเหมือนจะเป็นลม“อะไรนะ เธอหาเรื่องจะอู้งานใช่ไหม!” นางหลี่แผดเสียงทันที“ฉันไม่ได้ขี้เกียจนะคะ เมื่อวานตอนฉันล้มแม่ก็เห็นนี่คะ แต่ถ้าฉันฝืนทำแล้วเกิดเป็นลมล้มไปจริง ๆ แม่กับต้าซานคงต้องลำบากพาฉันไปหาหมอ เสียทั้งเงินทั

  • ทะลุมิติมาหย่ากลายเป็นเศรษฐินีในยุค60   ตอนที่ 2 คิดแผนการ

    บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความกดดัน ประโยคที่หลินเสี่ยวเหยาพูดออกมาอย่างท้าทายนั้นทำให้หลี่ต้าซานถึงกับบันดาลโทสะ“ลองพูดอีกทีสิ” เขาพูดเสียงสั่น แววตามองเธอด้วยความโกรธ แสดงให้รู้ว่าหากไม่เชื่อฟังแล้วจะเป็นอย่างไร“หย่าให้ฉัน แล้วคืนสินเดิมมาให้หมด” เธอพูดกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว“ไม่มีวัน” หลี่ต้าซานพูดด้วยโทสะ หากเธอไปใครจะช่วยทำงานบ้านและดูแลมารดา สินเดิมที่ครอบครัวหลินเสี่ยวเหยาทิ้งไว้ให้เธอก่อนตาย เขากับมารดาแอบเก็บเอาไว้ใช้ส่วนตัว จะให้คืนให้เธอนั้น ฝันไปเถอะ!“หึ เธอมันเจ้าเล่ห์ขึ้นทุกวัน” จางหมิ่นสบถด้วยความไม่พอใจ เก็บซ่อนความกังวลเอาไว้“ก็ได้ ถ้าเธอไม่อยากออกไปก็ทำงานบ้านเหมือนเดิม แต่อย่าคิดว่าจะได้อยู่อย่างสบาย” หลี่ต้าซานระงับโทสะลง เมื่อเห็นว่าครั้งนี้ภรรยาไม่ได้ดูหวาดกลัวเขาอย่างทุกครั้ง แววตาของเธอทำให้เขาขนลุกอย่างน่าประหลาดหลินเสี่ยวเหยายิ้มบาง ๆ ไม่ตอบอะไร หยิบชามข้าวต้มขึ้นมาแล้วตักเข้าปากช้า ๆ‘ใครจะอยู่สบายหรือไม่ เรามาดูกัน’เธอนั่งก้มหน้าซดข้าวต้มเงียบ ๆ แต่ในใจกลับคิดหาทางออกอย่างรวดเร็ว เธอเพิ่งทะลุมิติมาอยู่ในโลกที่ไม่รู้จักและไม่มีที่พึ่ง ถ้าออกจากบ้านนี้ไปต

  • ทะลุมิติมาหย่ากลายเป็นเศรษฐินีในยุค60   ตอนที่ 1 สะใภ้สกุลหลี่

    ลมหายใจหอบของเธอดังขึ้นมาอย่างหนักหน่วง ความเจ็บปวดวิ่งแล่นทั่วร่างเมื่อสติเริ่มกลับมา ดวงตาเรียวค่อย ๆ เปิดออก เผยให้เห็นขื่อไม้และกระเบื้องหลังคาที่ไร้เพดาน“อึก...”ริมฝีปากแห้งผากของเธอขยับเล็กน้อยก่อนจะรู้สึกถึงรสฝาดของเลือดที่มุมปาก พยายามยันตัวขึ้นจากพื้นที่เย็นเฉียบ แต่ร่างอรชรกลับไร้เรี่ยวแรงในการเคลื่อนไหว‘เกิดอะไรขึ้น ไม่ใช่ว่าฉันถูกรถชนตายไปแล้วเหรอ’ เจียงซูเหยาวัยยี่สิบเจ็ดปีคิดในใจ ภาพสุดท้ายที่จำได้คือรถบรรทุกพุ่งเข้ามาตอนที่เธอปั่นจักรยานไปตามเส้นทางสำหรับจักรยานเธอรู้สึกเจ็บปวดราวกระดูกแหลกสลายจากแรงปะทะ ก่อนทุกอย่างจะดับวูบไปแต่ตอนนี้เธออยู่ที่ไหนกัน?“ตื่นได้แล้ว! ยังจะนอนอู้ไปถึงไหนกัน” เสียงแหลมของหญิงวัยกลางคนดังขึ้นตามมาด้วยแรงกระชากที่แขน ดึงเธอลุกขึ้นยืนจนต้องเซไปพิงผนังห้องเอาไว้ภาพเหตุการณ์บางอย่างไหลบ่าท่วมท้นเข้ามาในหัว ความทรงจำที่ไม่ใช่ของเธอแต่กลับชัดเจนราวกับเป็นของตัวเอง“มัวแต่เหม่ออะไร หกล้มแค่นี้อย่ามาทำเป็นสำออย เธอยังไม่ได้เตรียมข้าวเย็นเลย รีบไปเร็วเข้า”มือหยาบนั้นผลักเธอไปทางห้องครัวแบบโบราณมีเตาไฟที่เต็มไปด้วยขี้เถ้า เจ้าของประโยคที่ออกคำ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status