Share

ตอนที่ 2 คิดแผนการ

last update Last Updated: 2026-01-12 13:14:20

บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความกดดัน ประโยคที่หลินเสี่ยวเหยาพูดออกมาอย่างท้าทายนั้นทำให้หลี่ต้าซานถึงกับบันดาลโทสะ

“ลองพูดอีกทีสิ” เขาพูดเสียงสั่น แววตามองเธอด้วยความโกรธ แสดงให้รู้ว่าหากไม่เชื่อฟังแล้วจะเป็นอย่างไร

“หย่าให้ฉัน แล้วคืนสินเดิมมาให้หมด” เธอพูดกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว

“ไม่มีวัน” หลี่ต้าซานพูดด้วยโทสะ หากเธอไปใครจะช่วยทำงานบ้านและดูแลมารดา สินเดิมที่ครอบครัวหลินเสี่ยวเหยาทิ้งไว้ให้เธอก่อนตาย เขากับมารดาแอบเก็บเอาไว้ใช้ส่วนตัว จะให้คืนให้เธอนั้น ฝันไปเถอะ!

“หึ เธอมันเจ้าเล่ห์ขึ้นทุกวัน” จางหมิ่นสบถด้วยความไม่พอใจ เก็บซ่อนความกังวลเอาไว้

“ก็ได้ ถ้าเธอไม่อยากออกไปก็ทำงานบ้านเหมือนเดิม แต่อย่าคิดว่าจะได้อยู่อย่างสบาย” หลี่ต้าซานระงับโทสะลง เมื่อเห็นว่าครั้งนี้ภรรยาไม่ได้ดูหวาดกลัวเขาอย่างทุกครั้ง แววตาของเธอทำให้เขาขนลุกอย่างน่าประหลาด

หลินเสี่ยวเหยายิ้มบาง ๆ ไม่ตอบอะไร หยิบชามข้าวต้มขึ้นมาแล้วตักเข้าปากช้า ๆ

‘ใครจะอยู่สบายหรือไม่ เรามาดูกัน’

เธอนั่งก้มหน้าซดข้าวต้มเงียบ ๆ แต่ในใจกลับคิดหาทางออกอย่างรวดเร็ว เธอเพิ่งทะลุมิติมาอยู่ในโลกที่ไม่รู้จักและไม่มีที่พึ่ง ถ้าออกจากบ้านนี้ไปตอนนี้มีหวังต้องเร่ร่อนอดตายหรือถูกขายเป็นแรงงาน

ถ้าจะอยู่ต่อไป ก็ต้องหาทางทำให้ตัวเองมีอิสระและได้สินเดิมกลับคืนมา และสิ่งที่เธอต้องการในตอนนี้ก็คือการหย่าเท่านั้น

แต่การหย่าในยุคนี้ไม่ง่ายเลย ผู้หญิงไม่มีสิทธิ์ขอหย่าเอง เว้นเสียแต่ว่าสามีจะยอมหรือไม่ก็ต้องมีความร้ายแรงจนไม่สามารถยอมรับได้ อย่างเช่นเป็นหมันไม่สามารถมีทายาทสืบสกุล หรือก่อเรื่องใหญ่จนสามีรับไม่ได้และขับไล่ไป แต่ถ้าอย่างนั้นการขอสินเดิมคืนก็ย่อมยาก

‘ถ้าอยากหย่าและไปใช้ชีวิตโดยไม่ลำบาก ฉันต้องทำให้มันเป็นความผิดของพวกเขาเอง’

ขณะที่นั่งล้างชามอยู่ที่หลังครัว ความทรงจำในอดีตก็ทยอยผุดขึ้นมาทีละเรื่อง

ภาพเหตุการณ์ของเจ้าของร่างเดิมทำให้เธอรู้สึกเจ็บแค้น ความรู้สึกเหมือนกำลังดูละครสั้นคุณธรรมที่นางเอกโง่แสนโง่ยอมให้แม่สามีและสามีกดขี่อยู่ฝ่ายเดียวจนคนดูหมั่นไส้

แต่หากไม่เจอกับตัวก็คงไม่รู้ ความรู้สึกหวาดกลัวในจิตใจของเจ้าของร่างเดิมนั้น เธอซึมซับมันแล้วเจ็บปวดตามไปด้วย

“ทำไมไม่ทำอาหารให้ดี ๆ เหมือนแม่บ้านคนอื่น ไม่ได้เรื่องเลยจริง ๆ” เสียงของแม่สามีดังในหูหลินเสี่ยวเหยาในวันที่เธอล้มเหลวในการทำอาหาร

“แค่ดูแลบ้านให้ดี ๆ ก็ยังทำไม่ได้” เสียงของสามีที่บ่นไม่หยุดในวันนั้น เขาและมารดามักจะบ่นเรื่องอาหารที่เธอทำ บางครั้งก็ลุกออกไปไม่ยอมกินอาหารทั้ง ๆ ที่เป็นยุคข้าวยากหมากแพง

แต่เธอกลับล่วงรู้ความลับว่าทั้งสองมักจะมีอาหารดี ๆ ที่ซ่อนไว้กินลับหลังเธอ แต่หญิงสาวก็ไม่เคยเปิดโปงพวกเขาและก้มหน้าใช้ชีวิตอย่างยากลำบากต่อไป

เธอพยายามทำทุกอย่างที่ทั้งสองคนต้องการอย่างเต็มที่ แต่สุดท้ายก็ถูกตำหนิอยู่ดี พวกเขาทำเหมือนกับว่าเธอเป็นแค่สาวใช้ที่ต้องรับการกดขี่จากเจ้านาย ไม่มีใครเห็นความพยายาม ไม่มีใครเข้าใจความรู้สึก ไม่เคยได้รับการยอมรับจากสามีและแม่สามี แต่ไม่เคยมีใครหันมามองความทุกข์ใจของเธอเลย

“ทำไมฉันต้องทนทุกข์แบบนั้น” หลินเสี่ยวเหยาคนเดิมถามตัวเองอย่างไม่เข้าใจ ในขณะนั่งพักอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ มองผ้าในมือที่เคยคิดจะปลิดชีพตัวเองแต่ก็ไม่ได้ทำมันอย่างที่คิด

ความทรงจำหยุดเพียงแค่นั้น หลินเสี่ยวเหยาก็วางถ้วยชามที่กำลังล้างในมือลง แววตาของเธอเต็มไปด้วยความโกรธและตัดสินใจแล้วว่าจะหย่าจากสามีที่ไร้ประโยชน์คนนี้ให้ได้

อย่างแรกเพื่อคืนความสุขให้แก่หลินเสี่ยวเหยาคนเดิม และอย่างที่สองเพื่อปลดปล่อยตัวเธอเองที่อาศัยอยู่ในร่างนี้ให้เป็นอิสระ

“รีบล้างชามแล้วรีบมาล้างเท้าให้ฉัน” เสียงของสามีที่ไร้ค่าดังออกมาจากในห้องนอน ทำให้คนถูกเรียกอยากถือท่อนฟืนในครัวไปทุบหัวสักสามที

“เร็วเข้าสิ ลูกสะใภ้คนนี้ จะปล่อยให้ลูกชายฉันเหนื่อยตายหรืออย่างไร” จางหมิ่นร้องเรียกลูกสะใภ้เสียงดัง  หลินเสี่ยวเหยาได้แต่ส่ายหน้า นางหลี่ผู้นี้น่ารังเกียจพอ ๆ กับลูกชายของเธอ

หลินเสี่ยวเหยานั่งลงแล้วนำอ่างต้มน้ำแล้วนำมาผสมในอ่างไม้เตรียมนำไปให้เขาพร้อมกับแผนการในใจ

“กาลกิณี อับโชคจริง ๆ” นางหลี่บ่นขณะที่เดินถือถาดวางถ้วยน้ำแกงตามลูกสะใภ้เข้าไปในห้องนอนของลูกชาย

“รีบล้างเท้าให้ฉันแล้วก็นวดให้ด้วย นังตัวซวย วันนี้ฉันเดินขึ้นเขาทั้งวันก็ไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือมาเลย ลงเขามาหางานทำก็ไม่มีใครจ้าง” เธอเหลือบมองสามีที่ยังนั่งบ่นเรื่องโชคร้ายของตัวเอง และนางหลี่ที่เอาแต่มองเธอเป็นตัวซวย

‘ดี แบบนี้ก็ง่ายหน่อย แค่ทำให้พวกมันอยากไล่ฉันออกไปเอง หึ... เราต้องค่อย ๆ วางแผน แต่ไม่ต้องรีบร้อน’ เธอคิดจะใช้เรื่องที่พวกเขาเห็นเธอเป็นตัวอับโชคมาทำให้สามีเป็นฝ่ายอยากจะหย่า โดยที่ใช้ความกดดันทำให้เขาไม่มีทางเลือก

“ต้าซาน นี่คือน้ำแกงโสม ลุงจางของลูกให้คนเอามาส่งให้ บำรุงเยอะ ๆ นะ สกุลหลี่เราต้องลำบากลูกแล้ว” จางหมิ่นบอกแก่ลูกชายแล้วยื่นถ้วยน้ำแกงบำรุงให้ เขารับไปดื่มแล้วส่งถ้วยคืนให้แก่มารดา

“แม่ครับผมว่าเราเปิดร้านขายของชำดีไหมครับ ผมจะได้ไม่ต้องออกไปหางานทำ ตกงานมาสามเดือนแล้ว ผมคิดว่าเราควรต้องทำการค้า” เขาเสนอกับมารดา

หลินเสี่ยวเหยาวางอ่างน้ำลงขณะที่ยกเท้าเขาวางลงไปในน้ำอุ่น แสร้งทำดีเพื่อที่จะเอาคืนในภายหลัง แล้วแอบยิ้มเยาะกับความคิดที่จะเปิดร้านชำ ปากบอกไม่มีเงินแต่แอบเก็บสินเดิมของเธอไว้ใช้จ่าย แสร้งทำยากจนเพราะกลัวญาติมาหยิบยืม แต่กลับมีความคิดจะเปิดร้านชำที่ใช้เงินทุนจำนวนมาก

“แม่เห็นด้วยนะ แต่ทางการเริ่มใช้คูปองแล้ว เราต้องยุ่งยากนะ ไม่สู้ขายอาหารดีกว่าหรือไม่ รับเป็นเงินได้สะดวกกว่า ไม่ต้องยุ่งยาก ลงทุนนิดหน่อยก็เปิดร้านได้แล้ว” จางหมิ่นออกความเห็นที่ไม่ต้องใช้เงินลงทุนมาก และเขาก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย

หลินเสี่ยวเหยาเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มบาง ๆ ให้สามี จากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงที่น่าฟัง

“สามี พรุ่งนี้ฉันจะไปตลาดซื้อเนื้อหมูและแป้งสาลีมาเตรียมเอาไว้นะ”

“เธอซื้ออะไรอีก อย่าใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายสิ มีอะไรก็กินไปแค่นั้น” เขาถลึงตาใส่ เงินที่มีอยากเก็บไว้ไม่อยากให้สิ้นเปลือง

“ฉันไม่ได้ใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายหรอก แค่อยากลองทำอาหารดูว่าอันไหนพอจะขายได้” หลินเสี่ยวเหยาหัวเราะเบา ๆ แล้วหันไปขอความเห็นจากแม่สามี

“ก็ดีนะ นาน ๆ ทีเธอจะเป็นประโยชน์บ้าง” นางหลี่หรี่ตามอง แล้วหันไปยิ้มกับลูกชาย

‘รอดูเถอะว่าสิ่งที่ฉันจะทำต่อไป มันจะเป็นประโยชน์ หรือจะทำให้ปวดหัวกันแน่’

************************

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติมาหย่ากลายเป็นเศรษฐินีในยุค60   ตอนที่ 5 ตัวภาระ

    คืนนั้นหลังจากกินข้าวเสร็จ หลินเสี่ยวเหยาแอบใส่สมุนไพรลงไปในน้ำของตัวเองเล็กน้อย พอผ่านไปสักพักร่างกายเธอก็เริ่มมีอาการมึน ๆ และดูอ่อนแรงขึ้นจริง ๆ‘แบบนี้ล่ะดี จะได้ดูสมจริง’หญิงสาวถือถ้วยชามที่กินเสร็จจะไปล้างที่หลังเรือน พอเดินไปได้ครึ่งทางเธอก็แกล้งเซจนชามหลุดมือ ตกลงพื้นแตกกระจายเพล้ง!“โอ๊ย เวียนหัวเหลือเกิน” พูดจบก็ล้มลงกับพื้นแล้วใช้มือค้ำยันพื้นเอาไว้ มืออีกข้างกุมขมับเพื่อแสดงอาการป่วยให้สมจริง“เป็นอะไรกัน” นางหลี่ถลันเข้ามาดู“ฉันรู้สึกเวียนหัวค่ะแม่ ตั้งแต่เช้าแล้วยังไม่หาย เหมือนว่าตอนนี้จะเป็นหนักขึ้น” หลินเสี่ยวเหยาทำเสียงอ่อนแรง จงใจให้ดูเหมือนคนป่วย“ตายแล้ว อย่าบอกนะว่าเธอจะป่วยหนักน่ะ แค่ข้าวก็แทบไม่มีจะกิน ยังจะต้องมาจ่ายค่าหมออีกเหรอ” นางหลี่โวยลั่น ไม่ได้ห่วงลูกสะใภ้แต่ห่วงเงินที่แอบเก็บไว้หลินเสี่ยวเหยาลอบกลอกตาและเหยียดยิ้มด้วยความสมเพช“ต้าซาน ลูกพาเมียลูกไปนอนซะ ก่อนที่เธอจะทำจานแตกอีก” เมื่อเห็นใบหน้าดูซีดเซียวและมีเหงื่อผุดเต็มหน้าผากจึงเข้าใจว่าลูกสะใภ้ป่วยจริง ยอมให้เธอได้พักดีกว่าต้องเสียเงินค่าหมอ“เฮ้อ! น่ารำคาญจริง ๆ” หลี่ต้าซานบ่น ก่อนจะลากแขนเธอ

  • ทะลุมิติมาหย่ากลายเป็นเศรษฐินีในยุค60   ตอนที่ 4 ไม่คิดเสียใจ

    ที่ตลาดประจำตำบล หลินเสี่ยวเหยาอ่านป้ายแล้วเพิ่งรู้ว่าที่แท้เธออยู่เมืองจิงหนาน มณฑลเจียงซู หมู่บ้านที่อยู่ชื่อว่าหมู่บ้านอันจิ้ง มีความหมายว่าเงียบสงบ แต่เธอกลับอยู่ไม่สงบเลยตั้งแต่มาถึงหลินเสี่ยวเหยาเดินตามหลังสามีเล่นไปตามแผงขายของในตลาด เธอใช้คูปองซื้อเนื้อหมู ข้าวสาร และแป้งสาลี แบ่งตามชนิดของคูปอง จากนั้นก็ใช้เงินซื้อผักจำนวนหนึ่ง ใส่ตะกร้าให้ต้าซานเป็นคนสะพายตอนแรกเขาไม่ยินยอม จะให้เธอเป็นคนสะพายตะกร้า แต่เธอบอกว่าไม่สบายและเกรงว่าชาวบ้านจะครหา ทำให้เขาจำต้องยอมแบกของเหล่านี้ให้แก่เธอขณะที่เดินดูของไปเรื่อย ๆ เธอก็เหลือบไปเห็นแผงขายของที่มีสมุนไพรบางชนิดที่หากใช้เกินขนาดก็สามารถทำให้เป็นพิษต่อร่างกายได้ พลันรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นมาอย่างมีเลศนัยเมื่อคิดแผนการบางอย่างได้นั้น เธอจึงซื้อสมุนไพรติดมือไว้ ก่อนจะเดินกลับบ้านพร้อมกับแผนใหม่ที่ชัดเจนขึ้นในใจถามว่าเสียใจหรือไม่ที่วางแผนการหย่าร้าง ยิ่งเธอเป็นสะใภ้ก็ย่อมต้องเคารพผู้อาวุโสและต้องเอาใจสามี แต่เมื่อหวนนึกถึงความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมแล้วก็บอกได้เลยว่าไม่นึกเสียใจในคืนหนึ่งที่มืดมิดและเงียบสงัด หลินเสี่ยวเหยา นั่งอยู่ในห้อ

  • ทะลุมิติมาหย่ากลายเป็นเศรษฐินีในยุค60   ตอนที่ 3 แมวขโมย

    ตอนรุ่งเช้า หลินเสี่ยวเหยานอนคุดคู้อยู่ในผ้าห่ม ข้างกายคือสามีที่ยังคงนอนกรนจนเธอนอนต่อไม่ได้ ถึงอย่างนั้นก็ตามหญิงสาวก็ลืมตาขึ้นมาด้วยความสดชื่น แม้ว่าจะต้องนอนบนฟูกแข็ง ๆ ต่างจากยุคปัจจุบันที่นุ่มเด้ง แต่เธอกลับรู้สึกกระปรี้กระเปร่าและอยากเริ่มแผนการที่วางเอาไว้‘วันนี้ต้องเริ่มแผนให้เร็วที่สุด’หลังจากที่รับรู้เรื่องราวบางส่วนของเจ้าของร่างเดิมเธอก็คิดได้ว่าการอยู่นิ่ง ๆ ไม่ช่วยอะไร ถ้าอยากได้อิสระเธอต้องทำให้พวกเขาอยากหย่ากับเธอเองหลินเสี่ยวเหยาในวัยยี่สิบเอ็ดปีลุกขึ้นเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ดูเรียบง่ายแล้วเดินออกไปที่ลานหน้าบ้าน พอเปิดประตูออกมาก็เจอกับ นางหลี่ที่ยืนจ้องเธอราวกับจับผิด“วันนี้ทำไมเธอตื่นสาย แล้วนี่ยังไม่ไปหุงข้าวอีกหรือ” แม่สามีพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ“วันนี้ฉันไม่ค่อยสบาย แม่ช่วยทำแทนสักวันได้หรือไม่” หลินเสี่ยวเหยาทำเสียงอ่อนแอ มือจับหน้าผากตัวเองทำทีเหมือนจะเป็นลม“อะไรนะ เธอหาเรื่องจะอู้งานใช่ไหม!” นางหลี่แผดเสียงทันที“ฉันไม่ได้ขี้เกียจนะคะ เมื่อวานตอนฉันล้มแม่ก็เห็นนี่คะ แต่ถ้าฉันฝืนทำแล้วเกิดเป็นลมล้มไปจริง ๆ แม่กับต้าซานคงต้องลำบากพาฉันไปหาหมอ เสียทั้งเงินทั

  • ทะลุมิติมาหย่ากลายเป็นเศรษฐินีในยุค60   ตอนที่ 2 คิดแผนการ

    บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความกดดัน ประโยคที่หลินเสี่ยวเหยาพูดออกมาอย่างท้าทายนั้นทำให้หลี่ต้าซานถึงกับบันดาลโทสะ“ลองพูดอีกทีสิ” เขาพูดเสียงสั่น แววตามองเธอด้วยความโกรธ แสดงให้รู้ว่าหากไม่เชื่อฟังแล้วจะเป็นอย่างไร“หย่าให้ฉัน แล้วคืนสินเดิมมาให้หมด” เธอพูดกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว“ไม่มีวัน” หลี่ต้าซานพูดด้วยโทสะ หากเธอไปใครจะช่วยทำงานบ้านและดูแลมารดา สินเดิมที่ครอบครัวหลินเสี่ยวเหยาทิ้งไว้ให้เธอก่อนตาย เขากับมารดาแอบเก็บเอาไว้ใช้ส่วนตัว จะให้คืนให้เธอนั้น ฝันไปเถอะ!“หึ เธอมันเจ้าเล่ห์ขึ้นทุกวัน” จางหมิ่นสบถด้วยความไม่พอใจ เก็บซ่อนความกังวลเอาไว้“ก็ได้ ถ้าเธอไม่อยากออกไปก็ทำงานบ้านเหมือนเดิม แต่อย่าคิดว่าจะได้อยู่อย่างสบาย” หลี่ต้าซานระงับโทสะลง เมื่อเห็นว่าครั้งนี้ภรรยาไม่ได้ดูหวาดกลัวเขาอย่างทุกครั้ง แววตาของเธอทำให้เขาขนลุกอย่างน่าประหลาดหลินเสี่ยวเหยายิ้มบาง ๆ ไม่ตอบอะไร หยิบชามข้าวต้มขึ้นมาแล้วตักเข้าปากช้า ๆ‘ใครจะอยู่สบายหรือไม่ เรามาดูกัน’เธอนั่งก้มหน้าซดข้าวต้มเงียบ ๆ แต่ในใจกลับคิดหาทางออกอย่างรวดเร็ว เธอเพิ่งทะลุมิติมาอยู่ในโลกที่ไม่รู้จักและไม่มีที่พึ่ง ถ้าออกจากบ้านนี้ไปต

  • ทะลุมิติมาหย่ากลายเป็นเศรษฐินีในยุค60   ตอนที่ 1 สะใภ้สกุลหลี่

    ลมหายใจหอบของเธอดังขึ้นมาอย่างหนักหน่วง ความเจ็บปวดวิ่งแล่นทั่วร่างเมื่อสติเริ่มกลับมา ดวงตาเรียวค่อย ๆ เปิดออก เผยให้เห็นขื่อไม้และกระเบื้องหลังคาที่ไร้เพดาน“อึก...”ริมฝีปากแห้งผากของเธอขยับเล็กน้อยก่อนจะรู้สึกถึงรสฝาดของเลือดที่มุมปาก พยายามยันตัวขึ้นจากพื้นที่เย็นเฉียบ แต่ร่างอรชรกลับไร้เรี่ยวแรงในการเคลื่อนไหว‘เกิดอะไรขึ้น ไม่ใช่ว่าฉันถูกรถชนตายไปแล้วเหรอ’ เจียงซูเหยาวัยยี่สิบเจ็ดปีคิดในใจ ภาพสุดท้ายที่จำได้คือรถบรรทุกพุ่งเข้ามาตอนที่เธอปั่นจักรยานไปตามเส้นทางสำหรับจักรยานเธอรู้สึกเจ็บปวดราวกระดูกแหลกสลายจากแรงปะทะ ก่อนทุกอย่างจะดับวูบไปแต่ตอนนี้เธออยู่ที่ไหนกัน?“ตื่นได้แล้ว! ยังจะนอนอู้ไปถึงไหนกัน” เสียงแหลมของหญิงวัยกลางคนดังขึ้นตามมาด้วยแรงกระชากที่แขน ดึงเธอลุกขึ้นยืนจนต้องเซไปพิงผนังห้องเอาไว้ภาพเหตุการณ์บางอย่างไหลบ่าท่วมท้นเข้ามาในหัว ความทรงจำที่ไม่ใช่ของเธอแต่กลับชัดเจนราวกับเป็นของตัวเอง“มัวแต่เหม่ออะไร หกล้มแค่นี้อย่ามาทำเป็นสำออย เธอยังไม่ได้เตรียมข้าวเย็นเลย รีบไปเร็วเข้า”มือหยาบนั้นผลักเธอไปทางห้องครัวแบบโบราณมีเตาไฟที่เต็มไปด้วยขี้เถ้า เจ้าของประโยคที่ออกคำ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status