Share

ตอนที่ 3 แมวขโมย

last update Last Updated: 2026-01-12 13:14:24

ตอนรุ่งเช้า หลินเสี่ยวเหยานอนคุดคู้อยู่ในผ้าห่ม ข้างกายคือสามีที่ยังคงนอนกรนจนเธอนอนต่อไม่ได้ ถึงอย่างนั้นก็ตามหญิงสาวก็ลืมตาขึ้นมาด้วยความสดชื่น แม้ว่าจะต้องนอนบนฟูกแข็ง ๆ ต่างจากยุคปัจจุบันที่นุ่มเด้ง แต่เธอกลับรู้สึกกระปรี้กระเปร่าและอยากเริ่มแผนการที่วางเอาไว้

‘วันนี้ต้องเริ่มแผนให้เร็วที่สุด’

หลังจากที่รับรู้เรื่องราวบางส่วนของเจ้าของร่างเดิมเธอก็คิดได้ว่าการอยู่นิ่ง ๆ ไม่ช่วยอะไร ถ้าอยากได้อิสระเธอต้องทำให้พวกเขาอยากหย่ากับเธอเอง

หลินเสี่ยวเหยาในวัยยี่สิบเอ็ดปีลุกขึ้นเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ดูเรียบง่ายแล้วเดินออกไปที่ลานหน้าบ้าน พอเปิดประตูออกมาก็เจอกับ นางหลี่ที่ยืนจ้องเธอราวกับจับผิด

“วันนี้ทำไมเธอตื่นสาย แล้วนี่ยังไม่ไปหุงข้าวอีกหรือ” แม่สามีพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ

“วันนี้ฉันไม่ค่อยสบาย แม่ช่วยทำแทนสักวันได้หรือไม่” หลินเสี่ยวเหยาทำเสียงอ่อนแอ มือจับหน้าผากตัวเองทำทีเหมือนจะเป็นลม

“อะไรนะ เธอหาเรื่องจะอู้งานใช่ไหม!” นางหลี่แผดเสียงทันที

“ฉันไม่ได้ขี้เกียจนะคะ เมื่อวานตอนฉันล้มแม่ก็เห็นนี่คะ แต่ถ้าฉันฝืนทำแล้วเกิดเป็นลมล้มไปจริง ๆ แม่กับต้าซานคงต้องลำบากพาฉันไปหาหมอ เสียทั้งเงินทั้งเวลา” หลินเสี่ยวเหยาแสร้งพูดเสียงอ่อน แล้วเอามือกุมขมับทำเหมือนยืนทรงตัวไม่ไหว

“นี่เธอ...” นางหลี่อ้าปากพะงาบ ๆ พูดไม่ออก เพราะสิ่งที่หลินเสี่ยวเหยาพูดมาก็ถูกต้อง ถ้าเธอป่วยขึ้นมาจริง ๆ แล้วต้องเสียเงินค่าหมอคงเป็นเรื่องใหญ่

แค่คิดว่าจะต้องนำเงินออกมาใช้จ่าย จางหมิ่นก็ทนไม่ได้แล้ว เธอแสร้งทำไม่มีเงินเพราะกลัวญาติมาหยิบยืม แสร้งทำเป็นไม่มีกิน แสร้งให้ลูกชายออกไปหางาน ทั้งหมดเพราะกลัวลูกสะใภ้ใช้จ่ายสิ้นเปลือง หากนำเงินมาจ่ายค่าหมอ นั่นมันยิ่งกว่าสิ้นเปลืองเสียอีก

“ก็ได้ ฉันจะทำเอง แต่เธอต้องหายให้เร็วล่ะ” จางหมิ่นพูดอย่างเสียอารมณ์ หลินเสี่ยวเหยาแอบยิ้มในใจ แผนหลอกใช้แม่สามีให้ทำงานบ้านนั้นไม่ยากอย่างที่คิด

หลังจากกับข้าวพร้อมแล้ว หญิงสาวก็เดินเข้าไปปลุกสามีจอมขี้เกียจให้ตื่นขึ้นมา

“ต้าซาน อาหารเสร็จแล้ว”

“รู้แล้วน่า ไปเตรียมอ่างน้ำมาสิ” เขาพูดตอบด้วยความหงุดหงิด มือป้องปากหาวราวกับว่าทำงานหนักแล้วนอนไม่พอ

เมื่อล้างหน้าล้างตาเสร็จแล้วก็เดินเข้ามานั่งที่โต๊ะอาหาร ยังไม่ทันที่มารดาจะบอกว่าเป็นฝีมือตัวเอง หลี่ต้าซานก็อาละวาดขึ้นมาทันที

“ข้าวต้มอีกแล้ว มันจะอิ่มท้องหรือยังไง ข้าวต้ม ไข่ต้มคนละฟอง ผัดผักที่มีแต่ผัก แล้วดูแต่ละอย่าง เมื่อวานว่าไม่น่ากินแล้ว วันนี้ยิ่งดูไม่ได้ ทำกับข้าวแบบนี้ทำให้หมากินเถอะ” หลี่ต้าซานพูดจบผู้เป็นภรรยาก็ยกมือปิดปากแอบขำก่อนจะตีหน้าเศร้า

“ทำไมต่อว่าแม่แบบนั้นล่ะ อาหารก็ทำเท่าที่มี บ้านเราต้องใช้จ่ายอย่างประหยัด วันนี้ก็ออกไปล่าสัตว์ให้ได้สิจะได้มีเนื้อสัตว์เอาไว้กินกัน” เธอบอกสามีในขณะที่นางหลี่ทำหน้าเศร้าที่ถูกลูกชายต่อว่า

“แม่ทำเองหรือ มิน่าเล่าหอมน่ากินกว่าของเธอตั้งเยอะ” แม้รู้ว่าไม่ทันแล้วแต่หลี่ต้าซานก็พยายามเอาใจมารดา นางหลี่จึงยิ้มออกมาแล้วขยิบตาให้รู้ว่ามีของกินอื่นที่ซ่อนเอาไว้

“งั้นเรากินกันเถอะ” นางหลี่พูดแล้วเรียกลูกชายให้นั่งลง

หลินเสี่ยวเหยานั่งลงตามแล้วอมยิ้มเล็กน้อย ตอนที่ไปเอาอ่างน้ำมาให้สามีล้างหน้า น่องไก่ทั้งสองชิ้นที่ซ่อนเอาไว้ถูกเธอกินจนไม่เหลือ ดูสิว่าสองแม่ลูกนี้จะมีอุบายอย่างไร

“ผมอิ่มแล้วครับ กินเยอะไม่ได้เดี๋ยวตอนขึ้นเขาวันนี้จะจุกเอา” หลี่ต้าซานบอกแก่มารดา

“กินอิ่มแล้วก็ไปเตรียมตัวเถอะ เดี๋ยวแม่กินต่ออีกหน่อย” จางหมิ่นกล่าวแล้วก็ขยิบตาให้เป็นอันรู้กันว่าให้หลี่ต้าซานแอบไปกินก่อน

เขาแสร้งลุกไปแล้วเดินไปยังที่ซ่อนของอาหาร ในขณะที่หลินเสี่ยวเหยากินผัดผักและไข่ต้มแล้วทำสีหน้าไม่สบายให้ดูสมจริง

“เธอไม่สบายงั้นก็กินเยอะ ๆ ฉันอิ่มแล้ว ไข่ต้มนี้เธอกินเถอะ ถ้าไม่ใช่เพราะเธอป่วยฉันไม่แบ่งให้หรอก” นางหลี่พูดเหมือนว่าการยกอาหารนี้ให้เป็นบุญคุณอันใหญ่หลวง จากนั้นก็ลุกตามลูกชายไป

หลินเสี่ยวเหยากินไข่ต้มเข้าไปทั้งลูกเหมือนในคลิปวิดีโอที่กำลังเป็นกระแส แต่ความจริงแล้วมันยากกว่าที่คิด พอมาถึงลูกที่สองเธอจึงแบ่งกิน พร้อมกันนั้นก็ได้ยินเสียงสองแม่ลูกร้องโวยวายออกมา

“นี่เธอ เธอขโมยมันไปใช่ไหม” จางหมิ่นวิ่งกลับเข้ามาชี้หน้าลูกสะใภ้

หลินเสี่ยวเหยาที่กำลังเคี้ยวอาหารอยู่เธอทำหน้าไม่เข้าใจ พอกลืนอาหารลงไปก็พูดเสียงสั่นและแสดงว่าเธอไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

“แม่พูดอะไร ใครขโมยอะไรคะ หรือว่าตะกร้าสะพายที่ต้าซานจะใช้ขึ้นเขาหาย พอดีว่ามันวางขวางทางฉันจึงเก็บไว้ที่มุมห้องค่ะ” เธอตอบแล้ววางตะเกียบลงด้วยความกังวลที่สมจริง แววตาใสซื่อนั้นทำให้แม่สามีถึงกับพูดไม่ออก

“ก็... ไม่มีอะไร” นางหลี่พูดด้วยความขัดใจ จะบอกได้อย่างไรว่าสิ่งที่หายไปคือน่องไก่ที่ตนแอบเอาไว้กินกับลูกชาย จากนั้นก็เดินออกไปหาหลี่ต้าซานที่ยังโวยวายอยู่

“แม่ ว่าไง นังเสี่ยวเหยามันแอบกินน่องไก่ของเราหรือไม่” หลี่ต้าซานถามด้วยน้ำเสียงที่โมโห

“อย่าได้ร้อนใจไป ไม่แน่ว่ามันอาจจะไม่รู้เรื่อง อาจมีแมวมาขโมยไปก็ได้ เพราะฝาก็เปิดออกแล้วหายไปทั้งชิ้นแบบนั้น อาจไม่ใช่เธอ” นางหลี่กล่าวแล้วได้แต่ถอนใจด้วยความเสียดาย

กับข้าวที่ซ่อนเอาไว้ก็หาย อาหารที่ทำหลอก ๆ ก็ยกให้ลูกสะใภ้กินหมดแล้ว รู้อย่างนี้เธอน่าจะกินไข่ต้มฟองของตัวเองให้หมด แล้วไหนจะผัดผักที่เมื่อครู่หลินเสี่ยวเหยาคีบกินจนหมดอีก จะทำใหม่ก็เสียดายของ

“สามี วันนี้ยังไม่ขึ้นเขาได้หรือไม่ ฉันอยากไปซื้อวัตถุดิบมาลองทำอาหารแต่ไม่ค่อยสบาย ไปตลาดกับฉันหน่อยได้หรือไม่ คูปองเนื้อสัตว์และคูปองข้าวสารไม่พอ ต้องใช้เงินอีกนิดหน่อย ฉันอยากให้ไปด้วยกันจะได้เห็นว่าฉันไม่ได้ใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย” เธอเดินไปบอกกับสามีที่ทำหน้ามุ่ยเพราะกินข้าวเช้ายังไม่อิ่ม

“ก็ดี เผื่อเธอคิดจะหนี” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่กวนโทสะ อันที่จริงคงแอบดีใจด้วยซ้ำที่ไม่ต้องขึ้นเขาให้เหนื่อยในวันนี้

หลินเสี่ยวเหยายิ้ม ก่อนหน้านี้เสี่ยวเหยาคนเดิมเคยขอหย่ากับเขามาก่อน พอเมื่อวานนี้เธอก็ขอหย่ากับเขาอีก หลี่ต้าซานคงระแวงว่าเธอคิดจะหนีไปจากสกุลหลี่

หลี่ต้าซานกอดอกทำเหมือนว่าตัวเองยิ่งใหญ่ สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหวาดระแวง

‘เรื่องอะไรฉันต้องหนี ต้องหย่าอย่างถูกต้องและได้สินเดิมคืนบ้างไม่มากก็น้อย ตอนนั้นแหละฉันจะไปแบบไม่เหลียวหลังเลย’

“เปล่านะสามี ฉันอยากซื้อของมาลองทำอาหาร จานไหนอร่อยก็จะได้นำไปปรับสูตรขายอย่างไรเล่า แล้วอาหารที่ฉันลองทำก็จะได้เป็นมื้อกลางวันและมื้อเย็นของเราด้วย” หลินเสี่ยวเหยายิ้มบาง ๆ แล้วตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“นั่นสินะ ซื้อมาเราก็ได้กิน” หลี่ต้าซานทำหน้าพอใจ เสียเงินนิด ๆ หน่อย ๆ แลกกับอาหารที่รสเลิศปูทางไปสู่การค้าขาย แบบนี้ประโยชน์หลายต่อชัด ๆ

‘ซื่อบื้อจริง ๆ ฮึ..วันนี้ไม่ต้องทำงานบ้าน แล้วยังจะได้กินเนื้อสัตว์ให้หนำใจไปเลย’ หลินเสี่ยวเหยาเผยรอยยิ้มที่พอใจ นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้น สองแม่ลูกจะต้องโดนเธอเอาคืนอีกเยอะ

************************

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติมาหย่ากลายเป็นเศรษฐินีในยุค60   ตอนที่ 5 ตัวภาระ

    คืนนั้นหลังจากกินข้าวเสร็จ หลินเสี่ยวเหยาแอบใส่สมุนไพรลงไปในน้ำของตัวเองเล็กน้อย พอผ่านไปสักพักร่างกายเธอก็เริ่มมีอาการมึน ๆ และดูอ่อนแรงขึ้นจริง ๆ‘แบบนี้ล่ะดี จะได้ดูสมจริง’หญิงสาวถือถ้วยชามที่กินเสร็จจะไปล้างที่หลังเรือน พอเดินไปได้ครึ่งทางเธอก็แกล้งเซจนชามหลุดมือ ตกลงพื้นแตกกระจายเพล้ง!“โอ๊ย เวียนหัวเหลือเกิน” พูดจบก็ล้มลงกับพื้นแล้วใช้มือค้ำยันพื้นเอาไว้ มืออีกข้างกุมขมับเพื่อแสดงอาการป่วยให้สมจริง“เป็นอะไรกัน” นางหลี่ถลันเข้ามาดู“ฉันรู้สึกเวียนหัวค่ะแม่ ตั้งแต่เช้าแล้วยังไม่หาย เหมือนว่าตอนนี้จะเป็นหนักขึ้น” หลินเสี่ยวเหยาทำเสียงอ่อนแรง จงใจให้ดูเหมือนคนป่วย“ตายแล้ว อย่าบอกนะว่าเธอจะป่วยหนักน่ะ แค่ข้าวก็แทบไม่มีจะกิน ยังจะต้องมาจ่ายค่าหมออีกเหรอ” นางหลี่โวยลั่น ไม่ได้ห่วงลูกสะใภ้แต่ห่วงเงินที่แอบเก็บไว้หลินเสี่ยวเหยาลอบกลอกตาและเหยียดยิ้มด้วยความสมเพช“ต้าซาน ลูกพาเมียลูกไปนอนซะ ก่อนที่เธอจะทำจานแตกอีก” เมื่อเห็นใบหน้าดูซีดเซียวและมีเหงื่อผุดเต็มหน้าผากจึงเข้าใจว่าลูกสะใภ้ป่วยจริง ยอมให้เธอได้พักดีกว่าต้องเสียเงินค่าหมอ“เฮ้อ! น่ารำคาญจริง ๆ” หลี่ต้าซานบ่น ก่อนจะลากแขนเธอ

  • ทะลุมิติมาหย่ากลายเป็นเศรษฐินีในยุค60   ตอนที่ 4 ไม่คิดเสียใจ

    ที่ตลาดประจำตำบล หลินเสี่ยวเหยาอ่านป้ายแล้วเพิ่งรู้ว่าที่แท้เธออยู่เมืองจิงหนาน มณฑลเจียงซู หมู่บ้านที่อยู่ชื่อว่าหมู่บ้านอันจิ้ง มีความหมายว่าเงียบสงบ แต่เธอกลับอยู่ไม่สงบเลยตั้งแต่มาถึงหลินเสี่ยวเหยาเดินตามหลังสามีเล่นไปตามแผงขายของในตลาด เธอใช้คูปองซื้อเนื้อหมู ข้าวสาร และแป้งสาลี แบ่งตามชนิดของคูปอง จากนั้นก็ใช้เงินซื้อผักจำนวนหนึ่ง ใส่ตะกร้าให้ต้าซานเป็นคนสะพายตอนแรกเขาไม่ยินยอม จะให้เธอเป็นคนสะพายตะกร้า แต่เธอบอกว่าไม่สบายและเกรงว่าชาวบ้านจะครหา ทำให้เขาจำต้องยอมแบกของเหล่านี้ให้แก่เธอขณะที่เดินดูของไปเรื่อย ๆ เธอก็เหลือบไปเห็นแผงขายของที่มีสมุนไพรบางชนิดที่หากใช้เกินขนาดก็สามารถทำให้เป็นพิษต่อร่างกายได้ พลันรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นมาอย่างมีเลศนัยเมื่อคิดแผนการบางอย่างได้นั้น เธอจึงซื้อสมุนไพรติดมือไว้ ก่อนจะเดินกลับบ้านพร้อมกับแผนใหม่ที่ชัดเจนขึ้นในใจถามว่าเสียใจหรือไม่ที่วางแผนการหย่าร้าง ยิ่งเธอเป็นสะใภ้ก็ย่อมต้องเคารพผู้อาวุโสและต้องเอาใจสามี แต่เมื่อหวนนึกถึงความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมแล้วก็บอกได้เลยว่าไม่นึกเสียใจในคืนหนึ่งที่มืดมิดและเงียบสงัด หลินเสี่ยวเหยา นั่งอยู่ในห้อ

  • ทะลุมิติมาหย่ากลายเป็นเศรษฐินีในยุค60   ตอนที่ 3 แมวขโมย

    ตอนรุ่งเช้า หลินเสี่ยวเหยานอนคุดคู้อยู่ในผ้าห่ม ข้างกายคือสามีที่ยังคงนอนกรนจนเธอนอนต่อไม่ได้ ถึงอย่างนั้นก็ตามหญิงสาวก็ลืมตาขึ้นมาด้วยความสดชื่น แม้ว่าจะต้องนอนบนฟูกแข็ง ๆ ต่างจากยุคปัจจุบันที่นุ่มเด้ง แต่เธอกลับรู้สึกกระปรี้กระเปร่าและอยากเริ่มแผนการที่วางเอาไว้‘วันนี้ต้องเริ่มแผนให้เร็วที่สุด’หลังจากที่รับรู้เรื่องราวบางส่วนของเจ้าของร่างเดิมเธอก็คิดได้ว่าการอยู่นิ่ง ๆ ไม่ช่วยอะไร ถ้าอยากได้อิสระเธอต้องทำให้พวกเขาอยากหย่ากับเธอเองหลินเสี่ยวเหยาในวัยยี่สิบเอ็ดปีลุกขึ้นเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ดูเรียบง่ายแล้วเดินออกไปที่ลานหน้าบ้าน พอเปิดประตูออกมาก็เจอกับ นางหลี่ที่ยืนจ้องเธอราวกับจับผิด“วันนี้ทำไมเธอตื่นสาย แล้วนี่ยังไม่ไปหุงข้าวอีกหรือ” แม่สามีพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ“วันนี้ฉันไม่ค่อยสบาย แม่ช่วยทำแทนสักวันได้หรือไม่” หลินเสี่ยวเหยาทำเสียงอ่อนแอ มือจับหน้าผากตัวเองทำทีเหมือนจะเป็นลม“อะไรนะ เธอหาเรื่องจะอู้งานใช่ไหม!” นางหลี่แผดเสียงทันที“ฉันไม่ได้ขี้เกียจนะคะ เมื่อวานตอนฉันล้มแม่ก็เห็นนี่คะ แต่ถ้าฉันฝืนทำแล้วเกิดเป็นลมล้มไปจริง ๆ แม่กับต้าซานคงต้องลำบากพาฉันไปหาหมอ เสียทั้งเงินทั

  • ทะลุมิติมาหย่ากลายเป็นเศรษฐินีในยุค60   ตอนที่ 2 คิดแผนการ

    บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความกดดัน ประโยคที่หลินเสี่ยวเหยาพูดออกมาอย่างท้าทายนั้นทำให้หลี่ต้าซานถึงกับบันดาลโทสะ“ลองพูดอีกทีสิ” เขาพูดเสียงสั่น แววตามองเธอด้วยความโกรธ แสดงให้รู้ว่าหากไม่เชื่อฟังแล้วจะเป็นอย่างไร“หย่าให้ฉัน แล้วคืนสินเดิมมาให้หมด” เธอพูดกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว“ไม่มีวัน” หลี่ต้าซานพูดด้วยโทสะ หากเธอไปใครจะช่วยทำงานบ้านและดูแลมารดา สินเดิมที่ครอบครัวหลินเสี่ยวเหยาทิ้งไว้ให้เธอก่อนตาย เขากับมารดาแอบเก็บเอาไว้ใช้ส่วนตัว จะให้คืนให้เธอนั้น ฝันไปเถอะ!“หึ เธอมันเจ้าเล่ห์ขึ้นทุกวัน” จางหมิ่นสบถด้วยความไม่พอใจ เก็บซ่อนความกังวลเอาไว้“ก็ได้ ถ้าเธอไม่อยากออกไปก็ทำงานบ้านเหมือนเดิม แต่อย่าคิดว่าจะได้อยู่อย่างสบาย” หลี่ต้าซานระงับโทสะลง เมื่อเห็นว่าครั้งนี้ภรรยาไม่ได้ดูหวาดกลัวเขาอย่างทุกครั้ง แววตาของเธอทำให้เขาขนลุกอย่างน่าประหลาดหลินเสี่ยวเหยายิ้มบาง ๆ ไม่ตอบอะไร หยิบชามข้าวต้มขึ้นมาแล้วตักเข้าปากช้า ๆ‘ใครจะอยู่สบายหรือไม่ เรามาดูกัน’เธอนั่งก้มหน้าซดข้าวต้มเงียบ ๆ แต่ในใจกลับคิดหาทางออกอย่างรวดเร็ว เธอเพิ่งทะลุมิติมาอยู่ในโลกที่ไม่รู้จักและไม่มีที่พึ่ง ถ้าออกจากบ้านนี้ไปต

  • ทะลุมิติมาหย่ากลายเป็นเศรษฐินีในยุค60   ตอนที่ 1 สะใภ้สกุลหลี่

    ลมหายใจหอบของเธอดังขึ้นมาอย่างหนักหน่วง ความเจ็บปวดวิ่งแล่นทั่วร่างเมื่อสติเริ่มกลับมา ดวงตาเรียวค่อย ๆ เปิดออก เผยให้เห็นขื่อไม้และกระเบื้องหลังคาที่ไร้เพดาน“อึก...”ริมฝีปากแห้งผากของเธอขยับเล็กน้อยก่อนจะรู้สึกถึงรสฝาดของเลือดที่มุมปาก พยายามยันตัวขึ้นจากพื้นที่เย็นเฉียบ แต่ร่างอรชรกลับไร้เรี่ยวแรงในการเคลื่อนไหว‘เกิดอะไรขึ้น ไม่ใช่ว่าฉันถูกรถชนตายไปแล้วเหรอ’ เจียงซูเหยาวัยยี่สิบเจ็ดปีคิดในใจ ภาพสุดท้ายที่จำได้คือรถบรรทุกพุ่งเข้ามาตอนที่เธอปั่นจักรยานไปตามเส้นทางสำหรับจักรยานเธอรู้สึกเจ็บปวดราวกระดูกแหลกสลายจากแรงปะทะ ก่อนทุกอย่างจะดับวูบไปแต่ตอนนี้เธออยู่ที่ไหนกัน?“ตื่นได้แล้ว! ยังจะนอนอู้ไปถึงไหนกัน” เสียงแหลมของหญิงวัยกลางคนดังขึ้นตามมาด้วยแรงกระชากที่แขน ดึงเธอลุกขึ้นยืนจนต้องเซไปพิงผนังห้องเอาไว้ภาพเหตุการณ์บางอย่างไหลบ่าท่วมท้นเข้ามาในหัว ความทรงจำที่ไม่ใช่ของเธอแต่กลับชัดเจนราวกับเป็นของตัวเอง“มัวแต่เหม่ออะไร หกล้มแค่นี้อย่ามาทำเป็นสำออย เธอยังไม่ได้เตรียมข้าวเย็นเลย รีบไปเร็วเข้า”มือหยาบนั้นผลักเธอไปทางห้องครัวแบบโบราณมีเตาไฟที่เต็มไปด้วยขี้เถ้า เจ้าของประโยคที่ออกคำ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status