Share

ตอนที่ 4 ไม่คิดเสียใจ

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-12 13:14:29

ที่ตลาดประจำตำบล หลินเสี่ยวเหยาอ่านป้ายแล้วเพิ่งรู้ว่าที่แท้เธออยู่เมืองจิงหนาน มณฑลเจียงซู หมู่บ้านที่อยู่ชื่อว่าหมู่บ้านอันจิ้ง มีความหมายว่าเงียบสงบ แต่เธอกลับอยู่ไม่สงบเลยตั้งแต่มาถึง

หลินเสี่ยวเหยาเดินตามหลังสามีเล่นไปตามแผงขายของในตลาด เธอใช้คูปองซื้อเนื้อหมู ข้าวสาร และแป้งสาลี แบ่งตามชนิดของคูปอง จากนั้นก็ใช้เงินซื้อผักจำนวนหนึ่ง ใส่ตะกร้าให้ต้าซานเป็นคนสะพาย

ตอนแรกเขาไม่ยินยอม จะให้เธอเป็นคนสะพายตะกร้า แต่เธอบอกว่าไม่สบายและเกรงว่าชาวบ้านจะครหา ทำให้เขาจำต้องยอมแบกของเหล่านี้ให้แก่เธอ

ขณะที่เดินดูของไปเรื่อย ๆ เธอก็เหลือบไปเห็นแผงขายของที่มีสมุนไพรบางชนิดที่หากใช้เกินขนาดก็สามารถทำให้เป็นพิษต่อร่างกายได้ พลันรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นมาอย่างมีเลศนัย

เมื่อคิดแผนการบางอย่างได้นั้น เธอจึงซื้อสมุนไพรติดมือไว้ ก่อนจะเดินกลับบ้านพร้อมกับแผนใหม่ที่ชัดเจนขึ้นในใจ

ถามว่าเสียใจหรือไม่ที่วางแผนการหย่าร้าง ยิ่งเธอเป็นสะใภ้ก็ย่อมต้องเคารพผู้อาวุโสและต้องเอาใจสามี แต่เมื่อหวนนึกถึงความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมแล้วก็บอกได้เลยว่าไม่นึกเสียใจ

ในคืนหนึ่งที่มืดมิดและเงียบสงัด หลินเสี่ยวเหยา นั่งอยู่ในห้องนอนท่ามกลางเสียงฝนตก

หญิงสาวหลับตาลง นึกเมื่อครั้งที่เพิ่งแต่งงานใหม่ ๆ เธอรู้สึกเต็มไปด้วยความหวังที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่กับสามี ผู้ชายที่เคยดูอบอุ่นและเป็นที่พึ่งพาได้ในสายตาของเธอ แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับเป็นการละเลยจากทั้งเขาและแม่สามีที่เคยยิ้มหวานให้เธอตอนที่ยังเป็นสาวในวันแต่งงาน

หลี่ต้าซานไม่เคยแสดงความรักหรือความสนใจในตัวเธออย่างที่เธอคาดหวัง เขามักจะกดขี่เธอ พูดกดให้เธอดูต่ำต้อย ไม่เห็นว่าเธอเป็นภรรยา และเขาไม่เคยให้ความสำคัญกับการพูดคุย หรือแม้แต่ถามสารทุกข์สุกดิบกัน

“สามีเหนื่อยหรือไม่” หลินเสี่ยวเหยามักจะถามด้วยความห่วงใยในทุก ๆ วันเมื่อเขากลับบ้าน แต่คำตอบกลับมาสามีก็คือสีหน้ารำคาญที่มีต่อเธอ

ทุก ๆ วันหลินเสี่ยวเหยาจะทำงานบ้านอย่างหนัก ตั้งแต่การทำความสะอาด การซักผ้า ไปจนถึงการเตรียมอาหาร แต่ทว่าทุกการกระทำเหล่านั้นกลับไม่ได้รับการชื่นชมจากหลี่ต้าซานหรือแม่สามีเลยสักครั้ง

จางหมิ่นก็ไม่ต่างจากลูกชายของเธอ เธอเป็นคนที่ขี้บ่นและหาเรื่องตำหนิได้เสมอ มักจะมองลูกสะใภ้ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ แม้ว่าหญิงสาวจะพยายามทำหน้าที่เป็นสะใภ้อย่างดีก็ตาม

“ทำไมอาหารถึงมาช้า”

“ทำไมบ้านยังไม่สะอาดเหมือนเดิม”

“ทำไมวันนี้น้ำแกงไม่อร่อย”

“ทำไมข้าวไม่หุงให้พอดี”

“ตากผ้าอย่างไรให้มันยับแบบนี้” สารพัดคำตำหนิ ทั้ง ๆ ที่ทุกอย่างก็ออกมาเป็นที่น่าพอใจ แต่ก็ถูกแม่สามีหลับหูหลับตาต่อว่าให้เจ็บปวด

นางหลี่มักจะให้หลินเสี่ยวเหยาทำงานบ้านจนแทบไม่มีเวลาให้ตัวเอง ในบางครั้งก็จะพูดคำพูดที่ทำให้หลินเสี่ยวเหยารู้สึกเหมือนถูกตีแสกหน้าด้วยความขมขื่น

“ถ้าเป็นลูกสาวฉัน ฉันจะให้เธอเรียนรู้ที่จะเป็นแม่บ้านที่ดี ไม่ใช่แค่หลับนอนอยู่ในบ้าน” คำพูดเหล่านี้ทำให้หลินเสี่ยวเหยารู้สึกด้อยค่า

ไม่ใช่เธอหรือที่ทำงานบ้านทุกอย่าง คนที่เอาแต่หลับนอนนั่งกินนอนกินไม่ใช่แม่สามีเองหรอกหรือ

ไม่ว่าจะพยายามขนาดไหน หลินเสี่ยวเหยาก็ไม่สามารถทำให้สามีและแม่สามีพอใจได้เลย เธอรู้สึกว่าชีวิตของเธอนั้นช่างไร้ค่าเหลือเกิน

และแล้วความอดทนก็สิ้นสุด เย็นวันหนึ่งที่สามี กลับบ้านในสภาพเมามาย เสียงฝีเท้าของเขาดังขึ้นในทางเดิน เธอไม่รู้ว่าเขาเมาหรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งที่เธอรู้คือคืนนี้ไม่ปกติ และเธอเองก็ไม่สามารถหนีไปไหนได้

“ทำไมอาหารไม่พร้อม” เสียงของหลี่ต้าซานดังขึ้นขณะที่เขาก้าวเข้ามาในห้องโถง เธอหันไปมองเขาด้วยความกลัวในใจ

“แม่กำลังทำ” เธอตอบเสียงเบา

“เธอกล้าใช้แม่ฉันเข้าครัวเหรอ เลว” หลี่ต้าซานพูดเสียงดัง ก่อนที่มือของเขาจะพุ่งเข้ามาจับที่ข้อมือของเธออย่างแรง

“โอ๊ย ฉันเจ็บ แม่ แม่!” หญิงสาวร้องเรียกหาแม่สามี

แต่ยิ่งร้องเขาก็ทุบตีเธออย่างไม่มีการยั้งคิด หลินเสี่ยวเหยารู้สึกเหมือนร่างกายของตัวเองกำลังจะพังทลาย เธอไม่สามารถดิ้นหนีไปไหนได้ เพราะเธอรู้ดีว่าเธอไม่มีที่ไป ครอบครัวของเธอเสียชีวิตไปหมดแล้ว และเธอไม่สามารถไปหาที่พึ่งจากที่ไหนได้เลยในเวลานั้น

จางหมิ่นที่เพิ่งกลับมาถึงก็รีบเข้าไปห้าม ตอนแรกเธอคิดว่ายังดีที่มีแม่สามีคอยเข้าข้าง แต่ประโยคที่ได้ยินนั้นทำให้แทบจะขาดใจ

“อย่าตีเธอ เจ็บมือเสียเปล่า ถ้าชาวบ้านเห็นรอยฟกช้ำจะเอาไปนินทาลูกได้ นั่งก่อนเถอะ วันนี้อาหารเสร็จช้าหน่อยเพราะแม่ทำบะหมี่ไข่ไว้รอลูก” นางหลี่อธิบายเหตุผลและพูดเอาใจลูกชายจนเขายอมสงบลง

หลินเสี่ยวเหยาเริ่มรู้สึกถึงความเครียดที่ทวีคูณขึ้นในทุก ๆ วัน จนในที่สุดครั้งนี้หญิงสาวไม่สามารถทนต่อการถูกกดขี่นี้ได้อีกต่อไป

“หย่าให้ฉันเถอะ” เธอพูดพึมพำเสียงเบา

“เธอว่าอะไรนะ” นางหลี่หันไปถามลูกสะใภ้อย่างไม่เชื่อหู ในขณะที่สามีผู้เมามายก็มองเธอตาขวางกับประโยคขัดหูนั้น

เพียะ! เสียงฝ่ามือฟาดลงที่ใบหน้าซีกซ้ายจนเธอล้มลงไปนั่งกับพื้น

“ถ้าได้ยินคำว่าหย่าอีกครั้ง จะไม่ใช่แค่ตบแล้ว” สามีตวาดลั่นด้วยโทสะ

“อาเหยา สามีเธอเมามาก อย่าถือสาเลย ตักบะหมี่ไปนั่งกินในครัวเถิด ทางนี้แม่จะดูแลต้าซานเอง” นางหลี่กลัวว่าจะเป็นเรื่องใหญ่จึงต้องพูดดีกับลูกสะใภ้ ไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้บานปลายจนต้องเสียแรงงานทาสในคราบลูกสะใภ้ไป

“...” หลินเสี่ยวเหยานั่งกุมใบหน้า ไม่ปริปาก น้ำตากำลังไหลออกจากตาของเธอ

การกระทำของหลี่ต้าซานทำให้หลินเสี่ยวเหยารู้สึกเหมือนถูกกดขี่ด้วยความกลัว เธออยากหย่ากับเขาแต่ก็ไม่สามารถทำได้

ทุกคืนที่ต้องนอนบนเตียงเดียวกับหลี่ต้าซาน หากวันไหนไม่เมาก็แล้วไป แต่หากวันไหนเขาเมาไม่ได้สติเธอก็กลัวว่าจะถูกทุบตีอีกครั้ง

เธอรู้สึกเหมือนกับว่าชีวิตของเธอไม่มีความหมาย หากเธอหนีออกไปเธอก็จะต้องเผชิญกับความกลัวและอันตรายจากการเป็นผู้หญิงที่ไม่มีใครคอยปกป้อง ยิ่งยุคนี้ที่ลำเค็ญและเศรษฐกิจย่ำแย่ที่สุด เธอเองก็ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน ไม่มีครอบครัว ไม่มีเพื่อนที่สามารถช่วยเหลือเธอได้

และที่สำคัญที่สุด เธอกลัวว่าหลี่ต้าซานจะตามไปทำร้าย และอาจจะทำร้ายเธอจนถึงชีวิต

ยิ่งมีความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมหลั่งไหลมาเท่าไร ความแค้นในใจของหลินเสี่ยวเหยาก็ยิ่งทวีคูณ

นางมองสมุนไพรในมือ ฝูจื่อช่วยบำรุงหยาง กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต หากใช้ผิดพิษคือคลื่นไส้อาเจียน และอ่อนแรง แต่ไม่อันตรายถึงขั้นเสียชีวิต

“ความสนุกได้เริ่มขึ้นแล้วสินะ” ริมฝีปากเรียวพึมพำเสียงเบา มองแผ่นหลังสามีไม่เอาไหนที่กำลังเดินนำหน้าด้วยสายตาที่สมเพช

************************

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติมาหย่ากลายเป็นเศรษฐินีในยุค60   ตอนที่ 41 ตอนจบ

    หลังจากที่ปิดร้านแล้ว หลินเสี่ยวเหยาก็ให้หลินชงเมิ่งผู้เป็นอาและจ้าวหนิงลูกจ้างวัยสิบแปดนำอาหารในร้านที่แบ่งไว้กลับไปกินที่บ้านเธอนับเงินที่ขายได้วันนี้ หักต้นทุนวัตถุดิบออกแล้วและหักค่าจ้างเฉลี่ยรายวันออกก็ได้กำไรมากถึงสิบห้าสิบหยวน ทำงานวันเดียวเทียบเท่าเงินเดือนครึ่งเดือนของคนทั่วไป“กำไรวันละสิบห้าหยวน เดือนหนึ่งก็สี่ร้อยห้าสิบหยวน ถือว่าไม่เลว” ไป๋เจิ้งฉวนมองดูจำนวนเงินที่ภรรยาคำนวณออกมาก็ยิ้มอย่างพอใจ“ร้านของพ่อกับแม่ทำกำไรวันละยี่สิบกว่าหยวน บางวันทะลุสามสิบหยวนคุณยังไม่ตื่นเต้นเท่านี้เลย” เธอส่ายหน้ากับท่าทางตื่นเต้นนั้น“นั่นในตำบลนะ แต่นี่เราขายในหมู่บ้าน ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ที่จะมีลูกค้าต่างถิ่นแวะมา แล้วอีกอย่างโรงงานซาลาเปาของคุณก็ทำกำไรได้เดือนละพันกว่าหยวน แซงหน้าร้านฉันไปแล้ว ตั้งแต่มีเครื่องจักรมาช่วยก็ทุ่นแรงและสร้างกำไรมากกว่าเดิมเกือบสามเท่า” เขาเองก็พูดถึงความร่ำรวยของภรรยาเดิมทีเขาต้นทุนต่ำกว่าเธอกำไรมากกว่าและขยายกิจการได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่เธอค่อย ๆ ทำไปอย่างไม่เร่งรีบ เก็บเงินเปิดโรงงานแล้วเพิ่มปริมาณการผลิตจนกำไร

  • ทะลุมิติมาหย่ากลายเป็นเศรษฐินีในยุค60   ตอนที่ 40 โชคชะตา

    หลังจากย้ายมาอยู่ที่เรือนหอ คู่สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันก็ยังคงทำงานสร้างตัวเหมือนอย่างเคยบ้านเดิมของหลินเสี่ยวเหยาถูกปรับปรุงเป็นร้านอาหาร ขายหมี่ไก่ฉีก ขายซาลาเปา โดยที่เธอจ้างคนในหมู่บ้านให้มาช่วยดูแลเป็นลูกมือสร้างรายได้ให้แก่เด็กสาวในหมู่บ้านที่ไม่มีงานทำ และจ้างหลินชงเมิ่งอาของเธอให้มาเป็นผู้ดูแลร้านเพื่อให้เขามีรายได้ลูกชายของเขาถูกจับกุมข้อหาปล้นชิงทรัพย์ และอาสะใภ้ก็ติดการพนันโดยมีชายชู้เป็นผู้ชักชวน เขาต้องขายบ้านและที่ดินเพื่อชดเชยให้แก่คู่กรณี และประกันตัวสองแม่ลูก จากนั้นจึงหย่ากับภรรยาที่ไร้ศีลธรรม หลินเสี่ยวเหยาเป็นคนที่รับซื้อบ้านของเขาเอาไว้แล้วยกให้ผู้เป็นอาได้อาศัยอยู่ต่อโดยไม่คิดค่าเช่าส่วนโรงงานทำซาลาเปาในตำบล นอกจากจะผลิตซาลาเปาเพื่อส่งขายจำนวนมากแล้ว ก็ยังมีหน้าร้านที่นึ่งขาย หลินเสี่ยวเหยาเข้าไปดูแลสัปดาห์ละหนึ่งถึงสองครั้ง เพราะเธอจ้างผู้จัดการโรงงานให้คอยดูแลแทนเธอ แล้วยังมีพนักงานบัญชีที่เธอจ้างให้ดูแลเรื่องการทำบัญชีโรงงานและรายรับรายจ่ายประจำวัน ไม่รับพนักงานที่เป็นญาติกันเพื่อป้องกันการทุจริต แนวคิดของภรรยานั้นทำให้ไป๋เจิ้งฉวนทึ่งอ

  • ทะลุมิติมาหย่ากลายเป็นเศรษฐินีในยุค60   ตอนที่ 39 วันที่รอคอย

    เดือนเจ็ดปีนั้น เรือนหอที่สร้างใหม่ก็เสร็จสมบูรณ์ ที่ใช้เวลาการก่อสร้างนานหลายเดือนนั่นก็เป็นเพราะว่าบ้านหลังนี้ออกแบบโดยหลินเสี่ยวเหยา ซึ่งทำให้เป็นรูปแบบสมัยใหม่ แต่แปลกตาสำหรับคนชนบทในยุคนี้“บ้านหลังใหม่ของไป๋เจิ้งฉวนที่สร้างสำหรับเป็นเรือนหอ เหมือนบ้านที่เคยเห็นในเมืองเลย ไม่คิดว่าจะมีคนสร้างบ้านแบบนี้ในชนบท”“นั่นสิ บ้านสองชั้นก่ออิฐฉาบปูนปิดแล้วทาสีขาวสว่างไปทั้งหลังแบบนี้ หน้าต่างก็เป็นกระจกทั้งบาน หากไม่ร่ำรวยจริงไม่สามารถทำได้แน่”เสียงของชาวบ้านที่ผ่านบ้านหลังใหม่นั้นหยุดมองอย่างชื่นชมหลินเสี่ยวเหยาและไป๋เจิ้งฉวนที่ยืนสำรวจรอบ ๆ บ้านอยู่ภายในรั้วปูนปิดทึบก็มองกันแล้วอมยิ้มรับความชื่นชมนั้นเอาไว้“บ้านเสร็จแล้ว ต่อไปก็แต่งงานกันนะ ฉันจะให้แม่หาฤกษ์ที่เร็วที่สุดเอาไว้ ถ้าไม่ติดว่านี่เป็นเดือนเจ็ด เดือนผี ฉันคงแต่งงานกับเธอตั้งแต่เดือนนี้แล้ว” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เสียดาย“เรารอมาตั้งหลายเดือน รออีกสักสองเดือนจะเป็นอะไรไปเล่า เถ้าแก่ไป๋” เธอเรียกเขาด้วยฉายาที่ชาวบ้านเรียกกันนอกจากจะสร้างเรือนหอหลังใหม่สำหรับตนเองแล้ว ก็ยังซื

  • ทะลุมิติมาหย่ากลายเป็นเศรษฐินีในยุค60   ตอนที่ 38 ฉลองเทศกาล

    เทศกาลปีใหม่ ร้านรวงทุกร้านต่างก็ปิดตัวลง ยกเว้นร้านหมี่ไก่ฉีกของสกุลไป๋ที่ยังเปิดขาย และเพิ่มจำนวนการขายน้ำปรุงรสและลูกชิ้นไก่เด้งสำหรับคนที่อยากซื้อกลับบ้านเป็นสองเท่า ในขณะที่แบบหมี่ไก่ฉีกที่ปรุงสำเร็จลดลงมาเพราะคนส่วนใหญ่จะซื้อไปทำกินเองกับครอบครัว เป็นกิจกรรมทำอาหารร่วมกันกับหมี่ไก่ฉีกที่ขึ้นชื่อตอนแรกพวกเขาไม่คิดจะเปิดร้าน อยากจะหยุดฉลองเทศกาลกับครอบครัว แต่หลินเสี่ยวเหยาบอกว่าในช่วงเทศกาลที่ใคร ๆ ต่างก็ปิดร้านเพื่อเดินทางไปฉลองเทศกาล ร้านค้าเปิดน้อย หากเปิดในช่วงนี้ต้องขายดีมาก ๆ พวกเขาจึงไม่อยากพลาดโอกาสนี้ และทำตามคำแนะนำของเธอ และพบว่าขายดีมาก ๆเช่นเดียวกับโรงงานทำซาลาเปาของหลินเสี่ยวเหยา เธอถามความสมัครใจของคนงาน ใครที่ไม่ได้ลาหยุดก็จะให้เงินพิเศษในช่วงวันหยุดเทศกาลนี้ เร่งทำซาลาเปาออกมาในจำนวนที่เพิ่มจากเดิม จากที่สามารถทำได้วันละสามพันลูกก็เร่งทำเป็นวันละห้าพันลูกเพื่อให้เพียงพอกับความต้องการซาลาเปาของเธอกลายเป็นของฝากขึ้นชื่อประจำตำบล ช่วงแรกขายในจำนวนจำกัด รายได้พอเพียงและคงที่ในจำนวนหลักร้อยหยวนต่อเดือน แต่พอลงทุนสร้างเป็นโรงงาน ก็สร้างรายได้ห

  • ทะลุมิติมาหย่ากลายเป็นเศรษฐินีในยุค60   ตอนที่ 37 วาดอนาคต

    “...หลินเสี่ยวเหยา ฉันรักเธอ เธอรักฉันไหม” ประโยคสารภาพรักที่จริงใจและน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวลนั้นทำให้คนฟังยิ้มไม่หุบหัวใจของหลินเสี่ยวเหยาก็เต้นรัว เธอรู้ดีว่าเวลานี้กำลังเป็นช่วงเวลาสำคัญในชีวิตของทั้งคู่ ที่ทั้งสองจะก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงด้วยกันท่ามกลางเสียงที่เงียบสงัด เธอจึงหยุดคิดและเงียบไปชั่วครู่ก่อนที่จะเผยรอยยิ้มกว้างให้แก่เขา“ไป๋เจิ้งฉวน” หลินเสี่ยวเหยาพูดเสียงเบา ขณะที่สบตาเขาอย่างอ่อนโยนไป๋เจิ้งฉวนรู้สึกใจหายไปชั่วขณะ เขากลัวว่าเธอจะไม่ตอบรับความรู้สึกดี ๆ ตามที่เขาหวังไว้“ฉันรู้ว่านายมีความมุ่งมั่น และฉันก็รู้สึกดีใจที่เห็นนายสร้างเนื้อสร้างตัวเพราะมีฉันเป็นแรงบันดาลใจ ฉันอยากจะบอกว่า... ฉันก็รักนายเหมือนกัน” เสียงของหลินเสี่ยวเหยาค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเสียงที่นุ่มนวลขึ้นในตอนท้ายไป๋เจิ้งฉวนรู้สึกเหมือนโลกทั้งโลกหยุดหมุน เขามองหลินเสี่ยวเหยาด้วยความตกใจและดีใจในเวลาเดียวกัน แต่ในที่สุดเขาก็ยิ้มกว้าง วางแป้งที่ยับยู่ยี่ในมือลง แล้วลุกขึ้นยืนข้าง ๆ เธอ“เธอ... เธอรับรักฉันแล้วจริง ๆ หรือ” เสียงของเขาสั่นเล็กน้อ

  • ทะลุมิติมาหย่ากลายเป็นเศรษฐินีในยุค60   ตอนที่ 36 ขยายกิจการ

    หลังจากที่ร้านหมี่ไก่ฉีกของไป๋เจิ้งฉวนเปิดตัวได้สามเดือนและได้รับความนิยมอย่างมาก เขาก็ตัดสินใจขยายธุรกิจและเปิดร้านใหม่ที่ตลาดในตำบล และหยุดรับงานก่อสร้างไปก่อนชั่วขณะตลาดในตำบลนี้มีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่เต็มไปด้วยผู้คนที่มาซื้อของสดใหม่จากชาวบ้านและพ่อค้าแม่ค้าที่เปิดร้านขายสินค้าหลายประเภทไป๋เจิ้งฉวนยืนมองร้านของตัวเองที่เพิ่งตั้งเสร็จ ข้าง ๆ มีถาดวางเส้นหมี่สีขาวนวลที่ยังไม่ได้คลุกน้ำปรุง ด้านหลังมีบิดาของเขาทำหน้าที่ลวกเส้น ในขณะที่มารดาของเขาปั้นลูกชิ้นไก่ลวกทำให้คนเห็นว่าวัตถุดิบของพวกเขานั้นสดใหม่ทุกวัน ส่วนไป๋จวงจวงก็เพิ่มปิดเทอม ทำหน้าที่ฉีกเนื้อไก่เตรียมพร้อมสำหรับการขายวันแรกที่เปิดร้านในตลาดของตำบล ลูกค้าก็เริ่มทยอยเดินเข้ามาในร้าน โดยมีทั้งคนในตำบลและผู้คนจากตำบลใกล้เคียงที่แวะมาชิมหมี่ไก่ฉีกและไม่ลืมที่จะซื้อน้ำปรุงรสกลับไป“หมี่ไก่ฉีก ลูกชิ้นไก่เด้ง น้ำปรุงรสหมี่ไก่ฉีกสูตรพิเศษ” ไป๋จวงจวงตะโกนเรียกลูกค้าด้วยน้ำเสียงสดใส ตอนนี้ร้านไป๋หมี่คลุกทำน้ำปรุงรสออกมาขนาดเล็กสำหรับทำกินเองภายในครอบครัว และได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก“เด็กห

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status