Share

บทที่ 2 หญิงบ้า

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-06 02:58:37

 “เอ้อร์กัวน้อย เจ้ามาได้ทันเวลาพอดี” ผู้ใหญ่บ้านเสียงดังฟังชัด ยิ้มกว้างเอ่ยทักชายหนุ่ม 

“..ท่านลุง” เขาโค้งหลังประสานมือทักทายอย่างมีมารยาท

“ท่านลุงอะไรกัน ข้าเห็นเจ้ามาตั้งแต่เด็กเล็กๆ เคยช่วยเหลือเจ้าหลายครั้ง ตอนเด็กๆ ข้ายังเคยมอบผ้าห่มให้เจ้าด้วย เรียกข้าว่าท่านพ่อก็ไม่ผิดอะไร” ลุงต้าซานทวงบุญคุณด้วยรอยยิ้ม

“..ท่านพ่อ” แต่เอ้อร์กัวกลับยิ้มเล็กน้อย เขาเข้าใจผิดว่าเขาและเหมยฮวากำลังจะแต่งงานกันแล้ว ลุงตาซานจึงใจกว้างยอมให้เขาเรียกเช่นนั้น

“เอาเถิด ข้าเห็นใจเจ้า เจ้าก็อายุยี่สิบปี ถือว่าเกินวัยที่จะมีครอบครัวมาสักพักแล้ว ทั้งเจ้ายังไม่มีพ่อแม่คอยดูแลจัดการ วันนี้ข้าจึงถือวิสาสะ ตั้งใจช่วยจัดการเรื่องสำคัญนี้ให้เจ้า ข้ายินดีจะเป็นผู้ใหญ่สู่ขอเจ้าสาวให้เจ้า ฮ่า ๆ ๆ ๆ”

“เอ่อ..ขอบคุณขอรับ” ชายหนุ่มก้มหน้าลง รอยยิ้มก่อนหน้าค่อยๆ จางหาย เขารู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง เพราะเขาและเหมยฮวากำลังจะแต่งงานกัน เขาควรเรียกลุงต้าซานว่าพ่อภรรยา เหตุใดลุงต้าซานจึงจะช่วยเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าบ่าวสู่ขอเจ้าสาวให้เขาด้วย

ท่ามกลางเสียงแสดงความยินดี บางคนถึงกับยกย่องในความใจกว้างของลุงต้าซาน ถึงแม้เอ้อร์กัวจะยากจนมาก แต่เขาก็เป็นคนใจดี มักช่วยเหลือชาวบ้านเล็กๆ น้อยๆ โดยไม่บ่น ชาวบ้านจึงรักและเอ็นดูเขาอยู่มาก การที่เขาจะได้แต่งงานมีครอบครัวช่วยดูแล เป็นเรื่องน่ายินดี

“ยินดีด้วยนะ พี่เอ้อร์กัว ข้าดีใจกับพี่จริงๆ” เหมยฮวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสดใส นางยืนอยู่ข้างบิดา ใบหน้าอ่อนหวานเปี่ยมสุข ริมฝีปากส่งยิ้มระบายอย่างไร้เดียงสา

คำพูดของนางกลับทำให้ใจของเอ้อร์กัววูบโหวง เขาพยายามเปล่งเสียงแต่กลับพูดไม่ออก รอยยิ้มใสซื่อของนางตอกย้ำความสับสนในใจของเขา 

‘เหตุใดเหมยฮวาถึงพูดเช่นนี้ เหตุใดนางถึงไม่กล่าวถึงการแต่งงานของเรา เหตุใดนางจึงไม่สวมชุดแดง’ ความหวาดกลัวแผ่ซ่านในอก เอ้อร์กัวรู้สึกเหมือนผืนฟ้ากำลังพลิกผัน เรื่องราวทั้งหมดอาจไม่เป็นไปอย่างที่เขาคิด...

“ปล่อย! ปล่อยฉันนะไอ้พวกสวะ”

เสียงเอะอะดังขึ้นจากอีกฟากของลาน ผู้คนต่างหันมองไปยังชายสองคนซึ่งกำลังลากหญิงสาวร่างเล็กในชุดเก่าขาดผ่านฝูงชนมาอย่างทุลักทุเล หญิงสาวดิ้นรนสุดกำลังพร้อมกับส่งเสียงก่นด่า 

“พวกเลว! ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!!” นางถีบไปที่ขาของชายคนหนึ่ง จนชายผู้นั้นล้มลง หลายคนต่างตกตะลึงในพละกำลังมหาศาลของหญิงสาวร่างเล็ก 

“..นางบ้านี่!” ชายคนที่ล้มลงไปก่นด่า เขาคือฟางเฉียน ลูกพี่ลูกน้องของเหมยฮวา 

“แกไม่มีสมองหรือไง ฟังไม่เข้าใจที่ฉันพูดเหรอ” เด็กสาวตัวเล็กยืนเชิดหน้า มองหน้าบุรุษที่ล้มอยู่ด้วยความรังเกียจ พูดสำเนียงประหลาดเปล่งหู

กระโปรงของเด็กสาวฉีกขาดเลยหัวเข่า แต่ภายใต้กระโปรงกลับมีใบบัวห่อและมัดไว้รอบขา ราวกับมีใบไม้แห้งห่อเอาไว้และใช้เชือกบางอย่างมัดอย่างดี จึงไม่มีผู้ใดเห็นขาขาวๆ ของนาง แต่ทุกคนที่นั่นต่างมองและขมวดคิ้วในความประหลาดนั้น

ลิลี่ เจี่ยนหรง เด็กสาวสติเฟื่องที่ผู้คนในหมู่บ้านรู้จักกันดี เป็นบุตรีบุญธรรมของสองตายายกัวเหอที่อยู่นอกฝั่งแม่น้ำของหมู่บ้านทุ่งแดง สองตายายเพิ่งเสียชีวิตไปไม่นานมานี้ นางจึงถูกทิ้งให้ใช้ชีวิตอย่างเดียวดายน่าสงสาร

เอ้อร์กัวจำได้ว่าสองตายายถูกไฟไหม้เรือนระหว่างที่นอนหลับจนเสียชีวิตไปเมื่อเดือนก่อน เจี่ยนหรงที่สติไม่ค่อยดีจึงไร้หนทางไป ยามนี้นางอาศัยอยู่ที่ซากบ้านหลังเก่าของสองผู้เฒ่ากัวเหอ

แม้ใบหน้าของนางจะงดงามน่ารัก ดวงตากลมโตและผิวขาวเนียนคล้ายหยก ทว่าท่าทางและคำพูดของนางกลับเป็นที่น่าหนักใจสำหรับทุกคน อีกทั้งผิวพรรณงดงามของนางก็มักจะเปื้อนดินโคลนอยู่เสมอ ราวกับนางเป็นสตรีที่ไม่รู้จักอาบน้ำ

“นางบ้านี่!” เฉียนฟางทั้งโมโหทั้งรู้สึกอับอายก่อนจะลุกขึ้นและกระชากแขนเรียวของเด็กสาวประหลาดอย่างไม่ปรานี

“โอ๊ย!” 

“หยุดนะ!” เอ้อร์กัวตกใจรีบร้องห้าม เขาไม่คิดว่าจะมีบุรุษใดกล้ารุนแรงกับสตรีตัวเล็กเช่นนั้น

“หยุดนะ!” ลุงต้าซานรีบร้องห้าม

“ท่านลุง!” เฉียนฟางไม่พอใจ

“ช่างเถิด อย่าเอาความสตรีสติเฟื่องเลย อีกอย่างวันนี้เป็นงานมงคลของนางด้วย ไม่ควรทำเรื่องเสียมารยาทเช่นนี้กับเจ้าสาวของเอ้อร์กัว อย่างไรข้าก็ตั้งใจจะจัดงานแต่งให้พวกเขาแล้ว” ลุงต้าซานกล่าวเสียงดังฟังชัด

เอ้อร์กัวเบิกตากว้างเมื่อได้ยินสิ่งที่ลุงผู้ใหญ่บ้านพูด ใจของเขาร่วงหล่นราวกับหินตกน้ำ ทุกอย่างค่อยๆ กระจ่างขึ้นในความคิดของเขา เขารู้แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น 

ชายหนุ่มรูปงามในชุดแดงเก่าๆ เงยหน้าขึ้นมองเหมยฮวา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ทว่าเหมยฮวาเพียงส่งยิ้มเล็กน้อยให้เขา รอยยิ้มนั้นช่างว่างเปล่า ไร้แววเสียใจหรือสำนึกใดๆ 

นางลืมค่ำคืนหอมหวานของพวกเขาแล้วหรือ นางทำใจให้เขาแต่งงานกับคนอื่นได้หรือ นางไม่อาลัยเขาเลยหรือ ทั้งที่ทุกคืนที่แอบพบกัน เหมยฮวาแทบจะร้องพร่ำบอกคำหวานซ้ำๆ กับเขาไม่ใช่หรือ เหตุใดนางจึงส่งยิ้มเช่นนั้น 

เอ้อร์กัวคล้ายหูดับไม่ได้ยินสิ่งใด สายตาจ้องมองหญิงคนรักตลอดเวลาโดยไม่อาจกล่าวคำใด ขณะที่รอบข้างมีเสียงพึมพำจากผู้คนวิพากษ์วิจารณ์เจ้าสาวสติเฟื่องของเขาไม่ขาดสาย

“นางก็ยังคงบ้าเช่นเดิม ฮึ” 

“ดูสิว่าเจ้าสาวของเราทำตัวอย่างไรในวันแต่งงาน”

“สงสารเอ้อร์กัวจริงๆ ต้องมารับมือกับสตรีเช่นนี้” 

“สงสารอันใด พวกเขาได้ครองคู่กัน ดูแลกันและกันก็ดีแล้วไม่ใช่หรือ”

“ใช่ๆ คู่สร้างคู่สม ฮ่า ๆ ๆ”

ไม่มีใครสนใจแววตาอันปวดร้าวของเจ้าบ่าวที่ยืนอึกอักอยู่กลางลาน ทุกสายตาจับจ้องไปยังเจี่ยนหรงที่ยังคงด่าทอและทุบตีคนที่จับตัวนางมาอย่างดุเดือด

เหมยฮวาก้าวออกมาจากกลุ่มคนอย่างสง่างาม ท่าทางของนางอ่อนโยนดุจหยาดน้ำค้าง นางยิ้มอย่างใจดีราวกับพี่สาวผู้ห่วงใย ก่อนจะเข้าไปใกล้เจี่ยนหรงที่ยังคงดิ้นรนและส่งเสียงดัง 

“ลิลี่..น้องสาว อย่าดิ้นรนไปเลย” เสียงของเหมยฮวานุ่มนวลราวกับปลอบเด็กน้อย 

“หุบปาก ใครอนุญาตให้เธอเรียกฉันด้วยชื่อนั้น และข้าไม่ใช่น้องสาวของสตรีร่านรักเช่นเจ้า” เจี่ยนหรงกัดฟัน หันไปมองเหมยฮวาด้วยสายตาเย็นชา ใช้ภาษาสลับไปมาราวกับยังไม่คุ้นชินกับวิธีการพูดของคนในหมู่บ้านทุ่งแดง

“เจ้าอย่าโวยวายนักเลย พวกพี่เฉียนฟางเพียงต้องการพาเจ้ามาแต่งงาน นี่อย่างไรเล่า เจ้าบ่าวที่ข้ารับปากเจ้าไว้ ชายหนุ่มรูปงามและฉลาดที่สุดในหมู่บ้านของเรา” เหมยฮวาพูดเสียงเบายิ้มแย้ม

“ข้าไม่เคยรับปากเจ้า” เจี่ยนหรงเอ่ยเสียงแข็ง กัดฟันขณะมองเหมยฮวาเหมือนคนแปลกหน้าที่นางเกลียดชัง สายตาเย็นชา นัยน์ตาของนางเต็มไปด้วยความไม่พอใจและความโกรธที่ปกคลุมใจ 

“น้องพี่ อย่าพูดเช่นนั้นเลย ข้าเป็นห่วงเจ้า จึงช่วยคิดเรื่องนี้แทนเจ้า อย่างไรตอนนี้เจ้าก็ตัวคนเดียว อยู่อย่างลำบาก การแต่งงานกับพี่เอ้อร์กัวย่อมดีต่อเจ้า แม้เขาจะยากจนไปสักหน่อย แต่เขาเหมาะสมกับเจ้ายิ่งนัก” เหมยฮวาอธิบาย

สายตาของเจี่ยนหรงเลื่อนไปสบกับเอ้อร์กัว เขาที่เคยยิ้มแย้มสดใสกลับยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางฝูงชน ดวงตาหม่นหมองเหมือนท้องฟ้าใกล้ถล่ม ใบหน้าของเขาดูคล้ายจะร้องไห้ ทว่าเขากลับฝืนยืนอย่างสงบ เหมือนชายผู้หมดสิ้นความหวัง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติมาเป็น หญิงบ้า ณ ทุ่งแดง    บทที่ 63 งอน

    ตลอดชีวิตของเอ้อร์กัว เขาไม่เคยจับเงินเกินสิบอีแปะเลยด้วยซ้ำ เงินที่เคยได้ก็เป็นของลิลี่ มือที่กำถุงเงินสั่นเล็กน้อย ชายหนุ่มเดินกลับบ้านอย่างล่องลอย ลืมกระทั่งซื้ออาหารแห้งกลับมาด้วยความคิดในหัวของเขาว่างเปล่าตลอดทาง มีเพียงความตกตะลึงที่อัดแน่นอยู่ในอก เมื่อเดินกลับถึงเรือน เขายังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าตนก้าวเท้ากลับมาได้อย่างไรเอ้อร์กัวเดินเข้าบ้านอย่างเหม่อลอย ถุงเงินหนักอึ้งในมือยังทำให้เขารู้สึกไม่จริงอยู่บ้าง ในเรือน ลิลี่กำลังนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะเตี้ย นางใช้แผ่นหินสีดำที่ถูกตัดแบ่งเป็นชิ้นบางอย่างประณีต ก่อนจะหยิบแผ่นสีเงินบางๆ มาวางทับลงไป บางครั้งก็ใช้เครื่องมือกดแนบให้สนิท บางครั้งก็หยิบหินบางขึ้นมาพิจารณา แสงแดดสะท้อนวาววับบนพื้นผิวของแผ่นสีเงินที่ถูกแปะลงไปเอ้อร์กัวก้าวไปข้างหน้า ยื่นถุงเงินออกไป วางลงบนมือของนาง น้ำหนักของมันยืนยันว่ามีเงินอยู่ภายในไม่น้อยเลยทีเดียว“สี่สิบก้วน..&rdq

  • ทะลุมิติมาเป็น หญิงบ้า ณ ทุ่งแดง    บทที่ 62 โกหก

    ลมหายใจของฤดูหนาวค่อยๆ จางหาย อากาศอุ่นขึ้น แม้ยามค่ำคืนยังมีลมเย็นพัดผ่าน ทว่าความหนาวเหน็บกลับไม่กัดกร่อนกระดูกเหมือนช่วงก่อนแล้ว พวกเขาจึงหยุดจุดไฟเข้ากำแพงตลอดคืนเพื่อประหยัดฟืนไว้ทำน้ำมันสนให้ลุงจางลิลี่นั่งอยู่ข้างเตาเผา เฝ้าดูเปลวไฟที่ลุกโชติช่วงระหว่างการเผาน้ำมันสน เอ้อร์กัวนั่งอยู่ข้างภรรยาโดยไม่รู้จะทำสิ่งใด เพียงเติมท่อนฟืนลงไปในเตาเป็นครั้งคราว และอ้าปากหาวง่วงนอนตลอดเวลา“เจ้าจะไปนอนก่อนก็ได้ วันนี้ข้าจะเฝ้าเตาเผาเอง เจ้าทำงานเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว อีกทั้งหลายคืนมานี้เจ้าก็ไม่ได้หลับสนิทเลยไม่ใช่หรือ” ลิลี่ไล่เขาด้วยความรำคาญเอ้อร์กัวไม่ทันตั้งตัว ใบหน้าของเขาเริ่มแดงก่ำ เขาไม่ได้คาดคิดว่านางจะสังเกตเห็นขนาดนั้น เขาพยายามปรับท่าทางให้ดูเป็นปกติ แต่ก็ยังอดกังวลไม่ได้“เจ้า..รู้ได้อย่างไร”“ขอบตาของเจ้าดำเพียงนี้ ผู้ใดเห็นก็รู้ว่าเจ้านอนไม่หลับ แล้วบางคืน..ข้าตื

  • ทะลุมิติมาเป็น หญิงบ้า ณ ทุ่งแดง    บทที่ 61 ซักผ้าในต้นฤดูวสันต์

    มือข้างหนึ่งของลิลี่ยังคงวางอยู่บนแผ่นหลังเขา ในท่วงท่าที่ชวนให้เข้าใจผิด ทว่านางยังคงหายใจสม่ำเสมอ หลับสนิทโดยไม่รู้เลยว่ากำลังทำให้สามีแทบคลั่งชายหนุ่มพยายามข่มอารมณ์ กอดภรรยาไว้อย่างทะนุถนอม ปล่อยให้ตนเองจมอยู่ในห้วงทรมานต่อไป ไม่อาจแตะต้อง ไม่อาจขยับตัว ไม่แม้แต่จะกล้าถอนหายใจแรง นี่คงเป็นการลงโทษจากสวรรค์ที่เขาคิดไม่ซื่อกับนางหลายวันหลังจากนั้น หิมะเริ่มละลายไปทีละน้อย เผยให้เห็นผืนดินสีดำที่ซ่อนอยู่ภายใต้ม่านหิมะขาวมายาวนาน ลำธารที่กลายเป็นน้ำแข็งบางส่วนก็เริ่มละลายหายไปดินชื้นแฉะส่งกลิ่นอับเย็น ต้นไผ่ที่เคยนิ่งสงบมาตลอดฤดูหนาวเริ่มเอนลู่ตามแรงลม ต้นไม้ใบหญ้าที่เคยผลัดใบเริ่มเผยให้เห็นกิ่งก้านที่มีหน่ออ่อนสีเขียวแต้มประปรายเอ้อร์กัวยังคงนอนไม่หลับมาหลายคืน แม้ช่วงนี้ไม่ต้องทรมานกอดภรรยาเช่นช่วงก่อน แต่ความคิดชั่วร้ายในใจใช่ว่าจะสั่งให้หยุดคิดได้ง่ายดาย เขายังคงนอนร่วมเตียงกับลิลี่ ทุกค่ำคืนยังคงได

  • ทะลุมิติมาเป็น หญิงบ้า ณ ทุ่งแดง    บทที่ 60 กอด ลูบไล้ ไออุ่น

    เอ้อร์กัวจัดการต้มน้ำแกงเห็ดหอมแห้งใส่เมล็ดธัญพืช กลิ่นหอมอบอวลไปทั่วเรือน เขายังนำมันหวานมาปิ้งด้วย เมื่อลิลี่ออกมาจากห้องน้ำ ทั้งสองจึงรีบนั่งลงกินมื้อเช้าร่วมกันชายหนุ่มคอยตักน้ำแกงให้ลิลี่ พลางแอบมองกางเกงเรียบลื่นสีครามเข้มแปลกตาที่นางสวมอยู่ ครั้งนี้ นางไม่สนใจใช้ใบไม้แห้งปกปิดเหมือนเมื่อก่อนด้วยซ้ำ นางดูจะไว้ใจเขาขึ้นมาก แม้เขาจะไม่รู้ว่านางมีความลับอะไร แต่เขาไม่อยากเร่งรัดถามเอ้อร์กัวกลืนข้าวลงคอเงียบๆ หลังมื้ออาหารอบอุ่น ลิลี่ก็ใส่รองเท้าเตรียมออกจากบ้าน เอ้อร์กัวไปหยิบกระบอกน้ำที่เตรียมไว้ ยื่นให้นางอย่างเคยชิน“ระวังตัวด้วย” เขาเอ่ย“อืม..” ลิลี่รับกระบอกน้ำไป พลางพยักหน้ารับรู้ ก่อนหยิบถุงเครื่องของนางและเดินออกจากเรือนเมื่อเงาร่างของนางลับไปแล้ว เอ้อร์กัวจึงเก็บสำรับอาหาร จากนั้นเตรียมตัวออกไปตัดไผ่บ้าง แต่ระหว่างนั้น เขา

  • ทะลุมิติมาเป็น หญิงบ้า ณ ทุ่งแดง    บทที่ 59 วิธีนอนท่ามกลางความแข็งขืน

    หลังมื้ออาหาร ลิลี่ก็กลับมาใช้งานสามีเช่นเคย เอ้อร์กัวไม่ได้คิดหลีกเลี่ยง เขานั่งลงอย่างว่าง่าย นำกระดาษแผ่นใหญ่มาต่อกันด้วยกาวแป้ง จนได้ขนาดเท่าผ้านวมสองผืนวางซ้อนกัน จากนั้นจึงโปรยขนเป็ดที่นุ่มฟูลงบนพื้นกระดาษ เกลี่ยให้กระจายทั่วกัน แล้วใช้กระดาษอีกแผ่นปิดทับขณะที่ลิลี่นำแผ่นกระดาษไปอุ่นไล่ความชื้นและฆ่าเชื้อโรค เอ้อร์กัวก็ไม่ได้นั่งเฉย เขาตัดผ้าฝ้ายผืนใหญ่ เย็บต่อกันจนได้ขนาดเท่าผ้านวม รอให้กระดาษแห้งสนิท ก่อนจะประกบมันเป็นไส้ในของผ้านวมที่เขาเย็บไว้“เวลาจะซักก็แค่ถอดผ้าออกไปซัก ส่วนขนเป็ดก็เปลี่ยนใหม่เมื่อมันลีบแบน สะดวกดีใช่หรือไม่” ลิลี่เอ่ยพลางลูบสัมผัสเนื้อผ้าฝ้ายเอ้อร์กัวเพียงพยักหน้ารับ ยามนี้เขาเชื่อฟังนางทุกอย่าง ขอเพียงนางเอ่ยออกมา เขายินดีทำให้โดยไม่ถาม ในที่สุด พวกเขาก็ได้โอกาสซักผ้านวมผืนเก่าที่ใช้มานานร่วมเดือน เพราะตอนนี้มีผ้านวมผืนใหม่ที่ทั้งหนานุ่มและอบอุ่นกว่าเดิม และยังมีพีทใช้แทนฟืนให้ความอบอุ่นรอบบ้าน ชีวิตสะดวกสบายยิ่ง

  • ทะลุมิติมาเป็น หญิงบ้า ณ ทุ่งแดง    บทที่ 58 กล่องดนตรีคืนดี

    เช้าวันรุ่งขึ้น ลิลี่ลุกจากเตียงแต่เช้าตรู่ เอ้อร์กัวได้ยินเสียงขยับไหวของนาง แต่เมื่อเห็นว่านางไม่คิดจะพูดกับเขา เขาจึงแสร้งทำเป็นไม่สนใจ หลับตานอนนิ่งต่อไปทว่าพอได้ยินเสียงเปิดประตู ตามด้วยฝีเท้าที่ค่อยๆ ห่างออกไป ความกังวลก็วิ่งเข้ามาในใจ เขาผุดลุกขึ้นทันที ความคิดแรกที่เขาคิดได้คือ หากนางโกรธจนหนีไปจริงๆ เพราะเขาเอาแต่เงียบใส่ นั่นจะไม่เป็นการผลักไสนางไปหรอกหรือ ศักดิ์ศรีหรืออะไรก็ช่างเถอะ หากต้องเอ่ยปากพูดกับนางก่อนเพื่อรั้งนางไว้ เขาก็ยอมเอ้อร์กัวก้าวเร็วๆ ออกไป แต่เมื่อพ้นประตูเรือน กลับเห็นภรรยากำลังเติมฟืนลงในเตาเผา เปลวไฟค่อยๆ ลุกขึ้น ไล่ความชื้นออกจากก้อนพีทที่เรียงอยู่รอบๆเขาถอนหายใจแผ่วเบาอย่างโล่งอก แต่เมื่อความโล่งอกจางลง ความน้อยใจยังคงหลงเหลืออยู่ เขายังไม่หายขุ่นเคืองที่นางโกหกเขาเมื่อวาน แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่อาจปล่อยให้นางทำงานหนักเพียงลำพังได้อยู่ดีเอ้อร์กัวเดินเข้าไปใกล้ โด

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status