Share

บทที่ 4

Author: Camellia.ma
last update publish date: 2026-10-14 18:06:49

คำประกาศิตของเซวียนหยวนจิ้งยังไม่ทันจางหายไปในอากาศ มือหนาที่หยาบกร้านจากการจับดาบศึกก็เลื่อนจากปลายคางมน ลงมาโอบรัดรอบเอวคอดกิ่วของหลินอันหรู กระชากร่างบางเข้าหาแผงอกแกร่งดั่งขุนเขาในคราวเดียว!

แรงปะทะทำให้ลมหายใจของหลินอันหรูสะดุดกึก ทรวงอกอวบอิ่มที่ดันเนื้อผ้าไหมสีแดงเพลิงแนบสนิทไปกับเสื้อคลุมตัวหนาของเขา กลิ่นอายเหล็กเย็นเยียบและกลิ่นสาบของม้าศึกที่ติดอยู่บนตัวบุรุษ บดขยี้กลิ่นหอมหวานของกำยานในห้องพักจนแตกกระเจิง

หลินอันหรูไม่ได้ขัดขืน สัญชาตญาณเอาชีวิตรอดของเธอประเมินออกในทันทีว่า การต่อต้านพยัคฆ์ร้ายในเวลานี้มีแต่จะทำให้ถูกฉีกทึ้งเป็นชิ้น ๆ

เธอยกแขนเรียวขึ้นโอบรอบลำคอหนา นิ้วเรียวยาวสอดประสานเข้าไปในกลุ่มผมดำขลับของเขา ปลายนิ้วแตะสัมผัสชีพจรที่เต้นระรัวอยู่ใต้ผิวเนื้อหนา สบตาคมกริบคู่ดุร้ายนั้นด้วยแววตาท้าทาย

"ท่านอ๋องจ่ายค่าตอบแทนล่วงหน้ามาถึงสองพันตำลึงทอง…" นางกระซิบเสียงหวานพร่า ริมฝีปากอิ่มเฉียดผ่านติ่งหูของเขา "ข้า… ย่อมต้องปรนนิบัติท่านให้คุ้มราคามิใช่หรือเพคะ?"

คำยั่วยวนนั้นจุดประกายไฟตัณหาในดวงตาดำสนิทของเซวียนหยวนจิ้งให้ลุกโชนขึ้นทันควัน

เขาไม่เอ่ยคำใดให้เสียเวลา ริมฝีปากร้อนจัดบดขยี้ลงมาบนกลีบปากอิ่มของนางอย่างดุดัน ไร้ซึ่งความอ่อนหวานประโลมใจ ลิ้นหนารุกรานเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปาก บดเบียด ดูดดึง จนได้ยินเสียงแลกเปลี่ยนน้ำหวานดังสะท้อนก้องในห้องที่เงียบสงัด ฝ่ามือหนาอีกข้างเลื่อนลงมาบีบเคล้นสะโพกผายอย่างหนักหน่วงจนเนื้อผ้าไหมยับยู่ยี่

หลินอันหรูครางอื้ออึงในลำคอ ร่างกายของคณิกาสาวที่ไวต่อสัมผัสเริ่มร้อนผ่าว แต่จิตวิญญาณของนักธรณีวิทยาสาวจากยุคปัจจุบันกลับไม่ยอมตกเป็นเบี้ยล่าง นางกัดริมฝีปากล่างของเขาเบา ๆ รสชาติคาวเลือดจาง ๆ ที่ซึมออกมา ยิ่งกระตุ้นให้เปลวเพลิงระหว่างทั้งสองลุกไหม้รุนแรงขึ้น

แคว่ก!

เซวียนหยวนจิ้งกระชากสายรัดเอวสีทองของนางออกอย่างไม่ปรานี เสื้อคลุมผ้าไหมสีแดงเพลิงเลื่อนหลุดออกจากลาดไหล่เนียน เผยให้เห็นเอี๊ยมไหมปักดิ้นทองตัวสั้นที่แทบจะปกปิดปทุมถันคู่งามอวบอิ่มไว้ไม่มิด ผิวขาวผ่องดุจหิมะแรกต้องแสงโคมไฟสลัวจนเกิดประกายเงางาม ยอดอกสล้างดันเนื้อผ้าบางเบาขึ้นมาเป็นรูปทรงชัดเจน

อ๋องหนุ่มกวาดตามองเรือนร่างอันงดงามตรงหน้า ลมหายใจของเขาเริ่มหนักหน่วงและสั้นกระชั้น

"เจ้าไม่มีความกลัวอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย หลินอันหรู"

"ในสายตาของข้า มีแต่สิ่งที่ข้าต้องการเพคะ"

หลินอันหรูยิ้มพราย มือเรียวเลื่อนลงมาปลดสายรัดเอวหนังม้าศึกของเขาออก ดึงรั้งเสื้อคลุมสีดำของเขาให้แยกออก เผยให้เห็นแผงอกล่ำสันที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อแข็งแกร่งดั่งหินผา และรอยแผลเป็นจากคมดาบและลูกศรนับสิบรอยที่ตอกย้ำความเป็นแม่ทัพไร้พ่าย

เซวียนหยวนจิ้งอุ้มร่างบางขึ้นในคราวเดียว ก้าวตรงไปยังเตียงไม้สลักลายโบตั๋น ทุ่มร่างของนางลงบนฟูกหนานุ่มอย่างไม่เบาแรงนัก ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะทิ้งน้ำหนักโถมทับลงมาทันที

ม่านมัสลินสีชาดร่วงหล่นลงมาปิดกั้นโลกภายนอก

ริมฝีปากของเซวียนหยวนจิ้งเลื่อนลงมาซุกไซ้ซอกคอขาวผ่อง ขบกัดผิวเนื้อเนียนจนเกิดรอยแดงเป็นจ้ำ แสดงความเป็นเจ้าของอย่างป่าเถื่อน มือหนาเอื้อมไปกระตุกสายผูกเอี๊ยมไหมด้านหลังให้หลุดออก กอบกุมเต้างามอวบอิ่มไว้ในอุ้งมือ บีบเค้นเนื้อนุ่มหยุ่นจนล้นทะลัก ปลายนิ้วโป้งสะกิดบดบี้เม็ดบัวสีหวานจนมันแข็งชันสู้มือ

"อึก อ๊า! ท่านอ๋อง "

หลินอันหรูแหงนหน้าขึ้น ลำคอระหงเกร็งสะท้าน แอ่นอกรับสัมผัสอันดุดันนั้นอย่างลืมตัว ความเสียวซ่านแล่นริ้วจากยอดอกพุ่งตรงลงสู่ช่องท้องน้อยจนขาเรียวทั้งสองข้างเริ่มสั่นระริก

เซวียนหยวนจิ้งไม่ปล่อยให้นางได้มีเวลาพักหายใจ เขากระชากกางเกงผ้าไหมตัวบางของนางออก ร่นทิ้งไปที่ปลายเตียง ปลดเปลื้องอาภรณ์ของตนเองออกจนหมดสิ้น เผยให้เห็นท่อนเนื้อร้อนลวกขนาดมหึมาที่ตื่นตัวเต็มที่ เส้นเลือดปูดโปนรอบลำทวนเหล็กที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกสิ่ง

เขาใช้ท่อนขาแกร่งแทรกกลาง แยกเรียวขาขาวนวลของนางให้อ้ากว้างออก ก้มลงมองรอยแยกสีหวานที่ฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำหวานแห่งแรงปรารถนา

"ดูเอาเถิด ดาบยังไม่ทันชักออกจากฝัก กลีบดอกไม้ของเจ้าก็หลั่งน้ำตารอรับคมดาบของข้าเสียแล้ว" สุรเสียงแหบพร่าเอ่ยเย้ยหยันข้างใบหู

"เช่นนั้น ก็ชักดาบของท่านออกมาฟาดฟันสิเพคะ!" หลินอันหรูสบตากับเขาอย่างท้าทาย สองมือเลื่อนลงมาจับสะโพกสอบของเขาไว้มั่น "อย่ามัวแต่ขู่… ข้าอยากรู้นัก ว่าแม่ทัพผู้เกรียงไกร จะอึดทนเหมือนเสียงลือเสียงเล่าอ้างหรือไม่!"

คำท้าทายนั้นทำลายความอดกลั้นเส้นสุดท้ายของพยัคฆ์หนุ่มจนขาดสะบั้น!

เซวียนหยวนจิ้งจับแก่นกายร้อนลวกจ่อเข้าที่ปากทางรักอันคับแคบ แล้วกดกระแทกสวนเข้าไปรวดเดียวจนมิดด้าม!

สวบ!

"กรี๊ดดด!"

หลินอันหรูหวีดร้องออกมาในลำคอ ร่างกายสะท้านเฮือก ความคับแน่นและใหญ่โตขยายโพรงเนื้อนุ่มจนตึงเปรี๊ยะราวกับจะฉีกขาด ความจุกเสียดผสมปนเปกับความเสียวสะท้านที่รุนแรงจนสมองขาวโพลน ภายในกายของเธอบีบรัดตัวตนของเขาแน่นขนัดดั่งปลอกเหล็กบีบรัดท่อนแขน

เซวียนหยวนจิ้งกัดฟันกรอด สันกรามปูดโปน เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ ๆ ความร้อนจัดและความคับแน่นของนางบีบรัดเขาจนแทบจะสำลักความสุขสม

"แน่นเหลือเกิน เจ้ากำลังจะบดเคี้ยวข้าให้แหลกคากายเจ้ารึอย่างไร?!"

เขาไม่ให้เวลานางได้ปรับตัว สองมือหนาช้อนใต้ข้อพับเข่าของนาง ยกเรียวขาทั้งสองข้างพาดขึ้นบนบ่ากว้าง กดสะโพกลงในองศาที่ลึกที่สุด แล้วเริ่มขยับสะโพกสอบกระแทกกระทั้นเข้าใส่อย่างบ้าคลั่ง!

พั่บ! พั่บ! พั่บ!

เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังกึกก้องผสานกับเสียงเตียงไม้สลักที่โยกคลอนไปตามแรงขับเคลื่อน ร่างบางของหลินอันหรูโยกไหวตามแรงโถม ทุกจังหวะที่เขากดลึกเข้ามา ปลายหัวมนบดขยี้โดนจุดกระสันลึกภายในซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนหน้าท้องน้อยเกร็งกระตุกเป็นระลอก

"อ๊ะ อ๊า! ท่านอ๋อง อึก ลึก ลึกเกินไปแล้ว อื้อ!"

นางครางระงม สองมือเรียวจิกขยุ้มผ้าปูที่นอนจนยับยู่ยี่ ความดิบเถื่อนของแม่ทัพหนุ่มไม่ได้มีความปรานีแม้แต่น้อย เขากระแทกย้ำลงมาด้วยพละกำลังของนักรบ บดบี้ขยี้จุดอ่อนไหวของนางจนน้ำหวานทะลักรินเปรอะเปื้อนซอกขา

"มองข้า! หลินอันหรู!" เซวียนหยวนจิ้งก้มลงคำรามต่ำ ใบหน้าคมคายชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ "จำไว้ว่าใครเป็นคนกำลังครอบครองเจ้า!"

หลินอันหรูลืมตาขึ้นมองเขา แววตาฉ่ำปรือแต่ยังคงแฝงประกายไฟที่ไม่ยอมก้มหัว นางร่อนสะโพกขึ้นรับแรงกระแทก ตอดรัดเขาเป็นจังหวะถี่กระชั้นเพื่อเอาคืน

"ข้ารู้ อ๊ะ ข้าจำได้ อ๊า! แรงอีก ท่านอ๋อง อย่าเพิ่งหมดแรงเสียก่อนเล่า!"

เสียงท้าทายของนางยิ่งทำให้เซวียนหยวนจิ้งคลุ้มคลั่ง เขากระชากสะโพกนางเข้าหาตัว ซอยถี่รัวดั่งพายุคลั่งที่โหมกระหน่ำกลางสมรภูมิ ร่างกายของทั้งคู่เสียดสีจนเกิดเสียงเฉอะแฉะหยาบโลนลั่นห้องม่านแดง

ความเสียวซ่านพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุดในเวลาอันรวดเร็ว ช่องทางรักของหลินอันหรูบีบรัดตัวตนของเขาอย่างรุนแรงเป็นระลอก คลื่นความสุขสมซัดกระหน่ำจนร่างบางเกร็งกระตุก ปลดปล่อยสายธารน้ำหวานทะลักออกมาท่วมท้น ขณะที่เซวียนหยวนจิ้งส่งเสียงคำรามลั่นดั่งสัตว์ป่า กระแทกย้ำเข้าไปอีกสามครั้งจนสุดแรงเกิด แล้วกดแช่ตัวตนไว้ลึกสุดลำ ฉีดพ่นสายธารอุ่นร้อนเข้าไปในกายของนางจนล้นปรี่!

ความร้อนผ่าวแผ่ซ่านเข้าสู่อณูเนื้อจนหลินอันหรูต้องหอบหายใจรวยริน ซบหน้าลงกับอกแกร่งที่เปียกชุ่มเหงื่อ ร่างกายไร้เรี่ยวแรงดั่งขี้ผึ้งลนไฟ

เซวียนหยวนจิ้งยังคงแช่ตัวตนไว้เช่นนั้น มือหนาลูบไล้แผ่นหลังเนียนของนางช้า ๆ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดกระหม่อมบาง

ค่ำคืนแห่งการประลองกำลังและเล่ห์กล ดำเนินต่อไปท่ามกลางเปลวไฟสวาทที่ลุกโชนซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกระทั่งแสงแรกของรุ่งอรุณเริ่มส่องลอดผ่านรอยแยกของบานหน้าต่าง

รุ่งสางวันใหม่

แสงแดดสีทองสลัวส่องกระทบผ้าม่านมัสลินที่ขาดวิ่นบางจุด หลินอันหรูยันกายลุกขึ้นนั่งช้า ๆ ความเจ็บร้าวที่สะโพกและช่วงล่างเตือนให้รู้ว่าพยัคฆ์หนุ่มเคี่ยวกรำนางไปกี่รอบตลอดทั้งคืน ทว่าแววตาของเธอกลับแจ่มใสและเยือกเย็นลงอย่างรวดเร็ว

เซวียนหยวนจิ้งสวมเสื้อคลุมตัวในสีขาวตัวหลวมยืนอยู่ริมหน้าต่าง กำลังสวมปลอกแขนหนังสีดำ

เขาหันกลับมามองสตรีที่นั่งรวบผ้าห่มอยู่บนเตียง แววตาคมกริบของเขามีร่องรอยของความพึงพอใจและเคารพในความเด็ดเดี่ยวของนางอย่างปิดไม่มิด สตรีที่รับมือกับพละกำลังของเขาได้ทั้งคืนโดยไม่ส่งเสียงร้องไห้อ้อนวอน ในแผ่นดินนี้มีเพียงนางคนเดียว

เขาล้วงป้ายหยกสีดำขนาดเท่าฝ่ามือ สลักลายพยัคฆ์ทมิฬ โยนลงบนฟูกนอนข้างตัวนาง

"นี่คือป้ายหยกพยัคฆ์ทมิฬ" เซวียนหยวนจิ้งเอ่ยเสียงเรียบ "หากมีเรื่องคอขาดบาดตาย จงส่งป้ายนี้ให้เสี่ยวเอ้อร์ร้านขายยาชุนเซิงที่ตรอกทิศตะวันตก องครักษ์เงาของข้าจะมาพบเจ้าทันที"

หลินอันหรูหยิบป้ายหยกขึ้นมาลูบคลำ ผิวสัมผัสเย็นเฉียบและหนักแน่น นางเลิกคิ้วขึ้นมองเขา "ท่านอ๋องมอบสิ่งสำคัญเช่นนี้ให้ข้า ไม่กลัวข้านำไปขายให้รัชทายาทหรือเพคะ?"

"หากเจ้าคิดจะขาย เจ้าคงไม่ยอมให้ข้าเอาเจ้าจนเกือบฟ้าสางเช่นนี้หรอก" อ๋องหนุ่มกระตุกยิ้มเหี้ยม

"ข้าจ่ายค่าตอบแทนให้เจ้าแล้ว… คราวนี้ ถึงตาเจ้าต้องจ่ายสินค้าให้ข้าบ้าง"

หลินอันหรูเหยียดยิ้ม นางพิงพนักเตียง เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม

"ใต้เท้าเฉินแห่งกรมโยธาธิการ ผู้หนุนหลังของไป๋หลิงเอ๋อร์ในหอนางโลมแห่งนี้" นางสบตากับเขาตรง ๆ "เมื่อสองวันก่อน ข้าได้ยินมันคุยกับพ่อค้าเหล็กจากแดนใต้ในห้องรับรอง มันกำลังลักลอบยักยอกเหล็กกล้าสำหรับซ่อมแซมเขื่อนกั้นน้ำแม่น้ำหวงเหอ เพื่อนำไปหลอมเป็นอาวุธส่งเข้าจวนรัชทายาทอย่างลับ ๆ"

ดวงตาของเซวียนหยวนจิ้งหรี่แคบลง ประกายสังหารวาบขึ้นในทันที

"ยักยอกเหล็กหลวงสร้างอาวุธเถื่อน…" เขาทวนคำเสียงต่ำ "ข้อมูลนี้ มีหลักฐานหรือไม่?"

"บัญชีการขนส่งซ่อนอยู่ในเรือนพักของไป๋หลิงเอ๋อร์ที่ท้ายหอนางโลมแห่งนี้" หลินอันหรูกล่าวอย่างมั่นใจ "หากท่านอ๋องส่งคนไปค้นคืนนี้… ท่านจะได้หลักฐานชิ้นสำคัญที่จะใช้ตัดแขนขวาของรัชทายาทในท้องพระโรงวันพรุ่งนี้ทันที!"

เซวียนหยวนจิ้งมองสตรีตรงหน้านิ่ง ความฉลาดและสายตาที่แหลมคมในการดักฟังและวิเคราะห์ข้อมูลของนาง ทำให้เขาตระหนักได้ว่า สตรีผู้นี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ที่ระบายตัณหา… แต่นางคือ 'อาวุธ' ที่ร้ายกาจที่สุดที่สวรรค์ส่งมาให้เขา

"ดีมาก" เซวียนหยวนจิ้งก้าวเข้ามาประชิดเตียง ก้มลงจุมพิตหน้าผากมนของนางหนัก ๆ หนึ่งครั้ง "คืนนี้ข้าจะส่งคนไปจัดการ ส่วนเจ้า… จงนั่งดูการแสดงในท้องพระโรงวันพรุ่งนี้ให้สบายใจเถิด"

เขาสะบัดเสื้อคลุม ก้าวทะยานผ่านหน้าต่างออกไปในความมืดมิดยามเช้าตรู่อย่างเงียบเชียบดั่งเงาพราย

ยามสาย ณ จวนองค์รัชทายาท

เพล้งงงงง!

แจกันหยกขาวมูลค่าหลายร้อยตำลึงถูกขว้างกระแทกเข้ากับเสาห้องโถงใหญ่จนแตกกระจายเป็นเศษเล็กเศษน้อย!

รัชทายาทเซวียนหยวนเช่อในชุดผ้าไหมสีเหลืองทองปักลายมังกรสี่เล็บ ยืนชี้นิ้วด่าทอด้วยความเดือดดาล ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวจนน่าเกลียด เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ ๆ

เบื้องหน้าของเขาคือโจวเซิ่งที่กำลังคุกเข่าตัวสั่นงันงก หน้าผากแนบชิดกับพื้นกระดานไม้ เหงื่อกาฬไหลท่วมกายจนเสื้อผ้าเปียกชุ่ม

"ไร้ประโยชน์! สวะแท้ ๆ!" รัชทายาทตวาดลั่นเสียงดังสะท้านห้องโถง "ข้าให้ทองคำเจ้าไปถึงพันตำลึง แต่เจ้ากลับปล่อยให้เซวียนหยวนจิ้งมันเอาทองคำสองพันตำลึงมาเหยียบหน้าข้ากลางหอนางโลมงั้นรึ?! ซ้ำร้ายมันยังได้ตัวนังหลินอันหรูไปกกกอดทั้งคืน!"

"ท… ทูลองค์รัชทายาท โปรดระงับโทสะด้วยพ่ะย่ะค่ะ!" โจวเซิ่งละล่ำละลักพูดเสียงสั่น "อ๋องโฉดมันเอาตราเบิกเสบียงกองทัพมาข่มขู่ กระหม่อมเกรงว่าหากฝืนสู้ราคาต่อไป จะทำให้แผนการใหญ่ของพระองค์ต้องเปิดเผยต่อหน้าธารกำนัลพ่ะย่ะค่ะ!"

"แล้วเรื่องยาพิษเล่า?!" รัชทายาทก้าวเข้ามากระชากคอเสื้อโจวเซิ่งขึ้นมาจ้องตาเขม็ง "นังคณิกาแพศยาตระกูลหลินมันได้ลงมือหรือไม่?! ทำไมจนป่านนี้ยังไม่มีข่าวว่าเซวียนหยวนจิ้งกระอักเลือดตายอยู่ในหอนางโลม?!"

"ร… รถม้าของอ๋องโฉดเพิ่งเคลื่อนออกจากหอจุ้ยฮวาเมื่อเช้ามืดพ่ะย่ะค่ะ" โจวเซิ่งตอบอย่างหวาดผวา "สายสืบของเรารายงานว่า มันเดินเหินได้อย่างปกติ ไม่มีท่าทีว่าจะถูกพิษเลยแม้แต่น้อย… กระหม่อมสงสัยว่า นังหลินอันหรูมันอาจจะแปรพักตร์ ไปเข้าข้างอ๋องโฉดแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"

"นังสารเลว!" รัชทายาทกัดฟันกรอด แววตาเต็มไปด้วยไอสังหาร "คิดว่าตระกูลหลินล่มสลายแล้ว ข้าจะไม่กล้าแตะต้องตัวมันรึไง?! สั่งคนของกรมอาญาไปปิดล้อมหอหอจุ้ยฮวา ลากคอนังตัวดีมาสอบสวนเดี๋ยวนี้!"

"ช้าก่อนพ่ะย่ะค่ะ องค์รัชทายาท!"

เสียงทุ้มต่ำของ 'เสนาบดีหวัง' ที่ปรึกษาอาวุโสดังขึ้นจากด้านข้าง ชายชราก้าวออกมายกมือคารวะ

"ยามนี้เซวียนหยวนจิ้งเพิ่งจะทุ่มเงินประมูลนางต่อหน้าผู้คนนับร้อย หากพระองค์ส่งคนไปจับกุมนางอย่างไร้เหตุผล อ๋องโฉดย่อมใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างนำกองทัพพยัคฆ์ทมิฬเข้ามากดดันในเมืองหลวงได้พ่ะย่ะค่ะ"

รัชทายาทชะงักไป เขาสะบัดมือทิ้งคอเสื้อโจวเซิ่งลงกับพื้นอย่างรังเกียจ "แล้วเจ้าจะให้ข้าทำอย่างไร?! ยืนดูพวกมันสองคนสมคบคิดกันงั้นรึ?!"

เสนาบดีหวังเหยียดยิ้มเจ้าเล่ห์ แววตาคมกริบดั่งจิ้งจอกเฒ่า

"อีกสามวัน จะมี 'งานเลี้ยงล่าสัตว์ประจำฤดูใบไม้ร่วง' ที่เขาหลงซาน ฮ่องเต้จะมีพระบรมราชโองการให้เหล่าเชื้อพระวงศ์และขุนนางทุกคนเข้าร่วม" เสนาบดีหวังลดเสียงลงต่ำ "ถึงเวลานั้น… ในป่าลึกที่ไร้สายตาผู้คน เราค่อยจัดฉากลอบสังหารเซวียนหยวนจิ้ง แล้วโยนความผิดให้ชนเผ่าทุ่งหญ้า ส่วนนังหลินอันหรู เมื่อสิ้นที่พึ่งอย่างอ๋องโฉด พระองค์จะลากมันมาชำเราหรือแล่เนื้อเถือหนังอย่างไร ย่อมทำได้ตามพระทัยพ่ะย่ะค่ะ!"

รัชทายาทเซวียนหยวนเช่อนิ่งฟัง ดวงตาที่เคยมืดบอดด้วยโทสะเริ่มสว่างวาบด้วยความละโมบและอำมหิต

"ดี ดียิ่งนัก!" รัชทายาทแค่นหัวเราะร่า เสียงหัวเราะดังก้องไปทั่วห้องโถง "ปล่อยให้นังจิ้งจอกกับไอ้หมาบ้าเสพสุขกันไปก่อน อีกสามวัน ข้าจะส่งพวกมันลงนรกพร้อมกัน!"

ตัดกลับมาที่หอจุ้ยฮวายามบ่าย

บรรยากาศในหอนางโลมเงียบสงบลงอย่างประหลาด ทว่าเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่มองไม่เห็น

หวังมามาคอยเดินตรวจตราด้วยความนอบน้อมผิดหูผิดตา เหล่าคณิกาและเสี่ยวเอ้อร์ต่างพากันก้มหน้าหลบสายตาเวลาเดินผ่านบันไดชั้นบน ทุกคนรู้ดีว่าค่ำคืนที่ผ่านมา หลินอันหรูไม่ได้เป็นเพียงแค่คณิกาขายศิลป์อีกต่อไป แต่นางคือสตรีที่ 'อ๋องโฉด' ยอมทุ่มทองคำสองพันตำลึงเพื่อครอบครอง!

ที่โถงทางเดินชั้นสอง ไป๋หลิงเอ๋อร์ยืนเกาะราวระเบียงด้วยใบหน้าซีดขาว ข้อมือขวาที่ถูกผ้าพันแผลพันไว้ยังคงปวดแปลบ เมื่อเห็นหลินอันหรูในชุดผ้าไหมสีเขียวมรกตเดินสง่างามลงมาจากชั้นบน ไป๋หลิงเอ๋อร์ก็ถึงกับสะดุ้ง ถอยหลังกรูดไปติดผนังห้อง ไม่กล้าแม้แต่จะสบตา

หลินอันหรูหยุดฝีเท้าลงตรงหน้านาง ปรายตามองไป๋หลิงเอ๋อร์ด้วยสายตาสูงส่งดั่งพญาหงส์มองมดปลวก

"ข้อมือ หายดีแล้วรึ?" หลินอันหรูเอ่ยถามเสียงเรียบ

"พ พี่อันหรู ข้า ข้าไม่กล้าแล้วเจ้าค่ะ" ไป๋หลิงเอ๋อร์ตัวสั่นงันงก รีบก้มหน้าลงต่ำ "ข้าสำนึกผิดแล้วเจ้าค่ะ!"

"ดีที่ยังรู้จักคำว่าสำนึก" หลินอันหรูโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูของนาง น้ำเสียงเย็นยะเยือกจนขนลุกชัน "คืนนี้ นอนหลับให้สบายในห้องของเจ้านะ ไป๋หลิงเอ๋อร์ เพราะพรุ่งนี้เช้า ใต้เท้าเฉินของเจ้า อาจจะไม่มีหัวอยู่บนบ่าให้เจ้าได้ออดอ้อนอีกต่อไป!"

พูดจบนางก็เหยียดยิ้มบาง เดินผ่านไปอย่างแช่มช้อย ทิ้งให้ไป๋หลิงเอ๋อร์ยืนตัวแข็งทื่อด้วยความหวาดผวาสุดขีด

หลินอันหรูก้าวออกมายืนที่ระเบียงหน้าต่างชั้นสาม มองตรงไปยังทิศทางของวังหลวง แสงแดดยามบ่ายส่องกระทบใบหน้างดงามที่ไร้ซึ่งความลังเลหมากตาแรก นางวางลงบนกระดานเรียบร้อยแล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูผู้ฉาวโฉ่   บทที่ 13

    หลินอันหรูก้าวเข้าไปแตะท่อนแขนแกร่งของเขาเบา ๆ น้ำเสียงกระซิบแผ่วเบาแต่หนักแน่น "กลับกันเถิดเพคะ ท่านอ๋อง บนภูเขานี้ ไม่มีสิ่งใดให้เราต้องพิสูจน์อีกต่อไปแล้ว" เซวียนหยวนจิ้งหันมาสบตากับนาง แววตาคมกริบของเขาสงบลง ทว่าแฝงประกายความแค้นที่ลึกล้ำยิ่งกว่าเดิม "ใช่ กลับ

  • ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูผู้ฉาวโฉ่   บทที่ 12

    กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งมาจากร่างของแม่ทัพเกาเจิ้น ปะทะเข้ากับกลิ่นกำยานไม้กฤษณาอันสูงส่งหน้าพลับพลาที่ประทับเขาหลงซาน ร่างของเกาเจิ้นที่กระดูกแหลกเหลวไปครึ่งตัวถูกฉางเฟิงโยนกระแทกลงบนพื้นหินอ่อนหน้าบันไดทองคำดั่งซากสุนัขตาย เลือดสดสีแดงฉานไหลซึมออกจากปากและแผลฉกรรจ์ ย้อมพรมทอสีแดงเข้มเบ

  • ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูผู้ฉาวโฉ่   บทที่ 11

    เซวียนหยวนจิ้งสูดลมหายใจลึก กำลังภายในมหาศาลไหลเวียนเข้าสู่ท่อนแขนแกร่งจนเส้นเอ็นปูดโปน เขาง้างสายธนูเหล็กกล้าจนโค้งงอดั่งจันทร์เสี้ยว เล็งตรงไปยังจุดที่นางกำหนด บนยอดผา เกาเจิ้นเห็นเซวียนหยวนจิ้งง้างธนูเล็งขึ้นมา ก็แค่นหัวเราะเยาะ "โง่เขลา! ระยะสูงเพียงนี้ คิดจะยิงข้าให้ตกม้าตายรึไง?! ร

  • ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูผู้ฉาวโฉ่   บทที่ 10

    ช่องแคบหุบเขาพยัคฆ์หมอบลึกและชันดั่งรอยขวานผ่าแยกผืนปฐพี สองข้างทางคือหน้าผาหินปูนสีเทาหม่นสูงชันกว่าสามสิบจั้ง แดดยามบ่ายส่องลงมาไม่ถึงก้นหุบเขา อากาศเบื้องล่างจึงเย็นเยียบและชื้นแฉะไปด้วยไอหมอก กลิ่นตะไคร่น้ำและกลิ่นดินโป่งโชยแตะจมูก เสียงเกือกม้าศึกกระทบเศษหินกรวดดังก้องสะท้อนไปมาระหว

  • ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูผู้ฉาวโฉ่   บทที่ 9

    เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังแว่วเข้ามาในสายลม ทว่าหลินอันหรูกลับไม่แม้แต่จะชายตามอง สองมือของเธอกุมบังเหียนม้าไว้อย่างมั่นคง ร่างกายขยับไหวไปตามจังหวะก้าวของม้าอย่างเป็นธรรมชาติ ทักษะการขี่ม้าภาคสนามในทะเลทรายและภูเขาหินที่เธอฝึกฝนมาในโลกก่อน ทำให้ท่วงท่าของเธอดูคล่องแคล่วและสง่างามยิ่งกว่าบุรุษหลายคนในที

  • ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูผู้ฉาวโฉ่   บทที่ 8

    แสงตะเกียงน้ำมันปลาวาฬบนโต๊ะไม้จันทน์หอมส่องกระทบผืนผ้าไหมสีขาวหม่นขนาดสองศอกที่กางแผ่อยู่เบื้องหน้า บนผืนผ้าคือแผนที่ภูมิประเทศของ เขาหลงซาน ที่ฉางเฟิงลอบนำมาส่งให้เมื่อช่วงหัวค่ำ ลายเส้นหมึกจีนโบราณวาดทิวทัศน์ของเทือกเขาสูงชันสลับซับซ้อน มียอดเขาสูงตระหง่านดั่งมังกรผงาด และหุบเหวลึกที่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status