Share

บทที่ 7 อายุยี่สิบสี่คือแก่แล้ว

last update Terakhir Diperbarui: 2025-11-17 20:58:35

รุ่งขึ้น ในจวนของขุนนางหงก็มีเด็กชายจากตรอกซิ่วสือมาเก็บเงินจำนวนมาก พร้อมกับตราประจำตัวของท่านกั๋วกง ฮูหยินผู้เฒ่าได้แต่หน้าดำหน้าแดงเพราะความโกรธ ไม่รู้ว่าลูกชายของตัวเองไปก่อเรื่องอะไรมาอีก

ฮูหยินผู้เฒ่าตั้งใจจะถามระหว่างมื้ออาหาร แต่ท่านกั๋วกงกลับรีบร้อนกินข้าวและรีบออกจากบ้าน แม้ฮูหยินผู้เฒ่าจะต้องจ่ายเงินไปจำนวนมาก แต่อย่างน้อยบุตรชายของนางกลับมาตั้งใจทำบางสิ่งอย่างแน่วแน่อีกครั้ง นางจึงไม่ได้บ่นอะไรมาก

“เจ้าชื่ออะไร” หงเจี้ยนหยางถามเทพธิดาผมสองสี ระหว่างที่นั่งให้นางนวดมือให้เขา

“เรียกข้าว่าท่านเทพธิดาสิ” หญิงสาวตอบราบเรียบ แต่ในน้ำเสียงมีความเย่อหยิ่งอยู่มาก

“..เจ้าชื่ออะไร” เขาถามคล้ายไม่ได้ยินที่นางตอบ

“ท่านเทพธิดา”

เขาสะบัดมือออกจากการนวดของนางทันที

“นี่ ท่านอดีตแม่ทัพ ท่านไม่อยากรักษาแล้วหรือ” ท่านเทพธิดาเอ่ยถาม นางยืดหลังเต็มความสูงเท้าเอวด้วยความไม่พอใจกับการกระทำของคนไข้ผู้ดื้อดึงไร้มารยาท

“เจ้าคงไม่อยากได้เงินสองพันตำลึงทองสินะ” เขาไม่ยอมเช่นกัน

“..เอ่อ สองพัน..อยากได้สิ ย่อมอยากได้ นายท่าน..ข้าชื่อว่า อันเยว่ฉีเจ้าค่ะ ปีนี้อายุยี่สิบสี่ปี ยังไม่ได้แต่งงาน และไม่คิดจะแต่งงานเร็วๆ นี้ ที่สำคัญ ยังไม่มีคนรัก เดินทางมาที่นี่..ที่เมืองหลวงเมื่อสี่ปีก่อน ไม่มีพ่อแม่ ไร้ญาติขาดมิตร แต่เป็นท่านหมอวิเศษที่ใครๆ ก็อยากได้ตัวเจ้าค่ะ” หญิงสาวย่อตัวพร้อมแนะนำชื่อและความเป็นมาของตัวเองเสร็จสรรพ

“อันเยว่ฉี..” เขาเพียงพยักหน้า ไม่สนใจการประชดประชันของนาง หรือบางทีเขาอาจไม่เข้าใจสิ่งที่นางตั้งใจประชด

“เจ้าค่ะนายท่าน”

“เจ้าแก่มากแล้วนะ ยังไม่รีบหาคนแต่งด้วย ต่อไปอาจไม่มีใครอยากแต่งให้เจ้าแล้ว” เขาติ แต่ก็ยื่นมือมาให้หญิงสาวนวดอีกครั้ง

“...” อันเยว่ฉี สตรีอายุมากได้แต่กัดฟันเก็บความไม่พอใจไว้ นางพยายามนึกถึงทองคำสองพันตำลึง และทำหน้าที่นักกายภาพบำบัดต่อไปด้วยความเป็นมืออาชีพสูง

‘หน็อย..แก่อะไรกัน ฉันเพิ่งยี่สิบสี่ วัยกำลังงดงาม เจ้ายักษ์นี่รวยมากใช่ไหม คอยดูเถอะ แม่จะเก็บค่ารักษาจนล้มละลายเลย’ หญิงสาวก่นด่าในใจ

“เจ้าเรียนการเป็นหมอจากผู้ใด” ชายหนุ่มยังคงตั้งคำถามต่อไป

“บอกไม่ได้”

“เพราะเหตุใด”

“เพราะมันคือ ความลับทางการค้า หากข้าบอกว่าเรียนมาจากที่ใด เรียนอย่างไร เรียนกับใคร หรือต้องเรียนกี่ปี ข้าก็ไม่ใช่เทพธิดาแล้วสิ”

“เจ้าชอบถูกเรียกว่าเป็นเทพธิดาหรือ”

“ความสามารถของข้าไม่คู่ควรกับคำว่าเทพธิดาหรือ”

“ผู้มีความสามารถควรถ่อมตัวกว่านี้” เขาสั่งสอน

“น่าขันที่สุด เจ้าหยิ่งยโสในความสามารถของตัวเอง แต่กลับสั่งสอนให้ข้าถ่อมตัว ถึงยามนี้ความสามารถของเจ้าจะถดถอย แต่เจ้ารู้ตัวดีว่ายังคงเก่งกว่าผู้อื่น เจ้าจึงได้วางตัวใหญ่โตสั่งสอนข้า

ในเมื่อข้าก็เป็นผู้มีความสามารถ เหตุใดข้าจะต้องถ่อมตัว รอให้ข้ากลายเป็นคนไร้ค่าทำสิ่งใดไม่ได้ก่อน หากข้ายังโอหังไม่เลิก เจ้าค่อยมาสั่งสอนข้า การมีความภาคภูมิใจในความสามารถของตน ไม่ใช่เรื่องผิดอันใด” หญิงสาวต่อปากต่อคำ สองมือยังคงนวดคลึงข้อมือให้เขา

“..ข้าไม่ได้อยู่ๆ ก็มีความสามารถ” เสียงของเขาเบาลง แม้จะเริ่มเห็นด้วยกับความโอหังของนาง แต่เขายังคงแก้ตัว ชายหนุ่มอยากให้เทพธิดารู้ว่ากว่าเขาจะมีความสามารถจนสั่งสอนผู้อื่นได้ เขาไม่ได้นั่งเฉยๆ

“แน่นอนอยู่แล้ว การเป็นสุดยอดในบางสิ่ง ย่อมต้องแลกด้วยบางอย่างเสมอ ไม่มีสิ่งใดได้มาง่ายๆ ไม่มีทางลัด” อันเยว่ฉีพูด คล้ายนางเข้าใจดีว่าการเป็นผู้มีความสามารถ ไม่ง่ายเลย

“...” หงเจี้ยนหยางกลืนน้ำลาย เขาเข้าใจแล้วว่านางไม่ได้อยู่ๆ ก็เป็นเทพธิดาได้ทันที นางคงผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนักเช่นกัน จึงยอมรับการเป็นเทพธิดาได้อย่างไม่รู้สึกขัดเขิน

ชายหนุ่มหยุดถาม เขาตั้งใจมองดูวิธีการทำงานของสตรีที่เรียกตัวเองว่าเทพธิดาได้อย่างเต็มปากเต็มคำ..

อันเยว่ฉีนวดคลึงบริเวณกล้ามเนื้อแขน หน้าแขน และบริเวณใกล้เคียงกับข้อมือเพื่อคลายกล้ามเนื้อที่ตึง ดันนิ้วบริเวณหลังฝ่ามือ แล้วใช้มืออีกข้างดึงนิ้วมือมาทางตัว ทำซ้ำหลายๆ ครั้ง เพื่อดึงยืดเส้นเอ็นบริเวณข้อมือ

สลับกับการนวดบริเวณปลอกหุ้มเส้นเอ็นข้อมือที่อักเสบ ด้วยการนวดกดไปตามแนวเส้นเอ็น เพื่อคลายการอักเสบและกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ค่อยๆ ทำการดัดรีดนิ้วมือทีละนิ้ว

โดยการดันนิ้วจากฐานฝ่ามือออกไป บิดนิ้วไปด้านข้างเล็กน้อย เพื่อคลายการติดของเส้นเอ็น หลังจากนั้นก็ขยับข้อมือและนิ้วมือไปมา เพื่อเคลื่อนไหวส่วนที่ทำการดัดรีดนวด [1]

“เจ็บหรือไม่” หญิงสาวถาม

หงเจี้ยนหยางพยักหน้า

“เช่นนั้นวันนี้ควรพอก่อน หากปวดมาก ท่านควรแช่น้ำอุ่น หรือหาหมอฝังเข็มเก่งๆ สักคนมาคอยฝังเข็มลดอาการปวดให้ และจำไว้ ห้ามใช้งานข้อมือเด็ดขาด” เทพธิดาสั่ง ก่อนจะแช่มือของเขาลงในน้ำเย็นจัด

“ข้าเคยฝังเข็มแล้ว..มันไม่หาย ไม่นานอาการปวดก็จะกลับมาเช่นเดิม” เขาบอก

“การฝังเข็ม เพียงช่วยลดอาการปวดเท่านั้น ท่านยังต้องทำการรักษาเช่นนี้วันนี้อีกห้าถึงหกเดือน เดิมทีไม่ได้อาการหนักมาก แต่ท่านไม่ดูแลตัวเองเลย ตอนนี้ต้องอดทนไปก่อน”

“ห้าถึงหกเดือนหรือ!” เขาตกใจ เพราะคิดว่าใช้เวลาไม่นานก็หาย

“ใช้แล้วเจ้าค่ะ เอาล่ะ ลุกขึ้น เดี๋ยวเราไปเดินออกกำลังกัน”

หงเจี้ยนหยางทำหน้าตาสิ้นหวัง นี่เขาต้องทนกินอาหารที่ไม่ชอบ แช่น้ำอุ่นทุกเช้า และยังต้องเดินทางมาหาสตรีเย่อหยิ่งทุกสองวัน หากผ่านไปห้าหกเดือนแล้วเขายังไม่ดีขึ้น เช่นนี้ไม่ใช่ว่าเสียเวลาชีวิตไปอย่างไร้ความหมายหรือ

“ไม่ต้องทำหน้าตาเช่นนั้น ทำตามคำของเทพธิดา ต้องดีขึ้นแน่ นอกจากเจ้าจะแอบขัดคำสั่งของข้า” หญิงสาวทำตาดุ

“ข้ารอนานเช่นนั้นไม่ไหว ข้ายังมีหลายสิ่งให้ต้องดูแล”

“ไหวไม่ไหวก็ต้องรอ เจ้าเสียเวลาดื่มสุราอยู่ในห้องตั้งหลายเดือนยังไม่รู้สึกเสียดาย เหตุใดการรักษาที่จะทำให้เจ้ากลับมาใช้มือได้อย่างปกติจึงเป็นการเสียเวลาเปล่าไปได้ ลุกขึ้น ต้องไปเดินแล้ว ข้ายังมีคนไข้อีกหลายคนรออยู่”

“..เฮ้อ” หงเจี้ยนหยางได้แต่ถอนหายใจ

“ยังไม่เลิกถอนหายใจอีก วางความทุกข์ใจของเจ้าลงซะ ข้าไม่รู้ว่าเจ้าแบกสิ่งใดไว้ แต่เลิกถอนหายใจได้แล้ว ใจป่วยกายก็ป่วยไปด้วย เจ้าจะต้องฝึกสมาธิเพิ่มเติมเพื่อลดความเครียด เข้าใจหรือไม่”

“ได้ขอรับ” เขาแม้ไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่นางพูด ได้แต่กัดฟันทำตามที่ท่านเทพธิดาสั่ง ไม่แน่ใจว่าตัดสินใจถูกหรือผิดที่ยอมรักษาตามวิธีของสตรีจอมสั่งการ

อันเยว่ฉีนำหน้า เพื่อพาอดีตแม่ทัพไปเดินออกกำลังกาย แม้ในตรอกซิ่วสือจะไม่มีพื้นที่มากพอ แต่ในลานกว้างซึ่งเต็มไปด้วยเครื่องมือกายภาพบำบัดของนางก็ยังมีพื้นที่ให้เขาเดินได้อยู่ ระหว่างเดิน หญิงสาวต้องคอยปรามไม่ให้เขาเดินเร็วเกินไปอยู่หลายครั้ง


[1] การดัดรีดนวดดึงเพื่อกายภาพบำบัด ไม่ควรทำเองที่บ้าน ต้องให้ผู้ที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านทำให้เท่านั้น

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติมาเป็นนักกายภาพบำบัดของท่านแม่ทัพ   ตอนพิเศษ 12 เจรจางานแต่ง (จบ)

    เพราะมีผู้ต้องการอำนาจทหารคืน การกลั่นแกล้งกองทัพจึงเกิดขึ้นบ่อยมาก มีคนต้องการให้หงเจี้ยนหยางพลาดท่า อาหารและเงินทองที่ต้องส่งให้กองทัพจึงถูกปล้นบ่อยจนกองทัพเริ่มระส่ำระสายแต่ท่ามกลางการกลั่นแกล้ง หงเจี้ยนหยางกลับสร้างชื่อให้ตัวเขาด้วยการล้มกองทัพชาวหูนับร้อยชีวิตเพียงลำพัง..วันนั้นจางป๋อเหวินได้รับคำสั่งปลอมให้ลงใต้ แต่เขารู้ตัวทันและรีบพากองทัพขึ้นเขา เมื่อไปถึงที่ด่านซันไห่ เขาเห็นบุรุษร่างสูงตั้งตระหง่านพร้อมดาบใหญ่ของเขา ท่ามกลางซากศพชาวหูนับร้อยเหล่าทหารต่างสรรเสริญ เรียกเขาว่า เสวียนหู่แห่งอี้โจว สมญานามนั้นกระฉ่อนไปไกลจนแม้แต่ศัตรูยังหวาดกลัว มีเพียงจางป๋อเหวินที่รู้ว่ามีบางสิ่งในใจของเด็กหนุ่มที่เคยร่าเริงเปลี่ยนไปลู่เยียนหรงได้รู้ข่าวของเสวียนหู่แห่งอี้โจว และกุนซือตัวเล็กที่ชอบใส่แต่ชุดดำ หัวใจของนางบีบรัด นางรีบร้อนไปสืบข่าว เมื่อได้ภาพเหมือนของกุนซือจาง อสรพิษข้างกายของเสวียนหู่แห

  • ทะลุมิติมาเป็นนักกายภาพบำบัดของท่านแม่ทัพ   ตอนพิเศษ 11 ความเหน็บหนาวใต้หิมะพันปี

    ชายหนุ่มโอบกอดหญิงสาวไว้แน่น ก่อนจะค่อยๆ ถอนตัวออกและก้มลงไปดูดดื่มลิ้มเลียทำความสะอาดลู่เยียนหรง เมื่อนางสะอาดดีแล้วเขาก็ปลดด้ายพิฆาต อุ้มนางที่ตัวสั่นเทาไปวางบนเตียงนอนของเขา นั่งมองนางด้วยความรักสุดหัวใจ และห่มผ้าให้ร่างเนียนลู่เยียนหรงสุขสมมากจนได้แต่มองศิษย์พี่ใหญ่ตาปรือ ไม่นานนางก็เข้าสู่ห้วงนิทรา จำไม่ได้อีกว่าเขาทำอะไรหลังจากนั้นบ้าง รู้เพียงว่าเขามองนางด้วยสายตาอบอุ่นและยิ้มน้อยๆอย่างพึงพอใจกวนเป่าสือขยับเข้าไปกอดหญิงสาวที่เขารักด้วยกันใต้ผ้าห่ม ทั้งสองต่างเปลือยกายไร้อาภรณ์ เขากอดนางและกดจูบแผ่วเบาบนเส้นผมสลวย ในใจสาบานว่าจะไปสู่ขอนางให้เร็วที่สุด เขารู้ว่าสตรีในอ้อมกอดเขาไม่ได้ต้องการแต่งงาน และนางหวาดกลัวการมีบุตรยิ่ง แต่เขาได้วางแผนที่จะสู่ขอนางไว้แล้วก๊อก ๆ ๆ ๆเสียงเคาะประตูเร่งดังขึ้น กวนเป่าสือขมวดคิ้วรีบวางแผนในใจ เขาคาดว่าวันนี้ลู่เยียนหรงคงทำเสียงดังมากเกินไปจนใครได้ยินเข้าแล้ว แต่เขาไม่

  • ทะลุมิติมาเป็นนักกายภาพบำบัดของท่านแม่ทัพ   ตอนพิเศษ 10 แส้ดำ (NC)

    “อย่าเสียงดัง..” เขาเตือนเบาๆ“อย่ามาสั่งสอนข้า ข้าเกลียดเจ้าที่ไม่เคยคิดถึงข้าเลย มีเพียงข้าที่ทุรนทุรายอยากอยู่กับเจ้า ข้าทรมานแทบขาดใจ แต่เจ้ากลับไม่เคยแม้แต่..มาหาข้าก่อน เหตุใดทุกครั้งจะต้องเป็นข้าที่วิ่งมาหาเจ้าก่อนเสมอ”“เพราะเจ้า..คลั่งไคล้ข้าเกินไป..” เขาเองก็หลงใหลนางแทบขาดใจ เขาเพียงเก็บงำได้เงียบกว่านางเท่านั้นเขารู้ความต้องการของเขาดี แต่เขายังคงสนุกสนานที่ได้ทำให้นางคลั่งเขา ทุกครั้งที่นางร้อนรนวิ่งมาหาเขา เพราะเขาวางแผนไว้แล้ว หากนางไม่มา เขาจะหาทางทำให้นางทนไม่ไหวและวิ่งมาหาเขาในที่สุดอยู่ดี“..ข้าไม่เคยคลั่งเจ้า และข้าจะไม่มาหาเจ้าอีกแล้ว!” ลู่เยียนหรงเจ็บปวดที่ความรักของนางเป็นเพียงเรื่องสนุกของเขา นางหันหลังและเดินตรงไปยังประตูกวนเป่าสือสะบัดด้ายพิฆาตโอบรอบเอวบาง ดึงครั้งเดียวนางก็ถลามาสู่อ้อมกอดของเขา“ปล่อยข้า!

  • ทะลุมิติมาเป็นนักกายภาพบำบัดของท่านแม่ทัพ   ตอนพิเศษ 9 ความสัมพันธ์ที่ไม่เอ่ยปาก

    “ทำ..ทำไม” เสียงหวานเอ่ยถามแผ่วเบาจากคอของเขา“ข้า..เข้าใจผิด” เขาตอบเรียบง่าย“...” ลู่เยียนหรงเงยหน้ามาสบตา ขมวดคิ้วไม่เข้าใจคำตอบเรียบง่ายนั้น“..ตาแก่ที่เจ้าไปดูตัวด้วยเมื่อไม่นานมานี้..เขามีบุตรชาย เจ้าโง่นั่น เอาต่างหูของเจ้า..เขาเอามันไปโอ้อวดว่า..ว่า..”“ได้นอนกับข้าแล้ว!” ลู่เยียนหรงพูดต่อประโยคให้ศิษย์พี่ใหญ่ของนาง เพราะเขาบอกว่าเขาเข้าใจผิด“..ข้า..เก็บต่างหูของเจ้าไว้แล้ว” เริ่มแรกเขาเข้าใจว่านางได้มีสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเจ้าโง่นั่น จนนางมอบต่างหูให้ แต่เมื่อครู่ยามที่นางตัวสั่นอยู่บนอกเขา เขาก็รู้ว่านางมีเขาเป็นคนแรก ต่างหูนั่นอาจถูกขโมยไปโดยที่นางไม่รู้“เก็บไว้เพื่ออะไร ข้าใส่ลงในชา บังคับให้เจ้าโง่นั่นดื่ม ต่างหูสกปรกเช่นนั้น ข้าไม่อยากได้อีกแล้ว”“..!” กวนเ

  • ทะลุมิติมาเป็นนักกายภาพบำบัดของท่านแม่ทัพ   ตอนพิเศษ 8 หึงหวงไม่อยากควบคุม (NC)

    ยิ่งเขาจุมพิตเช่นนั้นนาน ลู่เยียนหรงก็ยิ่งรู้สึกประหลาดและแปลกใหม่ นางรับรู้ว่าระหว่างขาของนางเปียกชุ่ม และร่างกายของเขาก็แข็งเกร็ง แต่หญิงสาวก็หลงใหลไปกับจุมพิตจนไม่อาจห้ามต่างฝ่ายต่างลุ่มหลง ลู่เยียนหรงปล่อยให้เขาเอาเปรียบไม่คิดห้าม เขาก็ครวญครางไม่เพียงพอ ต้องการมากขึ้นและมากขึ้น ริมฝีปากและลิ้นอุ่นของเขาเริ่มเลื่อนไปที่คอ ชิมเลียและลิ้มรสผิวนวลของสาวงามที่เขาเฝ้าฝันถึงกวนเป่าสือเลียไปยังปลายหูและใช้ลิ้นพยายามถอดต่างหูคู่เล็กของหญิงสาว ยิ่งเขาคิดถึงว่านางเคยถอดต่างหูให้ผู้อื่น เขายิ่งขุ่นเคืองหวงแหน เขาต้องการครอบครองนางบ้าง ต่างหูของนางควรเป็นของเขาเท่านั้น!เขายื่นมือไปลูบไล้ต้นขาของศิษย์น้องคนงาม บีบต้นขาของนางและเริ่มดึงกระโปรงนางขึ้น เขารู้ว่านางไม่ได้ใส่กางเกง เพราะเสื้อผ้าของนางเปียกจนต้องถอดตากไว้ บนตัวนางมีเพียงเสื้อคลุมตัวนอกของเขาเท่านั้นลู่เยียนหรงรู้สึกถึงมือหนึ่งของเขาที่กำลังล้วงเข้าไปถอดเชือกผูกเอวเพื่อปลดปล่อยแท่งหยกแข็งร้อน

  • ทะลุมิติมาเป็นนักกายภาพบำบัดของท่านแม่ทัพ   ตอนพิเศษ 7 บังเอิญจุมพิตหรือจงใจ

    ในที่สุดท้องฟ้าก็มืด กวนเป่าสือหาทางจุดไฟให้พวกเขาพักอยู่ใกล้แม่น้ำเล็กๆ สายหนึ่ง เขาตัดต้นไผ่ใกล้ริมน้ำมาทำที่พักอย่างง่ายๆ ส่วนลู่เยียนหรงแม้จะหัวเราะเยาะเขามาทั้งวัน แต่เขาสั่งให้นางทำอะไรนางก็ยอมทำโดยง่าย ยามนี้นางกำลังใช้กิ่งไผ่ตกปลา“ชิ! เจ้าปลาชั่ว คอยดูเถิดข้าจะจับเจ้ามาย่างให้ได้!!”กวนเป่าสือหันมองคนงามที่ริมแม่น้ำ นางทำท่าทางโมโหใส่กิ่งไผ่ในมือและก่นด่าปลาที่ไม่ยอมติดเบ็ด เขาถอนหายใจไม่รู้จะทำอย่างไรกับสตรีตรงหน้าดีไม่ทันไร เขาก็เห็นหญิงสาวผู้บ้าคลั่งร่ายรำเพลงดาบฟาดฟันใส่สายน้ำ กระบี่ในมือของนางคือกิ่งไผ่ที่ใช้ตกปลา สายน้ำสาดกระเซ็น ปลายกิ่งไผ่มีปลาติดมาด้วยสองสามตัวแม้จะดูเกรี้ยวกราด แต่กลับงดงามจนหัวใจของศิษย์พี่ใหญ่หวั่นไหวไม่อาจละสายตา สาวงามที่หาปลาด้วยการฟาดฟัน ทั้งตัวของนางเปียกไปกว่าครึ่ง แต่งดงามยิ่งนักคืนนั้นพวกเขามีปลาเป็นอาหาร และกวนเป่าสือก็ต้องถ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status