Share

บทที่ 6 ชายแขนขาดและความหวัง

last update Terakhir Diperbarui: 2025-11-17 20:58:14

“อื้ม ลูกค้ารายใหญ่มาแล้ว เข้ามาก่อนสิ” เทพธิดาหัวทองเชื้อเชิญเสวียนหู่แห่งอี้โจว

“ลูกค้าหรือ” หงเจี้ยนหยางไม่ค่อยเข้าใจคำที่สตรีประหลาดผู้นี้ใช้

“แล้วสหายของเจ้าไม่ได้มาด้วยกันหรือ” เทพธิดาผมทองถามถึงกุนซือจาง

“..เขา มีงานสำคัญที่ต้องทำ” ชายหนุ่มโกหก ที่จริงแล้วจางป๋อเหวินยังโกรธเรื่องที่เขาข่มขู่ไม่หาย วันนี้เขาจึงจำเป็นต้องมาหาเทพธิดาลำพัง

“ไม่เป็นไร อย่างน้อยเจ้าก็มาแล้ว วันก่อนข้าทำให้เจ้าไม่พอใจจนเข้าใจผิด อย่างไรข้าก็เป็นหมอ ข้าจึงคิดว่าควรกอบกู้ชื่อเสียงความน่าเชื่อถือของตัวเองสักหน่อย ตามข้ามาสิ”

หญิงสาวเดินนำหน้า พาชายหนุ่มตัวสูงออกจากโรงรักษาโกโรโกโสของนาง ก่อนจะเลี้ยวเข้าไปยังบริเวณโล่งแห่งหนึ่ง ไม่ไกลจากตรอกซิ่วสือ แม้จะไม่กว้างมาก แต่เพียงพอให้ผู้คนมารวมตัวกันทำกิจกรรมกลางแจ้ง

ที่นั่น หงเจี้ยนหยางเห็นเครื่องเล่นหลายชนิดที่ทำจากไม้รูปร่างประหลาด มีทั้งเสา ขื่อ กำแพง กล่องสี่เหลี่ยม และคานสำหรับปีนป่าย เด็กหลายคนกำลังวิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน

หลายคนไม่มีขา บางคนต้องนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ บางคนมีเท้าไม้ต่อจากขาข้างที่ขาด สตรีอีกหลายคนกำลังจับราวไม้ฝึกเดิน ทุกคนล้วนเป็นคนพิการ ไม่มีใครปกติ

ในบรรดาผู้คนที่พิกลพิการ มีชายคนหนึ่งโดดเด่นที่สุด เขาปราดเปรียวว่องไว วิ่งผ่านสิ่งกีดขวางราวกับเป็นเรื่องง่ายดาย ทั้งกระโดดและปีนป่ายเครื่องเล่นประหลาดพวกนั้นอย่างเชี่ยวชาญ แม้ว่าเขาจะมีเพียงแขนเดียว

“ที่นี่คือศูนย์กายภาพบำบัดที่ข้าคิดค้น ผู้คนที่นี่เคยเดินไม่ได้ หรือไม่ก็เคยเสียใจจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ แต่ทุกคนล้วนมีชีวิตใหม่ได้หากไม่ยอมแพ้ พวกเขาบางคนป่วยหนักกว่าเจ้านัก แต่ก็กลับมาเดินได้ ดังนั้น..”

“ชายผู้นั้น..” หงเจี้ยนหยางพูดแทรกระหว่างที่เทพธิดากำลังอธิบายถึงสิ่งที่นางทำ

“อ้อ เขาชื่อ..”

“จงหว่าน” ชายหนุ่มพูดแทรกอีกครั้ง เขาจำชายแขนเดียวผู้นั้นได้ ชายที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นนายกองมากฝีมือ แต่ต้องถูกหามส่งกลับบ้านเพราะเกือบเอาชีวิตไปทิ้งไว้ในสนามรบ เนื่องจากท่านหมอให้ความเห็นว่าเขาไม่อาจเป็นทหารได้อีก

หงเจี้ยนหยางเดินเข้าไปใกล้ มองดูจงหว่านใช้มือเพียงข้างเดียวกระโดดจากเสาคานไปยังหอคอยขนาดเล็กที่สร้างจากซากไม้เก่า ชายหนุ่มจงใจเตะใส่เสาหอคอยอย่างแรง เสาต้นนั้นแตกหักทันที

“นี่!!! ทำบ้าอะไรเนี่ย” เทพธิดาส่งเสียงตกใจจากด้านหลัง

แต่หงเจี้ยนหยางไม่ใส่ใจเสียงของหญิงสาว สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่ร่างชายแขนเดียวผู้ซึ่งกระโดดไต่อย่างคล่องแคล่วไปตามหอคอยที่กำลังโน้มเอียงใกล้จะล้มลงอย่างใจเย็น เด็กๆ หลายคนต้องวิ่งหนีจ้าละหวั่น

“ใครมันกล้าทำลายเครื่องมือบำบัดของท่านเทพธิดากัน!” ชายแขนเดียวกระโดดลงมาถึงพื้นก็วิ่งเข้าไปปล่อยหมัดใส่ชายตัวใหญ่หนวดเครารุงรัง ผู้ซึ่งมีท่าทางคล้ายโจร

แขนข้างเดียวของจงหว่านถูกเหวี่ยงออกไป แต่อดีตแม่ทัพเพียงปัดออกเท่านั้น ไม่ได้โจมตีกลับ ชายสองคนปะทะอยู่ไม่กี่กระบวนท่า จงหว่านก็จำได้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร

“แม่ทัพหง!” จงหว่านคุกเข่าลง ยกมือข้างเดียวของเขาขึ้นระดับอก ทำท่าคารวะ

“ลุกขึ้นเถิด” หงเจี้ยนหยางโน้มตัวลงไปแตะไหล่ของอีกฝ่าย

“ขอบคุณท่านแม่ทัพ” เขาพูดพร้อมกับลุกขึ้น

“เจ้ายังดู..แข็งแรงดี ทั้งยังคล่องแคล่วมากขึ้น”

“ขอรับ ต้องขอบคุณท่านแม่ทัพที่ส่งค่าเลี้ยงดูให้ทุกปี”

“ไม่ต้องเรียกข้าเช่นนั้น ข้า..ไม่ได้เป็นแม่ทัพอีกแล้ว..”

“...” จงหว่านได้ข่าวเรื่องที่เสวียนหู่แห่งอี้โจวพ่ายแพ้แล้ว แต่เขาเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา จึงไม่อาจไปหาเพื่อแสดงความเสียใจ

“ที่แท้เจ้าก็เป็นถึงแม่ทัพ เฮ้อ เอาเถอะ ถึงตอนนี้ไม่ได้เป็นแม่ทัพแล้วแต่ยังมีเงินใช่ไหม รบกวนท่านแม่ทัพจ่ายค่าเสียหายให้ข้าด้วยนะ จะให้ดี ท่านควรจ่ายค่าทำขวัญให้เด็กๆ พวกนั้นที่ท่านทำให้พวกเขาหวาดกลัวด้วย” เทพธิดาพูดขัดบทสนทนา

“ท่านเทพธิดา” จงหว่านก้มหัวลงทำความเคารพสตรีผมสองสี

“...” หงเจี้ยนหยางทำเพียงยื่นถุงเงินของเขาให้หญิงสาว

“ถุงเงินของเจ้า เบาเพียงนี้เชียวหรือ” หญิงสาวรับถุงเงินไป ชั่งน้ำหนักด้วยมือแล้วขมวดคิ้วถาม

“...” หงเจี้ยนหยางเริ่มหน้าแดง เขาคล้ายจะจำได้ว่าไม่ได้เอาเงินใส่ถุงเงินนานแล้ว ไม่รู้ว่าในถุงเงินของเขายามนี้มีเงินเท่าไรด้วยซ้ำ

“สามเหรียญทองแดง!! นี่เจ้าเป็นแม่ทัพแน่หรือ” เทพธิดาเทเงินในถุงออกมาไว้บนฝ่ามือแล้วได้แต่ตกใจกับจำนวนเงินในนั้น

“เอ่อ..” จงหว่านก็ไม่รู้ว่าควรทำสีหน้าอย่างไรกับเหตุการณ์ชวนอึดอัดนี้

“..เจ้าค่อยไปเก็บจากจวนของข้าก็แล้วกัน” เขาตอบพร้อมยื่นป้ายประจำตัวให้

บุรุษผู้ซึ่งมีฐานะเป็นขุนนางขั้นกั๋วกง และเคยเป็นแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ จับคอเสื้อจงหว่านและลากเขาเดินออกไปจากที่นั่นด้วยกัน แสร้งทำคล้ายเขาไม่รู้สึกอับอายที่ไม่มีเงินติดตัว ราวกับการทำลายเครื่องมือบำบัดของเทพธิดาไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร

“..ถ้าจ่ายด้วยเครดิตข้าคิดดอกเบี้ยแพงนะ” หญิงสาวตะโกนไล่หลัง

วันนั้นหงเจี้ยนหยางไม่ได้ทำกายภาพบำบัดกับเทพธิดา เพราะเขามัวแต่พูดคุยกับจงหว่านอยู่นาน เมื่อใกล้มืดเทพธิดาจึงไล่พวกเขากลับบ้าน พร้อมกับแผ่นกระดาษที่เขียนรายละเอียดการทำกายภาพบำบัดเพิ่มเติม

เสวียนหู่แห่งอี้โจวได้รู้ว่าปัจจุบันจงหว่านหาเลี้ยงชีพด้วยการล่าสัตว์ แม้เขาจะมีเพียงมือเดียว แต่ยังคงแข็งแรง เงินที่หาได้ก็ไม่ได้มาก แต่ยังเลี้ยงครอบครัวได้เพราะเงินรายปีที่จางป๋อเหวินคอยส่งให้

จงหว่านได้พบกับเทพธิดาเมื่อสองปีก่อน ตอนนั้นเขาแทบทำอะไรไม่ได้ จากนายกองที่เก่งกาจกลายเป็นเพียงคนไร้ค่า จิตใจห่อเหี่ยวทำงานไม่ไหวหลบอยู่แต่หลังบ้าน ทุกวันต้องให้ภรรยาคอยหาเลี้ยงครอบครัว

เทพธิดาเป็นคนรักษาเขา ทั้งยังสอนการใช้ชีวิตที่มีเพียงแขนเดียวให้เขา สอนวิทยายุทธ์แบบแปลกใหม่ให้ด้วย นางเรียกว่าฟรีรันนิ่ง หลังจากฝึกเป็นปี จงหว่านก็ไม่ต้องหลบซ่อนอยู่บ้าน เขาสามารถปีนต้นไม้และล่าสัตว์ได้ กระทั่งวิ่งไปตามหลังคาบ้านได้อย่างปกติ

ระหว่างที่นั่งรถม้ากลับจวน หงเจี้ยนหยางมองดูแผ่นกระดาษในมือ ตัวหนังสือที่บ่งบอกว่าคนเขียนมีความมั่นคงและความมั่นใจสูง สายตากวาดผ่านคำว่าฝังเข็มลดความเจ็บปวด แต่ในหัวของเขากลับปรากฏภาพสตรีผมสีทองกำลังลูบไล้หน้าท้องของเขาอย่างหลงใหล

“เทพธิดาหรือ..” เขาพูดกับตัวเองเบาๆ

ชายหนุ่มรู้ว่าจงหว่านเป็นคนซื่อสัตย์มาก ไม่มีทางโกหกเขา แม้เขาจะตัดสินใจทำตามวิธีรักษาของสตรีประหลาดผู้นั้น แต่ในใจยังไม่เชื่อว่านางเป็นหมอวิเศษ จนเขาได้เห็นสิ่งที่จงหว่านทำ

หงเจี้ยนหยางยกมือมาบีบขมับและนวดถูไปมา เขาคล้ายดื่มสุรามามากจนไม่ได้สัมผัสอารมณ์ผ่องใสนานแล้ว ในหัวคล้ายจะมึนเมาแม้วันนี้เขายังไม่ได้ดื่มสักจอก

“แต่ข้าไม่ได้แขนขาด..” เขาหวาดกลัวว่าการมีความหวังจะทำร้ายเขาอีกครั้ง หากการรักษาไม่ได้ผลเขาจะรับมืออีกไม่ไหว

หลายเดือนมานี้เขาทำการรักษากับหมอหลายคน ทำมาแล้วทุกวิธี แม้แต่ฝังเข็มตามที่เทพธิดาเขียนเขาก็ทำมาแล้ว แต่เขาก็ยังคงเจ็บข้อมือทุกครั้งที่จับดาบใหญ่ หากจับอาวุธคู่กายไม่ได้ เขาก็ไม่อาจเป็นแม่ทัพได้อีก

แต่สภาพร่างกายและจิตใจของจงหว่านก็ทำให้เขาแอบคาดหวังอย่างไม่อาจควบคุม หงเจี้ยนหยางคาดหวังมาก..

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติมาเป็นนักกายภาพบำบัดของท่านแม่ทัพ   ตอนพิเศษ 12 เจรจางานแต่ง (จบ)

    เพราะมีผู้ต้องการอำนาจทหารคืน การกลั่นแกล้งกองทัพจึงเกิดขึ้นบ่อยมาก มีคนต้องการให้หงเจี้ยนหยางพลาดท่า อาหารและเงินทองที่ต้องส่งให้กองทัพจึงถูกปล้นบ่อยจนกองทัพเริ่มระส่ำระสายแต่ท่ามกลางการกลั่นแกล้ง หงเจี้ยนหยางกลับสร้างชื่อให้ตัวเขาด้วยการล้มกองทัพชาวหูนับร้อยชีวิตเพียงลำพัง..วันนั้นจางป๋อเหวินได้รับคำสั่งปลอมให้ลงใต้ แต่เขารู้ตัวทันและรีบพากองทัพขึ้นเขา เมื่อไปถึงที่ด่านซันไห่ เขาเห็นบุรุษร่างสูงตั้งตระหง่านพร้อมดาบใหญ่ของเขา ท่ามกลางซากศพชาวหูนับร้อยเหล่าทหารต่างสรรเสริญ เรียกเขาว่า เสวียนหู่แห่งอี้โจว สมญานามนั้นกระฉ่อนไปไกลจนแม้แต่ศัตรูยังหวาดกลัว มีเพียงจางป๋อเหวินที่รู้ว่ามีบางสิ่งในใจของเด็กหนุ่มที่เคยร่าเริงเปลี่ยนไปลู่เยียนหรงได้รู้ข่าวของเสวียนหู่แห่งอี้โจว และกุนซือตัวเล็กที่ชอบใส่แต่ชุดดำ หัวใจของนางบีบรัด นางรีบร้อนไปสืบข่าว เมื่อได้ภาพเหมือนของกุนซือจาง อสรพิษข้างกายของเสวียนหู่แห

  • ทะลุมิติมาเป็นนักกายภาพบำบัดของท่านแม่ทัพ   ตอนพิเศษ 11 ความเหน็บหนาวใต้หิมะพันปี

    ชายหนุ่มโอบกอดหญิงสาวไว้แน่น ก่อนจะค่อยๆ ถอนตัวออกและก้มลงไปดูดดื่มลิ้มเลียทำความสะอาดลู่เยียนหรง เมื่อนางสะอาดดีแล้วเขาก็ปลดด้ายพิฆาต อุ้มนางที่ตัวสั่นเทาไปวางบนเตียงนอนของเขา นั่งมองนางด้วยความรักสุดหัวใจ และห่มผ้าให้ร่างเนียนลู่เยียนหรงสุขสมมากจนได้แต่มองศิษย์พี่ใหญ่ตาปรือ ไม่นานนางก็เข้าสู่ห้วงนิทรา จำไม่ได้อีกว่าเขาทำอะไรหลังจากนั้นบ้าง รู้เพียงว่าเขามองนางด้วยสายตาอบอุ่นและยิ้มน้อยๆอย่างพึงพอใจกวนเป่าสือขยับเข้าไปกอดหญิงสาวที่เขารักด้วยกันใต้ผ้าห่ม ทั้งสองต่างเปลือยกายไร้อาภรณ์ เขากอดนางและกดจูบแผ่วเบาบนเส้นผมสลวย ในใจสาบานว่าจะไปสู่ขอนางให้เร็วที่สุด เขารู้ว่าสตรีในอ้อมกอดเขาไม่ได้ต้องการแต่งงาน และนางหวาดกลัวการมีบุตรยิ่ง แต่เขาได้วางแผนที่จะสู่ขอนางไว้แล้วก๊อก ๆ ๆ ๆเสียงเคาะประตูเร่งดังขึ้น กวนเป่าสือขมวดคิ้วรีบวางแผนในใจ เขาคาดว่าวันนี้ลู่เยียนหรงคงทำเสียงดังมากเกินไปจนใครได้ยินเข้าแล้ว แต่เขาไม่

  • ทะลุมิติมาเป็นนักกายภาพบำบัดของท่านแม่ทัพ   ตอนพิเศษ 10 แส้ดำ (NC)

    “อย่าเสียงดัง..” เขาเตือนเบาๆ“อย่ามาสั่งสอนข้า ข้าเกลียดเจ้าที่ไม่เคยคิดถึงข้าเลย มีเพียงข้าที่ทุรนทุรายอยากอยู่กับเจ้า ข้าทรมานแทบขาดใจ แต่เจ้ากลับไม่เคยแม้แต่..มาหาข้าก่อน เหตุใดทุกครั้งจะต้องเป็นข้าที่วิ่งมาหาเจ้าก่อนเสมอ”“เพราะเจ้า..คลั่งไคล้ข้าเกินไป..” เขาเองก็หลงใหลนางแทบขาดใจ เขาเพียงเก็บงำได้เงียบกว่านางเท่านั้นเขารู้ความต้องการของเขาดี แต่เขายังคงสนุกสนานที่ได้ทำให้นางคลั่งเขา ทุกครั้งที่นางร้อนรนวิ่งมาหาเขา เพราะเขาวางแผนไว้แล้ว หากนางไม่มา เขาจะหาทางทำให้นางทนไม่ไหวและวิ่งมาหาเขาในที่สุดอยู่ดี“..ข้าไม่เคยคลั่งเจ้า และข้าจะไม่มาหาเจ้าอีกแล้ว!” ลู่เยียนหรงเจ็บปวดที่ความรักของนางเป็นเพียงเรื่องสนุกของเขา นางหันหลังและเดินตรงไปยังประตูกวนเป่าสือสะบัดด้ายพิฆาตโอบรอบเอวบาง ดึงครั้งเดียวนางก็ถลามาสู่อ้อมกอดของเขา“ปล่อยข้า!

  • ทะลุมิติมาเป็นนักกายภาพบำบัดของท่านแม่ทัพ   ตอนพิเศษ 9 ความสัมพันธ์ที่ไม่เอ่ยปาก

    “ทำ..ทำไม” เสียงหวานเอ่ยถามแผ่วเบาจากคอของเขา“ข้า..เข้าใจผิด” เขาตอบเรียบง่าย“...” ลู่เยียนหรงเงยหน้ามาสบตา ขมวดคิ้วไม่เข้าใจคำตอบเรียบง่ายนั้น“..ตาแก่ที่เจ้าไปดูตัวด้วยเมื่อไม่นานมานี้..เขามีบุตรชาย เจ้าโง่นั่น เอาต่างหูของเจ้า..เขาเอามันไปโอ้อวดว่า..ว่า..”“ได้นอนกับข้าแล้ว!” ลู่เยียนหรงพูดต่อประโยคให้ศิษย์พี่ใหญ่ของนาง เพราะเขาบอกว่าเขาเข้าใจผิด“..ข้า..เก็บต่างหูของเจ้าไว้แล้ว” เริ่มแรกเขาเข้าใจว่านางได้มีสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเจ้าโง่นั่น จนนางมอบต่างหูให้ แต่เมื่อครู่ยามที่นางตัวสั่นอยู่บนอกเขา เขาก็รู้ว่านางมีเขาเป็นคนแรก ต่างหูนั่นอาจถูกขโมยไปโดยที่นางไม่รู้“เก็บไว้เพื่ออะไร ข้าใส่ลงในชา บังคับให้เจ้าโง่นั่นดื่ม ต่างหูสกปรกเช่นนั้น ข้าไม่อยากได้อีกแล้ว”“..!” กวนเ

  • ทะลุมิติมาเป็นนักกายภาพบำบัดของท่านแม่ทัพ   ตอนพิเศษ 8 หึงหวงไม่อยากควบคุม (NC)

    ยิ่งเขาจุมพิตเช่นนั้นนาน ลู่เยียนหรงก็ยิ่งรู้สึกประหลาดและแปลกใหม่ นางรับรู้ว่าระหว่างขาของนางเปียกชุ่ม และร่างกายของเขาก็แข็งเกร็ง แต่หญิงสาวก็หลงใหลไปกับจุมพิตจนไม่อาจห้ามต่างฝ่ายต่างลุ่มหลง ลู่เยียนหรงปล่อยให้เขาเอาเปรียบไม่คิดห้าม เขาก็ครวญครางไม่เพียงพอ ต้องการมากขึ้นและมากขึ้น ริมฝีปากและลิ้นอุ่นของเขาเริ่มเลื่อนไปที่คอ ชิมเลียและลิ้มรสผิวนวลของสาวงามที่เขาเฝ้าฝันถึงกวนเป่าสือเลียไปยังปลายหูและใช้ลิ้นพยายามถอดต่างหูคู่เล็กของหญิงสาว ยิ่งเขาคิดถึงว่านางเคยถอดต่างหูให้ผู้อื่น เขายิ่งขุ่นเคืองหวงแหน เขาต้องการครอบครองนางบ้าง ต่างหูของนางควรเป็นของเขาเท่านั้น!เขายื่นมือไปลูบไล้ต้นขาของศิษย์น้องคนงาม บีบต้นขาของนางและเริ่มดึงกระโปรงนางขึ้น เขารู้ว่านางไม่ได้ใส่กางเกง เพราะเสื้อผ้าของนางเปียกจนต้องถอดตากไว้ บนตัวนางมีเพียงเสื้อคลุมตัวนอกของเขาเท่านั้นลู่เยียนหรงรู้สึกถึงมือหนึ่งของเขาที่กำลังล้วงเข้าไปถอดเชือกผูกเอวเพื่อปลดปล่อยแท่งหยกแข็งร้อน

  • ทะลุมิติมาเป็นนักกายภาพบำบัดของท่านแม่ทัพ   ตอนพิเศษ 7 บังเอิญจุมพิตหรือจงใจ

    ในที่สุดท้องฟ้าก็มืด กวนเป่าสือหาทางจุดไฟให้พวกเขาพักอยู่ใกล้แม่น้ำเล็กๆ สายหนึ่ง เขาตัดต้นไผ่ใกล้ริมน้ำมาทำที่พักอย่างง่ายๆ ส่วนลู่เยียนหรงแม้จะหัวเราะเยาะเขามาทั้งวัน แต่เขาสั่งให้นางทำอะไรนางก็ยอมทำโดยง่าย ยามนี้นางกำลังใช้กิ่งไผ่ตกปลา“ชิ! เจ้าปลาชั่ว คอยดูเถิดข้าจะจับเจ้ามาย่างให้ได้!!”กวนเป่าสือหันมองคนงามที่ริมแม่น้ำ นางทำท่าทางโมโหใส่กิ่งไผ่ในมือและก่นด่าปลาที่ไม่ยอมติดเบ็ด เขาถอนหายใจไม่รู้จะทำอย่างไรกับสตรีตรงหน้าดีไม่ทันไร เขาก็เห็นหญิงสาวผู้บ้าคลั่งร่ายรำเพลงดาบฟาดฟันใส่สายน้ำ กระบี่ในมือของนางคือกิ่งไผ่ที่ใช้ตกปลา สายน้ำสาดกระเซ็น ปลายกิ่งไผ่มีปลาติดมาด้วยสองสามตัวแม้จะดูเกรี้ยวกราด แต่กลับงดงามจนหัวใจของศิษย์พี่ใหญ่หวั่นไหวไม่อาจละสายตา สาวงามที่หาปลาด้วยการฟาดฟัน ทั้งตัวของนางเปียกไปกว่าครึ่ง แต่งดงามยิ่งนักคืนนั้นพวกเขามีปลาเป็นอาหาร และกวนเป่าสือก็ต้องถ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status